จะเก็บไว้ในใจจนนิรันดร์
ถ้าไม่มีงานสัมมนานั้นอังศุมาลินคงไม่นึกถึงเขาคนนั้นอีก ทั้ง ๆ ที่หลายปีที่ผ่านมาเธอลืมเขาไปแล้วแท้ ๆ เขาที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เรียนมัธยม เขาที่ไม่เคยคิดอะไรกับเธอมากกว่าเพื่อนร่วมห้อง และเขาที่ทำร้ายจิตใจเธอโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
และเธอจะไม่รู้สึกผิดถ้าเธอไม่มีอธิฐานที่อยู่ข้าง ๆ เธอ อธิษฐานที่รักเธอจนสุดหัวใจ ทำทุกอย่างได้เพื่อเธอ
และมันก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นถัาเธอไม่ต้องมาเจอกับเขาคนนั้นอีก
และเธอจะไม่รู้สึกผิดถ้าเธอไม่มีอธิฐานที่อยู่ข้าง ๆ เธอ อธิษฐานที่รักเธอจนสุดหัวใจ ทำทุกอย่างได้เพื่อเธอ
และมันก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นถัาเธอไม่ต้องมาเจอกับเขาคนนั้นอีก
Tags: รักสามเศร้า / สับสน / วุ่นวาย
ตอน: 14 แต่งงาน
14 แต่งงาน
มาพักที่บ้านได้ไม่ถึงคืนดี รวีดาก็ลากลูกสาวและแม่ของเธอขึ้นรถออกเดินทางไปเยี่ยมสามีที่มารับงานที่ต่างจังหวัด
“จังหวัดอะไรอ่ะแม่ดา หนูขับรถมาเกือบชั่วโมงแล้วนะจะบอกหนูได้ยัง”
“นี่แม่ยังไม่ได้บอกลูกเหรอ ชลบุรีลูกเลี้ยวซ้ายเลย”
“อะไรนะแม่ชลเหรอ ไม่เอา หนูไม่ไป”
อังศุมาลินงอแงเบรกรถตัวโกร่ง ก็คนที่เธองอนกลับบ้านมาก็คือคนที่อยู่ชลบุรีนั้นแหล่ะ แล้วเรื่องอะไรเธอจะไปเหยียบจังหวัดนั้นล่ะ
“ไอ้ลูกคนนี้นี่ ขับไปเลย ส่งแม่กับยายให้ถึงที่แล้วจะกลับก็กลับ”
“ก็ได้จ๊ะ”
แต่แล้วสุดท้ายก็คงจะขัดแม่บังเกิดเกล้าไม่ได้ ให้ตายเถอะ
แล้วรถคันสวยก็มาจอดที่หน้าแคมป์คนงาน ที่ตอนนี้มีบรรดาลูกเมียของคนงานบางส่วนอยู่
“ศรีเวียน ตาช่างภพล่ะ”
รวีดาเดินเข้าไปถามคนงานในแคมป์
“นายช่างไปที่ไซต์งานจ๊ะ”
รวิดาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับมาที่รถ อังศุมาลินเลยเตรียมตัวจะกลับทันที
“แม่ดาก็เขาเข้าไปเองแล้วกัน หนูจะกลับเลย อยู่ที่นี่นาน ๆ แล้วรู้สึกขนลุก”
“หนูอิ้ง ที่นี่ไม่มีรถให้ออกไปหรอกจ๊ะ ต้องเดินเท้ายี่สิบกิโลถึงจะมีรถ”
ศรีเวียงตะโกนบอก ว่าแล้วไง ถึงว่าทางมันดูแปลก ๆ ชอบกล
“ของใจจ๊ะป้า แม่ดาย้อนไปส่งหนูหน่อยนะ ๆ”
“ฝันไปเถอะลูกสาว”ว่าแล้วคุณแม่ผู้แสนดีก็โดดขึ้นไปขับรถเอง “จะไปไหม แม่จะไปหาพ่อเราแล้วนะ”
แล้วมีทางไหนที่อังศุมาลินจะตอบปฏิเสธได้อีกล่ะ นอกจากจะต้องจำใจขึ้นรถ ไซต์งานที่ว่าอยู่ห่างจากแคมป์คนงานอีกราวห้ากิโล อังศุมาลินคิดในใจว่าถ้าจะมาตั้งให้ห่างจากมนุษย์โลกแบบนี้ไม่ไปสร้างที่ดาวอังคารเลยล่ะ
“ที่นี่อากาศดีจริง ๆ”
ยายของอังศุมาลินว่า
“แต่สิ่งก่อสร้างตรงหน้าเรานี่กำลังจะทำลายอากาศดี ๆ นี้”
อังศุมาลินไม่วายแควะ ที่สวย ๆ จะถูกทำลายด้วยสิ่งปลูกสร้างนี้จริง ๆ
“เมียจ๋า แม่ ยัยลูกสาว มากันยกบ้านเลยนะ เมียจ๋าทนคิดถึงผัวไม่ได้ล่ะสิ”
พิภพที่ได้ยินว่าภรรยามาหาก็รีบเดินออกมาโอบเมียทันที เดือนกว่าแล้วที่เขามาทำงานที่นี่และไม่ได้กลับบ้านเลย
“ใครพาพ่อมาทำงานที่นี่เนี่ย ดูลึกลับเป็นบ้า กินอยู่คงลำบาก”
“ไม่นี่ลูก ที่นี่เขามีโรงอาหารให้กินฟรี อยากได้อะไรก็มีหมด”
“พ่อครับ ไปดูตรงทิศเหนือกับผมหน่อย”
เสียงคุ้นหูของอังศุมาลินดังมาจากที่ไม่ไกลนัก และดูเหมือนเจ้าของเสียงกำลังจะวิ่งมาทางนี้ หรือว่าเธอจะหูฝาดไปเองนะ
“พีมเธอ...”
