รักแท้...เคียงใจ
รักแท้...เคียงใจ

โดย ต้นเรื่อง(ภูเพชร)

อารัมภบท

ณหทัย ‘ฉันจะเชื่อเขาได้ไหม ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างเขา จะมาสนใจใยดีอะไรกับฉัน ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีค่าพอให้ใครต้องจดจำ ขนาดแฟนหนุ่มที่คิดว่าดี คบกันมา กว่า 4 ปี ยังใช้เวลาแค่สิบนาที มาบอกเลิกได้อย่างไม่สะทกสะท้านอะไรเลย’

นราภพ ‘อย่าถามผมได้ไหม ว่ารักคุณเพราะอะไร ผมรู้แค่ว่าอยากมีคุณอยู่ใกล้ ๆ อยากมีคุณอยู่เคียงข้างใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีผมก็สามารถบอกกับคุณได้อย่างมั่นใจ ว่าผู้ชายอย่างผมคนนี้ จะรักคุณคนเดียวตลอดไป’

มาพิสูจน์ รักแท้ ที่ไม่จำกัดนิยาม ของ ผู้ชายที่ชีวิตนี้มีเพียง หนึ่งใจ

-------------------------------------------------------------

ข้อความเล็ก ๆ ของคนต้นเรื่อง/ภูเพชร/ปีบเพชร

ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างสูงเลยนะคะ ที่หายไปนานแสนนานมาก
ตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้จบ ไม่พูดพร่ำทำเพลงจ้า ไปอ่านตอนที่หนึ่งกันเลยเนอะ
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร ติชมวิพากษ์วิจารณ์กันได้นะคะ หรือจะต่อว่าต้นเรื่อง(ภูเพชร)ที่หายไปก็จัดมาได้เลยจ้า จังหวะนี้ยอมทู้กอย่าง :)

--------------------------------------------------

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเป็นสำคัญ ทั้งพล็อตเรื่อง ชื่อตัวละครและคาแร็คเตอร์ตัวละครล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามเนื้อเรื่อง มิได้มีเจตนาจะกล่าวอ้างถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด และเนื่องจากเป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิต หากมีจุดบกพร่อมประการใด ต้นเรื่องใคร่ขอคำชี้แนะจากทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ :)

Tags: หวานซึ้ง อบอุ่นใจ

ตอน: ตอนที่ 3 นายวัชพล

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามนะคะ
ตอนนี้มาสั้นไปหน่อย ต้องขออภัยจริง ๆ นะคะ
เนื่องจากผู้เขียน ขึ้นล่องเขาค้อเป็นว่าเล่นในสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวาน
ติดปัญหาเรื่องสัญญาณและเวลา พอไปอยู่ประจำแล้วจะอัพให้เร็วกว่านี้นะคะ

ขอบคุณคุณยัยตัวนุ่มนิ่มนะคะ :) ที่ยังจำกันได้ รอบนี้ยังไงก็ไม่มีหายค่ะ ตั้งใจมาต่อให้จบสำหรับเรื่องแรกในชีวิต
ไปอ่านกันเลยค่า ติชมกันได้นะคะ

-----------------------------------------------------

รักแท้...เคียงใจ ตอนที่ 3 วัชพล โดย ต้นเรื่อง
ท้องฟ้ายามค่ำคืน เริ่มปรากฏแสงสีทองแซมทาบทาตรงสุดขอบฟ้า ต้นจำปีเป็นทิวแถวเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อความมืดมิดรอบตัว ค่อย ๆ จางลง แสงสว่างเข้ามาแทนที่ช่วยให้มองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบบ้านชัดเจนขึ้น ร่างโปร่งระหงกำลังขะมักเขม้นอยู่ในครัว เพื่อเตรียมอาหารเช้าให้บิดาและชายหนุ่มอีกคนที่อาศัยอยู่กับครอบครัวเธอมาร่วมสองเดือนแล้ว ชายหนุ่มที่เธอคิดเสมอว่าเขาเป็นพี่ชายของเธอ

