กุหลาบซ่อนกลิ่น (จบแล้ว)
นางเอกโตมาในไซด์งานก่อสร้าง ที่นั่นทำให้เธอรู้ว่า การแสดงตัวว่าเป็นหญิงเป็นเรื่องอันตราย ดังนั้นนางเอกจึงเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตัวเอง จนใคร ๆ มองว่าเป็นทอม แต่แท้จริงแล้ว เธอก็คือผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีรัก..และรักของเธอก็เป็นรักที่มีเวลามาเป็นตัวกำหนด....
Tags: โรแมนติก..
ตอน: 22.อรพิม vs ถมยา
22.
ในที่สุดวิกฤตก็เป็นโอกาสอีกครั้ง..
“แบบนี้หลาน ๆ คุณสูรย์ไม่ว่าเอาเหรอ ไหนจะต้องทิ้งร้านอีกวัน”
“แล้วไปหาเรื่องกับพวกมันทำไม” สูรย์ยังวกกลับเข้าเรื่องเดิม กุสุมาย่นจมูก...แต่ด้วยอารมณ์ดีที่เขาขับรถไปส่งที่บ้านย่า หญิงสาวจึงต้องเลี่ยงการพูดถึงเรื่องที่กำลังลุกลามบานปลาย..
“กินข้าวมาหรือยัง หน้าตาเหมือนหิวข้าว”
“ไม่ตลกเลยนะ”
“ยิ้มหน่อย..เร็ว ๆ ยิ้ม ๆ เครียดอะไร”
“รู้ไหมว่าเป็นห่วง..”
“รู้..รู้ทุกอย่างแหละ”
“รู้อะไรบ้าง”
“รู้ว่าห่วง”
“แล้วอะไรอีก” ใบหน้าของสูรย์เริ่มมีสีเลือด ดวงตานั้นก็วิบวับจนกุสุมารู้สึกว่าเลือดในกายของตัวเองสูบฉีดแรงขึ้น นี่กระมัง เมื่อหนุ่มกับสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง มันถึงได้เลยเถิด และก่อนที่ถมยาจะกลับไปหลังจากที่สูรย์ขับรถมาถึง มันก็ได้ตะโกนบอกกับเธอว่า ‘ดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะโว้ย’ และถ้าแม่รู้เรื่องที่เธอไปบ้านย่ากับคุณสูรย์ตามลำพัง แม่คงเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ดังนั้นกุสุมาจึงเลือกที่จะไม่โทรบอกแม่ว่าไม่ได้ไปรถตู้อย่างที่ตั้งใจไว้
“รู้ว่า...อ้อ คุณสูรย์พอรู้จักตำรวจดี ๆ สักคนไหม ในท้องที่นี้”
“ทำไมละ”
“ม่าจะไปแจ้งความว่าไอ้พวกนั้นมันขู่จะทำร้ายม่า และที่สำคัญม่าจะบอกกับตำรวจว่าพวกมัน เปิดโต๊ะบอล แล้วก็ซ้อมคนติดหนี้บอลพวกมันด้วย พวกมันปล่อยเงินกู้นอกระบบด้วยนะ”
สูรย์ถอนหายใจอย่างแรง...ด้วยไม่ค่อยมั่นใจในตำรวจของประเทศไทยเหมือนถมยา
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม อีกไม่กี่วันเราก็ต้องไปเมืองนอกแล้ว ระวังตัวได้ หลีกเลี่ยงได้ก็ทำไป..ส่วนกฎหมาย มันก็ศักดิ์สิทธิ์กับเฉพาะคนดีเท่านั้น คนชั่ว ๆ มันไม่กลัวกฎหมายและเราก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเสี่ยงกับพวกมัน..แต่อย่าหาว่าฉันขี้ขลาดนะ ฉันเชื่ออยู่อย่างเหมือนกันว่าคนทำดีย่อมได้ดีคนทำชั่วก็..”
“ย่อมได้ชั่ว..สาธุ สาธุ สาธุ”
แรกทีเดียวทรงฤทธิ์ตั้งใจว่าจะมาหาคนที่ทำให้หัวใจของตัวเองชุ่มฉ่ำ หลังจากที่เหี่ยวเฉามาเนิ่นนาน แต่เมื่อพบว่า สูรย์ไม่เข้าร้าน และตุ๊ดซี่ก็รายงานให้ทราบเหตุการณ์อื่น ๆ ก่อนหน้านั้น ทรงฤทธิ์ที่ว่าจะยั้งปากไว้ไม่เหย้าแหย่เพื่อน แต่ก็อดใจไว้ไม่ไหว
“ไอ้สูรย์มึงอยู่ไหน ไปไหนกับใครอีก วันนี้วันอาทิตย์นะมึง ปกติเสาร์อาทิตย์นี่มึงรักร้านมึงมาก..บอกกูมาเดี๋ยวนี้”
“แล้วมึงละไปทำอะไรที่ร้านของกู..”
“กูมาหาข้าวกิน..อยู่ห้องก็เบื่อ”
“งั้นมึงก็กินข้าวไป ..”
“ไอ้ม่าอยู่กับมึงละซิ ไปไหนกัน ไม่ชวนกูเลยนะ พ่อสื่อไม่มีความหมายแล้วซิ มึงไปไหนกันบอกมา”
“ไปธุระ” สูรย์ยอมรับง่าย ๆ
“ลือกันแซ่ดเลย หลงไอ้ม่าหัวปักหัวปำเสียงานเสียการ เรื่องจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย”
“อยากให้เป็นเรื่องจริงไหมละ”
“ชักไม่อยากให้เป็นเรื่องจริงแล้วซิ กลัวมึงไม่ให้ไปมันออสเตรเลีย”
“...อืม..ตกลงมึงจะไปทอดผ้าป่ากับกูไหม” สูรย์เปลี่ยนเรื่องคุยแบบนี้ แสดงว่าไม่อยากให้คนข้าง ๆ ตัวรู้ว่าเขาคิดอะไร
“ไป..”
“แต่คุณธัญรัตน์เขาไม่ได้ไปนะโว้ย”
“ไม่ไปกูก็จะไป..” ทรงฤทธิ์ยิ้ม ๆ เพราะถ้าบอกไปว่า ที่ไปเพราะมีแรงจูงใจใหม่ เขาจะต้องถูกสูรย์ล้อเช่นกัน
ในขณะที่สูรย์กำลังคุยอยู่กับทรงฤทธิ์ ข้างกุสุมา ป้าอุดมก็โทรเข้ามาหา เพราะอยากรู้ว่าหลานสาวเดินทางถึงไหน..
