Fairy love หยุดหัวใจให้รักอันตราย!
"ช่วงนี้ดวงความรักแกบูมมากเลยนะนิ"
เพราะคำพูดของยัยแก้มใส หมอดูที่แม่นราวกับตาเห็นคนเดียวทำให้ชีวิตฉันต้องวุ่นวายขนาดนี้
ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันจะต้องมาพบกัยอีตาปากเสียนี่ ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าความรักของฉันกับคุณเนื้อคู่ กำลังจะได้ได้ดีแล้วเชียว
พี่นิวน่ะ ถึงเขาจะเป็นเนื้อคู่ (ในความคิดของฉันคนเดียว) แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าอีตานี่จะต้องมาหาเรื่องให้ฉันเลิกสนใจพี่นิวนะ คนหลงตัวเองแบบนั้นเหรอจะมาช่วยให้ฉันสมหวังกับทุกอย่างในชีวิต
ฉันว่าฉันจะสมหวังกว่านี้นะ ถ้านายโฟร์ทเลิกยุ่งกับชีวิตของฉันสักที


สวัสดีค่ะ
เรื่อง Fairy love หยุดหัวใจให้รักอันตราย! เป็นนิยายเรื่องแรกที่ ผึ้งคิดจะแต่งเป็นแนววัยรุ่น (แลดูไม่ค่อยเหมาะกับตัวเอง) สารภาพเลยก็ได้ค่ะ ว่านิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง
เกือบทุกคนในเรื่องมีตัวตนจริงๆ
ถ้าถามทุกคนว่า...เคยแอบรักใครบ้างมั้ย??
เชื่อเลยค่ะ ว่าแทบทุกคนต้องบอกตรงกันว่าเคย
แต่เราจะสมหวังกับคนที่เรารักหรือเปล่า? นี่สิคะที่ทุกคนไม่มีทางตอบเหมือนกันแน่นอน

เรื่องราวของรุ่นน้อง ที่แอบรักรุ่นพี่ จะสนุกหรือไม่ ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวให้เด็กตัวน้อยๆ คนนี้ด้วยนะคะ
Tags: วัยรุ่น

ตอน: 2 : The two of wands

2
The two of wands
ห้างสรรพสินค้าเอ็มที ชั้นห้า
“สายจนได้”
แฮกๆ ๆ ๆ
ฉันได้แต่หอบแฮกๆ เมื่อมายืนอยู่หน้าโรงหนัง ให้ตายเถอะ นี่ฉันสายไปตั้ง สิบห้านาทีแล้วนะ แถมเพื่อนๆ ทั้งหลายก็พากันทิ้งฉันแล้วเข้าไปในโรงหนังแล้วด้วย
แบบนี้มันทำร้ายกันเกินไปแล้วววว~
“เฮ้! น้องน่ะ ใช่น้องนิเพื่อนน้องเบ็นซ์รึเปล่า” เสียงเข้มๆ ของใครคนหนึ่งเรียกไว้ขณะที่เดินเข้ามาหาฉัน เขายิ้มให้ฉันเล็กน้อย ต่างจากร่างสูงที่ยืนทำหน้านิ่ง
และถ้าฉันจำไม่ผิด...
นี่มันพี่นิว ชายในฝันของฉันนิ!
อ๊ากกกก ใครก็ได้ เอามีดมาแทงฉันที นี่ฉันกำลังฝันไปหรือเปล่าที่เห็นพี่นิวมายืนหล่อลากไส้อยู่ตรงเน้~
“พวกพี่ก็มาสายเหมือนกัน เข้าไปพร้อมกันมั้ย”
“อ๋อ ค่ะ...” ฉันตอบรับด้วยความประหม่า ให้ตายสิ จู่ๆ ก็ได้มานั่งดูหนังกับพี่นิวโดยไม่รู้ตัว แบบนี้มันเซอร์ไพร์กันเกินไปแล้ว
ทันทีที่เข้าไปในโรงหนัง (ตั๋วของฉันอยู่กับพี่จ็อดน่ะ เลยได้เข้า แอบกังวลเหมือนกันว่าจะได้เข้าหรือเปล่า) ฉันก็รีบตามแผ่นหลังกว้างของพี่นิวไปเงียบๆ
บอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าแผ่นหลังพี่นิวน่าซบมาก!