ณหทัยเปิดฝาหม้อที่ตั้งไฟไว้จนน้ำด้านในเดือด มือบางนำเครื่องแกงเลียงที่โขลกไว้ใส่ลงไป จากนั้นใส่กุ้งสดใส่เนื้อปลาทูที่แกะไว้ รอจนกระทั่งเดือด ให้การเดือดช่วยคลุกเคล้าเครื่องแกงกับเนื้อสัตว์ให้เข้ากันครู่หนึ่ง จึงหย่อนผักที่สุกค่อนข้างยากลงไปก่อน ในที่นี้หญิงสาวใช้เห็ดฟางและบวบ พอผักนั้นสุกได้ที่จึงค่อยใส่ฟักทองและผักหวาน ผักสองอย่างหลังจะได้ไม่เละมากจนเกินไป ตบท้ายด้วยใบแมงลักเพิ่มกลิ่นหอมยั่วต่อมน้ำลายคนทั้งหมดให้เข้ากันแล้วตั้งไฟทิ้งไว้จนเดือดอีกครั้ง
หลังจากแกงเดือด หญิงสาวก็ชิมและปรุงรสจนเป็นที่พอใจ ค่อยปิดไฟ แล้วยกลงจากเตา แกงเลียงผักหวานหน้าตาน่ารับประทานถูกยกมาวางที่โต๊ะกินข้าวเป็นอย่างสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้ามีน้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ไข่เป็ดต้มแบบยางมะตูม และผักต้มที่ประกอบด้วยชะอม ตำลึง น้ำเต้า วางอยู่ก่อนแล้ว

นราภพยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความเพลิดเพลิน เขาขึ้นมาได้พักใหญ่แล้ว เห็นหญิงสาวกำลังโขลกเครื่องแกงอยู่ จึงอดยืนมองไม่ได้ เขาไม่ได้เห็นการโขลกเครื่องแกงด้วยครกหินแบบนี้มานานพอสมควร ตั้งแต่คุณย่าท่านชราขึ้น ไม่ได้ลงครัวเอง คนรุ่นใหม่ก็เห็นใช้แต่เครื่องปั่นกันหมด จนมาอยู่ที่นี่แหละได้เห็นเธอใช้ครกหินจนชินตา ทำให้เขารู้สึกถึงความเซ็กซี่ของผู้หญิง เซ็กซี่แบบมองได้ไม่รู้เบื่อเมื่อยามเธอทำครัว

“อ้าว ภพ ทำไมยังไม่เข้าไป” คุณดนัยที่ตามมาทีหลังค่อนข้างนาน เพราะมัวแต่คุยกับภัคค์คนงานเก็บดอกจำปีค่อนข้างแปลกใจเมื่อยังเห็นหนุ่มรุ่นลูกยืนอยู่ตรงมุมเสา ไม่เข้าไปที่โต๊ะกินข้าวอย่างทุกวัน

“เอ่อ พอดีผมยืนคิดอะไรเพลิน ๆ น่ะครับ” บุรุษผมสีดอกเลายิ้มบาง ๆ ก่อนจะส่งสายตารู้ทันมาให้

“คิดอะไรเพลิน ๆ หรือแอบมองใครอยู่” ใบหน้าคมคายซับสีเรื่อ

“ลุงเชียร์เอ็งสุดใจเลย” คุณดนัยเปิดโอกาสเต็มที่ถ้าลูกสาวจะเลือกหนุ่มคนนี้แทนไอ้ผู้จัดการนั่น นราภพถูกใจเขาทั้งรูปร่างหน้าตา นิสัยใจคอ แล้วถ้าเขามองไม่ผิด ไอ้หนุ่มคนนี้มันมีดีกว่าที่คิด มีดีกว่าที่มองเห็นอยู่ตอนนี้แน่นอน แต่เขาจะรอ รอให้มันเปิดเผยด้วยตัวมันเอง ผู้สูงวัยกว่าตบบ่าคนหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะเดินไปทางนอกชาน ตำแหน่งที่ตั้งโต๊ะอาหารเช้า นราภพยิ้มกว้าง ถูกใจกับประโยคเด็ด ขายาว ๆ ก้าวตามผู้สูงวัยไปยังโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเป็นไปอย่างสบาย ๆ สองหนุ่มรุ่นพ่อกับรุ่นลูกพูดคุยกันอย่างถูกคอ อีกหนึ่งสาวก็ฟังอย่างตั้งใจและมีส่วนร่วมบ้างในบางครั้ง คนที่มีความสุขที่สุดเห็นจะเป็นคุณดนัย ตั้งแต่มีเจ้าหนุ่มนี่มาช่วยงาน ทุกอย่างก็ราบรื่นไปเสียหมด ทุ่นแรงไปได้เยอะ ความคิดความอ่านก็เข้าท่า บุคลิกรูปร่างหน้าตาก็เข้าที ที่สำคัญสิ่งที่พึ่งจับได้เมื่อเช้า ทำให้เขาดีใจ นราภพผูกสมัครรักใคร่ลูกสาวตนอย่างแน่นอน ถึงตรงนี้คุณดนัยเหลือบไปมองบุตรสาวตน เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับช้อนข้าว จึงอดทักไม่ได้

