Fairy love หยุดหัวใจให้รักอันตราย!
"ช่วงนี้ดวงความรักแกบูมมากเลยนะนิ"
เพราะคำพูดของยัยแก้มใส หมอดูที่แม่นราวกับตาเห็นคนเดียวทำให้ชีวิตฉันต้องวุ่นวายขนาดนี้
ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะต้องมาพบกัยอีตาปากเสียนี่ ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าความรักของฉันกับคุณเนื้อคู่ กำลังจะได้ได้ดีแล้วเชียว
พี่นิวน่ะ ถึงเขาจะเป็นเนื้อคู่ (ในความคิดของฉันคนเดียว) แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าอีตานี่จะต้องมาหาเรื่องให้ฉันเลิกสนใจพี่นิวนะ คนหลงตัวเองแบบนั้นเหรอจะมาช่วยให้ฉันสมหวังกับทุกอย่างในชีวิต
ฉันว่าฉันจะสมหวังกว่านี้นะ ถ้านายโฟร์ทเลิกยุ่งกับชีวิตของฉันสักที


สวัสดีค่ะ
เรื่อง Fairy love หยุดหัวใจให้รักอันตราย! เป็นนิยายเรื่องแรกที่ ผึ้งคิดจะแต่งเป็นแนววัยรุ่น (แลดูไม่ค่อยเหมาะกับตัวเอง) สารภาพเลยก็ได้ค่ะ ว่านิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง
เกือบทุกคนในเรื่องมีตัวตนจริงๆ
ถ้าถามทุกคนว่า...เคยแอบรักใครบ้างมั้ย??
เชื่อเลยค่ะ ว่าแทบทุกคนต้องบอกตรงกันว่าเคย
แต่เราจะสมหวังกับคนที่เรารักหรือเปล่า? นี่สิคะที่ทุกคนไม่มีทางตอบเหมือนกันแน่นอน

เรื่องราวของรุ่นน้อง ที่แอบรักรุ่นพี่ จะสนุกหรือไม่ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวให้เด็กตัวน้อยๆ คนนี้ด้วยนะคะ
Tags: วัยรุ่น

ตอน: 1:ชายในฝัน!

1
ชายในฝัน!
ตุ๊บ!
ฉันทิ้งตัวลงนอนทันทีที่ลากสังขารตัวเองถึงห้องได้สำเร็จ ให้ตายสิ นี่ฉันไม่คิดเลยนะว่าการเสนอหน้าไปช่วยเพื่อนทำงานมันจะเหนื่อยขนาดนี้ ร่างกายมันไร้เรี่ยวแรงจนแทบไม่อยากจะขยับตัวไปไหนอีกเลย ง่า...ใช่แล้ว ถ้ายัยแหม่มเพื่อนรักชวนไปเป็นเพื่อนอีกล่ะก็ ฉันจะต้องปฏิเสธให้ได้!!!
อ๊อยยย >_<; ร่างกายช้านระบมไปหมดแล้ว รู้สึกอ่อนแรงผิดปกตินะเนี่ย
เจ็บปวดไปทั้งตัวเลย
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับน้อง”
ทำไมเสียงของรุ่นพี่สุดหล่อยังตามมาหลอกหลอนฉันถึงบ้านล่ะเนี่ย นี่ฉันกำลังเป็นเอามากแล้วนะ พระเจ้า! มันเกิดอะไรขึ้นกับช้านนนน ผู้หญิงถึกๆ อย่างฉันทำไมต้องรู้สึกแปลกๆ กับคนแปลกหน้าแบบนั้นด้วย
ทำไมต้องอยากเจอหน้า อยากรู้ชื่อ แล้วก็อยากรู้ว่าพี่เขาเป็นคนยังไง นิสัยเป็นแบบไหน
หวังว่าฉันคงไม่ได้ตกอยู่ในอาการรักแรกพบหรอกนะ -_-
กุ๊ก...กุ๊ก...กรู๊...
