เล่ห์มายา สกุณาที่รัก (ผ่านการพิจารณาจากสำนักพิมพ์อิงค์)
หล่อนต้องทำหน้าที่ทดแทนบุญคุณบุพการีซึ่งไม่เคยอุ้มชูหล่อนมาด้วยการยอมเป็นเมียเก็บของหนุ่มอิตาเลี่ยน…เทโรนี่ ดีน มอนดาโดรี่ ผู้ชายอันตรายที่หล่อนอยากหลีกหนีให้ไกลที่สุด แต่ทว่าพันธะสัญญาและคำว่า‘กตัญญู’ทำให้หล่อนหลุดไม่พ้นจากกรงทองที่เขาหยิบยื่นมาให้ !

นกตัวน้อยคอยอิสระเพื่อบินใหม่ ออกไปใช้ความเสรีที่โลกกว้าง
ในบางคราวอาจดิ้นรนหมดหนทาง มีหมอกพรางยังดีกว่าอยู่กรงทอง
สกุณาสาวถูกซาตานขังตัวไว้ บังคับให้เป็นภรรยาห้ามใจสอง
เพื่อหนี้สินยอมหุบปีกทนเป็นรอง น้ำตานองหวังให้สิ้นครบ1ปี
นานวันไปใจผันแปรเจ้านกเอ๋ย ดั่งทรามเชยถูกเด็ดปีกไร้ศักดิ์ศรี
คำว่ารักเกิดขึ้นมาแสนภักดี ชั่วชีวียอมถูกขังกรงใจจำ
ปิศาจเล่ห์ทุ่มเทรักหวังพิสูจน์ ให้นงนุชสุดสะคราญเผลอถลำ
ที่โหดร้ายพี่ทำไปเพราะ 3 คำ อยากให้จำ‘พี่รักน้อง’เลยต้องเลว !

