เพทายพ่ายตะวัน
เมื่อเธอคือ กุหลาบแดง แห่ง "เรือนกุหลาบ" และเขาคือ ศัลยแพทย์ ผู้มีฝีปากเชือดเฉือนยิ่งกว่ามีดผ่าตัด..ยุทธการปราบพยศครั้งนี้..มีหัวใจเป็นเดิมพัน!
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๘ เพลงพิณ ๒/๓

นลัศเหยียบเบรกแทบไม่ทันเมื่อจู่ๆก็มีเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามายืนทำท่ากางแขนกางขาขวางรถเขาไว้

“ทำบ้าอะไรของเธอ รถชนตายจะทำยังไง” เมื่อเห็นชัดเจนว่าผู้หญิงตรงหน้าคือเพื่อนสาวตัวแสบ เจ้าของรถคันเงาปลาบก็ลดกระจกลง ชะโงกใบหน้าหล่อเหลาออกไปถามด้วยความรู้สึกที่ไม่แน่ใจว่าจะห่วง หรือหมั่นไส้หล่อนดี เขาเพิ่งสตาร์ทรถถอยออกมาจากโรงหน้าบ้าน หักพวงมาลัยเตรียมมุ่งหน้าสู่ประตูอัลลอยด์อีกไม่กี่สิบเมตร ก็พอดีเห็นหล่อนกระโดดมายืนจังก้าอยู่กลางถนน

“แฮกๆ..เกือบมาไม่ทัน” เพทายเอามือตุ๊กแกเกาะหนึบตรงขอบกระจก หายใจถี่แรงเหมือนคนเพิ่งใช้พลังงานมาอย่างหนัก หล่อนก้มลงมองเพื่อนชายในชุดเสื้อเชิ้ตลายทางสีครีมกับกางเกงสแล็กสีกรมท่าเนื้อดี นลัศยังแต่งตัวเนี้ยบ ดูแลเผ้าผมหน้าตาตัวเองได้ดีเหมือนเคย จมูกโด่งเรียวของเขาแทบจะชนกับปลายจมูกเชิดรั้นของหล่อน ลมหายใจรินรดกันเพียงฝ่ามือกั้น เพทายสะดุ้งผงะถอยออกไปเล็กน้อย แก้มร้อนผ่าวโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ฉันขอติดรถไปด้วยคนซี จะเอาของฝากไปให้พี่จุ่มห้องคลอด” หล่อนส่งสายตาเว้าวอนไปยังคนขับ ชื่อในท้ายประโยคหมายถึงพยาบาลอาวุโสประจำห้องคลอด ที่หล่อนเคยคุยถูกคอเมื่อครั้งไปเยี่ยมนลัศที่รพ.อยู่สองสามครั้ง

“ต้องลำบากทำไม ไหน..ของฝาก เราเอาไปให้พี่จุ่มเองก็ได้” นลัศย่นคิ้ว ไม่เข้าใจเพื่อนสาวว่าเรื่องเล็กแค่นี้ต้องลงทุนไปเองทำไม ชุดแส็กสีเขียวเปิดบ่านวลเนียนแต่ไม่คว้านลึกบริเวณหน้าอก ทำให้เขามองหล่อนด้วยความชื่นชม ไม่เคยเห็นใครหยิบจับอะไรมาใส่เป็นเข้าล็อก เหมาะสมกับตัวเอง และดูรสนิยมดีเท่าเพทายมาก่อน

“อย่าเพิ่งพูดมาก โน่น..รีบปลดล็อกให้ฉันก่อน เมื่อยจะแย่” หญิงสาวไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบก้าวเท้ายาวๆเดินอ้อมไปยังประตูฝั่งตรงข้ามคนขับ ซึ่งนลัศก็จำยอมต้องทำตามหล่อนแต่โดยดี เข้ามานั่งหายใจได้พักเดียว หล่อนก็บ่นต่อ “เนี่ย..คนเพิ่งถอดเฝือกก็รู้ๆอยู่ ยังจะต้องถามให้มากความ”

“มีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า..ถึงกับต้องลงทุนหอบของไปเอง”
นลัศยังไม่หายสงสัย เขากลอกตามองเพื่อนสาวอย่างไม่ไว้วางใจ

