พิศวาสปรารถนา Sweet Trip in Sevilla
ความรักอันเร่าร้อนในสเปน...ดินแดนแห่งความสนุกสนาน
นตานรีหนีความเจ็บช้ำมาสเปน ก่อนจะได้มาพบสัตว์ร้ายผู้งามสง่า ชายหนุ่มที่จะทำให้โลกของเธอเปลี่ยนไปชั่วนิรันดร์
เขาคือ ลอเรนโซ ผู้ชายที่มาพร้อมกับเพลิงพิศวาสซึ่งจะแผดเผาเธอจนมอดไหม้!
Tags: เซบียา,ลอเรนโซ,นตานรี,สเปน

ตอน: 4:Six degrees of Seperation

“เอาละ นัท หนูมาที่นี่ได้ยังไงล่ะจ๊ะ แล้วเกิดอะไรขึ้น ฉันคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงจะไม่ได้ติดต่อกับนิต้าอีกแล้วซะอีก”

“อ้อ พอดีว่าหนูจะมาเที่ยวที่นี่น่ะค่ะ แล้วแม่เขาก็เลยอยากให้ลองมาหาดูตามที่อยู่ในจดหมายนี่แหละค่ะ จริงๆ แม่หนูเขาก็อยากจะติดต่อคุณป้านะคะ แต่พอห่างหายไปนานมาก แม่เขาก็ไม่กล้าจะส่งจดหมายมาน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ขาดการติดต่อไปเพราะตอนนั้นแม่บอกว่าแม่จำเป็นต้องย้ายบ้านหลายครั้งทำให้ต้องย้ายโรงเรียนด้วยน่ะค่ะ”

นตานรีค้อมหลังก้มศีรษะให้เล็กน้อยจนมารีอาส่ายหน้าพร้อมกับโบกมือเป็นเชิงห้ามปรามว่าไม่ต้อง

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ไม่ต้องขอโทษ ป้าเข้าใจดี ก็ว่าสิ ครั้งสุดท้ายที่เขียนจดหมายไปหาที่โรงเรียนนั้น ซิสเตอร์ที่โรงเรียนเขาก็เขียนตอบกลับมาว่า แม่หนูย้ายโรงเรียนไปแล้วและไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน ป้าเลยไม่รู้จะติดต่อกับแม่หนูยังไง แหม แม่หนูไม่น่าใช้ที่อยู่โรงเรียนติดต่อกันเลยนะ ไม่งั้นตอนนี้เราอาจจะติดต่อกันมาตลอดก็เป็นได้...แต่บางทีมันก็เป็นเรื่องของจังหวะที่ทำให้เวลาของเราสองคนคลาดเคลื่อนกันไปน่ะนะ” ยังไม่ทันพูดต่อ โกโก้ร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมอวลก็ถูกนำมาเสิร์ฟด้านหน้าของนตานรีพร้อมกับกาแฟมักคิอาโตของโปรดของมารีอา

หญิงสาวยกมันขึ้นมาเป่าแล้วจิบนิดๆ เธอนึกชอบใจรสหวานกลมกล่อมของโกโก้ถ้วยนี้มาก มารีอาเห็นดังนั้นก็ชวนกินข้าวทันที คุณป้าชาวสเปนนึกห่วงที่หญิงสาวคราวลูกนั้นดูจะผอมไปหน่อย

“นี่หนูได้กินอะไรมารึยัง เอาตาปัส ไหมจ๊ะ เดี๋ยวป้าสั่งให้เขายกมาหรือหนูจะเข้าไปหยิบข้างในบาร์ก็ได้นะ มีอาหารให้เลือกเยอะแยะเลย” มารีอาชี้ไปทางห้องอาหาร แต่นตานรีส่ายหน้า

“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูยังอิ่มอยู่เลยค่ะ”

“จะทนหิวไว้เหรอจ๊ะ มื้อเย็นของบ้านป้าอยู่ที่สามทุ่มครึ่งนา” มารีอาปริวิตก

“เอ๊ะ! สามทุ่มครึ่งเชียวเหรอคะ?” นตานรีเคยอ่านผ่านตามาบ้าง จึงรู้ว่าที่นี่กินข้าวกันดึกอยู่ แต่ตอนแรกเธอใช้ความเคยชินของตัวเองจึงนึกไปว่ามื้อเย็นคือช่วงหกโมงเย็นหรือหนึ่งทุ่มเสียอีก ตามปกติแล้วสี่ทุ่มเธอก็นอนแผ่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว

“คนที่นี่ทานข้าวเย็นกันประมาณ 4 ทุ่มกันทั้งนั้นแหละจ้ะ ไง เปลี่ยนใจไหม ตาปัสร้านป้าอร่อยน้า แม่ครัวที่นี่ชั้นหนึ่งนะจ๊ะ แขกที่มาพักนี่ชมเปาะกันทุกคนเลย” มารีอายกนิ้วโป้งขึ้นการันตีคำพูดตัวเอง

“ไงๆ ก็ไม่เปลี่ยนใจค่ะ” นตานรียังคงเกรงอกเกรงใจอยู่ดี เป็นผลให้มารีอาทำแก้มป่องอย่างขัดใจนิดๆ