“วันนี้ลูกสาวพ่ออารมณ์ดีอะไรหว่า ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ถ้าช้อนมันมีความรู้สึก คงจะย้วยขวยเขินไปแล้ว”

ณหทัยยิ้มกว้าง ก่อนจะอธิบายให้ผู้เป็นพ่อฟังถึงสิ่งที่ทำให้ตนอารมณ์ดีมากมายด้วยความเขิน “เย็นนี้พี่พลจะพาตรีไปทานอาหารที่ภัตตาคารสุดหรูค่ะคุณพ่อ พี่พลโทรมาบอกก่อนคุณพ่อมาทานข้าวนี่เองค่ะ”

คุณดนัยส่งสายตาไปยังหนุ่มรุ่นลูก เห็นอีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่งทานข้าวเป็นปกติก็แปลกใจ แต่ผู้สูงวัยหารู้ไม่ ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นราภพรู้สึกร้อนอกร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อทราบถึงเหตุแห่งความสุขของสาวน้อยตรงหน้า หากเพียงสังเกตดี ๆ มือหนาที่กำลังตักอาหารเข้าปากเหมือนปกตินั้นกำลังกำช้อนส้อมแน่นกว่าปกติมากที่เดียว

ได้ยินเพียงชื่อ นราภพก็รู้สึกไม่ถูกชะตาทุกครั้ง ‘วัชพล’ แฟนหนุ่มของณหทัย เขามาที่นี่ก็เพราะมัน แต่สองเดือนมาแล้ว มันก็ยังไม่เคยโผล่หน้ามาหาหญิงสาวที่บ้านสวนเลยสักครั้ง ไม่เคยพาสาวน้อยตรงหน้าไปเที่ยว ไม่เคยนัดทานข้าว จนกระทั่งตอนนี้

“ลูกไม่ได้ไปไหนมาไหนกับหมอนั่นมาสองเดือนแล้วนะ พ่อก็หลงดีใจคิดว่าเลิกกันไปแล้ว” เสียงคุณดนัยช่วยดึงสตินราภพให้กลับมาสู่โต๊ะอาหารไม่ใช่แค่คุณดนัยที่รู้สึกแบบนั้น เขาเองก็รู้สึกเช่นกัน ว่าที่พ่อตาเล่นพูดแทนใจเขาหมดเลยทีเดียว

“พี่เขางานยุ่งค่ะพ่อ เราก็เลยไม่ได้ออกไปไหนกัน แต่มีคุยกันอยู่นะคะ”ดนัยมองลูกสาวอย่างรู้ทัน

“แก้ตัวให้มันตามเคย” ผู้เป็นพ่อทำหน้าไม่สบอารมณ์ “แล้วนัดเจอกันที่ไหน มันมารับไหมล่ะ”

“เจอกันที่ทำงานพี่เขาค่ะ” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ ที่ทำงานของวัชพลคือห้างสยามเวิลด์ที่พึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

คำตอบที่ได้ไม่ผิดจากที่คาดไว้เลยสักนิด ผู้เป็นพ่อส่ายหน้า รวบช้อนส้อมในมือก่อนจะหยิบน้ำขึ้นดื่ม กิริยาบ่งบอกว่าทานต่อไม่ลง ผู้เป็นบุตรสาวถึงกับหน้าเสีย

“พ่อไม่ทานต่อหรอจ๊ะ”

“ไม่ล่ะ พ่อกินไม่ลง”

