บ่วงเล่ห์...ร้อยรัก
เมื่อบ่วงแสนเศร้า และแสนร้ายกัดกินหัวใจของทั้งคู่ให้ระทมทุกข์ ชายหนุ่มติดอยู่ในบ่วงรักหญิงแก่หม้ายที่ตายจากไปนานแสนนาน กับหญิงสาวติดอยู่ในบ่วงแค้นของคนรักที่ต้องเสียชีวิตไป ด้วยฝีมือจากเจ้านายของผู้ชายคนนี้

มนัสวิน หนุ่มมาดทะเล้นร้อนดั่งทะเลไฟ หญิงใดยอมให้เขาบำเรอต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้อนแรง รัญจวน สะท้านถึงทรวงมากแค่ไหน แต่แล้วหัวใจกลับนิ่งตายสนิทไร้รัก เพราะเขาทิ้งหัวใจไปกับหญิงหม้ายที่สิ้นชีวาด้วยโรคร้าย ชายหนุ่มจึงต้องตกอยู่ในบ่วงแห่งความสิ้นหวังความรัก และไม่มีหญิงใดมาเยี่ยวรักษาหัวใจให้หายขาด



ศิรินทร์ แม่เสือสาวจอมเจ้าเล่ห์ ผู้ลึกลับ หญิงสาวผู้แสนเย็นชา แต่หัวใจกลับไม่นิ่งเฉย เมื่อมันร้อนไปด้วยไฟแค้น เป็นบ่วงแค้นที่ต้องสะสางให้คนที่เธอรักทั้งชีวิต แม้ชื่อเธออาจจะไม่ใช่ชื่อจริงก็ตาม แต่สามารถกระตุกหัวใจของเจ้าเสือทะเลไฟอย่างนายมนัสวิน จอมเขมือบผู้หญิงเป็นอาหาร ยอมศิโรราบ

เมื่อทั้งสองมาพบกันท่ามกลางบ่วงร้ายคนละดวงใจ ชายหนุ่มต้องเข้ามาขัดขวาง บ่วงแค้นของเธอ พร้อมเผลอซึมซับ จนละลายบ่วงแห่งหัวใจ ก่อเกิดเป็นบ่วงเล่ห์ที่ร้อยรัก เข้าด้วยกันอย่างไม่ทันรู้สึกตัว



บ่วงเล่ห์...ร้อยรัก

“ผมไม่ได้จะเอาคุณมาเป็นแม่เสียหน่อย แต่จะเอาคุณมาเป็นเมียต่างหากล่ะ” หนุ่มจอมทะเล้นตอบอย่างระร่านหัวใจ ดวงใจน้อยของหญิงสาวที่แทนตนเองว่าอายุราวรุ่นแม่แล้ว เธอรู้ว่าเขาอ่อนกว่าเธอหลายปีอยู่หรอกนะ ทำไมถึงทำให้หัวใจของเธอที่ร้อนด้วยไฟแค้นหวั่นไหวได้ขนาดนี้ แม้เธอจะอยู่ในสภาพด้วยวัยสี่สิบห้าปีก็ตาม จู่ๆ ผู้จัดการรีสอร์ทคนใหม่แห่งรายาทิพย์จะมา พิพากษาหญิงวัยแก่อย่างเธอแบบนี้ได้อย่างไงกัน แค่เขาจับได้ว่าเธอปลอมตัวมานี่นะ

“เด็กบ้า ใครจะยอมเป็นเมียนายกันห๊ะ ปล่อยนะ!” ศิรินทร์ตะคอกกลับเสียงระรัว แถมเขายังไม่คิดจะยอมลุกออกจากเรือนร่างของเธอง่ายๆ มือไม้จอมทะเล้นก็นัวเนียเป็นพัลวัน

“ผมไม่ใช่เด็กนะ เราต่างก็ พากันเลยวัยเด็กมาแล้ว ตอนนี้เป็น...ชายหนุ่มกับสาวแก่ต่างหากล่ะ” คำพูดปนอารมณ์ร้อนชั่ววูบหวั่นไหวของมนัสวิน มันทำให้เขาอยากจะลิ้มลองเรือนร่างสาวแก่สะพรั่งคนนี้เสียจริงๆ ให้ตายเถอะ

“เป็นผู้หญิงของผมเถอะ โทษจะเบาลงนะ เจ๊รินทร์”




Tags: ซึ้งกินใจ,บ่วงรัก,บ่วงเล่ห์...ร้อยรัก,เศร้าๆ,หวานละมุน

ตอน: บทที่ 4 ดวงใจที่ห้อยบ่วง...

บทที่ 4 ดวงใจที่ห้อยบ่วง...

