ป่าหนาวไม่หนาวรัก
ความรักช่างเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ได้สบตากันครั้งแรก
นายหัวหนุ่มแห่งป่าหนาวพยายามบอกหัวใจตัวเองมาตลอดเวลาทุกครั้งที่ได้เจอหน้าเธอว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะรักใครได้อีกแล้วเพราะทั้งหัวใจตอนนี้มีเพียงแค่ปรายฟ้าคนเดียวเท่านั้นถึงแม้แฟนสาวได้จากเขาไปแล้ว หมอเคียวเพียงได้สบตานายหัวหนุ่มราวกับมีประกายไฟแล่นเข้าสู่ร่างกายเธอทันที ความรักทำให้เธอเข้าไปพัวพันกับการตายของปรายฟ้า และเหตุการณ์ครั้งนั้นนั่นเองผูกความสัมพันธ์ของเขากับเธอให้แน่นยิ่งกว่าเดิม เธอจะทำอย่างไรเมื่อเจอกับปัญหาใหญ่หลวง และเขาจะทำอย่างไรเลือกความรักครั้งเก่า หรือเลือกหัวใจตัวเอง
Tags: รักหวานแหวว แววตาซึ้ง ๆ

ตอน: บทที่ 8 แค้นสุมใจ

บทที่ 8 แค้นสุมใจ

เกาะหนาว ณ ตอนนี้หนาวสมชื่อเพราะไม่มีผู้คนแวะเวียนมาเหมือนเมื่อครั้งหญิงสาวอีกคนหนึ่งมีชีวิตอยู่ ร่างบางที่กำลังยืนบนผากว้างกำมืออีกข้างของตัวเองแน่น ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งถือกล้องส่องทางไกลสำรวจบนทะเลกว้างหลังจากที่เธอได้ยินเสียงเรือวิ่งมาบริเวณใกล้ ๆ เกาะแห่งนี้ และภาพที่เห็นมันทำให้เธอตัวสั่นด้วยความโกรธทั่วทั้งตัวเหมือนมีประกายไฟลุกโชนอยู่รอบ ๆ
“ทำไม ทำไมถึงเป็นแบบนี้ คุณกำลังบังคับฉันให้ทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำอีกแล้วนะป่า”
เสียงหวาน ๆ พูดลอดไรฟันออกมาอย่างแค้นสุดหัวใจ ทำไมเขาจึงไม่รักเธอเหมือนที่เธอรักเขาบ้างนะ ทั้ง ๆ ที่เธอกำจัดตัวมารตัวใหญ่ออกไปแล้ว แต่นายหัวหนุ่มของป่าหนาวก็ยังไม่เคยหันมามองเธอเลยสักครั้ง คอยดูเธอจะกำจัดนังหมอสัตว์นั่นไปให้พ้นทางอีก ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะต้องทำเหมือนเมื่อครั้งก่อนเธอก็จะทำ หากมันเป็นหนทางเดียวที่ทำให้พนาพรรษหันมารักเธอบ้าง บุษราลัลน์คร่ำครวญอย่างเสียใจ เธอหญิงสาวที่หลาย ๆ คนมองข้ามถึงความชั่วร้าย เธอพยายามบังคับตัวเองให้ทุกคนมองเห็นเธอเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่งของพนาพรรษ และเป็นพนักงานคนหนึ่งของฟาร์มมุกป่าหนาวท่านั้นเอง แต่ใครเลยจะคิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนหวาน ไม่ค่อยุ่งกับเรื่องของใครนั้นเป็นคนที่ทำให้ปรายฟ้าตายอย่างน่าเศร้าใจ บุษราลัลน์ตวัดสายตาหันไปมองเจดีย์ใส่กระดูกสีขาวสวยซึ่งพนาพรรษทำทุกอย่างให้สวยงามอย่างสุดหัวใจเมื่อหลายปีก่อน
“ฉันคิดว่ากำจัดเธอไปเสียคนแล้วมันจะทำให้ป่าหันมารักฉัน แต่มันกลับผิดคาด ป่ากลับไปสนใจยัยหมอบ้านั่นอีก”
บุษราลัลน์ตะโกนใส่เจดีย์สีขาวนั้นอย่างสุดเสียง ราวกับว่าการกระทำแบบนั้นจะทำให้หญิงสาวที่ลาลับโลกนี้ไปแล้วได้ยินในสิ่งที่เธอกำลังบอกอยู่นี้
“ฮึ..ฮึ..เธอกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ล่ะซิ ฟ้า ที่ฉันฆ่าเธอแล้วทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ ไม่หรอก...ฉันไม่ยอม ถึงจะต้องฆ่านังนั่นอีกฉันก็จะทำ ผู้หญิงอย่างเธอ ผู้หญิงอย่างนังนั่งมันก็คงโง่เหมือนกันนั่นแหล่ะ พอความรักบังตาเข้านิดหน่อยหัวสมองที่ฉลาด ๆ ก็กลับฝ่อลงทันที ไม่คิดหน้าคิดหลังก่อนตัดสินใจทำอะไร แล้วเป็นไง ตาย..ไงล่ะ เหมือนเธอไงฟ้า เหมือนเธอไม่มีผิด ฮะ..ฮะ..ฮะ”
เสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วเกาะป่าหนาวราวกับคนบ้า ดวงตากลมโตสวยคู่นั้นมองออกไปนอกทะเลกว้างหยุดที่เรือลำน้อยนิดที่ลอยคว้างกลางท้องทะเลด้วยประกายตาแวววาวอาฆาตร ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น

ไกลออกไปอีกนิดนายหัวหนุ่มกำลังมองไปยังเกาะหนาวอย่างคิดถึงใครบางคนแต่แปลกตรงที่ความรู้สึกในตอนนี้มันไม่ร้อนรุ่ม ทุรนทุราย เสียใจ เหมือนทุกครั้ง ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนท้องทะเลที่ไร้คลื่น เรียบ ว่างเปล่า มีเพียงแต่ความเสียใจเล็กน้อยเท่านั้นที่เขาดูแลหญิงสาวผู้เคยเป็นเจ้าของหัวใจอย่างปรายฟ้าได้ไม่ดี แต่ครั้งนี้เขาจะดูแลดวงใจดวงนี้ให้ดีที่สุด จะไม่ยอมให้อะไรมาแตะต้องดวงใจของเขาแม้แต่นิดเดียว
ขวัญพรรษแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าของป่าหนาวหันมามองเธอด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออกเหมือนกัน มันมีทั้งความกังวล ร้อนรุ่ม จนคนที่เพิ่งมีความรักอย่างเธอยากจะเข้าใจ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เสียงหวาน ๆ ที่ดังออกมานั้นทำให้พนาพรรษกลับมาอยู่ในเวลาปัจจุบันก่อนจะยิ้มหวาน ๆ ให้หญิงสาวตรงหน้าก่อนจะตอบคำถามของขวัญพรรษจนเรียกค้อนเล็ก ๆ จากหญิงสาวอย่างทันควัน
“เปล่า แค่นึกอยากจะจูบเคียวแค่นั้นเอง”
พนาพรรษหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นปากน้อย ๆ ของคุณหมอคนสวยยื่นนิด ๆ จนเขาอยากจะทำอย่างที่เขาบอกหญิงสาวไปเมื่อสักครู่นี้
“กลับกันเถอะค่ะ พะ..พี่ป่าพาเคียวมาแค่นี้ใช่มั้ยคะ”
คำเรียกชื่อเขาทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หัวเรือเมื่อสักครู่เดินกลับเข้ามาหาเธอแล้วรวบร่างบางเข้าไปกอดเต็มอ้อมแขน รัดแน่นจนหญิงสาวต้องเอ่ยปากประท้วงเบา ๆ
“พี่ป่าเคียวเจ็บนะ”
“เคียวก็อย่าน่ารักให้มันมากนักซิ แค่นี้พี่ก็รักจะตายอยู่แล้ว”
ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะโยกร่างบางนั้นเบา ๆ
“เคียวก็ไม่ได้ทำอะไนนี่”
คุณหมอคนสวยปฏิเสธเบา ๆ ก่อนจะรัดแขนตัวเองกอดตอบชายหนุ่มเหมือนอย่างที่เขาทำกับเธอเหมือนกัน
“ก็แบบนี้แหล่ะ น่า...รัก”
เสียงห้าวกระซิบเบา ๆ ข้างใบหูเล็ก ๆ นั้นทำให้หญิงสาวถึงกับขนลุกซู่ ก่อนจะได้ยินหัวเราะดังอีกครั้งเมื่อเห็นว่าใบหูเล็ก ๆ ที่เขาแอบจูบเมื่อสักครู่มันแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าหวาน ๆ ของคุณหมอคนสวยต้องแดงก่ำไปทั้งใบหน้าอย่างแน่นอน
“พี่จะไม่ยอมให้อันตรายเกิดขึ้นกับเคียวเด็ดขาด ไม่มีวันยอม”
เสียงพึมพำเบา ๆ นั้นทำให้คุณหมอคนสวยถึงกับขมวดคิ้วเรียวของหัวเองด้วยความแปลกใจ ทำไมพนาพรรษต้องพูดแบบนี้ แล้วอ้อมกอดนี่อีก รัดแน่นราวกับว่ากลัวเธอจะหนีไปไหนงั้นแหล่ะ
นายหัวหนุ่มค่อย ๆ คลายอ้อมกอดของตัวเองออกจากร่างบางของขวัญพรรษ แต่ก็ยังไม่ปล่อยให้หญิงสาวออกจากอ้อมแขนแข็งแรงของตัวเอง
“อีกเรื่องหนึ่งที่พี่อยากบอกเคียว คิดว่าเคียวคงรู้แล้ว ผู้หญิงที่อยู่ที่ฟาร์มคนนั้นชื่อมนัญญาเป็นเพื่อนของพี่ เพื่อนเท่านั้นไม่ต้องทำหน้าแบบนี้เลย”
พนาพรรษเคาะจมูกโด่งเรียวนั้นเบา ๆ เมื่อหญิงสาวในอ้อมกอดของตัวเองเริ่มหน้าหยิกขึ้นมานิด ๆ
“เคียวก็ยังไม่ว่าอะไรเลย”
ขวัญพรรษเสมองไปทางอื่นเมื่อสบสายตารู้ทันของอีกฝ่าย
“แต่ก็คิด”
นายหัวแห่งฟาร์มป่าหนาวส่ายหน้าเบา ๆ กับความปากแข็งของหญิงสาวตรงหน้า
“ถ้าหึงพี่แบบนี้ แสดงว่ารักพี่มาก..ใช่มั้ย”
“บ้า”
เสียงพึมพำเบา ๆ ว่าเขาลอดจากปากบางน่าจูบในความคิดของชายหนุ่มยิ่งนัก
“อายอะไร พี่รักเคียวพี่ยังบอกเลย หรือว่า....เคียวไม่รักพี่”
คำตัดพ้อนั้นทำเอาหญิงสาวถึงกับส่ายหน้าหวือ ๆ ไปมาอย่างตกใจเมื่อคิดว่าเขาจะโกรธเธอเข้าจริง ๆ แต่เมื่อสบตาแวววาวของชายหนุ่มหญิงสาวก็ค้อนเบา ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นทุบอกกว้างสองสามที
“อะไร แค่นี้คิดจะทำร้ายพี่หรือ เดี๋ยวพี่เอาคืนบ้างอย่าร้องแล้วกัน”
เมื่อเห็นว่ายิ่งพูดยิ่งทำก็ยิ่งเข้าเนื้อ ขวัญพรรษจึงมุดตัวเข้าอ้อมกอดของชายหนุ่มเพื่อหลบสายตากรุ้มกริ่มแวววาวของอีกฝ่าย
“ถ้าหึง...ก็ขึ้นไปนอนกับพี่ เอ้ย..ไม่ใช่ขึ้นไปนอนบ้านใหญ่กับพี่ คนละห้องจ้า คนละห้อง โอเคมั้ย”
พนาพรรษรีบแก้ความเข้าใจผิดของอีกฝ่ายเมื่อหญิงสาวดีดตัวออกจากอกกว้างของเขาโดยฉับพลัน พร้อมกับมองเขาอย่างกล่าวหา ดวงตากลมโตเขียวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคหลังก่อนที่จะชายหนุ่มแก้ไขให้ถูกต้อง
“ไม่เอา ไม่ดีหรือคะ จะได้ไม่มีคนเข้าไปเป็นกว้างขวางคอ”
หญิงสาวยกนิ้วขึ้นเคาะปากหนาได้รูปของนายหัวหนุ่มเบา ๆ สองสามทีก่อนจะถูกชายหนุ่มรวบนิ้วเรียวนั้นไว้ในกำมือแล้วยกนิ้วเรียวนั้นขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองสองสามทีเหมือนกัน
