Sweet Magic เวทมนตร์...รสหวาน
ความฝันที่อยากจะทำร้านขนมหวานครบสูตรของอิศยา ทำให้เจ้าหล่อนยอมหันหลังให้กับชีวิตของครอบครัว...และความฝันสุดยิ่งใหญ่ของเธอจะเกิดขึ้นได้ อิศยาต้องยอมทุ่มเทกายใจเอาชนะกำแพงหนาของป้ณณ์ให้ได้...งานช้างแบบนี้ อิศยาไม่มีทางยอมแพ้เขาเด็ดขาด แล้วจะได้รู้ว่าคนอย่างอิศยารุกรานโลกของเขาได้มากขนาดไหน
Tags: เวทมนตร์,รสหวาน,อิศยา,ปัณณ์,ปวรา

ตอน: ผู้หญิงปากไม่ตรงกับใจ

ถึงจะกลับบ้านได้แล้ว แต่องศายังอยากจะอยู่ต่อ หลายวันมานี้เธอใช้ข้ออ้างเจ็บกระดูก ปวดหัว ปวดท้อง มาจนไม่รู้ว่าจะใช้เหตุผลอะไรมาอ้างเพื่อนอนโรงพยาบาลต่อดี

“ไงเจ๊ จะอ้างอะไรอีก เห็นใจคนไข้ที่เขาต้องใช้ห้องบ้างเถอะ บ้านมีให้นอนไม่นอน นอนโลงไหม ถูกๆ ไม่แย่งที่คนป่วยนอนด้วย” ปุณณ์กล่าวทักทายได้กวนหูคนฟังเหมือนเดิม ทั้งที่เพิ่งมาถึงในห้อง หมุนควงกุญแจรถไปมาได้น่าหมั่นไส้

คนอ้างจนนอนพักโรงพยาบาลเพิ่มได้อีกสามวันกระโดดลงจากเตียงโดยที่ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ อีก องศาย่นจมูก เบะปาก เห็นหน้าลูกพี่ลูกน้องจอมกวนที่วันๆ เอาแต่พูดวาจาถากถางไม่ลื่นหู “ท่าทางอยากให้ฉันกระโดดกัดหูอีกใช่ไหมฮะ...ฉาบปูนปิดแผลหายสนิทแล้วสิท่า”

ปุณณ์จับติ่งหูข้างที่เคยถูกงับสีหน้าสยดสยอง แต่ปากอดแขวะไปตามนิสัยไม่ได้ “เป็นหมาบ้าขนาดนี้ น่าจะฉีดวัคซีนกันบ้าด้วยนะเจ๊ ไม่ก็หาเจ้าของมาใส่ปลอกคอ ทำตัวเชื่องๆ ไม่ไประรานชาวบ้านชาวช่องเขา” เดินมานั่งลงบนที่นอนคนเฝ้าไข้ ไขว่ห้าง นั่งยืดหลัง “ถ้าเจ๊แตะอะไรย่าอีกปลายก้อย คราวนี้พี่ปั้นออกโรงเองแน่”

“ชิ หมั่นไส้ยัยนั่นชะมัด ใครๆ ก็รักเหลือเกินนะ ทำบุญด้วยอะไร”

“คนที่คิดอย่างนั้นน่ะโง่ รู้ไหมเจ๊” ไม่สะทกสะท้านกับอาการถลึงตาจากองศา

“ทำไมใครคนหนึ่งถึงเป็นที่รักใครไปทั่ว ไม่ต้องทำบุญหรอก ทำตัวให้ดีดีกว่า ทำบุญไปร้อยล้านสร้างวัด ไม่เท่ากับทำใจคิดดีกับคนทุกคนหรอกนะ คนเราควรสวยที่ใจ คนอื่นเขาจะรับรู้ได้ ไม่เหมือนเจ๊ เอาแต่โทษทำไมใครๆ ไปรักไปดูแลย่า เจ๊ดูตัวเองเถอะ เจ๊ทำตัวให้น่ารักหรือเปล่า เจ๊ไม่หัดให้ความรักกับใคร แล้วใครจะมาให้ความรักตอบเล่า คิดสิคิด”

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดมาก็ได้ของปุณณ์ที่โยนระเบิดเข้าใส่คู่ต่อสู้อย่างองศา แล้วทางนั้นไม่โต้ตอบ องศานิ่งคิด ชายหนุ่มเริ่มคิดว่าหัวสมองขององศาอาจได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ

“ฉันแย่มากเลยเหรอ...ใครๆ ถึงได้ไม่รัก”

