หทัยรักจ้าวทะเลทราย
ไม่มีเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ ไม่มีผู้หญิงธรรมดา ณ ดินแดนผืนทรายสีทองแห่งนี้ จะมีเพียงรัก และมีเพียงแค่เรา “หัวใจรักสองดวง” จะผูกพันไว้ด้วยกัน จากนี้ จวบจนตลอดกาล
Tags: เจ้าชาย , ทะเลทราย , รัก , ซึ้ง , โรแมนติก

ตอน: 3





วรองค์สูงทรงสง่าก้าวพระบาทอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่กว้างไกลจนสุดสายพระเนตร บริเวณนี้ไม่มีอะไรปรากฎให้เห็นนอกจากผืนฟ้าและผืนทราย

ก่อนจะมีแผ่นหลังบอบบางของใครบางคนที่แสนคุ้นเคยอยู่ตรงเบื้องพระพักตร์

ขาเรียวยาวรีบเร่งเข้าไปใกล้ และสวมกอดร่างแน่งน้อยเอาไว้ในอ้อมอกด้วยความหวงแหน

“ใคร เจ้าเป็นใครกันแน่ ?”

สุรเสียงทุ้มนุ่มตรัสถามริมชิดใบหูขาวผ่องอย่างพร่าพราว

“อีกไม่นานค่ะ เราจะได้พบกัน”

เสียงหวานใสราวแก้วกังวานเอ่ยตอบ แต่ไม่ยอมหันหน้ามาให้เห็น


“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป เดี๋ยว !”

เจ้าชายรามเรซผุดลุกขึ้นประทับนั่งอยู่บนแท่นบรรทม ฐานเป็นทองคำแกะสลักลวดลายไว้อย่างวิจิตรบรรจง สมกับฐานะขัตติยะแห่งราชวงศ์ชั้นสูง

หัตถ์หนายกมาเกลี่ยหยาดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาบนพระพักตร์คร้ามคมให้หมดไป
ดวงเนตรสีนิลทอดพระเนตรฝ่าความมืดไปรอบๆ ห้อง และก็ได้รู้ว่าสิ่งที่เพิ่งพบเจอเป็นเพียงแค่ภาพ “ความฝัน” เหมือนดั่งเช่นทุกค่ำคืน

ริมโอษฐ์นุ่มรำพึงรำพันเบาๆ ราวกับฝากถามไปกับสายลม

“เมื่อไหร่ล่ะ เราต้องรอเจ้าอีกนานแค่ไหน ?”


Xหทัยรักจ้าวทะเลทรายX


จากเหตุการณ์วุ่นวายในวันนั้น ท่านผู้อำนวยการก็เรียกตัวเธอเข้าไปพบ และแจ้งบอกว่าต้องการให้เธอพักงานไว้ก่อน รอให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายและสงบลงกว่านี้ แล้วค่อยกลับมาเริ่มต้นทำงานอีกครั้ง

เธอถือว่าคุณหญิงนุชนาฎมีเมตตากับเธอในระดับหนึ่ง เพราะหากเป็นตามที่คาดคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ เธอคิดว่าตัวเองคงจะต้องถูกไล่ออกอย่างแน่นอน

เอกภพเห็นด้วยกับความคิดของมารดา และพยายามแสดงความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องราวยุ่งเหยิงทั้งหมด โดยการเสนอให้เธอไปทำงานเป็นเลขาส่วนตัวให้กับเขาแทน

และแน่นอนว่าเธอปฏิเสธในทันที เพราะคิดว่าหากทำแบบนั้น ชีวิตของเธอคงราวกับย่ำเดินอยู่บนกองเพลิง ไม่มีวันราบเรียบ สงบสุขเหมือนที่เคยผ่านมา

รวมทั้งการที่เธอตัดสินใจลาออกจากความเป็นคุณครู ของโรงเรียนอนุบาลนุชนาฎ ด้วยเช่นกัน
ซึ่งเธอรู้ดีว่าตัวเองคงหมดโอกาสที่จะเป็นครูอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนแห่งไหนก็ตามบนโลกใบนี้

เธอย้ายข้าวของออกจากหอพัก และมาอาศัยอยู่กับหนูนาเป็นการชั่วคราว

และแม้ว่าเอกภพจะพรากเพียรโทรมาหาเธออย่างสม่ำเสมอ เธอก็ใจอ่อนรับสายบ้างเป็นบางครั้ง

แต่เรื่องเดียวที่เธอสามารถทำได้อย่างเด็ดขาดก็คือ เธอไม่ยอมไปพบเจอกับเขาอีกเลย

ทุกอย่างดูมืดมน จนเธอมองไม่เห็นหนทางนับต่อจากนี้

อนาคตของเธอจะเป็นเช่นไรกันนะ ?

