รักก็คือรัก(เรื่องสั้น)
รัก... คือความรู้สึกดีๆ หากจะมีความหมายก็คงอธิบายไม่ได้ เพราะความหมายนั้นคงเปลี่ยนไปแล้วแต่ใครสักคนจะนิยาม
Tags: รัก, ซึ้ง, สบาย, คิดถึงนะ, รชต

ตอน: รักก็คือรัก part 2

ดวงอาทิตย์ลับหายไปตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครได้สังเกต ฟ้ามืดมิดไร้ดวงดาวหากแต่สายฝนที่ประพรมลงมาอีกระลอกส่งละอองฟุ้งกระทบกับแสงไฟยามค่ำคืนดูสวยงาม

เสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้นอีกครั้ง แต่วาคิมไม่ได้ยิน ที่ชัดเจนคือเสียงของผู้หญิงที่โผล่หน้าเข้ามา

“สวัสดีค่ะ”

“ร้านปิดแล้วนะครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ เหลือบดูนาฬิกาเพื่อความแน่ใจ ขณะนี้เวลา 22.00 น. แน่นอน แม้ว่าป้ายร้านยังไม่ได้กลับด้านแต่นี่มันเวลาปิดร้านแล้วจริงๆ

ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาในร้าน เขาจำเธอได้ แม้ว่าสภาพของเธอวันนี้จะเปียกปอนมาก็ตาม เธอมานั่งดื่มกาแฟที่ร้านของเขาเมื่อสองวันก่อน

“ขอโทษนะคะ พอดีว่ารถฉันเสียก่อนจะถึงร้านคุณน่ะค่ะ” เธอยกมือไปด้านหลังซึ่งมีประตูอยู่ตรงนั้น แล้วล้วงมือไปในกระเป๋าถือยกโทรศัพท์ออกมา “โทรศัพท์ก็แบตหมดค่ะ”

“ถ้างั้น...” วาคิมครุ่นคิด มองออกไปข้างนอก ฝนระลอกใหม่เพิ่งจะตกได้ไม่นานและมีทีท่าว่าจะเป็นอย่างนี้ทั้งคืน “เข็นรถคุณมาไว้ในร้านผมก่อนก็แล้วกัน ที่นี่คงไม่มีร้านซ่อมเปิดดึกดื่นขนาดนี้หรอกครับ”

วาคิมเดินออกมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตู เมื่อได้ยืนใกล้กันแบบนี้จึงเพิ่งรู้ว่าเขาสูงกว่าเธอมาก เธอเงยหน้ามองเขาเห็นสายตาที่มุ่งมั่นซึ่งช่วยบรรเทาอาการอารมณ์เสียของเธอให้ลดลง

“เดี๋ยวผมเข็นเองนะ”

พูดเสร็จวาคิมก็เดินไปหลังรถ ฝนที่เหมือนจะซาเริ่มตกหนักขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวบังคับพวงมาลัยเข้ามาจอดในที่จอดรถของร้านซึ่งอยู่ด้านในสุด ดูเหมือนว่าตรงนี้จะเป็นที่จอดรถของเจ้าของร้านมากกว่าของลูกค้า

“พรุ่งนี้คุณก็โทรบอกช่างให้มาลากรถก็แล้วกันนะครับ หรือว่าจะให้ผมโทรให้”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันโทรเอง” หญิงสาวรู้สึกตื้นตันในใจกับน้ำใจของชายหนุ่ม ข้อดีของการมาอยู่ในอำเภอเล็กๆ ต่างจังหวัดคือการได้เห็นน้ำใจของคนในชุมชนที่มากมายนัก ดูก็รู้ว่าเขาก็คงเหนื่อย และนี่ก็ไม่ใช่ธุระของเขาแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธเธอเลย

“ขอบคุณมากนะคะ”

“โอ้... ไม่เป็นไรครับ” วาคิมโบกไม้โบกมือ

เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเปียกพอๆ กับเสื้อเชิ้ตสีชมพูของเธอ และเขาก็ยังยิ้มให้ เธอยิ่งเห็นลักยิ้มของเขาชัดเจนเมื่ออยู่ใกล้กันแบบนี้

“แล้วคุณจะกลับบ้านยังไงครับ” วาคิมถามเมื่อเขาผลักประตูเปิดออก ผายมือให้เธอเข้าไปด้านใน และไม่ลืมที่จะกลับป้ายด้านหน้าว่า “ร้านปิดแล้วครับ”

“นั่นสิ”

“บ้านคุณอยู่ไกลไหมครับ” วาคิมมองหน้าที่ว่างเปล่าของเธอ

“ออกไปข้างนอกสักกิโลได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไม่รอรถเมล์ที่ป้ายโน้นก็ได้ค่ะ”

วาคิมมองหน้าคนพูด เธอยิ้มจืดชืด ตาโตกระพริบถี่ เขาอดที่จำขำไม่ได้ “ตอนนี้รถคงหมดไปแล้วล่ะ เอ่อ... ผมชื่อคิมนะ คุณชื่ออะไรล่ะ”