“สาวๆ น่ะ ไม่ต้องไดเอตก็ได้...แหม ถ้าหนูมาอยู่ที่นี่นานๆ หน่อยก็ดีหรอก ป้าจะเลี้ยงให้อ้วนเลย นิต้านี่ก็ยังไงปล่อยให้ลูกสาวผอมแบบนี้ได้ไงกัน แบบนี้โดนใครชนเข้าหน่อยก็กระเด็นแล้วเนี่ย” คุณป้าชาวสเปนถือโอกาสจับแขนของสาวไทย ดูท่าเธอจะห่วงจริงจังที่อีกฝ่ายไม่มีเนื้อหนังมากกว่านี้

“หนูไม่ได้ผอมขนาดนั้นซะหน่อยค่ะ มารีอา” นตานรีทราบดีว่าตัวเองมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้เป็นโรคขาดสารอาหารอย่างที่อีกฝ่ายใช้สายตาสื่อมาแน่นอน เพียงแต่ช่วงนี้เธอมีอาการเครียด เลยทานอาหารไม่ลง น้ำหนักคงจะลดไปบ้าง ไว้เธอกลับไทยและอาการทางใจหายเมื่อไหร่ น้ำหนักของเธออาจจะกลับมาเท่าเดิม

“เอ้อ แล้วนี่นิต้าเขามีลูกกี่คนจ๊ะเนี่ย ป้านะพอแต่งงานแล้วก็แทบจะย้ายไปอยู่มาดริดตลอดเวลา พอช่วงเด็กๆ ปิดเทอมโน่นแน่ะถึงจะได้ย้ายกลับมาอยู่ที่เซบียาบ้าง หนูนัทนี่โชคดีมากเลยนะเนี่ย เพราะว่าตอนนี้ที่เซบียามีเทศกาล ป้าเลยกลับมาที่นี่พร้อมกับลูกๆ น่ะจ้ะ ถ้าหนูมาวันอื่น ไม่สิ นี่ถ้าหนูมาช้ากว่านี้ไปอีกสักชั่วโมง ป้าจะออกไปข้างนอก เราก็คงไม่ได้เจอกันแน่ๆ สวรรค์! นี่มันเป็นพรหมลิขิตที่กำหนดให้เรามาเจอกันชัดๆ”

เห็นคุณป้าคุยมา หญิงสาวก็ไม่ขัดคออะไร เธอหยิบมือถือขึ้นมากดหารูปถ่ายของครอบครัวแล้วยื่นให้มารีอาดูประกอบคำบอกเล่าด้วย

“นั่นสิคะ โชคดีจริงๆ ที่ได้เจอคุณ นี่รูปถ่ายครอบครัวหนูค่ะ จำได้ใช่ไหมคะ นี่คุณแม่กับคุณพ่อหนูค่ะ แม่หนูมีลูกสาวสามคนค่ะ หนูเป็นลูกสาวคนโต ส่วนคนซ้ายมือนี่เป็นคนรองชื่อแนต คนตรงกลางนี่คือคนสุดท้องชื่อเน็ตค่ะ พอคุณแม่ได้แต่งงานกับคุณพ่อก็อยู่ที่กรุงเทพฯ มาตลอดเลยค่ะ”

นตานรีเห็นด้วยว่ามันเหมือนพรหมลิขิต ทั้งที่เวลาก็ผ่านไปนานมากแล้วแต่เธอก็ได้มาเจอกับมารีอาจนได้ สงสัยสวรรค์คงอยากให้แม่เธอได้ติดต่อกับมารีอาต่อไปแน่ๆ นตานรีอยากจะโทรศัพท์ไปหามารดาเพื่อให้ได้คุยกับมารีอาตอนนี้ แต่ที่สเปนกับไทยเวลาต่างกันก็ประมาณห้าชั่วโมงกว่าๆ ตอนนี้ที่สเปนห้าโมงกว่าแล้ว ที่ไทยก็คงจะราวๆ สี่ทุ่ม หญิงสาวไม่อยากรบกวนเวลานอนของบุพการีซักเท่าไหร่

“โอ๊ะ! แหม นิต้านี่หน้าตาไม่เปลี่ยนเลย เอ พวกหนูนี่หน้าตาเหมือนคุณพ่อเป็นส่วนใหญ่นะเนี่ย” มารีอาเอ่ยวิจารณ์ออกมา พี่น้องสามสาวในรูปนั้นดูจะมีใบหน้าและผิวพรรณเหมือนพ่อมากกว่าแม่

“ป้าเองก็มีลูกชายสามคนเหมือนกันจ้ะ ไม่รู้แม่หนูเคยเล่าให้หนูฟังบ้างไหม แต่ป้ากับแม่ของหนูน่ะนะรู้สึกเหมือนกันว่านิสัยพวกเราคล้ายกันมากทั้งที่ๆ เติบโตกันมาคนละวัฒนธรรมคนละประเทศ แต่นี่ก็ไม่นึกว่าจะคล้ายกันในแง่นี้ด้วยนะ ลูกชายป้าคนโตแก่กว่าหนูประมาณ 4-5 ปีนะจ๊ะชื่อลอเรนโซ ส่วนคนรองนี่อายุเท่ากับหนูเลย 29 ปีชื่อลาซาโร ส่วนคนสุดท้องก็อายุ 25 ปีแล้วชื่อลูเซียโน ป้าล่ะหายห่วงไปได้หน่อยนึง ต่างคนต่างเรียนจบ มีงานมีการทำกันหมดแล้ว แต่เสียอยู่อย่าง...ไม่มีใครมีลูกมาให้ป้าอุ้มสักที