แผ่นหลังกว้างที่ตอนนี้ยังคงชุ่มด้วยเหงื่อ และกลิ่นน้ำหอมที่ลอยออมากำลังทำให้ฉันสติแตกไปเลยทีเดียว
อ๊อย~ อยากเป็นลม
ทุกสิ่งทุกอย่างมันน่าเหลือเชื่อจริงๆ นะ เพราะหลังจากที่หนังกำลังเริ่มฉาย ฉันถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองนั่งข้างพี่นิวจริงๆ (นึกว่าจะได้นังข้างเบ็นซ์แฟนพี่จ็อดซะอีก) พี่เขายื่นป๊อปคอนให้ฉันด้วยรอยยิ้ม แม้ว่าแสงในโรงภาพยนตร์จะมืด แต่ว่าใบหน้าพี่นิวกลับสว่างไสวจนฉันได้แต่ยิ้มเขินอยู่เพียงลำพัง
อย่าเพิ่งบอกใครนะ ว่าในโรงหนัง มีคนสติแตกอย่างฉันกำลังนั่งกรี๊ดเป็นบ้าอยู่ในใจอย่างเอาเป็นเอาตาย และตอนนี้ ฉันก็กำลังจะเป็นบ้าตายเพราะความน่ารักของพี่นิวด้วย
ฉันสนใจพี่นิวได้เพียงสักพักก็ต้องมาหงุดหงิดเพราะยังมีคนที่มาสายกว่าฉัน
และที่แย่ไปกว่านั้น...คนที่นั่งข้างฉันตอนนี้ ก็คือผู้ชายปากเสียที่ฉันไม่เคยนึกเลยว่าจะได้พบเจออีก
ทำไมถึงได้ส่งอีตามารพจญมาขัดขวางความสุขระหว่างฉันกับพี่นิวด้วย!
“ไม่คิดว่าจะได้เจอเธออีก” น้ำเสียงของคนมาใหม่ดังแผ่วเบา ฉันเห็นเขาควงผู้หญิงมาด้วยนะ หน๊อย ยังมีหน้ามาทำหน้าหม้อใส่ฉันอีกนะ ไม่เกรงใจคนข้างกายนาบบ้างหรือไงกัน
“อ๊ะ O_O” หลังจากที่เอ่ยทักฉันแล้ว อีตาปากเสียยังวางมือลงบนขาฉันอีกด้วย
มากไปแล้วนะ นี่คิดว่านายเป็นใครกัน ถึงได้มาทำแบบนี้กับฉันห๊ะ!
“มีอะไรรึเปล่า” พี่นิวละสายตาจากภาพยนตร์จอยักษ์แล้วหันมามองฉันด้วยความสงสัย คงเป็นเพราะเสียงอุทานของฉันดังจนรบกวนการดูของเขาสินะ
“ปละ...เปล่าค่ะ” ฉันได้แต่หันไปยิ้มให้พี่นิว ก่อนจะหันมาเขม่นตาคนฉวยโอกาสที่นั่งข้างฉัน
หมอนี่กวนประสาทที่สุดในโลกเลย ตัวเองเคยพบกับฉันแค่ครั้งเดียว มีสิทธิ์อะไรมาจับขาอ่อนฉันกัน
“แฟนเธอหล่อดีนิ”
“เรื่องของฉัน” ฉันกระซิบตอบพร้อมปัดมือของเขาออกอย่างรังเกียจ
ผู้ชายอะไรกัน ฉวยโอกาสเป็นบ้าเลย

สามชั่วโมงผ่านไป
ฉันรีบเดินลงจากรถด้วยความหัวเสีย วันนี้แทนที่ฉันจะมีความสุขกับการดูหนังเคียงข้างพี่นิว ฉันกลับต้องมานั่งเสียอารมณ์เพราะถูกกวนประสาทจากผู้ชายคนนั้น ให้ตายเถอะ ฉันอยากพกปืนเอาไว้ยิงหัวนายนั่นโดยเฉพาะจริงๆ เลย
แลดูทำไมฉันถึงได้เป็นคนเถื่อนจัง ที่อยากพกปืนไว้ยิงคน -_-“
อ้อ คงสงสัยกันใช่มั้ยว่าเรื่องราวในโรงหนังเป็นยังไง
เหอะ พอฉันแอบมองพี่นิว อีตานั่นก็ยกมือมาโอบฉัน ผ่านไปอีกหน่อย เขาก็แกล้งฉันด้วยการทำน้ำหกใส่เพราะฉันทำท่าไม่สนใจเขา
คิดดูสิว่าฉันเสียเวลาไปกับอีตานี่จนแทบจะไม่ได้เพ้อพกถึงพี่นิวเลย
หมอนี่เป็นมารความสุขชัดๆ
“ไง อยู่แถวนี้เองเหรอ” เสียงคุ้นหูที่เพิ่งห่างหายไปไม่ถึงชั่วโมงดังขึ้นอีกครั้ง O_O หย่ะ...อย่าบอกนะว่าเป็นอีตานั่น!
