บ่วงรักแรงอธิษฐาน
รักในปัจจุบันผูกพันกับรักที่ปวดร้าวในอดีตชาติ
คำอธิษฐานและบุพเพสันนิวาสนำเขาและเธอกลับมาพบกันอีกครั้ง
แต่จะทำเช่นไรเมื่อหนึ่งคือเพื่อนรักที่ยอมสละชีพเพื่อเราและหนึ่งคือยอดดวงใจที่เฝ้ารักเฝ้ารอมาหลายภพชาติ
Tags: ย้อนอดีต ระลึกชาติ บุพเพสันนิวาส

ตอน: ตอนที่ 19 หัวใจกระซิบรัก


“จ่าแดงให้เด็กเช็คจำนวนชาวบ้านที่มาใช้บริการด้วยนะครับ จะได้รู้ว่ามีคนสนใจมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ดูแลเต็นท์ให้แข็งแรงด้วยเผื่อบ่ายๆ ฝนตกจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกัน ข้าวกล่องพอไหมครับพี่ยะห์”

‘ร้อยโทปณิธาน’ เด็กหนุ่มจอมทะเล้นที่เติบโตเป็นหนุ่มเต็มตัว สั่งงานผู้ใต้บังคับบัญชา ก่อนจะหันไปทักทายแม่ครัวอาสาที่มาช่วยงานออกหน่วยเคลื่อนที่ในครั้งนี้

“พอค่ะหมวด ถ้าเหลือก็เดี๋ยวให้เด็กๆ เก็บไว้กินตอนเย็นด้วยก็ได้ พรุ่งนี้คิดว่าอาจจะมีคนเยอะขึ้นจะพี่ทำมาเผื่อไว้สักหน่อยค่ะ” แม่ครัวฝีมือดีเงยหน้าขึ้นตอบพลางยิ้มกว้าง

การออกหน่วยเคลื่อนที่ของเหล่าทหาร จัดขึ้นเพื่อสานสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐและชาวบ้านในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดขึ้นครั้งละสามวันย้ายฐานไปเรื่อยๆ ตามหมู่บ้านต่างๆ มีนิทรรศการ กิจกรรมสันทนาการ เพื่อการมีส่วนร่วม เสริมสร้างมิตรภาพ มีนิทรรศการเพื่อความเข้าใจอันดีต่อนโยบายของรัฐ เหล่าทหารและอาสาสมัครออกให้บริการด้านสาธารณูปโภคให้กับชาวบ้าน บริการตัดผมให้เด็กนักเรียน ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี

สถานการณ์ในภาคใต้นั้น เมื่อได้มีโอกาสลงไปคลุกคลีจะดูแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่ได้รู้ได้เห็นผ่านข่าวทางโทรทัศน์อยู่มาก ประชาชนในพื้นที่ดูเป็นชาวบ้านธรรมดาไร้พิษภัยใดๆ มีวิถีชีวิตที่ในแบบเฉพาะของตนเอง เหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นรายวันอันเป็นตัวการบั่นทอนภาพลักษณ์ที่ดีตามแบบวิถีดั้งเดิมของชาวใต้ เกิดขึ้นเพราะฝีมือของคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้นเอง แต่กระนั้นก็ยังอยู่ในวิสัยที่จะต้องเฝ้าระวัง เพราะบางสิ่งอาจกำลังเคลื่อนไหวภายใต้สถานการณ์ที่เงียบสงบนี้

“ต้องขอบคุณอิหม่ามมากนะครับ ถ้าไม่ได้อิหม่ามคอยช่วยเหลืองานในวันนี้คงไม่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีขนาดนี้” ผู้หมวดหนุ่มหันไปทางชายชราซึ่งเป็นผู้นำทางศาสนา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘โต๊ะอิหม่าม’ ก่อนผายมือเป็นการเชื้อเชิญ แล้วทั้งสองก็เดินสนทนากันไปช้าๆ ตามทางเดินแคบๆ

“ต้องขอบคุณผู้หมวดเหมือนกัน ผมดีใจนะกับท่าทีแห่งมิตรภาพและความพยายามที่จะสานสัมพันธ์ ชาวบ้านที่นี่มีวิถีชีวิตค่อนข้างชัดเจนมีความเป็นตัวของตัวเองมานาน คุ้นเคยกับความไม่ยุติธรรมในแบบเดิมๆ ที่เคยได้รับ หมวดคงต้องเหนื่อยหน่อย แล้วผมจะเอาใจช่วยอีกแรง”

โต๊ะอิหม่าม มองเด็กๆ ที่เข้าแถวรอรับแจกไอติมด้วยสีหน้ามีความสุขแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ นานแล้ว..ตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นก็ไม่ค่อยมีคนต่างถิ่นแวะมาเยี่ยมเยียนบ่อยนัก โอกาสจะชี้แจงต่อชาวโลกว่าคนใต้ไม่ได้โหดร้ายทารุณหรือป่าเถื่อนอย่างที่เป็นข่าวก็ยากเกินไปสำหรับอิหม่ามชราๆ คนหนึ่ง

“ขอเพียงพวกเราร่วมมือกัน สักวันความพยายามจะต้องสัมฤทธิ์ผลครับ” สหายต่างวัยส่งยิ้มเปี่ยมไมตรีให้กัน ก่อนที่ผู้หมวดหนุ่มจะขอตัวรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาในจังหวะนั้นพอดี