ท้องนภาของวันใหม่นั้น มีสภาพสลัวๆ ครึ้มๆ ชวนให้ไม่น่าออกเดินทางไปหนแห่งใดนัก แต่ทว่าเธอกลับต้องการไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เนื่องจากเธอ รอ...อยู่อย่างนิ่งเฉย ไม่ไหวแล้ว มันเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็มๆ ที่นายมนัสวินท์ไม่ยอมเข้ามาเหยียบ “รายาทิพย์ รีสอร์ท”

ศิรินทร์ตัวปลอมอย่างเธอ ต้องบุกมาเยือนถึงถิ่นของเขาด้วยตนเอง เพราะเธอพยายามหาข้อมูลของ ผู้ชายคนนั้น ทุกวิถีทางหมดแล้ว และคำตอบที่ได้กลับมา ก็คือ นายมนัสวินท์เป็นเพียงเคนเดียวที่ล่วงรู้ว่า ผู้ชายคนนั้น อยู่ที่ไหน

“ดิฉัน เป็นพนักงานฝ่ายบุคคล จาก รายาทิพย์ รีสอร์ทค่ะ ขอพบคุณมนัสวินท์ค่ะ” ศิรินทร์ เอ่ยแจ้งพร้อมยื่นนามบัตรให้พนักงานสาวรีเซฟชั่น โรงแรมสุดหรูริมหาดสะอาดนวลตาอันงดงาม วรธิกาจญ์ บีช โฮเทล

“อยู่ฝั่งซ้ายค่ะ เดินไปทางนั้นนะคะ คุณป้า” พนักงานสาวรีเซฟชั่น บอกทางไปยังห้องของผู้จัดการแผนกทั่วไปหรือหนุ่มเจ้าสำราญ และเป็นผู้ถือหุ้นส่วนของที่นี่อีกคนด้วย

ศิรินทร์ยิ้มให้และเอ่ยขอบคุณเบาๆ เพราะพนักงานสาวดังกล่าวให้เธอเข้าพบผู้จัดการหนุ่มเจ้าสำราญอย่างง่ายดายนัก...เขาคงเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ แสนสวยและพวกสาวหุ่นอกระเบิดเสียมากกว่าละมั้ง ส่วนผู้หญิงแก่ๆ สวมแว่นตาหนาเตอะ คงไม่ได้อยู่ในสายตาอันเคลือบแครงบรรดาสาวๆ ของนายมนัสวินเข้าหรอก...และแล้วทางมันก็สะดวกดีนี่นา ศิรินทร์ยิ้มยะเยือก ก่อนจะเห็นป้ายชื่อห้องทำงาน นายมนัสวินท์ เธอเอามือเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง

“เข้ามาได้ครับ” และเจ้าของห้องทำงานดังกล่าวก็อนุญาตแล้ว เพียงแค่มีคนผลักประตูเข้ามา สิ่งแรกที่มนัสวินท์สบตามองเห็น เขานึกว่าเป็นนายรีชภวัฒน์ ผู้จัดการแผนกสมุห์บัญชี หรือเพื่อนชายหนุ่มแว่นหน้าตี๋มาหาเสียอีก เพราะมีเรื่องวุ่นๆ ให้รีบสะสางด้วยกัน



“เจ๊รินทร์!” เขาตกใจ เมื่ออยู่ๆ หญิงวัยใหญ่บุกมาหาถึงโรงแรมเครือยักษ์ที่เขาทำงานอยู่ แน่นอนถึงห้องทำงานส่วนตัวของเขาเชียวล่ะ น้อยนักที่เขาจะพาผู้หญิงภายนอกเข้าออกห้องทำงานนี้

“ใช่”

“มาได้อย่างไงเนี้ย” มนัสวินท์เอ่ยถามลอยๆ เขาตั้งรับการปรากฏตัวของเธอไม่ทัน และทำอะไรไม่ถูก

“ถามแปลก ฉันก็ขับรถมาสิ” เป็นคำบอกที่ตรงไปตรงมามากนะแม่สาววัยใหญ่ มนัสวินท์ถึงกับทำเสียงรำพึงในลำคอเบาๆ

“ผมรู้ครับ งั้นผมพูดใหม่แล้วกันนะ เจ๊มาทำไม หรือว่าคิดถึงผม จนทนไม่ไหว ช่วงนี้ผมไม่ค่อยแวะเข้ารีสอร์ท รายาทิพย์เสียด้วยสิ”

“ใช่ ฉันคิดถึงจนใจขาดเลยแหละ” ปากกาเขียนเอกสารในมือชายหนุ่มแทบหลุดร่วงตกพื้นห้องทำงาน กับคำตอบของเธอ