“โธ่คุณพ่อ” ณหทัยหน้าเศร้า

“ถ้าอยากให้พ่อสบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง ตรีก็ต้องให้พ่อภพเขาไปส่ง ส่งให้ถึงมือเจ้าหมอนั่นเลยนะภพ” ท้ายประโยคคุณดนัยหันไปพูดกับชายหนุ่ม นราภพค้อมศีรษะให้ผู้สูงวัยเป็นการรับทราบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจยินดีเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันใบหน้าเศร้าสร้อยเมื่อครู่ของหญิงสาวกลับมีสีสันขึ้นมาทันที ‘อย่างน้อยผู้เป็นพ่อก็อนุญาต’

--------------------------------------------

ห้าง Siam World คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลกันเข้ามาเพื่อสัมผัสความเป็นที่สุดแห่งยุค ห้างสรรพสินค้าที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงความหรูหรา ทันสมัย และโดดเด่นไม่เหมือนใคร

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”ณหทัยกล่าวขอบคุณชายหนุ่มร่วมบ้าน นราภพยิ้มบาง ๆ

“ยินดีครับ”

“คุณภพกลับก่อนก็ได้นะคะ เดี๋ยวตรีรอพี่พลตรงม้านั่งนี่ คุณภพจะได้ไม่เสียเวลา”

ณหทัยชี้ไปทางม้านั่งสีขาวที่ตั้งอยู่ริมทางเดิน ด้านหลังเก้าอี้เป็นสวนพันธุ์ไม้หายากที่ทางห้างจัดไว้เพื่อความสวยงามและเป็นความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ

ฝ่ายชายส่ายหน้าทันที “ตามสัญญาครับ ส่งถึงมือ ถ้าเขามา ผมจะไป” นราภพแกล้งตีขลุมตามคำสั่งบิดาหญิงสาว ความจริงเขาจะกลับก่อนก็ได้ คุณดนัยไม่มีทางรู้ แต่เรื่องอะไรล่ะ กลับก่อนก็ไม่สนุกสิ อยากเห็นหน้าเป็น ๆ ของไอ้หมอนั่นเหมือนกัน เคยเห็นแต่ในรูปถ่ายประวัติ เขาอยากรู้นักถ้ามันเห็นเขานั่งคุยอยู่กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของมัน หมอนั่นจะทำยังไง

“คุณภพนี่จริง ๆ เลยนะคะ” คนพูดส่ายหน้ายิ้ม ๆ ปกติเธอว่าเธอไม่ค่อยเห็นเขาดื้อเท่าไหร่นะ

หนุ่มสาวนั่งสนทนากันจริง ๆ จัง ๆ เป็นครั้งแรกอย่างออกรส ถึงจะอยู่บ้านเดียวกันมาร่วมสองเดือน แต่ก็ใช่ว่าจะสนิทกัน เธอก็อยู่ของเธอ ส่วนเขาก็อยู่ของเขา ส่วนใหญ่เขาจะคุยกับพ่อเธอเสียมากกว่า เธอก็นั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้าง จะได้คุยกันบ้างก็บางที ยิ้มให้กันยังจะมากเสียกว่า

“ตรี!” เสียงเรียกที่ค่อนข้างดังหยุดการสนทนาของสองหนุ่มสาวได้ทันที ณหทัยที่นั่งหันหลังให้ผู้มาใหม่ หันมายิ้มให้อย่างยินดี ส่วนชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่ก่อน เนื่องจากเห็นมาแต่ไกลจึงไม่ได้ตกใจอะไร ซึ่งนราภพลงความเห็นว่าตัวจริงของวัชพลค่อนข้างจะดูดีกว่าในรูป ที่สำคัญคือความเจ้าเล่ห์ฉายชัดออกมาเสียจนนราภพรู้สึกได้ ไม่เหมาะกับแม่ศรีเรือนอย่างณหทัยหรอก

“มาถึงนานแล้วหรอคะพี่พล”

วัชพลพยักหน้าพลางมองไปยังนราภพด้วยสายตาเป็นคำถาม นราภพมองตอบไม่หลบสายตาอย่างท้าทายอยู่ในทีณหทัยเริ่มรู้สึกถึงความตึงเครียด จึงรีบแนะนำสองหนุ่มให้รู้จักกันก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

“นี่คุณภพ ลูกพี่ลูกน้องตรีเองค่ะ พึ่งมาช่วยงานคุณพ่อได้ไม่นาน”