“หอบเหิบที่ไหน เรียกซะอลังการใหญ่โต แค่ถุงกระจึ๊งนึงเอง..นี่ไง” เพทายชูถุงผ้าลดโลกร้อนใบย่อมขนาดพอดีมือขึ้นประกอบคำพูด “แค่เครื่องสำอางใช้ดีเล็กๆน้อยๆ เท่านั้น”

นลัศขยับปากจะถามซ้ำเรื่องที่ยังคาใจก็พอดีเจ้าหล่อนยกมือชี้นิ้วเป็นเชิงให้สงบปากสงบคำแล้วฟังหล่อนสาธยายต่อ

“ฉันมีเรื่องจะคุยส่วนตัวประสาผู้หญิงด้วยย่ะ ไม่ใช่แค่เอาของไปฝาก” นักวางแผนพ่นลมหายใจยาว เสมองออกไปนอกกรอบหน้าต่าง ขณะรถกำลังขับเคลื่อนอย่างช้าๆจนพ้นเขตประตูบ้าน “เรื่องลับเฉพาะน่ะ..ผู้ชายอย่างนายไม่ต้องเซ้าซี้ให้มากความ”

นลัศมองถนนเบื้องหน้าสลับกับหันมามองคนข้างๆ ไม่อยากเชื่ออย่างสนิทใจเท่าไหร่นัก..พี่จุ่ม พยาบาลห้องคลอดที่อายุเกือบครึ่งศตวรรษเนี่ยนะ จะมีเรื่องซุบซิบลับลมกับ wedding planner สาวอายุคราวลูกอย่างหล่อนได้

“ไม่มีวาระซ่อนเร้นอื่นแน่นะเพ..”

เพทายไม่ได้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง หล่อนยังพอใจกับการชมนกชมไม้นอกกรอบหน้าต่าง เสียงตอบกลับแหลมสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็นเล็กน้อย

“ไม่มี๊..ไม่มี”
รถคันเงาปลาบมุ่งตรงสู่ถนนสายหลัก นลัศกำลังจะไปเข้าเคสผ่าตัดคลอดผู้ป่วยในเวรซึ่งมีปัญหาแทรกซ้อนรายหนึ่ง ใจของเขารู้สึกเหมือนยังมีบางสิ่งติดขัด ไม่ปลอดโปร่งเท่าที่ควร..

ช่องประตูแคบตรงอาคารสีขาว ข้างตึกห้องฉุกเฉินนั้น เพทายเดินตัวลีบเล็กนำไปก่อนในส่วนทางเข้าสำหรับเจ้าหน้าที่ สายตาคำถามของนลัศยังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่าง หญิงสาวรู้สึกโชคดี โล่งอก เมื่อย่างสามขุมเข้ามาก็พบ พี่จุ่มนั่งเขียนอะไรยุกยิกบนชาร์ตกองพะเนินในเคาน์เตอร์พยาบาล มองลอดกระจกใสออกไป เห็นเตียงผู้ป่วยสตรีรอคลอดนอนเรียงรายกันเป็นตับ

“ทิ้งฉันไว้ตรงนี้แหละนัท มีเรื่องต้องคุยกับพี่จุ่มยาวเหยียด” เพทายรีบหันมาบอกคนตัวสูง หล่อนไม่ทิ้งจังหวะให้เขาถามต่อ เดินกึ่งวิ่งเข้าไปประนมกราบแทบบ่าหัวหน้าพยาบาลสูงวัยชดช้อย
“สวัสดีค่ะพี่จุ่ม เป็นยังไงบ้างคะ ไม่เจอกันตั้งนาน หน้าตาอิ่มเอิบราศีจับขึ้นเป็นกอง ดูซีคะ เพมีของมาฝากพี่ด้วยนะ”

พยาบาลสตรีหน้าตาอิ่มบุญรูปหน้าทรงเดียวกับคนพูดละสายตาจากงานในมือ ดวงตากลมใหญ่เบิกกว้างขึ้นอีกเมื่อเห็นแท่งลิปสติกยี่ห้อโปรดถูกหยิบออกมาโชว์ แกว่งไกวไปมาอยู่แค่เอื้อมมือถึง