นิ้วเรียวชี้ที่ตัวเอง เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้แนะนำตัวกับเขาทั้งที่ขอความช่วยเหลือเขามากมาย “ฝนค่ะ” สริดาบอกชื่อเล่นของเธอไป

วาคิมยิ้มกว้างมองดูเสื้อผ้าที่เปียกปอนของหญิงตรงหน้า ผมยาวสีดำนั้นก็ไม่รู้จะอธิบายว่าเป็นทรงอะไร “คุณมาพร้อมสายฝนจริงๆ รอผมตรงนี้ก่อนนะ โอ้...” เสียงอุทานดังก่อนที่เขาจะทันได้ก้าวเท้าเดิน เขายกผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่ขึ้นมาดู มีรอยโคลนตรงด้านหน้าสีน้ำตาล

“อุ๊ย.” สริดาหน้าถอดสี

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ” วาคิมโบกมือเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์ของเขา ชายหนุ่มถอดผ้ากันเปื้อนและเสื้อที่เปียกออก

สริดาเห็นแขนยาวยกขึ้นอยู่หลังเคาท์เตอร์เป็นกิริยาของคนกำลังถอดเสื้อ สมองของเธอเริ่มคิดอย่างยากที่จะหยุด สายฝนยามค่ำคืนกำลังตกอย่างเงียบสงบ ภายใต้แสงเหลืองนวลภายในร้านมีชายฉกรรจ์กำลังเปลือยร่าง และหญิงสาวบอบบางสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยอย่างเธอ

ไม่จริงหรอก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก แต่เท้าขวาถอยไปแล้วหนึ่งก้าว

“เดี๋ยวผมไปส่งก็แล้วกัน” วาคิมสวมเสื้อยืดสีดำเดินออกมา คิ้วเข้มมุ่นแทบจรดกันเป็นเส้นเดียวเมื่อเห็นสริดาเดินถอยไปไกล “เอ่อ... ผมทำให้คุณกลัวเหรอ...”

แม้นไม่มีคำตอบแต่ท่าทางของเธอก็ทำให้เขาทราบโดยอัตโนมัติ วาคิมยิ้มกว้างยกสองมือขึ้นเหนืออกเหมือนยอมแพ้ “ผมขอโทษที่ทำให้กลัว มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะกับสถานการณ์แบบนี้ แต่ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก”

“ฉันอยากกลับบ้านแล้วค่ะ” สริดาหยุดถอยแล้ว แต่ใจก็ยังไม่หยุดสั่น จะไม่ให้กลัวได้อย่างไรในเมื่อตัวเขาโตยิ่งกว่าเธอนัก ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ เธอจะสู้เขาได้อย่างไร

“เพื่อให้คุณสบายใจนี่โทรศัพท์ผม มีอะไรก็โทรเรียกตำรวจได้เลย โอเคไหม” วาคิมเดินเอาโทรศัพท์ไปวางบนโต๊ะตัวที่ใกล้สริดาที่สุด ไม่คิดเลยว่าตนเองจะกลายเป็นคนร้ายได้เสียนี่

“ฉันขอโทษค่ะ” สริดาสีหน้าสลดลง ขยับไปหยิบโทรศัพท์ตามคำเชิญชวน จากประสบการณ์สอนให้รู้ว่าอย่าไว้ใจคนอื่นให้มาก โดยเฉพาะคนที่เพิ่งรู้จักเพราะแม้แต่คนที่รู้จักมานานก็ยังไม่อาจจะไว้ใจ

“วันนี้ผมมีแต่มอเตอร์ไซค์นะครับ คุณใส่นี่ซะ น้ำฝนมันเย็นเดี๋ยวคุณจะเป็นหวัดเอา”

ชายหนุ่มยื่นเสื้อกันฝนให้เธอ เขาเดินนำออกไปข้างนอก นำรถมอเตอร์ไซค์คันเล็กของเขาออกมา เรียกให้เธอไปนั่งซ้อนท้าย

ในค่ำคืนสายฝนพร่ำอย่างเงียบสงบ หญิงสาวซบหลบเม็ดฝนลงที่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม ชายที่เมื่อครู่ทำให้เธอไม่อาจไว้ใจ แต่เขาบอกว่าน้ำฝนเย็นอาจจะทำให้เธอป่วยได้ และเพราะเขาเธอจึงไม่เปียกฝนอีกขณะที่เขาเปียกโชกไปทั้งตัว

ในวันที่เลวร้ายอีกหนึ่งวัน สริดาอยากบอกกับคนข้างหน้าเธอนักว่า บางทีน้ำฝนก็ไม่ได้เย็นเสมอไปหรอก ในวันนี้เธอรู้สึกอบอุ่นเมื่อเปียกฝนไปทั้งตัว พร้อมๆ กับเขา



