ตะวันบนพื้นน้ำ
เขาเปรียบดังตะวันสาดแสงลงบนพื้นน้ำ

แผดเผากระจายไอร้อนบ่อนทำร้าย

ตะวันไม่เคยเห็นค่าพื้นน้ำแม้แต่หยดเดียว

.......................................................

ขอเมนสักนิดน๊า
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ตอนที่ 17 หนี

ย้าสัปดาห์นี้ลงให้สองตอนเลย นะเนี้ย ตอนต่อไปยางคิดไม่ออกเลยน๊า

ถ้าแต่งเสร็จก่อนวันศุกร์หน้าจะเอามาลงให้น๊า ขอบคุณทุกคลิ๊กที่เข้ามาอ่านจ๊า
zxvbQT.jpg [832x411px] ฝากรูป

ริมฝีปากถูกบดสนิทแน่นรุกราน คนทำหวังเพียงแค่ให้เงียบ ไม่ ไม่อยากฟังอีกต่อไป ไม่ชอบใจ ไม่อยากฟัง

ความไม่พอใจเป็นเชื้อไฟชั้นดีเร่งบทลงโทษให้เร่าร้อนยิ่งขึ้นเหยื่อสาวปากแดงบวมช้ำจากโทษทัณฑ์ของอสูรร้าย



"ฉันคือแหล่งพลัง"



"รู้ดีนักนะ" มือหนายอมคลายแขนบางเป็นอิสระก่อนรวบเข้ามากอดรัดทั้งตัว ไม่ว่าเหยื่อสาวจะดิ้นหนีเพียงใดกลับถูกรวบเข้ามากอดรัดทุกครา



"ใช่ไหม"



"ใช่" ยิ้มรับ รอยยิ้มสว่างวาบบนดวงหน้าก่อนกลับสู่ความเคร่งเครียด เรียวคิ้วมุ่นเข้าหากันแปลกเหยื่อรู้ตัวได้อย่างไร



"ใครบอกเจ้าสาม" ราบเรียบแต่ภายในกลับร้อนรุ่มยิ่งนัก



"ใครบอกเจ้า" เรียกร้องหาคำตอบ



"ไป" พลังขุมหนึ่งซัดกระแทกร่างอสูรหนุ่มอย่างไม่ทันตั้งตัว กระแสพลังรุนแรงซัดร่างอสูรหนุ่มกระเด็นออกนอกอาคาร หากเป็นคนธรรมดาคงตกตึกตายไปเสียแล้วแต่นี่คือท่านชายแห่งมรนาการความตายจึงไม่อาจมาพรากหรือกระชากลมหายใจของอสูรร้ายได้สักนิด



"พลัง เจ้ารู้ตัวมาตลอดรึสาม" กัดฟันแน่นเคียดแค้นท่องเวทย์ทำลายอาคมสกัดกัด เจ้าหลอกข้ามาตลอดรึสาม นางแพศยา



“#&#+#”เพียงสัมผัสบานประตู กระแสมนตราเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็วรุนแรงบอกถึงความสามารถของคนใช้ได้เป็นอย่างดี



ร่างในชุดคนปกติค่อยๆเลือนลบออกจากกายหยาบของมนุษย์รัศมีขาวสว่างฉาบไล้โดยรอบ อาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ยาวคลุมจรดปลายเท้าเปิดเปลือยเพียงต้นแขนสองข้าง เรือนผมสีอัมพันยาวถูกประดับประดาด้วยใบไม้ผลึกแข็งขาวใสเป็นประกายขับเน้นให้รัศมีรอบกายสว่างยิ่งขึ้น ด้านหลังปีกขาวใสดังปีกผีเสื้อค่อยๆงอกขึ้นปัดเคลียเส้นผมบนกลางหลัง



เปรี๊ยเปรี๊ย มนสกัดกั้นถูกทำลายลง ห้องสี่เหลี่ยมกลับเข้าสู่สภาพปกติ



"สาม" ชายหนุ่มมองร่างตรงหน้าอย่างตกตะลึงหญิงสาวคนเดิมหายลับหลงเหลือเพียงร่างของภูต ภูตเมื่อสงครามครั้งอดีตกาล!!!



