ตราบสิ้นอสงไขย นวนิยายเรื่องที่๑ ชุด ร้อยรักข้ามเวลา
การถ่ายทำละครเรื่องใหม่ ทำให้เธอต้องเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่และถูกทำร้ายจนไม่ได้สติ ทว่ายามนั้นนั่นเองที่ดวงจิตของเอื้องลดาเกิดย้อนรำลึกไปยังปีพ.ศ.๒๐๑๕ อันเป็นรัชสมัยของพญาติโลกราชมหาราชแห่งล้านนาและได้พบกับเขา ...
ผู้ที่เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน...ร่วมพันปี
เขาที่คอยปกป้อง สองหัตถ์นั้นที่คอยซับน้ำตา
เอื้องลดาเพิ่งรู้ในวันนี้ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงฝันถึงการสงครามอยู่เป็นนิจ
และเหตุใดเธอจึงไม่มีใครในหัวใจสักที
หัวใจเธออยู่ตรงนี้...อยู่ที่เขา
รักแรกและรักเดียว...ตลอดกาล
ผู้ที่เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน...ร่วมพันปี
เขาที่คอยปกป้อง สองหัตถ์นั้นที่คอยซับน้ำตา
เอื้องลดาเพิ่งรู้ในวันนี้ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงฝันถึงการสงครามอยู่เป็นนิจ
และเหตุใดเธอจึงไม่มีใครในหัวใจสักที
หัวใจเธออยู่ตรงนี้...อยู่ที่เขา
รักแรกและรักเดียว...ตลอดกาล
Tags: พีเรียด, ย้อนยุค,น้ำฟ้า ,ล้านนา
ตอน: บ่วงสัญญา
บทที่ ๓
“ฉากนี้เป็นฉากที่เอื้องมาสำรวจโบราณสถานเพื่อทำวิทยานิพนธ์แล้วได้เจอพระเอกนะ พี่ต้องการให้อยู่ในซีนอารมณ์ที่โรแมนติกมากๆ พีกับเอื้องต้องสมมติว่าตัวเองได้พบกับคนที่เรารัก รักมาก รักด้วยจิตวิญญาณ รักแบบที่ไม่เคยรักใครเท่านี้มาก่อนน่ะ ทำได้ไหม”คณินผู้กำกับหนุ่มวัย 35 ปีแนะนำพระ-นางของตนอีกครั้งก่อนจะหันไปเช็คมุมกล้อง แสง เสียง และส่งสัญญาณดังๆว่า “แอ๊คชั่น!”
บรรยากาศในโบราณสถานเงียบสงัด สายตาทุกคู่จดจ้องไปยังเอื้องลดาซึ่งบัดนี้กำลังสวมวิญญาณนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยดังอยู่
หญิงสาวเดินเข้ามายังเขตโบราณสถานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ในมือถือสมุดโน้ตเอาไว้เล่มหนึ่ง เพื่อคอยจดรายละเอียดตามบทที่ได้รับ หลังจากเดินสำรวจกำแพงเมืองอยู่ครู่ใหญ่เธอจึงหมุนตัวกลับและพบว่ามีชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลายืนอยู่ตรงหน้า
สายตาสองคู่สานสบกันอย่างหวานฉ่ำ เอื้องลดาพยายามสมมติว่าตนเองเพิ่งได้พบกับคนรักดังที่ผู้กำกับแนะ แต่แล้วสิ่งที่ทำให้สมาธิของเธอขาดสะบั้นลง คือ เสียงกรุ๋งกริ๋งซึ่งดังอยู่ใต้ระดับสายตา ดาราสาวจึงก้มลงมองโดยสัญชาติญาณ พบร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงคนหนึ่งกอดอก ยืนฉีกยิ้มอยู่ข้างๆพีรธร
“น้าเอื้อง”ปากเล็กๆนั้นส่งเสียงเรียกราวกับเป็นคนที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนาน
“หนูเป็นใคร ในเรื่องนางเอกต้องชื่อหยกนะ ไม่ใช่เอื้อง”ดาราสาวคนดังท้วงด้วยน้ำเสียงปราณี หากหมากคำกลับสั่นหน้า หัวเราะคิกคัก
เอื้องลดาเริ่มสับสนว่าเด็กน้อยเข้ามาในฉากได้อย่างไร ในเมื่อตามบทละครฉากนี้มีแต่พระ-นางเท่านั้น เธอจึงหมุนตัวกลับไปถามผู้กำกับทันที “ทำไมให้น้องคนนี้มาเข้าฉากด้วยล่ะคะพี่คณิน”
ผู้กำกับหนุ่มรีบสั่งคัตพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน ก้าวอาดๆเข้ามาหาผู้ถาม “เด็กที่ไหนกันเอื้อง”
เอื้องลดามองตอบ ย่นคิ้ว “ก็เด็กที่มายืนอยู่ข้างๆพี่พีไงคะ”
“เด็กอะไร ไม่มีนี่ครับน้องเอื้อง”พีรธรเองก็งงเป็นไก่ตาแตกไม่แพ้กัน จะว่าไป เขางงมาได้สักพักแล้วล่ะ ว่าทำไมนางเอกคู่ขวัญจึงทำท่าคล้ายพูดอยู่คนเดียว แถมพูดนอกบทเสียด้วยสิ
เอื้องลดาจึงหันกลับมาหาเขา ยื่นมือออกไป หมายจะชี้ “นะ นั่น อ้าว เด็กคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะคะ”
ฝ่ายผู้กำกับจึงระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “อย่าบอกนะว่าเอื้องตาฝาด”
ผู้ถูกถามเม้มริมฝีปาก สั่นหน้า
โธ่ ก็เธอมีสติสัมปชัญญะอยู่ครบและเห็นเด็กคนนั้นยืนอยู่จริงๆนี่นา
ทว่าตอนนี้เด็กน้อยหายไปไหนแล้วเล่า...