“ดีใจจังที่เธออยู่แถวนี้พอดี”
แต่ฉันไม่ดีใจเลยที่เห็นนายแถวนี้ ไอ้ตัวมารความสุข! T_T
ฉันค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับคนกวนประสาทช้าๆ ใบหน้าหล่อเหล่าของเขา กำลังคลี่ยิ้มให้เธออย่างอารมณ์ดี นี่เขาจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าฉันไม่ได้รู้สึกอารมณ์ดีที่ได้เจอเขาอีกครั้ง
ถ้าเป็นไปได้ ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีกเลยก็ยิ่งดี
“ฉันชื่อโฟร์ท...น่าจะเป็นรุ่นพี่เธอได้”
“ฉันคงไม่จำเป็นต้องเคารพนายก็ได้ใช่มั้ย เพราะนายเป็นแค่รุ่นพี่ ไม่ใช่ ‘พี่ชาย’ ของฉัน”
“ก็ตามใจ” เขายิ้มให้ฉันในขณะที่โน้มหน้าลงมาใกล้ๆ โอ้ย...รู้แล้วว่าหล่อ หน้าตาดี แต่ช่วยเอาสิ่งอันตรายแบบนี้ไปไกลๆ หน้าฉันเลย “ฉันไม่ได้ต้องการความเคารพจากเธอนิ”
“ตามฉันมามีเรื่องอะไร บอกไว้ก่อนเลยนะ ว่านายน่ะ มันน่ารำคาญที่สุดเลย”
“นี่แหละที่ฉันต้องตามมา” เขากลั้วหัวเราะอีกครั้งจนน่าหมั่นไส้ ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้กินอะไรเป็นอาหารนะ ถึงได้หน้าด้านไร้ยางอายที่สุดเลย
“แล้วแฟนนายไม่ว่าหรือไง”
“ฉันยังไม่มีแฟนสักหน่อย”
กล้าพูด~ แล้วที่เห็นในโรงหนังล่ะอะไร อย่าบอกนะว่าคนรู้จัก จับมือถือแขนกะหนุงกะหนิงแบบนั้นน่ะนะที่บอกไม่ได้เรียกว่าแฟน นายไปหลอกกระบือที่บ้านนายดีกว่ามั้ง ขนาดเด็กสามขวบยังไม่เชื่อนายเลย -_-“
อุณหภูมิในร่างกายของฉันเดือดปุดๆ แล้วนะ!
“นี่อย่าบอกนะว่านายกำลังมาจีบฉัน” ฉันมองหน้าเขาด้วยความสงสัย พฤติกรรมของเขามันส่อแววไม่ปกตินะ จู่ๆ ก็มาวุ่นวายกับชีวิตฉันแบบนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรแน่เลย
“เปล่า”
“แล้วนายมาตามก่อกวนชีวิตฉันทำไม นี่นายเป็นโรคประสาทหรือไงถึงได้เที่ยวก่อความวุ่นวายให้ชาวบ้านน่ะ”
“ฉันแค่อยากรู้จักเธอ”
“ว่าไงนะ! -O-“ อยากรู้จักฉัน??
เวลาตานี่อยากรู้จักใคร เขามักจะฉวยโอกาสกับทุกคนหรือเปล่า?