ตอนนี้ป้าล่ะอยากเลี้ยงหลานจะแย่แล้วนะเนี่ย เพื่อนป้าน่ะเขานำหน้ากันไปหมดแล้วมีเด็กน่ารักๆ มาให้อุ้มชู ป้าล่ะได้แต่นั่งดูหลานคนอื่นเขาตาละห้อย เหง๊าเหงา แต่เจ้าพวกลูกชายป้าน่ะนะพอทวงเจ้าสาวทีไรทำเป็นหายหัวกันไปทุกคน เจ้าคนโตก็ทำเป็นวุ่นๆ ไปโน่นมานี่ ชีพจรลงเท้าตลอด เจ้าลูกคนที่สองก็โน่นหนีไปเก็บตัวในไร่ ไม่เรียกล่ะไม่โผล่หัวมาให้เห็นหน้าล่ะ ส่วนเจ้าลูกชายคนที่สามก็อ้างบอกว่ารอพี่ๆ แต่งก่อน เฮอะ ลูกชายป้าแต่ละคนนี่นะ หวงความโสดเสียยิ่งกว่าอะไร...อุ๊ย บ่นเสียยาวเชียว แล้วทางหนูกับพี่น้องละจ๊ะ เรียนจบหมดแล้วรึยัง”

พอปล่อยให้มารีอาเป็นฝ่ายพูด สาวสูงอายุก็ปล่อยของยาวเหยียดเป็นขบวนรถไฟเลยทีเดียว

“เรียนจบหมดแล้วละค่ะ แนตอายุ 26 ปีค่ะ ส่วนเน็ตก็ 23 ปีเพิ่งเข้าทำงานเมื่อปีที่แล้วเองค่ะ แม่เขาก็หมดห่วงไปเหมือนกัน” นตานรีชะงักไปเล็กน้อยที่ลูกชายคนแรกของมารีอาดันชื่อลอเรนโซ เธอได้แต่บ่นในใจที่ลอเรนโซเป็นชื่อโหลอะไรแบบนี้เนี่ย

‘ลอเรนโซ...ตาราชาชื่อโหลเอ๊ย’ เธอนึกขำๆ แล้วคิดได้ว่า ในเมื่ออีกฝ่ายหวังฟันสาวฟรีคงไม่ใช้ชื่อจริงมาแนะนำตัวแหงๆ

“อืม...ตายจริง! ป้าลืมถามไปเลย นี่หนูมาสเปนกับใครหรือจ๊ะ แล้วไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างรึยังล่ะ”

“นัทมาสเปนคนเดียวค่ะ คนอื่นๆ เขาไม่ว่างกัน เมื่อวานนัทก็เดินไปดูที่มหาวิหารแห่งเซบียา กับรอบๆ มาแล้ว วันนี้ก็เลยกะว่าจะไปถ่ายรูปที่ปลาซา เด เอสปันญาน่ะค่ะ”

“แล้วหนูมีที่ไหนอยากไปอีกไหมจ๊ะ เดี๋ยวฉันจะให้ลูกชายไปเป็นเพื่อน แล้วไปดูระบำฟลาเมงโกมารึยัง? ไม่ได้นะ มาสเปนแล้วไม่เคยมาดูระบำฟลาเมงโกของแท้นี่ถือว่ามาไม่ถึงสเปนนะจ๊ะ”

“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ มารีอา หนูไปเที่ยวคนเดียวได้ค่ะ จริงๆ นะคะ” หญิงสาวปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกจ้ะ ลูกชายป้าน่ะ เคลียร์งานกันหมดแล้วถึงได้มาที่นี่กับป้าได้ เทศกาลเฟเรีย เด อะบริล นี่ถือเป็นช่วงพักร้อนของสมาชิกในครอบครัวป้าทุกคนแหละจ้ะ ดังนั้นพวกนี้น่ะว่างมาก นั่นไง พูดถึงก็มาพอดีเลย ลาซาโรมานี่หน่อย” มารีอากวักมือยิกๆ เรียกบุตรชายคนที่สองซึ่งเพิ่งผ่านประตูโค้งออกมาจากในส่วนที่ใช้เป็นที่พักของครอบครัว

“หือ? มีอะไรครับแม่” เจ้าตัวเดินตรงมาหาแม่ตามคำเรียกหา ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มน้อยๆ ให้สาวเอเชียที่นั่งอยู่กับมารดาเขา ซึ่งชายหนุ่มเข้าใจว่าเป็นแขกที่มาพักที่โรงแรมแห่งนี้

ลาเซโรเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผมสั้นตรงสีดำสนิท เขามีดวงตาสีฟ้าเหมือนสีของน้ำทะเลอันสงบนิ่ง ในแววตานั้นมีรอยยิ้มจางๆ อยู่ ความเป็นมิตรที่เขาส่งมาให้ทำให้นตานรีตอบรับเขาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

“นี่ หนูนัท นาตานารี มาจากประเทศไทยจ้า คนนี้น่ะเขาเป็นลูกสาวเพื่อนแม่ที่เคยส่งจดหมายคุยกันเมื่อหลายสิบปีก่อนน่ะ ที่เคยเล่าให้ฟัง จำได้ไหม? หนูนัท นี่ลาซาโร ลูกชายป้าคนที่สองจ้ะ หล่อ นิสัยดี เนื้อหอมแต่ไม่เจ้าชู้ มีบ้านมีรถพร้อม ที่สำคัญยังโสดสนิทนะจ๊ะ แต่ที่สำคัญที่สุดคือมีป้าเป็นแม่เขานี่แหละ ถ้าป้าเป็นหนูจะรีบคว้าโอกาสนี้ในทันทีเลยนะ”

มารีอายังออกเสียงชื่อของนตานรีช้าไปหน่อย แต่พอเป็นเสนอขายลูกชายล่ะก็ มารีอากล่าวอย่างชำนิชำนาญคล่องปากมาก แถมขยิบตาให้สาวเจ้าอีกด้วย ดูท่าจะเคยพูดขายลูกชายแบบนี้มาเป็นร้อยรอบแล้ว

“แม่ครับ ขายผมแบบนี้ เดี๋ยวน้องเขาก็กลัวกันพอดี” ลาซาโรรั้งแม่ไว้นิดๆ แล้วมองนตานรีมากขึ้น ดูเหมือนว่าแม่จะเคยคุยว่ามีเพื่อนทางจดหมายอยู่ไทยแต่นั่นก็นานมากแล้วที่ขาดการติดต่อกัน

“ไม่รีบขายตอนนี้ แล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลานล่ะ” แม่ของชายหนุ่มสุดหล่อค้อนใส่ลูกชายแต่พองาม ถือโอกาสเหน็บลูกไปในตัวด้วย

“แหม น่าเสียดายนะคะ หนูดันชอบหนุ่มเอเชียมากกว่า ไม่งั้นหนูจะรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ค่ะ...คุณลาซาโรคะ คุณป้าบอกว่าเราอายุเท่ากันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันชื่อนตานรี เรียกสั้นๆ ว่า นัท ก็พอค่ะ” นตานรีตอบกลับมารีอาด้วยการกล่าวล้อเล่นเช่นกัน ก่อนเธอจะหันไปแก้ความเข้าใจผิดกับหนุ่มสเปนอีกคนพร้อมกับยื่นมือไปหาเพื่อเช็กแฮนด์พลางแนะนำตัวอีกรอบ

ลาซาโรเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง แล้วจึงยื่นมือมาจับเขย่าด้วยความยินดี “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ คุณนาตานารี สาวเอเชียนี่หน้าอ่อนจริงๆ นะครับ ว่าแต่คุณเกิดเดือนอะไรครับ ผมเกิดเดือนเมษายน ปี 83 แล้วคุณล่ะครับ”

“มารีอาก็บอกแบบนี้เหมือนกันค่ะ นี่เป็นข้อดีของพวกเราสาวเอเชียละมั้งคะเนี่ย ฉันเกิดเดือนกรกฎาคมค่ะ”

“ว้า หนูนัทละก็ ป้าให้โอกาสหนูคิดใหม่สองวินาที เปลี่ยนใจไหม หนุ่มสเปนน่ะแสนจะเร้าใจนะจ๊ะ เสียงลาซาโรนุ่มมาก ซื้อลาซาโรตอนนี้ป้าจะลดราคาให้สุดๆ เลยเอ้า แถมแม่บ้านกับพี่เลี้ยงเด็กในตัวอีกคนเลยนะ ป้าทำอาหารอร่อยมากเลย รับรองว่าถ้าหนูได้ชิมแล้วจะติดใจ ดูจากหุ่นลูกชายป้าสิแน่นๆ แบบนี้ป้าเลี้ยงมากับมือ” คนเป็นแม่ยื่นมืออวบๆ ขึ้นมาบีบแขนลูกชาย

“แม่ครับ...เห็นผมเป็นสินค้าค้างสต็อกไปได้ อย่าเอามาเร่ขายแบบลดแลกแจกแถมแบบนี้สิครับ เกิดสาวๆ รู้เข้า ผมจะราคาตกหมด” เจ้าตัวเอ่ยท้วงอย่างไม่จริงจังอะไร

“ก็ตั้งยี่สิบเก้าเข้าไปแล้วไม่พาแฟนมาให้แม่ดูตัวเสียที ไม่เรียกค้างสต๊อกแล้วจะให้เรียกว่าอะไร ฮึ เดี๋ยวแม่จะไปที่งานเฟเรียเสียหน่อย ส่วนเราน่ะช่วยไปเป็นไกด์ให้นัททีนะ ผู้หญิงเอเชียตัวคนเดียวเกิดโดนโจรมาฉกชิงวิ่งราวไปแล้วจะแย่ อีกอย่างตอนสามทุ่มก็พานัทเขากลับมากินข้าวเย็นกับพวกเราด้วยเลย อ๊ะ! ตกลงหนูนัทยังไม่เคยไปดูระบำฟลาเมงโกใช่ไหมจ๊ะ”