“แล้วอย่ามาบ่นทีหลังแล้วกัน ถ้าเคียวบ่นให้พี่ได้ยินหรืองอนพี่เพราะเรื่องนี้อีกนะ อย่างเดียวที่พี่จะทำคือ ทำโทษเคียวให้หายใจหายคอไม่ทัน ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้เด็ดขาด”
คำขู่ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวผลักอกกว้างออกแล้วเสทำเป็นชวนชายหนุ่มกลับไปยังฟาร์มบ่อมุก
“กลับได้แล้วคะ ป่านนี้วินนี่คอยมองหาแล้ว”
“ทำไม เป็นห่วงมันหรือไง”
เสียงขุ่น ๆ ของนายหัวหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับเดินไปยังด้านคนขับติดเครื่องทันที
“เคียวว่าคนที่งอน แล้วน่าจะโดนเคียวทำโทษ ตามแบบของเคียวน่าจะเป็นพี่ป่ามากกว่า คนอะไรงอนได้งอนดี”
เสียงหวาน ๆ ทีดังเล็ดลอดมาเข้าหูเจ้าของป่าหนาวจนชายหนุ่มมองอีกฝ่ายอย่างเคือง ๆ จนเขาเองยังแปลกใจกับอาการของตัวเองเมื่อก่อนกับปรายฟ้าเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ แต่ทำไมกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้อารมณ์ที่เคยเข้มแข็งของเขากลับอ่อนไหวอย่างง่ายดาย แค่คิดว่าหญิงสาวผู้นี้จะไม่รัก จะไม่ใส่ใจ เอาใจเขาเพียงผู้เดียว เขาก็อยากตะโกนให้ลั่นท้องทะเลเสียเดี๋ยวนั้น ชายหนุ่มส่ายหน้าก่อนจะหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ กับอารมณ์อ่อนไหวของตัวเอง ก่อนจะขับเรือกลับไปยังป่าหนาวรีสอร์ตของตัวเองอารมณ์แตกต่างกับตอนขามาราวกับฟ้ากับเหวจริง ๆ คุณหมอคนสวยหันไปมองร่างสูงที่กำลังขับเรือกลับไปนั้นอย่างคิดหนึก เธอมาเร็วเกินไปหรือเปล่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเธอมั่นใจตัวเองแล้ว แล้วเจ้าของป่าหนาวที่กำลังขับเรืออยู่หล่ะมั่นใจกับความรู้สึกครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน หรือว่าอารมณ์เหงาของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น จนแล้วจนรอดคนที่บอกว่ารักเธอเมื่อสักครู่ก็ยังไม่ยอมเล่าเรื่องราวในอดีตให้เธอฟังสักอย่างว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้าง หรือว่าเขายังไม่พร้อม เพราะความรักแน่แท้ที่ทำให้ใจเธอมองไปในทางบวก เอาไว้ให้เขาพร้อมกว่านี้เขาคงจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังเองในไม่ช้า
เคียวจะรอจนกว่าพี่ป่าพร้อมนะคะ
คำนั้นดังขึ้นในใจพร้อมกับสายตาอ่อนหวานที่ทอดมองไปยังคนขับเรืออยู่ และเหมือนชายหนุ่มจะรู้หันมามองเธอด้วยสายตาเหมือนกัน
“มานี่สิ”
เจ้าของฟาร์มป่าหนาวเรียกคุณหมอคนสวยที่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นคนรักของเขาแล้ว
“ไม่เอา พี่ป่าขับเรือไปน่ะดีแล้ว”
คุณหมอคนสวยส่ายหน้าทันทีพร้อมกับปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“พี่จะสอนขับเรือ เคียวจะได้ขับเรือเป็น ต่อไปก็จะสอนว่ายน้ำ เคียวอยู่ที่นี่ต้องว่ายน้ำเป็นก่อนเป็นอันดับแรก อายุขนาดนี้แล้วว่ายน้ำไม่เป็นได้งัย”
“ไม่เอาเคียวกลัว”
คุณหมอคนสวยปฏิเสธเสียงหลง
“อยู่กับพี่ยังกลัวอีกหรือ”
“นั่นแหล่ะเคียวกลัวที่สุดเลย”
คำบอกของขวัญพรรษทำให้เจ้าของป่าหนาวหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยว
“จะมาดี ๆ หรือจะให้พี่ไปอุ้ม”
คำขู่ของพนาพรรษทำให้หญิงสาวเดินไปหาอย่างกระแทกกระทั้นแต่ก็ยังไม่ว่ายบ่นกระปอดกระแปดให้เขาได้ยินอีก
“ขู่จริง ๆ เลย พอเห็นเคียวยอมให้หน่อยขู่ไม่เลิกเลยนะ”
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นหญิงสาวเดินหน้าตูมเข้ามาหา ก่อนจะกอดเธอไว้ให้อ้อมแขน แล้วหาเศษหาเลยกับแก้มป่อง ๆ ของคุณหมอคนสวยอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวหลบไม่ทัน
“อุ้ย..พี่ป่า ถ้าพี่ป่าทำแบบนี้เคียวไม่เรียนแล้วนะขับเรือเนี่ย”
“ก็เคียวอยากน่ารักทำไม”
เจ้าของป่าหนาวบอกเสียงหวานก่อนจะขโมยหอมแก้มนั้นอีกหนึ่งที แล้วจับมือบางไปวางไว้กับพวงมาลัยเรือ แล้วค่อย ๆ สอนหญิงสาวให้บังคับเรืออย่างช้า ๆ เพื่อที่จะให้คุณหมอคนสวยเข้าใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มเรียนรู้อย่างรวดเร็ว มือที่คอยช่วยจับพวงมาลัยเรือเมื่อสักครู่ก็เปลี่ยนเป็นมากอดที่เอวของหญิงสาวแน่น พร้อมกับซุกหน้ากับซอกคอหอม ๆ ของหญิงสาวก่อนจะวางคางไว้กับไหล่มนของคุณหมอคนสวย
