รักแท้...เคียงใจ
รักแท้...เคียงใจ

โดย ต้นเรื่อง(ภูเพชร)

อารัมภบท

ณหทัย ‘ฉันจะเชื่อเขาได้ไหม ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างเขา จะมาสนใจใยดีอะไรกับฉัน ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีค่าพอให้ใครต้องจดจำ ขนาดแฟนหนุ่มที่คิดว่าดี คบกันมา กว่า 4 ปี ยังใช้เวลาแค่สิบนาที มาบอกเลิกได้อย่างไม่สะทกสะท้านอะไรเลย’

นราภพ ‘อย่าถามผมได้ไหม ว่ารักคุณเพราะอะไร ผมรู้แค่ว่าอยากมีคุณอยู่ใกล้ ๆ อยากมีคุณอยู่เคียงข้างใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีผมก็สามารถบอกกับคุณได้อย่างมั่นใจ ว่าผู้ชายอย่างผมคนนี้ จะรักคุณคนเดียวตลอดไป’

มาพิสูจน์ รักแท้ ที่ไม่จำกัดนิยาม ของ ผู้ชายที่ชีวิตนี้มีเพียง หนึ่งใจ

-------------------------------------------------------------

ข้อความเล็ก ๆ ของคนต้นเรื่อง/ภูเพชร/ปีบเพชร

ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างสูงเลยนะคะ ที่หายไปนานแสนนานมาก
ตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้จบ ไม่พูดพร่ำทำเพลงจ้า ไปอ่านตอนที่หนึ่งกันเลยเนอะ
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร ติชมวิพากษ์วิจารณ์กันได้นะคะ หรือจะต่อว่าต้นเรื่อง(ภูเพชร)ที่หายไปก็จัดมาได้เลยจ้า จังหวะนี้ยอมทู้กอย่าง :)

--------------------------------------------------

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเป็นสำคัญ ทั้งพล็อตเรื่อง ชื่อตัวละครและคาแร็คเตอร์ตัวละครล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามเนื้อเรื่อง มิได้มีเจตนาจะกล่าวอ้างถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด และเนื่องจากเป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิต หากมีจุดบกพร่อมประการใด ต้นเรื่องใคร่ขอคำชี้แนะจากทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ :)

Tags: หวานซึ้ง อบอุ่นใจ

ตอน: ตอนที่ 5 เป็นเรื่อง

แฮ่ แว่บมาลงให้อ่านกันแล้วค่ะ

---------------------------------------------------------------------------------------------

รักแท้...เคียงใจ ตอนที่ 5 เป็นเรื่อง โดยต้นเรื่อง

นราภพกลับมายังบ้านสวนอีกครั้งตามคำเรียกร้องของหัวใจ หลังจากที่หลบไปทำใจหรืออีกนัยน์หนึ่งอาจจะเรียกได้ว่ากลับไปทำงานเห็นจะเหมาะกว่า ด้วยเดิมทีเขาจะกลับมาตั้งแต่ที่คุยกับคุณย่าเสร็จ แต่เพียงแค่ก้าวเท้าออกมาจากสวน เพชรและภัคค์ก็หอบแฟ้มงานมาเป็นตั้ง เป็นโปรเจ็คสำคัญที่เขาจะต้องพิจารณาอนุมัติเสียด้วยสิ ทำให้เขาไม่สามารถกลับบ้านสวนจำปีได้อย่างใจคิด ต้องอยู่เคลียร์งานกองนี้จนเสร็จซึ่งก็ล่วงเลยมาหลายวัน

เพชรและภัคค์อาสามาส่งเจ้านายหนุ่มด้วยตนเอง รถเก๋งยี่ห้อธรรมดาทั่วไปแต่ติดฟิล์มกรองแสงทึบจนมองไม่เห็นคนที่นั่งด้านใน จอดชิดริมรั้วบ้านสวนจำปีห่างจากทางเข้าบ้านพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต

“ตามประกบวัชพืชนั่นให้ดี” ก่อนลงจากรถ นราภพหันมากำชับเพชรเสียงเข้ม

“เค้าชื่อวัชพลครับนาย” ภัคค์แก้ให้

“สำหรับฉัน มันเป็นวัชพืชว่ะ เดี๋ยวจะรีบถอนรากถอนโคนเร็ว ๆ นี้”

คราวนี้สองหนุ่มคนสนิทหัวเราะเสียงร่วน พยักหน้ารับกันถ้วนทั่ว นาน ๆ ทีเจ้านายตนจะมีประโยคเฮี้ยวแบบนี้ออกมาซักประโยค ปกติจะเป็นสองคู่หูอย่างเขาสองคนเสียมากกว่าที่ขยันหามุขแป่ก ๆ มาเล่นเวลาที่อยู่กันแค่สามคน

