เหลี่ยมร้าย ลายเมฆ
เมื่อลายเมฆหนุ่มจอมกระล่อนถูกรถชนจนความจำเสื่อม ต้องกลายมาเป็นกระเทยเพราะความเข้าใจผิดของญาดาเจ้าของรถที่ชนเขา ในความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่ แต่หลักฐานที่ติดตัวมาบ่งชัดว่าเขาเป็นชายใจหญิง ลายเมฆจะทำยังไงเมื่อหัวใจมันคอยแต่จะเต้นตึกตัก ยามเข้าใกล้สาวงาม
Tags: รวิญาดา นิยาย

ตอน: ตอนที่ 5.ผูกรักพันใจ 100%

ต่อจ้า....

ลายเมฆใช้ชีวิตอย่างแสนสุขกับพี่สาวใจดีจนกระทั่งอาการบาดเจ็บของเขาเริ่มหายดี แขนที่หักก็หายแล้ว อาทิตย์ก่อนญาดาเพิ่งพาลายเมฆไปตัดเฝือกออกตามนัดของแพทย์ กระดูกที่หักสมานกันดีในเวลารวดเร็ว อาการบาดเจ็บก็หายแทบเป็นปกติแล้วในเวลาเพียงไม่นาน ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ตอบแทนเจ้าของบ้านด้วยการช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่สังขารจะเอื้ออำนวย ทุกวันเขาจะตามญาดาไปที่ฟาร์มกล้วยไม้ คอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เธอ ทำตัวราวกับเด็กติดพี่เลี้ยงก็ไม่ปาน โดยเฉพาะยามที่ด็อกเตอร์หนุ่มแว่นหนาเข้ามาพูดคุยกับเธอ ลายเมฆจะเข้าไปร่วมวงนั่งแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองเสมอ
“พี่ภาคมาแต่เช้าเลยนะคะ สงสัยคิดถึงน้องเมย์แน่ๆ เลย”
ลายเมฆสวมวิญญาณกะเทยน้อยกลอยใจ ปั้นหน้าฉีกยิ้มหวานเดินรี่ไปกอดแขนของด็อกเตอร์นักเพาะกล้วยไม้ด้วยท่าทางสนิทสนมกลมเกลียว เมื่อเห็นรถยนต์ของด็อกเตอร์หนุ่มแล่นมาจอดหน้าออฟฟิศสำนักงานของฟาร์มกล้วยไม้ พาตัวเองไปปะกบเบียดร่างล่ำสันแนบแน่นจนแทบจะสิงร่างอีกฝ่าย โดยซ่อนความขบขันไว้ใต้รอยยิ้มหวานฉ่ำ เมื่อเห็นท่าทางผะอืดผะอมเหมือนคาบบอระเพ็ดไว้ในปากของด็อกเตอร์ภราดร
“อ่า... คุณแยมอยู่ไหมครับ ผมมีธุระสำคัญจะคุยกับคุณแยมสักหน่อย”
ด็อกเตอร์ภราดรยิ้มแหยๆ ข่มความสะอิดสะเอียนอย่างเต็มความสามารถ เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบเพศเดียวกัน เมื่อถูกจู่โจมจากชายใจหญิงจึงได้แต่ปลีกตัวออกห่าง ฝืนเก็บความรังเกียจไว้ในอกจนแทบจุกตาย เพราะเกรงเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้สาวจะไม่พอใจที่เขารังเกียจญาติของเธอ หากยัยน้องเมย์ไม่ใช่ญาติของญาดา เขาคงสกัดความไวไฟของเจ้าหล่อนด้วยฝ่าเท้าไปแล้ว
“ธุระสำคัญ... แหม พูดเป็นงานเป็นการจังเลยนะคะ บอกน้องเมย์ได้ไหมเอ่ยว่าธุระนั้น สำคัญยังไง”
ลายเมฆทำเสียงสูง ปลายนิ้วเรียว ทำท่าปู่ไต่ไปบนต้นแขนของด็อกเตอร์หนุ่มไปมา ดวงตากลมโตช้อนมองอย่างใส่จริตเต็มอัตรา ปากแดงอิ่มห่อเล็กน้อย ชวนให้อีกฝ่ายขนลุกเกรียวด้วยความสยองมากกว่าสยิว