“พี่มีความสุขจัง”
หญิงสาวยิ้มนิด ๆ กับคำพูดของเขา เธอเองก็มีความสุข ไม่คิดเคยว่าคนที่ดุ ๆ อย่างเขา เคร่งขรึมอย่างนี้บทจะหวานขึ้นมาเธอแทบจะละลาย
“กลับไปนี่พี่จะประกาศบอกทุกคนเลยว่าเคียวเป็นแฟน เป็นคนที่พี่รัก”
คำบอกของเขาทำให้หญิงสาววาบหวามในหัวใจยิ่งนัก แต่เธอยังไม่พร้อมให้คนอื่นทราบเรื่องนี้ เพราะแม้แต่ชายหนุ่มคนที่ยืนกอดเธอตรงนี้จะป่าวประกาศให้ทุกคนทราบ แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจเธอจนไม่ยอมเล่าเรื่องในอดีตให้เธอฟัง
“แต่เคียวยังไม่พร้อม มันยังเร็วเกินไป”
คำพูดนั้นทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวคลายอ้อมกอดนั้นออกนิดนึง ก่อนจะมองใบหน้าที่เห็นเพียงด้านข้างเท่านั้นเพราะคุณหมอคนสวยไม่ยอมหันมามองเขาเพราะกำลังขับเรืออยู่ ความเงียบมาเยือนอีกครั้งได้ยินเพียงแต่เสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่งอยู่ขณะนี้ พนาพรรษทนไม่ไหวดับเครื่องยนต์ทันทีแล้วให้มือทั้งสองข้างพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา
“ทำไม หรือว่าเคียวมีคนอื่นจริง ๆ”
คำตัดพ้อเสียงพร่าทำให้หญิงสาวรีบส่ายหน้าแก้ไขข้อกล่าวหาเพราะกลัวเจ้าของป่าหนาวจะเข้าใจเธอผิดอีก
“แล้วทำไม”
“เคียวว่าเรื่องของเรามันเร็วไป เคียวอยากให้มั่นใจกว่านี้อีกนิด ถึงวันนั้นเคียวจะไม่ห้ามพี่ป่าเลยนะคะ”
เจ้าของป่าหนาวหันไปมองทางอื่นทันทีเมื่อสบสายตาออดอ้อนของอีกฝ่ายเพราะไม่เช่นนั้นเขาต้องใจอ่อนยอมหญิงสาวผู้นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
“แต่..”
“นะคะ เคียวขอแค่นี้ทำไมพี่ป่าให้เคียวไม่ได้ แล้วอีกอย่างคนที่น่าจะงอนน่าจะเป็นเคียวมากกว่า เคียวเป็นผู้หญิงนะคะทำไมจะไม่ชอบถ้าผู้ชายให้เกียรติเราด้วยการเปิดเผยเรื่องที่คบกันอยู่ แต่เรื่องของเรามันเพิ่งเริ่มต้น ต่อไปถ้าพี่ป่าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาแล้วคนอื่นจะมองเคียวยังไง พี่ป่าไม่สงสารเคียวหรือ”
“แล้วทำไมพี่ต้องเปลี่ยนใจ เราเองมากกว่าที่ไม่ยอมรับเพราะอยากเปลี่ยนใจไปจากพี่หล่ะสิ”
น้ำเสียงขุ่น ๆ ที่เอ่ยออกมาเรียกรอยยิ้มของคุณหมอคนสวยได้อีกนิด ถึงแม้จะไม่ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเขามากนัก แต่เธอก็พอจะรู้แล้วว่าอาการแบบนี้แสดงว่าเธอกำลังเป็นต่อ เขากำลังจะใจอ่อนกับเธออีกครั้ง
“แหม ใครจะอยากเปลี่ยนใจจากพี่ป่าคะ หล่อก็หล่อ รวยก็รวย หุ่นก็ดี แถมยังใจดีอีก น่ารักก็ที่หนึ่ง แล้วอีก...”
“พอแล้ว พอแล้ว เดี๋ยวพี่ก็ลอยกลับบ่อมุกได้เองหรอก”
คุณหมอคนสวยหัวเราะเสียงดังกับคำประชดของเขาก่อนจะยื่นหน้าไปหอมแก้มสาก ๆ ของเขาทั้งสองด้าน สุดท้ายทนไม่ไหวชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายหันมามองหน้าหวาน ๆ นั้นเอง ก่อนจะใช้สองมือขึ้นประคองใบหน้าหวาน ๆ ของคุณหมอคนสวยเอาไว้
“เคียวจะใช้เวลาพิสูจน์ใจพี่นานแค่ไหน”
เจ้าของป่าหนาวมองหน้าหวาน ๆ นั้นอย่างอ่อนใจก่อนจะยอมแพ้ก้มลงจูบปลายจมูกโด่ง ๆ ของอีกฝ่ายหนึ่งที
“ถ้าถึงเวลานั้นเคียวจะเป็นคนบอกกับทุกคนเอง”
“แล้วพี่ต้องทำอย่างไร แต่ถ้าห้ามกอด ห้ามจูบเคียวก็อย่าหวังเลย”
น้ำเสียงลอดจมูกเหมือนเด็กโดนขัดใจนั้นทำให้ขวัญพรรษยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า นี่เด็กชาย หรือนายหัวแห่งป่าหนาวกันแน่
“ได้ แต่ต้องอยู่กันตามลำพังแค่นั้น”
แล้วเด็กน้อยผู้เอาแต่ใจคนเมื่อครู่ก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน หญิงสาวส่ายหน้าไปมาอีกครั้งเมื่อเห็นรอยยิ้มเหมือนเด็กได้ของถูกใจหลังจากที่โดนขัดใจไปเมื่อสักครู่
“ค่อยยังชั่ว กลับกันเถอะ เคียวขับไปเลยนะ เดี๋ยวใกล้ถึงแล้วพี่จะขับต่อให้”
เจ้าของป่าหนาวบอกเสร็จก็เดินไปนั่งตรงเบาะข้างคนขับทันที หญิงสาวหันไปติดเครื่องทำตามขั้นตอนเหมือนที่เขาสอนไว้ตอนแรก ไม่ยากอย่างที่คิด มิน่า ปรายฟ้าถึงขับเรือออกไปได้ทั้งที่พายุแรงขนาดนั้น
“ดีจังเลยขับง่ายจัง วันหลังเคียวขอยืมเรือออกมาขับได้มั้ยคะ”
“ไม่ได้!!”