รุ่งเช้าดวงอาทิตย์ยังทำหน้าที่ปลุกสิ่งมีชีวิตในโลกเช่นเคย แสงแดดจ้าส่องสว่างไร้เมฆบดบังหากแต่ไม่ร้อนดังเช่นทุกวันอันเป็นผลจากน้ำฝนเมื่อคืนที่ยังทิ้งความชุ่มฉ่ำไว้ตามผืนดินและยอดหญ้า

“สวัสดีค่ะ” สริดาเดินเข้ามาในร้านกาแฟที่เธอมารบกวนรอบดึกที่ผ่านมา ในร้านว่างเปล่าทั้งที่แขวนป้ายว่าเปิดแล้ว เธอมองหาเจ้าของร้านแต่ว่าไม่เห็นเขาแม้แต่เงา เห็นเพียงผ้าผืนหนึ่งที่วางกองอยู่บนโต๊ะ เธอเดินเข้าไปหยิบดู

“ผ้ากันเปื้อนนี่นา” ผ้ากันเปื้อนทั้งตัวสีฟ้ามีโคลนทิ้งคราบไม้ที่กระเป๋าด้านหน้า ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจ

“คุณมาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย ทำไมผมไม่เห็นนะ” วาคิมเดินเข้าประตูด้านหน้าร้านยืนอยู่ข้างหลังเธอพอดี

ด้วยความตกใจสริดารีบทิ้งผ้ากันเปื้อนลงที่เดิม ยืนนิ่งมองหน้าเขาจนนึกขึ้นได้ว่าเธอมาเพื่อทำอะไร มือน้อยล้วงลงในกระเป๋าถือ ยื่นโทรศัพท์มือถือส่งคืนให้

“ขอบคุณมากค่ะ”

วาคิมรับโทรศัพท์ของเขาคืนมา “แอบขโมยเบอร์โทรผมหรือเปล่า”

“เปล่า...” เธอตอบเสียงสูง คนอย่างเธอน่ะเหรอ... จะปล่อยโอกาสให้ผ่านไป

“เขาบอกว่าเสียงสูงๆ เชื่อไม่ได้”

รอยยิ้มเหนือกว่าทำให้หน้าหญิงสาวขึ้นสี เขาที่เธอพบกันวันก่อนกับเขาที่เธอพบวันนี้เหมือนเป็นคนละคนกัน ผู้ชายคนนั้นดูสุขุม ใจเย็น ขณะที่คนตรงหน้าดูขี้เล่น ใจดี

“คุณจะรับกาแฟหน่อยไหม ฮัดชึ่ย”

ดวงตาดำขลับกระพริบปริบๆ ขณะที่เจ้าของดวงตากลมโตอมยิ้มกับท่าทางของเขา

“ท่าทางคุณจะไม่สบายนะคะ”

“นั่นสิ เพราะคุณแท้ๆ เลยนะ” เขายิ้มขยี้จมูกโด่งของตัวเอง “ผมพูดเล่นน่า ผมแข็งแรงกว่าที่คุณคิด แล้วคุณจะรับกาแฟไหม แก้วแรกของวันนี้ผมไม่คิดตังค์หรอก”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ว่าแต่...” หญิงสาวส่งสายตาไปที่ผ้าผืนที่เธอหยิบก่อนหน้า “คุณทิ้งแล้วเหรอคะ”

“อืม... ก็มันซักไม่ออกแล้ว ไม่เป็นไรหรอกครับ”

“งั้นฉันขอก็แล้วกันนะคะ” สริดารีบหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมา “คุณพอจะมีถุงไหม”

“อ้อ...” วาคิมคิดไม่ออกว่าเธอจะนำผ้านั้นไปทำอะไร และก็ไม่ปฏิเสธกับคำของของเธอ เขาหยิบถุงพลาสติกส่งให้ตามคำขอ แล้วเธอก็ขอตัวออกไปทิ้งไว้เพียงเสียงกระดิ่งหน้าร้านเช่นเคย


------------------------------------------------------------------------------

ตอนใหม่มาแล้วค่ะ คุณpkka ขอบคุณมากค่ะ

ปล.มีใครแอบมาอ่านนิยายเราน้า............




รชต
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 1 พ.ค. 2556, 14:22:27 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 พ.ค. 2556, 14:22:27 น.

จำนวนการเข้าชม : 1154





<< รักก็คือรัก part 1   รักก็คือรัก part 3 >>
คิมหันตุ์ 1 พ.ค. 2556, 16:26:39 น.
จะเอาผ้ากันเปื้อนไปทำอะไรนิ???

น่าติดตามค่ะ...เรื่องสั้นประมาณกี่ตอนคะ?


mhengjhy 1 พ.ค. 2556, 16:33:57 น.
เก็บไว้เป็นที่ระลึกหรอคะ


pkka 1 พ.ค. 2556, 21:39:32 น.
นั่นสินะ เอาไปทำไรน้อ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account