Tags: น่ารัก อารมณ์ดี โรแมนติก 18+

ตอน: เหตุเกิดในห้องลองเสื้อ

บทที่ 2
เหตุเกิดในห้องลองเสื้อ

“เอ้า…เป็นอะไรไปสกุณา เห็นคุณทำหน้าซีดเซียวเหมือนไก่ต้มน้ำปลา เอ๊ะ…ไม่สิ คุณน่ากินกว่าไก่”
หล่อนไม่นึกขำในคำตลกร้ายของเขา คิ้วขมวดเข้าหากัน ลุกลี้ลุกลนวางสีหน้าไม่ถูก กระชากเสียงพูดกับเขาราวจะกล่าวหา
“เพราะคุณ…เพราะคุณเพียงคนเดียว”
“เพราะผม ? ผมทำไมงั้นหรือ” ถามหน้าซื่อพลางเลิกคิ้วขึ้นสูง
“คุณทำให้พศินเข้าใจฉันผิด”
“พ่อหนุ่มน้อยหน้ามลนั่นน่ะหรือ ? ทำไมล่ะ กลัวเขาเข้าใจผิดขนาดนี้ หรือว่าคุณมีสัมพันธ์สวาท…” ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกห้ามด้วยเสียงใสๆแต่ดุดัน
“หยุดพูดเลยนะ หยุดความคิดอุบาทว์ๆของคุณเดี๋ยวนี้นะ” เผลอตะคอกไปแล้วก็ต้องรีบยกมือขึ้นอุดปากตัวเอง…หล่อนกล้าว่าลูกค้าแบบนั้นได้อย่างไร
“อุบาทว์ ? หมายถึงอะไรน่ะ” ชายหนุ่มกลับทำสีหน้างงราวกับไม่เข้าใจ เล่นเอาสกุณาต้องถอนหายใจอย่างโล่งอก เคราะห์ดีนะที่เขาเป็นต่างชาติ คำบางคำอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ
“หมายถึงฉลาดน่ะค่ะ” หล่อนโป้ปด และหนุ่มอิตาเลี่ยนก็เชื่อเข้าเต็มเปา เพราะเขาลูบคางตัวเองไปมาแล้วพยักหน้าหงึกหงัก
“อืม…ถ้าผมไม่ฉลาด คงไม่ได้เป็นCEOหรอก” พูดพลางถอดกางเกงยีนออกแล้วสวมกางเกงที่หล่อนเตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว เล่นเอาหญิงสาวต้องรีบหันขวับไปทางอื่นด้วยใบหน้าร้อนผะผ่าว
ฟังๆแล้วนึกอยากอาเจียนอยู่ครามครัน แต่ต้องแสร้งปั้นหน้ายิ้มแย้มเอาไว้ เชื้อเชิญเขาออกมานอกห้องเสื้อ พยายามทำเป็นไม่สนใจพนักงานในร้านสองสามคนที่มองมาทางหล่อนและเทโรนี่เป็นจุดเดียว หึ นี่คงจะสงสัยจนปากคันยิบๆเลยล่ะสิท่าว่าหล่อนเข้าไปทำอะไรกับลูกค้ารูปหล่อคนนี้
“ขอวัดตัวหน่อยนะคะ จะให้พศินมาวัดให้” หันไปกวักมือเรียกหนุ่มวัย35ซึ่งหน้าตาอ่อนเยาว์ราวเด็กอายุ18 ซึ่งฝ่ายนั้นก็รีบวิ่งมาด้วยหน้าแป้นแล้นพร้อมด้วยสายวัดในมือ
“หวัดดีฮะ ผมมีหน้าที่คอยวัดตัวให้ลูกค้าชาย ขออนุญาตนะครับ” พูดพลางรัดสายวัดรอบเอวชายหนุ่ม
“เดี๋ยวสิ…ผมอยากให้สกุณาวัดให้” เขายังไม่วายเอาแต่ใจ เล่นเอาสกุณาต้องตีหน้าเคร่ง
“ฉันเป็นผู้หญิง คงไม่เหมาะกับหน้าที่นี้ค่ะ” หล่อนเดินห่างออกไปแล้ว ทิ้งให้เขายืนหน้าซีดอยู่กับพศินตามลำพัง ลางสังหรณ์บอกเขาว่า…เขากำลังเจอเรื่องที่น่ากลัวสุดชีวิต แล้วก็เป็นจริงดังที่คาด เมื่อปลายนิ้วของอีกฝ่ายสะบัดไปโดนบางอย่างที่ระหว่างขาของเขาเข้าเต็มๆ ตาคมเบิกกว้างตะโกนเสียงลั่นจนตกเป็นเป้าสายตา
“มิสสกุณา ! ถ้าคุณไม่มาตัดชุดให้ผม ผมจะไม่อุดหนุนร้านคุณ ผมจะไปตัดที่ร้านอื่น !”
คำประกาศลั่นทำให้พศินตกใจ แต่คนที่มีท่าทางเหวอมากที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นเจ้าของร้านสาว เพราะหล่อนโมโหจนรูจมูกบานเข้าบานออก อยากซัดหน้าหล่อๆนั่นสักทีให้หายบ้า แต่สิ่งที่ทำได้คือกัดฟันแล้วยิ้มหวานจนดูเลี่ยน
“แหม…แต่คิดว่าคงไม่เหมาะ”
“ลูกค้าคือพระเจ้า ร้านคุณใกล้เจ๊งเต็มทนแล้วไม่ใช่หรือไง มองว่าลูกค้าเพียงคนเดียวไม่มีความหมายเหรอ”