“ตายแล้ว..น่ารักที่สุดเลยจ้ะหนูเพ ไม่เจอกันตั้งนาน ยังรู้ใจพี่เหมือนเดิม คิดทึ้ง คิดถึงจ้ะ” “แน่นอนซีคะ..ว่าแต่” เพทายเหลือบหางตาทำท่าระแวดระวังคนข้างกาย ก่อนเอ่ยด้วยเสียงกระซิบกระซาบแต่จงใจให้พอได้ยินไปถึงเพื่อนสนิท “พี่จุ่มยุ่งมากมั้ยคะ เพมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย ไปคุยกันในห้องพักด้านนู้นน่าจะดีกว่า”

“เรื่องสำคัญ..แหม ไม่สำคัญก็คุยได้ งานพี่เสร็จพอดี สรุปเอกสารเกี่ยวกับคนไข้นิดหน่อย”
“งั้นดีเลยค่ะ..เราไปกันเลย” เพทายไม่พูดมาก หล่อนควงแขนพยาบาลรุ่นใหญ่ให้ลุกขึ้นจากการประทับนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้น ก่อนที่หล่อนจะพาสาวใหญ่หลบลี้หนีหาย นลัศก็อดทิ้งทวนฝากฝังไม่ได้

“ฝากด้วยแล้วกันนะครับพี่จุ่ม ระวังแม่คนนี้จะก่อเรื่องให้ปวดหัวกันทั้งห้องคลอด ผมต้องรีบเข้าเคสแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงค่ะหมอนัท พี่จุ่มจะดูแลอย่างดี หนูเพน่ารักยังงี้ จะก่อเรื่องให้ใครเขาได้”
เพทายยักคิ้วเป็นต่อ เมื่อมีเสียงสนับสนุนจากผู้ใหญ่พี่นลัศให้ความเคารพนับถือเสมือนญาติคนหนึ่ง

ห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นที่เป็นสัดส่วนติดกับเคาน์เตอร์นั้น เป็นทั้งห้องพัก ห้องรับประทานอาหาร ห้องนั่งดูโทรทัศน์ยามว่างจากการทำงาน พี่จุ่มถือจานมะม่วงเขียวเสวยปอกเป็นชิ้นเรียงสวยงามออกจากตู้เย็นข้างตู้กับข้าว วางลงบนโต๊ะคลุมผ้าลูกไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพทายรีบเปิดประเด็นโดยไม่รอช้า

“วันนี้มีเคสรอขูดมดลูกบ้างมั้ยคะ แบบว่าพวกที่แท้งมา หรือเหน็บยามาแล้วตกเลือด”
พี่จุ่มย่นคิ้วฉงนทันทีที่ได้ฟัง

“เรื่องสำคัญของหนูเพหรือนี่..ถามทำไมคะ?”
“พี่จุ่มเหนื่อยใจบ้างมั้ยคะกับเด็กพวกนี้ โดยเฉพาะที่เหน็บยามาจากคลินิกเถื่อน แล้วมาให้หมอขูดมดลูกต่อ”
หญิงสาวเฉถามไปอีกเรื่อง พี่จุ่มก็ตอบกลับแบบงงๆ

“พี่ว่าหมอนัทกับหมอฝึกหัดที่ต้องวนมาอยู่แผนกนี้น่าจะเหนื่อยกว่าพี่ ขูดมดลูกกันวันนึงเป็นสิบราย..ยิ่งวันหยุดอย่างนี้อย่าให้พูดถึง..ว่าแต่ถามทำไมคะนี่ ยังไม่บอกพี่เลย”

เพทายยิ้มเครียด

“เดี๋ยวค่ะ ก่อนเพจะบอก พี่จุ่มตอบเพมาก่อนว่ามีเคสที่ว่ามั้ย ในเวรวันนี้น่ะค่ะ”
พี่จุ่มทำท่านิ่งคิดทบทวน พักเดียวก็นึกออก

“เหลืออยู่เคสสุดท้ายพอดี รอหมออินเทิร์นมาขูดบ่ายนี้..เหลือทนจริงๆค่ะเด็กคนนี้”
เพทายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ประสานมือลงบนโต๊ะ ตั้งใจรอฟังเต็มที่ พี่จุ่มเลยอธิบายต่อ