“อิ้ง”
เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะก่อนที่จะมีเสียงคนงานทำของหล่นโครมใหญ่ พัฒนากร กับ พิภพก็เลยต้องเดินไปดู
ช่วงเวลาอาหารกลางวัน ทุกคนก็เลยได้มีเวลานั่งคุยและปรับความเข้าใจกัน
“แม่โทรมาหาพ่อเขา เราเรื่องลูกให้ฟัง พ่อเขาก็เลยยอมบอกว่าพีมเป็นคนติดต่องานให้พ่อมาทำที่นี่ แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาพีมก็มาทำงานอยู่ที่นี่”
รวิดารีบเล่าเรื่องที่เป็นข้อบาดหมางของลูกสาวกับแฟนลูกสาวให้เข้าใจกัน
“แล้วบางคืนพีมก็ยังนอนที่ห้องพ่อด้วยนะลูก”
พิภพยอมออกโรงปกป้องพัฒนากรอีกคน หลังจากที่เขาได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มจริง ๆ เขาก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนดีคนหนึ่ง
“อิ้งเราขอโทษนะที่เราไม่บอกอิ้ง ทำให้อิ้งไม่สบายใจ”
“อืม เธอมาทำงานที่นี่ก็ดีแล้ว เธอจะได้อยู่ใกล้ ๆ คุณน้าด้วย”
ท่าทางของอังศุมาลินยังดูงอนอยู่รวิดาก็เลยสะกิดแม่และสามีให้ออกมาเพื่อให้หนุ่มสาวปรับความเข้าใจกันง่ายขึ้น
“ดีกันนะ”
พัฒนากรส่งนิ้วก้อยไปที่หน้าอังศุมาลิน เขาดูเกรงน้อยลงเมื่อไม่มีผู้ใหญ่อยู่ อังศุมาลินมองยิ้ม ๆ แล้วเอานิ้วก้อยของเธอเข้าไปเกี่ยว
แล้วทั้งคู่ก็มาจบลงด้วยการดูหนังรักโรแมนติกที่เข้าฉายวันนี้พอดี ทำให้ความหวานที่จืดไปกลับมาเต็มจนจะล้น
“วันนั้นนะเราไม่รู้จริง ๆ นะว่าลูกค้าคือเบบี้ ตอนที่เราไปเจอเธอเราเองก็ตกใจ แล้วที่เราต้องพาเธอไปที่ห้างก็เพื่อเป็นการเลี้ยงต้อนรับตามภาษาเพื่อน จริง ๆ แล้วเบบี้เขาเป็นแฟนคุณจอห์น เขาคบกันมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว”
“เรายังไม่ได้ถามเลย”
อังศุมาลิยังแกล้งเล่นตัวทั้ง ๆ ที่ดีใจแทบตายที่พัฒนากรยังง้อเธอ
“ก็เรารู้ไงว่าอิ้งอยากรู้ อิ้ง เรารักอิ้งนะ อิ้งคือคนที่เรารักที่สุดตอนนี้และตลอดไป เราไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว อิ้งเราแต่งงานกันนะ”
“พีม...”
อังศุมาลินพูดเสียงเบา เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจดีไหม การแต่งงานกลายเป็นเรื่องที่หน้ากลัวไปแล้วสำหรับเธอ สองครั้งที่ผ่านมาเธอก็เกือบจะได้แต่งงานไปแล้ว แต่ก็มีเรื่องวุ่นวายเข้ามา
“อิ้งไม่อยากแต่งงานกับเราเหรอ อิ้งมีอะไรรึเปล่า”
พัฒนากรเองก็น้ำเสียงเจื่อนไปเขาคิดว่าผู้หญิงที่นั่งข้างหน้าเขาจะตอบตกเราเขาทันทีเสียอีก
“เรารอไปอีกหน่อยดีไหม ค่าถ่ายรูปมันแพง ค่าการ์ดมันก็แพง ค่าจองสถานที่ก็ยิ่งแพง ครั้งที่แล้วเธอเสียเงินไปต้องเยอะ”
“เรื่องนี้เองไม่ต้องห่วงหรอก เราก็แต่งกันง่าย ๆ ที่บ้านเราหรือบ้านอิ้งก็ได้ เราจดทะเบียนกัน แล้วก็เชิญเพื่อน ๆ แล้วก็ญาติสนิทมา รูปก็เอาของเก่าก็ได้ นะ”
“เอ๊ะ”อังศุมาลินไม่มีท่าทีโรแมนติตามพัฒนากร “ที่เธอพูดมันเหมือนในหนังที่เราดูเมื่อกี้เลย พีมเธอไม่คิดเองบ้างรึไง”
