พันแสงรัก

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บ้านไร่ (ไม่) ไร้รัก 70%

“ทำหน้าอย่างกับไปกินรังแตนที่ไหนมาอย่างนั้นแหละ” คุณสิริรัตน์เอ่ยล้อทันทีเมื่อร่างสูงโปร่ง แต่ดูแข็งแรงด้วยกล้ามเนื้อตึงแน่นจากการทำงานหนักทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ที่ประจำในห้องครัว พร้อมพ่วงพายุลูกใหญ่กับใบหน้าบึ้งตึงกึ่งเบื่อหน่ายมาป่วนบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเช้าที่เลยมาถึงเก้าโมงกว่า

“ยังไม่ได้กินหรอกครับ แต่อีกเดี๋ยวจะได้กินหัวไอ้ส้มกับยายเดือนแน่” พันแสงว่าอย่างหงุดหงิดขณะรับแก้วน้ำเย็นจากมารดา ยกดื่มรวดเดียวจนหมดแล้วยื่นขอเติมใหม่ทั้งที่ไม่ได้กระหายแม้แต่นิด

“อ้าว แล้วน้องมันไปทำอะไรให้ล่ะ”

“ออกไปเที่ยวกับไอ้ส้ม” ชายหนุ่มเดาส่งๆ แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะเกินกรณีนี้

พันแสงไม่เคยคิดไปในทางไม่งามให้เป็นการดูถูกการอบรมเลี้ยงดูของบิดามารดารวมทั้งตัวเขาเอง เอื้อมเดือนแสบก็จริง แต่เขาคร้านจะถือสาเพราะน้องสาวแค่แก่นแก้วตามประสาวัย นอกจากนั้นเขาก็เชื่อใจว่าน้องรู้อะไรผิด อะไรถูก และอยู่ในลู่ทางอันดีแน่นอน

“จะว่าไปแม่ก็ไม่เห็นตั้งแต่เช้า นึกว่าไปเล่นกับเพื่อน”

“ยายนั่นก็เล่นตลอดล่ะ แถมคราวนี้ยังลากคนของผมไปด้วย กลับมาเมื่อไหร่จะไล่ให้ไปล้างรถเลยเจ้าสองคนนั่น”

“วัยกำลังซน ปล่อยๆ ให้น้องเล่นไปก่อนเถอะ แม่เชื่อว่าถึงเวลายายเดือนก็คิดได้เองแหละ” คุณสิริรัตน์พูดด้วยรอยยิ้ม หวังจะให้ลูกชายอารมณ์เย็นลง ทว่าฝ่ายนั้นกลับเอาแต่ซดน้ำอึกๆ เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่คนเดียว

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกแม่ ผมปล่อยตั้งนานแล้วเรื่องจับยายตัวแสบมาทำไร่ไถพรวนน่ะ” ปลายเสียงตวัดห้วนอย่างที่คนฟังทำใจเชื่อยาก โบราณว่าอย่าขวางน้ำที่กำลังเชี่ยว หล่อนจึงกลับไปสนใจจัดสำรับบนโต๊ะต่อ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีที่รอจังหวะอยู่แล้วอย่างรู้กัน

“งั้นแค่เรื่องไอ้ส้มน่ะเรอะ ที่แกหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้” คุณนภถามเอ่ยน้ำเสียงระอา เห็นหน้าบูดเป็นตูดลิงมาแต่ไกลเขาก็พอรู้แล้วล่ะว่าเป็นเรื่องอะไร เดาทางลูกชาย ง่ายเสียยิ่งกว่าปลูกดาวเรือง

“แค่นี้ได้ที่ไหนกันล่ะพ่อ ต้นไม้ในไร่มันโตไม่รอนะ ขืนให้เป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็เสียหายหมดสิ” พันแสงหันไปพูดกับบิดาด้วยอารมณ์ที่ไม่ได้เย็นลงแม้แต่น้อย “เราจ้างมันมาซ่อมรถ ใช่พาเด็กขับรถเล่น”