หล่อนฉุนกึก นับหนึ่งถึงสิบในใจ…เพื่อเงิน เพื่องาน เพราะฉะนั้น…ต้องทน จะไปเถียงลูกค้ามากๆก็คงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีต่อร้านตัดเสื้อผ้าของหล่อนก็ได้
“ค่ะ…ก็ได้ค่ะ” กัดฟันฉีกยิ้ม ทั้งๆที่ดวงตาแวววาวราวจะแผดเผาลูกค้าหนุ่มให้ไหม้เป็นจุล หล่อนโยนสมุดเล่มเล็กให้อรชรเป็นคนจดหน่วยวัด ส่วนหล่อนถือสายวัดมาทางเขา เขย่งปลายเท้าขึ้นแล้ววัดบริเวณฐานคอติดกับหัวไหล่ จึงดูคล้ายๆแขนเรียวโอบรัดลำคอแกร่ง ลมหายใจร้อนๆปะทะวงหน้าสวย หญิงสาวหน้าร้อนวาบราวถูกนาบด้วยเตารีด รีบชักมือออกแล้วเริ่มวัดส่วนอื่น
ตาคมหรี่ลงมองร่างบาง หล่อนดูเป็นมืออาชีพ แม้จะแค้นเคืองเขามิใช่น้อย แต่ก็ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัดข้อมือ วัดต้นแขน หัวไหล่ ข้อศอกถึงมือ รอบอก รอบเอว รอบสะโพก รอบเข่า รอบน่อง และส่วนต่างๆรายละเอียดยิบย่อยแต่หล่อนสามารถวัดได้อย่างชำนาญและรวดเร็ว ส่วนอรชรก็รีบจดหน่วยวัดเป็นเซนติเมตรตามที่เจ้านายบอกอย่างเคร่งครัด
จนกระทั่งมาถึงส่วนสำคัญในการวัด…นั่นคือการวัดด้านหลังจากเอวจนถึงก้นที่โด่งที่สุด จากนั้นก็ถึงจุดไคลแมกซ์ที่หล่อนต้องอาศัยความกล้ามากพอสมควร...ท่องไว้สิสกุณา นี่เป็นงานนะ เพราะฉะนั้นต้องทำให้ได้
“เอ้า…ทำไมนิ่งไปล่ะครับ เร็วๆสิ ผมเมื่อยแล้วนะ” คนที่ยืนค้ำหัวบอกคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้า ครั้นเงยหน้าขึ้นไปมองสบตาสีน้ำเงินเข้มพริบพราว หล่อนก็เริ่มเดือดปุดๆขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจวัดรอบเป้าชายหนุ่มด้วยการวัดจากเอวด้านหน้าผ่านเป้าอ้อมไปถึงเอวด้านหลัง…หล่อนใช้เวลาวัดจุดนี้ไม่ถึง10วินาที ก่อนจะผละถอยห่าง หน้าแดงเถือก บ้าชะมัด…ผู้ชายคนนี้อันตรายจริงๆ เพียงเข้าใกล้ในระยะรัศมี1เมตร หล่อนก็รู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เสร็จแล้วใช่มั้ย ผมจะได้ถอดชุดเชยๆนี่ออก”
“ค่ะ สำหรับเจ้าบ่าวน่ะเสร็จแล้ว แล้วคุณไม่ได้พาเจ้าสาวมาด้วยเหรอคะ จะได้วัดตัว” หล่อนถามเมื่อเห็นเขามาเพียงคนเดียว
“เจ้าสาวไม่สะดวกครับ”
“อ้าว แล้วแบบนี้จะตัดชุดได้ยังไงคะ”
“เอาไซส์คุณนั่นแหละ” เขาพูดหน้าตาเฉย ชวนให้หล่อนนึกโมโหขึ้นมาอีกรอบ
“แต่ละคนสรีระมันไม่เหมือนกัน…”
“ตัดๆไปเถอะ เอาเท่าไซส์คุณเป๊ะเลยนะ”
“เอ๊ะ ! นี่คุณ ฉันไม่ใช่เจ้าสาวของคุณนะ จะมาวัดตัวจากรูปร่างของฉันได้ไง” หล่อนเริ่มเสียงดัง นัยน์ตาวาวโรจน์ราวแม่เสือสาว แต่มีหรือที่สิงห์หนุ่มเช่นเขาจะกลัว เขากลับยิ้มเยือกเย็น จับคางหล่อนเชยขึ้น ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับ
“ผมเป็นลูกค้าของคุณ ลูกค้าต้องการยังไง คุณไม่มีสิทธิ์ขัดใจ” พูดจบก็หันหลังเดินกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งให้หญิงสาวยืนอ้าปากค้างอยู่ที่เดิม
ให้ตายเถอะ…เพิ่งเคยเจอลูกค้าจอมเผด็จการและนิสัยเสียที่สุดก็คราวนี้นี่แหละ
ไม่ถึงห้านาที เทโรนี่ก็เดินกลับออกมาด้วยชุดเดิมที่เขาใส่เข้ามาในร้าน มือใหญ่จับแว่นตาสวมปกปิดดวงตาสีน้ำเงิน ริมฝีปากสีกุหลาบขยับขึ้นลงออกคำสั่ง