“ขอบใจมากหมู่อ๊อด งั้นวันนี้ผมคงต้องหาที่นอนใหม่ซะแล้ว”



มื้อค่ำผ่านไปแล้ว คืนนี้ปณิธานต้องพักค้างอ้างแรมที่บ้านของโต๊ะอิหม่ามตามคำเชื้อเชิญ การเกิดมาน่ารักและอัธยาศัยดีทำให้ต้องหลบหลีกจากสาวๆ หัวซุกหัวซุนขนาดนี้เชียวหรือ...อันที่จริงปณิธานเองก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้แบบฝังแน่นอะไร ตลอดเวลาหลายปีกับภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง ในหัวใจของเขาก็ยังคงมีเพียงปิ่นปัทมา น้องสาวติดมารดาที่น่ารักเพียงคนเดียวเท่านั้น แหวนวงสำคัญก็ยังถูกเก็บเอาไว้อย่างดี เพื่อรอเวลาให้ภารกิจเบาบางลงสักนิดเสียก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กัน เพราะนี่ก็ล่วงเลยมาแล้วหลายปี

ผู้หมวดหนุ่มเอนกายนอนหงายที่นอกชานอย่างผ่อนคลาย สองมือหนุนท้ายทอยต่างหมอน นึกสงสารน้องอิงอรบุตรสาวคนเดียวของท่านผู้การอยู่ไม่น้อย ที่ถูกปล่อยให้คอยเก้ออยู่ที่ค่าย ครั้นจะหักหาญน้ำใจบอกไปว่าไม่มีวันที่หัวใจของพี่หมวดจะรักน้องอิงอรได้ ก็ต้องรักษาน้ำใจผู้บังคับบัญชาเอาไว้บ้าง คงต้องปล่อยให้เวลาช่วยจัดการทุกอย่าง เมื่อความพยายามไม่เป็นผลเธอก็คงจะเบื่อหน่ายและเลิกล้มความตั้งใจไปเอง

บึ้ม!!

“เกิดอะไรขึ้น?” ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว สีหน้าที่ผ่อนคลายถูกแทนที่ด้วยความกังวล เสียงระเบิดดังมาจากทางค่าย จะมีใครเป็นอะไรหรือไม่นะ โต๊ะอิหม่ามรุดมาสมทบในทันที

“ทุกคนปลอดภัยดีครับหมวด คิดว่าพวกมันคงแค่ต้องการข่มขู่เท่านั้นครับ”
สหายต่างวัยหันมองหน้ากัน ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ปณิธานเก็บวิทยุสื่อสาร โต๊ะอิหม่ามส่ายศีรษะอย่างเอือมระอา นี่คือภาพลบในสายตาชาวโลกที่มีขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน



เช้าวันใหม่อากาศแจ่มใส เหตุการณ์ต่างๆ ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น เพื่อผลอันจะนำพาความสงบสุขมาสู่ประเทศชาติต่อไป

ผู้หมวดปอนด์กลับมาที่ค่ายตั้งแต่เช้ามืด อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจในวันนี้

“หมวดครับ มีผู้หญิงมาหาครับ”

“หา...อีกแล้วเหรอ วันนี้จะไปนอนที่ไหนดีล่ะหมู่ ผมละกลุ้มจริงๆ” คิ้วเข้มบนใบหน้าคมคายขมวดขึ้นอีกครั้งอย่างหนักอกหนักใจ

“กลุ้มอะไรกันจ๊ะ ขี้เหร่ขนาดนี้ไม่ได้ทำให้หัวอกสาวสวยหวั่นไหวได้หรอกน่า”
น้ำเสียงยียวนที่คุ้นเคยแม้จะห่างหูมานานทำให้ต้องหันขวับไปทางเจ้าของเสียงอย่างแปลกใจ นั่นมันเสียงของ...

“ยายหมีดำ มาได้ยังไงนี่ ไม่รู้เหรอว่าที่นี่มันอันตราย” ประโยคแรกในการทักทายมีเสียงเอ็ดด้วยความเป็นห่วงระคนดีใจเกินจะเก็บอาการ สีหน้าที่แสดงความกังวลคลี่คลายลงอีกครั้ง

“มาได้ยังไงก็มาแล้ว แล้วที่ว่าอันตรายน่ะ อันตรายจากอะไรคะ... จากระเบิด หรือว่าอันตรายจากผู้หมวดหัวงูคนนี้กันแน่...” เจอกันปุ๊บก็แหย่กันปั๊บจนผู้หมวดหนุ่มยกมือห้ามแทบไม่ทัน

“โว้วๆๆ น้อยๆ หน่อยน้องพี่อายเขา”

ร่างบางของผู้มาใหม่โผเข้ากอดชายผู้เป็นที่หมายปองของสาวๆ ซึ่งไม่มีการขัดขืนใดๆ เล่นเอาผู้หมู่คนสนิทถึงกับตาโตอย่างสุดจะอิจฉา...ทำไมไม่มีแบบนี้กับเขาบ้างหนอ

