เล่ห์แผนรัก
“ผู้หญิงอย่างเธอนะเหรอที่จะมาเป็นเจ้าสาวฉัน” ราฟาเอลมองลลิตาด้วยสายตาหยามเหยียด “เธอไม่ได้ครึ่งกับผู้หญิงที่ฉันเคยควงสักคน” ราฟาเอลพูดก่อนจะเดินผ่านหน้าลลิตาไป
“ทำไมฉันนี้แหละที่จะทำให้คุณหลงจนโงหัวไม่ขึ้น” ลลิตาตระโกนตามหลังร่างสูงที่เดินไปอย่างติดๆ
“แล้วฉันจะค่อยดู” ราฟาเอลหันมาพูดกับลลิตาด้วยน้ำเสียงเหย่อหยั่น

เขา……..โหดและเย็นชากับทุกคนแต่ทำไหมกับเธอเขาถึงได้อยู่เฉยไม่ได้เมื่อต้องเจอเธอ
เธอ…….. เขาเป็นใครถึงกล้ามาดูถูกฉันเห็นอย่างนี้ฉันก็มีดีทั้งตัวนะ
ทั้งเธอและเขากำลังรอค่อยใครสักคนเพื่อมาเติมเต็มสีสันให้ชีวิตที่เหมือนมีความสุขแต่ไม่ถึงขีดสุด และเมื่อเขาและเธอต้องมาแต่งงานกันจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคนหนึ่งแสนเย็นชาส่วนอีกคนก็ดื้อไม่มีใครเกิน


Tags: หวานมันฮ่า

ตอน: ตอนที่ 5 คลับมหาสนุก

ลลิตา เมธาวีและกานดาก้าวเข้ามาในคลับชื่อดังใจกลางกรุงเทพที่มีการตกแต่งอย่างหรูหราเพื่อรองรับเฉพาะลูกค้าละดับมหาเศรษฐีผู้ดีมีเงินทั้งหลาย คนที่จะเข้ามาในคลับแห่งนี้ได้จะต้องเป็นเมมเบอร์ของคลับเท่านั้นพวกคนที่มีฐานปานกลางอย่างพวกเธอคงไม่มีสิทธิได้เข้ามาแน่นแต่โชคดีที่คลับแห่งนี้เป็นของครอบครัวของเมธาวีจึงทำให้พวกเราสามารถเข้ามาในนี้ได้
“ลิต้า…เมย์…กานทางนี้” น้ำเพื่อนที่มาถึงก่อนส่งเสียงเรียกทันทีที่เห็นพวกเราเดินเข้ามาจนทำให้ฉันอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“คิดถึงแกมากเลยต้า” น้ำตรงเข้ามากอดลิต้าทันทีเมื่อลิต้าเดินเข้ามาถึงโต๊ะ ต้า เป็นชื่อที่เพื่อนๆใช้เรียกเธอตั้งแต่มัธยมปลายด้วยเหตุผลที่ว่า ลิต้ามันไม่เข้ากับหน้าและที่ไม่มีส่วนไหนเหมือนฝรั่งสักนิด
“ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน” ลิต้าบอกแล้วกอดตอบน้ำแรงๆ
“ไอ้พวกที่เหลือไปไหนหมดอ่าน้ำ” กานดาถามและมองออกไปบริเวณรอบๆเพื่อมองงหาเพื่อนๆที่เหลือที่หน้าจะมาถึงกันก่อนหน้าแล้ว
“ไอ้เจนไปห้องน้ำกับไอ้กี้…ส่วนไอ้ฟลุ๊คกับไอ้กวางยังไม่มา… ไอ้ป๊อปออกไปคุยโทรศัพท์” นั้นไงพูดถึงก็มาพอดี น้ำชี้ไปที่มุมหนึ่งของคลับที่หันไปเห็นเจนกับกี้พอดี
“คิดถึงแกจัง…” เจนกับกี้เมื่อกลับจากห้องน้ำเห็นลิต้าก็กระโดดกอดอย่างแรงจนลิต้าเกือบล้มดีที่ป๊อปเข้ามารับไว้พอดี
“พวกแกเล่นอะไรกันไม่รู้เกือบล้มแล้วเห็นไหมนี่ดีนะที่ฉันรับไว้ได้ไม่งั้นพวกแกเจ็บตัวแน่” ป๊อปบอกขณะช่วยประครองลิต้าไว้ไม่ให้ล้ม