“ผมอยากจะกรีดร้องลั่นห้องจริงๆ เจ๊คิดถึงผมหรือคร้าบ” มนัสวินแทบลุกขึ้น แล้วเดินดิ่งมาหาหญิงสาว แก่มากกว่าเขาแค่สิบปีเองละมั้ง พร้อมอ้าแขนแกร่งออก เตรียมถลากอดหญิงสาววัยใหญ่ด้วย

“คิดถึง เพราะอยากฆ่านายทิ้งต่างหากเล่า!” ศิรินทร์ก็ปกป้องตัวเองเอาไว้ทันเช่นกัน ด้วยการคว้าปืนกระบอกสั้นขึ้นมาอย่างฉับไว

“เล่นแรงนะ เจ๊” มนัสวินถึงกับยืนกางแขนแกร่ง ค้างไว้ในอากาศ กับความใจเด็ดและความกล้าของหญิงสาววัยใหญ่ นี่แหละที่เขาถึงเกือบจะตั้งตัวรับไม่ทัน เพราะศิรินทร์ไม่ได้มามือเปล่าแน่ๆ เพราะความเลวของเขามันมีเยอะ...เหลือเกิน

“ไม่แรงหรอก แค่นี้มันยังน้อยไป สำหรับคนชั่วๆ อย่างนาย” ศิรินทร์แค่ถือปืนขึ้นมาขู่ เท่านั้นแหละ ใครจะกล้ายิงง่ายๆ กันล่ะ

“แหมๆ ผมรู้คร้าบ ว่าผมมันชั่วถึงขั้นไหน” ขอรับมุขฝ่ายหญิงหน่อยเถอะ เธอทำให้เขาหัวใจจะวาย ตกไปอยู่ตาตุ่ม รอบนี้เล่นถือปืนผา หน้าไม้มาจัดการเอง ไม่ต้องพึ่งพาตำรวจเหมือนครั้งก่อนโน้น...ใบหน้าของศิรินทร์กลับนิ่งเฉยไม่ได้ตอบอะไร สมควรกับคำว่าเย็นชาหรือว่าเธอแกล้งทำเป็นหูทวนลมกันนะ

“โอเค ผมไม่กอดก็ได้ เก็บปืนจิ๋วๆ ของเจ๊ไปเถอะนะ” สุดท้ายมนัสวินท์ก็ยอมถอยออกห่างๆ ถ้าเขาก้าวเข้าไปกอดเธออย่างจริงๆ มีหวังถูกเหนี่ยวไกปืนใส่ไส้แตกแน่ๆ

ศิรินทร์จึงเก็บเจ้าปืนกระบอกเล็กๆ เข้าใส่กระเป๋าสะพายเรียบร้อย เมื่อชายหนุ่มจอมทะเล้นก้าวเท้าถอยหลังออกห่างไปไกลๆ เกือบเมตรโน้นแล้ว

“ตกลง เจ๊วิ่งแจ้นมาหาผมเพราะเรื่องอะไรครับ หรือว่า ที่รีสอร์ท รายาทิพย์ กำลังเจ๊ง” มนัสวินท์มักพูดให้ตนเองมีความสำคัญอยู่เรื่อยๆ เฉพาะกับเธอเท่านั้นนะ

“ที่รีสอร์ท ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ...ค่ะ” ศิรินทร์ตอบอย่างกัดฟันแน่น เพราะคำพูดอันกวนๆ ของเขา

“ฟู่ รอดไป ผมยังไม่ได้ทุนคืนเลยนะ ถ้ามันเจ๊งขึ้นมา ผมขาดทุนย่อยยับแน่ๆ” และมนัสวินท์ก็ต้องเป็นห่วงเงินลงทุนของนายใหญ่ภีระตินณ์ด้วย ถ้าเขาทำมันเจ๊ง กับไอ้รีสอร์ทที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อ มีหวังนายใหญ่ภีระตินณ์ด่าจนหูชาแน่ๆ

“ในหัวของนาย มันคงมีแต่เรื่องธุรกิจและเงินสกปรก มันคงไม่มีจิตใจดีงามหรอกมั้ง” หญิงสาวได้โอกาสโต้งกลับไม่ยั้ง

“หึๆ ผมเป็นนักธุรกิจนะครับ การเห็นใจผู้อื่นๆ ก่อน ย่อมเสียผลประโยชน์ไปอย่างแน่นอน”

“แถมนายยังทำตัว ปกป้องแต่คนชั่วๆ” มนัสวินชักเริ่มโมโหขึ้นมาแล้วสิ เพราะมาถึงเธอก็เอาต่อว่าเขา...เกี่ยวกับเรื่องชั่วๆ หลายครั้งด้วย