“เจ๊ป่วยป่ะเนี่ย” คนถามเริ่มยียวน บางทีอาการองศาสิ้นฤทธิ์อาจจะมีที่มาที่ไปไม่ต่างจาก ปัณณ์สิ้นฤทธิ์ ความรัก...”บอกให้เอาบุญ สิ่งที่เจ๊กรี๊ดๆ หนวกหูชาวบ้านอย่างกับกลืนนกหวีดลงคอ ไม่มีใครชอบหรอกนะ วันๆ คิดแต่จ้องทำลายคนอื่น ใครๆ ก็คิดว่าเป็นการใช้เวลาได้ไร้สาระมาก แต่ว่าเจ๊จะเปลี่ยนแปลงตัวเองตอนนี้ก็ไม่สาย อย่างน้อยๆ คนที่เกลียดๆ เจ๊กัน เขาจะได้ไม่เกลียดเจ๊เพิ่ม”

องศามองค้อนน้องชายที่ทำตัวเป็นกูรูผู้ช่ำชองในชีวิตใครต่อใคร อดเหน็บกลับไปไม่ได้ “แต่ฉันก็ไม่เห็นใครในชีวิตจะรักนายไปมากกว่าฉันนะ ได้ยินคำพูดจากปากนาย ก็เหมือนดมกลิ่นเหม็นเน่า ฟันไม่แปรงสักสิบปี”

“ถ้าดิ้นรนหาความรักเหมือนเจ๊ เราเองก็คงไม่มีความสุข ถ้าใครจะรักเรา ก็ขอให้เป็นที่เรา เป็นผู้ชายปากเสียแบบนี้ แต่ถ้าไม่รักก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่ได้เดือดร้อน” ไหวไหล่ไม่สะทกสะท้าน “ตกลงเจ๊จะกลับเลยไหม แม่ให้มารับ มาทุกวันเคยกลับสักวันไหม”

“ก็รู้นี่ วันนี้ฉันจะยังไม่กลับ” ท่าทางเอาแต่ใจขององศาเริ่มกลับมา ดวงตามองไปยังกำแพงอีกฟากที่ติดกับห้องของเธอ “เรื่องที่ฉันสั่งให้คนของป้าปุณนาจัดการเพิ่งสำเร็จ ฉันก็แค่เตรียมออกโรง”

“อ้อ...นอนรอความสำเร็จแล้วค่อยแสดงตัว เจ๊รู้ไหมมีคนเรียกครอบครัวพวกเราว่าอะไร”

“อะไร” องศาถามห้วนสั้นอยากไปอีกห้องเต็มแก่

“รวมพลคนเจ้าเล่ห์ ผมคงไม่เหมาะจะอยู่ครอบครัวนี้เลย ผมใสซื่อ”

องศามองหางตา เหยียดผู้ชายที่กล้าบอกว่าตัวเองใสซื่อ ที่เธอไม่กล้าเข้าใกล้ปุณณ์ถ้าไม่จำเป็นก็เพราะความร้ายกาจ ปากเสียปากเน่านี่แหละ ใสซื่อ ไม่มีอยู่ในตัวของปุณณ์แม้แต่น้อย เธอกับปุณณ์ก็คงร้ายพอๆ กัน เหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พอเจอก็มีแต่ยิ่งถอยห่าง

ถ้าปัณณ์เป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมพอจะเป็นคนรักของใครสักคน เจ้าปุณณ์ก็เหมาะที่ผู้หญิงในโลกนี้จะเดินหนีทุกคน “ใสซื่อมากค่ะนายปูน...ช่างกล้าพูด”

คนเป็นน้องหัวเราะอารมณ์ดี ตั้งใจถามคำถามสุดท้ายออกไป “เจ๊ตั้งใจจะไปจริงๆ เหรอ แน่ใจว่าจะคุ้มค่า”

“อะไรที่ฉันต้องการ ฉันต้องได้ ฉันรอดมาได้อีกครั้ง แสดงว่าฉันยังมีโอกาสทำในสิ่งที่ต้องการอยู่”

ปุณณ์พยักหน้าขึ้นลง ต่อจากนี้คงเหงาน่าดู “ลดความเอาแต่ใจลง แล้วใช้หัวใจมากๆ เจ๊อาจเอาชนะใจเขาก็ได้...โชคดีนะเจ๊ อกหักกลับมาวันไหน อย่าลืมมาหาเรา จะเตรียมแห้วสักร้อยไร่ไว้ให้เจ๊กิน”

“ไอ้ปูน!” องศาเริ่มโกรธเจ้าน้องชายปากเน่าขึ้นมาจริงๆ พูดจบก็เดินหัวเราะราวกับเป็นตัวร้ายออกไป ปล่อยให้เธอยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน...ระดับองศาลงสนามเอง จะพลาดอีกก็แค่ลงเล่นใหม่ ครั้งนี้เป้าหมายไม่ได้ปกป้องความรักของพี่ชายอย่างที่เคยทำ แต่เป็นการชิงหัวใจของคนแทน

เอาหัวใจไปชิงหัวใจ...กับแผนเจ้าเล่ห์อีกนิดหน่อย


“เดี๋ยวก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะคะพี่พล” อิศยาพยุงร่างคนเจ็บที่อาการปวดเริ่มทุเลาขึ้นนั่ง รอยฟกช้ำเริ่มหาย เหลือแค่อวัยวะที่ต้องใส่เฝือกร่วมเดือน พลหัวเราะกับอาการเป็นห่วงเป็นใยจากอิศยา ถ้าเป็นเมื่อก่อนในห้วงเวลาที่ตนยังเฝ้าฝันถึงรอความรักของจากอิศยา เขาอาจคิดว่าตัวเองยังไม่ตื่น