“ค่ะ ยังไม่เคยค่ะ”

“ดีล่ะ เดี๋ยวป้าจองโต๊ะร้านที่มีระบำฟลาเมงโกให้หนูละกัน ตอนห้าทุ่มนะจ๊ะ หลังอาหารย่อยแล้วไปดูกัน แล้วหนูจะต้องประทับใจแน่ๆ” มารีอาเจ้ากี้เจ้าการกำหนดโปรแกรมให้เสร็จสรรพ

“เอ่อ...ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะ” นตานรีเห็นว่าชักจะเยอะ อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องลำบากต้อนรับเธอมากมายก็ได้

“ป้าบอกแล้วว่าอย่าเกรงใจกัน เดี๋ยวกลับไทยไปแล้วแม่หนูจะหาว่าป้าต้อนรับไม่ดี...ให้ป้าได้ต้อนรับหนูอย่างเจ้าบ้านที่ดีหน่อยเถอะจ้ะ” คุณป้าแสนดีส่งสายตามาคาดคั้น นตานรีเลยพยักหน้าให้แล้วตอบรับ

“ขอบคุณมากเลยค่ะ มารีอา คุณใจดีกับหนูมากเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ เรื่องเล็กสำหรับฉันอยู่แล้ว”

ลาซาโรชิงเอ่ยต่อขึ้นมา “แม่ผมเขาช่างดูแลน่ะครับ อีกอย่างแม่เขาอยากมีลูกสาวแต่ดันมีลูกชายหมด พอมาเจอคุณเข้าก็คงถูกชะตาอยู่มาก ดังนั้นไม่ต้องเกรงอกเกรงใจไปหรอกนะครับ”

นตานรีตอบรับสั้นๆ ระหว่างนั้นก็มีใครบางคนส่งเสียงทักนำหน้าตัวเองมา

“คุยอะไรกันอยู่หรือครับ แม่”

“มาแล้วเหรอ พ่อตัวดี เมื่อคืนหายไปไหนมาฮะ” มารีอาหันไปหาเสียงเรียกพร้อมกับข้อกล่าวหาที่บุตรชายไม่นอนค้างคืนที่นี่ ไปค้างที่อื่นแล้วแทนที่อย่างน้อยจะกลับสายๆ นี่พ่อเจ้าประคุณเล่นกลับบ่ายกันเลยทีเดียว นตานรีเองก็หันไปมองคนมาใหม่เช่นกัน

‘พ่อตัวดี’ เดินมาจากทางด้านหน้า เข้ามาหอมแก้มมารดาซ้ายขวาเป็นการทักทายระคนประจบเอาใจไปในตัว

“นี่ไม่ต้องมาอ้อนซะให้ยาก มาๆ มารู้จักกันหน่อย นี่หนูนัท นาตานารี เป็นลูกสาวของเพื่อนทางจดหมายของแม่ที่เคยเล่าให้ฟังไง หนูนัทจ๊ะ นี่ตาลอเรนโซ ลูกชายคนแรกของป้าเองจ้ะ” คุณป้าใจดีผายมือแนะนำสาวไทย

พอเห็นหน้า ‘ลูกสาวเพื่อนแม่’ ลอเรนโซก็เลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มพรายตามแบบฉบับ

“...มาจากประเทศไทยสินะครับ” เจ้าตัวดวงตาเป็นประกายวาววับขณะที่เอ่ยออกมา ก่อนจะขยับเข้าหานตานรีที่ยังตั้งตัวไม่ติด

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณนตานรี...โอลา” ว่าแล้วชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวเข้มก็โน้มตัวลงมาใกล้แล้วหอมแก้มซ้ายขวาของหญิงสาวที่มีใบหน้าขาวซีดเหมือนกระดาษไปเรียบร้อยแล้ว

นตานรีตัวแข็งทื่อเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองและสะดุ้งโหยงเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มแตะแก้มเธอ กลิ่นกายของเขาผ่านเข้ามาในนาสิกประสาทและลมหายใจร้อนๆ นั่นอีกปลุกเร้าให้ความทรงจำของเมื่อคืนโลดแล่นขึ้นมาอีกครั้ง แก้มของเธอจึงร้อนฉ่าและระบายสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้

‘ลอเรนโซ!’