“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ”เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้น
เอื้องลดาจึงละสายตาจากคณินไปมองผู้มาใหม่ทันที เขาคนนั้นเดินลิ่วๆนำหน้านัยภาคเข้ามาท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ แต่กระนั้นดาราสาวก็ยังมองเห็นความคมคายบนใบหน้าของชายหนุ่มได้ชัดเจน
คุ้นหน้า นี่คือประโยคแรกที่แวบเข้ามาในสมองยามได้เห็นชายหนุ่มแปลกหน้า แล้วความรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณนิ้วก้อยข้างซ้ายก็ทำให้เธอต้องเหความสนใจมายังแหวนนาคที่สวมอยู่แทน ทว่าชั่วครู่ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ
อาจจะเป็นไปได้ว่าเธออุปาทานไปเอง
‘ว่างๆคงต้องไปให้หมอเช็คประสาทแล้วล่ะ เอื้องลดาเอ๋ย รู้สึกประสาทสัมผัสของเธอจะดูเพี้ยนๆไปแล้วในช่วงนี้’
“มีใครมาก่อกวนหรือเปล่าครับ”นัยภาคถามเมื่อเดินมาถึงจุดที่ทุกคนยืนอยู่
แทนที่คณินจะตอบกลับบุ้ยใบ้มายังเอื้องลดา หญิงสาวจึงต้องเป็นผู้เล่า“คือ ตอนถ่ายละครเอื้องเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงมาเข้าฉากด้วยน่ะค่ะ”
“แล้วปัญหาคือ...”ชายหนุ่มแปลกหน้าเป็นผู้ถามขึ้น สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าของดาราสาว ความอบอุ่นหวามไหววาบขึ้นในอกโดยไม่มีสาเหตุ อะไรสักอย่างทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยยามที่ได้สานสบดวงตากลมโตคมกริบคู่นั้น ไหนจะเรียวปากรูปกระจับที่ดูละม้ายจะแย้มยิ้มอยู่เป็นนิจนั่นอีกล่ะ เหตุใดจึงคุ้นตาเสียเหลือเกิน
“ก็เราถ่ายทำกันอยู่ดีๆ น้องเอื้องก็พูดงึมงำแล้วหันไปถามถึงเด็กกับพี่คณินน่ะสิครับ แต่ก็ไม่มีใครเห็นตามนั้นเลยสักคน”พิรธรสรุปแทนให้ เมื่อเห็นนางเอกคู่ขวัญคล้ายตกอยู่ในภวังค์ความคิด
“โอ๊ย เรื่องแค่นี้คงไม่ถึงกับต้องเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องมาหาเหตุผลกันหรอกมั้ง”เสียงแหลมเล็กดังมาจากทางด้านหลังนัยภาค เอื้องลดาเริ่มรู้สึกตัว รีบหันมองตามเสียงแล้วจึงยิ้ม พลางเดินเข้าไปหาหญิงสาวร่างอวบด้วยความยินดี “พี่นัทมาถึงเมื่อไรคะ”
“มาถึงตอนสายๆล่ะ พอมาถึงก็ขอให้คุณดลกับคุณนัยพามาหาเอื้องเลย แต่พี่แวะคุยกับสไตลิสน์แป๊บนึงเลยมาช้ากว่าเพื่อนน่ะ”นาถนรีอธิบายเสร็จสรรพก็หันไปหาชายหนุ่มแปลกหน้า “ลืมแนะนำไปเลย นี่คุณดลเจ้าของพิงครัตน์รีสอร์ตจ้ะ ส่วนดาราสาวยอดนิยมคนนี้คุณดลคงพอจะเคยผ่านตาบ้างแล้วใช่ไหมคะ”
นทีดลค้อมศีรษะให้หญิงสาวนิดหนึ่งก่อนทักทาย “สวัสดีครับคุณเอื้อง ผมเคยเห็นคุณเอื้องผ่านจอทีวีบ่อยๆนะฮะ แต่ตัวจริงไม่ค่อยเหมือนในจอสักเท่าไหร่”
เขาพูดตรงกับใจทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ ยามได้เห็นเธอโลดแล่นอยู่ในจอแก้วกลับไม่เคยรู้สึกถึงสายใยบางๆที่เกี่ยวกระหวัดใจเขาเอาไว้เฉกเช่นเวลานี้
เอื้องลดาหัวเราะเบาๆและระบายยิ้มทั่วใบหน้าขณะย้อนถาม “ตัวจริงนี่แย่กว่าในทีวีหรือเปล่าคะ”
ผู้ถูกถามจึงตอบด้วยท่าทีขึงขังยิ่งขึ้น “นอกจอดูดีกว่าหลายเท่าเลยครับ”
“เอ่อ รบกวนทางกองถ่ายมาพอสมควรแล้ว ถ่ายทำต่อเถอะค่ะพี่คณิน ไม่มีอะไรหรอก”นาถนรีเบรกเพราะรู้ดีว่าทางทีมงานนั้นต้องทำงานแข่งกับเวลา
คณินพยักหน้าและจึงเอ่ยถามนางเอกของตนเพื่อความมั่นใจ “เอื้องโอเคนะ”
“โอเคค่ะ”
สิ้นคำของหญิงสาว ทีมงานทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ฝ่ายนาถนรี นทีดลและนัยภาคนั้นถอยไปยืนอยู่ใต้ร่มก้ามปูใหญ่รอจนการถ่ายทำฉากนั้นเสร็จสิ้นลง
ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น จะมีผิดปกติอยู่บ้างก็ตรงนทีดลซึ่งทำตัวคล้ายไม่ติดใจสงสัยอะไรเลยตั้งแต่ต้น กลับมองตามร่างบางของดาราดังอย่างครุ่นคิด ‘ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจเขาเมื่อครู่ มันคืออะไร จะว่าเป็นความวูบวาบยามได้เห็นสาวสวยก็ไม่น่าจะใช่ เพราะวูบแรกที่สบตากัน เขาก็รู้โดยทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ ไม่ธรรมดา ’
รุ่มในใจฮ้อน อาวรณ์บ่หาย เหมือนปะอี่นาย ภายในหอห้อง