“ผะ ผมว่า ผมไปตามหาคุณแยมก่อนนะครับ” ด็อกเตอร์ภราดรหน้าถอดสี รีบสลัดแขนออกจากการเกาะกุม พร้อมกับเดินหนีลิ่วเข้าไปในออฟฟิศของฟาร์ม ท่าทางของเขาน่าขบขันจนคนที่เห็นอดหัวเราะไม่ได้
“ไอ้ด็อกนี่ สงสัยจะจิตหลุดเพราะกะเทยอย่างเราแน่ๆ หึ หึ หึ”
ลายเมฆยิ้มขำ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไป เขาไม่มีทางปล่อยให้คู่แข่งหัวใจ มีโอกาสใกล้ชิดพี่สาวคนสวยโดยลำพังเด็ดขาด ญาดาต้องเป็นของเขาคนเดียว
ลายเมฆเดินตามหาด็อกเตอร์ภราดรจนมาพบอีกฝ่ายกำลังนั่งคุยกับญาดาที่ศาลาด้านหลังออฟฟิศ จึงเดินตรงรี่ไปนั่งแทรกกลางอย่างที่ชอบทำเสมอ ญาดายิ้มบางขยับแบ่งที่ให้อย่างรู้ใจ
“เมฆจ๊ะ วันนี้พี่จะไปยื่นเอกสารส่งประกวดกล้วยไม้กับด็อกเตอร์ภราดร เมฆไปกับพี่ด้วยไหมจ๊ะ” ญาดาเอ่ยชวนน้องสาวต่างเพศ โดยไม่สนใจท่าทางอึดอัดของด็อกเตอร์หนุ่มสักนิด
ลายเมฆยิ้มให้ญาดา แล้วช้อนตามองด็อกเตอร์ภราดรด้วยแววตาหวานเชื่อม พร้อมพยักหน้ารับ
“ไปสิคะ น้องเมย์อยากไปเที่ยวข้างนอกบ้าง ตอนนี้แขนก็ถอดเฝือกแล้วไปไหนสะดวกเยอะเลย” เขาชูแขนข้างที่เคยหักอวดให้อีกฝ่ายดู
“ถ้าคุณเมย์อยากไปด้วย ผมก็จะขับรถให้นะครับ” ด็อกเตอร์ภราดร จำต้องรักษามารยาทไม่เอ่ยคัดค้าน ทั้งที่ใจไม่อยากให้กะเทยตัวแสบตามไปเลย แต่ถึงยังไงเขาก็ขอได้ใกล้ชิดญาดาสักนิดก็ยังดี โดยอาสาขับรถพาเธอไป
“แยมว่า เราเอารถไปคนละคันดีกว่าค่ะ ขากลับจะได้แยกย้ายกันกลับไม่เสียเวลาดี” ญาดาดับความหวังของด็อกเตอร์หนุ่มจนไม่เหลือซาก อีกฝ่ายหน้าเจื่อนลงทันที แต่ก็ยิ้มฝืดให้อย่างจำยอม
“ถ้าอย่างนั้นหลังจากยื่นเรื่องเสร็จ ผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวคุณแยมสักมื้อนะครับ” เมื่อไม่ได้เป็นสารถี เขาขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารหญิงสาวก็ยังดี
“ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ น้องเมย์อยากทานกุ้งอบวุ้นเส้นอยู่พอดี” ลายเมฆขัดขวางความปรารถนาของอีกฝ่าย อย่างทันควัน ทำตัวเป็นก้างชิ้นโตไม่ปล่อยให้คู่แข่งหัวใจได้เปิดเกมรุกกับพี่สาวคนงามง่ายๆ
หลังจากเสร็จธุระเรื่องเอกสารการส่งกล้วยไม้เข้าประกวดเรียบร้อย ด็อกเตอร์ภราดรก็ได้แต่นั่งปลงตกกับความอาภัพอัปโยคของตัวเองอย่างเจ็บใจ เมื่อพาญาดาพร้อมด้วยน้องคนสนิทอย่างลายเมฆมารับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วถูกกะเทยตัวแสบทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง นั่งกันท่าเขากับหญิงสาว แถมยังต้องทนถูกอีกฝ่ายแทะโลมพร้อมกับนัวเนียจนไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของสวนกล้วยไม้สาวอย่างใจคิด อาหารมื้อนั้นจบลงอย่างระทมใจ