“ทางสะดวกครับ”

นราภพก้าวลงจากรถทันทีเมื่อเพชรให้สัญญาณว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนี้ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลงจากรถพร้อมเป้หนึ่งใบ จุดมุ่งหมายคือบ้านสวนจำปี คนตัวโตค่อย ๆ เดินลัดเลาะไปตามริมรั้วที่ใช้ต้นไม้ใหญ่ปลูกเป็นแนวกั้นพื้นที่สวนจากสายตาของคนภายนอก แล้วกระโดดข้ามประตูรั้วที่มีความสูงแค่เอวเข้าไปด้านในอย่างไม่อยากเสียเวลาเปิด

ความปลอดภัยของที่นี่ช่างมีอยู่น้อยนิด ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นแนวรั้ว แม้จะกันบ้านสวนจากสายตาของคนภายนอก แต่ก็ไม่ปลอดภัยมากพอหากมีโจรผู้ร้ายหรือผู้ไม่หวังดีบุกเข้ามา ดีที่พื้นที่ผู้คนรักใคร่กันดี ช่วยกันตรวจตราดูแลจึงไม่มีขโมย ขโจร และไม่มีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้กระมังคุณดนัยจึงชะล่าใจเรื่องความปลอดภัยขนาดนี้

“พ่อจ๋า...คุณภพมาแล้ว”

ณหทัยยิ้มอย่างดีใจพลางร้องบอกผู้เป็นพ่อ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนตัวโตที่หายหน้าหายตาไปหลายวันเดินมาแต่ไกล เธอดีใจจังเลยที่เขากลับมา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นก็ไม่รู้นะเธอเองก็บอกไม่ถูก รู้แต่ว่าพอคุณภพไม่อยู่ บ้านนี้ดูเงียบไปถนัดตาเธอไม่ค่อยได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อที่มักจะสนทนานู่นนี่อยู่เป็นประจำอย่างเคย อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีเพื่อนคุยที่ถูกคออย่างคุณภพอยู่นั่นเอง ท่านก็เลยออกอาการหงอยเหงาแบบนั้น ณหทัยอดขำไม่ได้กับภาพที่เห็น พ่อเธอวิ่งลงบันไดมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้สวมเสื้อ ทั้งตัวปะแป้งมาเสียลายพร้อยเลย สงสัยจะพึ่งอาบน้ำเสร็จ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านไอ้ลูกรัก”

สองหนุ่มต่างวัยตรงเข้ากอดกันกลม คุณดนัยตบหลังรับขวัญหนุ่มรุ่นลูกหนัก ๆ สองสามทีเป็นสัญญาณว่าให้เข้มแข็ง และเริ่มต้นสู้ใหม่

“เอ็งยังไม่แพ้นะ” ผู้สูงวัยกว่ากระซิบพลางขยิบตาให้อย่างเจ้าเล่ห์พอกัน

ในระหว่างที่พ่อลูกกำมะลอกำลังไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบหลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลาย เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของผู้สาวเพียงคนเดียวในที่นั้นก็ดังขึ้น แล้วรอยยิ้มก็เกลื่อนเต็มใบหน้ากระจ่างใสเมื่อเห็นชื่อคนโทรมา

“สวัสดีค่ะพี่พล”

“สวัสดีครับผม...ทำอะไรอยู่ครับสาวน้อยของพี่” เสียงแว่วหวานของวัชพลที่ลอยผ่านมาตามคลื่นสัญญาณไร้สาย ทะลุลำโพงออกมาให้อีกสองหนุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ พลอยได้ยินไปด้วย นราภพแอบเบ้หน้าด้วยความหมันไส้

“กำลังจะไปทานข้าวกันเลยค่ะ พี่พลอยู่ตรงไหนคะ ทานข้าวด้วยกันไหม” ณหทัยตอบปลายสายเสียงหวานระรื่นหูจนชายหนุ่มอีกคนที่ได้ยินอดอิจฉาคนปลายสายไม่ได้

“ไม่ดีกว่าครับพี่คงเหาะไปไม่ทันแน่ ๆ ตอนนี้พี่ติดสัมมนาอยู่พัทยา เลยโทรมารายงานตัวกับน้องตรีผู้น่ารักของพี่เสียหน่อย น้องตรีจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงถ้าพี่ไม่ได้ไปหาหลายวัน”

“อ๋อค่ะ งานด่วนหรอคะ ไปซะกะทันหันเลย”