“ก็คิดแล้วไง เราคิดแล้วว่าวิธีแบบในหนังมันโรแมนติกสุด ๆ นางเอกก็ดีใจจะตายที่ได้มีงานแต่งที่รวมเอาคนที่รักเธอไว้ อิ้งเราพร้อมที่จะดูแลอิ้งจริง ๆ นะ ตอนที่เราทะเลาะกันไม่มีวันไหนเลยที่เราจะมีความสุข เราแต่งงานกันเถอะนะ”
“อืม”
แล้วอังศุมาลินก็ทนฝืนความต้องการในใจไว้ไม่ไหว เธอแน่ใจแล้วว่าพัฒนากรนี่แหล่ะคือคนที่เธอรักมาก คบกับอธิฐานมาเจ็ดปี เธอไม่เคยหึงเขาแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอคบกับพัฒนากรไม่กี่เดือนเธอต้องหึงเขาแทบทุกวัน แล้วแบบนี้ไม่ได้เรียกว่ารักแล้วจะเรียกว่าอะไร
งานแต่งงานง่าย ๆ ถูกจัดขึ้นที่บ้านของอังศุมาลินก่อนในตอนเช้าด้วยพิธีหมั่นและจดทะเบียนสมรส ที่มีแขกและเพื่อนเก่า ๆ ของอังศุมาลิน เป็นส่วนใหญ่
“เธอแน่มากนะยะ”
ชานนท์ที่ควงแฟนหนุ่มชาวต่างชาติมาด้วยเดินมาหาอังศุมาลินที่คุยอยู่กับเพื่อน ๆ
“นี่ชา อย่าลืมสิว่าตรงนี้มีแต่เพื่อนของอิ้งทั้งนั้น”
สุจิตารีบเข้ามาขวาง
“ยัยทิพแกก็เป็นเพื่อนฉันนะยะ”
“แค่เคยจ๊ะ ฉันไม่คบกับคนใจร้ายอย่างเธอหรอก นี่เตือนไว้ก่อนนะฉันไม่ยอมให้เธอมาทำอะไรเพื่อนฉันแน่”
สุจิตาท่าทางไม่ยอมจริง ๆ เพื่อนที่ยืนอยู่อีกหกคนก็เช่นกัน
“ใจเย็น ๆ ครับ”แฟนของชานนท์เอ่ยห้ามด้วยภาษาอังกฤษ “เราแค่มาแสดงความยินดีเท่านั้น พวกคุณจะโมโหกันไปทำไม”
“ก็เธอ...”
“อย่า”สุนิสาจะบอกความจริง แต่อังศุมาลินเอ่ยห้าม “พวกเรากำลังแสดงความรักในแบบพวกเราอยู่ค่ะ ไม่มีอะไร”
“เธอช่วยฉันทำไม”
ชานนท์ใช่น้ำเสียงอ่อนลง
“ใครเขาอยากช่วยเธอ เราก็แค่ไม่อยากเห็นเธอต้องมาทะเลาะกับแฟนในงานเรา แต่ยังไงเราเองก็ดีใจด้วยนะที่เธอเจอคนที่เหมาะกับเธอ เหมือนที่เราเจอ เราขอให้เธอกับแฟนรักกันไปนาน ๆ”
“ตกลงใครแต่งกันแน่เนี่ย”
ทานตะวันถามแล้วก็เลยเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ คนอื่นไปด้วย รวมถึงแฟนของชานนท์ที่ไม่เข้าใจว่าสาว ๆ พูดอะไรกัน
แล้วก็มาถึงงานตอนเย็น มาจัดเลี้ยงกันที่บ้านของพัฒนากร โดยแขกส่วนใหญ่ก็จะเป็นของพัฒนากรด้วย รวมไปถึงอธิษฐานและครอบครัว
“แม่ดีใจด้วยนะลูก”
“พ่อด้วย”
พ่อกับแม่ของอธิษฐานเข้ามาแสดงความดีใจ ท่านทั้งสองไม่คิดโกธรหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
“อิฐดีใจด้วยนะ ในที่สุดน้องสาวของอิฐก็ได้แต่งงานสักที”
“อิฐก็เถอะหาแฟนใหม่ได้แล้ว ดูสิปูนเขาจะแต่งงานตัดหน้าอิฐแล้วเนี่ย”
อังศุมาลินหันไปมองปรารถนาที่ควงจอมพลมาด้วย แต่วันนี้ชายหนุ่มดูแปลกตาไป ด้วยชุดสูทสีขาวครีม ทรงผมใหม่ที่สั้นเกือบจะติดหนังหัว และที่ใบหน้าหล่อนั้นก็ปราศจากแว่นตาหนาเตอะ
“ดีนะที่เป็นพี่จอมไม่อย่างนั้นอิฐคงไม่ยกปูนให้”
“อิ้งไปขึ้นเวทีกันเถอะ”
พัฒนากรวิ่งมาตามแล้วรีบพาเจ้าสาวไปขึ้นเวที พ่อแม่ของทั้งบ่าวสาวยิ้มไม่หุบเมื่อคนทั้งงานต่างชมว่าทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก
“ลูกสะใภ้แม่ณีสวยน่ารักจริง ๆ”
“ใช่ค่ะ คนนี้ดิฉันชอบมากเลยนะคะ”
“แม้พูดแบบนี้หนูก็เสียใจแย่สิคะแม่”บรรณิตาที่เดินมาพร้อมดอกไม้ช่อโตเอ่ยทักทายอย่างไม่เป็นทางการ “สวัสดีค่ะคุณแม่ ยังจำเบบี้ได้อยู่รึเปล่าคะ”