“พ่อบอกแกหลายครั้งแล้วนะเจ้าพัน ไร่เราไม่ได้อยู่ได้เพราะแก เพราะพ่อ หรือกำไร แต่คือคนพวกนั้น” คุณนภมองออกไปยังแปลงดาวเรืองที่อยู่ใกล้ตัวบ้านใหญ่ที่สุด และคนงานราวสามสิบคนกำลังตัดดอกอย่างขะมักเขม้น บอกสอนลูกชายของภรรยาที่เขารักไม่ต่างจากลูกของตัวเองอย่างใจเย็น “ถ้าแกยังจะโวยวายกับอีแค่ถูกขัดใจนิดขัดใจหน่อย ใครเขาจะไปทนแกได้ คนงานใช่ทาสแกหรือ มีแค่เงินอย่างเดียวมันไม่ได้หรอก แกต้องหัดมองเขาให้เป็นมากกว่า ‘ลูกจ้าง’ ทำให้เขารัก ให้ซื่อสัตย์ต่อเราสิถึงจะถูก”

“ผมก็ไม่ได้...”

“อย่าใช้ความกลัวควบคุมคน” คุณนภย้ำอย่างจริงจัง ผู้เป็นลูกเม้มริมฝีปากบางเฉียบและได้แต่ระบายความอัดอั้นผ่านลมหายใจหนักหน่วงพลางนับหนึ่งถึงสิบกับประโยคเดิมๆ ที่ได้ยินมาตั้งแต่เข้ามาอยู่ในไร่ใหม่ๆ ซึ่งตอนนั้นพันแสงยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจและออกจะหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำ ว่าคุณนภจะมาสอนเรื่องแบบนี้กับ ‘คนนอก’ อย่างเขาทำไม ในเมื่อเขาเองก็มีลูกสาวซึ่งสืบสายเลือดเดียวกันอยู่ทั้งคน...คนที่เหมาะกับตำแหน่งนี้มากกว่า กระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว อรุณี...พี่สาวต่างบิดาที่เขาคิดว่าจะได้รับสืบช่วงต่อจากคุณนภ ได้แต่งงานออกเรือนไปพร้อมกับทิ้งหน้าที่รับผิดชอบมากมายลงบนบ่าของเขา โดยไม่เอ่ยถามความสมัครใจก่อนสักคำ

จากวิศวกรอนาคตไกลกลายเป็นหนุ่มชาวไร่เพียงชั่วข้ามคืน

ชายหนุ่มคิดว่าหากตัวเองอายุน้อยกว่านี้สักสิบปีและไม่ได้เติบโตมาเกือบจะพร้อมๆ กับไร่นภอรุณแห่งนี้ เขาคงจะพังงานแต่งงานของพี่สาวไปแล้วเรียบร้อยด้วยอารมณ์โกรธชั่ววูบที่เกิดจากความเสียดายสิ่งที่ทำมาทั้งหมด แต่เพราะพันแสงสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ในสักวัน และโตพอจะรู้ว่าสิ่งที่แรงผู้หญิงของอรุณีทำได้กับไม่ได้คืออะไร รวมทั้งพระเดชและพระคุณของบิดาเลี้ยงที่ค้ำชูเขาอยู่นั้นแฝงไว้ด้วยความรักและคาดหวังมากมายเพียงใด พันแสงก็ไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งความฝันของตัวเองมาเติมเต็มฝันของผู้มีพระคุณ แม้ทีแรกจะดื้อดึงหนักก็เถอะ

‘เห็นผมเป็นไอ้โง่หรือไงที่จะทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อนแบบนี้’ พันแสงโพล่งขึ้นทันทีเมื่อได้อยู่ลำพังกับพี่สาว หลังอดทนรอเวลาเหมาะๆ อยู่หลายวัน

‘บอกแล้วนี่ นายจำไม่ได้หรอกเหรอ’ อรุณีในชุดเจ้าสาวสีขาวสวยตอบหน้าซื่อ หากประกายในดวงตากลับวิบวับจนเขาชักหงุดหงิด ดูเหมือนหล่อนจะรอเวลานี้มานานทีเดียว

‘ตอนไหนไม่ทราบ’ เขาจำได้ว่าเพิ่งรู้เรื่องที่หล่อนกับคุณนภแอบจัดการกันเองก่อนวันงานแค่อาทิตย์เดียว แถมยังไม่ใช่จากปากเจ้าตัว แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องคนสนิทที่ทำงานบริษัทเดียวกับเขา ‘บอกยายน้อยล่ะสิ รู้ไหมว่ายายเป๊อะนั่นก็เกือบลืมบอกผมแล้ว’
แม้จะอยู่บริษัทเดียวกัน แต่ก็ใช่จะได้เจอหน้ากันบ่อยนักเนื่องจากแผนกที่รับผิดชอบต่างกัน ดังนั้นทันทีที่รู้เรื่องเขาก็รีบโทรศัพท์มาถามความจริงซึ่งบิดาก็บอกแก่เขาตามตรง และตอนนี้เขาก็กำลังขอให้อรุณีย้ำให้ฟังอีกครั้ง