"นากิม" รอยยิ้มหวานหยดย้อย



"ชานี" เล็ดลอดออกจากริมฝีปากเพียงเสียงกระชิบ



"ข้าคิดถึงท่าน ปีศาจผู้สง่างาม" มือเรียวลูบไล้ข้างแก้มวนเวียนก่อนหยุดนิ่งลงบนริมฝีปากหนา



"ปล่อย" ร่างหนาหายวับก่อนปรากฎขึ้นใหม่ในระยะห่างไกลพอสมควร



"ใจร้ายจังนากิม ทักทายเพื่อนเก่าสักนิดไม่ได้รึ" ตัดพ้อ ต่อว่าหากแววตากลับไม่เป็นเช่นนั้น ความสนุกฉายชัดบนเม็ดกลมเหลืองอัมพัน



"เจ้าคือสาม" แววตาสงบแต่ใจหาสงบไม่



"เปล่า นางกับข้าหาใช่สิ่งเดียวกันไม่" หลังจบคำความโล่งใจวิ่งเข้าหาอสูรหนุ่มอย่างเงียบเชียบ สามของข้า



"นางเด็กโง่หลงเข้าไปในป่าแห่งความมืด กัดกินผลราตรีอย่างไม่อาจรู้ถึงพิษร้าย

ของมัน "



ความมืดฉายรอบบริเวณป่าอันไพศาลดวงจันทร์สีเหลืองสดโผล่พ้นจากหมู่เมฆเงาจากดวงจันทอดยาวหยิบยื่นความทรมานให้กับร่างบนพื้นพิษจากผลไม้ผสมผสานกับแสงจันทร์ทำให้ผิวของเด็กน้อยแสบร้อนทุรนรายด้วยความเจ็บปวดเสียงกรีดร้องดังก้องป่าปลุกทุกสรรพชีวิตตื่นขึ้นรับความสุขสม การมองเหยื่อดิ้นรนทรมานนับเป็นความสุขชั้นยอดของเหล่าอมนุษย์



"เด็กน้อย" ร่างในชุดขาวท่องมนต์ขับไล่พิษร้ายออกจากร่างบนพื้น

แววตาอ่อนหวานอบอุ่นแทนคำปลอมประโลม



"ขอบคุณค่ะ" ถ้อยคำแหบแห้งเปล่งออกจากร่างบอบช้ำของเด็กน้อย



"รู้รึไม่ ไม่มีอะไรได้มาอย่างง่ายได้" ยิ้มเลือดเย็นก่อนเล็บยาวแหลมราวใบมีดจะกางกรีดลงบนท้องแขนของเด็กน้อยสร้างรอยแผลลึกราวนิ้วครึ่งเลือดแดงสาดกระเซ็น



ความทรมานเพิ่งจางหายลงไม่นานกลับถูกทำร้ายซ้ำอีกครั้งเรียกหยาดหยดน้ำตาทะลักอย่างไม่มีหยุดด้วยความหวาดกลัว เลือดสีแดงไหลย้อมพื้นหญ้าทุกหยาดหยดไหลรวมหมุนเวียนเป็นวงกลมล้อมรอบร่างเหยื่อตัวน้อย



"บัดนี้" เล็บยาวจรดกรีดบนท้องแขนของภูตคนงามเรียกเลือดสีดำสนิทหยดลงทาบทับบนเลือดสีแดงเข้มของเด็กน้อย สายเลือดสองสายไหลเวียนบรรจบกันก่อนแห้งเหือดลงพื้นดิน



"ข้าและเจ้า คือหนึ่งเดียวกัน" กลุ่มแสงขาวสว่างพุ่งจู่โจมสอดแทรกหลอมรวมเป็นร่างเดียวกับร่างของเด็กน้อย

บรรยากาศรอบกายสงบเงียบหลงเหลือเพียงเสียงกระซิบของปีศาจร้ายในสมองยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กน้อยมากยิ่งขึ้น