“เป็นไงว่ะต้า ไปอยู่อเมริกามีแฟนกี่คนแล้ว” ป๊อบเอ่ยแซวก่อนจะหยิบน้ำสีอำพันขึ้นมาจิบเล็กน้อย สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าของเพื่อนสาวไม่ละไปไหน
“มาปุ๊ปก็ปากพาจนเลยนะแกไอ้ป๊อป… ฉันไปเรียนไม่ได้ไปหาแฟนอย่าทำให้คนอื่นเข้าใจผิดสิ” เธอรีบแก้ตัวทันที อดคิดไม่ได้ว่าไอ้คนที่เหมือนจะช่วยทำไมเป็นคนมาเปิดประเด็นหาเรื่องให้เธอแทน
“เอาเหรอ…ฉันก็นึกว่าแกไปหาหนุ่มๆฝรั่งหล่อล่ำอะไรอย่างนี้…ว่าแต่แกได้มาสักคนเปล่าว่ะ” ถามออกไปเชิงหยอกที่เล่นที่จริง ทั้งที่ก็รู้ว่าที่คนตรงหน้าเอ่ยออกมาเป็นความจริงทุกประการ
“ขอย้ำฉันไปเรียนหนังสือไม่ได้ไปหาแฟน…อีกอย่างฉันพึ่งอายุ 24 เองนะจะให้รีบมีไปไหน… และที่สำคัญชั้นคิดว่าจะแต่งงานสักตอนอายุ 30 ถ้าเจอคนที่ใช่หรือไม่ก็อยู่เป็นโสดตลอดชีวิต” บอกเสียงเข้มทำให้เรียกเสียฮาจากเหล่าเพื่อนพร้องได้หลายคน
ที่คิดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีคนเข้ามาจีบแต่อย่างไร เธอคิดว่าจะเก็บร่างกายเอาไว้ให้คนที่เธอรักและแต่งงานด้วยจริงๆเท่านั้นเธอจะไม่ยอมให้ร่างกายของเธอมีมลทินที่เกิดจากความเหงาหรือเพียอารมณ์ชั่ววูบแป็นอันขาด
“พอๆ…พวกแกพักเรื่องนี้กันไว้ก่อนเดียวพอถึงเวลาความรักมันก็จะมาเอง…แต่ตอนนี้เหล้ามาแล้วฉนั้นกินเหล้าก่อน จบนะ” เมธาวีบอกเมื่อบริกรยกเหล้ามาเสริฟ มันเป็นข้ออ้างอย่างดีในการห้ามสงครามน้ำลายที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้
เป็นไปตามคาดทุกคนหยุดการสนทนาทันที และต่างก็เอื้อมมือไปคว้าแก้วที่มีเครื่องดื่มอยู่ในนั้นทันที ก่อนที่เจ้าแม่ประจำกลุ่มจะเอ่ยเสียงดัง
“ดื่มต้อนรับที่ไอ้ต้ากลับมา” สิ้นเสียงนั้นแก้วที่อยู่ในมือทุกคนก็ถูกยกขึ้นดื่มจนหมดในครั้งเดียว ก่อนที่ทุกคนจะกระแทกแก้วที่อยู่ในมือลงกับโต๊ะพร้อมกัน
“นี่พวกแกเรามาเล่นเกมส์กันไหม” เสียงของเจนดังขึ้นเมื่อนั่งดื่มกันมาได้สักพัก เริ่มที่จะหมดเรื่องคุยกันแล้วงานที่เริ่มแรกสนุกตอนนี้ชักกรอยเติมที
“เกมส์อะไรของแก” กวางถามก่อนจะยกแก้วที่มีน้ำอำพันขึ้นดื่มจนหมด เธอก็รู้สึกเริ่มเบื่อแล้วเหมือนกันคงจะดีไม่น้อยถ้าจะเล่นอะไรแก้เบื่อสักหน่อย
“พวกเราจะออกไปแข่งเต้นแล้วให้คนชนะสั่งอะไรคนที่แพ้ได้อย่างหนึ่งจะสั่งอะไรก็ได้…ให้ ไอ้ฟลุ๊คกับไอ้ป๊อปเป็นผู้ตัดสิน…พวกแกว่าไงจะเล่นไหม” เจนอธิบายแกมส์ที่จะเล่นและเริ่มถ้าความเห็นของเพื่อนๆว่าตกลงไหม