“ขอบคุณพี่ภาคมากนะคะที่พาน้องเมย์กับพี่แยมมาเลี้ยงข้าว อาหารอร่อยมากๆ เลยค่ะ” ลายเมฆยังสวมบทกะเทยจอมกรีดกรายไม่เลิกรา
“ครับ ผะ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับคุณแยม อาทิตย์หน้าผมจะส่งกล้วยไม้ให้กองประกวด เราค่อยมาพบกันอีกที” ด็อกเตอร์ภราดรรีบเอ่ยลา ก่อนที่จะอาเจียนเอาของที่กินไปออกมาจากท้อง เมื่อถูกนัวเนียจนขนลุกชันไปทั้งตัว
“ขอบคุณมากค่ะด็อกเตอร์” ญาดา ได้แต่ยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเห็นใจ
รอยยิ้มของหญิงสาว ทำให้หัวใจเหี่ยวของด็อกเตอร์นักเพาะพันธุ์กล้วยไม้ค่อยชุ่มชื้นขึ้น ประกายความหวังปรากฏอยู่บนแววตาอีกครั้ง
“ครับคุณแยม ผมขอตัวก่อนครับ” เขายิ้มพลางโบกมือลา ก่อนจะหมุนกายเดินไปยังรถส่วนตัว
เมื่อรถของด็อกเตอร์ภราดรแล่นปไปไกลแล้ว ญาดาก็หันมามองหน้าลายเมฆสีหน้าของหญิงสาวดูเรียบนิ่งเคร่งขรึมกว่าเดิม ขณะเดินนำไปยังรถที่จอดอยู่ ญาดาเข้าประจำที่คนขับแล้วสตาร์ตรถนำรถเคลื่อนออกไปจากที่แห่งนั้นทันที
ลายเมฆนั่งมองหญิงสาวเงียบๆ รับรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยถามออกไป จนกระทั่งหญิงสาวขับรถมาจอดที่ปั้มน้ำมันเพื่อแวะเติมน้ำมัน
“พี่แยมเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
ญาดาหันมามองหน้าคนถาม ดวงหน้าหวานเกินชายกับแววตาใสกระจ่างนั้น ทำให้เธอต้องถอนหายใจแรงๆ
“เมฆ ชอบด็อกเตอร์ภราดรเหรอจ๊ะ” หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยถามตรงๆ
เธอเห็นพฤติกรรมที่ลายเมฆแสดงกับด็อกเตอร์หนุ่มแล้ว ทำให้คิดไปอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเขาชอบผู้ชายคนนั้น หัวอกของสาววัยแตะคานร้าวระบมเมื่อต้องเห็นภาพสะเทือนใจ จำต้องข่มกลั้นความเจ็บช้ำไว้ในอก นึกสมเพชตัวเองที่ดันไปหลงชอบผู้ชายหัวใจสาว คนที่ควรชอบอย่างด็อกเตอร์หนุ่มกลับไม่ยอมมอบใจให้ มาผูกพันกับผู้ชายที่เห็นเธอเป็นพี่สาวมันช่างปวดใจเหลือเกิน
“แล้วพี่แยมว่าด็อกเตอร์เขาน่าสนใจไหมคะ ในสายตาพี่แยมน่ะค่ะ” แทนที่จะตอบ ลายเมฆกลับย้อนถาม เขาอยากรู้ว่าญาดามองด็อกเตอร์ทึ่มนั่นด้วยมุมมองแบบไหน
ญาดา ถอนหายใจแรงๆ ตอบเสียงเรียบๆ ว่า “ด็อกเตอร์ภราดรเป็นคนดี...” เธอให้คำตอบเขาแค่นั้นไม่ขยายความมากไปกว่าที่เอ่ย ทำเอาคนรอฟังรู้สึกขัดใจ
“แล้วพี่แยมรักเขาไหมคะ” ลายเมฆโพล่งออกไป ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหญิงสาวอย่างคาดคั้น เธอบอกว่าเจ้าด็อกเตอร์นั่นเป็นคนดี แล้วเธอคิดว่ามันดีพอสำหรับเธอหรือเปล่า เขาอยากรู้แค่นี้
“ถ้าพี่บอกว่าพี่รักเขา เมฆจะเลิกสนใจเขาไหมล่ะ” ญาดาตอบกลับไปแบบนี้ เธอเบือนหน้าหนีสายตาของเขาหันไปมองเด็กปั้มที่กำลังเติมน้ำมันแทน โดยไม่รู้ว่านั่นทำให้คนที่ได้ยินคำตอบทำหน้าไม่พอใจ