น้ำเสียงและท่าทางอ่อนหวานของคนพูดไม่ได้ดูดีในความคิดของพรรณณีเลย และยิ่งกับรวีดาแล้วล่ะก็อย่าให้พูด ถ้าเธอทำได้คงจะตบนังหนูคนนี้สักสองสามที พิภพเห็นท่าทีแปลก ๆ ของคนทั้งสามก็เลยหันไปกระซิบถามกรุงไทยเลยได้รู้คำตอบ
“ไม่คิดว่าเธอจะมา ฉันเกือบจะจำเธอไม่ได้เสียแล้วสิ”
พรรณณีพูดอย่างไร้เยื่อใย เธอไม่เคยชอบผู้หญิงคนไหนที่ลูกชายของเธอเลือกอยู่แล้ว ยกเว้นก็แต่อังศุมาลินที่เห็นครั้งแรกก็นึกรักนึกเอ็นดู แม้จะพอรู้มาบ้างว่าอังศุมาลินเป็นแฟนเก่าของอธิษฐาน
“แหมแฟนเก่า...เฮ้ยเพื่อนเก่าจะแต่งงานทั้งทีเบบี้จะพลาดได้ยังไง โดยเฉพาะเพื่อนสนิ้ทสนิทอย่างพีม”
บรรณิตาเองก็มีเหรอจะยอมแพ้ เมื่อพัฒนากรใจร้ายทำกับเธอได้ลงคอแบบนี้ แล้วยังจะมาเจอพรรณณีที่ตั้งท่ารังเกียจเธออย่างเสมอต้นเสมอปลายอีก
กลุ่มเพื่อนของพัฒนากรที่กำลังสนุกอยู่หน้าเวทีก็ต้องแปลกใจที่อยู่ ๆ พัฒนากรที่กำลังยิ้มเกิดหุบยิ้มขึ้นมากะทันหัน
“ไอ้พีมมันเป็นอะไรวะ”
ทรงสิทธิ์กระซิบถามตรีพงศ์ เขาส่ายหน้าก่อนจะมองไปรอบ ๆ
“ข้าว่าข้ารู้แล้วว่ะ โน้นโจทย์เก่ากำลังตีกัน”
ตรีพงศ์รีบบอกก่อนจะสะกิดเพื่อน ๆ ให้เดินตามมา
“หวัดดีเบบี้ คิดถึงจังไปคุยกับพวกเราหน่อยดีกว่า”
ทรงสิทธิ์รีบล็อกคอและปิดปากบรรณิตาแล้วพามาที่หน้าบ้าน
“ปล่อยฉัน”บรรณิตาสะบัดหลุดตอนที่อยู่หน้าบ้านพอดี “พวกเธอทำบ้าอะไร”
“เธอต่างหากรู้ได้ยังไงว่าไอ้พีมมันแต่งงาน นี่ดื่มมาใช่ไหม”ทรงสิทธิ์ถามอย่างอารมณ์เสีย
“ก็แล้วไงฉันจะดื่มแล้วเธอจะมายุ่งอะไร ฉันดูในไอจีเธอนั้นแหล่ะ ฉันก็เลยรู้ว่าพีมจะแต่งงาน ถ้าเมื่อเช้าฉันรู้จักบ้านยัยนั้นฉันคงไปแล้ว”
พอรู้ว่าข่าวรั่วจากใครมือหลายมือก็ลงลงมาที่หัวเจ้าตัวปัญหา
“พอแล้วเจ็บโว้ย ข้าจะไปรู้เหรอวะก็คนมันดีใจที่เพื่อนจะแต่งงานนี่หว่า”
“เบบี้กลับไปเถอะ พีมมันเพิ่งคืนดีกับอิ้งได้ แล้ววันนี้มันก็เป็นวันดีอย่ามาทำให้พีมมันต้องทุกข์ใจเลยนะ”ดิษชัยช่วยของร้อง
“พวกเธอก็พูดได้สิ แล้วฉันล่ะพีมคบกับฉันมาต้องกี่ปีเขาไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานเลย แต่กับยัยนั้นพีมกับยอมไปแต่งานกับมัน ท้องก่อนแต่งรึเปล่าก็ไม่รู้”บรรณิตาตะโกนเสียงดัง คนในงานบางส่วนที่ได้ยินก็เลยหันมามอง
“พอได้แล้วเบบี้”ธีรเทพรีบเอามือมาปิดปากบรรณิตาแล้วลากมาให้ไกลกว่าเดิม ก่อนจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระ“เธอรู้ไหมวันที่เธอขอมันเลิก วันนั้นแหล่ะมันจะไปขอเธอแต่งงาน”
“ใช่ เธอเองไม่ใช่เหรอที่เห็นแกตัวรอมันไม่ไหวหนีไปเมืองนอก ได้ดีแล้วจะกลับมาทำไม”ตรีพงศ์ช่วยตอกย้ำ
“ไม่จริง พวกเธอโกหก”
“จริง”ทุกคนพูดพร้อมกัน
“เธอเองก็มีแฟนใหม่ไปแล้วนนี่”ดิษชัยว่า
“พวกเธอไม่ต้องมายุ่ง ฝากนี้ให้พีมด้วย”บรรณิตาพูดจบก็ยัดช่อดอกไม้ใส่มือธีรเทพที่ยืนใกล้เธอที่สุดแล้วเดินไปที่รถก่อนจะขับออกมาอย่างรวดเร็วแล้วจอดรถร้องไห้อยู่ไม่ไกลจากบ้านพัฒนากร
“เรื่องมันจะไม่จบแบบนี้แน่”