นั่นคือคำถามที่เฝ้าย้ำกับตัวเองอยู่บ่อยๆ และยังไม่มีคำตอบใดๆ


“ไปเถอะพลอย”

เสียงหนูนาเรียกให้คืนสติ หลังจากที่ปล่อยให้เธอนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่นานสองนาน

เจ้าหน้าที่ประกาศเรียกผู้โดยสารซึ่งนั่งรออยู่ในเกต ให้เดินขึ้นเครื่องบินที่จอดรอเทียบท่าอากาศยานอยู่พร้อมแล้ว

เธอเดินขึ้นไปนั่งตรงบริเวณที่ถูกระบุเอาไว้ในตั๋ว

ดวงตาคู่สวยมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อชื่นชมกับวิวทิวทัศน์ของประเทศไทยเอาไว้ให้มากที่สุด ราวกับจะล่วงรู้ว่าอีกนาน กว่าที่เธอจะมีโอกาสได้กลับมาอีกครั้ง

เธอยกมือมากอบกุมเนินหัวใจที่กำลังเต้นแรงระรัว สัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ

ก่อนจะค่อยๆ หลับตาพริ้มลง เพื่อรอเวลาที่จะไปถึงจุดหมายของการเดินทางในวันนี้

เครื่องบินลำหรูโผนทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าเมื่อได้เวลาที่กำหนด

มุ่งหน้านำพาเธอไปสู่ ประเทศ “ลาเนียญ่า” ดินแดนแห่งผืนทรายสีทอง อันแสนรุ่งเรืองและงดงาม

Xหทัยรักจ้าวทะเลทรายX


ประเทศลาเนียญ่ามีที่ตั้งอยู่ในแถบทวีปแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประเทศที่มีบ่อน้ำมันมากเป็นอันดับ 1 ของโลก และนั่นคือที่มาของความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของประเทศนี้

แม้ภูมิประเทศจะค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี สถานที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยผืนทรายปกคลุม แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากพากันหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยือนประเทศนี้กันอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

เนื่องจากประเทศลาเนียญ่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีความเจริญที่สุดในแถบนี้ และที่สำคัญยังเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มนต์ขลังอันน่าหลงใหลอีกหลากหลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นทางด้านประวัติศาสตร์ ศาสนสถาน ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่สามารถดึงดูดความสนใจได้อย่างดีเยี่ยม

สำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเชิงย้อนรอยอารยธรรมในแบบสมัยโบราณ

ร่างบางก้าวเดินเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบิน “สุเอซ” ซึ่งเป็นสนามบินหลักของประเทศ

ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความประทับใจและตื่นเต้น เมื่อได้มองเห็นผู้คนมากมายที่แต่งกายในชุดที่เรียกได้ว่าชุดประจำชาติกันอย่างพร้อมเพรียง

พลางนึกไปว่าหากวันหนึ่งประเทศไทยออกกฎหมายมาให้ลุกขึ้นมาแต่งกายในชุดประจำชาติบ้าง จะเป็นอย่างไรกันนะ

แต่เธอคิดว่าจะต้องสวยมากแน่ๆ เพราะอย่างที่รู้กันว่าชุดไทยของเรา ก็งดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก

“พลอย หนูนา !”

เสียงเรียกชื่อ มาพร้อมกับอามีราห์ที่โผเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้จนแน่น

“คิดถึงจังเลย”

มีราห์เอ่ยบอกและฉีกยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปกอดหนูนาบ้าง

“คิดถึงเหมือนกัน”

หนูนาตอบ และรวบกอดพวกเราทั้งสามคนเอาไว้ด้วยกันอย่างกลมเกลียว

“ไปเถอะ ไปพักผ่อนกันก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันให้หนำใจ”

จากนั้นอามีราห์ก็เดินนำหน้าเธอและหนูนาไปทางรถสีดำคันใหญ่ที่จอดรออยู่

แต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปนั่งในรถ เธอก็ต้องชะงักหยุดอยู่กับที่ หน้าสวยหันกลับไปมองทางอาคารที่เพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่

“เป็นอะไร พลอย ?”

มีราห์เดินมายืนใกล้ๆ และถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นพลอยยืนนิ่ง ราวกับกำลังมองหาหรือรอคอยใครอยู่

“พลอย !”

หนูนาเดินมาสมทบและเขย่าแขนพลอย เพื่อให้รู้สึกตัวจากอาการเหม่อลอย

“หา ว่าไง ?”

“เราถามว่าเป็นอะไร แล้วนี่มองหาใคร ?”

หนูนาถามและมองหน้าเพื่อนอย่างสงสัย

“เปล่าๆ ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”

เธอบอกและเดินไปขึ้นรถ

ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป เธอก็ยังไม่วายมองไปทางนั้นอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างภายในหัวใจ

ใครกัน มีใครบางคนที่ทำให้ต้องหันไปมอง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนๆ นั้น คือใคร

Xหทัยรักจ้าวทะเลทรายX


“เจ้าชาย เป็นอะไรไปพะเจ้าค่ะ !”