‘ถ้าจะคุยเรื่องนี้ก็ใจเย็นๆ อารมณ์แบบนี้พูดอะไรไปก็ไม่เข้าหูอยู่ดี เสียเวลาเปล่า’

‘ผมใจเย็นแล้ว เย็นสุดๆ เลยด้วย ไม่งั้นงานแต่งพี่ณีคงไม่จบแฮปปี้ขนาดนี้หรอก’ ชายหนุ่มลดน้ำเสียงลงเมื่อเห็นว่าหล่อนเองก็ไม่ได้ใจร่มนัก แน่ล่ะ เวลานี้หล่อนควรจะสุขสมอยู่ในห้องหอกับเจ้าบ่าวนี่นะ

แต่ทางเขาก็มีงานรอให้กลับไปสะสางเหมือนกัน พันแสงจำเป็นต้องคุยคืนนี้เพราะต้องรีบกลับกรุงเทพฯ

‘ก็ไม่ถึงขนาดจะต้องทิ้งไปทั้งหมดแบบนี้เลยนี่ พูดออกมาได้ยังไงว่า ‘จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับไร่แล้ว’ พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อสร้างที่นี่ขึ้นมายังไง อย่างน้อยก็คิดถึงความรู้สึกพ่อสักหน่อยสิ คงผิดหวัง...’

‘พ่อเลิกหวังในตัวฉันไปนานแล้ว’

‘แต่พี่ณีเป็นลูก ถึงยังไงก็ควร...’ พันแสงยังพูดไม่ทันจบ อรุณีก็ขัดขึ้นอีก คราวนี้หล่อนมองหน้าเขาอย่างจริงจังจนเขาต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาที่มองมาเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยที่ไม่เข้าใจเรื่องราวอะไร ซึ่งพันแสงไม่ชอบเอาเสียเลย หล่อนรู้จักเขามากเกินไป

‘หุบปากแล้วฟังฉันเงียบๆ และก็อย่ามาทำหน้าโง่ๆ กับฉันทั้งที่นายก็เข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร ต้องให้พูดกี่รอบถึงจะยอมรับได้เสียที คำว่าสายเลือดเป็นข้อยกเว้นสำหรับครอบครัวเรา ตลอดเวลาฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไร และหวังว่านายจะรู้บ้าง ฉันเองก็รักไร่นี้ไม่น้อยไปกว่าใคร แต่ตอนนี้ความรักของฉันถูกแบ่งครึ่ง ตัวฉันก็ไม่ได้อยู่ ที่นี่จึงเหลือแต่นายกับยายเดือนที่พอจะช่วยพ่อได้ แค่ทำแทนในส่วนของฉัน...ก็เท่านั้น มันไม่มีอะไรมากไปกว่านี้เลย’

‘หมายความว่าจะทิ้งจริงๆ ด้วยสินะ’

‘ก็กำลังจะพูดอยู่นี่ไง...ถึงจากนี้ไปนายจะทำทุกอย่าง ทั้งส่วนของฉันหรือของพ่อ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างนั้นจะกลายเป็นของนายสักหน่อย ฉันยังคงมีส่วนร่วมในไร่นี้อยู่ จะมาเยี่ยมบ่อยๆ มาช่วยบ้างถ้ามีโอกาส แค่ลดบทบาทตัวเองลงเล็กน้อย เมื่อไหร่ที่เดือดร้อนหรือคิดว่าไม่ไหวก็รีบบอกฉัน แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เคยพูดเลยว่า ‘จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับไร่แล้ว’ เลยนะ นายไปฟังมาจากไหนไม่รู้ล่ะ แต่ได้ยินแล้วโคตรปรี๊ดเลย เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ โอเคไหม ฉันเชื่อว่านายทำได้ และจะทำได้ดีมากด้วย’ อรุณีรวบรัดไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายแย้ง ดวงตาคู่งามสะท้อนความเชื่อใจแรงกล้าซึ่งหล่อนรู้ว่าเขาจะไม่มีทางปฏิเสธได้เด็ดขาด