เสียงกร้าวของชายหนุ่มดังชัดเจนจนคนฟังถึงกับหน้าเสียเพราะคิดว่าเขาหวงของ และดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปจึงกระแอมเบา ๆ สองสามทีก่อนจะเดินเข้าไปกอดหญิงสาวเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าถ้าเขาปล่อยหญิงสาวจากอ้อมกอดนี้แล้วเธอจะหายไปเหมือนกับปรายฟ้า ซึ่งเขาต้องทนไม่ได้แน่นอน
“พี่ไม่ได้หวงของ แต่เคียวยังว่ายน้ำไม่เป็น เกิดพลัดตกน้ำไปจะทำอย่างไร คราวนี้พี่ต้องตายแน่ ๆ”
เจ้าของป่าหนาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับเจ็บปวดเหลือเกินพร้อมกับกระชับอ้อมกอดแน่นยิ่งกว่าเดิม
“พี่ป่าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
หญิงสาวถามออกไปอย่าวรวดเร็ว เธอหวังเหลือเกินว่าเขาจะเล่าที่ราวในอดีตให้เธอฟังในตอนนี้
“เปล่า พี่แค่..คิดมากไปหน่อย แต่เคียวต้องสัญญากับพี่ก่อนว่าเคียวจะไม่ขับเรือออกไปไหนเองถ้ายังว่ายน้ำไม่เป็น ถึงว่ายเป็นแล้วก็ต้องมีพี่ไปด้วย ไม่ไปเองคนเดียวเด็ดขาด สัญญากับพี่ก่อน”
เจ้าของป่าหนาวทวงคำสัญญาเสียงเข้ม และถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้ารับ
“ค่ะ เคียวสัญญา”
แม้จะผิดหวังที่เขาไม่ยอมเล่าเรื่องราวในอดีตให้เธอฟัง แต่เมื่อคิดได้ว่าทุกอย่างที่ชายหนุ่มห้ามเป็นเพราะความที่เขาเป็นห่วงเธอนั้น คุณหมอคนสวยก็หันไปยิ้มหวานให้คนทีกอดเธอไว้ด้านหลังจนชายหนุ่มทนไม่ไหวก้มลงจูบปากหวาน ๆ นั้นหนึ่งที
“อื้ม...เอาเปรียบ”
คำตัดพ้อนั้นเรียกเสียงหัวเราะของนายหัวแห่งป่าหนาวเสียงดัง และเมื่อผ่านเห็นโรงเรือนที่สร้างไว้กลางทะเลอันเป็นที่พักของคนงานที่ต้องเฝ้าบ่อมุกแล้วหญิงสาวจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายหัวหนุ่มซึ่งนำเรือเข้าไปจอดยังท่าเรือเล็ก ๆ อีกด้านหนึ่งของสะพานทางเดินที่เชื่อมไปยังบ่อมุกอย่างคล่องแคล่ว เจ้าของป่าหนาวขึ้นไปยืนบนบันไดเล็ก ๆ แล้วยื่นมือมาให้หญิงสาวอีกคนที่อยู่ในเรือจับ
“ไม่เอา เคียวขึ้นเอง พี่ป่ารับปากแล้วไงคะ จะไม่ทำให้คนอื่นสงสัย”
คำบอกของหญิงสาวทำให้เจ้าของป่าหนาวหดมือกลับแล้วเดินสะบัดขึ้นไปยืนบนสะพานอย่างรวดเร็ว จนคุณหมอคนสวยมองอีกฝ่ายอย่างงง ๆ งอนอีกแล้ว
“งอนอีกแล้ว”
น้ำเสียงง้อ ๆ ของขวัญพรรษพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือของอีกฝ่ายที่ไขว้ไว้ด้านหลังอย่าเอาใจ ชายหนุ่มหันมาเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ต้องเงียบเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมา แล้วเมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็นลุงหวานคนงานเฝ้าบ่อมุกนั่นเอง หญิงสาวปล่อยมือจากชายหนุ่มทันทีแล้วหันไปยิ้มหวาน ๆ ให้ลุงหวาน
“อ้าวนายหัวเองหรือครับ ผมนึกว่าคุณบุษเสียอีกเห็นเอาเรือออกไปเหมือนกัน คงไปเกาะหนาว”
คำว่าเกาะหนาวทำให้นายหัวนึ่งขึงไปชั่วครู่ ลุงหวานเองก็กัดปากตัวเองเบา ๆ เมื่อนึกได้ว่าพูดในเรื่องที่ไม่ควรพูดต่อหน้าคนอื่นอีกแล้ว
“เกาะหนาวหรือคะ เคียวเคยได้ยินแต่ชื่อยังไม่เคยไปสักทีมันอยู่ตรงไหนหรือคะ”
คำถามนั้นไม่ได้ระบุว่าถามใครแต่สายตากลมโตของคุณหมอคนสวยกลับมองไปที่เจ้าของป่าหนาวทันที
“ไม่มีอะไร คุณไม่จำเป็นต้องรู้ ถ้าคุณบุษมาบอกให้ไปทานข้าวที่บ้านใหญ่นะวันนี้”
นายหัวแห่งป่าหนาวหันไปบอกหญิงสาวเสียงเย็น ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องแล้วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วจนลืมไปว่ามีหญิงสาวอีกคนหนึ่งคนซึ่งเขาบอกว่ารักเมื่อสักครู่นี้ยืนอยู่ด้วย เจ้าของป่าหนาวเตะสะพานเสียงดังอยู่สองสามทีราวกับระบายอารมณ์หงุดหงิด เขาเป็นอะไรของเขาไป แค่ขวัญพรรษบอกว่าอยากไปเกาะหนาวแค่นั้น เขาถึงกับอารมณ์เสียเพราะคิดว่าหญิงสาวผู้นี้จะมาก้าวก่ายสิ่งที่เป็นเสมือนความผูกพันสิ่งเดียวของเขากลับปลายฟ้าแค่นั้นเอง แล้วทำไมกับบุษราลัลน์เขาถึงไม่รู้สึกแบบนี้นะ ก็บุษราลัลน์เป็นเพื่อนปรายฟ้าจะไปหาปรายฟ้าที่เกาะหนาวก็ไม่ผิด หรืออาจเป็นเพราะเขาลืมปรายฟ้าไปแล้ว แต่พอได้ยินลุงหวานพูดถึงเกาะหนาวความรู้สึกผิดต่อปรายฟ้าเข้ามาเกาะกุมหัวใจเขาทันที ใช่..มันคือเรื่องจริง ตอนที่เขาอยู่กับขวัญพรรษเขาลืมปรายฟ้าสนิทใจ ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับกับความงี่เง่าของตัวเองแค่นี้เขาถึงกับทิ้งผู้หญิงที่เขาบอกว่ารักเลยหรือ มานึกได้ก็ต่อเมื่อเดินมาจนสุดสะพานอยู่แล้ว เจ้าของป่าหนาวจึงหันไปมองหญิงสาวอีกคนที่เดินหน้าบอกบุญไม่รับอยู่หลังเขา ชายหนุ่มหยุดยืนรออยู่ตรงนั้นมองคนที่กำลังเดินมาอย่างจนด้วยคำพูด หญิงสาวเดินผ่านเขาไปราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลย
“เคียว”
นายหัวหนุ่มวิ่งเข้าไปจับมือบางของหญิงสาวไว้พร้อมกับเรียกหญิงสาวให้มองเขา ขวัญพรรษหันมามองเข้าด้วยสายตาตัดพ้อ น้ำตาคลอเต็มดวงตากลมคู่นั้น เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าทำอะไรผิดเขาถึงเป็นแบบนี้ แค่เธอเอ่ยถึงเกาะหนาวแค่นั้นเอง เขาถึงกับบอกว่าเธอไม่จำเป็นต้องรู้แล้วก็เดินจากมาโดยไร้คำอธิบายอะไรทั้งสิ้น
“ปล่อย”
คุณหมอสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง แต่อีกฝ่ายกลับยืดไว้มั่น
“เคียว เคียว พี่ขอโทษ”
ชายหนุ่มระล่ำระลักพูด มือใหญ่กุมมือเล็ก ๆ ไว้แน่นเพราะกลัวว่าหญิงสาวจะไม่ฟังเขา
“ช่วยกรุณาให้เกียรติฉันด้วย คุณสัญญาแล้ว”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นสั่นเครือและเยียบเย็นยิ่งนัก จนคนฟังถึงกับใจหายเพราะเขาเองเป็นคนทำให้เรื่องเลวร้ายนี้เกิดขึ้น
“แต่เคียวต้องอยู่เฉย ๆ ฟังพี่ก่อน พี่ขอโทษ พี่มันงี่เง่าเอง พี่จะมะ...”
คำที่ว่าพี่จะไม่ทำอย่างนี้อีกยังไม่ทันจบประโยคดี เจ้าของป่าหนาวก็โดนผลักจากคุณหมอคนสวยเต็มสองมืออย่างแรง จนเซไปหลายก้าวเพราะความไม่ระวังคิดว่าอีกฝ่ายจะฟังตัวเอง
“อย่ามายุ่งกับฉัน”
สายตาเย็นชาที่มองมายังเจ้าของป่าหนาวทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจไม่ออกด้วยความอึดอัด เจ็บปวด ชายหนุ่มมองน้ำตาที่ค่อย ๆ หยดลงมาจากสองตาของหญิงสาวราวกับมันเป็นสิ่งแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยเจอ กว่าจะรู้ตัว กว่าจะนึกได้ว่าเขาทำอะไรให้หญิงสาวคนนี้ต้องเสียน้ำตา เธอก็ไม่อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว พนาพรรษกำลังจะวิ่งตามหญิงสาวที่วิ่งหนีเขาไปเพื่อปรับความเข้าใจ แต่เสียงเรียกที่ดังตามมาข้างหลังทำให้เขาต้องหันไปมอง
“ป่าคะ มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”
บุษราลัลน์ยืนมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เธอเพิ่งขึ้นเรือมาแล้วก็มาเห็นสองคนนั่นทะเลาะกันพอดี ทำไมโลกนี้ถึงได้เข้าข้างเธอมากขนาดนี้นะ ไม่ต้องทำอะไรเลยทุกอย่างระหว่างสองคนนี้ก็ดูจะพังไม่เป็นท่า แต่ถ้าเธอเพิ่มแรงเหวี่ยงอีกสักนิดคงพังแบบต่อไม่ติดแน่นอน
“เปล่า”
นายหัวแห่งป่าหนาวตอบกลับมาเสียงเรียบ
“คุณกับคุณเคียวมีอะไรกันหรือคะ”
สายตา ดุ ๆ ตวัดไปมองบุษราลัลน์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับน้ำเสียงที่ติดจะเย็นชาในความรู้สึกของบุษราลัลน์
“อย่ายุ่งเรื่องของผม”
“บุษแค่เป็นห่วง ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”
บุษราลัลน์เค้นเสียงให้ปกติที่สุด ทำไมในดวงตาคู่นี้ถึงไม่มีเธอเข้าไปอยู่แม้สักเสี้ยววินาที สายตาที่มองเธอแต่ละครั้งนั้นมันว่างเปล่า
“บุษเจอลุงหวานหรือยัง เย็นนี้เชิญทานข้าวที่บ้านใหญ่ด้วยนะครับ เลี้ยงต้อนรับคุณโมหน่ะ เจอกันที่โต๊ะอาหารเลยนะ”
เจ้าของป่าหนาวพูดเสร็จแล้วก็รีบเดินยังบ้านพักของคนอีกคนหนึ่งซึ่งเขาทำให้เธอโกรธอย่างไม่น่าให้อภัยทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ไม่นาน ชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านพักซึ่งตอนนี้เงียบเหงาเพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังสุดท้าย ถัดไปก็จะเป็นบ้านใหญ่ซึ่งเขาพักอาศัยอยู่
“เคียว เปิดประตูให้พี่หน่อย เคียวอยู่ในนั้นหรือเปล่า”
เงียบ ไร้เสียงตอบรับกลับมาจนชายหนุ่มเริ่มร้นรน
“เคียว ได้โปรดเถอะ เปิดประตูมาคุยกับพี่หน่อย พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”