“ครับผม พี่คงไม่ได้ไปบ้านสวนจำปีหลายวัน ฝากบอกคุณพ่อด้วยนะครับ เดี๋ยวท่านจะหาว่าพี่ไม่ใส่ใจลูกสาวท่าน ล่ะแย่เลย”
“โธ่ตรีก็นึกว่าเรื่องอะไร ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ เดี๋ยวตรีอธิบายคุณพ่อท่านเอง ท่านต้องเข้าใจแน่นอนค่ะ”

นราภพที่เงี่ยหูฟังอยู่ตลอดขมวดคิ้วมุ่น ‘สัมมนาที่ไหนกัน ตั้งแต่เมื่อไหร่’ ถ้าบริษัทมีจัดสัมมนาภัคค์จะต้องแจ้งให้ตนรู้ก่อนเสมอ แต่นี่ไม่มีรายงานเข้ามาเลยสักนิด ชายหนุ่มชักสงสัยแต่ก็ยังคงเงี่ยหูฟังต่อไป

“งั้นพี่ไม่กวนแล้วนะครับ ทานข้าวให้อร่อยนะครับที่รักของพี่”

“ค่ะพี่พล” ณหทัยแก้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เมื่อเจอน้ำคำหวานหยดย้อยจากแฟนหนุ่ม ผิดกับนราภพที่เบือนหน้าหนีซ่อนอาการอยากจะอ้วกเอาไว้ นี่ถ้าแย่งโทรศัพท์มาขว้างทิ้งได้โดยไม่ผิดล่ะก็ตนคงทำไปแล้ว นราภพต้องรีบขอตัวเข้าห้องพักไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า อีกทั้งอาบน้ำอาบท่าให้สบายอารมณ์กว่านี้สักหน่อย ซึ่งคุณดนัยก็เปิดทางให้ไปโดยสะดวก เพราะเห็นอาการหนุ่มรุ่นลูกอยู่เหมือนกัน มันคงยากหากจะทำใจให้ได้ในเร็ววัน นราภพยิ้มฝืด ๆ ให้ผู้สูงวัยเล็กน้อยก่อนจะแยกไป

“คุณภพไปไหนแล้วคะ” ณหทัยที่พึ่งวางโทรศัพท์หันมาถามผู้เป็นพ่อ เธอนึกว่าชายหนุ่มจะเดินไปทานข้าวพร้อมกันเลยเสียอีก แต่พอวางสายก็ไม่เห็นอีกฝ่ายแม้เงา

ฝ่ายวัชพลเองเริ่มเคยชินกับการมีแม่หม้ายวัยดึกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หลังจากที่อยู่ร่วมกันมาได้พักใหญ่ สิ่งที่ทำให้เสือร้ายอย่างวัชพลรู้สึกชินขึ้นมาคงจะเป็นเม็ดเงินที่อีกฝ่ายอัดเข้ามาให้อย่างไม่มีขีดจำกัด วัชพลเรียนรู้ที่จะอยู่กับคุณนิดาที่แก่กว่าตนรอบกว่าอย่างชาญฉลาด ชายหนุ่มเกลี้ยกล่อมให้นิดาไปพบจิตแพทย์รักษาอาการวิตถาร ซึ่งนางก็ยอมตามใจเพราะหลงคารมวัชพลเข้าให้ แม้นางจะยังไม่หายในทันทีแต่ก็ช่วยให้ลดความรุนแรงไปได้มาก จากที่ต้องทนเจ็บทนปวดในช่วงแรก ตอนนี้วัชพลเริ่มเป็นฝ่ายคุมเกมไว้ทั้งหมด ไม่ต้องเจ็บตัวแถมยังมีเงินใช้เป็นกอบเป็นกำเพียงแค่คอยสนองความใคร่ให้นางบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งเรื่องพวกนี้ตนก็ถนัดอยู่แล้ว อีกอย่างคุณนิดาดูสาวกว่าอายุมากแถมลีลาก็ยังดุเด็ดเผ็ดมันเสียด้วย

“น้องวัชทำอะไรอยู่คะ”

เพียงนึกถึงร่างอวบอัดของคุณนิดาก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า วัชพลรีบวางโทรศัพท์ให้ห่างตัวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่เป็นผลดีแน่หากยายนิดารู้ว่าตนต่อสายหาเลขาคนสนิทซึ่งควบตำแหน่งคู่ขาไปด้วยในตัวเมื่อครู่นี้ เท่าที่อยู่กันมาทำให้ได้เรียนรู้อีกอย่างว่าแม่หม้ายอย่างยายนิดานี่ขี้หึงและหวงของเป็นที่สุด แต่อากัปกริยานั้นก็หาได้รอดพ้นสายตาของผู้ที่ผ่านโลกมามากกว่าได้ พอวัชพลเข้ามาคลอเคลียนางจึงพูดขึ้น