แต่ในวันนี้ ที่ข้างๆ อิศยาคงไม่มีที่ว่างให้เขาอีก...”มาอยู่ดูแลพี่ทุกวันแบบนี้ หมอนั่นไม่หึงแย่เหรอ”

ภาพผู้ชายโทรเช็คตลอดเช้ากลางวันเย็น เวลาไหนที่ว่างก็จะพาตัวเองมานั่งหน้ายักษ์อยู่หน้าห้องรอให้เธอออกไปทานข้าวด้วยกัน ไม่ยอมเฉียดกรายเข้ามาในห้องคนเจ็บ แล้วก็บอกด้วยเสียงห้วนสั้นอย่างคนเอาแต่ใจว่า ‘ผมไม่ชอบ’

นั่นจะเรียกว่าหึงหรือเปล่าล่ะ... “หึงได้หึงไป ย่ากลัวที่ไหน”

คนเจ็บหัวเราะจนเจ็บแผล อิศยาแตกตื่นกับอาการเจ็บของพล “ไม่เป็นไรน้องย่า พี่แค่หัวเราะเลยเจ็บแผล นี่ย่าคุมคุณปัณณ์อยู่หมัดแล้วใช่ไหม”

อิศยาหน้าร้อนขึ้นมาทั้งที่ในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศ กระแอมกระไอแก้เขินให้ตัวเอง “ไม่หรอกค่ะ ย่าจะไปคุมใครได้...ย่ายังไม่รู้เลย ว่าจริงๆ ย่ากับเขาเป็นนอะไรกัน” ก็แค่คนที่เขานึกถึงเวลาว่าง มาหาทุกครั้งที่มีโอกาส ชอบดึงเธอเข้าไปกอดเวลาลับตาคน หรือจับมือไว้เวลาเดินไปไหน

แต่กับคำสำคัญไม่เคยเอ่ยออกมาสักคำ แถมยังแสดงอาการว่าหวงเธอกับผู้ชายทุกคนที่อยู่ใกล้

“อย่าบอกนะ...” พลพูดไม่ทันจบประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง องศาเดินเข้ามาเชิดคางเล็กน้อย สายตาจิกกัดอิศยาที่บังอาจแสดงความใกล้ชิดกับพลต่อหน้าเธอ

“หายดีแล้วเหรอคะคุณองศา”

“ใช่ แล้วฉันก็มีข่าวดีมาบอกคุณพลด้วย” เจ้าของผมซอยสั้นสุดเปรี้ยวเดินมากระแทกไหล่อิศยาให้กระเถิบตัวออกไป โดยเอาตัวเองมายืนแทนที่ ห่างจากพลไม่ถึงช่วงไม้บรรทัด “คุณพลจะถูกย้ายไปประจำการเป็นหัวหน้าเชฟที่โรงแรมดีเอสในสิงคโปร์”

“พี่พลทำเรื่องขอไปเหรอคะ” อิศยาถามออกมาอย่างสงสัย เห็นสายตาถลึงจากองศาสั่งให้เธอเงียบเสียก็พอรู้...งานนี้ผู้หญิงตรงหน้าลงสนามเอง ท่าทางจะเอาจริง

“ผมไม่ไป ครอบครัวผมอยู่ที่นี่” พลบอกปัดโดยไม่คิดให้เป็นเรื่องยาก “ถ้าบังคับให้ไปผมก็จะลาออก”

“แน่ใจ”

“ครับ”

องศากัดฟันกรอด ไม่คิดว่าจะต้องใช้แผนการอันโหดร้ายอีกรอบ ในเมื่อยังไงเขาก็เกลียดเธออยู่แล้ว ต้องเอาให้เกลียดที่สุด เกลียดจนกลัวเธอจะทำอะไรบ้าๆ

มือบางเอื้อมไปกระชากแขนเล็กของอิศยาจนตัวเซ บีบต้นแขนไว้แน่น “ฉันเกลียดเธอ เพราะเธอทำให้ฉันถูกป้าจับส่งไปอยู่ที่สิงคโปร์ เพราะเธอคนเดียวรู้ไหม” จัดการเขย่าร่างอิศยาจนหัวสั่นหัวคลอน “ฉันก็ไม่อยากไปหรอก ถ้าไม่มีเธอฉันก็ไม่ต้องไปเข้าใจไหม” เสียงเริ่มเพิ่มระดับจวนจะกรีดร้อง อิศยาไม่มีแรงไปสู้พลังขององศาได้เลย แต่น่าแปลกว่าแม้มือขององศาจะบีบแน่น แต่ไม่ได้ถึงกับเจ็บ ก็แค่ทำให้อึดอัด แต่ไอ้สั่นเธอจนหัวโยกไปมานี่ก็พานให้โลกหมุนอยู่