แม่นแล้วก่าหา กะหลาคู่ถ้อง ได้อยู่คู่ครอง ชาติแล้ว
หน้าคิ้วผิวนาง แอวบางฮ่างแคล้ว แม่จี๋ดอกแก้ว เหมือนเคย
ปี้อ้ายใคร่รู้ อู้จ๋าเฉลย แม่สีปูเลย เหมือนเคยอู้ถ้อง
----------------------------
ผ้าเช็ดตัวหนานุ่มเลื่อนไปตามเรือนร่างได้สัดส่วนอันมีหยดน้ำเกาะพราว ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหม่พันตัวเดินกลับไปยังห้องนอนหรูซึ่งผู้จัดการส่วนตัวผู้เป็นญาติผู้พี่จัดเตรียมเอาไว้ให้
เรียวปากบางแย้มยิ้มน้อยๆเมื่อมองเห็นดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ปักอยู่เหนือแจกันทรงสูงซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เล็กๆข้างผนังกระจกใสที่บัดนี้ปิดผ้าม่านเอาไว้อย่างมิดชิด
ร่างระหงเดินมานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ยกมือขึ้นบรรจงหวีผมยาวสลวยดัดปลายน้อยๆของตนอย่างเบามือ พร้อมกับมองเลยไปยังฉากหลังอันเป็นภาพเตียงสี่เสาและมีมุ้งสีขาวสะอาดประดับอยู่ทั้งสี่มุม ที่คิดว่าเป็นการประดับเอาไว้นั้นเพราะดาราสาวคงไม่มีโอกาสได้ใช้มัน เนื่องจากไม่เคยชินกับการนอนในมุ้งมาก่อน
นิ้วเรียวแตะโลชั่นแล้วจึงชโลมลงบนผิวหน้าเบาๆ ในใจคิดเวียนวนเรื่อยเปื่อยแต่แล้วกลับวกมาหานทีดลอย่างช่วยไม่ได้
นี่เธอชอบเขาอย่างนั้นหรือ
บ้าไปแล้วเอื้องลดา ปีนี้เธอก็อายุย่าง 25 ปีแล้วนะ ไม่ใช่สาว 14 ขวบจะได้ตกหลุมรักหนุ่มได้ง่ายๆแบบนั้นน่ะ เฮ้อ! รู้ไปถึงไหนก็คงอายไปถึงนั่น มีอย่างหรือ ครองตัวเป็นสาวโสดไร้รักมาได้ตั้งหลายปี แต่กลับต้องมาตกม้าตายเอาตอนอายุ 25 ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ๆ
เอ...หรือจะเป็นเพราะอาถรรพ์เบญจเพศกันนะ ใครๆเขาก็มักจะบอกว่า คนในวัยนี้มักจะชีวิตแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงไปในทางร้ายมากกว่าดี
ร้ายหรือ...ความรักไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนี่นา อีกใจคิดแย้ง
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังก้อง หญิงสาวจึงลุกพรวดขึ้น เดินไปใกล้ๆประตู ตะโกนถาม “ใครคะ”
“เอื้อง พี่นัทเอง” เสียงด้านนอกตอบมาฉาดฉาน
“พี่นัทรอเอื้องแต่งตัวแป๊บนึงนะคะ”พูดจบหญิงสาวก็รีบหมุนตัวไปปลดชุดเดรสสีม่วงอ่อนที่แขวนเตรียมไว้มาสวมก่อนจะเดินกลับไปยังจุดเดิมเพื่อเปิดประตูอีกครั้ง
“เชิญค่ะ คุณนาย ไหนบอกว่าจะออกไปธุระไงคะ แล้วทำไมเปลี่ยนใจมาหาเอื้องได้ล่ะ”
ร่างท้วมของนาถนรีนั่งแหมะลงบนโซฟาสีเลือดนกแล้วจึงเอียงหน้ามองคนถาม “ยังไม่ได้ออกไปเลยน่ะสิ รอให้เพื่อนขับรถมารับก่อน เพราะพี่จะทิ้งรถไว้ให้เอื้องใช้ จะได้สะดวกเวลาอยากไปโน่นมานี่”
น้องสาวยกมือขึ้นไหว้ ดวงตาทอดมองผู้เป็นพี่ด้วยความซาบซึ้งใจ
เส้นทางการเป็นดาราของเธอมีนาถนรีร่วมทางมาตั้งแต่ต้น จึงเรียกได้ว่าเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันเลยทีเดียว
นับตั้งแต่มีแมวมองมาทาบทามเอื้องลดาให้เข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อสิบปีที่แล้ว เธอก็ถูกทัดทานจากบิดามารดามาตลอดโดยท่านอ้างว่ากลัวลูกสาวคนเดียวจะเสียการเรียน แต่ลึกลงไปกว่านั้นท่านทั้งสองเป็นห่วงเรื่องที่วงการบันเทิงเต็มไปด้วยงูเงี้ยวเขี้ยวขอเกรงจะมาฉกกัดลูกสาวของท่าน แต่เมื่อนาถนรีเรียนจบและเอื้องลดาเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาแล้ว ญาติผู้พี่ก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมบิดามารดาของเอื้องลดาซึ่งก็เป็นอาและอาสะใภ้ของตนอีกรอบ ท่านทั้งสองจึงตั้งข้อแม้ว่า จะยอมให้เอื้องลดาเข้าสู่วงการบันเทิงได้ ถ้ามีนาถนรีคอยเป็นผู้ดูแล นับแต่นั้นนาถนารีจึงรับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้น้องสาวมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งๆที่ตนเองก็มีภาระหน้าที่รออยู่มากมาย
“ว่าแต่เรื่องราววันนี้มันเป็นยังไงมายังไง”นาถนรีขยับนั่งตัวตรง ชะโงกหน้าเข้ามาถามเจ้าของห้องซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม
“หมายถึงเรื่องที่เอื้องเห็นเด็กผมจุกนั่นหรือคะ”