หลายปีที่ปาริมาเองก็ขาดการติดต่อ หลังจากจบปริญญาตรีเธอก็เรียนต่อปริญญาโททันที ทำให้ไม่ค่อยได้กลับบ้านบ่อยนัก การเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลทำให้เธอต้องทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดของชีวิตให้กับการเรียน จนทำให้เรื่องราวและความรู้สึกส่วนตัวบางอย่างต้องถูกพักค้างเอาไว้เช่นเดียวกับทุกคน เวลาฟุ้งซ่านเพ้อเจ้อเรื่องความรักได้ผ่านไปแล้วพร้อมกับวัยเยาว์และการกลับเมืองไทยในครั้งนี้ ก็เพื่อเก็บข้อมูลประกอบงานวิจัยเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้กับโปรเฟสเซอร์ที่มหาวิทยาลัย



“ข้อมูลวิจัย? ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวนี่นะ ขอเบอร์โปรเฟสเซอร์หน่อยซิ พี่จะโทรไปด่ามัน” คนเป็นพี่พูดพลางทำท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจ

“ก็ใครบอกว่าคนเดียวล่ะ...”
เจ้าของปลายเสียงออดอ้อนเกาะแขนพี่ชายแน่น รอยยิ้มมีเลศนัยปริ่มใบหน้างามนั้น แทนคำพูดที่ตั้งใจจะบอกว่า...

ก็มีพี่ปอนด์ช่วยอีกคนไงเล่า...




“หึหึหึ ไม่ได้ทำอะไรสนุกๆ มานานแล้ว”

ผู้หมวดปอนด์ อดีตหนุ่มน้อยจอมทะเล้นรำพึงกับตัวเองเบาๆ พลางกดปุ่มเพลย์บนเครื่องเล่นไอพอทเครื่องเล็ก นี่เป็นเวลาส่วนตัวที่คงไม่มีทหารผู้น้อยเข้ามารบกวนถึงในเต็นท์ ชายหนุ่มโยกย้ายส่ายเอวตามจังหวะเพลงแดนซ์อันคึกคักอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ

“โอ้โห...นี่หรือรั้วของชาติ น่าสงสารประเทศไทยจริงๆ”

“เฮ้ย จะเข้ามาก็ส่งเสียงด้วยสิน้อง ถ้าโป๊อยู่ทำไงนี่” ขาแดนซ์เท้าไฟที่กำลังออกสเต็ปท์อย่างเมามันต้องรีบเก็บแข้งขาให้เข้าที่เข้าทาง ปกติแล้วเวลาลูกน้องจะเข้ามาก็จะส่งเสียงขออนุญาตก่อนทุกครั้ง ลืมไปว่าตอนนี้มียายหมีดำอยู่ด้วยอีกคน

“เช๊อะ...ปริมไม่พิศวาสพี่ปอนด์หรอกน่า”

“ทำเป็นปากดีไปเถอะ” พูดพลางเอื้อมมือยีผมสลวยของน้องสาวที่กำลังหัวเราะคิกๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว มันน่าจะเขกสักโป๊กให้หัวโนไปเลย พลันนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

หญิงสาวอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นคิ้วเข้มของพี่ชายขมวดเข้าหากัน ราวกับว่ากำลังเผชิญเรื่องลำบากใจมากมายเหลือเกิน
“อะไรนะ มาอีกแล้วเหรอ?” ชายหนุ่มกุมขมับ และหันไปทางน้องสาวที่เฝ้ามอง คำถามมากมายผุดพรายในตาแป๋วคู่นั้น

“ใครเหรอพี่ปอนด์” ปาริมาถามเสียงกระซิบกระซาบ
“เอ่อ..ผู้หญิงน่ะ”
“วุ้ย...ใครกันนะตาต่ำจัง...” หญิงสาวหัวเราะคิก คำตอบของพี่ชายเปิดช่องให้เธอจิกกัด
“น้อยๆ หน่อย..นี่ผู้หมวดหนุ่มรูปหล่ออนาคตไกลนะน้อง แปลกตรงไหนที่จะมีสาวๆ มาหลงรักและรุมล้อม...” คนไม่ค่อยหลงตัวเองเท่าไหร่โต้กลับพลางหัวเราะหึหึ
“ชิ...ไกลปืนเที่ยงละสิไม่ว่า”

ด้านนอกนั้น อิงอรกำลังใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีในการแหกด่านทหารเพื่อเข้าพบผู้หมวดหนุ่มให้ได้
“หลีกไปนะ ฉันจะไปหาพี่หมวด” หลังจากยื้อยุดกันสักพักหญิงสาวก็ฝ่าด่านเข้ามาจนได้
“ว้าย!” เสียงร้องด้วยความตกใจดังออกมาจากในเต็นท์ผู้หมวด ก่อนจะ...

“มีอะไรกันเหรอคะ?”

อิงอรต้องชะงักเท้าและถอยหลังสองก้าวด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวอีกคนที่สวยผุดผาดยิ่งกว่าผลุนผลันออกมาจากเต็นท์ส่วนตัวของผู้หมวดหนุ่ม เสื้อยืดคอกลมสีขาวตัวเดียวซึ่งยาวเกือบถึงหัวเข่าเผยช่วงขาเรียวขาวสวยสล้าง
ความเจ็บปวดรวดร้าวฉายชัดในแววตาของหญิงผู้เฝ้ารอโอกาสเพื่อจะมาหาพี่หมวดในเช้านี้ นี่พี่หมวดมีคนรักอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ

“พี่หมวด...” หญิงสาวทิ้งถุงของฝากที่อุตส่าห์หอบหิ้วมา ก่อนจะวิ่งหนีจากไปพร้อมน้ำตาที่พร่างพรู