จะผลักออกก็กลัวว่าสายตาที่เจ้าหล่อนแอบกระพริบมาเป็นสัญญาณว่านี่เป็นการแสดงจะทำให้องศาเสียแผน ก็ได้ อยากเล่นละคร คนที่ชอบเล่นอย่างเธอต้องช่วยเสริมบทให้

“คุณองศาคะ ฉันเจ็บนะคะ โอ๊ย พี่พลช่วยย่าด้วย คุณองศาบ้าไปแล้ว”

องศาเสียจังหวะ กำลังมึนงงกับการแสดงของอิศยาที่ไม่รู้ว่าจริงหรือหลอก แต่สีหน้าเจ็บปวดราวกับเหมือนจริงทำให้เสี้ยววินาทีที่มือหยุดโยกคนตัวผอมถูกพลดึงไปไว้ข้างตัว

ชายหนุ่มหงุดหงิดที่ตัวเองเคลื่อนไหวได้ลำบาก กว่าจะไปแยกองศามาตัวเองต้องพยุงตัวทั้งที่ขาเจ็บ “หยุดเดี๋ยวนี้คุณองศา เข้ามาก็มาหาเรื่องน้องย่าเลยนะ”

คนถูกว่าทำปากยื่น มองนักแสดงตัวแม่ทำท่าลูบต้นแขน สีหน้าแกล้งสลด แต่ปากแอบยิ้มกริ่ม สายตาที่มองมาอย่างกับบอกว่ารู้ทันการกระทำของเธอ ด้วยความหมั่นไส้ ท่าทียอมคน หัวอ่อน โดนหลอกง่าย จริงๆ เวลาอิศยารู้ทัน ตลบหลังเอาคืนทำให้ทึ่งไม่น้อย

“เจ็บมากไหมน้องย่า”

“ถ้าย่าต้องทนเจอคุณองศาทุกวันย่าต้องระแวงว่าวันไหนที่ย่าจะโดนคุณองศาเล่นงานยังไงนะคะ” ทำสีหน้าให้เหมือนนางเอกละครถูกรังแก “ต่อให้เขาไปสิงคโปร์เขาก็ต้องกลับมาเล่นงานย่าแน่ๆ”

“จะไม่มีวันนั้นอีก พี่ให้สัญญา พี่จะปกป้องน้องย่าจากผู้หญิงคนนี้เอง” พลกระชับข้อมือเล็กขององศาไว้แน่น ตัดสินใจได้ตั้งแต่นาทีนั้นว่าเขาต้องทำตัวเป็นผู้พิทักษ์อีกครั้ง “พี่จะไปสิงคโปร์ จะไม่ให้ผู้หญิงร้ายกาจคนนี้กลับมาก่อกวนน้องย่าอีก”


ความรัก ความห่วงหา และความเป็นผู้ใหญ่ในตัวพล ที่คอยปกป้อง ดูแลเธอเหมือนในอดีตทำให้อิศยารู้สึกผิดขึ้นมาวูบหนึ่ง นี่เธอผลักเขาไปให้กับผู้หญิงร้ายกาจคนหนึ่งหรือเปล่า ชีวิตที่สงบสุขของพี่พลจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

“ขอบใจที่ส่งเขามาให้ฉัน” องศาหย่อยตัวลงนั่งที่ม้านั่งยาวตัวเดียวกับอิศยา ในมือถือน้ำผลไม้กระป๋องที่เพิ่งกดมาจากตู้ส่งให้อิศยา “แม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังอิจฉาเธอ”

คนถูกอิจฉารับน้ำมาเปิดฝายกดื่ม ยิ้มมุมปากให้กับรสชาติหวานเปรี้ยวของน้ำส้ม “แต่คุณจะได้อยู่กับผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกนะองศา หัวใจของพี่พลยิ่งใหญ่มาก ฉันอยู่มาทั้งชีวิตก็เพิ่งจะประจักษ์ความรักของพี่พลวันนี้เอง พี่พลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันกำลังส่งเขาไปให้คุณ เขาคิดว่าฉันเดือดร้อน ก็พร้อมจะปกป้องเสมอ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ที่ไหน”

“แต่ไม่ว่าที่ไหน หัวใจของเขาก็ไม่มีวันรักคนร้ายกาจอย่างฉันหรอก”

“ฉันเชื่อว่าคุณจะดูแลพี่พลได้ดี ถ้าคุณรักพี่พลจริง สักวันหัวใจของพี่พลจะเปิดรับคุณ พี่พลไม่ใช่คนใจจืดใจดำขนาดที่ทนเห็นความยากลำบากของคนไม่ได้หรอกค่ะ”