กี้หันไปถามลิต้าเมื่อเห็นว่าเพื่อนคนอื่นๆต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับเจนหมดแล้ว
“แกว่าไงต้า”
“เอาดิเล่นหน่อยก็ได้” ก็ดีเหมือนกันนานๆจะออกมาเจอกันที เล่นกันให้มันไปเลยดีกว่า แค่เล่นกันไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อยนิ คนที่ชนะเกมส์นี้คงไม่คิดให้เธอไปฆ่าคนหรือปล้นชาวบ้านหลอก
“พวกแกโอเค แล้วจะนั่งทำไหมลุกสิค่ะ…คุณเพื่อนทั้งหลายให้ไวเลย…พวกแกตกลงกันแล้วนะ” เจนบอกเมื่อเห็นว่ายังไม่มีใครลุกขึ้นแม้ต่างบอกว่าตกลงเลยแล้วก็ตามจึงลุกขึ้นยืนก่อนจะฉุดให้คนที่นั่งข้างตนลุกขึ้น ซึ่งคนที่โดนฉุดไปนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของงานวันนี้นั่นเอง
ภายในผับบนชั้น 2 มีชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเย็นชากำลังทอดสายตามองกลุ่มหญิงสาวที่กำลังเต้นกันอยู่กลางฟลอร์เป็นจับจ้องของคนทั้งคลับ ในตาสีฟ้าสาวกวาดสายตาจ้องมองสาวหน้าหวานที่กำลังโหยกย้ายส่ายสะโพกอยู่ตรงกลางอย่างหลงใหล
“แกมองอยู่นานแล้วข้างล่างมีอะไรเหรอวะ” เมฆาถามขณะเดินมาหาราฟาเอลที่ยืนอยู่ที่กระจก บนชั้นสองของคลับจะเป็นห้อง VIP ที่มีกระจกติดอยู่รอบรอบสามารถมองลงมาข้างล่างได้โดยที่คนอยู่ข้างล่างไม่รู้ตัว
เสียงของเพื่อนสนิทที่ดังขึ้นทำให้ราฟาเอลหลุดอกจากความคิด ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ
“ก็มองไปเรื่อยไม่มีอะไรหรอก …ฉันกลับก่อนนะ”
“ทำไมรีบกลับละวันนี้…ไม่มีนัดออกกำลังกับยัยพวกนางแบบดาราพวกนั้นหรือไง” เจ้าของคลับหนุ่มเอ่ยถ้าเพื่อนเป็นเชิงแหย่ เพราะรู้นิสัยของเพื่อนตนดีว่าเป็นคนยังไง
“มี…แต่เบื่อยัยพวกผู้หญิงที่ใช้ร่างกายเข้าแรกกับความดัง… เข้ามาหาฉันเพราะอยากเป็นข่าว…นอนกับฉันได้ทั้งความดังแถมมีเงินให้ด้วยมีแต่ได้กับได้… แต่ก็ดีอยู่เฉยๆก็มีคนวิ่งเข้าใส่…ไม่ต้องเสียเวลาในการหาเองให้เมื่อย” ราฟาเอลพูดด้วยน้ำเสียงเหย่อหยั่น นึกรังเกียจผู้หญิงที่ไม่รู้ค่าของตน คิดวนคิดเอาแต่ความสุขความสบาย ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไงไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ
“ถามจริง…แกไม่เคยมีใจให้กับคนที่แกเคยควงเคยนอนด้วยเลยหรือไง” แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วแต่เขาก็อดที่จะถามเพื่อความแน่ใจอีกไม่ได้
“ไม่…ผู้หญิงพวกนี้ไม่มีค่าพอให้ฉันรักหรอก… ผู้หญิงพวกนี้เป็นได้แค่เพื่อคนช่วยปลดปล่อยอารมณ์ก็แค่นั้น” ผู้หญิงที่ยอมขึ้นเตียงกับใครก็ได้ขอแค่มีเงินมีชื่อเสียงที่จะทำให้พวกเธออยู่สบายก็พอ ไม่มีค่าพอให้คนอย่างเขาเอาใจหรือแม้แต่จดจำเลยด้วยซ้ำ