“พลรู้ใช่มั้ยว่าพี่เป็นคนหวงของ”

วัชพลชะงัก “ครับพี่”

“พลเป็นของ ๆ พี่ตั้งแต่ยอมเซ็นสัญญาแล้วรับเงินสิบล้านนั่นไป...เพราะฉะนั้นเรื่องผู้หญิงอื่นไปเคลียร์ให้เรียบร้อย อย่าต้องให้ถึงมือพี่”

“ผู้หญิงอื่นที่ไหนกันล่ะครับ ผมไม่ได้มีใครมีแต่พี่คนเดียว” วัชพลออดอ้อน

“ปากหวานอย่างนี้จะเอาเท่าไหร่กันล่ะ”

วัชพลก้มลงหอมแก้วสาวใหญ่หนึ่งฟอด ระเรื่อยลงมายังหัวไหล่ ซอกคอ แล้วกระซิบเสียงแผ่วจากตรงนั้น
“คุณพี่ก็รู้ทันผมเรื่อยเลย”

รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่แมวเชื่องแต่หม้ายสาวใหญ่ก็อดเคลิบเคลิ้มไปกับคารมคมคายของผู้ชายที่กำลังคลอเคลียอยู่นี่ไม่ได้ ภาพในอดีตไหลวนมาเป็นฉาก เธอนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอเจอวัชพลครั้งแรกเมื่อหกปีก่อน ตอนนั้นเธอกำลังมีเรื่องฟ้องร้องกับสามี จนถึงตอนนี้คดีความก็ยังไม่จบ แต่เธอก็หาสนใจไม่ ในเมื่ออีกฝ่ายมีบ้านเล็กบ้านน้อยยาวเป็นหางว่าวแล้วทำไมเธอจะมีบ้างไม่ได้ วัชพลทำให้เธอถูกใจเธอจึงไขว่คว้ามาเพื่อสนองความต้องการในส่วนลึก

ภาพในอดีตหยุดลง ลมหายใจของสาวใหญ่เริ่มติดขัดเมื่อวัชพลรุกหนักขึ้น สาวใหญ่หยุดความคิดทุกอย่างลงแล้วหันมาให้ความร่วมมือกับคนตรงหน้าอย่างเต็มใจ

“ทำให้พี่มีความสุขแล้วพลจะได้ในสิ่งที่พลต้องการ”

รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจกระจายไปทั่วใบหน้าของวัชพลที่กำลังซุกซบอยู่กับอกอวบของสตรีสาวใหญ่ เงินก้อนใหญ่ที่ลอยอยู่ตรงหน้ายิ่งเร่งเร้าให้วัชพลส่งเศรษฐีนีสาวใหญ่ไปคว้าดาวอย่างเร็วไว เพียงเท่านี้เขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ

เงินที่หามาได้ง่ายยิ่งทำให้วัชพลหลงระเริงไปกับการเล่นการพนัน ดื่มเหล้าเคล้านารีทุกครั้งที่ว่างเว้นจากการทำหน้าที่เอาใจเมียหม้ายของตน จากที่เคยไปทำคะแนนกับณหทัยบ่อย ๆ เริ่มห่างหาย โทรหาก็คุยเพียงชั่วครู่แล้วรีบเร่งวางสาย อ้างแต่ติดงานติดประชุมติดสัมมนาอยู่ร่ำไป

ณหทัยได้แต่เศร้าอยู่ในใจ นั่งมองแต่โทรศัพท์ที่เคยเป็นตัวสร้างความสุข แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงเครื่องมือที่คอยสร้างทุกข์ให้เกิดขึ้นกับตนเอง

เป็นอีกวันที่นราภพสังเกตเห็นอาการเหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวของณหทัย อาการของหญิงสาวอยู่ในสายตาของนราภพตลอดเวลา จากหญิงสาวที่เคยร่าเริงกลายเป็นคนพูดน้อยยิ้มน้อยลงทุกวัน จนคนแอบรักแอบใคร่อย่างเขาอดห่วงไม่ได้ นราภพจึงหาเรื่องเข้าไปคุยกับเธอ

“ณหทัยครับ ผมติดต่อลูกค้าใหม่ที่จะมาซื้อจำปีในสวนได้อีกเจ้าแล้วนะครับ”

เสียงนราภพที่ดังขึ้นมาทำเอาณหทัยถึงกับสะดุ้ง หญิงสาวละสายตาจากดอกไม้แห้งในมือหันมาหาคนตัวโต

“คุณภพว่าอะไรนะคะ...ขอโทษค่ะพอดีตรีฟังไม่ถนัด”

นราภพมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด

“ผมพอจะเป็นคนที่คุณไว้ใจได้ไหมครับ”

“คุณภพ...” หญิงสาวอึ้งไปกับประโยคที่เอ่ยมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของชายหนุ่ม

“ถ้ามันจะทำให้น้องน้อยของผมหายเศร้า เล่าให้ผมฟังบ้างได้ไหมครับ”

ณหทัยน้ำตารื้นขอบตา เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงกับความรู้สึกที่อยู่ข้างในใจ เธอเป็นอะไรสำหรับพี่พล มีความสำคัญมากแค่ไหนสำหรับเขา ทำไมบางครั้งมันเหมือนเธออยู่ในความฝันอันแสนหวานเวลาที่เขาปฏิบัติอย่างเอาใจใส่ แต่บางทีก็เหมือนว่าเธอตื่นจากฝันแล้วพบว่าเขาไม่ได้คอยอยู่ข้าง ๆ เราอย่างคู่รักคู่อื่น บางทีเหมือนตนเองมีความสำคัญมากเขาขาดไม่ได้ แต่บางทีกลับรู้สึกเหมือนตนไม่มีความสำคัญเลยแม้แต่น้อย

ผิดกับเธอที่เฝ้ารักเฝ้าหลง ยึดมั่นในเขามาตั้งแต่ที่พบกันครั้งแรก แม้เพื่อนจะเตือนให้เผื่อใจไว้บ้างเพราะหน้าที่การงานเขามักจะส่งเสริมให้เขาเจอคนที่สมบูรณ์แบบกว่าตน เธอก็ไม่เคยสนใจ การที่เป็นคนมองโลกในแง่ดีทำให้เธอยังคงยึดมั่นในความรักของตัวเองที่มีต่อเขาเสมอมา เทียบกันแล้วเขามีความสำคัญกับเธอตลอดเวลา แต่ตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจ อะไรหลายอย่างมันทำให้เธอต้องคิด หลังจากพิจารณากับตัวเองอย่างถ้วนถี่ ทำให้เธอได้ฉุกคิดขึ้นมาคำหนึ่ง ว่าเธอนั้นเหมือน ‘ของตาย’ ดี ๆ นี่เอง นึกขึ้นได้ว่าเธอมีตัวตนก็ทักทายแวะเวียนมาหา มาสร้างเซอร์ไพรส์ มาให้ความสนใจ แต่พอเจออะไรที่ใหม่ ที่ตื่นเต้น น่าประทับใจกว่า น่าประหลาดใจมากกว่าก็หลงลืมเธอไปอย่างง่ายดาย

น้ำตาที่รื้นขึ้นมาในคราแรก ไหลรินลงมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนึกได้ว่าตนเป็นเพียงแค่ ‘ของตาย’ ณทหัยสะอื้นจนตัวโยน นราภพตกใจรีบขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะรั้งร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนกอดกระชับอย่างต้องการปลอบประโลม

“นิ่งเสียนะครับคนดี ผมคนที่ปรารถนาดีต่อคุณที่สุดอยู่ตรงนี้แล้ว”

ณหทัยยิ่งสะอึกสะอื้นเป็นการใหญ่กอดรัดชายหนุ่มแน่นอย่างต้องการหาที่พักพิงใจ

คุณดนัยมองภาพตรงหน้าแล้วยิ้มกริ่ม ตนกำลังเดินหาสองหนุ่มสาวอยู่พอดี กะจะตามไปทานข้าวด้วยกัน แต่มาเจอเหตุการณ์เซอร์ไพรส์เสียก่อนจึงหยุดดู แค่เห็นบุตรสาวร้องไห้ เขาก็พอจะเดาออกแล้วว่าเรื่องอะไร คงหนีไม่พ้นเรื่องไอ้หนุ่มผู้จัดการนั่น ที่ตอนนี้มันหายหน้าหายตาไปอีกแล้ว งานนี้เค้าเชียร์ไอ้หนุ่มตรงหน้าขาดใจเลย ไม่ใจอ่อนกับเจ้าวัชพลอีกต่อไปแล้ว

เย็นวันนั้น

บรรยากาศอาหารเย็นที่บ้านสวนจำปีเป็นไปอย่างคึกคักเมื่อประมุขของบ้านต้องการจะเอาใจบุตรสาวให้หายจากอาการเศร้าสร้อย และริจะเป็นกามเทพจับคู่สื่อรักให้บุตรสาวกับคนที่ตนเห็นว่าเหมาะสมที่สุดอีกด้วย