เมื่อแขกทุกคนกลับหมด เวลาที่สำคัญที่สุดของคู่แต่งงานก็มาถึง แม้ว่าวันนี้พัฒนากรจะหอมแก้มอังศุมาลินจนช้ำไปหมดแล้วก็เถอะ แต่ช่วงเวลาต่อจากนี้มันจะไม่ใช่แค่หอมแก้มนะสิ
“ตื่นเต้นเหรอ”
พัฒนากรเดินมาหอมแก้มอีกทีพร้อมกับกระซิบถามที่ข้างหู มันจักจี้นะ
“อืม”
อังศุมาลินตอบเสียงอ้อมแอ้ม เขียนฉากแบบนี้มาก็เยอะแต่ทำไมพอมาเจอจริง ๆ มันตื่นเต้นแบบนี้
“ต่อไปนี้เราจะเป็นคนคนเดียวกันแล้วนะ”
“อืม”
อังศุมาลินตอบได้แต่เพียงเท่านั้น พัฒนากรได้แต่ยิ้ม ไม่คิดว่าอังศุมาลินจะตื่นเต้นได้ขนาดนี้ เขาไม่รอช้าที่จะพิมพ์จูบแรกไปบนซอกคอ และใบหู
“เรารักอิ้งนะ”
มาพักที่บ้านได้ไม่ถึงคืนดี รวีดาก็ลากลูกสาวและแม่ของเธอขึ้นรถออกเดินทางไปเยี่ยมสามีที่มารับงานที่ต่างจังหวัด
“จังหวัดอะไรอ่ะแม่ดา หนูขับรถมาเกือบชั่วโมงแล้วนะจะบอกหนูได้ยัง”
“นี่แม่ยังไม่ได้บอกลูกเหรอ ชลบุรีลูกเลี้ยวซ้ายเลย”
“อะไรนะแม่ชลเหรอ ไม่เอา หนูไม่ไป”
อังศุมาลินงอแงเบรกรถตัวโกร่ง ก็คนที่เธองอนกลับบ้านมาก็คือคนที่อยู่ชลบุรีนั้นแหล่ะ แล้วเรื่องอะไรเธอจะไปเหยียบจังหวัดนั้นล่ะ
“ไอ้ลูกคนนี้นี่ ขับไปเลย ส่งแม่กับยายให้ถึงที่แล้วจะกลับก็กลับ”
“ก็ได้จ๊ะ”
แต่แล้วสุดท้ายก็คงจะขัดแม่บังเกิดเกล้าไม่ได้ ให้ตายเถอะ
แล้วรถคันสวยก็มาจอดที่หน้าแคมป์คนงาน ที่ตอนนี้มีบรรดาลูกเมียของคนงานบางส่วนอยู่
“ศรีเวียน ตาช่างภพล่ะ”
รวีดาเดินเข้าไปถามคนงานในแคมป์
“นายช่างไปที่ไซต์งานจ๊ะ”
รวิดาพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินกลับมาที่รถ อังศุมาลินเลยเตรียมตัวจะกลับทันที
“แม่ดาก็เขาเข้าไปเองแล้วกัน หนูจะกลับเลย อยู่ที่นี่นาน ๆ แล้วรู้สึกขนลุก”
“หนูอิ้ง ที่นี่ไม่มีรถให้ออกไปหรอกจ๊ะ ต้องเดินเท้ายี่สิบกิโลถึงจะมีรถ”
ศรีเวียงตะโกนบอก ว่าแล้วไง ถึงว่าทางมันดูแปลก ๆ ชอบกล
“ของใจจ๊ะป้า แม่ดาย้อนไปส่งหนูหน่อยนะ ๆ”
“ฝันไปเถอะลูกสาว”ว่าแล้วคุณแม่ผู้แสนดีก็โดดขึ้นไปขับรถเอง “จะไปไหม แม่จะไปหาพ่อเราแล้วนะ”
แล้วมีทางไหนที่อังศุมาลินจะตอบปฏิเสธได้อีกล่ะ นอกจากจะต้องจำใจขึ้นรถ ไซต์งานที่ว่าอยู่ห่างจากแคมป์คนงานอีกราวห้ากิโล อังศุมาลินคิดในใจว่าถ้าจะมาตั้งให้ห่างจากมนุษย์โลกแบบนี้ไม่ไปสร้างที่ดาวอังคารเลยล่ะ
“ที่นี่อากาศดีจริง ๆ”
ยายของอังศุมาลินว่า
“แต่สิ่งก่อสร้างตรงหน้าเรานี่กำลังจะทำลายอากาศดี ๆ นี้”
อังศุมาลินไม่วายแควะ ที่สวย ๆ จะถูกทำลายด้วยสิ่งปลูกสร้างนี้จริง ๆ
“เมียจ๋า แม่ ยัยลูกสาว มากันยกบ้านเลยนะ เมียจ๋าทนคิดถึงผัวไม่ได้ล่ะสิ”
พิภพที่ได้ยินว่าภรรยามาหาก็รีบเดินออกมาโอบเมียทันที เดือนกว่าแล้วที่เขามาทำงานที่นี่และไม่ได้กลับบ้านเลย
“ใครพาพ่อมาทำงานที่นี่เนี่ย ดูลึกลับเป็นบ้า กินอยู่คงลำบาก”
“ไม่นี่ลูก ที่นี่เขามีโรงอาหารให้กินฟรี อยากได้อะไรก็มีหมด”
“พ่อครับ ไปดูตรงทิศเหนือกับผมหน่อย”
เสียงคุ้นหูของอังศุมาลินดังมาจากที่ไม่ไกลนัก และดูเหมือนเจ้าของเสียงกำลังจะวิ่งมาทางนี้ หรือว่าเธอจะหูฝาดไปเองนะ
“พีมเธอ...”