“ฉันกลับละ…แกอยู่ดูแลคลับต่อเถอะ…ฉันไปละ” เจ้าของใบหน้าเย็นชาเอ่ยบอกเพื่อนเสียงเรียบ
เจ้าของคลับหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งกับ ประโยคก่อนหน้าที่ได้ยิน แม้ในใจอยากจะให้เพื่อนตัวดีอยู่ดื่มต่อเป็นเพื่อน ประโยคเมื่อกี้ทำให้เขายิ่งไม่กล้าจะเอ่ยแย้งคำใดออกไปเลยแม้แต่คำเดียว ได้แต่มองตามประตูห้อง VIP ปิดลงด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

“เอาละ….เราก็ได้ผลแพ้ชนะกันมาแล้ว… คนที่แพ้ก็คือแกยังลิต้า” เจนเอ่ยอย่างชอบใจเมื่อคนชนะคือสาวหน้าหวานเจ้าของงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้
“อะไรกันไม่เอาหรอก…แกขี้โกงนี้เจนแกเล่นถอดเสื้อคลุมออกเหลือแค่เสื้อกล้ามแล้วออกมาเต้นฉันคงชนะหรอก” ลิต้าแย้ง ความจริงแล้วเธอเกลื่อบจะชนะอยู่แล้วเชียวถ้าเพื่อนสาวตรงหน้าไม่ออกมาถอดเสื้อโชว์ นมหน้มที่ล้นหลามของตนที่มันใหญ่เกินบรรยาย ไม่ใช่ว่าของเธอไม่ใหญ่นะมันใหญ่ขนาดที่เธอมั่นใจว่าไม่แพ้ใครเลย ยกเว้นคนเดียวคือยัยเจน ยัยตนชนะที่แม่ของคุณเธอให้มามากเกินไป
“ไม่ต้องมาบิดพริ้วเลยแก…แพ้แกก็ต้องทำตามที่ฉันบอก…เอาละลิต้าแกเห็นบันไดทางขึ้นไปห้องวีไอพีนั้นไหม…ฉันขอสั่งให้แกไปจูบกับคนที่เดินลงบันไดมาในอีก 5 นาที…ไม่ว่าคนที่ลงมาจะป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย เป็นบริกรในคลับเป็นคนแกพุงย้วยแกก็ต้องจูบ” สิ้นเสียงนั้นลิต้าที่ยืนฟังอยู่ก็ทำท่าอยากตายทันที ในใจแอบคิดว่าไม่หน้าเล่นเกมส์บ้านั้นเลย
“เจนแกเล่นแรงไปป่าว…ฉันว่ามันไม่ดีนะ…อีกอย่างไอ้ต้ามันก็เมาแล้วฉันว่าเลิกเล่นเถอะนี้ก็ดึกแล้วด้วย…ป่านนี้แม่มันคงเป็นห่วงแล้ว” กี้เมื่อได้ยินคำสั่งของเจนก็รีบออกตัวช่วยเพื่อนรักทันที โดยการยกเหตุผลขึ้นมาร้อยแปด แต่ก็เหมือนสิ่งที่เธอทำมันจะไม่เป็นผล เมื่อเจนเอ่ยออกมา
“ไม่เอา…สัญญากันแล้วนี้ว่าใครแพ้ต้องทำตามที่คนชนะบอก…ก็แค่จูบแกจะไปคิดอะไรมากวะ…ไอ้ต้ามันก็ไปอยู่เมืองนอกมาตั้ง 2 ปี การจูบก็เป็นเหมือนการทักทายธรรมดาไม่ใช่หรือไง… อีกอย่างแกไม่ได้เป็นคนที่ต้องไปจูบนี้… โน้นยัยลิต้าโน้นยังไม่บ่นสักคำเลย ใช่ไหมยัยลิต้า” เจนคัดคานสุดกำลัง ที่เธอสั่งให้เพื่อนสาวของตนไปจูบใครสักคนเพื่อที่บางที่สาวหน้าหวานที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธออาจจะอยากมีความรักกับเขาบ้างก็ได้ จึงสั่งให้เพื่อนทำอะไรแบบนี้