“สุดสัปดาห์นี้เราไปเที่ยวกันดีกว่า บ้านเราไม่ได้ไปเที่ยวพักผ่อนกันนานแล้วนะ ตรีว่ามั้ย”

คนที่นั่งเขี่ยข้าวอยู่เงยหน้ามองผู้เป็นบิดาอย่างแปลกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดีใจเมื่อเห็นว่าบิดาไม่ได้ล้อเล่น ชายหนุ่มอีกคนอดยิ้มไปด้วยไม่ได้เมื่อเห็นรอยยิ้มที่สดใสของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง

“จริงหรอคะคุณพ่อ”

“จริงสิลูกรัก ไปเที่ยวไหนดีภพ”

“ไปกระบี่กันครับ เจ้านายเก่าของผมทำรีสอร์ทอยู่ที่นั่น พักฟรี”

ข้อเสนอของนราภพทำเอาณหทัยตาโต กระบี่ เธอใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากไปที่นั่น คุณดนัยหัวเราะกับท่าทางของบุตรสาวที่เหมือนได้ของเล่นถูกใจ

“ชวนนินไปด้วยนะคะคุณพ่อ”

“จะเป็นไรไปเล่า...ไปเยอะคนนี่แหละสนุกดี”

“ไชโย !”

ณหทัยตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่นด้วยความดีใจ ก่อนจะตรงเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อแล้วหอมแก้มซ้ายแก้มขวา คุณดนัยหัวเราะอย่างสุขใจด้วยเช่นกัน พลางหันไปยักคิ้วให้หนุ่มอีกคนที่กำลังมองมาด้วยความอิจฉา

นราภพนั้นอยากจะให้เธอเดินเลยมาหอมแก้มเขาบ้างจริง ๆ ให้ตายสิ

------------------------

สุดสัปดาห์มาถึงอย่างรวดเร็วทันใจ ณหทัยกระตือรือร้นกับการท่องเที่ยวครั้งนี้มาก เธอดูร่าเริงสนใจจนคนรอบข้างเบิกบานใจตามไปด้วย คุณดนัยมองตามหลังบุตรสาวที่กำลังเตรียมของขึ้นรถอย่างขะมักเขม้น ตนคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือกชวนลูกสาวไปเที่ยวในครั้งนี้ เพราะความมีชีวิตชีวากลับมาสู่ลูกสาวเขาอีกครั้ง

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

ณหทัยส่งสัญญาณให้โชเฟอร์รับรู้ว่าข้าวของพร้อมแล้วสำหรับการเดินทาง ซึ่งโชเฟอร์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นราภพนั่นเองที่รับหน้าที่นี้ รถกระบะสี่ประตูกลางเก่ากลางใหม่ของบ้านที่ถูกเช็คสภาพเรียบร้อย พร้อมใช้งานสำหรับการเดินทางทริปนี้ ค่อย ๆ เคลื่อนตัวห่างจากรั้วบ้านช้า ๆ ก่อนจะเร็วขึ้นตามลำดับเมื่อออกสู่ถนนใหญ่

“น่าเสียดายนะคะที่ยายนินมาไม่ได้”

ณหทัยอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่บนถนนอย่างเงียบเชียบ หญิงสาวเสียดายที่นินตราไม่สามารถมากับเธอได้ เพื่อนรักของเธอติดธุระต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจกับพี่ชายที่ไต้หวัน ทำให้พลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้

“ไม่เป็นไรหรอกลูก ไว้คราวหน้ายายนินว่างพ่อพาไปอีกก็ได้” คุณดนัยบอกอย่างใจป้ำ พยายามเอาใจลูกสาวเต็มที่เหมือนกัน
การเดินทางครั้งนี้คุณดนัยเลือกเดินทางด้วยรถกระบะสี่ประตูคู่ใจของตนแทนการนั่งเครื่องบินที่ใช้เวลาต่างกันลิบลับ นั่งเครื่องบินเพียงหนึ่งชั่วโมงกับสิบนาทีก็สามารถไปถึงกระบี่ได้เร็วทันใจ ส่วนขับรถไปเองถ้าขับแบบไปเรื่อย ๆ แวะพักรายทางนิดหน่อยไม่ค้างคืนต้องใช้เวลาประมาณสิบถึงสิบสองชั่วโมงในการเดินทางแล้วแต่ใครจะขับเร็วขับช้า แต่คุณดนัยก็เลือกอย่างหลัง โดยให้เหตุผลว่าไหน ๆ ก็มาเที่ยวแล้ว ไม่ต้องเร่งรีบอะไร ขับไปเรื่อย ๆ ชมทัศนียภาพสองข้างทางไปด้วยหรืออาจจะแวะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นทางผ่านไปด้วยก็ไม่เสียหายอะไร ซึ่งทั้งสองหนุ่มสาวก็เห็นดีเห็นงามกับคุณดนัยด้วยเช่นกัน