“หึๆ เจ๊ กำลังอยากให้ผม พูดอะไรหรือเปล่าครับ การที่เจ๊ติดตามพฤติกรรมของผม มันไม่ใช่เพราะพิศวาสผมหรอกนะ ผมรู้...และเจ๊มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ช่วยบอกผมได้ไหม บางทีผมอาจจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เลย” ตลอดสามสี่เดือนที่ผ่านมา ไม่สิตั้งแต่เขาเข้าไปเทคโอเวอร์ รีสอร์ท รายาทิพย์ ผู้หญิงคนนี้ก็แอบตามเขาไม่เว้นวันว่าง...ตอนแรกนึกว่าหลงพิศวาสหนุ่มรูปหล่อเจ้าเสน่ห์แบบเขาเสียอีก พอชวนไปร่วมนอนหลับสบายๆ ด้วยกันสักคืนสองคืน สิ่งที่เขาได้กลับมา คือ ลูกเตะผ่าหมากเจ้ากล่องน้องชาย... มนัสวิน ต้องจดจำแทบไม่มีวันลืมเชียวแหละ

“ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อมนะ วันนี้ที่มาหานาย ก็แค่ต้องการอยากรู้ว่า ผู้ชายคนนั้น ที่นายรับใช้อยู่ เขาอยู่ที่ไหน...” ศิรินทร์ เริ่มเปิดเผยตัวตนง่ายๆ...เพราะสี่เดือนที่ผ่านมันไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย เธอสะสมความปรารถนาแห่งทุกข์เอาไว้นานเกินไปแล้ว เธอต้องการปิดบัญชีแค้นโดยเร็วที่สุด...ยิ่งปล่อยให้ไอ้ผู้ชายคนนั้นลอยนวล... พี่รินทร์ของเธอก็ยิ่งเจ็บปวด...

“หือ! คนที่ผมรับใช้ เอ...มีหลายคนด้วยสิ ผมจำไม่ได้อ่ะ แต่ละคนจ่ายเงินให้ผมหนักๆ ด้วยทั้งนั้น” มนัสวินท์ทำท่าทางคิดอย่างหนัก กิตติมศักดิ์ลือชื่อของการเป็นนกหลายหัว ทำให้เขาแทบจำไม่ได้เลยว่า...เคยทำงานให้ใครบ้าง

“รายาทิพย์...นายซื้อรีสอร์ทนี้ มาจากใคร!” ดวงตาของมนัสวินท์เบิกกว้าง...เขากำลังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ...อีกไม่นานเขาจะได้รู้แล้ว...ว่าหญิงสาววัยใหญ่ผู้นี้ กำลังตามหาใคร!

“ศิรินทร์ รายาทิพย์” มนัสวินท์ตอบออกไปโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แม้ว่าชื่อของเจ้าของรีสอร์ทคนก่อนนั้น จะคล้ายกับ ผู้หญิงที่ชื่อศิรินทร์ วังภูเมือง ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ณ ตอนนี้ก็ตาม

“ไม่ใช่...เจ้าของคนก่อน ได้ยกมันให้กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่จะต้องได้เข้ามาเป็นผู้ดูแลรายาทิพย์ รีสอร์ททั้งชีวิต!” ในใจของเธอกำลังโกรธดาลเดือด

“พูดเหมือนเจ๊ รู้จักพวกเขาเป็นอย่างดีอย่างงั้นแหละ” มนัสวินท์พยายามค้นหาข้อมูล จากเธอ...ว่าเธอนั้นไปเกี่ยวข้องอะไรกับรายาทิพย์ รีสอร์ท กันล่ะ

“หึๆ แค่นายบอก...ที่อยู่ของไอ้ผู้ชายคนนั้นมา ฉันก็จะไม่มาตามวุ่นวาย ชีวิตอันเสพสุขของนายอีกต่อไป” และดูเหมือนว่าเธอจะล่วงรู้ทัน ความคิดของมนัสวินท์ เขาคงจะให้เธอเอ่ยอะไรเกี่ยวกับรายาทิพย์ให้มากกว่านี้สินะ เดี๋ยวเธอจัดให้แน่นอน

“ถ้าเจ๊ ได้เจอผู้ชายคนนั้นแล้ว เจ๊จะทำอะไร” มนัสวินท์ ยังคงอยากรู้อยู่ เขาไม่ต้องการให้เธอมาเป็นฝ่ายกดดันเขา...เขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายกดดันเธอสิ

“คนเลวๆ แบบนาย กำลังเป็นห่วงคนสารเลวด้วยกันหรือไง” เจอคำตอบโต้งกลับ มนัสวินท์แทบอึ้งจุกคอไปเลย เธอจับความรู้สึกของเขาออกด้วยหรือไง

“ถ้าผมบอกว่า ใช่ เจ๊จะทำอะไรผมได้บ้างล่ะ” เธอกดดันมา เขาก็เล่นแหย่กลับด้วยเช่นกัน มีผลทำให้ศิรินทร์ตัวปลอม โกรธจนตัวสั่น

“ฉันก็จะฆ่านายเป็นคนแรก แล้วก็ค่อยไปจัดการกับไอ้เลวคนนั้น นั่นซี!” และคว้าปืนมาจ้อหัวนายมนัสวินท์ อีกครั้ง มือเธอสั่นมาก...