“หมายความว่าไง” องศาถาม ไม่ว่าทางไหน เธอก็อยากลองเสี่ยงทั้งนั้น

อิศยายิ้มเย็น “ก็แค่...” แผนการร่ายยาวจากปากสวยเป็นรูปกระจับ องศาตั้งใจจดจำ ไม่รู้ว่าจะได้ใช้จริงไหมเมื่อถึงเวลาจริง แต่เธอจะลองดู ตอนนี้ก็แค่คอยเวลาวันนั้น

“ฉันเคยคิดมาเสมอว่าเธอหัวอ่อน ไม่ทันคน ใครๆ ก็ต้องออกโรงปกป้อง วันนี้ฉันคงต้องมองเธอใหม่” องศาเงยหน้ามองภาพท้องฟ้าสีขาวสะอาด ก้อนใหญ่ลอยเอื่อยไปตามลม “เธอน่ะเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำของดีเอสแกรนด์อย่างที่คุณป้าเตรียมที่ไว้ให้เธอจริงๆ จะเข้าทำงานเมื่อไหร่เหรอ”

“เอ๊ะ?”

“ป้าฉันจะปลดคุณดิเรกลงแล้วเอาเธอขึ้นแทน เรื่องคุณดิเรกฉันก็ต้องขอโทษด้วยที่ยืมใช้เขามาทำลายเธอ นี่ฉันก็เพิ่งได้ยินว่าป้าเบิกเงินส่วนตัวให้คุณดิเรกไปตั้งก้อนใหญ่”

คนเล่าไม่ได้รับรู้เลยว่าตนได้นำความลับ และแผนการของปุณนามาเปิดเผยแก่อิศยา หญิงสาวหน้าเครียด คิ้วขมวดเป็นปมใหญ่ “ฉันอยากขอร้องให้คุณองศาช่วยฉันสักเรื่องได้ไหมคะ”

“ต้องการอะไรก็บอก อีกไม่นานฉันจะไม่อยู่ให้เธอหวาดระแวงอีกแล้ว”

อิศยาขบริมฝีปากตัวเอง ในใจเกือบเดือด นี่เธอเป็นหมากตัวโตให้คนตระกูลนี้หลอกมากี่ครั้งกันแล้ว “ช่วยเล่ารายละเอียดเรื่องคุณดิเรกให้ฉันทราบได้ไหมคะ เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานอนาคตของฉัน”

“ไม่มีปัญหา”

ยิ่งได้ฟัง อิศยายิ่งรู้สึกว่าตัวเองโง่อย่างบอกไม่ถูก ครั้งนี้ถ้าเธอไม่ตอบโต้กลับไป ว่าเธอมีจิตใจบีบบังคับกันด้วยเรื่องคุณธรรมจอมปลอมไม่ได้...อย่ามาเรียกอิศยา ผู้หญิงที่หนีจากร้านของพ่อเพื่อความฝันของตัวเอง


ปัณณ์ว่าหลายวันมานี้เกิดเรื่องบางอย่างกับอิศยา ไม่อย่างนั้น เขาจะไม่มีโอกาสได้เจออิศยานานถึงแปดสิบสี่ชั่วโมงเหรอ นับตั้งแต่วันเซ็นสัญญาโหดโอนเรื่องร้าน ที่ว่าร้านนั้นจะตกเป็นของอิศยาทั้งที่ทั้งร้าน ให้เขาทำเรื่องที่ตรงนั้นให้เรียบร้อย ยังจัดการขอบัตรเครดิตไปรูดซื้อของตกแต่งในร้านเอง

เวลาว่างของเขาอยากเจออิศยาก็จะหาข้ออ้างไม่เจอกันตลอด มาที่ร้านก็จะไม่เจอตัว ไปที่หอก็จะไม่อยู่ อย่างกับนกรู้...จะทรมานเขาไปถึงไหน คนคิดถึงจนจะบ้าตายอยู่แล้ว

งานตรงหน้าเดินต่อไม่ได้ ปัณณ์มองแบบที่เขาบรรจงเขียนขึ้นมา นิ้วไล่ภาพในจอคอมพิวเตอร์แบบสามมิติ อิศยาคงไม่อยากดูความฝันอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง

ภีมเหน็บดินสอออกแบบไว้ข้างหู เสียงถอนหายใจในรอบชั่วโมงนับไม่ถ้วนแบบนี้ เขาคงคิดแบบอะไรต่อไปไม่ได้...ร่างสูงจัดการหมุนเก้าอี้มาเผชิญหน้าคนที่เคาะคีย์บอร์ดไล่ดูแบบผ่านหน้าจอคอม ภาพหนึ่งก็ถอนหายใจเฮือก

“เจริญจริงๆ เพื่อนฉัน”

ปัณณ์เงยหน้าจากงานมองคนเหน็บ ส่งเสียงหัวเราะเหอะ “ไม่มีความรักบ้างให้มันรู้ไป”

“โอ๊ะ...เป็นมากนะเนี่ย ถ้ามีแล้วกลัวเขาขนาดนี้ ไม่มีดีกว่า ไปเรื่อยๆ สับลางเล่น ชีวิตจะได้ครื้นเครง”