“อิ้ง”
เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะก่อนที่จะมีเสียงคนงานทำของหล่นโครมใหญ่ พัฒนากร กับ พิภพก็เลยต้องเดินไปดู
ช่วงเวลาอาหารกลางวัน ทุกคนก็เลยได้มีเวลานั่งคุยและปรับความเข้าใจกัน
“แม่โทรมาหาพ่อเขา เราเรื่องลูกให้ฟัง พ่อเขาก็เลยยอมบอกว่าพีมเป็นคนติดต่องานให้พ่อมาทำที่นี่ แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาพีมก็มาทำงานอยู่ที่นี่”
รวิดารีบเล่าเรื่องที่เป็นข้อบาดหมางของลูกสาวกับแฟนลูกสาวให้เข้าใจกัน
“แล้วบางคืนพีมก็ยังนอนที่ห้องพ่อด้วยนะลูก”
พิภพยอมออกโรงปกป้องพัฒนากรอีกคน หลังจากที่เขาได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มจริง ๆ เขาก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนดีคนหนึ่ง
“อิ้งเราขอโทษนะที่เราไม่บอกอิ้ง ทำให้อิ้งไม่สบายใจ”
“อืม เธอมาทำงานที่นี่ก็ดีแล้ว เธอจะได้อยู่ใกล้ ๆ คุณน้าด้วย”
ท่าทางของอังศุมาลินยังดูงอนอยู่รวิดาก็เลยสะกิดแม่และสามีให้ออกมาเพื่อให้หนุ่มสาวปรับความเข้าใจกันง่ายขึ้น
“ดีกันนะ”
พัฒนากรส่งนิ้วก้อยไปที่หน้าอังศุมาลิน เขาดูเกรงน้อยลงเมื่อไม่มีผู้ใหญ่อยู่ อังศุมาลินมองยิ้ม ๆ แล้วเอานิ้วก้อยของเธอเข้าไปเกี่ยว
แล้วทั้งคู่ก็มาจบลงด้วยการดูหนังรักโรแมนติกที่เข้าฉายวันนี้พอดี ทำให้ความหวานที่จืดไปกลับมาเต็มจนจะล้น
“วันนั้นนะเราไม่รู้จริง ๆ นะว่าลูกค้าคือเบบี้ ตอนที่เราไปเจอเธอเราเองก็ตกใจ แล้วที่เราต้องพาเธอไปที่ห้างก็เพื่อเป็นการเลี้ยงต้อนรับตามภาษาเพื่อน จริง ๆ แล้วเบบี้เขาเป็นแฟนคุณจอห์น เขาคบกันมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว”
“เรายังไม่ได้ถามเลย”
อังศุมาลิยังแกล้งเล่นตัวทั้ง ๆ ที่ดีใจแทบตายที่พัฒนากรยังง้อเธอ
“ก็เรารู้ไงว่าอิ้งอยากรู้ อิ้ง เรารักอิ้งนะ อิ้งคือคนที่เรารักที่สุดตอนนี้และตลอดไป เราไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว อิ้งเราแต่งงานกันนะ”
“พีม...”
อังศุมาลินพูดเสียงเบา เธอไม่รู้ว่าควรจะดีใจดีไหม การแต่งงานกลายเป็นเรื่องที่หน้ากลัวไปแล้วสำหรับเธอ สองครั้งที่ผ่านมาเธอก็เกือบจะได้แต่งงานไปแล้ว แต่ก็มีเรื่องวุ่นวายเข้ามา
“อิ้งไม่อยากแต่งงานกับเราเหรอ อิ้งมีอะไรรึเปล่า”
พัฒนากรเองก็น้ำเสียงเจื่อนไปเขาคิดว่าผู้หญิงที่นั่งข้างหน้าเขาจะตอบตกเราเขาทันทีเสียอีก
“เรารอไปอีกหน่อยดีไหม ค่าถ่ายรูปมันแพง ค่าการ์ดมันก็แพง ค่าจองสถานที่ก็ยิ่งแพง ครั้งที่แล้วเธอเสียเงินไปต้องเยอะ”
“เรื่องนี้เองไม่ต้องห่วงหรอก เราก็แต่งกันง่าย ๆ ที่บ้านเราหรือบ้านอิ้งก็ได้ เราจดทะเบียนกัน แล้วก็เชิญเพื่อน ๆ แล้วก็ญาติสนิทมา รูปก็เอาของเก่าก็ได้ นะ”
“เอ๊ะ”อังศุมาลินไม่มีท่าทีโรแมนติตามพัฒนากร “ที่เธอพูดมันเหมือนในหนังที่เราดูเมื่อกี้เลย พีมเธอไม่คิดเองบ้างรึไง”
“ก็คิดแล้วไง เราคิดแล้วว่าวิธีแบบในหนังมันโรแมนติกสุด ๆ นางเอกก็ดีใจจะตายที่ได้มีงานแต่งที่รวมเอาคนที่รักเธอไว้ อิ้งเราพร้อมที่จะดูแลอิ้งจริง ๆ นะ ตอนที่เราทะเลาะกันไม่มีวันไหนเลยที่เราจะมีความสุข เราแต่งงานกันเถอะนะ”
“อืม”
แล้วอังศุมาลินก็ทนฝืนความต้องการในใจไว้ไม่ไหว เธอแน่ใจแล้วว่าพัฒนากรนี่แหล่ะคือคนที่เธอรักมาก คบกับอธิฐานมาเจ็ดปี เธอไม่เคยหึงเขาแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอคบกับพัฒนากรไม่กี่เดือนเธอต้องหึงเขาแทบทุกวัน แล้วแบบนี้ไม่ได้เรียกว่ารักแล้วจะเรียกว่าอะไร
งานแต่งงานง่าย ๆ ถูกจัดขึ้นที่บ้านของอังศุมาลินก่อนในตอนเช้าด้วยพิธีหมั่นและจดทะเบียนสมรส ที่มีแขกและเพื่อนเก่า ๆ ของอังศุมาลิน เป็นส่วนใหญ่
“เธอแน่มากนะยะ”
ชานนท์ที่ควงแฟนหนุ่มชาวต่างชาติมาด้วยเดินมาหาอังศุมาลินที่คุยอยู่กับเพื่อน ๆ
“นี่ชา อย่าลืมสิว่าตรงนี้มีแต่เพื่อนของอิ้งทั้งนั้น”
สุจิตารีบเข้ามาขวาง
“ยัยทิพแกก็เป็นเพื่อนฉันนะยะ”
“แค่เคยจ๊ะ ฉันไม่คบกับคนใจร้ายอย่างเธอหรอก นี่เตือนไว้ก่อนนะฉันไม่ยอมให้เธอมาทำอะไรเพื่อนฉันแน่”
สุจิตาท่าทางไม่ยอมจริง ๆ เพื่อนที่ยืนอยู่อีกหกคนก็เช่นกัน
“ใจเย็น ๆ ครับ”แฟนของชานนท์เอ่ยห้ามด้วยภาษาอังกฤษ “เราแค่มาแสดงความยินดีเท่านั้น พวกคุณจะโมโหกันไปทำไม”
“ก็เธอ...”