“ชั้นมัยเปิงไรแค่ทักท้ายเอง…” เป็นเพราะเมื่อได้ยินคำสั่งจากปากเพื่อนเธอก็กระดกเหล้าทุกแก้วที่วางอยู่ตรงหน้าจนหมดเพื่อบรรเทาความกลุ้มเป็นเหตุให้เมาและเกิดความกล้าขึ้นมาพร้อมกับที่ความมีสติหยั้งคิดดัดวูบไป เธอไม่รอช้าลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่ทางขึ้นชั้น VIP ทันทีโดยมีเจนเดินตามหลังไปด้วย
“เอานะ…ฉันจะเริ่มนับถอยหลัง…พอฉันนับถึง 10 ปุ๊บปั๊บแกพุ่งเข้าไปจูบได้เลยนะ” เจนหันมาอธิบายรายละเอียดที่เธอต้องทำก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเริ่มกดนับถอยหลังพร้อมออกเสียงเป็นสัญญาณให้เธอไปด้วย
“10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 เริ่มได้” เธอค่อยๆนับถอยหลังช้าๆสายตาจ้องมองอยู่ที่โทรศัพท์มือถือในมือ
“อึก…อึก…อึก…” ลิต้ายกมือขึ้นปิดปากตอนนี้เธอเริ่มจะไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว แค่มีแรงพยุงตัวให้สามารถยืนอยู่ได้ก็เต็กลืนแล้ว
“แกเป็นอะไรยัยลิต้า…ฉันนับครบแล้ว แกทำไมไม่จูบ” เจนเดินเข้ามาถามอย่างหัวเสีย เพราะเมื่อครู่พึ่งมีคนลงมาจากห้อง VIP เขาเป็นผู้ชายที่เธอคิดว่าหล่อที่สุดที่เธอเคยเห็นมาเลยด้วยซ้ำ หน้าของคนๆนั้นมองแวบแรกก็รู้ได้ทันที่ว่าต้องเป็นคนที่มีอำนาจล้นมือเป็นแน่ แล้วยิ่งดวงตาที่มีสีเดียวกับน้ำในมหาสมุทรนั้นอีกรับรองได้ว่าผู้หญิงทุกคนต้องลุ่มหลงแค่เพียงได้สบตาคู่สวยนั้นสักครั้ง ถ้าเธอไม่มีแฟนอยู่แล้วคงไม่รีรอเลยที่จะเดินตามเขาไป
“ฉัน…อึก…ฉัน…” ลิต้าเริ่มที่จะพยายามหมุนตัวไปหาเพื่อนสาว
แม้แค่ยืนอยู่เฉยๆก็เหมือนโลกมันหมุนรอบตัวอยู่แล้วแต่เธอก็พยายามจนหันมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทของตนเองได้
“ฉัน…อะไรของแก…ไม่เอามือที่ปิดปากออกแล้วจะคุยกันรู้เรื่องไหม” เจนเรื่องรู้สึกหงุดหงิดน้อยๆเมื่อสาวหน้าหวานตรงหน้ามำท่าทางเหมือนจะเอ่นออกมา แต่ก็ไม่เอ่ยออกมาสักทีแถมยังยกมือปิดปากแน่ จนเธออดรำคาญไม่ได้ ไวกว่าความเจนเอื้อมมือไปกระชากมือที่ใช้ปิดปากเพื่อนสนิทออกทันที
“ฉัน…อึก…อึก…” เธอพยายามที่จะสลัดมืออกจากการเกาะกุมของเพื่อนสนิท อาการปวดมวนในท้องเริ่มมีมากขึ้น จนเธอไม่สามารถทนอาการนั้นได้อีกแล้ว อย่างเดียวที่เธอรู้สึกได้ในตอนนี้เธอต้องการ การปลดปล่อยทุกอย่างที่ทำให้รู้สึกมวนท้องนั้นออกมาให้หมด และทางเดียวที่จะทำได้ก็คือ
อ้วกก…..