ราชองครักษ์ทั้งสองของเจ้าชายหนุ่มรูปงามรีบวิ่งตามมาอย่างกระหืดกระหอบ

เมื่ออยู่ๆ เจ้าชายที่กำลังจะเข้าไปบริเวณอาคารผู้โดยสาร เพื่อเดินทางไปเยือนประเทศ “นาวาเดียร์” กลับเปลี่ยนทิศทางและวิ่งมายังทางออกของอาคารอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแบบนี้

“เจ้าชายรามเรซ ทรงเป็นอะไรพะเจ้าค่ะ !”

ฮิกซัสถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเจ้าชายรามเรซประทับยืนนิ่ง ราวกับกำลังทอดพระเนตรหาหรือรอคอยใครอยู่

“เจ้าชายพะเจ้าค่ะ !”

พันเอกมาซาฮ์เดินมาสมทบและเขย่าแขนเจ้าชาย เพื่อให้รู้สึกพระองค์จากอาการเหม่อลอย

“เปล่าๆ ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”

สุรเสียงทุ้มนุ่มตรัสบอกและก้าวพระบาทกลับเข้าไปภายในตัวอาคาร

ก่อนที่จะผ่านพ้นประตู ดวงเนตรคู่คมก็ยังไม่วายทอดเนตรไปทางนั้นอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างภายในหทัยแกร่ง

ใครกัน มีใครบางคนที่ทำให้ต้องหันไป แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนๆ นั้น คือใคร

Xหทัยรักจ้าวทะเลทรายX


เธอได้เข้ามาพักอยู่ภายในคฤหาสน์สุดหรู บ่งบอกถึงฐานะและสถานภาพของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

สมกับตำแหน่งอันทรงเกียรติของท่านริยาร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งเป็นท่านพ่อของอามีราห์

ครอบครัวของอามีราห์ เรียกได้ว่าประกอบไปด้วยบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญต่อประเทศทั้งนั้น

เริ่มตั้งแต่ท่านริยาร์ด ไล่มาถึงพี่ชายคนโต คือพันเอกฮิกซัส ซึ่งเป็นบุตรที่เกิดจากภริยาเอก ก็รับราชการทหาร โดยมียศตำแหน่งที่ไม่ธรรมดา

เพราะได้เป็นถึงราชองครักษ์ประจำพระองค์ของเจ้าชายรัชทายาทลำดับที่ 1 แห่งองค์ “มุสตาฟา” กษัตริย์ผู้ปกครองประเทศลาเนียญ่าในปัจจุบันนี้

ส่วนมารดาของอามีราห์ แม้ว่าจะเป็นภรรยาคนที่ 2 แต่ก็ได้รับการยกย่องให้มีหน้ามีตาในสังคม และได้เข้าไปรับใช้ใกล้ชิดเป็นคนสนิทของพระชายา “ซาร่าห์”

“แล้วหล่อมั๊ย ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอเนี่ย ?”

หนูนาถามด้วยแววตาเป็นประกาย หลังจากได้รับรู้เรื่องราวที่มีราห์เล่าให้ฟัง

“ก็ เอ่อ หล่อสิ”

มีราห์เขินอายจนหน้าแดง และเอ่ยตอบเสียงเบาหวิว ก่อนจะบิดไม้บิดมืออย่างทำตัวไม่ถูก

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการแต่งงานที่เกิดจากความรัก แต่เป็นเพราะความเหมาะสมและคู่ควรกันระหว่าง 2 ตระกูล

แต่สำหรับมีราห์แล้ว แอบมีใจเสน่หาให้กับท่านราชองครักษ์ผู้หล่อเหลาคนนี้มาเนิ่นนาน จึงรู้สึกยินดีที่สุดที่จะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตครองคู่ร่วมกันกับเขา

เพราะอย่างน้อย “มาซาฮ์” ก็ไม่เคยมีข่าวคราวเกี่ยวกับผู้หญิงคนใดให้เป็นการเสื่อมเสียมาก่อนเลยสักครั้ง

และยินยอมรับตำแหน่ง “ภรรยาหลวง” ของเขาได้ด้วยความเต็มใจ

เพราะรู้ดีว่าประเทศของตนนั้น มีขนบธรรมเนียมที่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน

นั่นคือผู้ชายสามารถมีภรรยาได้ถึง 4 คน โดยไม่ใช่เรื่องผิดแปลกหรือเสียหาย

เรื่องนี้คือสิ่งที่ปลูกฝังมาตั้งแต่แรกเริ่มจำความได้ พอๆ กับการที่รู้ว่าจะต้องทำตัวเป็นลูกที่ดี อยู่ในโอวาทของพ่อ ซึ่งเป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน

และเมื่อแต่งงานมีครอบครัวออกไป ก็จะต้องทำตัวเป็นภรรยาที่ดี เชื่อฟังสามี ผู้เป็นผู้นำครอบครัว

“เหรอๆ อยากเห็นจังเลย ตื่นเต้นที่สุด”

หนูนาทำหน้าเคลิบเคลิ้ม ราวกับกำลังตกลงไปอยู่ในห้วงความฝันอันแสนหวาน

“ตกลงว่านี่ใครจะแต่งกันแน่ มีราห์หรือว่าหนูนา ?”