‘ขอเวลาสองเดือน’ พันแสงหมายถึงระยะเวลาที่เขาจะต้องสะสางงานในความรับผิดชอบที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มชักสีหน้ายุ่งก่อนจะหันหลังเดินจากมาขณะพี่เขยหมาดๆ ก็กำลังตรงมาทางพวกเขา ไม่จำเป็นต้องพูดมากไปกว่านี้ เพราะคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่วันที่อรุณียอมรับเขาเป็นน้องชาย คงตั้งแต่ตอนนั้นกระมังที่เขาไม่เคยปฏิเสธหล่อนได้...สักเรื่อง

‘ทีหลังจะทำอะไรก็บอกกันแต่เนิ่นๆ ด้วยล่ะ’

‘จ้าๆ ขอโทษแล้วกัน จากนี้ไปก็ฝากด้วยนะ เพื่อเป็นการตอบแทน จะรีบมีหลานให้อุ้มไวๆ’ เสียงร้องตะโกนอย่างไม่อายแขกเหรื่อของพี่สาวสะท้อนอยู่ในทุ่งดอกดาวเรืองที่แข่งกันเบ่งบานใต้ท้องฟ้าพร่างดาว เขานึกเห็นภาพหล่อนหัวเราะคิกคักกับคนรักอย่างมีความสุขแม้จะไม่ได้หันกลับไปมอง

เป็นภาระที่หนักหนาเอาการ หากพันแสงก็คิดว่าไม่เกินความสามารถ ขนาดผู้หญิงผอมแห้งแรงน้อยอย่างอรุณียังทำได้ แล้วผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาจะทำได้ไม่ดีเท่าหล่อนเลยละหรือ

“จำไว้ดีๆ ล่ะ นี่พ่อสอน ไม่ใช่ด่า” เจ้าของไร่ดาวเรืองมองลูกเลี้ยงแล้วก็ได้แต่ถอนใจตาม

ความที่อยู่ด้วยกันมาสิบกว่าปี จึงรู้จักนิสัยลูกเลี้ยงเป็นอย่างดี อะไรดีก็สนับสนุน อะไรไม่ดีก็สอนสั่ง เห็นจะมีแต่ไอ้ความขี้หงุดหงิดนี่ล่ะที่แก้ยาก อายุป่านนี้แล้วก็คงต้องแล้วแต่มันจะคิดได้เอง

“เข้าใจใช่ไหมเจ้าพัน” บิดาถามย้ำ ดวงตารีหลังกระจกแว่นจ้องลูกชายเขม็ง

พันแสงผ่อนลมหายใจอย่างยอมแพ้ รั้นกับพ่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

“คร๊าบๆ เข้าใจแล้วครับผม เดี๋ยวไอ้ส้มมาจะตบรางวัลให้มันอย่างงามเลย”

“ไหนว่าเข้าใจ”

“ผมมีเหตุผลพอน่าพ่อ ครั้งนี้มันผิดจริงๆ” พันแสงเลี่ยงสายตาดุคม ลุกไปช่วยมารดาจัดโต๊ะ นี่เขาจะแตะต้องใครไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย ชายหนุ่มชักเหนื่อยกับบิดาเสียนัก คุณนภเองก็ใช่ว่าไม่เคยเป็นแบบนี้ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แถมยังโหดหน้านิ่ง ถ้าให้คิดแทนคนงานในไร่ รับมือยากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ

“แกล้งยอมๆ ไปเถอะ พ่อเค้าก็ชอบเป็นแบบนี้แหละน่า” คุณสิริรัตน์กระซิบ หยิบจานส่งให้ลูกชาย เห็นใบหน้าคมงอง้ำก็อดยิ้มไม่ได้ “ดูทำหน้าเข้าสิ ถ้าเป็นเด็กก็คงน่ารักอยู่หรอก”

“คงน่ารักมั้ง ถึงชอบแกล้งว่าให้เสียอารมณ์อยู่เรื่อย”

“คนแก่ก็เป็นงี้ล่ะ มันเหงา หาที่ลงไม่ได้” เสียงพูดกลั้วหัวเราะดังขึ้นหน้าประตู ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายเจ้าของไร่เดินเข้ามานั่ง โบกหมวกฟางไล่ร้อน “ว่าแต่วันนี้ร้อนจริงๆ แบบนี้หมดอารมณ์ทำงานเลยนะเนี่ย”