“น่าสงสารนะพี่ปอนด์ ทำไมไม่รับรักเธอไปซะล่ะ” คนเป็นต้นเหตุ หรืออันที่จริงเป็นเพียงผู้ช่วยของตัวต้นเหตุ มองตามหน้าสลด นึกถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันก็อดสงสารไม่ได้

“เรื่องความรักน่ะ ไม่มีเหตุผลหรอกปริม...” คนเสน่ห์แรงลอบถอนหายใจอย่างรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจอิงอรเสียขนาดนี้ แต่ คิดดูอีกที ยังไงก็ต้องถึงวันปฏิเสธไม่วันใดก็วันหนึ่ง

“ปริม? จำได้ด้วยเหรอว่าเขาชื่อนี้”

“จำได้สิ...หมีดำ ว้าว... ตั้งแต่ไปอยู่เมืองนอกนี่ ขาวขึ้นเยอะเลยนะนี่ จุ๊ๆๆ”

“ไอ้พี่บ้า!! นี่น้องนะ” เจ้าของขาเรียวสวยรู้สึกเย็นวาบเมื่อนึกขึ้นได้ว่า ถูกไอ้พี่ปอนด์บ้าผลักออกมารับหน้าหลอกสาวโชว์ขาอ่อนรับลมนอกเต็นท์ ทั้งๆที่เธอใส่เพียงเสื้อยืดตัวโคร่งตัวเดียว โชคดีที่เสื้อยืดมันตัวใหญ่ ไม่ยังงั้นละก็...อึ๋ย...

“น่าเกลียดที่สุด เป็นพี่ประสาอะไร ให้น้องไปยืนโป๊โชว์ชาวบ้านแบบนี้หา!! มาให้ฆ่าซะดีๆ...”

ปาริมาไม่พูดเปล่า หากยังลากแขนพี่ชายผู้น่าเกลียดเข้าไปหยิกข่วนให้สาสมกับความบ๊อง เสียงโอดโอยอย่างเจ็บปวดของผู้หมวดหนุ่มดังลั่นเรียกรอยยิ้มให้กับลูกน้องทั้งหน่วยกันเลยทีเดียว




กระทั่งตะวันสายโด่ง ผู้หมวดรูปหล่อแต่บ้าจึงพาแฟนจำเป็นที่ตกกระไดพลอยโจน ออกไปตรวจความเรียบร้อยที่ฐาน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ยอมเล่นละครตามคำขอร้องของพี่ชายจอมเพี้ยนหน่อยก็แล้วกัน

“สวัสดีครับจ่า เป็นไงบ้างวันนี้”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับหมวด ผู้กองแวะมา ตอนนี้อยู่ที่เต็นท์อำนวยการครับ” ลูกน้องคนสนิทรีบรายงาน เป็นการบอกว่า ไปพบผู้กองหน่อยครับ..อย่างกลายๆ เหลือบมอง ‘แฟน’ แม่เสือสาวแสนสวยที่ทำเอาผู้หมวดต้องโอดโอยแล้วอมยิ้มนิดๆ

“อ้าวเหรอ งั้นฝากคุณปริมด้วยนะครับเดี๋ยวผมมา”

นี่เป็นครั้งแรกที่ปาริมามีโอกาสสัมผัสชีวิตในหน่วยเคลื่อนที่อย่างใกล้ชิด นี่คืองานของพี่ปอนด์รัก สิ่งที่ทำให้พี่ปอนด์ไม่มีเวลากลับบ้านตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ ทหารทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง แม้ไม่ใช่ภารกิจที่ต้องสู้รบปรบมือขับไล่ศัตรู แต่การสานสัมพันธ์สร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีของคนในชาติ ก็ถือว่าเป็นภารกิจสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน

อีกทั้งเธอยังได้ยินว่าเมื่อสามวันก่อนมีการลอบวางระเบิดเพื่อข่มขู่จากกลุ่มผู้มีความแตกต่างทางความคิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ขวัญและกำลังใจของเหล่าทหารๆ ฝ่อลงแต่ประการใด ทุกคนยังยิ้มแย้มแจ่มใสปฏิบัติภารกิจต่อไปอย่างขยันขันแข็ง รอยยิ้มอุ่นอิ่มปริ่มในหน้างาม ถึงจะบ้าๆ บอๆ ติงต๊องไปสักหน่อยแต่พี่ปอนด์ก็ทำให้ครอบครัวได้ภูมิใจ แล้วหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นใครสักคนนั่งหันหลังอยู่ที่ม้ายาวใกล้ๆ จากเครื่องแต่งกาย พอจำได้ว่าเป็นเด็กสาวที่ร้องไห้จากไปเมื่อสองวันก่อน

“พี่จำหนูได้ไหมคะ”

ปาริมาต้องรีบยกมือรับไหว้ เมื่อเด็กสาวรุ่นน้องหันมายกมือไหว้ทักทายด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ทำตาแดงๆ
“อ๋อ...จำได้ค่ะ มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่าคะ...”