“คุณภพคะนี่พี่พลที่ตรีพูดถึงบ่อย ๆ” วัชพลสีหน้าดีขึ้นมาทันที สองหนุ่มจับมือทักทายกันอย่างรู้ธรรมเนียม ก่อนที่ผู้มาใหม่จะวาดวงแขนมาโอบไหล่หญิงสาวไว้ แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเต็มที่ ส่งผลให้คนถูกโอบหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกณหทัยปลดมือคนรักหนุ่มออกอย่างแผ่วเบา เพราะเกรงจะไม่เหมาะสมที่จะมาทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นและต่อหน้านราภพ

อีกฝ่ายเปลี่ยนจากโอบไหล่มากุมมือน้อยไว้แทน ก่อนจะแย้งเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสามคน

“ทำไมล่ะครับ คู่รักคู่ไหน ๆ เขาก็ทำกัน” วัชพลกล่าวออกมา ราวกับว่าอยู่กับณหทัยแค่สองคนบนโลกใบนี้ พลางเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว แต่อีกคนที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นและกำลังจ้องเขม็งอยู่ รู้ทันทีว่าวัชพลจะทำอะไร นราภพดึงตัวณหทัยเบี่ยงหลบริมฝีปากของอีกฝ่ายที่กำลังจะสัมผัสแก้มใสได้ทันควัน

‘คิดจะเล่นบทนี้ต่อหน้าเขาเรอะ ฝันไปเถอะไอ้หน้าอ่อน’ นราภพนึกในใจอย่างเข่นเขี้ยว มือหนากำแน่น
วัชพลจ้องหน้านราภพ ความไม่พอใจฉายชัด “คุณมายุ่งอะไรด้วย คนรักเขาจะกระหนุงกระหนิงกัน”

“ไม่เหมาะมั้งครับ ไว้ไปให้พ้นหน้าผมก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

“ไอ้...!” ความโมโหทำให้ขาดสติวัชพลถลันเข้าหานราภพทันทีณหทัยที่พึ่งหายตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เริ่มตั้งสติได้ รีบรั้งตัวแฟนหนุ่มไว้ได้ทัน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ หญิงสาวขอโทษขอโพยเพื่อนร่วมบ้านเป็นการใหญ่ที่แฟนหนุ่มแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ก่อนจะพาตัวแฟนหนุ่มแยกย้ายออกมา

นราภพมองตามไปจนลับสายตา กรามแข็งบดกันแน่นจนเป็นสันนูน พยายามระงับอารมณ์ที่ปะทุราวลาวาร้อนเต็มที่เช่นกัน
“พังดินเนอร์ของคู่รักสักคู่ มันบาปมากไหมเพชร” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นหลังจากสงบสติอารมณ์อยู่เป็นครู่
“เจ้านายยอมให้คุณตรีเสียใจได้ไหมล่ะครับ”

เพชรปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังผู้เป็นนาย เขาเฝ้ามองเหตุการณ์เมื่อครู่มาตั้งแต่ต้นแล้ว เนื่องจากภารกิจของเขาคือการตามประกบตัววัชพล

คำถามของคนสนิททำเอานราภพนิ่งไป เพชรดักทางเขาถูกเสมอ ความรู้สึกหลาย ๆ อย่างมันประดังประเดมาหาเขามากมายในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา แต่สิ่งหนึ่งที่ฉายชัดเข้ามาจนเขาสามารถจับความรู้สึกตนเองได้ คือเขาไม่อยากให้เธอเสียใจนั่นเอง

“ทำหน้าที่ของนายต่อไปเพชร เป็นหูเป็นตาให้ด้วยอย่าให้มันได้แตะณหทัยของฉันอีก”

“ครับ”เพชรรับคำหนักแน่น

ดวงตาคมกล้าของผู้เป็นนายฉายแววมุ่งมั่น ราวกับคำประกาศิต เพชรขยับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อด้วยความรวดเร็วร่างสูงโปร่งของนราภพก็เดินหายไปกับฝูงชนเช่นกัน จุดมุ่งหมายคือลานจอดรถที่มีคนของตนรออยู่ นราภพจะแวะเข้าไปตรวจงานที่อาคารอัศวเดชาทุกครั้งที่มีโอกาส หรือไม่ภัคค์ก็จะเป็นฝ่ายขนไปให้ตอนมาเก็บจำปี ทั้งตอนมืดและตอนเช้ามืด