“มารถอะไรละลูก”
“รถ..เอ่อ รถเพื่อน”
หลังจากส่งกุสุมาขึ้นรถสูรย์ไปแล้ว ถมยาก็ขับรถมอเตอร์ไซด์คันใหม่ไปยังตลาดใกล้ ๆ ซื้อดอกกุหลาบสีแดงสดหนึ่งมัดใหญ่ หลังจากนั้นก็ผูกติดท้ายรถขี่ไปยังบ้านของอรพิม ซึ่งทางไปบ้านของอรพิมนี้เขาถามสูรย์มาตั้งแต่เข้าไปใช้หนี้กับขอเงินมาใช้จ่ายล่วงหน้าก่อนที่สูรย์จะนำล็อตเตอร์รี่ไปขึ้นเงิน และในวันเดียวกันนั้น เขาขออนุญาตจีบอรพิม สูรย์อนุญาต แต่ขอกับเขาไว้ว่าอย่าจีบทิ้งจีบขวาง เขารับปากไปอย่างนั้น ทั้งที่ในใจเขาต้องการกันอรพิมไปจากเส้นทางรักของกุสุมา
กับสูรย์เท่านั้น
“มาหาใครหรือ” พ่อของอรพิมที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านคิ้วขมวด เมื่อเห็นว่าไอ้หนุ่มหน้าอ่อนขี่รถมอเตอร์ไซด์มีกุหลาบมัดท้ายรถมาจอดที่หน้าบ้าน มันยกมือไหว้ยิ้มแย้มเห็นฟันเรียงเสมอกัน แต่ถึงกระนั้นสีหน้าของคนในชุดกางเกงยีนขาลีบรองเท้าผ้าใบหัวเรียว ๆ เก่าจนขาดวิ่น ดูมั่นใจในตัวเองอย่างวัยรุ่นในปัจจุบัน ก็ยังมีริ้วรอยของความประหม่าอยู่ในที
“ผมมาหาคุณอรพิมครับ”
“มาทำไม..”
“ผมเอาดอกกุหลาบมาส่งครับ คุณอรพิมสั่งไว้” ว่าแล้วเขาก็แกะเชือกแล้วยกกุหลาบมายื่นให้พ่อของอรพิม..
“ฝากให้คุณอรพิมด้วยนะครับ ผมไปก่อนนะครับ” เขายกมือไหว้อีกรอบก่อนจะรีบไปขึ้นรถโดยไม่ได้สนใจกับคำถามว่า ใครเป็นคนเอามาฝาก..
“กุหลาบใครหรือคะคุณพ่อ” อรพิมที่พร้อมออกจากบ้าน ชักสีหน้างุนงงเมื่อพ่อหอบกุหลาบสีแดงสดเข้ามาในบ้าน กลิ่นของมันนั้นอบอวลจนคนเป็นแม่ที่กำลังนั่งถักหมวกไหมพรมสำหรับพระสงฆ์ทำจมูกย่น
“ไม่รู้เหมือนกัน มันไม่ได้บอก..ขี่มอ-ไซค์มา มาถึงแล้วก็ออกไปเลย..แล้วนี่พิมจะออกไปไหน”
“เดินห้างค่ะ” อรพิมยังมองกุหลาบหอบนั้น โดยในใจก็ครุ่นคิดว่าใครเอามาให้ พ่อวางกุหลาบมัดนั้นไว้ตรงโต๊ะกลาง ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา
“ลักษณะเขาเป็นอย่างไรหรือคะ”
“เด็ก ๆ น่าจะยังเรียนหนังสืออยู่ หน้าตาดีทีเดียว”
อรพิมกรอกตาไปมาแล้วก็เบ้ปาก ก่อนจะบอกกับแม่ว่า
“งั้นแม่ช่วยจัดใส่แจกันแล้วกันนะคะ จะขึ้นหิ้งพระก็ได้ พิมรีบค่ะ ขอตัวก่อน”
“จะไปร้านอิ่มสุขหรือเปล่า” คนเป็นแม่รั้งไว้
“เปล่าคะ” ใบหน้าของอรพิมสลดลงทันที เพราะก่อนจะอาบน้ำเธอได้โทรไปเช็คกับทางปลาแล้ว และก็ได้คำตอบว่าคุณสูรย์ไม่เข้าร้าน ใจหนึ่งเธอก็อยากจะรู้ว่าเขาไปไหน แต่อีกใจ ก็รู้สึกว่า ศักดิ์ศรีของเธอก็มีเหมือนกัน และเธอก็เหนื่อยกับการตามตื๊อเขา จนนึกอยากจะตัดใจทิ้ง แต่เอาเข้าจริง ๆ เธอก็ยังเสียดายที่เพียรมาจนกระทั่งมีวันนี้ วันที่พี่สาวของเธอตัดสินใจหันกลับไปหาคนเก่า ตามคำยุยงของเธอ
“แล้วนี่กุหลาบของใคร” คนเป็นแม่ยังข้องใจ เพราะรู้สึกว่าลูกสาวดูไม่ตื่นเต้นกับกุหลาบพวกนี้สักนิด
“เดาไม่ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวเจ้าของเขาก็คงเผยตัวมาเอง พิมขอตัวก่อนนะคะ ไม่ได้กลับมากินข้าวเย็นด้วยนะคะ..”
“แล้วจะไปไหนมั่ง”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ไปเรื่อย ๆ” บอกพ่อกับแม่แล้วอรพิมก็เดินออกจากบ้านโดยไม่สนใจว่าพ่อกับแม่จะบ่นตามหลังอย่างไร
อรพิมเหยียบเร่งน้ำมันเมื่อรู้สึกได้ว่ามีรถมอเตอร์ไซค์ขับตาม แต่ว่าการจราจรในซอยก็หนาแน่นจนอรพิมไม่สามารถบังคับรถให้เร็วดังใจได้ และเมื่อติดไฟแดงตรงปากซอย อรพิมก็ต้องช้อนตามองรถคันที่มาจอดอยู่ข้าง ๆ แต่ด้วยหน้าหมวกกันน็อคเป็นพลาสติกเคลือบกันแสง อรพิมจึงมองไม่เห็นว่าเป็นใบหน้าของใคร แต่ว่ามือที่ชูให้สองนิ้วนั้น อรพิมรู้สึกว่า หมอนี่ต้องเป็นคนคุ้นเคย..
พอสัญญาณไฟเขียว อรพิมก็ออกรถ แต่ว่า มอเตอร์ไซค์คันนั้นยังชะลอรั้งท้าย
“มันจะเอาอย่างไงของมันวะ” อรพิมลดความเร็วลง เพราะอยากให้รถมอเตอร์ไซค์คั้นนั้นแซงไป แต่ว่ามันก็ยังขับตาม จนกระทั่งอรพิมเห็นป้อมตำรวจจราจรตรงสามแยกข้างหน้า หญิงสาวจึงประคองรถเข้าชิดทางเท้า มอเตอร์ไซค์คันนั้นก็เร่งแซงไป อรพิมจะรีบจำเลขทะเบียนรถ แต่มันก็ไม่มี.. หัวคิ้วขมวดกันเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นใคร และมันเป็นคนที่เอากุหลาบไปให้ที่บ้านหรือเปล่า..
ขณะที่กำลังเดินทอดน่องแก้เบื่อแก้เหงาในห้างหรู อรพิมก็รู้สึกว่ามีคนเดินตาม แต่พอหันไปมองก็ไม่พบว่ามีใครมีท่าทางผิดปกติ จนกระทั่งอรพิมไปทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะใกล้ ๆ กับส่วนที่เป็นมุมหย่อนใจของห้าง
“มาคนเดียวไม่เหงาเหรอครับ” อรพิมหันไปทางต้นเสียงทันที และก็พบว่าถมยายิ้มยิงฟันเป็นระเบียบให้ สายตานั้นระยิบระยับ อรพิมย่นจมูกยิงฟันถลึงตาเข้าใส่ก่อนจะลุกขึ้น แต่พอก้าวเดิน ถมยาก็รีบวิ่งตาม ไปดักหน้าไว้ อรพิมชักสีหน้าเข้าใส่..