แล้วการเพ้อพร่ำรำพันเรียกร้องความเห็นใจสงสารอันยาวเหยียดก็เกิดขึ้น ปาริมาที่นั่งฟังอย่างเดียวไม่ได้มีโอกาสพูดเลยแม้แต่คำเดียว
ท่าจะเป็นเอามาก แต่ก็ร้ายไม่ใช่เล่นเลยนะพี่เรา…

“อ๊ะ นั่นไงพี่หมวดมาแล้ว”

“น้องปริมรอนานมั้ยครับ เอ่อ...วันนี้พี่หมวดมีงานด่วน เดี๋ยวจะให้เด็กขับรถไปส่งนะครับ...”

ยังไม่ทันพูดอะไรแฟนสาวกำมะลอก็ต้องอ้าปากค้างกับท่าทีของผู้หมวดบ้า ที่กำลังส่งสายตากรุ้มกริ่ม กริยาท่าทางดูสุภาพเป็นพิเศษ ทำราวกับว่า ปาริมาเป็นว่าที่คุณนายนายทหารตัวจริงเสียอย่างนั้น

“เล่นบ้าอะไรอีกเนี่ย” แม้ไม่ต้องเปล่งเสียงพูด แต่คนบ้าก็รู้ได้ด้วยสีหน้าและแววตาฉงนของว่าที่คุณนายจำเป็น จนต้องขึงตาเป็นสัญญาณว่า รับมุกหน่อยสิยายหมีดำ

“พี่หมวด...” น้ำใสๆ เอ่อล้นดวงตาของเด็กสาวอีกครั้ง คงรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจเกินจะทานทน ร่างบางๆ นั้นวิ่งร้องไห้จากไปเป็นครั้งที่สอง ปาริมาได้แต่มองตามด้วยความสงสาร

“น่านะคนเก่ง กลับไปรอที่ค่ายก็แล้วกันนะ”

ถึงมีคนร้องไห้ไปแล้วหนึ่งคนก็ยังไม่ยอมเลิก นี่ใจคอคิดจะอำคนทั้งหน่วยเลยกระมัง ได้เลย...ว่ายังไงก็ว่าตามกัน ยายหมีดำอมยิ้มอย่างนึกสนุกขึ้นมาบ้าง
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวปริมจะซักผ้ารอละกันนะคะ”
“โอ้...ดีมากเลยจ้ะ รักที่สุดเลย”

“เอ่อ..พี่หมวดคะ..” หญิงสาวหันกลับมาร้องถามด้วยเสียงอันไม่เบาสักเท่าไรก่อนจะเปิดประตูรถจี๊ป พี่หมวดทำหน้าฉงนเล็กน้อยแทนคำถาม
“กางเกงในตัวที่ตูดขาด ปริมว่าทิ้งไปเลยดีไหมคะ มันเก่ามากแล้วเดี๋ยวปริมจะซื้อให้ใหม่นะ”

“หา!!..กกน.ตูดขาดเนี่ยนะ” หันรีหันขวางไม่คิดว่าจะมามุกซกมกแบบนี้ถึงมันจะไม่เป็นความจริงก็ตาม อายลูกน้องนะเนี่ยยายหมีดำเอ้ย
หมีดำคนสวยหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้ง แลบลิ้นหลอกหนึ่งครั้งก่อนที่รถจะแล่นออกไป




“อ้าว! ไม่พาแฟนออกไปเต้นหน่อยเหรอครับหมวด” จ่าปื๊ด ป้องปากตะโกนถามผู้บังคับบัญชาอย่างคุ้นเคย ท่ามกลางความอึกทึกของเครื่องขยายเสียง ก่อนหันไปยิ้มให้กับแฟนกำมะลอคนสวยของผู้หมวด ปาริมาหันไปยกมือไหว้จ่าปื๊ดและทหารอีกหลายคน ซึ่งอยู่ในชุดลำลองและชุดครึ่งท่อนเสียส่วนใหญ่

คืนนี้ฟ้าโปร่ง ที่หน่วยได้จัดให้มีงานรื่นเริง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารๆ โดยจัดให้มีรำวงย้อนยุค ใครจะควงแฟนหรือภรรยามาด้วยก็ไม่ว่ากัน ใครจะควงใครออกไปเต้นก็โค้งออกไปได้เลย สาวรำวงก็เป็นทหารหญิง แม่ครัว แม่ค้าหรือใครก็ได้ที่อาสาออกมาเป็นนางรำ ขำๆ สนุกๆ ไม่คิดมาก และแน่นอนว่าคุณหนูอิงอรลูกสาวท่านผู้การก็มาด้วย เธออยู่ในชุดลำลองเรียบร้อย เสื้อยืดสีชมพูกางเกงขายาวสีขาว แต่เพียงเท่านี้ก็โดดเด่นท่ามกลางหมู่นางรำและเหล่าทหารๆ ร่างเพรียวโน้มตัวเกาะแขนคุณพ่อของเธอ กระซิบบอกถึงการมาของผู้หมวดหนุ่ม ใบหน้าพริ้มพรายเจื่อนลงเมื่อเหลือบไปเห็นหญิงสาวอีกคนที่เดินตามหลังชายหนุ่มมาติดๆ

วันนี้ปาริมาแต่งตัวตามสบายเสื้อยืดสีขาวรองเท้าผ้าใบและกางเกงขายาวลายพรางตัวใหญ่ที่แอบหยิบของพี่ปอนด์มาใส่ แต่กระนั้นก็ดูดีไม่น้อยไปกว่าลูกสาวของท่านผู้การเลย