“อืม เรื่องนั้นแหละ พี่ว่ามันทะแม่งๆอยู่นา แถมตรงนั้นเป็นเมืองเก่าด้วย อะไรที่เราไม่เคยเห็นก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสักหน่อย เราไปทำอะไรให้เจ้าที่เจ้าทางไม่พอใจหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่นะคะ ตอนบวงสรวงเอื้องก็ไปร่วม แล้ววันนี้เอื้องก็เพิ่งโผล่ไป แทบไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องเข้าฉากแล้ว”
คนฟังพยักหน้าก่อนจะทำตาโต นึกขึ้นได้ว่า “เออ พี่ลืมไปเลย คุณดลเขาเชิญเราไปทานข้าวที่คุ้มเวียงพิงค์เย็นนี้ด้วยกันน่ะจ้ะ”
คนถูกเชิญฉงน “เลี้ยงทีมงานด้วย หรือมีแต่เอื้องคนเดียวคะพี่นัท”
นาถนรีอมยิ้ม มองหน้าน้องสาวตรงๆก่อนตอบ “เลี้ยงเอื้องคนเดียวจ้ะ ตอนแรกเขาเชิญพี่ด้วย แต่พี่ดันมีนัดเสียก่อน”
“งั้นเอื้องไม่ไปดีกว่า”
“เอ๊า!” คนเป็นพี่ทำเสียงสูงปรี๊ด “ทำไมล่ะจ๊ะ ใครๆเขาก็อยากใกล้ชิดคุณดลกันทั้งนั้นนะ แหม...ก็ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งตระกูลดี ใครจะยอมให้หลุดมือไปได้ล่ะ”
เอื้องลดาส่ายหน้า “เอื้องมาทำงาน ไม่ได้มาหาสามีนะคะพี่นัท”
ที่สำคัญเธอก็ไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเขามากนักหรอก ความรู้สึกประหลาดบ้าบอเมื่อกลางวันทำให้ดาราสาวตั้งใจว่าจะพยายามเลี่ยงให้ห่างจากเขา เนื่องจากเคยได้ยินข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า หนุ่มเชื้อเจ้าคนนี้เจ้าชู้นัก
นาถนรีได้ฟังกลับยักไหล่ มองหน้าน้องสาวตรงๆ “มนุษย์เรายังไงก็ต้องมีคู่นะจ๊ะน้องเอื้อง ถ้าเรามีโอกาสดีๆทำไมไม่ลองดูล่ะ อีกอย่างพี่ก็มั่นใจว่าเอื้องมีภูมิคุ้มกันเรื่องผู้ชายสูง ถึงได้ไม่มีแฟนกับเขาสักทีไง”
คนฟังอมยิ้มน้อยๆมองเห็นลักยิ้มข้างแก้มรำไร เก๋ไก๋นัก “คุณพ่อคิดผิดนะคะเนี่ยที่ให้พี่นัทมาดูแลเอื้อง ที่ไหนได้ยุให้น้องอ่อยผู้ชายซะงั้นแหละ”
คนถูกว่าทำตาโต “โอ๊ย อคติจริงๆเลย พี่บอกว่าให้โอกาสตัวเองบ้าง เวลาเขาเสนอมา เราก็น่าจะลองพิจารณาดูสักตั้ง พี่รู้จักคุณดลมานาน เขาเป็นคนดีมากเลยนะ ขอบอก”
“แสดงว่าที่เขาลือๆกันว่าคุณดลของพี่นัทเจ้าชู้มากนี่ก็ไม่ใช่เรื่องจริงสิคะ”ดาราสาวดักคอ ทว่าคนฟังกลับพยักหน้ารับด้วยความมั่นอกมั่นใจ “ย่ะ เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง เขามีข่าวกับผู้หญิงเยอะ เพราะผู้หญิงพวกนั้นพยายามเข้ามาใกล้ชิดเขา แต่พี่ไม่เคยเห็นเขาจะเกินเลยกับผู้หญิงคนไหนเลยนะ”
“ถึงอย่างงั้นก็เถอะ วันนี้เอื้องไม่ว่างค่ะ”
“นัดกับใคร”อีกฝ่ายมีท่าทีสนใจขึ้นมาอีก
“ก็คุณนัยไงคะ”
นาถนรีย่นคิ้ว “คุณนัยผู้จัดการรีสอร์ตน่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ มีอยู่นัยเดียวแหละ”
“นัดกันไปไหน”
“ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกค่ะ นัดกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ตนี่แหละ พอดีเอื้องมีเรื่องจะรบกวนคุณนัยนิดหน่อย”
คนฟังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกรอบ พลางบ่นพึมพำ “สงสัยจะเกิดศึกชิงนางขึ้นแล้วมั้งลูกพี่ลูกน้องคู่นี้”
เอื้องลดาได้ฟังจึงแกล้งถอนหายใจแรงๆเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินถนัดถนี่ “คิดแต่เรื่องชู้สาวนะคะพี่นัท เอื้องอาจจะมีธุระอื่นโดยไม่มีเรื่องรักๆใคร่ๆมาเจือปนก็ได้”
นาถนรีทำปากยื่น “ขอให้มันจริงเถอะ เอาล่ะ เดี๋ยวจะถึงเวลานัดของพี่แล้ว ดูแลตัวเองด้วยล่ะแม่คุณ เดี๋ยวสักสี่ทุ่มพี่จะแวะมาหาอีกรอบ”
“ขอให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนะคะ”ดาราสาวอวยพรทิ้งท้ายก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อเดินไปส่งผู้จัดการส่วนตัวจอมเจ้ากี้เจ้าการของตน
“ฉากนี้เป็นฉากที่เอื้องมาสำรวจโบราณสถานเพื่อทำวิทยานิพนธ์แล้วได้เจอพระเอกนะ พี่ต้องการให้อยู่ในซีนอารมณ์ที่โรแมนติกมากๆ พีกับเอื้องต้องสมมติว่าตัวเองได้พบกับคนที่เรารัก รักมาก รักด้วยจิตวิญญาณ รักแบบที่ไม่เคยรักใครเท่านี้มาก่อนน่ะ ทำได้ไหม”คณินผู้กำกับหนุ่มวัย 35 ปีแนะนำพระ-นางของตนอีกครั้งก่อนจะหันไปเช็คมุมกล้อง แสง เสียง และส่งสัญญาณดังๆว่า “แอ๊คชั่น!”