“ว้ายๆ โหดจังเลย” ชายหนุ่มกลับไม่เกรงกลัว...ไอ้ปืนจิ๋วๆ ของเธอหรอก

“ฉันจะฆ่านาย!”

“ใจเย็นๆ นา เจ๊รินทร์ เก็บปืนลงเถอะนะ...มันอันตราย” ดวงตาของมนัสวินท์ แทบกระตุกตื่นๆ เพราะ ผู้หญิงคนนี้กำลังคิดจะเหนี่ยวไกปืนจริงๆ ขึ้นมา ด้วยดวงตาที่มีแรงแค้น...

“พวกเลวๆ แบบนายมันอันตรายยิ่งกว่าสัตว์เสียอีก อยู่ไปก็รกโลกเปล่าๆ” เธอโกรธจนไม่รู้สาเหตุอันใดครอบงำ กับไอ้คำพูดยึดเยื้อระยะเวลายาวๆ ของมนัสวิน

“ช่วยตอบผมหน่อย เพราะอะไร เจ๊ถึงอยากเจอ...ผู้ชายคนนั้นนักหนา” มนัสวินท์ ขอถ่วงเวลาไว้หน่อยเถอะ...เกิดเธอยิงเปรี้ยงขึ้นมาจริงๆ เขาจะรอดไหมเนี่ย ยังไม่มีเมียเลยนะ ก่อนตายขอมีเมียเป็นตัวเป็นตนหน่อยเถอะ

“หึๆ ถ้าฉันบอกนายว่า ฉัน คือ ศิรินทร์ รายาทิพย์ นายจะเชื่อไหมละ”

อะไรนะ ไม่จริง! เจ๊รินทร์ คือ ผู้หญิงแก่ๆ ที่ไอ้ระยำนั่น มันหลอกเอาเงินมาผลาญทิ้งในบ่อนคาสิโนงั้นเหรอ...มนัสวินท์ตกใจมากกับสิ่งที่เพิ่งจะรู้และอึ้งจนสับสนไปหมด

“ผม...ไม่เชื่อ”

“หึๆ หนุ่มน้อย...ทำไมถึงคิดว่าฉันไม่ใช่เจ้าของรายาทิพย์ คนก่อนล่ะ...ไอ้ผู้ชายคนนั้น มันไม่ได้บอกนายบ้างหรือไง หลังจากที่ได้รีสอร์ทไปแล้ว ผู้หญิงแก่ๆ ที่มันหลอกให้ยกทรัพย์สินให้ เธอจะเป็นอยู่ จะเป็นตาย หรือเป็นประสาทบ้าบอ...อย่างทรมานอยู่ที่ไหน กับการที่ต้องเสียรีสอร์ท ที่เธอสร้างกับมือมาทั้งชีวิต!” ชัดเจนที่สุด เจ๊รินทร์ คือ เจ้าของคนก่อน แห่งรายาทิพย์ แน่นอน และเจ๊ศิรินทร์ หลงรักมันด้วยสินะ มนัสวินท์หลงกัดกรามแน่ เขากำลังโกรธมากเช่นกัน เขาอยากจะคว้าเธอเอามาขย้ำให้แหลกค้างมือนัก

“ผมจะพาคุณ ไปหามัน...” การที่มนัสวินกำลังโกรธเคืองมาก เพราะอะไรกัน หรือเพราะไอ้เลวระยำนั่น ที่มันมักสร้างปัญหาเอาไว้ให้เขา ไปตามแก้เสมอๆ หรือเป็นเพราะเจ๊ศิรินทร์ที่มีความรักให้มันจนหมดตัว เธอคงต้องการพบมันมาก...ด้วยรสของพิษแห่งความรัก มันลืมยากยิ่งกว่าอะไรนัก เขารู้สึกรสชาตินั้นได้เป็นอย่างดี นี่น่ะหรือ คือ เหตุผลอันแท้จริง ที่เจ๊รินทร์พยายามไล่วิ่งตามตอแย และติดตามพฤติกรรมของเขา ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา



ระหว่างเส้นทางไปยังเป้าหมาย...มนัสวินขับรถ โดยความเงียบฉี่ ปล่อยให้คนนั่งข้างๆ หวาดระแวง กับไอ้มาดขรึมๆ ของเขา เพราะทุกที เธอเห็นเขามักจะกระโดดโล้นเต้น...ทำตัวเจ้าสำราญ พูดสัปดนไปทั่วและไม่เดือดร้อนอะไรกับความเลวของตนเอง

“ถึงแล้ว ลงไปสิ อยากเจอมันไม่ใช่เหรอ...”