อา...นี่เสียงโทรศัพท์ฉันเอง ฉันเป็นคนชอบเรื่องหลอนๆ น่ะ เพื่อนสนิทฉันร่วมหัวกันด่าฉันทุกวันที่ฉันตั้งเสียงเรียกเข้าแบบนี้ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็ฉันชอบเสียงแบบนี้นี่น่า -_-
อ๊ะ! ยัยแหม่มนี่ตายยากจริงๆ
“ว่าไงแหม่ม โทรมาตอนนี้มีเรื่องอะไรอีกล่ะ”
(พรุ่งนี้มีเรียนภาษาอังกฤษคาบบ่ายนะ โทรมาบอกแค่นี้แหละ)
“อุ๊ยตาย! เป็นครั้งแรกนะที่แกโทรมาบอกฉันเนี่ย” ฉันกำลังยกมือขึ้นปิดปากแล้วหัวเราะในลำคอเหมือนนางอิจฉาในละคร แน่สิ ยัยแหม่มเคยโทรมาเรื่องเรียนที่ไหน ต้องมีอะไรมากกว่าเรื่องเปลี่ยนเวลาเรียนพรุ่งนี้แน่นอนถึงได้คาบข่าวมาบอกฉันแบบนี้
(อือ อย่าลืมจุดธูปไหว้ก็แล้วกันถ้ามันแปลกนักก็)
“โห...”
(จริงสิ! คาบเช้าก็เลยว่าง ไปช่วยเสริฟอาหารกับแหม่มมั้ยนิ)
“ว่าแล้วเชียวว่าทำไมคนขี้เกียจเรียนแบบแกถึงได้โทรมาหาฉันได้ บอกตรงๆ เลยนะแหม่ม ร่างกายฉันไม่ไหวแล้ว แค่วันนี้ฉันก็โดนสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดแล้วเนี่ย”
(คิดไว้แล้วว่าแกต้องปฏิเสธแน่ๆ ไม่เป็นอะไร ฉันโทรไปชวนคนอื่นก็ได้)
“ไม่โกรธนะที่ไม่ได้ไปด้วย”
(ไม่โกรธหรอก เพื่อนกันจะโกรธทำไม พักผ่อนเยอะๆ แล้วกันนะ พรุ่งนี้บ่ายเจอกัน)
อ๊ะ! จริงสิ ยัยแหม่มเป็นพวกบ้ากิจกรรมนี่น่า จะรู้จักรุ่นพี่คนนั้นรึเปล่านะ “อือแหม่ม คะ...คือ”
(งั้นแค่นี้ก่อนนะนิ พ่อเรียกน่ะ บัยบาย)
“จ้า บัยบาย”
เฮ้อ! ในที่สุดก็ไม่รู้จนได้ว่าพี่สุดหล่อคนนั้นชื่ออะไร แต่เอ๊ะ ทำไมฉันต้องเอาแต่มานั่งฝันถึงผู้ชายในฝันแบบนี้ด้วยนะ บ้าจริงๆ เลยเชียว >O<

บ่ายวันต่อมา
คาบอังกฤษ ห้องเอ ตึกบี
“นิ เป็นอะไรไป นั่งเหม่อเชียว”
“อ๋อ เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ฉันหันมายิ้มให้เพื่อนสนิทข้างกาย พลางสนใจเรียนต่อ
ไม่รู้สิ ฉันแค่รู้สึกว่าวันนี้ฉันจะรู้สึกแปลกๆ สมองของฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนความรู้แทบจะไม่เข้าหัวสมองของฉันเลย
“Hi Ni, Do you know what's wrong with we class?”