บรรยากาศในโบราณสถานเงียบสงัด สายตาทุกคู่จดจ้องไปยังเอื้องลดาซึ่งบัดนี้กำลังสวมวิญญาณนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยดังอยู่
หญิงสาวเดินเข้ามายังเขตโบราณสถานด้วยท่าทางคล่องแคล่ว ในมือถือสมุดโน้ตเอาไว้เล่มหนึ่ง เพื่อคอยจดรายละเอียดตามบทที่ได้รับ หลังจากเดินสำรวจกำแพงเมืองอยู่ครู่ใหญ่เธอจึงหมุนตัวกลับและพบว่ามีชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลายืนอยู่ตรงหน้า
สายตาสองคู่สานสบกันอย่างหวานฉ่ำ เอื้องลดาพยายามสมมติว่าตนเองเพิ่งได้พบกับคนรักดังที่ผู้กำกับแนะ แต่แล้วสิ่งที่ทำให้สมาธิของเธอขาดสะบั้นลง คือ เสียงกรุ๋งกริ๋งซึ่งดังอยู่ใต้ระดับสายตา ดาราสาวจึงก้มลงมองโดยสัญชาติญาณ พบร่างเล็กจ้อยของเด็กหญิงคนหนึ่งกอดอก ยืนฉีกยิ้มอยู่ข้างๆพีรธร
“น้าเอื้อง”ปากเล็กๆนั้นส่งเสียงเรียกราวกับเป็นคนที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนาน
“หนูเป็นใคร ในเรื่องนางเอกต้องชื่อหยกนะ ไม่ใช่เอื้อง”ดาราสาวคนดังท้วงด้วยน้ำเสียงปราณี หากหมากคำกลับสั่นหน้า หัวเราะคิกคัก
เอื้องลดาเริ่มสับสนว่าเด็กน้อยเข้ามาในฉากได้อย่างไร ในเมื่อตามบทละครฉากนี้มีแต่พระ-นางเท่านั้น เธอจึงหมุนตัวกลับไปถามผู้กำกับทันที “ทำไมให้น้องคนนี้มาเข้าฉากด้วยล่ะคะพี่คณิน”
ผู้กำกับหนุ่มรีบสั่งคัตพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน ก้าวอาดๆเข้ามาหาผู้ถาม “เด็กที่ไหนกันเอื้อง”
เอื้องลดามองตอบ ย่นคิ้ว “ก็เด็กที่มายืนอยู่ข้างๆพี่พีไงคะ”
“เด็กอะไร ไม่มีนี่ครับน้องเอื้อง”พีรธรเองก็งงเป็นไก่ตาแตกไม่แพ้กัน จะว่าไป เขางงมาได้สักพักแล้วล่ะ ว่าทำไมนางเอกคู่ขวัญจึงทำท่าคล้ายพูดอยู่คนเดียว แถมพูดนอกบทเสียด้วยสิ
เอื้องลดาจึงหันกลับมาหาเขา ยื่นมือออกไป หมายจะชี้ “นะ นั่น อ้าว เด็กคนนั้นหายไปไหนแล้วล่ะคะ”
ฝ่ายผู้กำกับจึงระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “อย่าบอกนะว่าเอื้องตาฝาด”
ผู้ถูกถามเม้มริมฝีปาก สั่นหน้า
โธ่ ก็เธอมีสติสัมปชัญญะอยู่ครบและเห็นเด็กคนนั้นยืนอยู่จริงๆนี่นา
ทว่าตอนนี้เด็กน้อยหายไปไหนแล้วเล่า...
“มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ”เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้น
เอื้องลดาจึงละสายตาจากคณินไปมองผู้มาใหม่ทันที เขาคนนั้นเดินลิ่วๆนำหน้านัยภาคเข้ามาท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ แต่กระนั้นดาราสาวก็ยังมองเห็นความคมคายบนใบหน้าของชายหนุ่มได้ชัดเจน
คุ้นหน้า นี่คือประโยคแรกที่แวบเข้ามาในสมองยามได้เห็นชายหนุ่มแปลกหน้า แล้วความรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณนิ้วก้อยข้างซ้ายก็ทำให้เธอต้องเหความสนใจมายังแหวนนาคที่สวมอยู่แทน ทว่าชั่วครู่ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ
อาจจะเป็นไปได้ว่าเธออุปาทานไปเอง
‘ว่างๆคงต้องไปให้หมอเช็คประสาทแล้วล่ะ เอื้องลดาเอ๋ย รู้สึกประสาทสัมผัสของเธอจะดูเพี้ยนๆไปแล้วในช่วงนี้’
“มีใครมาก่อกวนหรือเปล่าครับ”นัยภาคถามเมื่อเดินมาถึงจุดที่ทุกคนยืนอยู่
แทนที่คณินจะตอบกลับบุ้ยใบ้มายังเอื้องลดา หญิงสาวจึงต้องเป็นผู้เล่า“คือ ตอนถ่ายละครเอื้องเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงมาเข้าฉากด้วยน่ะค่ะ”
“แล้วปัญหาคือ...”ชายหนุ่มแปลกหน้าเป็นผู้ถามขึ้น สายตาจับจ้องไปยังใบหน้าของดาราสาว ความอบอุ่นหวามไหววาบขึ้นในอกโดยไม่มีสาเหตุ อะไรสักอย่างทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยยามที่ได้สานสบดวงตากลมโตคมกริบคู่นั้น ไหนจะเรียวปากรูปกระจับที่ดูละม้ายจะแย้มยิ้มอยู่เป็นนิจนั่นอีกล่ะ เหตุใดจึงคุ้นตาเสียเหลือเกิน
“ก็เราถ่ายทำกันอยู่ดีๆ น้องเอื้องก็พูดงึมงำแล้วหันไปถามถึงเด็กกับพี่คณินน่ะสิครับ แต่ก็ไม่มีใครเห็นตามนั้นเลยสักคน”พิรธรสรุปแทนให้ เมื่อเห็นนางเอกคู่ขวัญคล้ายตกอยู่ในภวังค์ความคิด