"จงลืมซะเด็กน้อย ลืมให้หมดสิ้น ลืม"



"ข้าหลับเรื่อยมาตั้งแต่ครั้งนั้น" เสียงเรียบเรื่อยเล่าย้อนถึงเรื่องราวครั้งเก่า



ใต้ผ้าคลุมมืดภายในกำมือของอสูรหนุ่มเปร่งแสงสีดำสนิทร่างหนาใช้ความไวจู่โจมเข้าประชิดร่างของภูตสาวก่อนใช้ความเร็วประกบลำแสงลงบนหน้าผากของร่างในอ้อมแขน



"นากิมมมมมมมมมม............" โกรธแค้นแต่ไม่อาจทำอะไรได้



ร่างในอ้อมแขนกลับสู่ร่างหญิงสาวมนุษย์คนเดิมเปลือกตาปิดสนิทราวกับหลงวนอยู่ในห้วงนิทรา



อสูรหนุ่มอุ้มร่างบางขึ้นเตียงก่อนลากผ้าห่มคลุมทับร่างน้อยป้องกันความหนาวมองตรวจตราจนพอใจจึงค่อยๆผละออกจากร่างบาง



“ฝันดี เด็กดื้อ”ผ้าคลุมสีเข้มหายไปพร้อมกับร่างของอสูรร้าย



ห้องกว้างกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครา

……………………………………….

แสงสว่างสาดแสงทอดอ่อน บ่งบอกถึงอรุณรุ่งทำให้เปลือกตาบางขยับเปิดออกรับวันใหม่ เหลียวมองรอบกายไม่พบแม้เงาของอสูรร้าย

มือบางรีบรวบของจำเป็นใส่กระเป๋าเป้ใบย่อม หยิบเพียงของใช้ส่วนตัวกับเสื้อผ้าอีกสองสามชุดทิ้งบางอย่างไว้ไม่ให้ผิดสังเกต หวังว่าคงพอทอดเวลากันความสงสัยได้ระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ผู้คุมจะรู้ตัว

ยามเช้ารถรับจ้างค่อนข้างบางตาดีสุดได้เพียงมอเตอร์ไซด์รับจ้าง หญิงสาวบอกที่จุดหมายให้กับพี่วิน หลังฟังจบคำพี่วินเร่งบิดอย่างไม่ลังเล

อากาศยามเช้าทำให้ใจเริ่มผ่อนคลาย รอยยิ้มแต้มดวงหน้าบอกถึงความสุขแต่กลับเลือนหายอย่างรวดเร็วเมื่อคิดถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ สามวัน



หอพักขนาดเล็กเป็นสถานที่หลบภัยชั่วคราวแม้ห้องจะไม่ใหญ่มากนักแต่คงพออยู่ได้สักพักส่วนทางด้านโรงเรียนคงต้องย้ายออก จะไปเรียนไหนนั้นสุดรู้ค่อยปรึกษาทางบ้านอีกที ปัญหาข้างตนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับอสูรร้ายตนนั้นเขาจะต้องล่าอีกแน่ เมื่อไหร่ จะขัดขวางได้อย่างไร หญิงสาวพยายามคิดหาหนทางแก้ไข แต่ตัวคนเดียวมันสมองเดียวยากเกินกำลัง หากพี่หนึ่งอยูด้าวยคงจะดีกว่านี้


"ข้าช่วยเจ้าได้ สาวน้อย" ดังก้องตรงเข้าสมองเป็นเสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวนางหนึ่ง

"ออกมานะ" ลุกขึ้นเหลียวหาผู้บุกรุก


กลุ่มแสงสว่างขาวพุ่งกระจายออกจากบริเวณเนินอก รัศมีขาวสว่างสดใจเปล่งประกายจนหลอมรวมกลายเป็นร่างงามของสตรีนางหนึ่งความสวยหยดย้อยราวเทพธิดา