---------------------------------------------------------

ทางด้านณหทัย หลังจากพาแฟนหนุ่มออกมาก็ต้องรออีกฝ่ายสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่กว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ วัชพลชำเลืองมองแฟนสาวของตนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ “พี่ขอโทษนะคะ ที่เผลอแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อหน้าญาติของน้องตรี ยกโทษให้พี่ด้วยนะคะต่อไปมันจะไม่เกิดขึ้นอีก” วัชพลออดอ้อนเสียงหวาน เมื่อรู้ตัวว่าพลาดไปณหทัยยังมีความสำคัญต่อตนอยู่ ถึงอย่างไรก็ปล่อยให้ตนเองเสียคะแนนไม่ได้ยิ่งเมื่อรู้ว่ามีคนมาให้ความสนใจของตายของตน ความรู้สึกหวงก้างก็เพิ่มเป็นทวีคูณ

ณหทัยเห็นดังนั้นจากที่เคืองโกรธก็โกรธไม่ลง ช่วงเวลาที่คบกันเธอไม่สามารถโกรธวัชพลได้นานเลยสักครั้ง อีกฝ่ายจะมีวิธีพูดให้เธอคล้อยตามและเห็นดีเห็นงามด้วยเสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวส่งยิ้มตอบกลับไปเป็นสัญญาณว่าตนยินดีให้อภัย
“น้องตรีน่ารักที่สุดเลย พี่รักน้องตรีก็ตรงนี้” ณหทัยหน้าแดงระเรื่อหลบสายตาหวาน ๆ ที่จ้องมองมา จึงไม่เห็นว่าสายตาวาวหวานเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์เพียงไรเมื่อยามลับตาเธอ

“เราไปดินเนอร์กันดีกว่านะคะน้องตรี เสียเวลามาตั้งพักใหญ่แล้ว”

“ค่ะพี่พล”

วัชพลยิ้มกริ่ม ก่อนจะพาลูกไก่ในกำมือไปทานดินเนอร์ต่ออย่างที่ตั้งใจ


ดินเนอร์สุดหรูของณหทัยเกิดขึ้นที่ห้องอาหาร Carino Sweet แห่งโรงแรมอัศวารา สถานตากอากาศสุดหรูสไตล์ยุโรปตะวันตก ที่ถูกยกมาไว้กลางกรุงเทพมหานคร ห้องอาหาร Carino Sweet เป็นร้านอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งชื่อของที่นี่มาจากคอนเซ็ปต์ของร้านที่ว่า ความน่ารักจากอาหาร บรรยากาศ ตลอดจนพนักงาน จะเป็นน้ำตาล ช่วยเติมความหวานให้กับคู่รักทุกคู่ นั่นเอง

บรรยากาศของร้านเน้นการตกแต่งโดยใช้วัสดุที่ทำจากหินอ่อนเป็นหลัก นำมาแกะสลักและจัดวางอย่างสวยงาม ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ทั้งของไทยและของต่างประเทศ ช่วยให้บรรยากาศภายในร้านดูอ่อนหวานน่ารักสมกับคำว่า Carino ที่แปลเป็นภาษาอิตาลีได้ว่าน่ารัก นอกจากนี้ตัวห้องอาหารยังเปิดโล่งให้ทุกคู่รักที่มาทานอาหารได้เต็มอิ่มไปกับบรรยากาศสุดหรูหราวิจิตรตระการตาของโรงแรมอัศวาราอีกด้วย

ณหทัยมองทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ ความตื่นเต้นของหญิงสาวฉายชัดจนวัชพลสัมผัสได้จากมือหนาที่ฉวยมือบางมากุมไว้ตั้งแต่ลงจากรถ ซึ่งนี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่ตนได้มีโอกาสสัมผัสกับมือบางในลักษณะของการเกาะกุมไว้ได้นานขนาดนี้ โดยที่ฝ่ายหญิงไม่ดึงมือออกไปเสียก่อน ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าณหทัยเป็นผู้หญิงที่วางตัวดีเสมอต้นเสมอปลาย อาจจะเข้าขั้นผู้หญิงหัวโบราณ ที่ถ้าหากถูกเนื้อต้องตัวกันแล้วจะเสียผี จะถูกผู้ใหญ่จับแต่งงานในทันที เรื่องที่ว่าจะไปจับมือถือแขนหรือโอบกอดกันราวกับเป็นคู่รักนั้นแทบจะเป็นเพียงความฝันทีเดียว ภวังค์ความคิดสิ้นสุดลง วัชพลเดินหน้าตามบทบาทของตนต่อไป