เสียงของอาจารย์ที่ถามฉันด้วยสำเนียงอังกฤษทำให้ฉันสะดุ้งสุดตัว อร๊ายยยย แล้วทำไมถึงได้มาถามตอนฉันเอ๋อๆ ไม่รู้เรื่องแบบนี้นี่ด้วย
“อาจารย์ถามว่าอะไรนะแหม่ม” ในที่สุดฉันก็ได้แต่กระซิบยัยแหม่มตอนที่อาจารย์เผลอยืนหันหลังให้ ตายๆ คำถามยากหรือเปล่าก็ไม่รู้
“เขาถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับชั้นเรียนของเรา”
“I'm not exactly sure. But, I think there's a problem with the student in class”
“Ok, Thank you”
ให้ตายสิ หัวใจฉันเต้นถี่เป็นบ้า โชคดีนะที่อาจารย์ถามคำถามง่ายๆ ไปอย่างนั้นฉันคงได้ตายอย่างเขียด ฟู่ว์~
“เอ้า หัวหน้า”
“stand up please”
“Thank you teacher see you again next week” ทุกคนในห้องพร้อมใจกันกล่าวเสียงดัง หนึ่งในนั้นก็คือฉันเองแหละ โฮกกกก~ หลุดพ้นจากวิชาที่ห่วยแตกในชีวิตของฉันสักที
“อือนิ วันเสาร์ไปดูหนังกันมั้ย”
“ไม่รู้สิ ไว้จะลองขอแม่ดูก่อน”
“จะรีบไปไหนวะ รู้บ้างมั้ยว่าคนอื่นเดินตามไม่ทัน”
เสียงเข้มๆ ของคนที่เดินผ่านหน้าห้องทำให้ฉันรีบหันไปมองอย่างสนใจ เจ้าของเรือนผมดำที่ตัดผมรองทรงเดินผ่านหน้าฉันช้าๆ ราวกับเป็นภาพสโลโมชั่น เขาคนนั้นทำไมถึงเหมือนผู้ชายในฝันของฉันแบบนี้
“อ๊ะ O_O”
ฉันอุทานลั่นเมื่อเขาหันกลับมามองฉัน อร๊ายยยย นี่พี่เขาจะรู้บ้างมั้ยนะ ว่าใบหน้าหล่อเหล่าชวนจิ้นของพี่เขาน่ะ กำลังจะทำให้รุ่นน้องอย่างฉันขาดใจตายแล้ว
“นี่ๆ เบ็นซ์ เธอรู้หรือเปล่าว่าคนที่เดินนำหน้าแฟนเธอน่ะชื่ออะไร”
“อ๋อ พี่นิวน่ะ”
“ชื่อนิวเหรอ”
“อือ ใช่ มีอะไรเหรอ”
“ป่าวหรอก ไม่มีอะไร”
กรี๊ดๆ ๆ ๆ ๆ ในที่สุดฉันก็รู้จักชื่อผู้ชายในฝันสักที >_< นิ...นิว นิ...นิว อร๊ายยยย เข้ากันจังเลย นิกับนิว เนื้อคู่ของฉันมาแล้ว คุณเนื้อคู่
“เป็นบ้าอะไรของแกวะนิ” แหม่มเดินมาสะกิดไหล่ฉันหลังจากที่เห็นฉันทำหน้าคล้ายจะเป็นลมคาห้องเรียนภาษาอังกฤษ โหยยย คนกำลังดีใจ มาขัดให้หมดฟิวล์ทำไมกัน
“นี่! มาดูดวงกัน” เนื่องจากยังเหลืออีกหนึ่งชั่วโมง ถึงจะหมดชั่วโมงเรียน ยัยแก้มใสจึงตั้งวงทำนายดวงชะตาด้วยไพ่ทาโรท์
แก้มใสเพื่อนฉันนะ แม่นยิ่งกว่าตาเห็นเลยล่ะ...ดูอย่างยัยเบ็นซ์สิ ดวงบอกจะเจอเนื้อคู่ ก็เจอจริงๆ
น่าอิจฉามาก!
“นิ มาดูดวงกัน ยังไม่เคยดูเลยนิน่า” ยัยแก้มใสทักฉันเสียงดัง
แต่ก็ดีนะ เผื่อว่าผู้ชายคนนั้น อาจจะเป็นเนื้อคู่ของฉันจริงๆ ก็ได้!
ในที่สุดฉันก็มานั่งอยู่ตรงหน้าแก้มใส เราสองคนห่างกันประมาณ สองเมตร ในขณะที่เพื่อนๆ ในห้องได้แต่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ บนโต๊ะมีไพ่ทั้งหมด เจ็ดสิบแปดใบ ฉันค่อยๆ หยิบไพ่ทั้งหมดมาถือไว้ พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน
‘ขอให้ฉันพบเนื้อคู่ด้วยเถิด’
ฉันสับไพ่ช้าๆ ด้วยสติที่มี ก่อนที่จะตัดไพ่ด้วยมือซ้ายแล้วส่งให้กับแก้มใส บรรยากาศรอบๆ ห้องเงียบสงบ แถมยังมีลมอ่อนๆ พัดเข้ามาในห้อง ดูวังเวงพิลึก
ไม่แปลกเลยที่แก้มใสจะแม่น ดูสิ ขนาดยังไม่ทำนาย ท้องฟ้าด้านนอกยังมืดครึ้มสร้างบรรยากาศได้น่ากลัวขนาดนี้
“เอาล่ะ เลือกไพ่มาสี่ใบนะนิ” แก้มใสบอกฉันหลังจากที่กรีดไพ่เป็นรูปครึ่งวงกลม
อ่า...ไพ่สี่ใบนี้ มันกำลังจะพยากรณ์ชีวิตของฉันสินะ
“เปิดไพ่แล้วนะ”
แก้มใสบอก ในขณะที่ฉันได้แต่นั่งลุ้นด้วยความระทึก เมื่อมือบางหงายไพ่ขึ้นใบแรก ฉันก็รู้สึกเหมือนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
The page of cups มหาดเล็กถือถ้วย
“อุ๊ย!” แก้มใสยิ้มออกมาเบาๆ นี่คุณเพื่อนสาวที่น่ารัก อย่ามาทำให้ฉันขวัญผวาแบบนี้เซ่!!