หัวใจของ ‘เจ้าหญิง’ ทำงานหนักมาก เต้นตุ้บๆ เหมือนจะโดดออกมาจากอก แต่เนื้อตัวกลับชาวาบ มือไม้อ่อนยวบยาบ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้าดี แม้แต่คำทักทายเธอยังไม่สามารถเอ่ยออกมาจากปากได้

“ลอเรนโซ ดูสิ หนูนัทเขาตกอกตกใจหมดแล้ว เห็นมั้ยนั่น รู้ก็รู้อยู่ว่าคนเอเชียเขาไม่ชินกับการทักทายแบบเรา ยังจะไปทักอีก โถ หน้าซีดเชียว” แม้มารีอาจะพูดออกไปแบบนี้แต่เธอก็รู้สึกตงิดๆ ว่านตานรีผิดปกติไปอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับลาซาโรที่คิดว่าหญิงสาวที่เมื่อครู่ยังปกติดีอยู่นั้น ทำไมพอพี่ชายโผล่เข้ามาถึงได้ดูตกใจเหมือนเห็นผีหลอกวิญญาณหลอนไปซะได้

นตานรียังพูดอะไรไม่ออกนอกเสียจะร้องโหยหวนในใจว่า ‘โลกมันกลมเกินไปหรือว่าดวงเธอมันซวยกันแน่เนี่ย! …พระเจ้าใจร้ายกับเธอไปแล้ว’

“คุณไม่ยินดีที่จะได้รู้จักผมเหรอครับ คุณ...นาตาลี โอ๊ะ ไม่สิ คุณนตานรี” ลอเรนโซยอมถอยห่างออกมา ทิ้งจังหวะให้นตานรีได้มีสติกลับมาโต้ตอบ

“ขอโทษค่ะ ฉันตกใจไปหน่อย ไม่ชินกับการทักทายแบบนี้จริงๆ เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณลอเรนโซ” นตานรียิ้มจืดให้ลอเรนโซก่อนจะหันไปสบตามารีอาโดยพยายามไม่สนใจชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ความคิดในหัวยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอจะไปกล้าสู้หน้าผู้ชายที่นอนด้วยเมื่อคืนได้ยังไงกัน

แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามไม่คิดมาก แต่ลอเรนโซคือความผิดพลาดที่กวาดไปซุกไว้ใต้พรมเรียบร้อยแล้ว แล้ว...แล้วเจ้าความผิดตัวเป็นๆ นี่ก็ดันโผล่ออกมานอกพรมประจานความมักง่ายของเธอซะงั้นน่ะ

เธอเผลอกัดริมฝีปากตามความเคยชินก่อนจะรีบหาหัวข้อสนทนาใหม่

“แหม ลูกชายคุณป้าแต่ละคนหล่อๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ” นตานรีชวนมารีอาคุยอย่างต้องการจะกลบเกลื่อนความผิดปกติในหัวใจ เพราะเธอมั่นใจว่าหากจุดประเด็นใดขึ้นมาสักประเด็น เดี๋ยวคุณป้าก็คงจะต่อความยาวๆ ให้เอง ช่วยทดเวลาบาดเจ็บให้เธอได้มีเวลาคิดมากขึ้นว่า หลังจากนี้จะเอาไงต่อดี

“ขอบใจมากสำหรับคำชมนะจ๊ะ แต่คนนี้ป้าคงขายเขาให้หนูไม่ได้หรอกนะ ตาลอเรนโซนี่เป็นสินค้าต้องห้ามสำหรับสาวเรียบร้อยอย่างหนูน่ะจ้ะ ป้าน่ะจะเอาไปเลหลังก็ยังไม่กล้าเลย กลัวจะไปสร้างมลภาวะทางหัวใจให้สาวๆ โน่นแน่ะ เลยต้องปล่อยพ่อคุณไว้ในสต๊อกแบบนี้แหละ หวังว่าสักวันจะมีคนดีๆ ที่หลงผิดไม่กลัวตกนรกมาซื้อเขาไป”

“เฮ้ แม่ครับ ทำไมโฆษณาผมซะสวยหรูขนาดนี้ล่ะ เดี๋ยวมีคนหลงผิดซื้อผมไปในปีนี้ก็อย่ามาร้องไห้ว่าเหงานะ” ลอเรนโซประชดอย่างขำๆ แต่สายตากลับวนเวียนอยู่กับ ‘ว่าที่คนหลงผิด’ ซึ่งตอนนี้เอาช้อนคนโกโก้ที่มีอยู่แค่เศษหนึ่งในสี่ของถ้วยเล่น

“โถ ให้มันมีเถอะพ่อคุณ...แล้วอย่าใช้คราบนักบุญไปหลอกลูกแกะที่หลงทางล่ะ” คุณแม่ดักคอลูกชายเอาไว้เป็นนัยๆ ซะก่อน เพราะเห็นจ้องมองแขกสาวผู้ก้มหน้างุดๆ ราวกับว่าลายไม้ของโต๊ะเป็นสิ่งที่เธอพลาดชมไม่ได้

“บางครั้งการหลงทางก็ถือเป็นพรหมลิขิตนะครับ” ชายหนุ่มยักไหล่น้อยๆ

“พรหมลิขิตของซาตานล่ะสิ!” มารีอากระตุกแขนเสื้อลูกชายอย่างนึกระแวง ส่งสายตาดุๆ เป็นนัยว่าอย่าทำรุ่มร่ามกับแขกเหรื่อ แต่พ่อเจ้าประคุณทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ตายละ ป้าคุยแต่เรื่องตัวเองทั้งนั้นเลย หนูน่ารักแบบนี้มีแฟนแล้วแน่ๆ เลย...แล้วนี่หนูนัทแต่งงานแต่งการหรือยังจ๊ะ”