“มือเย็นเชียวครับ” วัชพลกระซิบถามใกล้ ๆ “ถูกใจไหมครับร้านที่พี่พลคนนี้เลือกให้” ถามพลางกระชับฝ่ามือที่กุมมือบอบบางไว้ให้แน่นขึ้นอย่างต้องการปลอบโยน คนข้าง ๆ จะได้คลายความประหม่าลง

“มันสวยที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณนะคะพี่พล”

ณหทัยหันมาส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า มือบางไล่ซับน้ำตาที่ซึมออกมาจากขอบตาด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มใจเหลือคณากับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษนี้ แล้วจะไม่ให้เธอรักเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาทำให้เธอได้ขนาดนี้ วัชพลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอื้อเอ็นดูที่สว่างวาบเข้ามาในจิตใจอย่างกะทันหัน ผู้หญิงคนนี้มีดีที่ยิ้มสวยและนิสัยน่ารักน่าใคร่นี่คือสิ่งที่ตนต้องยอมรับ เห็นหญิงสาวเช็ดน้ำตาป้อย ๆ วัชพลจึงอดกระเซ้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะไม่ได้

“อ้าวแล้วกัน เป่าปี่ซะแล้วที่รักของพี่...อย่าร้องนะครับ มาพี่เช็ดน้ำตาให้นะคนดี”

โอกาสมาถึง วัชพลรีบฉวยทันที มือขาวกำลังจะเอื้อมไปเช็ดน้ำตาให้สาวเจ้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่เสียงหนึ่งจากด้านหลังดังขึ้นขัดพอดี

“สวัสดีครับ...มาทานอาหารเติมน้ำตาลให้หัวใจกับคู่รักใช่ไหมครับ...เชิญทางนี้เลยครับผม” เสียงเชิญชวนนั้นกระตือรือร้นเสียจนวัชพลปฏิเสธไม่ออก มือขาว ๆ ชะงักไป รู้สึกแปลกอยู่ในใจ อีกทั้งยังมีความไม่พอใจผสมอยู่ลึก ๆ เพราะตนเองเคยมาที่นี่หลายครั้ง และรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของทางร้านเป็นอย่างดี โดยปกติแล้วพนักงานทุกคนในร้านจะถูกอบรมให้เข้าใจถึงโมเมนต์ของความโรแมนติกและซาบซึ้งตรึงใจของเหล่าคู่รักที่เดือนทางมาถึงที่นี่ พนักงานจะรอจนกว่าคู่รักสวีทหวานกันจนเป็นที่พอใจแล้วจูงมือกันเข้าไปในร้านเอง พนักงานจึงจะเริ่มต้นการให้บริการแบบเต็มรูปแบบ แต่ขณะนี้เขายังไม่ได้จูงมือณหทัยเข้าไปด้านในเลย ทำไมพนักงานถึงออกมาขัดจังหวะเสียได้

แต่แม้จะเสียจังหวะไปนิด วัชพลก็ยังสามารถไหลลื่นไปได้อย่างคล่องแคล่ว เขาหันไปพยักหน้าให้บริกรเล็กน้อยเป็นเชิงรับทราบ แล้วกล่าวให้เสียงกับณหทัยเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน ก่อนจะเอื้อมมือของตนไปกุมมือณหทัยไว้อีกครั้ง พลางรั้งมือบางมาคล้องแขนตนเองไว้ และรั้งร่างบางให้เดินตาม พาคู่รักเข้าไปด้านในตามคำเชิญของเจ้าบริกรที่มาผิดจังหวะ
เมื่อได้ที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยเป็นมุมน่ารัก ๆ ด้านหนึ่ง วัชพลก็เอ่ยขอตัวครู่หนึ่ง