“ผมให้เวลาเพียง3อาทิตย์เท่านั้น แล้วจะมารับชุด”
“3อาทิตย์ !”
“ใช่ 3อาทิตย์ ทำไมรึ เวลามันมากเกินไปเหรอไง”
“อย่ามาพูดจาตลกๆกับฉันนะ เวลาแค่นั้นจะไปพอได้ไง”
“ไหนคุยว่าเป็นมืออาชีพ”
“แต่ถ้าอยากได้งานประณีตมันก็ต้องอาศัยเวลา”
“แต่ผมมีเงิน”
ใช่…ข้อนี้หล่อนจะไปเถียงออกได้ยังไง คนที่เกิดมาร่ำรวยแบบเขาย่อมใช้เงินเป็นเบี้ยเพื่อซื้อความสะดวกสบายของตัวเอง และหล่อนเอง…ช่วงนี้ก็กำลังต้องการเงินเป็นอย่างมากเพื่อพยุงร้านนี้ไว้ไม่ให้ล้ม มิหนำซ้ำบิดายังถูกไล่ออกจากงาน ทั้งๆที่เมื่อก่อนเคยรุ่งโรจน์ได้เป็นถึงรองCEOของบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสาขาย่อยมาจากประเทศอิตาลี่ แต่ได้เสวยสุขได้ไม่นานก็ถูกไล่ออกในข้อหาอะไร ซึ่งหล่อนก็ไม่รู้รายละเอียด คิดเพียงแค่ว่า…บิดาเป็นคนไม่เอาไหน ชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และเป็นคนคด บางทีการที่ถูกให้ออกอาจจะมาจากสาเหตุนี้
และผลจากการที่พ่อว่างงาน หล่อนจึงต้องรับผิดชอบค่าเหล้าค่าการพนันของพ่อด้วย สภาพหล่อนตอนนี้จึงเต็มไปด้วยภาระมากมายที่ถูกแบกไว้บนไหล่เล็กๆสองข้าง
“ค่ะ… ถูก คุณมีเงิน”
“ผมจะเปลี่ยนร้านก็ได้ แต่ผมรู้ว่าคุณลำบาก”
“ขอบคุณในความเมตตาค่ะ” สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ “ฉันจะทำให้ทันตามกำหนดเวลาของคุณ เพราะฉะนั้นฉันขอพบเจ้าสาวคนนั้นด้วย”
“ผมบอกแล้วว่าเจ้าสาวของผมไม่พร้อมจะเจอคุณ”
“แต่จำเป็นต้องเจอค่ะ”
“บอกแล้วไงว่าให้เอาไซส์ขนาดเหมือนคุณ” เสียงเขาเริ่มหงุดหงิด
“แต่ฉันต้องการทราบความคิดของเจ้าสาวว่าต้องการชุดแต่งงานแบบไหน ให้ออกมายังไง ฉันกลัวตัดออกมาไม่ถูกใจค่ะ”
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะลูบคางไปมา “ผมรู้ว่าคุณอยากมีอิสระทางความคิด การที่ต้องทำตามที่ลูกค้าต้องการเสมอๆ คุณอาจจะอึดอัด ในเรื่องนี้ผมยกให้เป็นการตัดสินใจของคุณ คุณสามารถตัดชุดวิวาห์ได้ตามที่คุณต้องการ เอาตามใจคุณเลย”
ดวงตากลมโตเริ่มเป็นประกายพราวระยับ เคยมีสักครั้งที่หล่อนนึกฝันอยากตัดชุดเจ้าสาวที่สวยงามตามใจของหล่อนเอง แต่ทุกครั้งลูกค้ามักเป็นคนเลือกและตัดสินใจว่าต้องการแบบไหน
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิ ผมขอตัวกลับก่อนล่ะ ช่วงนี้งานยุ่งๆ” เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ไม่มัวอำลาให้มากความก็สาวเท้ายาวๆออกจากร้านเล็กๆไปทันที โดยไม่ลืมที่จะหันมาชมหล่อนว่า
“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนอุบาทว์นะคนสวย”
“เอ๊ะ นี่ !” หญิงสาวถลึงตา ยังไม่ทันจะต่อว่าอะไร เสียงกรุ๋งกริ๋งก็ดังขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าเขาเปิดประตูออกจากร้านไปแล้วเรียบร้อย…สงสัยจะยังคิดว่าอุบาทว์หมายถึงคำชมอยู่สินะ เรื่องอื่นๆล่ะดูเหมือนฉลาด ทีเรื่องนี้ทำไมถึงทื่อนักนะ
สกุณาถอนหายใจเฮือก หลับตาลงแล้วลืมขึ้นมาใหม่ ทำแบบนี้ซ้ำๆกันนับสิบครั้ง ลูกค้าคราวนี้ของหล่อนดูจะไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