“ท้องที่สามแล้วนะคะ สองท้องแรกก็เหน็บยามาให้เราขูดมดลูก ยังไม่เข็ด ครั้งที่สามนี่มาเหมือนเดิมเป๊ะ คาดว่าจะไปซื้อยาเหน็บมาจากที่เดิม..ที่ที่รู้ๆกันอยู่”

“คลินิกหมอศรันย์?”
เพทายดีดนิ้วดังเปาะ พี่จุ่มรีบเอามือจุ๊ปาก เป็นเชิงให้ลดระดับเสียงลง

“อย่าเอ็ดไปค่ะหนูเพ เดี๋ยวจะซวยไม่รู้ตัว”

“อิทธิพลมืดว่างั้น?” หล่อนทำเสียงเนือยๆ เมื่อนึกถึงคำเตือนของเพื่อนหนุ่ม
“ยิ่งกว่านั้นอีกค่ะ อย่าให้พี่พูดเลย”
“เอาเถอะค่ะ..ว่าแต่เด็กคนนั้นอยู่ไหนคะ ที่รอขูดมดลูก”

พี่จุ่มปรับตัวไม่ค่อยทันกับการเปลี่ยนประเด็นเฉียบพลันของหญิงสาว นิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เพทายร้อนใจเลยเผลอถามย้ำเสียงดังอย่างลืมตัว

“อยู่ไหนคะพี่จุ่ม?”

“เอ่อ..พี่ให้เด็กผู้ช่วยพาไปเตรียมขึ้นขาหยั่งแล้วค่ะ มีอะไรหรือเปล่าหนูเพ?”
หัวหน้าพยาบาลแทบลมจับเมื่อได้ฟังคำตอบ

“พี่จุ่มเตรียมรอฟังข่าวทลายอิทธิพลมืดได้เลยค่ะ เด็กคนนี้แหละจะช่วยเรา เชื่อมือเพ!”

พี่จุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเหมือนคนหมดแรง ยกมือขึ้นทาบอก เพทายไม่รอให้พยาบาลรุ่นแม่ยิงคำถาม หรือห้ามปรามใดๆ หล่อนลงทุนมาในวันนี้ ไม่ใช่เพื่อมาฟังคำทัดทาน หรือให้ใครมายับยั้งแผนการที่ตั้งใจวางไว้ดิบดีทั้งคืนอยู่แล้ว

“เพต้องกราบขอโทษพี่จุ่มด้วยนะคะ ไม่ได้ตั้งใจจะติดสินบนเจ้าหน้าที่พนักงานเลยจริงๆ แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ขอความเห็นใจด้วยค่ะ”

“มันอันตรายนะคะหนูเพ..อย่าเอาตัวไปเสี่ยงเลยค่ะ”
พี่จุ่มเสียงเริ่มสั่น เป็นห่วงเพทายจับใจ หล่อนรู้จักอิทธิพลมืดนี้ดี..ว่ามันอันตรายแค่ไหน

“พี่จุ่มทำยังไงก็ได้ให้เพได้เข้าไปคุยกับเด็กนั่นสองต่อสอง โดยไม่มีใครรู้เห็น เรื่องนี้จะต้องเป็นความลับ เพื่อผลประโยชน์ของพวกพี่ เพื่อมนุษยธรรมทางสังคม เพื่อเด็กอีกหลายชีวิตจะได้ไม่ถูกปลิดชีพลงอย่างน่าอนาถอีกต่อไป..และที่สำคัญที่สุด เพื่อลดภาระงานหมอนัท บุคลากรการแพทย์ทุกคนที่นี่ ไว้ใจเพเถิดค่ะ..เพสัญญา เอาหัวตัวเอง เอาใจเป็นเดิมพัน!”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำเสียงเด็ดขาด แววตามุ่งมั่น ท่าทางดันทุรัง หรืออะไรกันแน่ที่ทำให้หัวหน้าพยาบาลผู้ทรงวัยวุฒิและคุณวุฒิยอมทำตามความประสงค์ของเด็กรุ่นลูก..แต่หล่อนก็ทำไปแล้ว ทำโดยที่มีสติสัมปัชชัญญะครบบริบูรณ์นี่แหละ

“หน้าตาเรานี่คุ้นๆนะ เคยเจอกันที่ไหนรึเปล่า”