“น้องตรีนั่งตรงนี้สักครู่นะครับ พอดีพี่เจอคนรู้จัก ขอไปทักทายเสียหน่อย” ไม่ทันที่ร่างบางจะเรียกไว้ วัชพลก็เดินลิ่วออกไป ณหทัยหันมามองบรรยากาศโดยรอบด้วยความเพลิดเพลิน แทนการมองตามแฟนหนุ่มไป

ด้านวัชพลก้าวยาว ๆ ไปหาคุณอดิศรผู้จัดการที่กำลังดูแลความเรียบร้อยของ Carino Sweet อยู่ ณ ตอนนี้

“คุณอดิศร” เพียงแค่ทักไป

“อ้าว...คุณวัชพล สวัสดีครับ มาทานอาหารเติมความหวานกับคู่รักใช่ไหมครับ ขอให้อร่อยนะครับ”

อีกฝ่ายตอบกลับมาน้ำไหลไฟดับอย่างผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเป็นเลิศ วัชพลไม่รอช้ารีบแจ้งความประสงค์ของตนในทันทีเช่นกัน

“ผมขอติงนิดนึงนะ เมื่อครู่นี่มีพนักงานคนหนึ่ง เดินออกไปตามผมข้างนอก ผมกำลังอยู่ในโหมดซาบซึ้งกับแฟนเลย เข้าไปขัดจังหวะซะเสีย ผมว่ามันผิดกาลเทศะไปหน่อย ฝากช่วยดูหน่อยนะ

“จริงหรือครับ” อดิศรหน้าเครียด “พอจะบอกผมได้ไหมครับว่าคนไหน ผมจะได้จัดการถูกคน”

วัชพลชี้มือไปทางบริกรคนหนึ่ง ที่รูปร่างออกจะสูงใหญ่เกินกว่าเพื่อนบริกรด้วยกัน อดิศรมองตามไปทางที่วัชพลชี้

“อ๋อ...นายสายหมอก ยังไงต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีเด็กคนนั้นเป็นบริกรใหม่เลย อาจจะยังไม่เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติ ยังไงผมจะตำหนิติเตียนและทำการอบรมให้ใหม่ด้วยตนเองนะครับ คราวหน้าจะไม่มีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นแน่นอนครับ...ขอประทานโทษด้วยนะครับ”

วัชพลค่อนข้างพอใจมากกับคำขอโทษขอโพยและคำชี้แจงของผู้จัดการอดิศร จากที่ร้อนมา คุณอดิศรสามารถจัดการให้อีกฝ่ายเย็นลงได้อย่างมืออาชีพ

“ไม่ใช่อะไร...ผมมาบอกไว้ก่อนคุณอดิศรจะได้เตรียมป้องกัน ลำพังกับผมน่ะไม่เท่าไหร่ ยังไงเราก็ในเครือเดียวกันผมน่ะกลัวว่าพนักงานของคุณจะไปเสียมารยาทกับแขกคนสำคัญเข้า ทางร้านและโรงแรมจะเสียชื่อเอาได้ ผมเป็นห่วง”

“ครับผม ครับ” อดิศรระบายยิ้มได้อีกครั้ง

“เอานะ...ดูแลให้ดี” วัชพลตบไหล่อดิศรเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไป
คล้อยหลังวัชพล ริมฝีปากที่แย้มยิ้มรับคำตำหนิเมื่อครู่ หุบฉับลงทันที “ทำเป็นวางอำนาจ มันก็ขี้ข้าเหมือนกันนั่นล่ะว้า” อดิศรหยิบผ้าเช็ดหน้ามาปัดที่ไหล่ตนเองเบา ๆ พลางขยับชุดสูทให้เข้าจุดดูดี ใบหน้าเชิดขึ้น คอตั้ง หลังตรง แล้วก้าวเดินต่อไป

----------------------------------------------------
พบกันใหม่ตอนที่ 4 นะคะ










ปีบเพชร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 18 ก.ย. 2557, 06:27:59 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 18 ก.ย. 2557, 06:27:59 น.

จำนวนการเข้าชม : 1147





<< ตอนที่ 2 เข้าถึงตัว   ตอนที่ 4 เข้าเรื่อง >>
ยัยตัวนุ่มนิ่ม 24 ก.ย. 2557, 18:02:48 น.
นี่สั้นนะเนี่ยคุณปีปเพชร


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account