"คุณอยู่ในตัวฉัน ผลไม้" ถ้อยคำหลุดออกจากความทรงจำความหลังถูกย้อนมาเผชิญทุกภาพติดตาทุกความรู้สึกเจ็บจำ



"จำได้รึสาวน้อย ครานั้นมีผลตอบแทนแต่ครานี้ข้ารับรอง จะไม่เรียกเก็บจากเจ้าแม้เพียงนิด"ยื่นข้อเสนอน่าสนใจ



"ทำไมถึงช่วยฉัน" ไม่ไว้ใจ การกระทำครั้งก่อนทำให้ระแวง



"ข้าอยากเล่นสนุก" แวตาเหลืองอัมพันแย้มยิ้ม นากิมท่านทำกับข้าก่อน ข้าจะตอบแทนท่านให้สาสม


"ว่าไงเล่าสาวน้อย"



"คุณช่วยอะไรฉันได้บ้าง"



เคร้ง!!! แหวนอาคมบนนิ้วชี้ล่วงหล่นลงพื้นนับเป็นคำตอบได้อย่างดี

หญิงสาวไม่ต้องทนกับนรกเยือกแข็งอีกต่อไปแล้ว



"ข้าจะทำให้นากิมไม่มากรำกรายเจ้าได้เจ็ดวัน"



"ค่ะ ขอบคุณ" จากสามวันเพิ่มเป็นเจ็ดวันโอกาศหาหนทางแก้ปัญหายิ่งเพิ่มสูงขึ้น

......................................................................................................

แหล่งกบดานแห่งใหม่กลายเป็นที่พักพิงอันแสนสงบสุข ไม่มีการบงการ ไม่ต้องทนกับแรงกดกันและการกระทำแสนต่ำช้าของอสูรร้าย เจ็ดวันที่จะรอดพ้นจากเขา เจ็ดวันต้องค้นหาทางออกอย่างเร็วที่สุด

ตี๊ด!!! เสียงกริ๊งหน้าประตูดังก้อง ถึงจะเป็นหอพักขนาดเล็กแต่ระบบรักษาความปลอดภัยกลับดีเยี่ยมถึงกระนั้นหญิงสาวรู้ดีระบบความปลอดภัยไม่ว่าจะรัดกุมเพียงใดก็ไม่เป็นผลกับเขา


“มาส่งพิชซ่าครับ”


พิชช่าถาดเล็กเป็นอาหารยามเย็นคอยประทังชีวิต กองทัพต้องเดินด้วยท้องกินให้อิ่มเตรียมสมองพร้อมทำงาน เมื่อพิชซ่าชิ้นที่สองหมดปากความคิดเริ่มประหวัดถึงคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นทำไมเราถึงนอนบนเตียง จำได้เพียงว่ากำลังเถียงกับปีศาจใจร้ายแล้วเราก็วูบ ภาพสุดท้ายที่ติดแน่นในความทรงจำเป็นสัมผัสร้อนรุมประกบแนบบนริมฝีปากรุกเร้า กดดัน บดขยี้ไม่มีผ่อนปน


“ไอ้ปีศาจเจ้าชู้ จูบต้องทำกับคนที่รักสิ”


สมองพยายามเค้นความจำส่วนที่เหลือได้เพียงความว่างเปล่าความทรงจำบางส่วนหายไปในช่วงเวลาหนึ่งหรือจริงแท้นั้นไม่มีอะไรต้องจำ


สายลมยามค่ำคืนพัดพาไอเย็นจากด้านนอกบวกกับลมเย็นของพัดลมบนเพดาน

พัดพากระจายความหนาวคลอเคลียบนผิวกาย



"สวัสดี เด็กดื้อ" รอยยิ้มของสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยากเจอที่สุด



อสูรร้ายปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ สัมผัสจากไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายโอบรัดร่างน้อยเรียกขนทุกเส้นลุกเกรียว



"นาย" พิชช่าชิ้นที่สามล่วงหล่นจากปากก่อนตกลงบนพื้นอย่างน่าเสียดาย

นางหลอกเราไหนว่าจะหนีได้ในเจ็ดวันไม่ทันไรทำไมตามมาเร็วนัก


"เด็กไม่ดีต้องตีให้ตาย หนีมาทำไม”