เงียบอีกตามเคย หรือว่าหญิงสาวไม่อยู่ในนี้ ชายหนุ่มลองบิดลูกบิดไปมา ติดล็อค ขวัญพรรษไม่อยู่หรือ ถ้าอย่างนั้นคงเป็นที่ฟาร์มนกของเขา เร็วเท่าความคิดชายหนุ่มเดินไปที่ฟาร์มนกมาคอร์ทันที
“ไม้คุณเคียวหล่ะ”
นายหัวหนุ่มถามคนงานที่กำลังทำความสะอาดกรงนกอยู่พอดี
“ไม่เห็นนี่ครับ อยู่ห้องแลปมั้งครับ”
ไม้มองนายหัวของตัวเองอย่างงง ๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มวิ่งกลับไปยังสถานที่ที่เขาบอกเมื่อสักครู่ พนาพรรษเปิดประตูห้องแลปเข้าไปแล้วสอดสายตาหาคุณหมอคนสวยทันที แต่ว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ทั้งนั้น ไปไหน ขวัญพรรษไปไหนกันแน่ หรือว่า........ เท้าแข็งแรงของนายหัวหนุ่มก้าวออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วเลยเดินแกมวิ่งไปยังสถานที่ที่เขาคิดไว้ว่าหญิงสาวจะต้องไปอย่างแน่นอนคือ บ้านพักของวิทวัสนั่นเอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณวิทวัสครับ อยู่มั้ยครับ ผมพนาพรรษ”
นายหัวหนุ่มค่อย ๆ ถอนหายใจออกอย่างช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูจากด้านใน วิทวัส หรือวินนี่ชื่อที่ขวัญพรรษชอบเรียกยื่นหน้าออกมาแต่ศีรษะเท่านั้น
“เคียวอยู่นี่หรือเปล่าครับ ผมมีเรื่องอยากคุยกับเธอนิดหน่อย”
วินนี่ทำหน้าเหมือนคนถูกบังคับให้กินยาถ่าย มองคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายอย่างจนใจ คู่นี้เป็นอะไรกัน ก่อนไปก็ทะเลาะกันนึกว่าปรับความเข้าใจกันแล้ว ไหงตอนกลับถึงได้ทะเลากันอีก หรือว่านายหัวแห่งป่าหนาวง้อสาวไม่ได้เรื่อง
“อยู่ใช่มั้ยครับ”
คุณหมอหัวใจสาวพยักหน้านิดหน่อย แล้วก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อชายหนุ่มพยายามผลักประตูเข้ามา
“เอ่อ......ไม่ได้ครับ อย่าเพิ่งเข้าไปเลยครับ ผมไม่รู้หรอกว่าคุณสองคนโกรธกันเรื่องอะไร แต่ตอนนี้คุณอยู่เฉย ๆ ดีที่สุด เพราะระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นในฟาร์มป่าหนาวแล้ว”
นี่ถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงต้องหัวเราะกับคำเปรียบเทียบของคุณหมอหัวใจสาวคนนี้แน่นอน ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างยอมจำนน เขาทำผิดก็ต้องรับผิด
“เย็นนี้เชิญทานข้าวที่บ้านใหญ่นะครับ ตอนหนึ่งทุ่ม บอกเขาด้วยว่าถ้าไม่ไปผมจะไปรอเขาที่บ้าน เลือกเอาแล้วกัน”
ประโยคหลังราวกับบอกคนข้างในให้ได้ยินถึงเขาจะไม่เห็นว่าคุณหมอคนสวยอยู่ข้างในหรือเปล่าแต่สิ่งที่วิทวัสทำและบอกต่อเขามันน่าจะเป็นอย่างนั้น ชายหนุ่มหันหลังกลับไปยังบ้านใหญ่พร้อมกับประตูห้องพักของวิทวัสปิดลง เสียงกรีดเล็ก ๆ ของหญิงสาวที่ได้ยินประโยคขู่ของชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ
“อ๊าย....อ๊าย...ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ คนอะไรผีเข้าผีออก”
“นี่นังเคียว แกให้เบา ๆ หน่อยซีย๊ะ ขึ้หูฉันเต้นเป็นจังหวะแร๊ฟหมดแล้ว”
วินนี่มองเพื่อนที่เมื่อสักครู่เข้ามานั้นน้ำตานองหน้า เสียอกเสียใจนักหนา เขายังแปลกใจเลยว่าใครกันนะที่สามารถทำให้แม่คุณหนูแห่งอุบลฯคนนี้ถึงกับน้ำตาตก นี่ถ้าพ่อจ๋าของหญิงสาวได้มาเห็นลูกสาวของตัวเองเป็นแบบนี้มีหวังป่าหนาวแตกแน่นอน
“มีอะไร ทีนี้เล่ามาให้หมดอย่าให้เหลือแม้แต่นิดเดียว ไม่งั้นฉันจะอะหริ่งกริ่งกริ๊งไปหาพ่อจ๋ากับแม่จ๋าของแกทันที อ๊ะ...อ๊ะ นี่ไม่ใช่คำขู่มันนะคิดให้ดี ๆ ก่อนพูด”
หนอยนังวินนี่ นี่หรือไม่ใช่คำขู่ ถ้าฉันอารมณ์ปกติอยู่ละก้อ ฉันจะฉะแกเป็นคนแรกเลย แล้วเรื่องทุกอย่างก็ผ่านเข้าหูวินนี่นี่นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อและคิดตามไปกับเรื่องที่คุณหมอคนสวยเล่า
“แล้วแกคิดว่าไง”
“ฉันเหรอ ก็คือว่า บางทีเขาอยากเก็บสิ่งที่เหลือระหว่างเขากับคุณปรายฟ้าเอาไว้ ไม่อยากให้คนอื่นเข้าไปยุ่ง หรือว่าความจริงแล้ว เขาคิดว่าเขายังรักคุณปรายฟ้าอยู่ เลยรู้สึกผิด พอแกเอ่ยถึงเกาะหนาวขึ้นมามันก็ลงเอยแบบที่แกเห็นนั่นแหล่ะ แต่ฉันสงสัยว่าทำไมคุณปราฟ้าถึงขี่เรือออกไปทั้งที่พายุมาขนาดนั้น เป็นฉันถ้าไม่มีคนที่ฉันตากไปตายต่อหน้าต่อตาฉันก็ไม่ดิ้นรนไปหรอก หรือว่า.......”