พลอยถามอย่างเย้าแหย่ เมื่อเห็นอาการของเพื่อนรักที่เบิกบานและดูแจ่มใสเหลือเกิน

“เดี๋ยวเหอะนะ ล้อเลียนเหรอ ว่าแต่พลอยเถอะ คิดได้หรือยังว่าจะทำยังไงต่อไป ?”

หนูนาหันมากอดเธอไว้ และถามด้วยสีหน้าท่าทางห่วงใย

“อืม ถ้ากลับเมืองไทย พลอยจะหาสมัครงานบริษัทที่ไหนสักแห่ง พลอยพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง คงพออยู่ได้อย่างไม่ลำบาก ซัก 2 - 3 เดือน”

เธอตอบเสียงเรียบ ใบหน้าหวานฉายแววเศร้าน้อยๆ เมื่อหวนคิดว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสได้ทำงานที่รักที่สุดอีกต่อไปแล้ว

“โธ่ พลอยคนดีของเรา ไม่น่าลำบากเล้ย”

มีราห์เข้ามาสวมกอดพลอยไว้อีกคน เพื่อต้องการปลอบใจเพื่อนรักให้รู้สึกดีขึ้น ขอให้รับรู้ว่าจะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ และไม่ทอดทิ้งไปไหนอย่างแน่นอน

พลอยยิ้มบางๆ อย่างชื่นใจ ที่อย่างน้อยก็ยังอุ่นใจว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้

“แล้วพลอยไม่ชอบคุณเอกภพบ้างเลยเหรอ ?”

มีราห์เอ่ยถาม และมองใบหน้าหวานอย่างตั้งใจรอฟังคำตอบ

“พลอยรู้สึกกับคุณเอกภพแค่เพียง “พี่ชาย” คนหนึ่งเท่านั้น”

คำตอบของเธอทำให้เพื่อนสาวทั้งสองคนพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ

“เอาน่า ไม่เป็นไร คิดซะว่าฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ ระหว่างที่อยู่ที่นี่ก็ค่อยๆ คิดไปว่าจะทำยังไง แต่พลอยสามารถอยู่กับเราได้นานเท่าที่ต้องการเลยนะ ถึงเราจะแต่งงานไปแล้ว พลอยอยู่ที่บ้านนี้ต่อก็ได้ หรือไม่อย่างนั้น เราก็จะขอพี่มาซาฮ์ให้พลอยไปอยู่ด้วยที่บ้าน”

มีราห์พูดด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังที่สุด

“ขอบใจนะมีราห์ แต่พลอยคงกลับเมืองไทยนั่นแหละ พลอยไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อทำไม ยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านของพลอย”

ดวงตาคู่สวยทอดมองออกไปยังผืนฟ้าแสนกว้างไกลอย่างครุ่นคิดกับชีวิตตัวเองนับต่อจากนี้

“แต่บางทีที่นี่ อาจจะทำให้พลอยได้พบเจอกับสิ่งที่ดี และคนที่ดี อาจจะมีใครบางคนที่รอคอยพลอยอยู่ก็ได้นะ”

คำพูดของมีราห์ทำให้เธอวูบโหวงภายในหัวใจอย่างแปลกประหลาด

รู้สึกเชื่อและคล้อยตามว่าอาจจะถึงเวลาแล้ว ที่จะได้พบในสิ่งที่เฝ้ารอ และตามหามานานแสนนานซักที

Xหทัยรักจ้าวทะเลทรายX





ศศิธาราริน
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 8 พ.ค. 2557, 15:39:46 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 8 พ.ค. 2557, 15:39:46 น.

จำนวนการเข้าชม : 1403





<< 2   4 >>
ร้อยวจี 8 พ.ค. 2557, 16:05:04 น.
รอลุ้นค่ะว่าจะได้เจอเนื้อคู่กันเมื่อไหร่


Zephyr 8 พ.ค. 2557, 19:51:03 น.
ลุ้นจังเลย
เจอกันเถอะๆๆๆๆ
เฉี่ยวไปเฉี่ยวมา


แว่นใส 8 พ.ค. 2557, 20:31:48 น.
ยังไม่เจอหน้าจัง ๆ ซะทีนะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account