ศิรินทร์ รีบเปิดประตูรถออกรวดเร็ว และเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่นายมนัสวินพามา เธอไม่สนว่าชายหนุ่มวัยน้อยกว่าจะเดินตามมาหรือไม่ ตอนนี้เธออยากเห็นหน้า ไอ้ผู้ชายที่ฆ่าพี่สาวของเธอก่อน...

“รีบวิ่งแจ้นไปเชียว คงไม่ได้คิดถึงมัน จนใจจะขาดหรอกนะ เจ๊” ดวงตาของมนัสวินทร์ร้อนผ่าวกับผู้หญิงที่เขาเริ่มหลงใหลและสนใจตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่แล้วต้องกลายเป็นผู้หญิงที่เขามักจะแตะต้องไม่ได้...เพราะหัวใจของพวกเธอมีไว้ให้คนอื่น ซึ่งไม่ใช่เขา...เลยแม้แต่เยื่อใยที่ได้รู้จักกัน

เท้าแกร่งก้าวออกจากรถเก๋งคันโปรดของตนเอง และเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน...บ้านที่เขาขยะแขยงมันทุกครั้ง เมื่อได้กลับมา...พักพิง

ศิรินทร์เดินรัดเข้ามายังห้องรับแขก...เธอยอมรับว่าลนลานและไม่ได้คิดหน้า ไม่คิดหลังให้รอบครอบก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป สุดท้ายเธอก็ไม่พบใครเลย...ไอ้บ้ามนัสวินท์ มันหลอกเธอมาบ้านของใครหรือเปล่า...ทำไมถึงได้เงียบอย่างกับป่าช้า หรือไม่ก็เป็นบ้านที่ปล่อยทิ้งเอาไว้อย่างร้างๆ ให้ไร้ความสุขเสียไปตามวันเวลา

“นายหลอกฉัน ไอ้สารเลว!” มนัสวินท์ เดินตามหลังหญิงสาวมาไม่ไกลนัก ถึงกับยิ้มเยาะ ยิ่งหญิงสาววิ่งถลาเข้ามากรอบกำคอเสื้อเชิ้ตตน เขายิ่งสะใจยกใหญ่

“เต้นเร้าจนตัวสั่น เพราะหาผู้ชายสุดแสนรัก ไม่เจอหรือไง เจ๊” เขาพูดประชด...เขาเกลียดอารมณ์แบบนี้ของตนเอง ตอนนี้ชะมัดเลย ให้ตายสิ

เพี้ยะ! ใบหน้าชายหนุ่มชาจนเจ็บจี๊ดๆ เธอเล่นตบหน้าของเขาซะเต็มแรง

“ที่ตบผม เพราะพูดแทงใจดำหรือไง เจ๊รินทร์” มือของศิรินทร์สั่นๆ อย่างปวดชาๆ เธอฟาดเขาโดยขาดความคิด...ไร้สติไต่ตรอง

“เขาอยู่ที่ไหน!” ศิรินทร์ตวาดกลับ...เธอเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ และกำลังไม่เป็นตัวของตนเอง เพราะใบหน้าหล่ออันสะใจของเขา

“หึๆ ไอ้ระยำนั่นมันไม่อยู่หรอก ก็บ้านเงียบอย่างกับป่าช้าแบบนี้”

“แล้วนาย พาฉันมาที่นี่ทำไม...ในเมื่อฉันจะไม่ได้เจอ...เขา” ศิรินทร์ตาโตด้วยความที่กำลังเสียท่า เธอกำลังหลงเล่ห์กลสกปรกๆ ของนายมนัสวินท์อย่างงั้นเหรอ รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อร้ายของมนัสวินท์ ทำให้ศิรินทร์ใจเต้นแรงอย่างกับว่าเป็นลางไม่ดีนัก

“พามาเฉยๆ เพื่อเจ๊อาจจะฟลุ๊ค เจอมันก็ได้” เพียงตอบออกไป เขาก็แสยะยิ้มอย่างสะใจ เพราะหญิงสาวไม่ได้เจอไอ้ตาแก่ที่รัก

“นาย เป็นอะไรกับผู้ชายคนนั้น”