ส่วนปนิธานอยู่ในชุดครึ่งท่อน เสื้อยืดสีเขียวกางเกงลายพรางและรองเท้าคอมแบท ทั้งสองยกมือไหว้ผู้บังคับบัญชาและหันไปยิ้มทักทายคุณหนูอิงอร ชายหนุ่มจูงมือแฟนสาวกำมะลออ้อมไปนั่งอีกฟากหนึ่ง เหล่าทหารๆ ต่างเพลิดเพลินกับการได้ออกท่าออกทางอันพิสดารพันลึก นอกเวลางานแบบนี้ก็ต้องสนุกให้สุดเหวี่ยงกันไปเลย

“ปล่อยมือปริมได้แล้ว” หญิงสาวโน้มตัวกระซิบพลางบิดมือออกจากการเกาะกุมเบาๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพี่ปอนด์ยังจับมือไม่ยอมปล่อยเสียที หลายคนหันมามองด้วยสายตายิ้มกริ่มออกแนวอิจฉาเล็กๆ ที่ผู้หมวดควงแฟนมาด้วย
“อ้าว.. ลืม ว่าแล้วรู้สึกเหมือนจับอะไรนิ่มๆ”

“บ้า” คนอยู่ในฐานะแฟนบ่นอุบอิบขยับนิ้วคลายความเมื่อยล้าใช้มืออีกข้างเช็ดมือชื้นเหงื่ออย่างเคอะเขิน ไม่ได้เขินอีพี่ปอนด์หรอกนะ แต่เขินสายตาคนอื่นๆ ที่มองมาน่ะ ว่าแต่ว่า...ทำไมต้องเขินด้วยล่ะยายปริม ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ เสียหน่อย

“เดี๋ยวผมจัดเพลงพิเศษให้นะครับหมวด”

“หือ..เพลงพิเศษ?” ยังไม่ทันจะเอ่ยปากถามจ่าปื๊ดก็ผละจากไป หันมายกนิ้วโป้งให้แฟนผู้หมวด หลิ่วตาอย่างขี้เล่นก่อนจะหันไปจัดการกับเพลงพิเศษที่ว่านั้น หญิงสาวหัวเราะคิกคักกับท่าทีแบบนั้น พี่ปอนด์วางตัวเป็นกันเองกับผู้ใต้บังคับบัญชาจนเหมือนเป็นเพื่อน เล่นสนุกๆ แรงๆ กันได้เสมอ เห็นทีคืนนี้อีพี่ปอนด์ต้องโดนแกล้งแน่ๆ

“และรอบต่อไป ผู้หมวดปนิธานเหมา...จะเต้นกับสาวสองคน ขอเสียงปรบมือต้อนรับคู่เต้นคู่พิเศษสำหรับคืนนี้ด้วยคร๊าบ...” จ่าปื๊ดคนเดิมคว้าไมโครโฟนประกาศเสียงดังฟังชัดหลังจากเพลงเดิมจบลง คู่เต้นทุกคู่ต่างถอยไปนั่งรอบๆ ด้วยรอยยิ้มชื่นมื่นพร้อมปรบมือต้อนรับคู่เต้นคู่พิเศษ
“หา...อะไรกันจ่าปื๊ด”

แค่เพียงอินโทรเพลงขึ้นมาก็ทำเอาผู้หมวดรูปหล่อเหงื่อตก ก็นี่มันไม่ใช่เพลงเต้นรำวงจะได้เต้นมั่วๆ ได้ แต่เป็นเพลงสำหรับการเต้นลีลาศ โอ้ว่านานแล้วหนอที่ไม่เคยได้ทบทวนเลย จะเต้นได้ไหมเอ่ยผู้หมวดคนเก่ง เอาน่ะ เพื่อความบันเทิงของทุกๆ คน ขอเพียงส่งเสียงมาผู้หมวดปอนด์จัดให้อยู่แล้ว ผู้หมวดหันไปมองหน้าแฟนสาวกำมะลอ ที่ยังไม่ทันรู้เรื่องรู้ราวเพราะมัวแต่มองโน่นมองนี่ ไม่ได้ฟังเสียงจ่าปื๊ดประกาศ คว้าแขนเรียวนุ่มนิ่มมุ่งสู่กลางฟลออย่างมาดมั่น..แต่เพียงฝ่ายเดียว

“อะไรพี่ปอนด์” ร่างบางๆ จำต้องโผเผตามออกไปด้วยสีหน้างงๆ ระคนตกใจ

“อย่าให้เสียชื่อนักเรียนนอกนะน้อง”

หันซ้ายทีขวาที ทุกสายตาจับจ้องอย่างรอคอย บทเพลงได้ดำเนินไปเรื่อยๆ จวนจะล่วงเลยท่อนแรก หันกลับมามองหน้าอีพี่ปอนด์ที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมรอ แล้วอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ ไหนจะดวงตาขี้เล่นพราวระยับคู่นั้นอีก ฮึ่ม..ปริมซะอย่าง ไม่ยอมแพ้รั้วผุๆ อย่างพี่ปอนด์หรอกน่า
“ได้อยู่แล้ว ชิ..”