วิทวัสหันไปมองคุณหมอคนสวยที่มองหน้าเขาเหมือนกันแล้วพูดออกมาพร้อมกัน
“คนรัก นั่นหมายถึง คุณป่า”
“นังเคียวฉันว่าเรื่องนี้มันยังไง ๆ อยู่น้า แล้วถ้าคุณฟ้าไม่ได้ตกน้ำลงไปเอง แล้วทำไมทุกคนในป่าหนาวยังทำตัวเหมือนปกติ หรือว่า...”
“โอย...ฉันไม่รู้ แกอย่ามาหรือว่า หรือว่าอยู่ได้ อยู่ ๆ ไปเดี๋ยวเราคงรู้เรื่องมากกว่านี้เอง”
วินนี่ค้อนเพื่อนสาวทันทีเมื่อหญิงสาวเอ่ยประโยคนั้นเสร็จ นี่ถ้าไม่ติดว่กำลังเสียใจอยู่นะ แม่จะโบกหัวให้สักทีในฐานะกวน...อยู่ได้
คุณหมอคนสวยขมวดคิ้วเรียวของตัวเองอย่างเคร่งคิด หรือเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับพนาพรรษ หรือตัวพนาพรรษเองอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของปรายฟ้า แต่จะทำ ทำไมในเมื่อรักกันออกขนาดนั้น ขนาดเธอยังเข้าไปยุ่งไม่ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ ใครว่าเธออยากยุ่ง แค่อยากไปเที่ยวเกาะหนาวบ้างแค่นั้นเอง แค่อยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวของกับคนที่ตัวเองรักแค่นั้นเอง มันเป็นเรื่องที่ผิดมากเลยหรือ ผิดจนชายหนุ่มต้องบอกให้เธอไม่ต้องยุ่งไม่ต้องรู้เรื่องของเขาอีก
“อ้าว อ้าว..คิดเรื่องเดิมอีกแล้วหล่ะซิ แก..น้ำตาร่วงอีกแล้ว อันที่จริงฉันก็ว่าเขาไม่ได้ว่าแกสักนิดเดียวนะ แค่บอกว่าไม่ต้องรู้แค่นั้นเอง”
“นั่นแหล่ะ ไม่ต้องรู้ แล้วเขามาบอกรักฉันทำไม คนรักกันต้องเปิดเผยทุกเรื่องสิ ไม่ใช่ปิดบังกันแบบนี้ แล้วเรื่องคุณปรายฟ้านี่เขาก็ยังไม่รู้หรอกนะว่าฉันรู้แล้ว แต่สิ่งที่ฉันรู้มาจากคนอื่นทั้งนั้น เจ้าตัวคนที่รู้เรื่องเองกลับไม่เคยบอกฉันเลยสักคำ นี่หรือรักกัน รักกันแบบไหนว๊ะ”
วิทวัสหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดของเพื่อนแสดงว่าถ้าพูดแบบนี้ได้แล้ว ความโกรธที่มีต่อพนาพรรษคงลดลงไปกว่าครึ่งนึงแล้วแน่นอน
“ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวไม่ทันอาหารค่ำบนเรือนท่านเจ้าคุณหรอก”
วิทวัสบอกคุณหมอคนสวยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะดันหญิงสาวเข้าห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายก่อน ส่วนตัวเองมานั่งคิดถึงเรื่องการตายของปรายฟ้า ถ้าปรายฟ้าตายด้วยอุบัติเหตุก็แล้วไป แต่ถ้าโดนฆาตรกรรม ฆาตกรก็คงยังอยู่ในป่าหนาวแน่นอน แล้วคนที่ฆ่ามันต้องการอะไรกันแน่ หรือปรายฟ้าไปทำอะไรให้ใครโกรธ แล้วอีกอย่างถ้าเรื่องปรายฟ้าโดนฆ่ามันเกี่ยวกับพนาพรรษ งั้นแสดงว่าเพื่อนของเขาก็ต้องโดนปองร้ายแน่นอน แล้วเขาจะทำอย่างไรดี หรือว่าต้องลงทุนเป็นนักสืบเองเสียแล้ว
...................................................................



เอรินี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 มิ.ย. 2554, 22:00:16 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 14 มิ.ย. 2554, 22:00:16 น.

จำนวนการเข้าชม : 1717





<< ปรับตัว ปรับ (ความเข้า) ใจ   บทที่ 9-10 >>
ปูสีน้ำเงิน 15 มิ.ย. 2554, 23:04:05 น.
คนนึงก็ขี้หึง คนนึงก็ขี้งอน
เฮ้อ..ยังนี้ก็เข้าทางตัวร้ายอ่ะดิ


cherryfirm 19 มิ.ย. 2554, 01:00:35 น.
เฮ้อ พระเอกของเรา...ไม่เอาไหนมากมายเลยอ่ะ.. .V.


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account