“ตามฉันมาทำไม”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตามมาทำไม”
“งั้นก็ไปไกล ๆ” อรพิจะผละหนี แต่ว่าเขาก็รั้งแขนไว้
“นึกออกแล้ว..”อรพิมชะงักแล้วสะบัดแขนของตนเองออกทันที
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
“กินข้าวกลางวันหรือยัง ..” น้ำเสียงของถมยานุ่มเพราะหูทีเดียว ดวงตารึก็กรุ้มกริ่มทำให้หัวใจของอรพิมสั่นไหวได้
“มันเรื่องของฉัน”
“ผมหิว..ไปหาอะไรกินกัน ผมเลี้ยงเอง”
“ฉันมีปัญญาหากินเอง ดูปากฉันนะ ฉัน มี ปัญ ญา หา กิน เอง”
“ร้านฟูจินะ..”
อรพิมเบ้หน้าแต่ในใจนั้นรู้สึกว่าความรำคาญถูกผ่อนลงมาไม่น้อย
“เมื่อกี้นายใช่ไหมที่เอาดอกไม้ไปให้ฉันที่บ้าน”
“ครับ ฝีมือผมเอง ชอบป่ะ”
“ไม่ชอบ”
“ปากไม่ตรงกับใจ”
อรพิมเชิดหน้าแต่ถึงกระนั้นก็รู้สึกสนุกที่เขากล้าต่อปากต่อคำกับเธอ และที่สำคัญ มีคนมาให้ความสำคัญกับตัวเองแบบนี้ อรพิมรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมา แต่ว่าขืนเธอเล่นกับถมยา ก็เหมือนเล่นกับหมา
อรพิมจะผละเดินแต่ถมยาก็รั้งไว้
“ตกลงว่าไง”
“นายจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงฉัน”
“มีแล้วกันน่า..ไปไหมละ..”
“มีงบเท่าไหร่”
“พอให้คุณกินอิ่มแล้วกัน”
เมื่อทนเซ้าซี้จากสูรย์ไม่ไหว กุสุมาจำต้องบอกความจริงเรื่องที่ย่าจะโอนที่ 50 ไร่ให้ก่อนที่เธอจะไปอยู่กับน้าอ้อย
“รวยใหญ่แล้ว” สูรย์แสร้งทำตาลุกวาวกับสมบัติของหญิงสาว
“ที่บ้านนอก ไร่ละไม่กี่บาทหรอก ขายยังไม่ได้ล้านเลย ราคาน้อยกว่ารถคันนี้อีก”
“งั้นเอารถคันนี้ไป เดี๋ยวฉันเอาไร่ไว้”
กุสุมาเบ้หน้าให้ สูรย์ยิ้ม ๆ ปรายตามามอง กุสุมารู้สึกเขิน จึงหันหน้าไปมองข้างถนน
“ซื้ออะไรไปฝากย่าหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรเลย ตอนแรกว่าจะแวะซื้อที่ศูนย์ท่ารถ หาซื้อที่นั่น แต่ว่าราชรถมาเกยซะก่อน”
พอกุสุมาบอกอย่างนั้น สูรย์ก็หักรถเลี้ยวเข้าปั้มน้ำมันซึ่งมีร้านขายของฝากตั้งอยู่ด้วย และ
พอเดินเคียงกันเข้าไปในร้าน กุสุมาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นสูรย์ถือตะกร้าและหยิบขนมนา ๆ ชนิดใส่ลงไป
“จะเอาไปไหนเยอะแยะ”
“ฝากย่า ฝากยาย ฝากญาติของเราไง” เพราะก่อนหน้านั้นกุสุมาก็เล่าเรื่องวงศาคณาญาติข้างแม่ข้างพ่อให้สูรย์ฟังคร่าว ๆ กับชีวิตของตนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร จนกระทั่งสูรย์ได้ซักถึงเหตุที่ทำให้ต้องรีบเดินทางไปหาย่าในวันนี้
“เยอะไปหรือเปล่า”
“มีกี่ครอบครัวละ...”
กุสุมาเหลือกตาครุ่นคิด..
“เอาหมดหมู่บ้านเลยไหม”
“มากไป”
“ทำไมต้องซื้อไปฝากด้วย เปลืองเงินเปลืองทอง”
“อ้าว..” ใจจริงสูรย์อยากจะบอกว่า ‘รักผู้หญิงให้อิงให้ผู้ใหญ่’ แต่เขาก็เลี่ยงไปว่า
“ไปมือเปล่าแล้วมันเขิน”
“ไม่เห็นจะต้องเขินเลย ส่งม่าแล้วก็กลับ”
“ไม่กลับ”
“แล้วม่าจะบอกกับ...ว่าอย่างไงละเนี่ย”
“ไม่รู้”
กุสุมาพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติแต่ถึงกระนั้นมันก็ตึงจนรู้สึกเขิน เขากำลังเล่นเกมกับเธอ กำลังรุกคืบแต่ว่าไม่ยอมรับความจริงออกมาว่ารักเธอ.. กุสุมาถอนหายใจเบา ๆ เพื่อตั้งสติ
“ไป ได้ของครบแล้ว”
“ไม่กลับนี่หมายความว่าไง” กุสุมาเอ่ยถามเมื่อรถแล่นออกจากปั้มน้ำมันที่มีร้านขายของฝาก
“ก็..ยังไม่กลับ อยู่กับเรานั่นแหละ”
“จะอยู่ได้ไง อยู่ทำไม อยู่เพื่ออะไร..”
“หรือไม่อยากให้อยู่”
“อยู่ทำไมละ แล้วม่าจะบอกกับย่ากับยายกับญาติม่าว่าไง”
“ก็บอกว่าฉันเป็นนนนน ...เป็นคนขับรถประจำตัว”
กุสุมายกมือเกาต้นคอใบหน้านั้นยุ่งเหยิงเอาการ
“คนอื่นคงเชื่อหรอก..บอกตรง ๆ ถ้าคุณสูรย์ทำอย่างนั้นจริง ๆ ม่าเสียหายนะ..คนบ้านนอก ปากมากจะตาย ป่านนี้มานั่งรอดูคุณสูรย์กันแล้ว”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“อืม...จริง เรื่องจริง”
“งั้นฉันส่งแล้วกลับเลยก็ได้..ถ้าเราอายที่ไปกับคนแก่” สูรย์แสร้งทำหน้าบึ้ง แต่ว่าอย่างไรเสียกุสุมาก็เห็นว่าดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“ทำไมคิดว่าตัวเองแก่”
“สามสิบแล้วไม่แก่ได้ไง”
“ไม่แก่หรอก กำลังดี ม่าเสียอีกเด็กกะโปโล”
“ไม่เด็กหรอก กำลังดี”
พอเขาย้อนมาอย่างนี้กุสุมาซ่อนความเขินอายไว้โดยการหันไปมองข้างทาง..