พรึบ!
The two of wands 2 ไม้เท้า
พรึบ!
The Love เทพแห่งความรัก
และใบสุดท้าย...พรึบ!
Wheel of fortune เทพแห่งพรหมลิขิต
“...!!!” ฉันเอง
“ว้าวววว” ยัยแก้มใส
“อะไรแก้มใส เป็นยังไงบ้าง มันไม่ดีเหรอ”
“มันก็ดี แต่เอ๊ะ...นี่นิแอบไปหลงรักใครเข้าน๊า~”
อ๊ากกกกกก แค่คำพูดแรกก็ปักจึกเข้าไปที่กลางใจของฉันแล้วนะ นี่แม่คุณชักจะดูแม่นมากเกินไปแล้ววววว~
“ไพ่มันบ่งบอกมากเลยอะนิ”
“บ่งบอกอารายยย” ไม่ไหวแล้ว ถ้าฉันอกแตกตายคาห้อง ช่วยรับศพฉันไปไว้ที่วัดด้วยนะ ณ จุด นี้ ฉันลุ้นจนจะหมดลมหายใจแล้ว
“ช่วงนี้ดวงความรักแกบูมมากเลยนะนิ ตอนนี้แกคงกำลังหลงใหลได้ปลื้มไปกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่แน่ๆ เลย อ๊าย ฉันเขินแทน”
“เขินอะไรแก ฉันไม่เห็นว่าไพ่ที่แกเปิดขึ้นมามันจะสื่อความหมายอะไรเลย”
“นี่ จะบอกให้นะ ช่วงนี้แกกำลังเจอชายในฝัน แล้วไม่ธรรมดาเลยนะแก เพราะนอกจากนั้นก็มีคนที่คอยช่วยเหลือแกด้วย เสียดาย ที่อนาคตของแกน่ะ แกต้องเป็นเลือกเองว่าแกจะเลือกใคร”
“พูดอย่างกับว่าฉันเสน่ห์แรง”
“คอยดูเถอะนิ ความรักของนิน่ะ มันไม่ธรรมดาแน่นอน!” แก้มใสเอ่ยบอกด้วยความมั่นใจจนฉันได้แต่ลอบกลืนน้ำเหนียวๆ ลงคอ
เนื้อคู่น่ะ ฉันพอเข้าใจว่าเป็นพี่นิวนะ
แต่ความรักที่มันไม่ธรรมดานี่สิ มันเป็นยังไงกันน๊า~

หลังจากที่ฉันรวบรวมสติของตัวเองได้ครบถ้วน ร่างกายและจิตวิญญาณของฉันก็มาโผล่อยู่ที่สถานนีรถไฟ โอยย ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายในฝันเขาจะเป็นเนื้อคู่ของฉันจริงๆ
อิอิ คิดแล้วก็เขิน อนาคตระหว่างฉันกับพี่นิว มันอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมนี่เอง โฮะๆ ๆ ๆ
และในขณะที่ฉันมัวเพ้อบ้าบอไปกับเนื้อคู่ของตัวเองพร้อมกับเดินข้ามถนนเล็กๆ เพื่อไปนั่งเล่นกับเพื่อนๆ ที่สะพานข้ามคลองตรงหน้า ทว่า O_O
ฉันยังไม่ทันเคลื่อนตัวไปไหนเลยด้วยซ้ำ จู่ๆ มอเตอร์ไซค์สีดำก็พุ่งตรงมายังฉันด้วยความเร็วที่ฉันเองก็ประเมินไม่ได้เหมือนกันว่ามันเร็วเท่าไร ตอนนั้นสติของฉันหลุดไปกองอยู่ตรงตาตุ่ม เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางที่ฉันจะหลบพ้นแน่นอน
ขาของฉันได้แต่ยืนจังก้ารอรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
“เฮ้! ยัยอ้วน ทำไมไม่หลบวะ”
หมับ!~
อ๊อค!!!