“พี่แยมจะบอกว่าพี่แยมรักชอบเขาใช่ไหม”
ลายเมฆเสียงเข้มขึ้น ตามอารมณ์ที่พุ่งสูง เขามองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวด้วยแววตาวาววับกรุ่นโกรธ เข้าใจว่าญาดาไม่พอใจที่เขาไปนัวเนียกับด็อกเตอร์หนุ่มเพราะหึงหวง หัวใจปวดหนึบด้วยความรู้สึกหวงแหน เขานอนกอดเธอทุกคืนแอบจูบแอบหอมเธอยามหลับ แทบจะรู้ทุกอณูในร่างกายเธอ เรื่องอะไรเขาจะยอมปล่อยให้เธอไปรักคนอื่น หรือว่าเขาต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้เธอรู้เสียแล้ว ชายหนุ่มข่มอารมณ์พุ่งพล่านของตัวเอง นิ่งคิดหาทางออกให้ปัญหานี้
“พี่จะรักเขาหรือเปล่า ก็เรื่องของพี่ ไม่อยากพูดด้วยแล้วพี่ไปซื้อขนมดีกว่า”
ญาดาสะบัดหน้าหนี มือเปิดประตูรถก้าวออกไปข้างนอกก่อนที่จะถูกซักถามต่อ หญิงสาวเดินหนีไปยังร้านขายของในปั้ม ปล่อยให้ลายเมฆวิ่งตามหลังมา
“พี่แยม โกรธน้องเมย์เหรอคะ”
ลายเมฆดึงตระกร้าใส่ของมาช่วยถือ ปรับท่าทางและสีหน้าให้ดูอ่อนลง เพราะรู้ดีว่าคนอย่างญาดาทนลูกอ้อนของเขาไม่ไหว มารยาชายมีกี่เล่มเกวียนเขาจำต้องขนออกมาใช้เพื่อง้อให้เธอยอมพูดด้วย
“พี่ไม่ได้โกรธเมฆ พี่แค่อยากมาหาขนมกิน”
ปากบอกไม่โกรธ แต่เธอเมินหน้าหนีปล่อยให้เขาเดินหิ้วตระกร้าตามหลังต้อยๆ มือบางหยิบขนมขบเคี้ยวกับน้ำหวาน ของกินอื่นโยนใส่ตระกร้าไม่นับ กว่าจะรู้ตัวของก็ล้นตระกร้า เมื่อหันมามองคนหิ้วที่กำลังทำหน้าเหยเกแล้วนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเพิ่งถอดเฝือก แขนข้างที่หักยังไม่สามารถออกแรงหรือหิ้วของหนักๆ ได้ อารมณ์กรุ่นร้อนในใจเลือนหายไปทันที
“พี่ขอโทษ หนักหรือเปล่าเมฆ เจ็บแขนไหม” ญาดารีบดึงตระกร้าลงวางพื้น ฝ่ามือน้อยลูบรอยแดงบนข้อมือของลายเมฆ ด้วยความห่วงใย นึกเสียใจที่เอาแต่ใจตัวเอง จนทำให้เขาต้องเจ็บตัวอีก
ลายเมฆมองคนที่กำลังลูบแขนเขาแล้วส่ายหน้าช้าๆ ริมฝีปากแย้มยิ้มละมุน ไม่ได้เจ็บปวดมากมายอย่างที่เธอนึกกลัว แต่เขาแกล้งทำสำออยตีหน้าให้เธอสงสารเรียกคะแนนเห็นใจเท่านั้นแหละ
“น้องเมย์ไม่เป็นไรค่ะ พี่แยมหายโกรธน้องเมย์หรือยังคะ” เขาอาศัยโอกาสนั้น หยอดลูกอ้อน
“พี่ไม่ได้โกรธเมฆสักหน่อย ไปจ่ายตังค่าขนมกันเถอะ จะได้รีบกลับบ้านกัน”
ญาดาตัดบท พลางจูงมือลายเมฆพร้อมกับหิ้วตระกร้าไปยังเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน แล้วหอบหิ้วถุงขนมกลับมายังรถที่จอดอยู่ ขณะที่เดินผ่านห้องน้ำของปั้มชายร่างใหญ่สองคนก็เดินสวนออกมา ชายหนึ่งในสองคนนั้นเดินชนลายเมฆจนเซ ไม่ทันจะขอโทษกัน ชายคนนั้นก็ชี้หน้าลายเมฆเมื่อจำได้ว่าเขาคือลูกหนี้ที่ตามหาอยู่
“เห้ย ไอ้เมฆ!”