“ม่า..” น้ำเสียงของสูรย์กระเส่าลงจนกุสามารู้สึกว่าใจของตนเองนั้นสั่นไหวจนอยากจะควบคุม แต่ถึงอย่างไรกุสุมาก็คือกุสุมา จากที่ควรจะตอบว่า ‘ขา’ หรือ ‘จ๋า’ ด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ กุสุมาดันขานรับเขาด้วยน้ำเสียงแบบที่ตนเองเป็นว่า
“อาไร”
บนรถที่แล่นไปบนถนนสายเอเชียมุ่งหน้าไปสู่จังหวัดนครสวรรค์สูรย์กับกุสุมากำลังหอมหวานกัน แต่ว่าในร้านฟูจิที่ห้างสรรพสินค้า ถมยาก็กำลังเล่นเกมส์ขายหัวใจให้กับอรพิม ซึ่งหญิงสาวพอรู้ว่า ถมยาถูกหวยรัฐบาลรางวัลที่สองจนมีเงินมาเลี้ยงอาหารแสนแพงมื้อนี้ก็ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
“จริงดิ๊ นายล้อเล่นหรือเปล่า”
“ไม่ได้ล้อ..” ว่าแล้วถมยาก็ตบกระเป๋าเสื้อสองทีหลังจากนั้นก็ดึงกุญแจรถมอเตอร์ไซด์ออกมาวาง
“แล้วเงินยังเหลืออีกเท่าไหร่”
“ถามทำไม” ถมยาที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามชักสีหน้าสงสัย อรพิมที่อารมณ์ดีเพราะอาหารกับเห็นว่าพอจะมีอะไรสนุก ๆ ทำ มีสีหน้าสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ยืมมั่งได้ป่ะ”
“จะเอาไปทำอะไร”
“ซ่อมรถ”
“ซ่อมทำไม”
“เอ้า! ถามได้”
“ผมไม่มีเงินไว้สำหรับให้คนอื่นยืมหรอกครับ ต้องเก็บไว้เรียนหนังสือ” ตอนแรกถมยาว่าจะลาออกจากงานไปเรียนต่อ แต่เมื่อมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดเทอม ถมยาจึงต้องอยู่เพื่อกันท่าอรพิมไปก่อน และในเวลานี้ เขาก็รู้สึกว่า งานทดแทนบุญคุณของกุสุมาในครั้งนี้ มันก็ทำให้เขากระชุ่มกระชวยอยู่ไม่น้อย
“ไม่น่าเชื่อว่าจะรักดี..นะยืมเงินหน่อย สองหมื่น” อรพิมหันมาอ้อนแต่ถมยาเบ้หน้า
“กินอะไรอีกไหม จะได้ออกจากร้าน”
“อิ่มแล้ว”
“งั้นเช็คบิลนะ”
“สองหมื่นนะ ซ่อมรถ นะนะ”
ถมยาลุกขึ้น หยิบบิลที่พนักงานหย่อนไว้ในกล่องแล้วเดินนำอรพิมออกไปจากโต๊ะ
และพอออกไปพ้นร้านอาหารที่มีราคาแพงมาก อรพิมดำเนินการออดอ้อนเพื่อยืมเงินถมยาต่อ..
แต่ถมยาก็พอรู้ทันว่า อรพิมมีถ้อยคำหวาน ๆ ให้เขาเพื่ออะไร
“ผมบอกแล้วว่าผมไม่มีเงินให้คนอื่นยืม”
“ฉันคนอื่นที่ไหน”
“คนอื่น..ถ้าเป็นแฟนผมก็ว่าไปอย่าง”
อรพิมเบ้ปากที่มีลิปสติกเคลือบอย่างสวยงาม..
“อยากดูหนังไหม”
“ไม่”
“งั้นก็แยกกันตรงนี้นะ ผมจะไปดูหนัง ถ้าอยากไปก็ตามมา” ว่าแล้วถมยาก็สาวเท้ายาว ๆ เดินจากไป อรพิมยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน และเมื่อรู้ตัวว่าไม่มีเรื่องอะไรให้ทำ อรพิมจึงวิ่งตามถมยาไป แม้จะไม่ได้เงิน แต่อย่างน้อย ในวันนี้เธอก็ไม่เหงา และรู้สึกว่าตัวเองไม่ไร้ค่าอย่างวันก่อน ๆ
ในที่สุดวิกฤตก็เป็นโอกาสอีกครั้ง..
“แบบนี้หลาน ๆ คุณสูรย์ไม่ว่าเอาเหรอ ไหนจะต้องทิ้งร้านอีกวัน”
“แล้วไปหาเรื่องกับพวกมันทำไม” สูรย์ยังวกกลับเข้าเรื่องเดิม กุสุมาย่นจมูก...แต่ด้วยอารมณ์ดีที่เขาขับรถไปส่งที่บ้านย่า หญิงสาวจึงต้องเลี่ยงการพูดถึงเรื่องที่กำลังลุกลามบานปลาย..
“กินข้าวมาหรือยัง หน้าตาเหมือนหิวข้าว”
“ไม่ตลกเลยนะ”
“ยิ้มหน่อย..เร็ว ๆ ยิ้ม ๆ เครียดอะไร”
“รู้ไหมว่าเป็นห่วง..”
“รู้..รู้ทุกอย่างแหละ”
“รู้อะไรบ้าง”
“รู้ว่าห่วง”
“แล้วอะไรอีก” ใบหน้าของสูรย์เริ่มมีสีเลือด ดวงตานั้นก็วิบวับจนกุสุมารู้สึกว่าเลือดในกายของตัวเองสูบฉีดแรงขึ้น นี่กระมัง เมื่อหนุ่มกับสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง มันถึงได้เลยเถิด และก่อนที่ถมยาจะกลับไปหลังจากที่สูรย์ขับรถมาถึง มันก็ได้ตะโกนบอกกับเธอว่า ‘ดูแลตัวเองให้ดี ๆ นะโว้ย’ และถ้าแม่รู้เรื่องที่เธอไปบ้านย่ากับคุณสูรย์ตามลำพัง แม่คงเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ดังนั้นกุสุมาจึงเลือกที่จะไม่โทรบอกแม่ว่าไม่ได้ไปรถตู้อย่างที่ตั้งใจไว้
“รู้ว่า...อ้อ คุณสูรย์พอรู้จักตำรวจดี ๆ สักคนไหม ในท้องที่นี้”
“ทำไมละ”
“ม่าจะไปแจ้งความว่าไอ้พวกนั้นมันขู่จะทำร้ายม่า และที่สำคัญม่าจะบอกกับตำรวจว่าพวกมัน เปิดโต๊ะบอล แล้วก็ซ้อมคนติดหนี้บอลพวกมันด้วย พวกมันปล่อยเงินกู้นอกระบบด้วยนะ”
สูรย์ถอนหายใจอย่างแรง...ด้วยไม่ค่อยมั่นใจในตำรวจของประเทศไทยเหมือนถมยา
“ฉันบอกแล้วใช่ไหม อีกไม่กี่วันเราก็ต้องไปเมืองนอกแล้ว ระวังตัวได้ หลีกเลี่ยงได้ก็ทำไป..ส่วนกฎหมาย มันก็ศักดิ์สิทธิ์กับเฉพาะคนดีเท่านั้น คนชั่ว ๆ มันไม่กลัวกฎหมายและเราก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเสี่ยงกับพวกมัน..แต่อย่าหาว่าฉันขี้ขลาดนะ ฉันเชื่ออยู่อย่างเหมือนกันว่าคนทำดีย่อมได้ดีคนทำชั่วก็..”
“ย่อมได้ชั่ว..สาธุ สาธุ สาธุ”
แรกทีเดียวทรงฤทธิ์ตั้งใจว่าจะมาหาคนที่ทำให้หัวใจของตัวเองชุ่มฉ่ำ หลังจากที่เหี่ยวเฉามาเนิ่นนาน แต่เมื่อพบว่า สูรย์ไม่เข้าร้าน และตุ๊ดซี่ก็รายงานให้ทราบเหตุการณ์อื่น ๆ ก่อนหน้านั้น ทรงฤทธิ์ที่ว่าจะยั้งปากไว้ไม่เหย้าแหย่เพื่อน แต่ก็อดใจไว้ไม่ไหว
“ไอ้สูรย์มึงอยู่ไหน ไปไหนกับใครอีก วันนี้วันอาทิตย์นะมึง ปกติเสาร์อาทิตย์นี่มึงรักร้านมึงมาก..บอกกูมาเดี๋ยวนี้”
“แล้วมึงละไปทำอะไรที่ร้านของกู..”