“โอ๊ย เรื่องแค่นี้คงไม่ถึงกับต้องเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องมาหาเหตุผลกันหรอกมั้ง”เสียงแหลมเล็กดังมาจากทางด้านหลังนัยภาค เอื้องลดาเริ่มรู้สึกตัว รีบหันมองตามเสียงแล้วจึงยิ้ม พลางเดินเข้าไปหาหญิงสาวร่างอวบด้วยความยินดี “พี่นัทมาถึงเมื่อไรคะ”
“มาถึงตอนสายๆล่ะ พอมาถึงก็ขอให้คุณดลกับคุณนัยพามาหาเอื้องเลย แต่พี่แวะคุยกับสไตลิสน์แป๊บนึงเลยมาช้ากว่าเพื่อนน่ะ”นาถนรีอธิบายเสร็จสรรพก็หันไปหาชายหนุ่มแปลกหน้า “ลืมแนะนำไปเลย นี่คุณดลเจ้าของพิงครัตน์รีสอร์ตจ้ะ ส่วนดาราสาวยอดนิยมคนนี้คุณดลคงพอจะเคยผ่านตาบ้างแล้วใช่ไหมคะ”
นทีดลค้อมศีรษะให้หญิงสาวนิดหนึ่งก่อนทักทาย “สวัสดีครับคุณเอื้อง ผมเคยเห็นคุณเอื้องผ่านจอทีวีบ่อยๆนะฮะ แต่ตัวจริงไม่ค่อยเหมือนในจอสักเท่าไหร่”
เขาพูดตรงกับใจทุกอย่าง ก่อนหน้านี้ ยามได้เห็นเธอโลดแล่นอยู่ในจอแก้วกลับไม่เคยรู้สึกถึงสายใยบางๆที่เกี่ยวกระหวัดใจเขาเอาไว้เฉกเช่นเวลานี้
เอื้องลดาหัวเราะเบาๆและระบายยิ้มทั่วใบหน้าขณะย้อนถาม “ตัวจริงนี่แย่กว่าในทีวีหรือเปล่าคะ”
ผู้ถูกถามจึงตอบด้วยท่าทีขึงขังยิ่งขึ้น “นอกจอดูดีกว่าหลายเท่าเลยครับ”
“เอ่อ รบกวนทางกองถ่ายมาพอสมควรแล้ว ถ่ายทำต่อเถอะค่ะพี่คณิน ไม่มีอะไรหรอก”นาถนรีเบรกเพราะรู้ดีว่าทางทีมงานนั้นต้องทำงานแข่งกับเวลา
คณินพยักหน้าและจึงเอ่ยถามนางเอกของตนเพื่อความมั่นใจ “เอื้องโอเคนะ”
“โอเคค่ะ”
สิ้นคำของหญิงสาว ทีมงานทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ฝ่ายนาถนรี นทีดลและนัยภาคนั้นถอยไปยืนอยู่ใต้ร่มก้ามปูใหญ่รอจนการถ่ายทำฉากนั้นเสร็จสิ้นลง
ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยความราบรื่น จะมีผิดปกติอยู่บ้างก็ตรงนทีดลซึ่งทำตัวคล้ายไม่ติดใจสงสัยอะไรเลยตั้งแต่ต้น กลับมองตามร่างบางของดาราดังอย่างครุ่นคิด ‘ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจเขาเมื่อครู่ มันคืออะไร จะว่าเป็นความวูบวาบยามได้เห็นสาวสวยก็ไม่น่าจะใช่ เพราะวูบแรกที่สบตากัน เขาก็รู้โดยทันทีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ ไม่ธรรมดา ’
รุ่มในใจฮ้อน อาวรณ์บ่หาย เหมือนปะอี่นาย ภายในหอห้อง
แม่นแล้วก่าหา กะหลาคู่ถ้อง ได้อยู่คู่ครอง ชาติแล้ว
หน้าคิ้วผิวนาง แอวบางฮ่างแคล้ว แม่จี๋ดอกแก้ว เหมือนเคย
ปี้อ้ายใคร่รู้ อู้จ๋าเฉลย แม่สีปูเลย เหมือนเคยอู้ถ้อง
----------------------------
ผ้าเช็ดตัวหนานุ่มเลื่อนไปตามเรือนร่างได้สัดส่วนอันมีหยดน้ำเกาะพราว ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้ผ้าเช็ดตัวผืนใหม่พันตัวเดินกลับไปยังห้องนอนหรูซึ่งผู้จัดการส่วนตัวผู้เป็นญาติผู้พี่จัดเตรียมเอาไว้ให้
เรียวปากบางแย้มยิ้มน้อยๆเมื่อมองเห็นดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ปักอยู่เหนือแจกันทรงสูงซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เล็กๆข้างผนังกระจกใสที่บัดนี้ปิดผ้าม่านเอาไว้อย่างมิดชิด
ร่างระหงเดินมานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ยกมือขึ้นบรรจงหวีผมยาวสลวยดัดปลายน้อยๆของตนอย่างเบามือ พร้อมกับมองเลยไปยังฉากหลังอันเป็นภาพเตียงสี่เสาและมีมุ้งสีขาวสะอาดประดับอยู่ทั้งสี่มุม ที่คิดว่าเป็นการประดับเอาไว้นั้นเพราะดาราสาวคงไม่มีโอกาสได้ใช้มัน เนื่องจากไม่เคยชินกับการนอนในมุ้งมาก่อน
นิ้วเรียวแตะโลชั่นแล้วจึงชโลมลงบนผิวหน้าเบาๆ ในใจคิดเวียนวนเรื่อยเปื่อยแต่แล้วกลับวกมาหานทีดลอย่างช่วยไม่ได้
นี่เธอชอบเขาอย่างนั้นหรือ
บ้าไปแล้วเอื้องลดา ปีนี้เธอก็อายุย่าง 25 ปีแล้วนะ ไม่ใช่สาว 14 ขวบจะได้ตกหลุมรักหนุ่มได้ง่ายๆแบบนั้นน่ะ เฮ้อ! รู้ไปถึงไหนก็คงอายไปถึงนั่น มีอย่างหรือ ครองตัวเป็นสาวโสดไร้รักมาได้ตั้งหลายปี แต่กลับต้องมาตกม้าตายเอาตอนอายุ 25 ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ๆ
เอ...หรือจะเป็นเพราะอาถรรพ์เบญจเพศกันนะ ใครๆเขาก็มักจะบอกว่า คนในวัยนี้มักจะชีวิตแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงไปในทางร้ายมากกว่าดี
ร้ายหรือ...ความรักไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนี่นา อีกใจคิดแย้ง