ลายเมฆสะดุ้งโหยง จำได้ในทันทีว่าเจ้าคนที่ชนเขา คือลูกสมุนของเฮียอู๋เจ้าหนี้รายใหญ่จอมโหดที่เขาหลบหนีอยู่ ลายเมฆรีบโยนถุงขนมใส่หน้ามันทันที แล้วลากแขนญาดาวิ่งหนีขึ้นรถ อารามลืมตัวทำให้เขาแย่งกุญแจรถไปทำหน้าที่คนขับเสียเอง ท่ามกลางความตกใจของหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องราวใดใดด้วย
“เมฆ พวกมันเป็นใคร ทำไมเราต้องหนีมันด้วย” ญาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแตกตื่น หันกลับไปมองรถกระบะที่แล่นตามหลังรถของเธออย่างตื่นกลัว
“มันเป็นเอ่อ... เป็นลูกสมุนของเจ้าหนี้ที่น้องเมย์ติดหนี้อยู่ค่ะ”
ลายเมฆจำต้องบอกความจริง เมื่อคิดคำโกหกไม่ทัน เขาเหลือบตามองกระจกส่องหลัง เห็นรถของฝ่ายตรงข้ามแล่นตามมาในระยะประชิดก็เร่งความเร็วขับหนีเข้าไปในซอยเปลี่ยว อาศัยความมืดและต้นไม้ข้างทางช่วยกำบังไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็น ก่อนจะดับเครื่องเมื่อนำรถไปจอดหลังพุ่มไม้ใหญ่
“พวกมันจะทำอะไรเราไหมเมฆ” ญาดาถามเสียงสั่น รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
“ไม่ต้องกลัว น้องเมย์ไม่มีวันให้พวกมันทำอะไรพี่แยมหรอก”
ลายเมฆดึงร่างที่สั่นสะท้านมากอดไว้แน่น มือข้างหนึ่งลูบแผ่นหลังเบาๆ ปลอบประโลมให้เธอหายหวาดกลัว หญิงสาวซุกหน้าแนบอกเขาแขนเรียวบางโอบกอดตอบ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสาร เขาทำให้เธอเดือดร้อนอีกแล้วสินะ ถ้าเมื่อครู่หนีลูกสมุนเฮียอู่ไม่พ้น พวกมันคงไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่ และอาจทำร้ายญาดาด้วย เขารู้ดีว่าพวกมันโหดเหี้ยมแค่ไหน ลูกหนี้ที่เป็นผู้ชายมันจะซ้อมและบังคับให้หาเงินมาใช้หนี้ หรือไม่ระหว่างที่ยังหาเงินมาคืนไม่ครบ ก็เอาญาติพี่น้องผู้หญิงสาวๆ มาทำงานในบ่อนขัดดอก เขาต้องพาม่านไหมน้องสาวฝาแฝดหนีพวกมันเพราะกลัวน้องสาวถูกจับตัวไปบังคับขายตัว หากพวกมันเห็นญาดาอยู่กับเขา มันคงพาเธอไปขาย เขาไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องเลวร้ายแบบนั้นกับเธอเด็ดขาด ลายเมฆกระชับอ้อมแขนรัดร่างบางอย่างปกป้อง
“เมฆ พวกมันไปหรือยัง...”