อ้อนเอี้ยวประคองกอดสอดประสาน
เคล้าขับขานแผ่วเพลงบรรเลงไหว
ตามจังหวะที่ขับเคลื่อนเขยื้อนไป
เกี่ยวกระแซะพาให้ใจได้ใกล้กัน
สบสายตาดังหมู่ดาวพราวระยับ
โอบกระชับดังได้ยิลกลิ่นบุหลัน
แม้ส่วนลึกไม่เคยลืมพี่น้องกัน
แต่อดหวั่นหวามใจไม่ได้เลย

เสียงปรบมือเกรียวกราวอีกครั้งเมื่อเสียงเพลงจบลง คู่สวีทจูงมือกันเข้าที่นั่งท่ามกลางเสียงวี๊ดวิ้วและสายตาที่ร้อนฉ่าด้วยความอิจฉาของผู้คนรอบๆ ฟลอร์ โดยเฉพาะคุณหนูอิงอรที่นั่งหน้าหงิกอย่างขุ่นเคืองหัวใจอยู่ใกล้ๆ คุณพ่อ

“เต้นเก่งนี่เรา” กระซิบข้างหูน้ำเสียงกระเส่า

“ชิ..” ฟาดไอ้พี่ชายตัวดีด้วยหางตาเผียะใหญ่ ยิ้มนิดๆ อย่างกับจะบอกว่าแน่อยู่แล้ว แต่แปลกจัง ชั่วเพียงแวบที่หันไปสบสายตาวิบวับคู่นั้น ทำไมหัวใจดวงน้อยกลับเต้นไม่เป็นส่ำ สงสัยจะอินกับบทบาทที่กำลังรับอยู่มากไปหน่อยกระมัง
รำวงย้อนยุคดำเนินไปเรื่อยๆ หลายครั้งที่มีสาวรำวงมาโค้งผู้หมวดหนุ่มออกไปเต้นแร้งเต้นกา ถึงจะพยายามรักษามาดนายทหารเอาไว้บ้าง แต่สิ่งที่สลัดทิ้งไม่ได้นั่นคือความเป็นตัวของตัวเอง หญิงสาวป้องปากหัวเราะคิกๆ กับลีลาเท้าไฟของคนที่หันมาทำหน้าทะเล้นเป็นระยะ ไม่รู้สึกอะไรเลยกับสายตาอีกคู่หนึ่งที่มองมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ก็คนไม่ได้ทำผิดอะไรนี่นา

ใครจะแอบรักใครก็เคลียร์กันเอาเองก็แล้วกันนะจ๊ะ



เช้าวันใหม่ ทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปกติ เหลือไว้เพียงความรู้สึกดีๆ และรอยยิ้มสุขใจยามที่ได้นึกถึงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน หนึ่งสัปดาห์สำหรับการเก็บข้อมูลของปาริมา ยังได้ผลไม่เป็นที่พอใจนัก มันยังรู้สึกอยู่ลึกๆ ในใจเสมอว่า ในการให้สัมภาษณ์หรือทำแบบสอบถามใดๆ ของคนในพื้นที่ ยังไม่ใช่ข้อมูลที่ออกมาจากความรู้สึกที่แท้จริง เหมือนมีอะไรบางอย่างปิดกั้น หรือทำให้ไม่สามารถให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาได้

หญิงสาวนั่งมองบรรยากาศรอบข้างอย่างครุ่นคิด นี่เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่หน่วยของพี่ปอนด์ลงพื้นที่ สถานการณ์ก็ยังคงสงบเรียบร้อยเหมือนหมู่บ้านที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏวี่แววความขัดแย้ง การกดขี่ หรือการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงเหมือนที่เคยได้ยินในข่าว นอกจากข่าวเรื่องระเบิดเมื่อหลายคืนก่อนที่เธอจะมาที่นี่

หรือเบื้องลึกของความสงบสุข เบื้องหลังแววตาซื่อๆ ของชาวบ้านและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ เหล่านี้ยังมีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่

“อ้าว..หนู ยืนแอบอยู่ตรงนั้นทำไม มากินไอติมด้วยกันสิจ๊ะ”

เด็กหญิงตัวเล็กๆ อายุราวสิบขวบที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ มองเพื่อนๆ วัยเดียวกันเข้าแถวรอรับไอติม ดึงความสนใจของหญิงสาวได้ไม่น้อย อาจเป็นเด็กที่เข้ากับเพื่อนๆ ไม่ค่อยได้ เด็กหญิงก้มหน้าหลบสายตา เมื่อปาริมาเดินเข้าไปใกล้ กระทั่งเมื่อได้รับสัมผัสอบอุ่นจากมือเรียวนุ่มนิ่ม รอยยิ้มและแววตาอ่อนโยน ความตื่นกลัวจึงค่อยๆ จางไป รอยยิ้มเริ่มคลี่คลายจากดวงหน้าอ่อนเยาว์นั้น




“อะไรนะ!! นั่นมันนอกเขตปลอดภัยพี่ยอมให้ปริมไปไม่ได้หรอก” ผู้หมวดหนุ่มผู้เป็นพี่ชายสั่งห้ามด้วยท่าทีเด็ดขาดและแข็งกร้าว เมื่อรู้ว่ายายน้องสาวตัวดีกำลังจะออกไปหาข้อมูลนอกพื้นที่ปลอดภัย

เด็กหญิงที่น่าสงสารคนนั้นเล่าให้ปาริมาฟังว่า ที่หมู่บ้านถัดไปมีคนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและหายตัวไป คนเป็นภรรยาสะเทือนใจจนสติฟั่นเฟือน ไร้คนเหลียวแล