สติของฉันขาดเพิ่งทันทีที่เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังอยู่ใกล้ๆ และรู้สึกได้ว่าถูกใครบางคนกระชากกลับมาจนตกอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนที่เป็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่นี้
“ยัยอ้วนเอ้ย หัดมองทางบ้างสิ”
เสียงเข้มๆ ดุฉันไม่พอ ยังตอกย้ำรูปร่างของฉันให้ฉันได้เจ็บแสบไปถึงทรวงใน
มันก็ดีอยู่นะที่มีคนมาช่วยฉันเอาไว้ แต่บอกว่าฉันเป็นยัยอ้วนเนี่ย ยอมไม่ได้นะคะพี่น้องงง~
“ขอโทษด้วยนะคะ”
ฉันบอกพร้อมพาตัวเองอ้อมจากอ้อมแขนของเขา ความจริงก็โกรธอยู่นะที่เขามาหาว่าฉันเป็นยัยอ้วน แต่อย่างน้อยเขาก็ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ แถมฉันก็ผิดเองที่เดิมไม่ดูทางจนเกิดเรื่องขึ้น
ผิดครั้งนี้ ฉันให้อภัย!
“ช่างเถอะ ฉันชินแล้วล่ะ แผนอ่อยเหยื่อของเธอมันก็น่าสนใจอยู่หรอกนะ แต่มันไม่เสี่ยงอันตรายไปหน่อยเหรอ” เขาบอกด้วยใบหน้าที่คลายความหงุดหงิดลง แต่เฮ้! ใครอ่อยเหยื่อใครไม่ทราบ อย่างฉันเนี่ยนะ จะมาลงทุนเสี่ยงอันตรายขนาดนี้
“ฉันเนี่ยนะ อ่อยคุณ!”
พอเขาพูดจาแบบนี้ ฉันถึงได้หมดความอดทนลงง่ายๆ วินาทีนี้ฉันไม่สนใจแล้วว่าเมื่อครู่นี้เขาจะมีบุญคุณกับฉัน ปากแบบนี้ไม่สมควรได้รับมิตรภาพดีๆ จากฉันหรอก
“ก็หรือว่าไม่จริง ตอนแรก ฉันเห็นเธอยืนยิ้มนิ่งๆ แต่พอรถมา เธอก็เดินไปขวางเอาไว้ แถมไม่ยอมขยับตัวอีกต่างหาก”
อีตาคนปากเสียนี่ก็ปากเสียจริงๆ เลย
ฉันเงยหน้ามองเขาอีกครั้งด้วยความขัดใจ ดูจากการอยู่ใกล้ชิดเขาเมื่อครู่ ฉันก็รู้แล้วล่ะว่าเขาหุ่นดี น่าจะสูงราวๆ หนึ่งร้อยแปดสิบเซ็นต์ล่ะมั้ง แต่ยังไงก็สูงกว่าฉันตั้งสามสิบเซ็นต์แหนะ ส่วนหน้าตาของเขา...
เขาจัดว่าหล่อขั้นเทพระดับหนึ่งเลยล่ะ หล่อพอๆ กับพี่นิวของฉันด้วย (พี่นิวเป็นของฉันตอนไหนล่ะเนี่ย?) อาจจะหล่อกว่าพี่นิวด้วยนะ แต่แหม ปากเสียแบบนี้ เป็นเกย์หรือเปล่าก็ไม่รู้
“ฉันไม่ได้อ่อย ขอโทษด้วยนะคะ หน้าตาแบบคุณน่ะ...ไม่ใช่สเปคฉันหรอก” ชิ! ฉันเชิดหน้าใส่ผู้ชายปากเสีย พลางเดินหนีเอาดื้อๆ ไม่สนใจว่าเขาจะตะโกนแหกปาดเรียกฉันเสียงดังขนาดไหน
สเปคฉันน่ะ ต้องพี่นิวนู้น
หล่อ สุภาพ น่ารัก น่ากอด แล้วก็มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามอย่างล้นลาม แบบนี้ล่ะ เขาถึงจะเรียกว่าเนื้อคู่ของฉันจริงๆ
“มีเรื่องอะไรกันเหรอนิ เสียงดังมาถึงนี่เลย”
“ไม่มีอะไรหรอก” ฉันปฏิเสธเพราะไม่คิดว่าจะต้องมานั่งเรื่องซวยๆ ให้เพื่อนฟัง อีกอย่าง...ผู้ชายคนนั้นน่ะ ฉันไม่อยากจะมานั่งคิดถึงให้เสียเวลา!