ญาดาเงยหน้าขึ้นมาถาม หลังจากหายตกใจแล้ว หญิงแก้มร้อนวูบเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา แม้จะเคยนอนกอดกันทุกคืน แต่ตอนนี้ความรู้สึกของเอยามที่ถูกเขากอดด้วยท่าทางปกป้องคุ้มภัย ไม่ต่างจากผู้ชายแท้ๆ คนหนึ่ง ทำให้ญาดารู้สึกใจสั่นหวิว หากอยู่ในอ้อมกอดของเขานานกว่านี้เธอคงจะละลายไปเพราะความเคลิบเคลิ้มเป็นแน่
“ไม่ได้ยินเสียงรถตามเข้ามา พวกมันน่าจะไปทางอื่นแล้ว”
ลายเมฆ ลืมตัวหลุดมาดแมนออกมา เขาชะโงกหน้าไปส่องดูจนแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา จึงคลายอ้อมแขนออกจากร่างนุ่มนิ่ม สตาร์ตรถเตรียมขับออกจากที่หลบภัย แต่รถเจ้ากรรมดันสตาร์ตไม่ติด
“สงสัยเจ้าแก่ ทำพิษแน่เลยเมฆ รถคันนี้ถ้าวิ่งเร็วๆ แล้วเครื่องร้อนจัด มันจะดับจนกว่าเครื่องหายร้อนถึงจะสตาร์ตติดอีกครั้ง” เจ้าของรถเปรยออกมาอย่างรู้สาเหตุ เพราะขับรถคันนี้มาหลายปีจนรู้สภาพ
“เราจะรอหรือว่าทำยังไงดี” ลายเมฆหารือ เขามองไปรอบเห็นว่าไม่ปลอดภัยหากต้องจอดรถอยู่ในที่เปลี่ยวๆ แบบนี้ตลอดคืน
“ใกล้ๆ นี้มีบ้านคนรู้จัก พี่ว่าเราไปขอให้เขาช่วยคงจะได้” ญาดาจำได้ว่าแถวนี้ใกล้กับบ้านคนที่เธอเคยรู้จัก จึงคิดไปขอความช่วยเหลือ อย่างน้อยก็คงดีกว่านั่งรออยู่ในรถทั้งคืนแบบนี้
“ก็ดีเหมือนกัน พี่แยมนำทางไปนะ” ลายเมฆเลิกพูดคะขา เมื่อตั้งใจจะบอกความจริงให้หญิงสาวรับรู้ เขาขอเวลาและหาโอกาสเหมาะถึงจะเริ่มต้นเคลียร์เรื่องนี้กับเธอ ตอนนี้ยังไม่สมควรจะพูด
ญาดาเดินนำลายเมฆลัดเลาะมาตามถนนข้างสวนที่จอดรถไว้ เดินลัดผ่านสวนผลไม้ที่เธอจำได้ว่าเป็นสวนของเพื่อนมารดา พอเดินไปถึงบ้านเจ้าของสวนก็พบว่าเจ้าของบ้านไม่อยู่ มีเพียงลูกจ้างที่ช่วยดูแลบ้านอยู่
“ป้าสมรแกไปอยุธยาจ้า อีกสามวันถึงจะกลับ ลุงบุญสามีแกก็ไปด้วยกัน ฝากให้ฉันช่วยดูแลบ้านนี่แหละ แต่เข้าไปข้างในบ้านไม่ได้หรอกนะ บ้านแกล็อกกุญแจไว้”
คำตอบของคนเฝ้าบ้านทำให้สองหนุ่มสาวมองหน้ากัน ก่อนจะหันหลังเดินกลับออกไป เพราะคงต้องกลับไปรอที่รถเหมือนเดิม แต่ฟ้าเหมือนจะแกล้งเมื่อจู่ๆ ฝนก็ตกลงมา
“ฉันว่าไปพักที่ท้ายสวนก่อนดีไหม มีกระท่อมว่างอยู่ ดีกว่ามาตากฝนอยู่แบบนี้”
ป้าคนเฝ้าบ้านรู้สึกเห็นใจสองหนุ่มสาว หากปล่อยไปคงเปียกฝนหนาวตาย ดูท่าทางแล้วไม่เหมือนโจรผู้ร้ายที่ไหน แกเลยเสนอให้ไปพักที่กระท่อมท้ายสวนแก้ขัดไปก่อน
“เอายังไงดีเมฆ” ญาดาถามความเห็นเพื่อนร่วมชะตา
ลายเมฆมองหน้าหญิงสาว ก่อนจะแหงนมองดูท้องฟ้าที่หอบสายฝนโปรยปรายลงมา ขืนฝ่าฝนออกไปคงได้ป่วยกันสักคน
“ไปพักที่กระท่อมดีกว่าพี่แยม ฝนตกแบบนี้คงฝ่าไปไม่ไหว” ลายเมฆให้ความเห็น
“ตกลงกันได้แล้วใช้ไหมจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเดี่ยวรอฝนซา ฉันจะพาไปที่กระท่อมนะ”