“ระวังตัวไว้เถอะ เวรกรรมมีจริง”

ภีมหัวเราะลั่น ไม่ได้กลัวคำเตือนของปัณณ์เลยสักนิด ชีวิตหนุ่มกะล่อนที่ชอบเที่ยว ชอบสังสรรค์ ดึกไหนนอนนั่น ไม่เหมือนปัณณ์ที่ชอบอยู่กับตัวเอง มีพื้นที่เล็กๆ ไว้ออกแบบ แต่ดูเหมือนพื้นที่ตรงนั้นจะถูกใครอีกคนยึดครองจนเต็มพื้นที่ไปหมด จะทำอะไรก็พานคิดถึงเขาไปหมด

ความรัก แค่นึกก็ขนลุกพอๆ กับรสหวานๆ ที่เขาเกลียด...

โทรศัพท์ของปัณณ์ดังขัดความคิดของคนทั้งคู่ เสียงเพลงดนตรีไทยที่เขายอมใช้ตามอิศยา เพื่อให้รู้ว่าใครโทรมารีบกดรับทันที “คิดถึงผมแล้วใช่ไหมหนูย่า”

“ไม่ค่ะ...มีธุระถึงโทรมา”

หน้าระรื่นมีความหวังม่อยลง อย่างน้อยธุระของอิศยาก็คงสำคัญสำหรับเขา ไม่สิเขาคงสำคัญต่ออิศยาไม่อย่างนั้นทางนั้นไม่มีทางโทรมาแน่นอน...ได้ยินเสียงก็ยังดี ปัณณ์คิดปลอบใจตัวเอง

“ผมช่วยอะไรได้บอกเลยนะ”

“อ้อ...ช่วยได้แน่ค่ะ พอดีย่าเพิ่งซื้ออุปกรณ์ทำขนมมา กับของตกแต่งร้านน่ารักอีกนิดหน่อย ใช้บัตรรูดไปนะคะ ขนหน้าแข้งพี่ปั้นคงไม่ร่วงหรอก โทรมาบอกแค่นี้ค่ะ”

ปัณณ์วางโทรศัพท์หน้ายังมึนงงไม่หาย...นอกจากไม่ทำให้หายคิดถึง อิศยาทำให้เขารู้สึกว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ ในใจของอิศยา

เสียงข้อความเตือนดังขึ้นที่โทรศัพท์ ทุกครั้งที่ใช้รูดบัตร จำนวนเงินล่าสุดที่ขึ้นแสดงทำเอาปัณณ์ต้องเพ่งมองอีกครั้ง เพราะว่ามัวแต่ทำงานถึงไม่ได้ดูว่ามีข้อความเข้า ไม่ใช่แค่ฉบับเดียว แต่ก่อนหน้าอีกสามฉบับว่าด้วยเรื่องเดียวกัน กับยอดเงินรวมทั้งสิ้นเกือบห้าแสนบาท

“หน้าซีดแบบนี้สงสัยเริ่มคิดได้ว่าไม่ควรมีแฟนสิท่า”

ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้เข้าที่โดยเร็ว แค่ทุกคนรู้ว่าเขากลัวอิศยาขนาดนี้ก็หมดฟอร์มจะแย่ โดยเฉพาะเจ้าภีม เขาต้องทำให้เพื่อนจอมกะล่อนรู้สึกอิจฉามากกว่ามาเย้ยหยันใส่กันแบบนี้

“ถ้าขนหน้าแข้งจะร่วง แต่มีแฟนไว้ให้คิดถึง ก็ดีกว่าลอยไปลอยมาไม่ลงหลักกับใครอย่างแกแหละน่า ขี้เกียจทำงานแล้ว ไปหาแรงบันดาลใจดีกว่า”

ภีมหัวเราะดังลั่น คนมีความรักแล้วเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียว “ไอ้เน่าเอ๊ย ทำบ้านฉันเป็นน้ำคลำเหม็นไปหมด”

“ไอ้ขี้อิจฉา” คนที่เดินออกไปสวนกลับมาทันควัน ถึงจะโดนอิศยากดขี่ยังไง เดินหน้ามาขนาดนี้คนอย่างปัณณ์ไม่มีถอยเด็ดขาด...ก็รักเขาไปแล้ว


ผู้หญิงที่เข้าโหมดโหดมาหลายวันมองพนักงานของร้านที่ไปสั่งของกำลังทยอยขนลงมาจากรถ ตั้งแต่รู้ความจริงจากปากองศา ถึงคนทำเรื่องทั้งหมดจะเป็นคุณปุณนา แต่เธอโกรธท่านไม่ลง ขอเอามาลงกับลูกชายท่านให้เธอได้มีที่ระบายก็ยังดี

แต่พอไม่เจอเขานานวันเข้า...ไม่มีคนดูแลอย่างทุกที ก็เริ่มคิดถึงขึ้นมา แต่ให้เดินไปหาเขาบอกว่าคิดถึงเหรอ ไม่มีวันเด็ดขาด