“ฉันเห็นว่าเธอตลกดี”
“แต่ฉันไม่ได้อยากรู้จักนาย” ฉันปฏิเสธออกไปเรียบๆ เห็นฉันเป็นคนง่ายๆ เฮฮาปาร์ตี้ แต่ว่าฉันไม่นึกอยากจะรู้จักกับคนไม่สนิทได้ง่ายๆ หรอกนะ โดยเฉพาะผู้ชายนิสัยอย่างโฟร์ท ฉันน่ะ ไม่มีทางอยากรู้จักเขาอีกแน่
“ฉันว่ายังไงเธอก็ต้องได้รู้จักฉันอยู่ดี เอาเป็นว่าฉันจะรอวันนั้นแล้วกันนะ” เป็นครั้งแรกที่เขาทิ้งปริศนาเอาไว้ ฉันเนี่ยนะจะเข้าไปทำความรู้จักกับเขา
เชื่อเขาเลย...หมอนี่ช่างหลงตัวเองได้โล่จริงๆ
“พอแล้วๆ วันนี้นายทำฉันปวดประสาทมาพอแล้วนะ ฉันขอตัวก่อนแล้วกัน”
“โชคดีนะนิ ไว้ฉันจะรอที่เธอมาหาฉันด้วยตัวเอง”
“เหอะ...ฝันไปเถอะว่าจะมีวันนั้น”
ฉันตอกหน้าคนหลงตัวเองพลางก้าวฉับๆ เพื่อให้พ้นจากเขา ฉันเชื่อแล้วจริงๆ ว่าเขาน่ะเป็นคนหล่อ แล้วก็ร้ายกาจ
แต่พระเจ้าได้โปรดอย่าทำโทษฉันนะ
ที่เพียงชั่ววินาทีหนึ่ง ฉันแอบหลงเสน่ห์ใบหน้าหล่อเหล่าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ฉันเพียงชั่วครู่อย่างไม่อาจห้ามความคิดได้เลย

หลายวันต่อมา
มหกรรมกีฬาสีภายในมหาวิทยาลัย AR
“ช่วงนี้ดูแกเปล่งปลั่งนะนิ แอบมีกุ๊กมีกิ๊กอะไรที่ไหนหรือเปล่า” ยัยแหม่มกระแทกไหล่ฉันเบาๆ ขณะที่พวกเรากำลังจะเดินไปสนามกีฬาด้วยกัน
ก็แหม ถึงแม้เวลาจะผ่านมาแล้วตั้งหลายวัน แต่ภาพพี่นิวที่นั่งอยู่ในโรงหนังด้วยกันยังติดตาฉันอยู่เลย เขานี่เป็นคนเท่ แล้วก็หล่อจนฉันอดไม่ได้ที่จะไม่คิดถึงเลยสินะ
“ก็แอบมีบ้างล่ะแก แต่ฉันยังไม่กล้าบอกเขาเลย”
“หือ...ไหนลองบอกมาหน่อยสิ ว่าผู้ชายที่แกแอบมีใจให้เนี่ย เป็นใครกัน”
“เอาน่า ฉันรู้ว่าแกรู้จักเขาเหมือนที่ฉันรู้จักนั่นแหละ” ฉันยิ้มเขินๆ ร่างกายบิดไปบิดมาจนยัยแหม่มได้แต่หัวเราะออกมาด้วยความเข้าใจ
ก็มีแต่แหม่มนี่แหละ ที่ฉันไว้ใจมากที่สุด
ไม่ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับฉัน ยัยนี่ก็จะเป็นคนที่รับรู้คนแรกอยู่เสมอ
“เขาเริ่มแข่งบอลกันแล้วล่ะแก” หมวยรีบดึงพวกฉันไปนั่งที่อัศจรรย์ ได้ข่าวมาว่าพี่นิวก็ลงแข่งด้วยนะ
นี่แหละที่ทำให้ฉันโทรบอกแม่ว่าวันนี้จะกลับดึก
แน่นอน...คุณแม่ท่านบ่นฉันจนหูเกือบจะชา แต่มันก็คุ้มนะ เพราะอย่างน้อยฉันก็ได้มานั่งมองคนที่แอบชอบเล่นกีฬาอย่างมีความสุขตรงนี้
“พี่นิวก็หล่อดีนะ แกว่ามั้ยนิ”
“อือ...หล่อ สเปคเลยล่ะ” ฉันพยักหน้าเออออไปกับยัยแหม่ม พลางสนใจท่าทางของพี่นิวที่กำลังวิ่งอยู่ในสนาม
เวลาที่ลูกบอลอยู่ใต้เท้าของเขา ฉันก็ได้แต่กรีดร้องเชียร์ด้วยความดีใจอย่างออกหน้าออกตา