“หึๆ ถ้าผมบอกว่า...ไอ้ระยำนั่นเป็นพ่อผมล่ะ” ก็พ่อทูนหัวแสนเลวทรามคนหนึ่งไงล่ะ

“ชั่ว! พ่อก็ชั่วช้า ลูกชายมันก็เลวระยำยิ่งกว่า!” ศิรินทร์เดือดเป็นไฟสุ่มอก มิน่าทำไมมนัสวินถึงได้อยากปกป้องประคับประคองไอ้ผู้ชายคนนั้นเอาไว้นักหนา ที่แท้ก็พ่อลูกแสนสารเลวคู่หนึ่งนี่เอง

“ผมชั่วอย่างไง” เขาอ้าแขนออก เหมือนกับจะยอมรับเต็มๆ ว่าตัวตนของตนเองนั้นเป็นคนเช่นไร ปล่อยให้ศิรินทร์กรอบกำคอเสื้อชายหนุ่มจอมเลวจนไม่ให้หายใจ ในเมื่อพ่อไม่อยู่ให้เห็นตัว ก็ขอเล่นงานลูกชายมันนั่นแหละ เพื่อมันจะได้ความทรมานเหมือนพี่สาวของเธอบ้าง

“งั้น...เชิญตายไปก่อนพ่อของนายแล้วกัน” ศิรินทร์คิดจะคว้าผืนคู่ใจกระบอกสั้นขึ้นมา...จัดการกับไอ้ลูกชายของคนชั่วที่ทำร้ายพี่สาวของเธอให้ตาย หมดลมหายใจอย่างทรมาน...แขนแกร่งทั้งสองข้างที่อ้าค้างในอากาศก็เริ่มทำงาน เขารวบเอวคดเล็กหญิงวัยอายุมากกว่าเข้ามาแนบชิด ก่อนทำการปัดไอ้สะเป๋าสะพายของเธอที่มีปืนจิ๋วทิ้งไปให้ไกลๆ บดวงตาคู่เล็กภายใต้แว่นตาหนาเตอะ เบิกกว้างเท่าบ้านได้ก็ย่อยจะดี เพราะกำลังถูกจับกุมเอาไว้นั่นสิ ศิรินทร์ขัดขืนและดิ้นจนสุดกำลังตัวเองให้รวดเร็วและไวที่สุด ความอันตรายมันก้าวเข้าใกล้ตัวเพียงแค่หายใจเดียวเท่านั้นเอง

“ปล่อยนะ ไอ้สารเลวชั่วช้า ใจทรามเหมือนสัตว์เดรัจฉาน...ไอ้...” อยากจะด่าทอให้เขารู้สึกความของตนเอง ทว่าบทความการกระทำของมนัสวินท์ มันยังทำให้เธอแค้นเคืองไม่หาย...จูบที่เธอกำลังถูกสั่งสอน...กับการปรปักษ์และเห็นว่าเขาคือศัตรูชั่วร้ายเป็นมารแห่งสังคม หัวสมองอันชาญฉลาดของเธอคิดหนัก...การจูโจมแบบสายฟ้าฟาดตัดขั้วหัวใจ ทำให้ได้รับจากริมฝีปากบวมแดงเจ่ออย่างเจ็บแสบๆ

“อร่อยดีแฮะ” มนัสวินว่าขึ้นหลังสั่งสอนหญิงสาววัยอายุมากกว่า ริอาจจะเอาชีวิตเขา...เขาไม่ยอมตายๆ ง่ายๆ หรอก เลือดปริแตกออกมากจากริมฝีปากบางนั้น ทำให้เขาเอาลิ้นเลียชวนชิมอย่างมึนเมา..เขาอยากได้อีก...เขาต้องการมันมากขึ้น...

“อย่านะ...นายกล้า...ทำเรื่องไม่ดีไม่งามกับผู้หญิงของพ่อตัวงั้นเหรอ” เธอเริ่มอ้างสิทธิ์ อารมณ์ของเขาขาดผึ่งกับสิ่งได้ยินเต็มสองรูหู...

“ฉะ...ฉัน...เป็นเมียคนใหม่ของพ่อนายนะ นายมนัสวินท์ หรือเรียกว่า แม่เลี้ยงของนาย”

“ห๊ะ อะไรนะ!”