ป้าคนเฝ้าบ้านบอกสองหนุ่มสาว แล้วปล่อยให้ทั้งสองนั่งรออยู่ที่นั่น ก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังบ้านแล้วกลับออกมาพร้อมผ้าห่มและเทียนไข่ห่อหนึ่ง ฝนซาเม็ดลงแกก็พาทั้งคู่เดินลัดเลาะไปทางหลังบ้าน จนถึงกระท่อมหลังน้อยที่สร้างไว้เป้นที่พักของคนงานเฝ้าสวน ซึ่งตอนนี้ร้างคนอาศัย
“นี่ผ้าห่มกับเทียนไข หมอนมุ้งกับเสื่อมีอยู่ข้างใน ระวังเรื่องฟืนไฟด้วยนะ ฉันไปก่อนนะดึกแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า” แกบอกจบ ก็ส่งผ้าห่มกับเทียนไขให้ แล้วเดินจากไปทิ้งสองหนุ่มสาวไว้ที่นั่น
“คืนนี้เราคงต้องนอนที่นี่กันก่อนนะพี่แยม” ลายเมฆหันไปยิ้มญาดา
หญิงสาวยิ้มรับ “ก็ไม่มีทางเลือกแล้วนี่จ๊ะ หนีผู้ร้ายมาเจอฝนตก แล้วต้องมานอนในกระท่อมแบบนี้ ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย”
สถานการณ์ที่เธอกับลายเมฆเผชิญอยู่ มันช่างคล้ายพลอตนิยายน้ำเน่าของละครไทยเหลือเกิน พระเอกนางเอกโดนผู้ร้ายตามล่า แล้วหนีมาได้แต่พบกับฝนตกและมีกระท่อมร้างให้อาศัย โชคดีที่ไม่พากันหลงป่าเพราะอยู่ในเมือง ไม่อย่างนั้นคงครบสูตรละครไทย เสียดายอยู่อย่างเดียวเธอไม่ได้มาติดฝนอยู่ในกระท่อมร้างกับผู้ชายแท้ๆ แบบในละคร
ผู้ชายไม่แท้ที่หญิงสาวคิด แอบลอบอมยิ้มเมื่อเข้าใจสิ่งที่เธอพูด ญาดาคงไม่คิดว่ากะเทยน้อยหน้าหวานคนนี้จะเป้นชายแท้ ถึงได้ทำหน้าระเหี่ยใจแบบนั้น หากรู้ว่าเขาแมนเต็มร้อยเธอจะกล้านอนให้เขากอด จะวางใจให้เขานอนร่วมบ้านอีกไหมหนอ ลายเมฆนึกอย่างครึ้มใจ เขาจุดเทียนแล้วเดินสำรวจหาเสื่อและมุ้งมาปูนอน ยังไงคืนนี้เขากับเธอคงต้องนอนกอดกันใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกระท่อมกลางสวน ท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมา
ดวงตาคมลอบมองร่างงามด้วยแววตาพราวระยับ เขาจะอดใจได้มากน้อยแค่ไหนกันหนอ เมื่อต้องอยู่กับเธอท่ามกลางบรรยากาศชวนสะท้านใจแบบนี้ ถ้าเขาอดใจไม่ไหวล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น!
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
มาอัพแล้วนะคะ ขออภัยที่อัพช้ามากถึงมากที่สุด จะพยายามอัพบ่อยๆ นะคะหวังว่าคงยังมีคนตามอ่านนิยายดองเค็มเรื่องนี้บ้าง
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา



รวิญาดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 15 ก.ย. 2556, 10:07:37 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 15 ก.ย. 2556, 10:07:37 น.

จำนวนการเข้าชม : 1479





<< ตอนที่5 ผูกรักพันใจ 60 %   ตอนที่ 6. หวั่นไหวเมื่อใกล้เธอ 50% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account