“เธอนี่โหดไม่เบานะย่า” พรพิรุณมองของมากมายที่คนสั่งซื้อเดินจิ้มโดยไม่ถามสรรพคุณใดๆ ด้วยซ้ำ ซื้อเพื่อความสะใจ “ระวังโดนเขาบอกเลิกจะหาว่าไม่เตือน”

“เลิกก็เลิกสิ แคร์ที่ไหน” ไหวไหล่บอกอย่างนั้น แต่ในใจก็แอบกังวล กลัวว่าถ้าปัณณ์จะทนฤทธิ์ของเธอไม่ไหวแล้วจากไปจริงๆ จะเป็นอย่างไร

“หนูย่าแน่ใจนะ”

อิศยาตาเบิกกว้าง ขาแข็งนิ่ง ไม่มีแรงจะหันกลับไปเผชิญหน้าของปัณณ์ด้วยซ้ำ...เขามาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ทำไม

คนทำเก่งถึงคราวหน้าซีด “เคลียร์กันเองนะ เรื่องภายใน เราไม่เกี่ยว” พรพิรุณเดินเข้าไปในร้าน ตามที่อิศยาขอให้เธอมาช่วยเป็นระยะเวลาสองอาทิตย์ในช่วงร้านเตรียมเปิด จนกระทั่งการทำภารกิจสำคัญ ที่ได้ไปยื่นขอเสนอกับทางคุณปุณนาไว้

หญิงสาวกลั้นหายใจหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้าเคร่งเครียดของปัณณ์ ร่องรอยความเสียใจฉายชัดในดวงตาเล็กของเขา กระแทกใจคนมองอย่างเธอจนเจ็บหนืด...ปากพาไปจริงๆ

“ถ้าหนูย่าต้องการแบบนั้น...ต่อจากนี้ผมจะอยู่ให้ห่างหนูย่าเข้าไว้ หนูย่าจะได้สบายใจ” ปัณณ์ดึงร่างของอิศยาเข้าไปกอดไว้ ฟังเสียงหัวใจที่กำลังเต้นช้าลงเพราะเจ้าของกำลังหายใจไม่ออก

อิศยารู้สึกทุกคำพูดมันจุกอยู่ที่คอ แต่พอได้ฟังคำบอกว่าอยู่ห่างจากปัณณ์ เหมือนเสียงดังเปรี๊ยะในหัวดังลั่น แตกดังโพละอยู่ในอารมณ์ลึก...เธอผิดที่พูดออกมาง่ายๆ อย่างไม่แคร์ แต่เขาไม่เข้าใจหรือไงว่าผู้หญิงปากกับใจไม่ตรงกัน

อะไรที่เธอต้องการ เขาถึงจัดการให้ง่ายๆ แบบนี้

“ขอโทษที่ผมทำให้หนูย่ารำคาญ”

ภาพแผ่นหลังผู้ชายที่กำลังหันหลังจากไป เดินช้าๆ และสายฝนที่พรำลงมาได้ถูกจังหวะ นี่มันฉากในละครเวลาตัวละครอกหัก...ถ้าเขาต้องการแบบนี้ก็ได้

“เดี๋ยวค่ะพี่ปั้น” ทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าแต่มือข้างหนึ่งต้องกำจิกเนื้อตัวเองแน่นไม่ให้หยดน้ำตาไหลประจานความอ่อนแอของเธอ มือหยิบวัตถุสี่เหลี่ยมเล็กออกมาจากกระเป๋าเงินยื่นส่งให้เขาทั้งที่มือสั่นน้อยๆ “เอาคืนไปค่ะ ขอบคุณที่จ่ายเงินทุกอย่างให้ ย่าจะสำนึกเลยว่าร้านนี้เกิดขึ้นได้เพราะใคร”

ยัดไปใส่มือเย็นเฉียบของปัณณ์ พูดจบรีบวิ่งขึ้นไปในร้าน ปล่อยให้คนที่นึกว่าอิศยาจะง้อหน้ามุ่ย “ศึกครั้งนี้มาดูว่าใครจะทนไมได้ก่อนกันเถอะหนูย่า” ปัณณ์ตัดสินใจเดิมพันด้วยหัวใจ เขาไม่มีทางเสียอิศยาไปอย่างแน่นอน แต่เขาอยากให้อิศยามั่นใจหัวใจตัวเองให้มากๆ ในช่วงเวลาที่ไม่มีกันอาจทำให้อิศยารู้ใจตัวเองมากขึ้น

การไม่เจอกันทั้งที่ยังคบกัน อาจไม่ทำให้ไตร่ตรองความรู้สึกได้เท่ากับช่วงเวลาที่มีปัญหา

ปัณณ์เดินฝ่าฝนกลับไปที่บ้าน ย้ำเตือนให้ตัวเองอดทนต่อการรอคอยผลในครั้งนี้ให้มากๆ ทำไมเขาจะไม่เห็น น้ำตาที่คลออยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น เขาอยากจะล้มเลิกความคิดชั่ววูบที่ทำลงไปให้หมด แต่ถ้าอิศยายังพูดคำว่าไม่แคร์ออกมาได้ง่ายๆ อีก