“กูมาหาข้าวกิน..อยู่ห้องก็เบื่อ”
“งั้นมึงก็กินข้าวไป ..”
“ไอ้ม่าอยู่กับมึงละซิ ไปไหนกัน ไม่ชวนกูเลยนะ พ่อสื่อไม่มีความหมายแล้วซิ มึงไปไหนกันบอกมา”
“ไปธุระ” สูรย์ยอมรับง่าย ๆ
“ลือกันแซ่ดเลย หลงไอ้ม่าหัวปักหัวปำเสียงานเสียการ เรื่องจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย”
“อยากให้เป็นเรื่องจริงไหมละ”
“ชักไม่อยากให้เป็นเรื่องจริงแล้วซิ กลัวมึงไม่ให้ไปมันออสเตรเลีย”
“...อืม..ตกลงมึงจะไปทอดผ้าป่ากับกูไหม” สูรย์เปลี่ยนเรื่องคุยแบบนี้ แสดงว่าไม่อยากให้คนข้าง ๆ ตัวรู้ว่าเขาคิดอะไร
“ไป..”
“แต่คุณธัญรัตน์เขาไม่ได้ไปนะโว้ย”
“ไม่ไปกูก็จะไป..” ทรงฤทธิ์ยิ้ม ๆ เพราะถ้าบอกไปว่า ที่ไปเพราะมีแรงจูงใจใหม่ เขาจะต้องถูกสูรย์ล้อเช่นกัน
ในขณะที่สูรย์กำลังคุยอยู่กับทรงฤทธิ์ ข้างกุสุมา ป้าอุดมก็โทรเข้ามาหา เพราะอยากรู้ว่าหลานสาวเดินทางถึงไหน..
“มารถอะไรละลูก”
“รถ..เอ่อ รถเพื่อน”
หลังจากส่งกุสุมาขึ้นรถสูรย์ไปแล้ว ถมยาก็ขับรถมอเตอร์ไซด์คันใหม่ไปยังตลาดใกล้ ๆ ซื้อดอกกุหลาบสีแดงสดหนึ่งมัดใหญ่ หลังจากนั้นก็ผูกติดท้ายรถขี่ไปยังบ้านของอรพิม ซึ่งทางไปบ้านของอรพิมนี้เขาถามสูรย์มาตั้งแต่เข้าไปใช้หนี้กับขอเงินมาใช้จ่ายล่วงหน้าก่อนที่สูรย์จะนำล็อตเตอร์รี่ไปขึ้นเงิน และในวันเดียวกันนั้น เขาขออนุญาตจีบอรพิม สูรย์อนุญาต แต่ขอกับเขาไว้ว่าอย่าจีบทิ้งจีบขวาง เขารับปากไปอย่างนั้น ทั้งที่ในใจเขาต้องการกันอรพิมไปจากเส้นทางรักของกุสุมา
กับสูรย์เท่านั้น
“มาหาใครหรือ” พ่อของอรพิมที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านคิ้วขมวด เมื่อเห็นว่าไอ้หนุ่มหน้าอ่อนขี่รถมอเตอร์ไซด์มีกุหลาบมัดท้ายรถมาจอดที่หน้าบ้าน มันยกมือไหว้ยิ้มแย้มเห็นฟันเรียงเสมอกัน แต่ถึงกระนั้นสีหน้าของคนในชุดกางเกงยีนขาลีบรองเท้าผ้าใบหัวเรียว ๆ เก่าจนขาดวิ่น ดูมั่นใจในตัวเองอย่างวัยรุ่นในปัจจุบัน ก็ยังมีริ้วรอยของความประหม่าอยู่ในที
“ผมมาหาคุณอรพิมครับ”
“มาทำไม..”
“ผมเอาดอกกุหลาบมาส่งครับ คุณอรพิมสั่งไว้” ว่าแล้วเขาก็แกะเชือกแล้วยกกุหลาบมายื่นให้พ่อของอรพิม..
“ฝากให้คุณอรพิมด้วยนะครับ ผมไปก่อนนะครับ” เขายกมือไหว้อีกรอบก่อนจะรีบไปขึ้นรถโดยไม่ได้สนใจกับคำถามว่า ใครเป็นคนเอามาฝาก..
“กุหลาบใครหรือคะคุณพ่อ” อรพิมที่พร้อมออกจากบ้าน ชักสีหน้างุนงงเมื่อพ่อหอบกุหลาบสีแดงสดเข้ามาในบ้าน กลิ่นของมันนั้นอบอวลจนคนเป็นแม่ที่กำลังนั่งถักหมวกไหมพรมสำหรับพระสงฆ์ทำจมูกย่น
“ไม่รู้เหมือนกัน มันไม่ได้บอก..ขี่มอ-ไซค์มา มาถึงแล้วก็ออกไปเลย..แล้วนี่พิมจะออกไปไหน”
“เดินห้างค่ะ” อรพิมยังมองกุหลาบหอบนั้น โดยในใจก็ครุ่นคิดว่าใครเอามาให้ พ่อวางกุหลาบมัดนั้นไว้ตรงโต๊ะกลาง ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา
“ลักษณะเขาเป็นอย่างไรหรือคะ”
“เด็ก ๆ น่าจะยังเรียนหนังสืออยู่ หน้าตาดีทีเดียว”
อรพิมกรอกตาไปมาแล้วก็เบ้ปาก ก่อนจะบอกกับแม่ว่า
“งั้นแม่ช่วยจัดใส่แจกันแล้วกันนะคะ จะขึ้นหิ้งพระก็ได้ พิมรีบค่ะ ขอตัวก่อน”
“จะไปร้านอิ่มสุขหรือเปล่า” คนเป็นแม่รั้งไว้
“เปล่าคะ” ใบหน้าของอรพิมสลดลงทันที เพราะก่อนจะอาบน้ำเธอได้โทรไปเช็คกับทางปลาแล้ว และก็ได้คำตอบว่าคุณสูรย์ไม่เข้าร้าน ใจหนึ่งเธอก็อยากจะรู้ว่าเขาไปไหน แต่อีกใจ ก็รู้สึกว่า ศักดิ์ศรีของเธอก็มีเหมือนกัน และเธอก็เหนื่อยกับการตามตื๊อเขา จนนึกอยากจะตัดใจทิ้ง แต่เอาเข้าจริง ๆ เธอก็ยังเสียดายที่เพียรมาจนกระทั่งมีวันนี้ วันที่พี่สาวของเธอตัดสินใจหันกลับไปหาคนเก่า ตามคำยุยงของเธอ
“แล้วนี่กุหลาบของใคร” คนเป็นแม่ยังข้องใจ เพราะรู้สึกว่าลูกสาวดูไม่ตื่นเต้นกับกุหลาบพวกนี้สักนิด
“เดาไม่ได้ค่ะ แต่เดี๋ยวเจ้าของเขาก็คงเผยตัวมาเอง พิมขอตัวก่อนนะคะ ไม่ได้กลับมากินข้าวเย็นด้วยนะคะ..”