“แหม...ฉันว่าฉันพอจะรู้แล้ว ว่าแกชอบใคร” เสียงยัยแหม่มกระซิบอยู่ข้างหูของฉัน และนั่นก็ทำให้ใบหน้าของฉันแดงระเรื่อโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
นี่ไง! ฉันถึงได้บอกว่ายัยแหม่มน่ะ รู้แทบจะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับฉันเลย
“เดี๋ยวบอกให้เอามั้ย ตอนนี้น่ะ พี่นิวกำลังโสด เพิ่งเลิกกับพี่ทรายไปเอง”
“จริงเหรอแก”
“อืม...ฉันไม่มาอำแกเล่นหรอกน่า” ยัยแหม่มคลี่ยิ้มกว้างจนรู้สึกว่าโลกทั้งโลก กำลังจะกลายเป็นสีขมพูช้าๆ
ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันจะรู้สึกชอบพี่นิวได้ถึงขนาดนี้ แล้วแบบนี้ฉันจะเรียกความรู้สึกนี้ว่าเป็นความรักได้หรือเปล่า ฉันจะเรียกว่าพี่นิวเป็นรักแรกของฉันได้หรือเปล่านะ
“ไอ้นิ ดอกกุหลาบที่แกฝากซื้อ” ดอกกุหลาบที่ยื่นมาอยู่ตรงหน้าทำให้ความคิดเพ้อฝันของฉันหยุดลง เบนซ์กำลังชื่อดอกกุหลาบช่อใหญ่ในขณะที่ฉันมีกุหลาบดอกเดียว
ดูก็รู้ว่าเพื่อนฉันโกงเห็นๆ
“ทำไมกุหลาบฉันไม่สวยเหมือนของแกล่ะ”
“แหม ดอกกุหลาบดอกหนึ่งน่ะ มันแพงนะนิ ฉันเลือกตั้งนานกว่าจะได้”
“แต่ฉันจำได้ขึ้นใจเลยนะว่าฉันให้เงินแกไปมากพอสมควร บอกมาดีกว่าว่ามันไปอยู่รวมกันเป็นช่อกุหลาบของแกใช่มั้ย”
“ก็ใช่ ^^”
เออ...ช่างตอบออกมาโดยที่ไม่ได้รู้สึกสำนึกเลยสักนิดเพื่อนฉัน
“ว่าแต่จะเอาไปให้นักบอลคนไหนเหรอนิ”
ฉันอดใจกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นใบหน้าของเบ็นซ์ ไม่รู้เพื่อนฉันไปเลือกกุหลาบท่าไหน สภาพถึงได้เลอะเทอะแบบนี้ นี่สงสัยจะไปล้างตัวในห้องน้ำมาแล้ว แต่ใบหน้ากลมๆ ก็ยังมีรอยเปื้อนอยู่ดี
“ความลับ” เป็นยัยแหม่มเองที่ตอบแทนฉัน เราทั้งคู่หันมาสบตากันอย่างรู้กัน ก่อนจะหันไปมองผู้ชายในสนามคนนั้น
คนที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นแรกทุกครั้งที่ได้คิดถึง

(บันทึกพิเศษ : นิว)
ผมยอมรับเลยว่าวันนี้ผมเหนื่อยมากจริงๆ ผมใช้พลังทั้งหมดที่มีทุ่มไปกับกีฬาที่ผมรัก เพราะคิดว่ามันอาจจะทำให้ผมลืมบางอย่างลงได้ แต่ก็อย่างที่หลายคนเคยบอก ยิ่งเราพยายามลืมเท่าไร เราก็ยิ่งจำทุกอย่างได้โดยไม่อาจจะลืมเลือน
ไม่นึกเลยว่าเธอคนนั้นจะทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดได้ขนาดนี้
“เฮ้ย! มีคนฝากดอกไม้มาให้”
“ใครวะ” ผมมองดอกกุหลาบสีชมพูตรงหน้าด้วยความสงสัย ความรู้สึกของผมมันกำลังบอกว่าผมน่าจะรู้ตัวคนที่ชอบแอบมองผมก็ตอนนี้แหละ
แต่ทว่า...