คือคำถามแรก ทันทีที่เพทายเห็นหน้าเด็กสาววัยไม่น่าเกินสิบห้าปี และทันทีที่ประตูห้องทำหัตถการถูกปิดสนิท

เด็กสาวบนเตียงขาหยั่ง เหลือบมองหล่อนอย่างระแวดระวัง ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดจากริมฝีปากบางเฉียบ รูปร่างแบบบาง ผิวขาวเหมือนหยวกกล้วย ดวงหน้าสวยจัดแบบนี้ เพทายประเมินแล้วคงไม่พ้นลูกผู้ดีมีเงินที่ถูกพ่อแม่เอาเงินฟาดหัว ไม่มีเวลาดูแล สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเป็นเด็กใจแตก สร้างปัญหาให้สังคม

“นึกออกแล้ว..เธอคือเด็กนักเรียนที่มาหาพี่ลินที่บ้านวันนั้นเอง”

มยุเรศยังคงจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าแน่วนิ่ง ไม่ปริปากพูดแม้แต่จะตอบรับ หรือปฏิเสธ หญิงสาววัยเบญจเพสร่างเล็กท่าทางคล่องแคล่ว ทว่านัยน์ตาดุคนนี้สวมชุดคลุมคล้ายบุคลากรทางการแพทย์คนอื่นที่หล่อนเคยเจอ แต่ลักษณะการพูดจากดูแปลกออกไป หล่อนไม่เคยเจอคนพูดจาโผงผาง น้ำเสียงชัดเจนขนาดผู้หญิงคนนี้...ในสถานะของคน ที่เพิ่งพบเจอกันเพียงครั้งแรก

“ไม่ตอบก็ไม่เป็นไร..เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ”

เพทายโบกไม้โบกมืออย่างไม่สนใจท่าทีของเด็กสาว หล่อนเดินเข้าไปใกล้เป้าหมายมากขึ้น ก้มลงบอกข้างหูด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังเสียวสันหลังวาบมากขึ้นทุกที

“ฉันเป็นคนสนิทหมอใหญ่ประจำห้องคลอด ได้รับมอบหมายให้มาบอกเธอ..ปกติก่อนขูดมดลูก เขาฉีดยาแก้ปวดอย่างแรงให้ทุกครั้งใช่ไหม..แต่ครั้งนี้จะไม่มีการฉีดยาแก้ปวดให้ ถ้าเธอไม่ยอมให้ความร่วมมือ..”

ได้ผลเกินคาด มยุเรศกระเด้งตัวขึ้นทันที เบิกตากว้าง เหงื่อเม็ดผุดพรายเต็มหน้าผากมนด้วยความตื่นตระหนก..หล่อนจำได้ดี ขนาดฉีดยาแก้ปวดแล้ว ก็ยังหลงเหลือความเจ็บ..มากพอให้กรีดร้องได้ทุกครั้งไป..แล้วหากไม่ฉีด หล่อนมั่นใจว่านี่แหละ..นรกบนดินชัดๆ!

“ร่วมมือเรื่องอะไร?”

ประโยคคำถามแรกที่กว่าจะหลุดลอดออกมาได้ เด็กคนนี้น้ำเสียงหวานใส..เพทายนึกเสียดายขึ้นมาอย่างยิ่งยวด หากจับล้างน้ำ ชุบตัวเสียใหม่ อนาคตน่าจะดูดีกว่าที่เป็นอยู่

“ไม่ยาก..ทำเหมือนอย่างที่เธอเคยทำ เข้าไปหลอกซื้อยา ล้วงความลับ ..บันทึกหลักฐาน!”



ศิลาริน
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 เม.ย. 2556, 16:59:57 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 เม.ย. 2556, 16:59:57 น.

จำนวนการเข้าชม : 1325





<< เพทายพ่ายตะวัน บทที่ ๘ เพลงพิณ ๑/๓   บทที่ ๘ เพลงพิณ ๓/๓ >>
กานต์นวีร์ 11 เม.ย. 2556, 17:50:18 น.
ยัยเพหาเรื่องแล้วไหมล่ะ


ศิลาริน 12 เม.ย. 2556, 07:48:15 น.
@คุณกานต์นวีร์ : ยัยเพเค้าชอบหาเรื่องมาตั้งแต่อยู่ในเรื่องเรือนกุหลาบแล้วค่ะ อิอิ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account