“แล้วจะไปไหนมั่ง”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ไปเรื่อย ๆ” บอกพ่อกับแม่แล้วอรพิมก็เดินออกจากบ้านโดยไม่สนใจว่าพ่อกับแม่จะบ่นตามหลังอย่างไร
อรพิมเหยียบเร่งน้ำมันเมื่อรู้สึกได้ว่ามีรถมอเตอร์ไซค์ขับตาม แต่ว่าการจราจรในซอยก็หนาแน่นจนอรพิมไม่สามารถบังคับรถให้เร็วดังใจได้ และเมื่อติดไฟแดงตรงปากซอย อรพิมก็ต้องช้อนตามองรถคันที่มาจอดอยู่ข้าง ๆ แต่ด้วยหน้าหมวกกันน็อคเป็นพลาสติกเคลือบกันแสง อรพิมจึงมองไม่เห็นว่าเป็นใบหน้าของใคร แต่ว่ามือที่ชูให้สองนิ้วนั้น อรพิมรู้สึกว่า หมอนี่ต้องเป็นคนคุ้นเคย..
พอสัญญาณไฟเขียว อรพิมก็ออกรถ แต่ว่า มอเตอร์ไซค์คันนั้นยังชะลอรั้งท้าย
“มันจะเอาอย่างไงของมันวะ” อรพิมลดความเร็วลง เพราะอยากให้รถมอเตอร์ไซค์คั้นนั้นแซงไป แต่ว่ามันก็ยังขับตาม จนกระทั่งอรพิมเห็นป้อมตำรวจจราจรตรงสามแยกข้างหน้า หญิงสาวจึงประคองรถเข้าชิดทางเท้า มอเตอร์ไซค์คันนั้นก็เร่งแซงไป อรพิมจะรีบจำเลขทะเบียนรถ แต่มันก็ไม่มี.. หัวคิ้วขมวดกันเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นใคร และมันเป็นคนที่เอากุหลาบไปให้ที่บ้านหรือเปล่า..
ขณะที่กำลังเดินทอดน่องแก้เบื่อแก้เหงาในห้างหรู อรพิมก็รู้สึกว่ามีคนเดินตาม แต่พอหันไปมองก็ไม่พบว่ามีใครมีท่าทางผิดปกติ จนกระทั่งอรพิมไปทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะใกล้ ๆ กับส่วนที่เป็นมุมหย่อนใจของห้าง
“มาคนเดียวไม่เหงาเหรอครับ” อรพิมหันไปทางต้นเสียงทันที และก็พบว่าถมยายิ้มยิงฟันเป็นระเบียบให้ สายตานั้นระยิบระยับ อรพิมย่นจมูกยิงฟันถลึงตาเข้าใส่ก่อนจะลุกขึ้น แต่พอก้าวเดิน ถมยาก็รีบวิ่งตาม ไปดักหน้าไว้ อรพิมชักสีหน้าเข้าใส่..
“ตามฉันมาทำไม”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตามมาทำไม”
“งั้นก็ไปไกล ๆ” อรพิจะผละหนี แต่ว่าเขาก็รั้งแขนไว้
“นึกออกแล้ว..”อรพิมชะงักแล้วสะบัดแขนของตนเองออกทันที
“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน”
“กินข้าวกลางวันหรือยัง ..” น้ำเสียงของถมยานุ่มเพราะหูทีเดียว ดวงตารึก็กรุ้มกริ่มทำให้หัวใจของอรพิมสั่นไหวได้
“มันเรื่องของฉัน”
“ผมหิว..ไปหาอะไรกินกัน ผมเลี้ยงเอง”
“ฉันมีปัญญาหากินเอง ดูปากฉันนะ ฉัน มี ปัญ ญา หา กิน เอง”
“ร้านฟูจินะ..”
อรพิมเบ้หน้าแต่ในใจนั้นรู้สึกว่าความรำคาญถูกผ่อนลงมาไม่น้อย
“เมื่อกี้นายใช่ไหมที่เอาดอกไม้ไปให้ฉันที่บ้าน”
“ครับ ฝีมือผมเอง ชอบป่ะ”
“ไม่ชอบ”
“ปากไม่ตรงกับใจ”
อรพิมเชิดหน้าแต่ถึงกระนั้นก็รู้สึกสนุกที่เขากล้าต่อปากต่อคำกับเธอ และที่สำคัญ มีคนมาให้ความสำคัญกับตัวเองแบบนี้ อรพิมรู้สึกว่าตัวเองมีค่าขึ้นมา แต่ว่าขืนเธอเล่นกับถมยา ก็เหมือนเล่นกับหมา
อรพิมจะผละเดินแต่ถมยาก็รั้งไว้
“ตกลงว่าไง”
“นายจะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงฉัน”
“มีแล้วกันน่า..ไปไหมละ..”
“มีงบเท่าไหร่”
“พอให้คุณกินอิ่มแล้วกัน”
เมื่อทนเซ้าซี้จากสูรย์ไม่ไหว กุสุมาจำต้องบอกความจริงเรื่องที่ย่าจะโอนที่ 50 ไร่ให้ก่อนที่เธอจะไปอยู่กับน้าอ้อย
“รวยใหญ่แล้ว” สูรย์แสร้งทำตาลุกวาวกับสมบัติของหญิงสาว
“ที่บ้านนอก ไร่ละไม่กี่บาทหรอก ขายยังไม่ได้ล้านเลย ราคาน้อยกว่ารถคันนี้อีก”
“งั้นเอารถคันนี้ไป เดี๋ยวฉันเอาไร่ไว้”
กุสุมาเบ้หน้าให้ สูรย์ยิ้ม ๆ ปรายตามามอง กุสุมารู้สึกเขิน จึงหันหน้าไปมองข้างถนน
“ซื้ออะไรไปฝากย่าหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรเลย ตอนแรกว่าจะแวะซื้อที่ศูนย์ท่ารถ หาซื้อที่นั่น แต่ว่าราชรถมาเกยซะก่อน”
พอกุสุมาบอกอย่างนั้น สูรย์ก็หักรถเลี้ยวเข้าปั้มน้ำมันซึ่งมีร้านขายของฝากตั้งอยู่ด้วย และ
พอเดินเคียงกันเข้าไปในร้าน กุสุมาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นสูรย์ถือตะกร้าและหยิบขนมนา ๆ ชนิดใส่ลงไป
“จะเอาไปไหนเยอะแยะ”
“ฝากย่า ฝากยาย ฝากญาติของเราไง” เพราะก่อนหน้านั้นกุสุมาก็เล่าเรื่องวงศาคณาญาติข้างแม่ข้างพ่อให้สูรย์ฟังคร่าว ๆ กับชีวิตของตนนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร จนกระทั่งสูรย์ได้ซักถึงเหตุที่ทำให้ต้องรีบเดินทางไปหาย่าในวันนี้
“เยอะไปหรือเปล่า”
“มีกี่ครอบครัวละ...”
กุสุมาเหลือกตาครุ่นคิด..