“แต่ปริมจำเป็นต้องได้ข้อมูลจริงๆ นะพี่ปอนด์ คนที่นี่ไม่มีใครกล้าพูดความจริงกันสักคน ถ้าได้ข้อมูลไม่ลึกพอ มันก็ไม่คุ้มค่าที่ปาริมาอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนี่”

“แล้วมันคุ้มค่าพอที่ปริมจะต้องเอาชีวิตเข้าไปเสียงเหรอ พี่ยอมให้ปริมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”

คนเป็นพี่ยังยืนกรานในเจตนาเดิม เพราะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาหลายปีจึงรู้ดีว่า ภายใต้สถานการณ์ปกติก็ไม่มีที่ไหนปลอดภัย แม้แต่ในพื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัย บางสิ่งที่ไม่สามารถสัมผัสและมองเห็นด้วยตา ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริง ความขัดแย้งทางความคิดและวิถีชีวิตที่แตกต่างซึ่งดำเนินอยู่อย่างเงียบๆ คือเหตุที่เหล่าทหารจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักกันอยู่ทุกวันนี้

“ชีวิตของปริมมีค่ากับพ่อ กับแม่ กับน้องปิ่น กับพี่...ปริมจะเห็นแก่คำสั่งบ้าบอของไอ้โปรเฟสเซอร์นั่นแล้วเอาชีวิตเอาความรักความหวังของพ่อกับแม่ของพวกเราไปเสี่ยงงั้นเหรอ?”

“แล้วที่พี่ปอนด์มาอยู่ที่นี่ล่ะคะ นั่นก็ความรักความหวังของปริมด้วยใช่มั้ย”
คนพี่ขบกรามแน่น รวบรวมสติข่มความโมโหที่มีน้องสาวดื้อดึง
“ปริมก็มีหน้าที่ของปริมค่ะ”
“แต่พี่เป็นห่วง!!” ผู้หมวดหนุ่มแค่นเสียงคำรามราวตะคอก แต่ก็ต้องถอนใจแรงอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อแววตาเด็ดเดี่ยวของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าบอกให้รู้ว่า ไม่เปลี่ยนใจอย่างแน่นอน




ปาริมาในเครื่องแต่งกายรัดกุม เสื้อยืดคอโปโลสีขาว สวมเสื้อกั๊กทับชั้นนอก กางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบพร้อมลุย เดินลัดเลาะตามทางเดินแคบๆ โดยมีเด็กหญิงเดินนำหน้า มุ่งสู่บ้านชั้นเดียวใต้ถุนสูงหลังเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากบ้านเรือนหลังอื่นๆ ร่วมสามร้อยเมตร และห่างจากหน่วยทหารร่วมสองกิโลเมตร นี่เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง ท้องฟ้ามืดครึ้มบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานฝนห่าใหญ่ก็จะโปรยปรายลงมาอีกครั้ง

“ชาวบ้านที่นี่ ถูกบังคับให้เลือกข้าง นี่คือผลของการไม่ให้ความร่วมมือ... ไม่ให้ความร่วมมือแปลว่าไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด...”

ปาริมารีบโน้ตข้อความที่ประมวลและเรียบเรียงจากการพูดคุยกับเด็กหญิงลงในสมุดบันทึกก่อนจะเก็บสมุดลงในกระเป๋าเมื่อก้าวเท้าเข้าสู่บริเวณบ้าน

พลันนั้นปาริมาก็เหลือบไปเห็นหญิงวัยกลางคนเสื้อผ้ามอมแมมผมเผ้ารุงรังนั่งตาเหม่อลอยอยู่ใต้ถุนบ้าน จากสภาพที่เห็นคิดว่าคงไม่ได้รับการเอาใจใส่หรือแม้แต่อาบน้ำมาแล้วหลายสัปดาห์ ขาขวาเขียวเป็นจ้ำ รอยถลอกเลือดไหลซิบๆ จากการถูกล่ามโซ่

“น้า! ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมถูกมัดแบบนี้ล่ะ” หญิงสาวปราดเข้าไปประคอง สำรวจที่โซ่และมองหากุญแจ
“เธอทนความกดดันไม่ไหวจนเป็นบ้า ถ้าไม่มัดไว้อาจจะไปทำร้ายคนอื่นได้” เด็กหญิงบอกด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“โธ่...แล้วทางรัฐไม่จัดการยังไงเลยเหรอ?” ปาริมาถามก่อนเงยหน้าขึ้นมองเด็กน้อย ดวงตากลมโตไหวระยับจากความรู้สึกเจ็บปวดในส่วนลึกของหัวใจ จะมีใครรับรู้บ้างไหมว่ายังมีผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบอยู่ตรงนี้อีกคน

“อย่าเข้ามานะ พวกแก ไอ้พวกวายร้าย!!” หญิงผู้นั้นสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจกลัว และเร็วเกินกว่าจะทันได้อธิบาย ร่างผอมเกร็งในสภาพกระเซอะกระเซิงนั้นก็กระโจนเข้าบีบคอของผู้มาเยือน ปาริมาเสียหลักล้มลงและถูกคร่อมร่างท่ามกลางความตกตะลึง

“แม่...อย่า!!...”



ไอรายา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 31 พ.ค. 2554, 07:10:00 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 31 พ.ค. 2554, 07:10:00 น.

จำนวนการเข้าชม : 1742





<< ตอนที่ 18 ศรัทธาธิษฐาน   ตอนที่ 20 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account