“กรี้ดด…ยัยลิต้า” เจนกรีดร้องอย่างสุดเสียงเมื่อรับรู้ได้ถึงของเหลวที่พุ่งออกมาจากปากเพื่อนของตนที่ตอนนี้มันได้ทำให้ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอไม่มีส่วนไหนเลยที่จะไม่เหม็น
และนี้คือประโยคสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนที่ทุกอย่างตรงหน้าจะดับวูบไป

แสงแดดอ่อนๆที่ส่องลงมาจากหน้าต่างบานใหญ่บนหัวเตียงทำให้ลิต้า รู้สึกตัวตื่นเธอค่อยๆลืมตาขึ้นมาพลันในหัวปวดแปลบสาวหน้าหวานร้องออกมาแล้วเอามือกุมหัวไว้ พลันนึกย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อคืน จำได้ว่านัดเพื่อนๆไปเลี้ยงฉลองที่ตนกลับมาจากไปเรียนต่อที่อเมริกา ใช่แล้วเมื่อคืนเราไปเที่ยวคลับของบ้านยัยเมย์ แล้วทำไมปวดหัวอย่างนี้ละ ร่างบางค่อยๆยันตัวขึ้นจากที่นอนด้วยความลำบากสายตาพยายามปรับแสงให้เข้าที่ ก่อนจะมองสำรวจไปรอบๆห้องเมื่อพบว่าเป็นห้อของตนเองก็เบาใจ
“ตื่นแล้วเหรอยัยตัวดี” ลดาเดินเข้ามาพร้อมถาดที่มีข้าวต้ม
ลิต้าค่อยๆหันไปตามเสียงเมื่อเห็นว่าเป็นลดา จึงฉีกยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อยๆ แกล้มทำหน้าสำนึกผิด “แม่ทำไมพูดแบบนี้ละค่ะ” เป็นอยากที่เธอคิดไว้ไม่มีผิดตื่นขึ้นมาคนแรกที่จะเห็นก็คงไม่พ้นแม่เธอแล้วก็คำต่อว่าเล็กๆน้อยๆตามฉบับของแม่เธอต้องตามมาสมทบแน่
“ก็เมื่อคืนก่อนออกจากบ้าน…บอกแม่ว่าจะรีบกลับแล้วก็จะไม่ดื่มจนเมาไม่ใช่หรอ” เธอวางถาดข้าวตนมื้อเช้าที่ตอนนี้กลายเป็นมื้อกลางวันไปแล้วเพราะคนกินพึ่งตื่นลงบนโต๊ะทำงานข้างเตียง
“แม่ค่ะ…ลิต้าไม่ได้ตั้งใจดื่มนะค่ะ…แค่เผลอไปหน่อยเลยเป็นอย่างนี้” เธอหัวเราะแห้งๆส่งให้มารดา รู้ดีว่าแก้ตัวยังไงก็คงฟังไม่ขึ้น
“นี่ดีนะ…ที่เพื่อนๆเราดีพากลับมาส่งบ้านไม่อย่างนั้นลูกคงนอนอยู่ข้างถังขยะแล้ว…ว่าแต่ลูกจำเรื่องเมื่อคืนได้รึเปล่า ว่าทำอะไรไว้” พอนึกถึงเหล่าเพื่อนๆของลูกสาวก็นึกถึงคำบอกเล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญ(คนอื่น)หรือจะเรียกว่าประสบการณ์เหม็นที่เมื่อคนมีคนได้รับโชคครั้งให้จากลูกสาวเธอขึ้นมาทันที
“จำได้สิค่ะ…เมื่อคืนนี้หนูเจอเพื่อนที่คลับแล้วเล่นเกมกันนิดหน่อยแล้วก็ดื่มเหล้าจนเมาหลับไป” เธอจำได้ว่าเหมือนจะกังวลจนคว้าแก้วเหล้าเข้าปากไม่เลือกเพื่อหาความกล้า ก่อนจะรู้สึกโลกหมุนและดับไปในเวลาต่อมา