“และฉันที่มีสิทธิ์ที่อยู่หลังนี้ จนกว่าจะพบพ่อของนายอีกครั้ง” สาธุขอให้นายคนนี้เชื่อเถอะ... ศิรินทร์ภาวนา บางทีไอ้ความรักรันทดของพี่สาวของเธออาจจะช่วยเธอพ้นจากแรงเกรี้ยวกราดบ้าคลั่งของผู้ชายคนนี้ ทว่ามันกลับกลายเป็นผลร้าย ทำให้มนัสวินท์ปวดหนึบที่กลางหน้าอกแกร่ง ก่อนจะผลักร่างของแม่เลี้ยงคนใหม่หมาดๆ ออกจากอ้อมกอดเต็มแรง

“ไปพ้นซะ บ้านนี้ไม่ต้องการให้ผู้หญิงร่านหน้าไหนๆ ริอาจจะมายกตนเป็นแม่ของฉัน!” มนัสวินท์พิโรธหนักกว่า เท่าที่เคยจะโกรธเคืองแค้นให้ใคร นอกจากอามาพจน์แล้ว และเธอเป็นคนที่สอง...ซึ่งทำให้เขามีความรู้สึกแบบนี้...

ศิรินทร์ถูกผลักออกจนเสียหลักยืนล้มไปก่อกับพื้นแทบเจ็บระบวม เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งปาก...ทว่าขอให้รอดพ้นจากการข่มเหงก่อน...และเธอจะต้องอยู่ที่บ้านหลังต่อไป...

“ไม่ ฉันจะที่นี่ เพื่อรอ...เขากลับมา...” แต่ว่าไอ้ปากของเธอ ดันเอ่ยให้มนัสวินท์ต้องสาวเท้าเข้าขย้ำแทน...โอ้ไม่นะ...

“อยากอยู่เป็นหมาเฝ้าบ้านให้ก็เชิญ...บอกไว้ก่อน ว่าไอ้ระยำนั่น มันไม่กลับมาง่ายๆ ให้เธอหายคิดถึงหรอก!” มนัสวินท์กัดกรามแน่น สะกดอารมณ์ความโกรธที่มันจะล้นและปะทะใส่กับผู้หญิงตรงหน้า...เขาหมุนตัวหันหลังหนี ถ้าเธออยู่ที่นี่ เขาก็จะเป็นฝ่ายหนีออกไหนเองก็ได้ว่ะ มือหนาคว้าแจกันใหญ่ที่ตั้งไว้ตามมุมบ้าน แค่ปัดมันกระแทกหล่นแตกใส่หน้าของเธอ เพื่ออยากให้เธอหวาดกลัวมากกว่าเดิม หรือจนไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้ได้ยิ่งดี ใครจะไปยินดีกับการได้มีแม่เลี้ยง มันเป็นเรื่องบ้าบอที่สุด!

“กรี๊ดดด” ศิรินทร์ร้องอย่างผวาตื่นตกใจ กับการเกือบถูกทำร้ายใช่หรือไม่ ทว่าเสียงรถยนต์ที่ดังกระหึ่ม ก่อนแล่นอย่างฟ้าร้องคะนองออกไปนั้น...ทำให้ศิรินทร์ลืมตาขึ้นมาได้...นายมนัสวินท์ไปแล้ว...

“รอดตายจนได้นะ ยัยเล็ก” เธอเอ่ยปลอบใจตนเอง ไม่รู้ว่า...คิดถูกหรือผิดอย่างมหันต์ ที่ดันยกฐานะตัวเองให้กลายเป็นแม่เลี้ยงของนายมนัสวินท์...ก็มันคิดไม่ออกนี่หว่า...เธอกลัวโดนปล้ำนี่นา...อนิจจัง

โปรดติดตามตอนต่อไป

บทที่ 5 ร้ายมาก็ร้ายกลับ...



ปล.กว่าจะอัพ ชายหนุ่มคนสุดท้ายแห่งชุด Drama of love ได้

ไรเตอร์ก็หายไปเป็นเดือนๆ อีกแล้ว
นับก่อน...1…2…สามเดือนมั้งๆ แฮะๆ ^.^;

แล้วแวะมาขอแจ้งข่าวว่า นิยายรอยร้าย...แสนรักของพี่รีชกับหนู่วีวี่

ยังคงไร้วี่แววตอบรับ จาก สนพ. ใดๆ ค่ะ T^T

เหอๆ คงต้องรอ...ต่อไปอีกนาน กว่าจะผ่านพิจารณาต้นฉบับ...นะคะ

และมีร้ายกว่าอีก...เมื่อนิยาย ไฟรัก...ซ่อนปรารถนา ยังไม่เป็นเล่มเลย

บ่นไปเรื่อยๆ ขอบคุณที่หลงอ่านนะคะ นักอ่านที่น่ารักทุกท่าน



Aricha
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 ม.ค. 2557, 11:14:26 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 12 ม.ค. 2557, 11:14:26 น.

จำนวนการเข้าชม : 1122





<< บทที่ 3 หัวใจที่เปื้อนทุกข์ระทม   บทที่ 5 ร้ายมาก็ร้ายกลับ... >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account