“อะ เอ่อ หนู...เพิ่งแต่งงานไปไม่นานนี้เองค่ะ”

นตานรีกำลังจะตอบว่ายังไม่แต่งงานแต่พอเลื่อนสายตาขึ้นมาเจอกับลอเรนโซซึ่งลากเก้าอี้มานั่งด้วย ทำให้โต๊ะกลมดูแคบไปถนัดใจ เธอก็เปลี่ยนใจตอบไปว่าแต่งงานแล้วแทน ด้านลอเรนโซที่ถือโอกาสนั่งข้างได้ฟังแล้วถึงกับคิ้วย่น ก่อนจะกลับมาทำหน้าเรียบเฉยหากทว่านัยน์ตาคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่าง

“ว้า ป้าอุตส่าห์เสนอขายลูกชายตั้งหนึ่งคน อย่างงี้ก็หน้าแตกสิเนี่ย”

“ไม่หรอกค่ะ...ขอโทษนะคะ มารีอา ห้องน้ำไปทางไหนคะ”

คุณป้าชี้ทางให้ “อยู่ทางโน้นจ้ะ ตรงไปอยู่ด้านขวามือ”

“ขอตัวก่อนนะคะ” นตานรีรีบลุกไปทันที แค่เวลานิดๆ หน่อยๆ ไม่พอหรอก เธอต้องการเวลาทำใจมากกว่านี้เพื่อจัดการให้ตัวเองเข้ารูปเข้ารอยกว่าเดิม

...บางครั้งเราก็ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำลงไปแม้ว่านั่นจะเป็นเรื่องที่อยากจะเอาหน้าซุกดินก็ตาม

พอลับร่างบอบบางของนตานรี มารีอาก็เปิดศาลไต่สวนจำเลยทันควัน

“มีปัญหาอะไรกับนัทเขารึเปล่า ลอเรนโซ เห็นจ้องเอาๆ อยู่นั่นแหละ”

“จะไปมีปัญหาอะไรละครับ แม่ แต่มีอะไรไหมนี่ก็...ไม่แน่” ลูกชายคนโตตอบกลับอย่างเล่นลิ้น

“อย่าให้รู้เชียวนะว่า ไปก่อคดีอะไรไว้?” คุณแม่ยอดนักขายหมายหัวลูกชายเอาไว้ จนเขาต้องรีบปฏิเสธไว้ก่อน อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ก่อคดีอะไร...ไม่ได้ข่มขืน ไม่ได้พรากผู้เยาว์ ไม่ได้ลักพาตัว ไม่เข้าข่ายสักอย่าง

ชายหนุ่มยกสองมือขึ้น ปั้นหน้าเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกปรักปรำ “ผมเปล่านะ แม่อย่ากล่าวหาผมลอยๆ สิครับ”

“หนูนัทเขาเป็นผู้หญิงเรียบร้อยน่ารักใสซื่อด้วย ไม่ใช่สาวเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันแบบที่แกเคยควง อย่าไปล่อลวงเด็กดีเลยย่ะ ถ้าไม่คิดจริงจังด้วยน่ะ แม่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ของแม่ต้องพังทลายลงเพราะแก” มารีอาพูดสกัดลูกชายไว้ก่อน

“เรียบร้อยเหรอ? อืม งั้นแปลว่า...ถ้าจริงจังก็เริ่มต้นสานสัมพันธ์ได้สินะครับ” เจ้าตัวตีความเข้าข้างตัวเอง แต่เขาไม่คิดว่านตานรีจะเรียบร้อยอย่างที่มารดาคิดซักเท่าไหร่ แต่แบบนี้ก็...น่ารักดีออก

“โอ๊ย! ฉันเริ่มจะโกรธแกแล้วนะ” มารดามีอาการเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมายามถูกลูกชายก่อกวน

“ไม่เอา...อย่าโกรธครับคุณแม่ ความโกรธเป็นศัตรูต่อความงามและสุขภาพนะครับ” พอลูกชายยังกระเซ้าเย้าแหย่มา คนเป็นแม่ก็หน้าเครียดกว่าเก่า มารีอาถลึงตามองลูกชายให้หยุดยั่วเธอเสียที

“แม่ขอบอกนะ ลอเรนโซ ความรักเป็นเรื่องสวยงาม แต่การเป็นชู้และการนอกใจเป็นเรื่องเลวทราม เราเป็นผู้ชายน่ะถึงเสียหายก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ผู้หญิงดีๆ ที่ถูกตราหน้าว่านอกใจสามีแทบจะไม่มีโอกาสได้เกิดใหม่” มารีอาจริงจังมาก

“แม่คิดไปถึงไหนกันครับเนี่ย...ถ้าแม่กลัวผมล่อลวงผู้หญิงตกนรกล่ะก็ ผมขอสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำอะไรที่มันเลยล้ำเส้นศีลธรรมละกันนะครับ”