“อุ้ย! แค่ก...แค่กๆ ๆ ๆ TOT”
“เอ้า! ยัยนี่ เป็นอะไรไปอีกคน” พอฉันนั่งลงกับขอบสะพาน ยัยเบ็นซ์ก็สำลักน้ำเป็นว่าเล่น ยัยนี่น้ำหูน้ำตาไหลจนฉันหากระดาษทิชชูแทบไม่ทัน
“เฮ้ยแก หล่ออะ หล่อสุดๆ หล่อกว่าแฟนฉันอีก หล่อที่สุดในโลกเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย -3-” พอได้สติ ยัยเบ็นซ์ก็เริ่มเพ้อเจ้อจนน่ากลัว ปกติแฟนเพื่อนฉันก็หล่อลากดินแล้วนะ ถ้ายัยนี่บอกว่าผู้ชายคนนั้นหล่อ แสดงว่าคงหล่อมากจริงๆ นั่นแหละ “ไอ้แหม่มดูสิ หล่อจริงๆ นะ”
“โอ๊ย~ หล่อกว่าพี่จ็อดจริงๆ ด้วย เบียร์ๆ แกลองดูสิ ตรงนั่นน่ะ”
“เออ...อ๊ากก อยากเข้าไปขอเบอร์”
เหล่าผองเพื่อนของฉันทำท่าจะเป็นลมกับเป็นแถบๆ อยากรู้จริงๆ ว่าหล่อขนาดไหนกันเชียว
“ไหนแก ที่ว่าหล่อน่ะ ฉันไม่เห็นมี”
“โอ้ยนิ ทำไมตาถั่วแบบนี้ นู้นไง ที่ใส่ชุดสีขาว สูงๆ ยืนอยู่ตรงหน้าร้านลูกชิ้นอะ”
ฉันไม่เห็นจะมีใคร นอกจากอีตาปากเสียที่ว่าฉันอ้วนเมื่อกี้นี่
O_O อย่าบอกนะว่า...
“หมวย วิ่งไปขอเบอร์มาเร็ว”
“บ้า ฉันเขินนะแก หล่อแบบนั้นอะ มีแฟนหรือยังก็ไม่รู้”
“มีก็ต้องเห็นสิแก โหย นั่นอะ ผู้ชายในฝันฉันเลยนะ เท่อะ!”
โอเค ฉันยอมรับนะว่าหมอนั่นหล่อจริงๆ หล่อกว่าผู้ชายที่ฉันเคยเจอมา แล้วก็หล่อกว่าผู้ชายในฝันของฉันด้วย ดูจากเมื่อกี้สิ ขนาดอยู่ใกล้ๆ ฉันยังเห็นจมูกเป็นสัน เรียวคิ้วเข้มๆ ริมฝีปากแดงๆ น่าจูบอีกต่างหาก
สิ่งที่สะกดสายตาของทุกคนได้ ก็คงเป็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั่นสินะ เขาคงสยบผู้หญิงทุกคนด้วยท่าทางเท่บาดใจคนมองมานับไม่ถ้วนแล้วล่ะ
ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่บอกว่าอุบัติเหตุเมื่อครู่นี้ เป็นการกระทำเพื่ออ่อยเขาหรอก
ชิ! หลงตัวเองชะมัด
“อ๊ะ~ O_O”
ฉันสะดุ้งเฮือก เพราะในขณะที่ฉันทำหน้าทำตาใส่ผู้ชายปากเสียด้วยท่าทางกวนประสาท จู่ๆ คนที่ฉันคิดว่าไม่มีทางจะหันมาก็หันมาสบตาฉันนิ่งๆ คิ้วเข้มๆ ขมวดเข้าหากันแสดงถึงความไม่พอใจที่ฉันบังอาจมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น ดวงตาของเขาส่งกระแส่จิตไม่พอใจพุ่งตรงมาที่ฉันแค่คนเดียว
ฉันปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันนะ ว่าสายตาของเขา มันปั่นทอนความมั่นใจของฉันไปมากกว่าครึ่ง และที่สำคัญ ฉันยังรู้สึกถึงกระแสบางอย่างที่เขาแสดงออกมาอย่างชัดเจนด้วย
ปู๊นนนน ๆ ๆ
“โหยย รถไฟมาพรากชายในฝันไปจนได้”