ทั้งสามจึงเริ่มต้นออกเดินทางจากบ้านสวนจำปีตั้งแต่แปดโมงเช้า ล่องไปตามถนนเพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 4 ที่ทอดตัวยาวลงไปยังภาคใต้ของประเทศไทย แวะทานอาหารกลางวันกันที่อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่จังหวัดชุมพรประตูแห่งภาคใต้ เพื่อเข้าพักยังรีสอร์ทที่นราภพติดต่อไว้ให้

นราภพพาสองพ่อลูกมาถึงโรงแรมอัศวารา ชุมพร ตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันมืดดี โรงแรมหรูกลางเมืองชุมพรที่ตั้งอยู่ติดถนนเพชรเกษม ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าล็อบบี้ก็มีพนักงานออกมาต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ดีแบบที่เรียกได้ว่ามากเกินไปจนคนที่มีชนักปักหลังรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เลยทีเดียว ในขณะที่สองพ่อลูกเองก็ไม่คิดว่าโชเฟอร์จะพามาพักโรงแรมหรูถึงเพียงนี้ หญิงสาวรั้งแขนชายหนุ่มไว้นิดนึงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะยื่นกุญแจรถให้พนักงาน

“คุณภพพามาถูกโรงแรมใช่ไหมคะ”

ความรู้สึกถึงความแตกต่างมากระหว่างครอบครัวเธอและแขกคนอื่นทำให้ณหทัยเอ่ยทักขึ้นมา เมื่อมองไปรอบตัวแล้วรู้สึกเหมือนเธอมาผิดที่ยังไงพิกล ผู้ชายตรงด้านนั้นสวมสูทเต็มยศข้างกายมีสาวสวยในชุดราตรียาว เหมือนกำลังมางานกาล่าดินเนอร์ที่เธอเคยอ่านเจอในนิยาย หรือจะเป็นคุณลุงที่อยู่ใกล้ ๆ การแต่งกายก็ยังอยู่ในชุดผ้าไหมเรียบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งรองเท้าสีดำที่ถูกขัดจนขึ้นเงา หรือจะเป็นคู่สามีภรรยาทางด้านโน้น ที่ถึงแม้ทั้งคู่จะอยู่ในชุดลำลองกันก็ตามแต่ก็ยังดูดีมีฐานะ หันมาเจอพนักงานก็ยังแต่งตัวดีกว่าเธอเสียอีก

นราภพหัวเราะเบา ๆ กริยากวาดสายตาไปรอบ ๆ แล้วคิดเปรียบเทียบอยู่นั่นคล้ายกับตื่นสถานที่ช่างน่าดูเหลือเกินในความรู้สึกเขา มือหนาถือโอกาสกุมทับลงไปบนมือบาง พลางกระซิบชิดแก้มนวลให้คนข้าง ๆ หายประหวั่น

“ถูกแล้วครับ ที่นี่แหละที่เจ้านายเก่าผมให้มาพักฟรี”

แต่ความใกล้ชิดคงจะมีมากเกินไป ฝ่ายหญิงจึงหน้าร้อนผ่าว เมื่อคนที่ปกติแล้วสุภาพเสมอต้นเสมอปลาย จะคุยกับเธอแต่ละครั้งมักจะยืนห่างเธอไม่ต่ำกว่าเมตรนึง จู่ ๆ ก็มากุมมือเธอไว้ พยายามดึงก็ดึงไม่ออก แล้วจะไม่ให้เธอสั่นได้ยังไง ทั้งเขินทั้งประหม่า ซึ่งพอณหทัยเงยหน้าขึ้น ดวงตาแววหวานก็ได้สบกับดวงตาคมกล้าที่จ้องมองอยู่พอดีในทันใด สองหนุ่มสาวประสานสายตากันอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะผละจากกันเมื่อมีเสียงกระแอมที่ไม่เบานักดังขึ้นข้าง ๆ ให้รู้สึกตัว

“พ่อว่าเราเข้าที่พักกันดีกว่ามั้ยลูก หรือว่าไงภพ” คุณดนัยเหล่มองไปทางสองหนุ่มสาว ตามประสาผู้เป็นพ่อที่ถึงแม้จะเปิดโอกาสให้อีกคนแต่ก็อดหวงลูกสาวไม่ได้ ณหทัยนั้นไม่ต้องพูดเสไปยืนเกาะแขนบิดาทันที ส่วนนราภพเองเลือดฝาดขึ้นบริเวณใบหน้ามากผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกัน ชายหนุ่มอาสาไปรับคีการ์ดห้องพักแก้เก้อ ก่อนจะพาทั้งคุณพ่อและคุณลูกไปยังห้องพัก