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังก้อง หญิงสาวจึงลุกพรวดขึ้น เดินไปใกล้ๆประตู ตะโกนถาม “ใครคะ”
“เอื้อง พี่นัทเอง” เสียงด้านนอกตอบมาฉาดฉาน
“พี่นัทรอเอื้องแต่งตัวแป๊บนึงนะคะ”พูดจบหญิงสาวก็รีบหมุนตัวไปปลดชุดเดรสสีม่วงอ่อนที่แขวนเตรียมไว้มาสวมก่อนจะเดินกลับไปยังจุดเดิมเพื่อเปิดประตูอีกครั้ง
“เชิญค่ะ คุณนาย ไหนบอกว่าจะออกไปธุระไงคะ แล้วทำไมเปลี่ยนใจมาหาเอื้องได้ล่ะ”
ร่างท้วมของนาถนรีนั่งแหมะลงบนโซฟาสีเลือดนกแล้วจึงเอียงหน้ามองคนถาม “ยังไม่ได้ออกไปเลยน่ะสิ รอให้เพื่อนขับรถมารับก่อน เพราะพี่จะทิ้งรถไว้ให้เอื้องใช้ จะได้สะดวกเวลาอยากไปโน่นมานี่”
น้องสาวยกมือขึ้นไหว้ ดวงตาทอดมองผู้เป็นพี่ด้วยความซาบซึ้งใจ
เส้นทางการเป็นดาราของเธอมีนาถนรีร่วมทางมาตั้งแต่ต้น จึงเรียกได้ว่าเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันเลยทีเดียว
นับตั้งแต่มีแมวมองมาทาบทามเอื้องลดาให้เข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อสิบปีที่แล้ว เธอก็ถูกทัดทานจากบิดามารดามาตลอดโดยท่านอ้างว่ากลัวลูกสาวคนเดียวจะเสียการเรียน แต่ลึกลงไปกว่านั้นท่านทั้งสองเป็นห่วงเรื่องที่วงการบันเทิงเต็มไปด้วยงูเงี้ยวเขี้ยวขอเกรงจะมาฉกกัดลูกสาวของท่าน แต่เมื่อนาถนรีเรียนจบและเอื้องลดาเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาแล้ว ญาติผู้พี่ก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมบิดามารดาของเอื้องลดาซึ่งก็เป็นอาและอาสะใภ้ของตนอีกรอบ ท่านทั้งสองจึงตั้งข้อแม้ว่า จะยอมให้เอื้องลดาเข้าสู่วงการบันเทิงได้ ถ้ามีนาถนรีคอยเป็นผู้ดูแล นับแต่นั้นนาถนารีจึงรับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้น้องสาวมาจนถึงทุกวันนี้ ทั้งๆที่ตนเองก็มีภาระหน้าที่รออยู่มากมาย
“ว่าแต่เรื่องราววันนี้มันเป็นยังไงมายังไง”นาถนรีขยับนั่งตัวตรง ชะโงกหน้าเข้ามาถามเจ้าของห้องซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม
“หมายถึงเรื่องที่เอื้องเห็นเด็กผมจุกนั่นหรือคะ”
“อืม เรื่องนั้นแหละ พี่ว่ามันทะแม่งๆอยู่นา แถมตรงนั้นเป็นเมืองเก่าด้วย อะไรที่เราไม่เคยเห็นก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสักหน่อย เราไปทำอะไรให้เจ้าที่เจ้าทางไม่พอใจหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่นะคะ ตอนบวงสรวงเอื้องก็ไปร่วม แล้ววันนี้เอื้องก็เพิ่งโผล่ไป แทบไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องเข้าฉากแล้ว”
คนฟังพยักหน้าก่อนจะทำตาโต นึกขึ้นได้ว่า “เออ พี่ลืมไปเลย คุณดลเขาเชิญเราไปทานข้าวที่คุ้มเวียงพิงค์เย็นนี้ด้วยกันน่ะจ้ะ”
คนถูกเชิญฉงน “เลี้ยงทีมงานด้วย หรือมีแต่เอื้องคนเดียวคะพี่นัท”
นาถนรีอมยิ้ม มองหน้าน้องสาวตรงๆก่อนตอบ “เลี้ยงเอื้องคนเดียวจ้ะ ตอนแรกเขาเชิญพี่ด้วย แต่พี่ดันมีนัดเสียก่อน”
“งั้นเอื้องไม่ไปดีกว่า”
“เอ๊า!” คนเป็นพี่ทำเสียงสูงปรี๊ด “ทำไมล่ะจ๊ะ ใครๆเขาก็อยากใกล้ชิดคุณดลกันทั้งนั้นนะ แหม...ก็ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งตระกูลดี ใครจะยอมให้หลุดมือไปได้ล่ะ”
เอื้องลดาส่ายหน้า “เอื้องมาทำงาน ไม่ได้มาหาสามีนะคะพี่นัท”
ที่สำคัญเธอก็ไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเขามากนักหรอก ความรู้สึกประหลาดบ้าบอเมื่อกลางวันทำให้ดาราสาวตั้งใจว่าจะพยายามเลี่ยงให้ห่างจากเขา เนื่องจากเคยได้ยินข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า หนุ่มเชื้อเจ้าคนนี้เจ้าชู้นัก
นาถนรีได้ฟังกลับยักไหล่ มองหน้าน้องสาวตรงๆ “มนุษย์เรายังไงก็ต้องมีคู่นะจ๊ะน้องเอื้อง ถ้าเรามีโอกาสดีๆทำไมไม่ลองดูล่ะ อีกอย่างพี่ก็มั่นใจว่าเอื้องมีภูมิคุ้มกันเรื่องผู้ชายสูง ถึงได้ไม่มีแฟนกับเขาสักทีไง”
คนฟังอมยิ้มน้อยๆมองเห็นลักยิ้มข้างแก้มรำไร เก๋ไก๋นัก “คุณพ่อคิดผิดนะคะเนี่ยที่ให้พี่นัทมาดูแลเอื้อง ที่ไหนได้ยุให้น้องอ่อยผู้ชายซะงั้นแหละ”