คำหลังเสียงกร้าวดุดันข่มขู่ จบคำแววตาสีมรกตลุกวาวทุกย่างก้าวคุกคาม ทุกความรู้สึกกดดัน ระยะทางใกล้ตัวเข้าเรื่อยๆ ความรู้สึกของหญิงสาวต่อที่มีต่ออสูรหนุ่ม ทั้งชิงชัง รังเกียจ อยากหนี หนีให้ไกลจากแรงกดดันของมรกตคู่งามแต่ไม่อาจทำได้เพราะขาของร่างบางไม่ขยับมันชาและแข็งไม่ใช่ด้วยอาคมเวทย์แต่เป็นเพราะความตกใจจนถึงขีดสุด

คนในชุดคลุมก้าวเข้าหาประชิดตัวขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว สี่ก้าว ห้าก้าว หมับ

ตาสบประสานสายตากับมรกตเม็ดงาม แรงบีบเค้นบนต้นแขนสร้างความเจ็บปวดพร้อมรอยช้ำบนผิวเนื้อบอบบาง

“กลับห้องของเราดีกว่านะ สาม” ริมฝีปากเปิดรอยยิ้มแต่แววตาไม่ยิ้มเหมือนปากสักนิด
..........................................................................................................................
1529 ห้องเดิมนรกขุมเดิม

“หนีทำไม จำไม่ได้รึสามหากหนีไม่พ้นจะเป็นเช่นไร สามวันที่ข้าให้เจ้าเลือกเจ้าคิดว่าทุกคำของข้าเป็นเรื่องล้อเล่นหรือไง มานี่”

"เพราะฉันรังเกียจคุณ ขยะแขยงคุณ เซ็กต้องทำกับคนที่รักกันไม่ใช่เอามา
ใช้ทำร้ายกัน"แม้หวาดกลัวอสูรตรงหน้าเพียงใดแต่ความรู้สึกที่โดนบีบบังคับทำให้
สุดจะทนแล้ว

"รังเกียจ ขยะแขยง งั้นมาลองนอนกับคนที่เจ้าทั้งรังเกียจทั้งขยะแขยงดู
สักหน่อยแล้วกัน"

มือหนากำรอบลำคอพลิกเปิดเชิดหน้าประกบลิ้นร้อนลงแนบคลุกเคล้า สัมผัสเย็นเฉียบภายในร่างถูดรีดเร้นสร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาว
อสูรร้ายกำลังทำอะไร !!!

ไอเย็นแผ่กระจายกลบปากก่อนค่อยๆจางหายหลังปากต่อปากสอดประสานกัน ชายหนุ่มประกบปากแนบแน่นไม่ใช่เล้าโลมแต่เพื่อยื้อแย่ง กระแสพลังงานเย็นยะเยือกถูกถ่ายทอดเข้าหาร่างชายหนุ่มทีละน้อย

“$*677$” หลังจบการยื้อแย่งพลังเสียงท่องอาคมข้างหูดังก้อง เขาจะทำอะไรอีก

“อย่า อย่าทำฉัน” สิ่งของในกำมือของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวตื่นตระหนก อสูรร้ายเสกถุงยางราวโหลครึ่งมาไว้ในกำมือเป็นสัญญาณเตือนของจำนวนรอบในค่ำคืนนี้ได้เป็นอย่างดี

"พลังของเจ้าหวานดีสาม เมื่อเจ้าไม่มีมัน ข้าก็ไม่จำเป็นต้องรอ" ร่างบางถูกผลักทิ้งลงบนเตียงกว้าง

"ข้าจะไม่รอ ไม่มีข้อเสนออีกต่อไป นักเวทย์ทุกคนจะต้องดับสิ้นก่อนจันทร์เต็มดวง"
คำประกาศบอกถึงหายนะที่ใกล้เข้ามา