เขานี่แหละที่จะกลัว กลัวว่าจะมีแค่เขาที่แคร์หัวใจดวงนี้อยู่เพียงคนเดียว


...................................................................
ตัดจบ ฉับฉับ มาดูกันว่าใครกันแน่ที่ทนไม่ได้ บอกแบบนี้รู้หมด ฮา วางไว้ว่าจะเขียนตอนพิเศษของพลกับองศาให้ตอนหนึ่งนะคะ สั้นๆ ไม่ยาวมาก ดูว่าหนูย่าวางแผนให้องศาทำอะไร ส่วนเรื่องของภีมกับอุ่น ขอกั๊กไว้ได้ไหม เรื่องของคู่นี้จะเกิดหลังจากผ่านไปหลายปีแล้วค่ะ
คุณ ร้อยวจี สามคู่ แต่เรื่องนี้ให้สองคู่ไปก่อนนะคะ คู่ที่สามรอปลายปีเนอะ จะพยายามมาให้ทัน จะเปลี่ยนแนวเรื่องด้วย ^_^
คุณ wind แม่มาแบบคาดไม่ถึงค่ะ บทนี้ไม่รู้ว่าจะโกรธพี่ปั้นไหม
คุณ Auuuu คอยดูวิธีหนูย่าเอาคืนคุณแม่ไว้นะคะ อุบอิบๆ
คุณ OhLaLa เหมือนจะเป็นแบบนั้นในเรื่องนี้ พี่น้องกับแม่เจ้าเล่ห์เหมือนกันหมด รวมถึงน้องชายปากเสีย ฮา
คุณ ariesleo คุณแม่ต้องการลูกสะใภ้คนนี้นี่คะ มีแม่ดันขนาดนี้ ไว้ปะทะกับพ่อของย่าดีนักแล ฮา
คุณ ใบบัวน่ารัก ถ้าไม่ได้ทำ ที่ผ่านมาย่าก็พยายามมาสูญเปล่าเลยเนอะ แต่คนเขียนไม่ใจร้ายนะ ทำตาใส
คุณ icewinter ได้เลย รอตอนพิเศษคู่นั้นนะคะ สั้นๆ ไม่ยาว แต่มีแน่ค่ะ
ปล.ลูกชายคนเล็กบ้านนี้ยังว่าง ใครอยากจับจองรีบด่วน ฮา ขอบคุณทุกเมนท์ ทุกไลค์ ทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ พรุ่งนี้เวลาเดิมมาเจอกัน ^_^ ตอนนี้ไม่เศร้าเนอะ วิ่งหนี



ปวรา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 8 ต.ค. 2556, 00:02:58 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 3 ก.พ. 2558, 22:12:41 น.

จำนวนการเข้าชม : 1266





<< เกือบจะเป็นวันฟ้าหลังฝน   ในวันที่เราห่างกัน >>
ร้อยวจี 8 ต.ค. 2556, 00:19:25 น.
ฉากนี้สงสารนายปั้นค่ะ อย่าให้ทรมาณนานนะคะ เดี๋วยหัวใจจะวายซะก่อน ชอบมากค่ะ


Auuuu 8 ต.ค. 2556, 00:34:51 น.
ป๊าดดดด องศาเผยความลับ อิอิ
ป.ล.อยากได้บัตรแบบนี้ไว้รูดมั่งง่ะ เอิ๊กๆๆ


wind 8 ต.ค. 2556, 06:48:36 น.
ปั้นซวยซะงั้น


OhLaLa 8 ต.ค. 2556, 08:44:49 น.
ย่าไม่รักษานำ้ใจพี่ปั้นเลย น่าสงสารพี่ปั้น พี่ปั้นออกจะน่ารัก แม้จะเจ้าเล่ห์และขี้หึงไปหน่อย(หรือเปล่า)


ariesleo 8 ต.ค. 2556, 11:53:55 น.
อยากได้หวานๆ มั้งอ่ะ


icewinter 8 ต.ค. 2556, 12:08:25 น.
เศร้าจังงง ย่าไม่น่าพูดแบบนั้นเลย รอตอนต่อไปค่ะ


นักอ่านเหนียวหนึบ 8 ต.ค. 2556, 12:34:15 น.
โอ๊ะ จะบอกว่าตระกูลดีเอส เจ้าเล่ห์คงไม่ใช่ เพราะดูเจ้าเล่ห์กันทุกคนเบยยย ยกเว้นพี่พล ตอนนี้ให้พี่พลเป็นพระเอก 5555


ผักหวาน 18 พ.ย. 2556, 15:35:08 น.
สับลางเล่น....สับรางเล่น

ไก่ตัวนึงค่ะ //

ธ่อ พี่ปั้นยังไม่ได้บอกรักสาวเลย


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account