“ไม่รู้เหมือนกัน แฟนฉันไม่ยอมบอก เห็นบอกว่าไม่รู้จักเหมือนกันว่าเป็นใคร”
“ประสาท” ผมส่ายหัวไปมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด พูดตรงๆ ว่าเวลานี้ไม่ได้อยากจะรับดอกกุหลาบจากผู้หญิงคนไหนเลย ให้ตายสิ!
“รับๆ ไปเหอะ ฉันยังได้กุหลาบเป็นช่อเลย ดูดิ”
“เออๆ รู้แล้วว่าแฟนคุณจ็อดทุ่มทุนสร้าง” ผมอดไม่ได้จริงๆ นะที่จะจิกกัดคู่รักคู่นี้ ดูจากการไปดูหนังครั้งที่แล้วสิ แทนที่มันจะให้เพื่อนเขานั่งใกล้กัน มันดันไปนั่งเกาะแฟนตัวเองหน้าตาเฉย
“ขอบคุณที่ชมนะเพื่อน”
==” ไอ้เวรนี่มันไม่รู้จริงๆ เหรอครับว่าผมพูดประชด
“ฉันกลับบ้านก่อนแล้วกัน อยากไปนอนแล้ว”
“แน่ใจนะเว้ย ว่าไปนอน อย่าให้รู้นะว่าแอบพาสาวขึ้นห้อง”
“ปากแกนี่วอนหาเรื่องนักนะไอ้จ๊อด” ผมง้างเท้าขึ้นเล็กน้อยจนมันต้องรีบขยับตัวหนี มันก็แบบนี้ทุกที พอผมกลับบ้านเร็ว มันก็แซว พอกลับบ้านช้า มันก็แซว
สรุปไม่ว่าจะไปตอนไหนมันก็แซวผมเป็นประจำ
นี่มันเห็นผมเป็นคนยังไงกัน ผมน่ะ ไม่มีทางควงสาวขึ้นห้องหรอก...ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ
อย่าเพิ่งด่าว่าผมเป็นผู้ชายรักสนุกนะครับ เมื่อก่อนผมก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก เรื่องผู้หญิงอะไรเนี่ย ผมแทบจะไม่มีด้านไหนเสียหายเลยด้วยซ้ำ
แต่พอผมเลิกกับทราย ผู้หญิงที่เป็นรักแรกของผม ชีวิตของผมก็ดูจะเสเพลขึ้นเรื่อยๆ ดีที่ช่วงนี้ผมลดลงมาบ้างแล้ว
ไอ้จ๊อดเองมันก็รู้เรื่องนี้ มันก็เลยชอบแซวผมเป็นประจำ
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างทราย ทำไมถึงได้ใจร้ายกับผมแบบนี้ เธอทิ้งผมไปทั้งที่เรายังรู้สึกดีต่อกัน พูดให้ถูกเลยก็คือเรายังรักกัน แต่ต้องมาเลิกกัน
ตอนนั้นผมเจ็บมาก เจ็บจนไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตเส็งเคร็งของผม ความรู้สึกของมันคล้ายกับคนที่กำลังกระโดดขึ้นไปบนฟ้าแล้วถูกทุบให้ตกลงมาอย่างรวดเร็ว หัวใจของผมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มันเจ็บจี๊ดจนผมแทบจะพูดไม่ได้หนึ่งเดือนเต็มๆ
“ทราย...” ผมเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ เมื่อเห็นรูปถ่ายของเธอ
รอยยิ้มของเธอยังคงตรึงใจผมเอาไว้อย่างแน่นหนา
ช่วยบอกผมทีได้มั้ย ว่าระหว่างผมกับทราย เราจบกันแล้วจริงๆ
(จบบันทึกพิเศษ : นิว)



soipn
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 2 ก.ย. 2556, 10:46:04 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 2 ก.ย. 2556, 10:46:04 น.

จำนวนการเข้าชม : 696





<< 1:ชายในฝัน!   3 : Bad Valentine 50% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account