“น้อยๆ หน่อยน่าพวกแก จะเพ้ออะไรกันนักหนา คนอื่นเขามองกันใหญ่แล้ว”
พอตั้งสติได้ ฉันก็หันมาสะกิดเหล่าบรรดาสาวๆ ที่ทั้งโสดและไม่โสดให้เข้าสู่ภาวะปกติ ยัยพวกนี้กะจะนั่งแช่แล้วรอรถไฟรอบต่อไปหรือยังไงกัน เออ...แต่ฉันก็เกือบจะเข้าโหมดปกติไม่ได้เหมือนกันนะ
ต้องโทษรังสีความหล่อของอีตานั่น ที่ทำให้ฉันหลงลืมพี่นิวไปชั่วขณะ
ขอโทษที่นิแอบนอกใจนะคะพี่นิว ^^”
“รีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทัน”
“อ้าวแหม่ม แกไม่ได้บอกนิเหรอว่าวันนี้เราจะกลับบ้านช้า”
“เออ...ฉันลืม”
“ทำไมล่ะ นี่เย็นมากแล้วนะ” ฉันหันมาถามเพื่อนด้วยความสงสัย ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ประกาศแล้วด้วยว่าเหลืออีกแค่ ห้านาที
“งั้นนิกลับไปก่อนนะ พวกเราต้องรอพี่จ๊อคน่ะ กว่าจะซ้อมบอลเสร็จก็พอดีรอบหนึ่งทุ่มพอดี”
“อ่า...นิบอกแม่ว่ากลับบ้านเร็วด้วยสิ” ใจฉันก็อยากจะนั่งรอกับเพื่อนหรอกนะ แต่คุณแม่ฉันน่ะ ท่านโหดมากพอสมควร เกิดไปช้า มีหวังวันเสาร์นี้ต้องอดไปดูหนังแน่ๆ สองจิตสองใจ อยู่...ไม่อยู่ อยู่...ไม่อยู่
“หน้าแบบนี้รีบกลับบ้านเถอะนิ เดี๋ยวโดนบ่นแล้วก็มางอแงอีก”
และสุดท้ายเพื่อนหมวยก็ตัดสินใจให้ฉัน
“ก็ได้ งั้นฉันกลับบ้านก่อนนะ”
“เออ...แล้วไปเลียบเคียงขอเบอร์พ่อหนุ่มหล่อคนนั้นมาด้วยล่ะ ฉันเห็นนะ ว่าเขาจ้องแกตาเป็นมันเลย”
“บ้า! พวกแกไปขอเองเถอะ” ฉันตะโกนบอกเสียงหลง ไม่ยอมรับว่าเขากับฉันจ้องตากันจริงๆ แต่ว่าทำไมทุกคนถึงต้องทำหน้าไม่เชื่อแบบนั้นด้วย TOT
“แล้วเจอกันวันเสาร์นะนิ ^^”

‘ช่วงนี้ดวงความรักแกบูมมากเลยนะนิ’
คำพูดของแก้มใสแวบเข้ามาในหัวของฉันอีกครั้งหลังจากที่ฉันนั่งอยู่บนรถไฟเรียบร้อย นานแล้วนะ ที่ฉันไม่ได้รู้จักเรื่องพวกนี้ ตั้งแต่จบพาณิชย์ จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตของฉันคงจะไม่มีทางรู้จักกับเรื่องพวกนี้จริงๆ จนฉันได้เจอกับเขาคนนั้น
ผู้ชายในฝันที่ทำให้ฉันตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ
อยากรู้จริงๆ เลยว่าตอนนี้...พี่นิวจะกำลังทำอะไรอยู่นะ



soipn
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 2 ก.ย. 2556, 10:43:32 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 2 ก.ย. 2556, 10:43:32 น.

จำนวนการเข้าชม : 990





<< บทนำ   2 : The two of wands >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account