เขาได้เป็นCEOทั้งๆที่ยังหนุ่มแน่น แน่ล่ะ…เขาคงฉลาดและเก่งมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มีอำนาจในการจัดการและตัดสินใจสูงสุดในบริษัทแน่ๆ
เขาเป็นผู้ชายที่น่าสนใจเลยทีเดียว หากตัดความปากเสียและนิสัยจอมเผด็จการทิ้งไป หน้าตานับว่าหล่อเหลา คิ้วเข้มคมยาวจรดหางตา ดวงตาสีน้ำเงินราวทะเลน้ำลึก จมูกโด่งเป็นสันราวเทพบุตรกรีก ริมฝีปากสีชมพูกุหลาบ เขาเป็นผู้ชายน่าพิศมัย แต่แน่อยู่แล้วที่คนหล่อเหลาและฐานะดีเช่นเขาจะต้องมีคู่หมาย และหล่อนก็คือคนที่ต้องตัดชุดวิวาห์ให้แก่เขาและผู้หญิงคนนั้น
คิดๆไปแล้วก็อดนึกถึงตัวเองบ้างไม่ได้…นานเท่าไหร่แล้วนะที่หล่อนไม่ได้นึกถึงการใช้ชีวิตคู่ ไม่สิ…ทำไมต้องมาคิดอะไรแบบนี้ด้วย ผู้ชายคือเพศที่อันตรายและเห็นแก่ตัวที่สุด หล่อนไม่อยากเป็นเหมือนแม่ ยังไงเสียก็จะไม่มีวันยอมแต่งงานเด็ดขาด
“ผู้ชายคนนั้นหล่อมากนะคะ มิสเตอร์มอนดาโดรี่ น่ารักน่าจุ๊บจริงๆ น่าอิจฉาเจ้าสาวของเขานะคะ” อรชรที่กำลังแขวนเสื้อบนราวพูดออกมาราวกับเคลิ้มฝัน ในขณะที่พศินนิ่งเงียบ ทว่าสายตากลับเต็มไปด้วยนัยความอะไรบางอย่าง
“ผู้ชายต่อให้หล่อแค่ไหนก็ปิดเนื้อแท้ของตัวเองไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะใครก็เลวเหมือนกันหมด” สกุณาพูดอย่างแค้นเคือง ในขณะที่พศินหัวเราะแล้วเดินมาตบไหล่หล่อน
“ผู้ชายก็ไม่ได้เลวไปหมดเสียทุกคนหรอกนะ ดูอย่างผมสิ นิสัยอย่างดี”
“คุณไม่ใช่ผู้ชายแท้นี่พศิน” สกุณาพูดขัด เล่นเอาอีกฝ่ายค้อนขวับ เผยธาตุแท้ความเป็นหญิงออกมาทันที
“เกย์ก็เป็นผู้ชายเหมือนกันแหละย่ะ”
“ไม่อยากเถียงด้วยแล้ว”
“แหม แต่เมื่อกี้กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเชียวนะ มอนดาโดรี่ไม่น่าไหวตัวทันเลยจริงๆ”
สกุณาส่ายหน้าไปมา…สงสัยที่เทโรนี่เรียกใช้หล่อนวัดตัวคงเป็นเพราะรู้แน่ๆว่าตัวเองกำลังถูกกะเทยลวนลาม
“แย่จริงๆ ผมเห็นหน้าหล่อๆของมอนดาโดรี่แล้วก็อดนึกถึงวันแต่งงานของสองเราไม่ได้”
“งานแต่งของสองเรา ? หมายความว่าไงน่ะ” อรชรถามอย่างสงสัย
สองมือของเกย์หนุ่มประสานกันไว้ใต้คางอย่างเคลิ้มฝัน ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ “แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นงานแต่งงานของผมกับมิสเตอร์เทโรนี่ แค่นึกก็ฟินเสียแล้ว ต้องเป็นคู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันที่สุดมากกว่าคู่ไหนๆในโลกแน่ๆ”
สกุณาถึงกับอึ้ง ฉุดมืออรชรให้ถอยห่าง พร้อมกระซิบบอกพนักงานสาวว่า “ปล่อยให้พศินอยู่ในโลกความฝันต่อไปเถอะ ส่วนเรามาเร่งทำงานกันดีกว่า !”



1อังกฤษ2อักษรสีทอง3รามิล4จอมขวัญ
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 9 มี.ค. 2557, 18:33:14 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 9 มี.ค. 2557, 18:33:14 น.

จำนวนการเข้าชม : 808





<< รอยยิ้มสกุณา   โสเภณีราคาแพง >>
pkka 9 มี.ค. 2557, 22:06:00 น.
ชอบหล่ะ:)


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account