นราภพจัดห้องพักให้ได้พักกันคนละห้อง หลังจากเก็บกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อยทั้งสามก็มานั่งทานอาหารเย็นที่ห้องอาหารของโรงแรม ด้วยตัวอาคารที่เปิดโล่งทำให้ลมพัดโชยมาให้ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย อีกทั้งเสียงดนตรีที่คลอมาเบา ๆ ช่วยส่งให้บรรยากาศการรับประทานอาหารเป็นไปอย่างมีความสุข หลังจากส่งสองพ่อลูกเข้านอน นราภพก็กลับมายังห้องพักของตนเอง

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากนั้นเพียงสิบนาที คนที่รออยู่แล้วอนุญาตให้เข้ามาในทันที

“สวัสดีครับคุณนราภพ”

ภัคค์ทักผู้เป็นนายพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวเข้ามาด้านใน มือหนาดันประตูปิดพร้อมทั้งลงล็อคและคล้องโซ่เป็นการเรียบร้อยกันพลาด นราภพเห็นหน้าแสนทะเล้นนั้นแล้วหมันไส้

“นายเกือบทำให้แผนแตก”

ภัคค์ทำหน้างง เขาว่าเขาสะกดรอยตามได้เยี่ยมที่สุดแล้วนะ ทั้งคุณดนัยทั้งคุณตรีไม่มีใครรู้เลยว่าเขากับลูกน้องจำนวนหนึ่งขับรถตามอารักขาเจ้านายหนุ่มมาตั้งแต่กรุงเทพอย่างเงียบ ๆ

“คุณดนัยกับคุณตรีไม่มีใครรู้นี่ครับว่าผมตามมา”

“แห่กันมาต้อนรับขนาดนั้น อย่างกับเจ้าของโรงแรมมาเอง เขาคงไม่สงสัยหรอกนะ”

ผู้เป็นนายแย้งขึ้นเสียงเขียว ภัคค์ร้องอ๋อทันที จริง ๆ พนักงานไม่รู้จักคุณนราภพ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักตน พอตนมาสั่งพนักงานด้วยตัวเองเลยเกิดภาพอย่างที่เห็น พนักงานหลายคนกรูเข้าไปต้อนรับชนิดที่ว่าเกือบหลุดแผน ภัคค์ลูบท้ายทอยตัวเองพลางส่งยิ้มเก้อให้ผู้เป็นนาย

“ขอโทษครับนาย พอดีผมบอกไม่ทัน”

“อย่าให้มันเอิกเกริกเกินไปจะดี”

“ครับผม...แต่แหม ฉากเมื่อกี้สวยนะครับ ถ้าลุงดนัยไม่ขัดนี่คงหวานซึ้งได้อีก”

โหนกแก้มคนเป็นนายแดงระเรื่อขึ้นเป็นหลักฐานชั้นดีเมื่อคนสนิทแซวออกมาตรง ๆ ภัคค์คงจะจับตามองเขาตลอดเวลา อาจจะตั้งแต่เลี้ยวรถเข้ามาเลยทีเดียว นราภพเสเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนที่จะถูกสาวไส้ไปมากกว่านี้

“เรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นไงบ้าง”

“เรียบร้อยครับ พรุ่งนี้วัชพลและคุณนิดาจะมาปรากฏตัวที่อัศวารา กระบี่ รีสอร์ทแอนด์สปาอย่างแน่นอนครับ แล้วก็จะอยู่ร่วมปาร์ตี้ริมชายหาดที่เราจัดขึ้นเฉพาะในเย็นวันนั้นด้วยครับ”

“เยี่ยม !”

นราภพดีดนิ้วยินดีเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูป พรุ่งนี้สาวน้อยของเขาจะต้องเลิกละเมอเพ้อพกถึงผู้จัดการเฮงซวยนั่นเสียที

------------------

พบกันใหม่ตอนที่ 6 นะคะ เรื่องเข้มข้นขึ้นมาทุกที นายนราภพจะทำอะไร จะเจ้าเล่ห์เพียงไหน มาติดตามกันค่ะ :)



ปีบเพชร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ต.ค. 2557, 01:15:06 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 ต.ค. 2557, 01:15:06 น.

จำนวนการเข้าชม : 1471





<< ตอนที่ 4 เข้าเรื่อง   ตอนที่ 6 มีเรื่อง >>
ยัยตัวนุ่มนิ่ม 11 ต.ค. 2557, 07:55:58 น.
รอค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account