คนถูกว่าทำตาโต “โอ๊ย อคติจริงๆเลย พี่บอกว่าให้โอกาสตัวเองบ้าง เวลาเขาเสนอมา เราก็น่าจะลองพิจารณาดูสักตั้ง พี่รู้จักคุณดลมานาน เขาเป็นคนดีมากเลยนะ ขอบอก”
“แสดงว่าที่เขาลือๆกันว่าคุณดลของพี่นัทเจ้าชู้มากนี่ก็ไม่ใช่เรื่องจริงสิคะ”ดาราสาวดักคอ ทว่าคนฟังกลับพยักหน้ารับด้วยความมั่นอกมั่นใจ “ย่ะ เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง เขามีข่าวกับผู้หญิงเยอะ เพราะผู้หญิงพวกนั้นพยายามเข้ามาใกล้ชิดเขา แต่พี่ไม่เคยเห็นเขาจะเกินเลยกับผู้หญิงคนไหนเลยนะ”
“ถึงอย่างงั้นก็เถอะ วันนี้เอื้องไม่ว่างค่ะ”
“นัดกับใคร”อีกฝ่ายมีท่าทีสนใจขึ้นมาอีก
“ก็คุณนัยไงคะ”
นาถนรีย่นคิ้ว “คุณนัยผู้จัดการรีสอร์ตน่ะเหรอ”
“ใช่ค่ะ มีอยู่นัยเดียวแหละ”
“นัดกันไปไหน”
“ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกค่ะ นัดกันที่ห้องอาหารของรีสอร์ตนี่แหละ พอดีเอื้องมีเรื่องจะรบกวนคุณนัยนิดหน่อย”
คนฟังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกรอบ พลางบ่นพึมพำ “สงสัยจะเกิดศึกชิงนางขึ้นแล้วมั้งลูกพี่ลูกน้องคู่นี้”
เอื้องลดาได้ฟังจึงแกล้งถอนหายใจแรงๆเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยินถนัดถนี่ “คิดแต่เรื่องชู้สาวนะคะพี่นัท เอื้องอาจจะมีธุระอื่นโดยไม่มีเรื่องรักๆใคร่ๆมาเจือปนก็ได้”
นาถนรีทำปากยื่น “ขอให้มันจริงเถอะ เอาล่ะ เดี๋ยวจะถึงเวลานัดของพี่แล้ว ดูแลตัวเองด้วยล่ะแม่คุณ เดี๋ยวสักสี่ทุ่มพี่จะแวะมาหาอีกรอบ”
“ขอให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนะคะ”ดาราสาวอวยพรทิ้งท้ายก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อเดินไปส่งผู้จัดการส่วนตัวจอมเจ้ากี้เจ้าการของตน

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ม.ค. 2557, 11:00:30 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 ม.ค. 2557, 11:00:30 น.
จำนวนการเข้าชม : 1635
<< ไออดีต | วาระแห่งกรรม >> |

ดังปัณณ์ 11 ม.ค. 2557, 12:29:32 น.
อุ้ยตาย คุณดลมีแฟนคลับแก้ข่าวให้ด้วย อุอิ เอาแล้วไหมล่ะ คะแนนคุณดลท่าจะพุ่งชิมิหนูเอื้อง (แหม น้องหนูสองตนนั่นเคยเป็นลูกคุณดลกับหนูเอื้องก็ดิสิค้าพี่ฟ้า เบบี๋มาตามหาป่าป๊ากะหม่าม้า เพราะอยากมาเกิด อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย ไปแล้ว จิ้นไปหนายยยยยยยยยยยย>//////<)
อุ้ยตาย คุณดลมีแฟนคลับแก้ข่าวให้ด้วย อุอิ เอาแล้วไหมล่ะ คะแนนคุณดลท่าจะพุ่งชิมิหนูเอื้อง (แหม น้องหนูสองตนนั่นเคยเป็นลูกคุณดลกับหนูเอื้องก็ดิสิค้าพี่ฟ้า เบบี๋มาตามหาป่าป๊ากะหม่าม้า เพราะอยากมาเกิด อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย ไปแล้ว จิ้นไปหนายยยยยยยยยยยย>//////<)

ผู้หญิงเลือดเย็น 11 ม.ค. 2557, 14:12:05 น.
ไม่เคยเป็น แต่สักวันจะเป็น แล้วแต่คนอ่าน งงปะ ๕๕๕
ไม่เคยเป็น แต่สักวันจะเป็น แล้วแต่คนอ่าน งงปะ ๕๕๕

nasa 11 ม.ค. 2557, 22:19:48 น.
ตาคุณนัยคงจะไม่ได้มาเป็นตัวร้ายหรอกนะ เค้าตามหากันมาข้ามชาติแล้ว
ตาคุณนัยคงจะไม่ได้มาเป็นตัวร้ายหรอกนะ เค้าตามหากันมาข้ามชาติแล้ว

ผู้หญิงเลือดเย็น 11 ม.ค. 2557, 22:25:16 น.
นัยไม่ใช่ตัวร้ายค่ะ เขาเป็นคนดี อิอิ
นัยไม่ใช่ตัวร้ายค่ะ เขาเป็นคนดี อิอิ

เบญจามินทร์ 12 ม.ค. 2557, 11:59:10 น.
นึกภาพเป็นตัวเองว่า ถ้าอยู่ๆ เห็นเด็กมามายืนยิ้มให้ แล้วคนอื่นมองไม่เห็น พี่คงกรี๊ดลั่น 5555
นึกภาพเป็นตัวเองว่า ถ้าอยู่ๆ เห็นเด็กมามายืนยิ้มให้ แล้วคนอื่นมองไม่เห็น พี่คงกรี๊ดลั่น 5555

ผู้หญิงเลือดเย็น 12 ม.ค. 2557, 13:34:57 น.
มุมของฟ้าเนี่ย เมื่อก่อนฟ้าจะไม่คิดว่าผีนะพี่ แต่ถ้าเดี๋ยวนี้เจอปีบ่อย ชินละ ๕๕๕
มุมของฟ้าเนี่ย เมื่อก่อนฟ้าจะไม่คิดว่าผีนะพี่ แต่ถ้าเดี๋ยวนี้เจอปีบ่อย ชินละ ๕๕๕

วิรัตต์ยา 12 ม.ค. 2557, 16:20:32 น.
จุ๊บๆ
จุ๊บๆ

ผู้หญิงเลือดเย็น 12 ม.ค. 2557, 22:06:31 น.
เค้างงง เวลาตอบคอมเมนท์ต้องไปบทใหม่ใช่มั้ยคะ
เค้างงง เวลาตอบคอมเมนท์ต้องไปบทใหม่ใช่มั้ยคะ


ผู้หญิงเลือดเย็น 15 ม.ค. 2557, 22:38:00 น.
อ๋อ ค่ะพี่ เดี๋ยวลองดู
อ๋อ ค่ะพี่ เดี๋ยวลองดู