“เอาหมดหมู่บ้านเลยไหม”
“มากไป”
“ทำไมต้องซื้อไปฝากด้วย เปลืองเงินเปลืองทอง”
“อ้าว..” ใจจริงสูรย์อยากจะบอกว่า ‘รักผู้หญิงให้อิงให้ผู้ใหญ่’ แต่เขาก็เลี่ยงไปว่า
“ไปมือเปล่าแล้วมันเขิน”
“ไม่เห็นจะต้องเขินเลย ส่งม่าแล้วก็กลับ”
“ไม่กลับ”
“แล้วม่าจะบอกกับ...ว่าอย่างไงละเนี่ย”
“ไม่รู้”
กุสุมาพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติแต่ถึงกระนั้นมันก็ตึงจนรู้สึกเขิน เขากำลังเล่นเกมกับเธอ กำลังรุกคืบแต่ว่าไม่ยอมรับความจริงออกมาว่ารักเธอ.. กุสุมาถอนหายใจเบา ๆ เพื่อตั้งสติ
“ไป ได้ของครบแล้ว”
“ไม่กลับนี่หมายความว่าไง” กุสุมาเอ่ยถามเมื่อรถแล่นออกจากปั้มน้ำมันที่มีร้านขายของฝาก
“ก็..ยังไม่กลับ อยู่กับเรานั่นแหละ”
“จะอยู่ได้ไง อยู่ทำไม อยู่เพื่ออะไร..”
“หรือไม่อยากให้อยู่”
“อยู่ทำไมละ แล้วม่าจะบอกกับย่ากับยายกับญาติม่าว่าไง”
“ก็บอกว่าฉันเป็นนนนน ...เป็นคนขับรถประจำตัว”
กุสุมายกมือเกาต้นคอใบหน้านั้นยุ่งเหยิงเอาการ
“คนอื่นคงเชื่อหรอก..บอกตรง ๆ ถ้าคุณสูรย์ทำอย่างนั้นจริง ๆ ม่าเสียหายนะ..คนบ้านนอก ปากมากจะตาย ป่านนี้มานั่งรอดูคุณสูรย์กันแล้ว”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“อืม...จริง เรื่องจริง”
“งั้นฉันส่งแล้วกลับเลยก็ได้..ถ้าเราอายที่ไปกับคนแก่” สูรย์แสร้งทำหน้าบึ้ง แต่ว่าอย่างไรเสียกุสุมาก็เห็นว่าดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“ทำไมคิดว่าตัวเองแก่”
“สามสิบแล้วไม่แก่ได้ไง”
“ไม่แก่หรอก กำลังดี ม่าเสียอีกเด็กกะโปโล”
“ไม่เด็กหรอก กำลังดี”
พอเขาย้อนมาอย่างนี้กุสุมาซ่อนความเขินอายไว้โดยการหันไปมองข้างทาง..
“ม่า..” น้ำเสียงของสูรย์กระเส่าลงจนกุสามารู้สึกว่าใจของตนเองนั้นสั่นไหวจนอยากจะควบคุม แต่ถึงอย่างไรกุสุมาก็คือกุสุมา จากที่ควรจะตอบว่า ‘ขา’ หรือ ‘จ๋า’ ด้วยน้ำเสียงหวาน ๆ กุสุมาดันขานรับเขาด้วยน้ำเสียงแบบที่ตนเองเป็นว่า
“อาไร”
บนรถที่แล่นไปบนถนนสายเอเชียมุ่งหน้าไปสู่จังหวัดนครสวรรค์สูรย์กับกุสุมากำลังหอมหวานกัน แต่ว่าในร้านฟูจิที่ห้างสรรพสินค้า ถมยาก็กำลังเล่นเกมส์ขายหัวใจให้กับอรพิม ซึ่งหญิงสาวพอรู้ว่า ถมยาถูกหวยรัฐบาลรางวัลที่สองจนมีเงินมาเลี้ยงอาหารแสนแพงมื้อนี้ก็ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
“จริงดิ๊ นายล้อเล่นหรือเปล่า”
“ไม่ได้ล้อ..” ว่าแล้วถมยาก็ตบกระเป๋าเสื้อสองทีหลังจากนั้นก็ดึงกุญแจรถมอเตอร์ไซด์ออกมาวาง
“แล้วเงินยังเหลืออีกเท่าไหร่”
“ถามทำไม” ถมยาที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามชักสีหน้าสงสัย อรพิมที่อารมณ์ดีเพราะอาหารกับเห็นว่าพอจะมีอะไรสนุก ๆ ทำ มีสีหน้าสดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ยืมมั่งได้ป่ะ”
“จะเอาไปทำอะไร”
“ซ่อมรถ”
“ซ่อมทำไม”
“เอ้า! ถามได้”
“ผมไม่มีเงินไว้สำหรับให้คนอื่นยืมหรอกครับ ต้องเก็บไว้เรียนหนังสือ” ตอนแรกถมยาว่าจะลาออกจากงานไปเรียนต่อ แต่เมื่อมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดเทอม ถมยาจึงต้องอยู่เพื่อกันท่าอรพิมไปก่อน และในเวลานี้ เขาก็รู้สึกว่า งานทดแทนบุญคุณของกุสุมาในครั้งนี้ มันก็ทำให้เขากระชุ่มกระชวยอยู่ไม่น้อย
“ไม่น่าเชื่อว่าจะรักดี..นะยืมเงินหน่อย สองหมื่น” อรพิมหันมาอ้อนแต่ถมยาเบ้หน้า
“กินอะไรอีกไหม จะได้ออกจากร้าน”
“อิ่มแล้ว”
“งั้นเช็คบิลนะ”
“สองหมื่นนะ ซ่อมรถ นะนะ”
ถมยาลุกขึ้น หยิบบิลที่พนักงานหย่อนไว้ในกล่องแล้วเดินนำอรพิมออกไปจากโต๊ะ
และพอออกไปพ้นร้านอาหารที่มีราคาแพงมาก อรพิมดำเนินการออดอ้อนเพื่อยืมเงินถมยาต่อ..
แต่ถมยาก็พอรู้ทันว่า อรพิมมีถ้อยคำหวาน ๆ ให้เขาเพื่ออะไร
“ผมบอกแล้วว่าผมไม่มีเงินให้คนอื่นยืม”
“ฉันคนอื่นที่ไหน”
“คนอื่น..ถ้าเป็นแฟนผมก็ว่าไปอย่าง”
อรพิมเบ้ปากที่มีลิปสติกเคลือบอย่างสวยงาม..
“อยากดูหนังไหม”
“ไม่”
“งั้นก็แยกกันตรงนี้นะ ผมจะไปดูหนัง ถ้าอยากไปก็ตามมา” ว่าแล้วถมยาก็สาวเท้ายาว ๆ เดินจากไป อรพิมยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน และเมื่อรู้ตัวว่าไม่มีเรื่องอะไรให้ทำ อรพิมจึงวิ่งตามถมยาไป แม้จะไม่ได้เงิน แต่อย่างน้อย ในวันนี้เธอก็ไม่เหงา และรู้สึกว่าตัวเองไม่ไร้ค่าอย่างวันก่อน ๆ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 30 พ.ค. 2554, 09:56:14 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 30 พ.ค. 2554, 09:56:14 น.
จำนวนการเข้าชม : 3220
<< 21 ศัตรูคู่อาฆาต | 23.“ถามได้ ว่าทำไม ก็น่าจะรู้” >> |

จุฬามณีเฟื่องนคร 30 พ.ค. 2554, 10:01:30 น.
สวัสดีวันจันทร์ที่แสนสบ้ายสบายครับทุกๆ ท่าน..