“ไอ้คำว่าศีลธรรมของแกกับฉัน กลัวว่ามันจะมีขอบเขตไม่เหมือนกันน่ะสิ” คุณนายมารีอาค้อนตาเขียวปั้ดให้ ไม่เชื่อวาจาลูกชายเลยสักนิด

“ผมจะไม่เป็นชู้กับเมียชาวบ้านแน่นอนครับ เสียชื่อลอเรนโซหมด”

“ชู้ไม่เป็น ส่วนคู่ขาก็ห้าม เซ็กส์เฟรนด์ก็อย่าทำ แฟนชั่วคราวก็ไม่ได้ เข้าใจไหม” มารีอาพยายามหยิบมาทุกคำจำกัดความที่ลูกชายน่าจะเลือกใช้

“เข้าใจทุกข้อเลยครับ คุณแม่ที่รัก” ลอเรนโซตอบรับหนักแน่น เพราะชายหนุ่มคิดว่านตานรีนั้นไม่ได้เข้าข่ายเป็นประเภทไหนที่มารดาร่ายมา แต่ทำไมเขาติดใจหญิงสาวคนนี้นักก็ไม่รู้...

ลาซาโรซึ่งปลีกตัวออกไปโทรศัพท์ กลับมาบอกมารีอาว่า “จองโต๊ะร้านลุงเปโดรเรียบร้อยแล้วครับแม่” ลูกชายคนรองของบ้านนี้ก็เดินไปตักของว่างในส่วนบาร์คาเฟ่เล็กๆ ที่ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารว่างกับแขกที่มาพัก

“หือ จองโต๊ะอะไรกันครับแม่” ลอเรนโซเลิกคิ้วนิดๆ

“ก็ว่าวันนี้พอกินข้าวมื้อเย็นกับหนูเสร็จแล้วจะพาเขาไปดูระบำฟลาเมงโกที่ร้านของเปโดรตอนห้าทุ่มน่ะ”

“ก็ดีนะครับ” ลอเรนโซอมยิ้มน้อยๆ ไม่ว่าอะไรเพิ่ม ก่อนจะแสร้งบ่นว่า

“หิวแล้วหาอะไรรองท้องหน่อยดีกว่า” ชายหนุ่มรีบสาวเท้าไปหาน้องชายอย่างมีเป้าหมาย

********************************
เชิงอรรถ

- ตาปัส (Tapas) คืออาหารทานกึ่งเล่นกึ่งจริงของชาวสเปน นิยมรองท้องก่อนจะกินมื้อค่ำ ซึ่งจะทำเป็นของว่างชิ้นเล็กๆ ตกแต่งอย่างดี เช่น ชีส มะกอก ขนมปัง หมึกทอด กุ้งรมควัน หอย ไส้กรอก สลัดผัก และอื่นๆ อีกมาก

- มหาวิหารแห่งเซบียา (Sevilla Cathedral) เป็นอารามทางคริสต์ศาสนาที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก หากนับเรื่องสไตล์สถาปัตยกรรมแล้วจะเป็นโบสถ์โกธิคซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีเนื้อที่ทั้งหมด 23,500 ตารางเมตร

- เทศกาลเฟเรีย เด อะบริล (La Feria de Abril) แปลว่า เทศกาลในเดือนเมษายน แต่แรกตั้งใจให้เป็นตลาดค้าขายวัวควาย ต่อมากลายเป็นงานปาร์ตี้สังสรรค์โดยรวมเข้ากับเอกลักษณ์และประเพณีประจำท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน

*********************************



คนอ่านขาาาาาาาาาา ขอเมนท์ค่ะ นะ พลีส ^^




*********************************
ตอบเมนท์

1.คุณ Phugan - และในที่สุดลอเรนโซก็มาป๊ะกับหนูนัทอีกหน
2.พี่เซี่ยง - ตามนั้นเลย ลอเรนโซเป็นลูกชายของมารีอาค่ะ หนูนัทหนีไม่พ้นจริงๆ ด้วย




ท้องฟ้า
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 เม.ย. 2556, 03:54:45 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 เม.ย. 2556, 03:55:53 น.

จำนวนการเข้าชม : 3251





<< 3:จุดประสงค์หลัก   5: อัศวินกับราชา >>
saralun 4 เม.ย. 2556, 06:15:59 น.
เป็นกำลังใจให้ค่าา


phugan 4 เม.ย. 2556, 07:24:57 น.
ฮ่าๆๆๆ...ทำเอาหนูนัทตั้งตัวไม่ติดกันเลยทีเดียว
ลอเรนโซโดนหนูนัทตัดเส้นทางสายกุหลาบไปเรียบร้อย(หนูแต่งงานแล้ว)...มารอดูค่ะว่าลอเรนโซจะใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรล่อลวง...อ่ะไม่ใช่สิ ขอความเห็นใจสาว....


Siang 4 เม.ย. 2556, 12:06:36 น.
[แสยะขำหนูนัทอ่ะ อย่างนี้เค้าเรียกว่าซวยยยยย


lookpud 4 เม.ย. 2556, 22:12:09 น.
พรหมลิขิตจริงๆคะ


แพม 9 เม.ย. 2556, 08:56:35 น.
เอาไงเนี่ย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account