“อย่า”สุนิสาจะบอกความจริง แต่อังศุมาลินเอ่ยห้าม “พวกเรากำลังแสดงความรักในแบบพวกเราอยู่ค่ะ ไม่มีอะไร”
“เธอช่วยฉันทำไม”
ชานนท์ใช่น้ำเสียงอ่อนลง
“ใครเขาอยากช่วยเธอ เราก็แค่ไม่อยากเห็นเธอต้องมาทะเลาะกับแฟนในงานเรา แต่ยังไงเราเองก็ดีใจด้วยนะที่เธอเจอคนที่เหมาะกับเธอ เหมือนที่เราเจอ เราขอให้เธอกับแฟนรักกันไปนาน ๆ”
“ตกลงใครแต่งกันแน่เนี่ย”
ทานตะวันถามแล้วก็เลยเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อน ๆ คนอื่นไปด้วย รวมถึงแฟนของชานนท์ที่ไม่เข้าใจว่าสาว ๆ พูดอะไรกัน
แล้วก็มาถึงงานตอนเย็น มาจัดเลี้ยงกันที่บ้านของพัฒนากร โดยแขกส่วนใหญ่ก็จะเป็นของพัฒนากรด้วย รวมไปถึงอธิษฐานและครอบครัว
“แม่ดีใจด้วยนะลูก”
“พ่อด้วย”
พ่อกับแม่ของอธิษฐานเข้ามาแสดงความดีใจ ท่านทั้งสองไม่คิดโกธรหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
“อิฐดีใจด้วยนะ ในที่สุดน้องสาวของอิฐก็ได้แต่งงานสักที”
“อิฐก็เถอะหาแฟนใหม่ได้แล้ว ดูสิปูนเขาจะแต่งงานตัดหน้าอิฐแล้วเนี่ย”
อังศุมาลินหันไปมองปรารถนาที่ควงจอมพลมาด้วย แต่วันนี้ชายหนุ่มดูแปลกตาไป ด้วยชุดสูทสีขาวครีม ทรงผมใหม่ที่สั้นเกือบจะติดหนังหัว และที่ใบหน้าหล่อนั้นก็ปราศจากแว่นตาหนาเตอะ
“ดีนะที่เป็นพี่จอมไม่อย่างนั้นอิฐคงไม่ยกปูนให้”
“อิ้งไปขึ้นเวทีกันเถอะ”
พัฒนากรวิ่งมาตามแล้วรีบพาเจ้าสาวไปขึ้นเวที พ่อแม่ของทั้งบ่าวสาวยิ้มไม่หุบเมื่อคนทั้งงานต่างชมว่าทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก
“ลูกสะใภ้แม่ณีสวยน่ารักจริง ๆ”
“ใช่ค่ะ คนนี้ดิฉันชอบมากเลยนะคะ”
“แม้พูดแบบนี้หนูก็เสียใจแย่สิคะแม่”บรรณิตาที่เดินมาพร้อมดอกไม้ช่อโตเอ่ยทักทายอย่างไม่เป็นทางการ “สวัสดีค่ะคุณแม่ ยังจำเบบี้ได้อยู่รึเปล่าคะ”
น้ำเสียงและท่าทางอ่อนหวานของคนพูดไม่ได้ดูดีในความคิดของพรรณณีเลย และยิ่งกับรวีดาแล้วล่ะก็อย่าให้พูด ถ้าเธอทำได้คงจะตบนังหนูคนนี้สักสองสามที พิภพเห็นท่าทีแปลก ๆ ของคนทั้งสามก็เลยหันไปกระซิบถามกรุงไทยเลยได้รู้คำตอบ
“ไม่คิดว่าเธอจะมา ฉันเกือบจะจำเธอไม่ได้เสียแล้วสิ”
พรรณณีพูดอย่างไร้เยื่อใย เธอไม่เคยชอบผู้หญิงคนไหนที่ลูกชายของเธอเลือกอยู่แล้ว ยกเว้นก็แต่อังศุมาลินที่เห็นครั้งแรกก็นึกรักนึกเอ็นดู แม้จะพอรู้มาบ้างว่าอังศุมาลินเป็นแฟนเก่าของอธิษฐาน
“แหมแฟนเก่า...เฮ้ยเพื่อนเก่าจะแต่งงานทั้งทีเบบี้จะพลาดได้ยังไง โดยเฉพาะเพื่อนสนิ้ทสนิทอย่างพีม”
บรรณิตาเองก็มีเหรอจะยอมแพ้ เมื่อพัฒนากรใจร้ายทำกับเธอได้ลงคอแบบนี้ แล้วยังจะมาเจอพรรณณีที่ตั้งท่ารังเกียจเธออย่างเสมอต้นเสมอปลายอีก
กลุ่มเพื่อนของพัฒนากรที่กำลังสนุกอยู่หน้าเวทีก็ต้องแปลกใจที่อยู่ ๆ พัฒนากรที่กำลังยิ้มเกิดหุบยิ้มขึ้นมากะทันหัน
“ไอ้พีมมันเป็นอะไรวะ”
ทรงสิทธิ์กระซิบถามตรีพงศ์ เขาส่ายหน้าก่อนจะมองไปรอบ ๆ