ผมมีเรื่องสอบถามนิดหนึ่ง ไม่ทราบว่า เพื่อน ๆ ยังจำ เรื่อง พระอาทิตย์ขึ้นในคืนหนาว (มาลี ชัชชัยกลยุทธ) กับ เรื่อง อลวนถนนหัวใจได้ไหม (โชคชัย อินทรา รังสิตา ประดิพัทร์)
สองเรื่องนี้ ผมเคยโพสต์ในเว็ลเลิฟเมื่อปีห้าศูนย์ ..หลายปีมาแล้ว แ้ล้วตอนนี้ผมก็รีไรท์รอบแล้บรอบเล่า จนกระทั่ง คิดว่า น่าจะจัดพิมพ์เอง เหมือนอรุณสวัสดิ์หัวจ ซึ่งยอดขาย เป็นที่น่าพอใจมากกกกกกก ขอบคุณนะครับ..จุ๊บ ๆ
ถามแล้วกันว่า อยากอ่านเรื่องไหนก่อนครับ จะนำมาโพสต์ต่อจากุหลาบซ่อนกลิ่นซึ่ง น่าจะจบเร็ว ๆ นี้ เพราะต้นฉบับที่บ้านไอ้ม่าเสร็จคุณสูรย์ไปแล้ว 5555555
ห้ามตอบว่า สองเรื่องพร้อมกันเลย..
ฝนตกบ่อย ๆ อย่าลืม พกร่ม และ หนังสือนิยายสนุก ๆ ไว้ในกระเป๋านะครับ (โดยเฉพาะอรุณสวัสดิืหัวใจ มีจำหน่ายที่ร้านบี ร้านเจ๊ฮั้ว ร้านห้าห้า สวนจตุจักรแล้วน้า ) จุ๊บ ๆ
สวัสดีวันจันทร์ที่แสนสบ้ายสบายครับทุกๆ ท่าน..
ผมมีเรื่องสอบถามนิดหนึ่ง ไม่ทราบว่า เพื่อน ๆ ยังจำ เรื่อง พระอาทิตย์ขึ้นในคืนหนาว (มาลี ชัชชัยกลยุทธ) กับ เรื่อง อลวนถนนหัวใจได้ไหม (โชคชัย อินทรา รังสิตา ประดิพัทร์)
สองเรื่องนี้ ผมเคยโพสต์ในเว็ลเลิฟเมื่อปีห้าศูนย์ ..หลายปีมาแล้ว แ้ล้วตอนนี้ผมก็รีไรท์รอบแล้บรอบเล่า จนกระทั่ง คิดว่า น่าจะจัดพิมพ์เอง เหมือนอรุณสวัสดิ์หัวจ ซึ่งยอดขาย เป็นที่น่าพอใจมากกกกกกก ขอบคุณนะครับ..จุ๊บ ๆ
ถามแล้วกันว่า อยากอ่านเรื่องไหนก่อนครับ จะนำมาโพสต์ต่อจากุหลาบซ่อนกลิ่นซึ่ง น่าจะจบเร็ว ๆ นี้ เพราะต้นฉบับที่บ้านไอ้ม่าเสร็จคุณสูรย์ไปแล้ว 5555555
ห้ามตอบว่า สองเรื่องพร้อมกันเลย..
ฝนตกบ่อย ๆ อย่าลืม พกร่ม และ หนังสือนิยายสนุก ๆ ไว้ในกระเป๋านะครับ (โดยเฉพาะอรุณสวัสดิืหัวใจ มีจำหน่ายที่ร้านบี ร้านเจ๊ฮั้ว ร้านห้าห้า สวนจตุจักรแล้วน้า ) จุ๊บ ๆ

nutcha 30 พ.ค. 2554, 11:49:41 น.
ถมยาเจ้าเล่ห์มาก คุณสูรย์น่ารักอีกแล้วต่อมความอิจฉาไอ้ม่าทำงานอีกแล้ว
ถมยาเจ้าเล่ห์มาก คุณสูรย์น่ารักอีกแล้วต่อมความอิจฉาไอ้ม่าทำงานอีกแล้ว

nutcha 30 พ.ค. 2554, 11:50:16 น.
ถมยาเจ้าเล่ห์มาก คุณสูรย์น่ารักอีกแล้วต่อมความอิจฉาไอ้ม่าทำงานอีกแล้ว
ถมยาเจ้าเล่ห์มาก คุณสูรย์น่ารักอีกแล้วต่อมความอิจฉาไอ้ม่าทำงานอีกแล้ว


niny 30 พ.ค. 2554, 12:08:42 น.
เรื่องที่สองค่ะ
เรื่องที่สองค่ะ

Zephyr 30 พ.ค. 2554, 13:44:45 น.
คุณสูรย์จะน่ารักไปไหนเนี่ย
คุณสูรย์จะน่ารักไปไหนเนี่ย

อมลลดาOWOอมรรัตน์ 30 พ.ค. 2554, 14:45:54 น.
เรื่องพระอาทิตย์ขึ้นในคืนหนาวค่ะ
แวะมาให้กำลังใจค่ะ พี่เฟื่อง ลืมกันรึยังเนี่ย
ช่วงนี้มะค่อยได้เล่นเฟซ ส่วนตังค์ยังไม่โอน รออีกนิดนะค่า
แตนสั่งกามเทพปั้นรัก (ชอนตะวัน) กะหัวใจไม่ใช่เส้นขนาน (เฟื่องนคร)ไปแล้วค่า จะได้มานอนกอดนอนอ่านเร็ว ๆนี้ พอดีมันลด 50% อยากซื้อให้ครบทุกเรื่องที่พี่เฟื่องเขียน ขอบอกว่าอ่านแล้วชอบมาก เป็นนิยายน้ำดี ที่น่าอ่านมาก ๆ
เรื่องพระอาทิตย์ขึ้นในคืนหนาวค่ะ
แวะมาให้กำลังใจค่ะ พี่เฟื่อง ลืมกันรึยังเนี่ย
ช่วงนี้มะค่อยได้เล่นเฟซ ส่วนตังค์ยังไม่โอน รออีกนิดนะค่า
แตนสั่งกามเทพปั้นรัก (ชอนตะวัน) กะหัวใจไม่ใช่เส้นขนาน (เฟื่องนคร)ไปแล้วค่า จะได้มานอนกอดนอนอ่านเร็ว ๆนี้ พอดีมันลด 50% อยากซื้อให้ครบทุกเรื่องที่พี่เฟื่องเขียน ขอบอกว่าอ่านแล้วชอบมาก เป็นนิยายน้ำดี ที่น่าอ่านมาก ๆ

อมลลดาOWOอมรรัตน์ 30 พ.ค. 2554, 14:47:21 น.
แตนอาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาอ่าน แต่ตามมากดไลค์ให้ทุกตอนเลยค่า
แตนอาจจะไม่ค่อยได้เข้ามาอ่าน แต่ตามมากดไลค์ให้ทุกตอนเลยค่า




หมูบิน 31 พ.ค. 2554, 06:57:22 น.
อลวนฯ ก็ได้ค่าาาา ชื่อเรื่องก็น่าสนุกแล้ว ขอบคุณมากๆ นะคะ
อลวนฯ ก็ได้ค่าาาา ชื่อเรื่องก็น่าสนุกแล้ว ขอบคุณมากๆ นะคะ

ณิณ 31 พ.ค. 2554, 21:44:27 น.
ไม่เคยอ่านซักเรื่องเลยค่ะคุณเฟื่อง^^เลยไม่ทราบแนวด้วย เอาตามเพื่อนๆโหวตแล้วกันค่ะ
ไม่เคยอ่านซักเรื่องเลยค่ะคุณเฟื่อง^^เลยไม่ทราบแนวด้วย เอาตามเพื่อนๆโหวตแล้วกันค่ะ