“พลังอะไร” คำถามเป็นได้เพียงแค่เสียงกระซิบเท่านั้น ไร้สิ้นคำตอบ

แคว่ก!!! เสียงฉีกกระชากอุปกรณ์ป้องกันเรียกหยาดน้ำตาบนร่างบาง

“นากิม อย่าทำฉันเลยนะ” ยกมือประนมขอร้องอ้อนวอนเป็นเพียงทางออกเดียวที่คิดออก คนไม่รักกันเขาไม่ทำกันกับแบบนี้

“จะเก็บไว้ให้ใคร ชู้ร้านดอกไม้ใช่ไหม” อสูรร้ายไม่รอช้าทำตามความต้องการอย่างไม่มีรั้งรอกระชากขาเหยื่อออกกว้างกระแทกสัมผัสร้อนสอดแทรกทำลายความบริสุทธิ์เสียยับเยิน เลือดแดงสาดกระเซ็นบนผ้าปูราวกับเป็นการประกาศความพ่ายแพ้ของเหยื่อสาว ไร้สิ้นการเล้าโลม ไร้สิ้นความผูกพันทำตามแต่ใจของตนเองบทรักที่เกิดจากการถูกข่มขืนสุดแสนเจ็บปวดยิ่งนัก
TB7Dy7.jpg [690x484px] ฝากรูป
"เจ้าเป็นของๆข้า หากคนรักที่เจ้าเรียกหาโผล่หัวขึ้นมาหล่ะก็ มันตาย!!!!" ทุกสัมผัสเร่าร้อนรุนแรง ลงโทษให้สาสมกับการที่ต้องกระวนกระวานอยู่หลายวัน

หลังกลับมาจากการประชุมสุดแสนเคร่งเครียดใจหวังพบหน้าร่างบางให้หายคิดถึง นับเวลารอแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือห้องที่ว่างเปล่าไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตโทสะเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดเมื่อร่ายอาคมค้นหากลับไม่พบแม้แต่เงา
.

"นากิม" เสียงหวานไพเราะเคลียมาข้างหู ยิ่งเรียกความร้อนในตัวชายหนุ่มให้เพิ่มขึ้นไม่ใช่ร้อนเพราะพิศวาสแต่ร้อนเพราะใกล้ถึงจุดเดือดเต็มทน



"ออกไป" น้ำเสียงกร้าวกระด้างทำให้ปีศาจสาวรีบผละออกจากร่างหนา หายตัวจากไปอย่างไม่เห็นฝุ่น ท่านชายน่ากลัวเหลือเกิน



"อย่าให้เจอนะสาม" กระแสอาฆาตเปี่ยมล้น มือหนาปัดหนังสือบนโต๊ะข้างเตียงหล่นกระจัดกระจาย


เคร้ง!!! แท่งผลึกใสหล่นล่วงจากกองหนังสือตามแรงทำลายร้างของชายหนุ่ม
อสูรร้ายก้มมองก่อนเปิดรอยยิ้มสมใจ

"สาม" รอยยิ้มเปร่งประกายวาวโลดหากปีศาจสาวตนเมื่อครู่มาเห็นอีกรอบคงต้องเพ่นหนีเป็นแน่แท้


การใช้ผลึกลงอาคมในมือค้นหาเด็กดื้อช่างเป็นเรื่องง่ายดายเพียงแค่เอ๋ยนามคนที่ต้องการตามหา ผลึกขาวใสจึงสะท้อนปรากฏภาพเด็กดื้อในหอพักกว้างแสดงสถานที่พร้อมที่อยู่เสร็จสรรพ พอพบเจอความโล่งใจวิ่งเข้าหาอย่างเงียบเฉียบอาการภายนอกไม่แสดงออกแถมการกระทำกลับเป็นไปในทางตรงข้าม
…………………………………………………………………………………………………………
"เจ้ารู้มาตลอดว่ามีพลังใช่ไหม" แรงอารมณ์โหมพัดยากเกินเรียกกลับคำถามไม่มีคน
ตอบคนตอบไม่อาจเปร่งเสียงสักพยางค์!!! เนินเนื้อแปดเปื้อนจากราคะของ
อสูรร้าย เจ็บปวด ทรมานเกินจะทน