“ข้าว่าข้ารู้แล้วว่ะ โน้นโจทย์เก่ากำลังตีกัน”
ตรีพงศ์รีบบอกก่อนจะสะกิดเพื่อน ๆ ให้เดินตามมา
“หวัดดีเบบี้ คิดถึงจังไปคุยกับพวกเราหน่อยดีกว่า”
ทรงสิทธิ์รีบล็อกคอและปิดปากบรรณิตาแล้วพามาที่หน้าบ้าน
“ปล่อยฉัน”บรรณิตาสะบัดหลุดตอนที่อยู่หน้าบ้านพอดี “พวกเธอทำบ้าอะไร”
“เธอต่างหากรู้ได้ยังไงว่าไอ้พีมมันแต่งงาน นี่ดื่มมาใช่ไหม”ทรงสิทธิ์ถามอย่างอารมณ์เสีย
“ก็แล้วไงฉันจะดื่มแล้วเธอจะมายุ่งอะไร ฉันดูในไอจีเธอนั้นแหล่ะ ฉันก็เลยรู้ว่าพีมจะแต่งงาน ถ้าเมื่อเช้าฉันรู้จักบ้านยัยนั้นฉันคงไปแล้ว”
พอรู้ว่าข่าวรั่วจากใครมือหลายมือก็ลงลงมาที่หัวเจ้าตัวปัญหา
“พอแล้วเจ็บโว้ย ข้าจะไปรู้เหรอวะก็คนมันดีใจที่เพื่อนจะแต่งงานนี่หว่า”
“เบบี้กลับไปเถอะ พีมมันเพิ่งคืนดีกับอิ้งได้ แล้ววันนี้มันก็เป็นวันดีอย่ามาทำให้พีมมันต้องทุกข์ใจเลยนะ”ดิษชัยช่วยของร้อง
“พวกเธอก็พูดได้สิ แล้วฉันล่ะพีมคบกับฉันมาต้องกี่ปีเขาไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานเลย แต่กับยัยนั้นพีมกับยอมไปแต่งานกับมัน ท้องก่อนแต่งรึเปล่าก็ไม่รู้”บรรณิตาตะโกนเสียงดัง คนในงานบางส่วนที่ได้ยินก็เลยหันมามอง
“พอได้แล้วเบบี้”ธีรเทพรีบเอามือมาปิดปากบรรณิตาแล้วลากมาให้ไกลกว่าเดิม ก่อนจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระ“เธอรู้ไหมวันที่เธอขอมันเลิก วันนั้นแหล่ะมันจะไปขอเธอแต่งงาน”
“ใช่ เธอเองไม่ใช่เหรอที่เห็นแกตัวรอมันไม่ไหวหนีไปเมืองนอก ได้ดีแล้วจะกลับมาทำไม”ตรีพงศ์ช่วยตอกย้ำ
“ไม่จริง พวกเธอโกหก”
“จริง”ทุกคนพูดพร้อมกัน
“เธอเองก็มีแฟนใหม่ไปแล้วนนี่”ดิษชัยว่า
“พวกเธอไม่ต้องมายุ่ง ฝากนี้ให้พีมด้วย”บรรณิตาพูดจบก็ยัดช่อดอกไม้ใส่มือธีรเทพที่ยืนใกล้เธอที่สุดแล้วเดินไปที่รถก่อนจะขับออกมาอย่างรวดเร็วแล้วจอดรถร้องไห้อยู่ไม่ไกลจากบ้านพัฒนากร
“เรื่องมันจะไม่จบแบบนี้แน่”
เมื่อแขกทุกคนกลับหมด เวลาที่สำคัญที่สุดของคู่แต่งงานก็มาถึง แม้ว่าวันนี้พัฒนากรจะหอมแก้มอังศุมาลินจนช้ำไปหมดแล้วก็เถอะ แต่ช่วงเวลาต่อจากนี้มันจะไม่ใช่แค่หอมแก้มนะสิ
“ตื่นเต้นเหรอ”
พัฒนากรเดินมาหอมแก้มอีกทีพร้อมกับกระซิบถามที่ข้างหู มันจักจี้นะ
“อืม”
อังศุมาลินตอบเสียงอ้อมแอ้ม เขียนฉากแบบนี้มาก็เยอะแต่ทำไมพอมาเจอจริง ๆ มันตื่นเต้นแบบนี้
“ต่อไปนี้เราจะเป็นคนคนเดียวกันแล้วนะ”
“อืม”
อังศุมาลินตอบได้แต่เพียงเท่านั้น พัฒนากรได้แต่ยิ้ม ไม่คิดว่าอังศุมาลินจะตื่นเต้นได้ขนาดนี้ เขาไม่รอช้าที่จะพิมพ์จูบแรกไปบนซอกคอ และใบหู
“เรารักอิ้งนะ”

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 ก.ย. 2556, 14:01:13 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 14 ก.ย. 2556, 14:01:13 น.
จำนวนการเข้าชม : 1334
<< 13 ที่ปรึกษา ที่ดีที่สุด | 15 หัวใจที่แตกต่าง >> |