“น้ำจ๊ะพี่ชาติ...แล้วไปไหนมาคะเนี่ย เหงื่อซ่กซะ” คุณสิริรัตน์เอ่ยถามพี่สามีที่เข้ามาช่วยงานไร่ได้หลายปี และพักอยู่ด้วยกัน เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ถ้าขาดไป ‘นภอรุณ’ คงจะวุ่นวายไม่น้อย

คนถูกถามมองเลยไปยังน้องชายที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ “เจ้านภมันไม่ได้บอกรัตน์เหรอ”

“คะ”

เห็นสีหน้างงๆ ของน้องสะใภ้แล้วก็เข้าใจ ที่เก็บเงียบก็เพราะจะแกล้งลูกชายล่ะสิ คุณกอบชาติหันไปเรียกหลานชายที่เห็นง่วนอยู่กับจานสามใบตั้งแต่เขาเข้ามา “เจ้าพัน”

“ว่าไงครับลุง” พันแสงขานรับ แต่ไม่ได้หันไป

“แกโมโหเจ้าเดือนกับไอ้ส้มใช่ไหม”

พันแสงไม่ตอบ แต่กำลังสงสัยว่าลุงรู้ได้อย่างไรว่าเขาอารมณ์บูดเพราะสองคนนั้น คำเฉลยเรียกเสียงสบถในลำคอจนผู้เป็นแม่ส่งสายตาปราม เขากลับมานั่งที่เดิม เห็นมุมปากบิดายกยิ้มแล้วก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรดี ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่ถูกบิดาแกล้งปั่นหัว นี่ยังนับว่าเล็กน้อย หลอกให้เขาไปท้าตีกับกำนันแหนบทองก็เคยมาแล้ว ความจริงเขาควรจะชินแล้วด้วยซ้ำ...แต่ก็ไม่

“ลุงพาเจ้าพวกนั้นไปขนเมล็ดพันธุ์มาน่ะ นึกว่าพ่อแกบอกแล้วเสียอีก”

“กลับมาแล้วไปไหนต่อล่ะครับยายนั่น”

“ขึ้นไปอาบน้ำนู่น ยายคุณหนูผิวงาม เจอฝุ่น แดดแค่นี้บ่นยาวเป็นหมีกินผึ้ง ช่วยยกช่วยถืออะไรก็ไม่ได้” แววตาและน้ำเสียงขณะบ่นถึงหลานสาวคนเล็กทั้งขบขันระคนเอ็นดู “รู้แล้วก็อย่าไปว่าน้องล่ะ ลุงจะค่อยๆ หัดให้มันรู้งาน ใจร้อนไม่ได้ มันจะเตลิด”

พันแสงพยักหน้า เขารู้ว่าน้องสาวไม่ชอบงานไร่เลยสักนิด ก็เหมือนกับเขาเมื่อก่อน มีเส้นทางความฝันเป็นของตัวเอง แต่ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน และเป็นอย่างที่ตั้งใจ ใครจะรู้ว่าสักวันเขาอาจโยนจุดยืนนี้ให้หล่อนเหมือนที่อรุณีทำกับเขา

“เอาล่ะจ๊ะ พ่อ ลูก พี่ชาติ รีบกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นหมดพอดี” คุณสิริรัตน์เห็นอารมณ์ของลูกชายเริ่มเย็นลงพอจะพูดรู้เรื่องแล้ว และสามีก็ทำท่าเหมือนลืมว่าตอนนี้เป็นเวลารับประทานอาหาร ก็รีบดึงสองหนุ่มต่างวัยให้มาสนใจของบนโต๊ะที่หล่อนอุตส่าห์ตั้งใจทำ “วันนี้มีของโปรดพันด้วยนะลูก กินเยอะๆ จะได้มีแรง”

“แล้วไม่มีของโปรดพ่อบ้างหรือจ๊ะแม่” ราวกับคนที่พูดกับลูกเลี้ยงเมื่อครู่เป็นคนละคนกัน คุณนภส่งสายตาอ่อนเชื่อมให้ภรรยา บรรยากาศหวานเลี่ยนจนพันแสงแทบสำลักแกงส้มปลาช่อน แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้



เคียงเขม
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 6 มี.ค. 2557, 01:14:18 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 6 มี.ค. 2557, 01:14:18 น.

จำนวนการเข้าชม : 926





<< บ้านไร่ (ไม่) ไร้รัก 30%   บ้านไร่ (ไม่) ไร้รัก 100% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account