“ไม่ใช่แค่นั้น…รู้ไหมเมื่อวานนี้ตอนหนูเมย์กับหนูกานหิ้วปีกลูกมาส่ง…ตัวลูกเหม็นกลิ่นอ้วกไปหมดหนูเมย์บอกแม่ว่าลูกอ้วกใส่หนูเจนด้วย” เธออดจะถอนหายใจออกมาไม่ได้คิดไม่ออกเลยว่าถ้าคนที่ลูกสาวตนอ้วยใส่เมื่อคืนเป็นคนที่มาเที่ยวคลับคนอื่นๆที่ไม่ใช่เพื่อนๆกันป่านนี้เธอคงต้องไปประกันตัวลูกสาวเป็นแน่ แต่ถ้าเรื่องไม่ถึงตำรวจก็คงจะกลับมาพร้องรอยแผลและก็คงไม่พ้นโดนเพื่อนหิ้วปีกเหมือนเคย
“หายปวดหัวแล้วอย่าลืมโทรไปขอโทษเขาด้วยละรู้ไหม” เธอย้ำลูกสาวอีกครั้ง เพื่อนหาง่ายแต่เพื่อนที่ไว้ใจได้เป็นสิ่งที่หาอยากที่สุดในปัจจุบันเธอไม่อยากในลูกเสียเพื่อนดีๆเพราะเรื่องแบบนี้
“ค่ะแม่… หนูจะรีบโทรไปขอโทษเลยค่ะ” ถึงแม่ไม่บอกเธอก็ต้องโทรไปขอโทษอยู่ดีนั่นแหละแม้จะรู้ดีว่าเพื่อนตนไม่ใช่พวกคิดเล็กคิดน้อยแบบนั่น แต่ตอนนี้ก็คงนั่งรอนอนรอโทรศัพท์จากเธออยู่เหมือนกัน
“ไปอาบน้ำแล้วออกมากินข้าวต้มซะละ” เธอหันกลับไปมองลูกสาวที่นั่งอยู่บนเตียงและเอ่ยสั่งอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูออกจากห้องไป
ส่วนลิต้าเมื่อเห็นมารดาหายลับออกจาห้องไปแล้วก็ลุกขึ้นมองหากระเป๋าถือของตนที่คิดว่าจะต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องนอนของเธอก่อนจะเจอมันอยู่ที่โซฟาปลายเตียง เธอหยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดหาโทรศัพท์เครื่องเรียบๆของตนที่ราคามันก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันขึ้นมากดหาเบอร์โทรหาคู่กรณีหรือผู้ถูกเธอกระทำอย่างไม่เติมใจ
เธอไม่ลังเลที่จะกดโทรออกทันทีและเป็นอย่างที่คิดเมื่อปลายสายกดรับแทบจะทันทีเหมือนกำลังรอสายของเธออยู่โดยเฉพาะ คุยกันอยู่นานกว่าคู่กรณีเหตุการณ์หนองเน่าเมื่อคืนจะยอมยกโทษให้โดยมีอาหารมือใหญ่และที่สำคัญต้องไรเครื่องดื่มที่ทำให้เมาเป็นของรับขวัญ



ม่านพระจันทร์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 21 มิ.ย. 2557, 22:58:18 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 21 มิ.ย. 2557, 22:58:26 น.

จำนวนการเข้าชม : 518





<< ตอนที่ 4 คุณป้าคนสวย (มหาภัย)   ตอนที่ 6 ไม่มีทาง >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account