"อย่า ฉันเจ็บ พอแล้ว กรี๊ดๆ" เสียงร้องของเหยื่อในอ้อมแขนทำให้บทรักของอสูรร้ายสงบลง

“สาม” ใบหน้าของเหยื่อสาวเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากพร่ำบอกซ้ำๆ เจ็บ ฉันเจ็บ

“สาม คนดีมองตาข้า” น้ำเสียงนุ่มละมุนราวกับไม่ใช่ท่านชายแห่งมรนาการผู้ร้อนรักฝ่ามือร้อนประกบแนบบนเนินเนื้อช่วยเยียวยาอาการบอกช้ำของกลีบดอกไม้ กระแสร้อนวาบเรียกสีแดงสดทาบทับแก้มบางทำให้ใบหน้าของเหยื่อสาวแดงจัดน่าเอ็นดู

“ครั้งนี้จะไม่เจ็บ ข้าสัญญา” ท่วงทำนองรักอ่อนละมุนถ่ายทอดลงบนร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างถะนุถนอมสัมผัสคลอเคลียแทนคำขอโทษแรงกอดรัดค่อยๆประคองพาร่างบางไปสู่ห้วงหฤหรรย์จวบจนย่ำรุ่ง


ถุงยางราวครึ่งโหลถูกทิ้งขวางอยู่ข้างสมรภูมิรัก ร่างน้อยบนเตียงกว้างเต็มไปด้วยรอยมือและรอยรักจากอสูรร้ายข้างกาย แววตาสีมรกตครุ่นคิดได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ อยากได้อีกแต่ต้องกำจัดตัวน่ารำคาญออกไปเสียก่อน



มือหนาประกบลำแสงดำมืดลงบนกึ่งกลางหน้าผากของเด็กดื้อ ร่างน้อยไม่อาจทนต่อแรงกดดันของอาคมเก่าแก่ทำให้หมดสติลงในทันที!!!

.......................................................................................................................17

ลายหมึกชอบบทนี้ที่สุดเลย

“สาม คนดีมองตาข้า” น้ำเสียงนุ่มละมุนราวกับไม่ใช่ท่านชายแห่งมรนาการผู้ร้อนรักฝ่ามือร้อนประกบแนบบนเนินเนื้อช่วยเยียวยาอาการบอกช้ำของกลีบดอกไม้ กระแสร้อนวาบเรียกสีแดงสดทาบทับแก้มบางทำให้ใบหน้าของเหยื่อสาวแดงจัดน่าเอ็นดู

“ครั้งนี้จะไม่เจ็บ ข้าสัญญา” ท่วงทำนองรักอ่อนละมุนถ่ายทอดลงบนร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างถะนุถนอมสัมผัสคลอเคลียแทนคำขอโทษ
แต่งเองเขินเองเลยเนี้ย ^///^

ใบบัวน่ารัก
กลายเป็นนางทาสของอสูร
พ่อแม่ พี่1-2 เค้าจะรู้ไหมว่าสามถูกรังแก
นากิม อายุ 100 ปี ยังอยู่ม. ปลายไปเพื่ออะไร
เป็นเด็กไม่ยอมโตหรือไง หรือโตได้แค่นี้ แม่นากิมเป็นคนอย่างไงตายแล้วหรือยัง
มีความลับอะไร บอกความจริง มา
+ชอบคำนี้อ่ะนางทาสของอสูร
+ตามต่อๆน๊า
+เพื่อจับสามเป็นทาสนี่แหละจ๊า
+ใจเย็นน๊าเรื่องกำลังเดืนไปเรื่อยๆจ๊า




ลายหมึก
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 29 ก.ค. 2557, 16:42:23 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 29 ก.ค. 2557, 16:42:23 น.

จำนวนการเข้าชม : 825





<< ตอนที่ 16 ข้าจะแยกเอง   ตอนที่ 18 ค่ายมรนาการ >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account