รักแท้...เคียงใจ
รักแท้...เคียงใจ

โดย ต้นเรื่อง(ภูเพชร)

อารัมภบท

ณหทัย ‘ฉันจะเชื่อเขาได้ไหม ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างเขา จะมาสนใจใยดีอะไรกับฉัน ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีค่าพอให้ใครต้องจดจำ ขนาดแฟนหนุ่มที่คิดว่าดี คบกันมา กว่า 4 ปี ยังใช้เวลาแค่สิบนาที มาบอกเลิกได้อย่างไม่สะทกสะท้านอะไรเลย’

นราภพ ‘อย่าถามผมได้ไหม ว่ารักคุณเพราะอะไร ผมรู้แค่ว่าอยากมีคุณอยู่ใกล้ ๆ อยากมีคุณอยู่เคียงข้างใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีผมก็สามารถบอกกับคุณได้อย่างมั่นใจ ว่าผู้ชายอย่างผมคนนี้ จะรักคุณคนเดียวตลอดไป’

มาพิสูจน์ รักแท้ ที่ไม่จำกัดนิยาม ของ ผู้ชายที่ชีวิตนี้มีเพียง หนึ่งใจ

-------------------------------------------------------------

ข้อความเล็ก ๆ ของคนต้นเรื่อง/ภูเพชร/ปีบเพชร

ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างสูงเลยนะคะ ที่หายไปนานแสนนานมาก
ตอนนี้พร้อมแล้วสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้จบ ไม่พูดพร่ำทำเพลงจ้า ไปอ่านตอนที่หนึ่งกันเลยเนอะ
อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร ติชมวิพากษ์วิจารณ์กันได้นะคะ หรือจะต่อว่าต้นเรื่อง(ภูเพชร)ที่หายไปก็จัดมาได้เลยจ้า จังหวะนี้ยอมทู้กอย่าง :)

--------------------------------------------------

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเป็นสำคัญ ทั้งพล็อตเรื่อง ชื่อตัวละครและคาแร็คเตอร์ตัวละครล้วนแล้วแต่ดำเนินไปตามเนื้อเรื่อง มิได้มีเจตนาจะกล่าวอ้างถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด และเนื่องจากเป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิต หากมีจุดบกพร่อมประการใด ต้นเรื่องใคร่ขอคำชี้แนะจากทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ :)

Tags: หวานซึ้ง อบอุ่นใจ

ตอน: ตอนที่ 7 หาเรื่อง

รักแท้...เคียงใจ ตอนที่ 7 หาเรื่อง โดยต้นเรื่อง

นราภพยืนมองร่างบางที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์อยู่บนม้าหินตัวเขื่องในสวนหินทรายอย่างหนักใจ เสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานจากงานปาร์ตี้ยังคงดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ ลมหายใจถูกคนตัวโตผ่อนออกมาเบา ๆ ตอนนี้คนตรงหน้าเขาไร้เสียงสะอื้นแล้ว แต่ว่าหยาดน้ำตายังไม่หยุดรินไหล ดวงตาแววหวานที่เคยส่งประกายสดใส บัดนี้เหม่อลอยไปไกลอย่างไร้จุดหมาย นัยน์ตาแดงช้ำและพร่าพรายไปด้วยหยดน้ำใสคลอหน่วยตา

เหตุการณ์เมื่อครู่คงทำให้เธอช็อค มันไม่เพียงประทับอยู่ในใจเธอเท่านั้น เพราะทุกภาพทุกตอนมันยังประทับอยู่ในใจเขาอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน เขาไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายมากถึงเพียงนี้ ใจเขาเหมือนโดนเฉือนไปทีละนิด เมื่อเห็นเธอทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้นท่ามกลางน้ำคำอาบยาพิษที่วัชพลสาดเข้าใส่ ถึงตอนนี้เขารู้ซึ้งแล้วว่าความรู้สึกของตนที่มีต่อผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่นั่งเหม่ออยู่นี่มันมากมายขนาดไหน รู้แล้วว่าเขาไม่ควรเล่นกับความรู้สึกใคร โดยเฉพาะความรู้สึกของคนที่เขารู้

แจ้งเห็นจริงแล้วว่า ‘รัก’ อย่างไม่มีเหตุผล
นราภพทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าร่างบาง ดวงตาคมกล้าจับจ้องไปยังดวงตาเหม่อลอย ความรู้สึกทั้งหมดถูกเปิดเปลือยผ่านสายตาคบกริบ ชายหนุ่มไล้ปลายนิ้วไปยังขอบตาแดงช้ำ บรรจงเช็ดน้ำตาให้ณหทัยอย่างแผ่วเบา

“หยุดร้องไห้นะครับคนดี” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ไม่เคยได้ใช้กับใครมาก่อนกล่าวออกมาเบา ๆ มือแกร่งเอื้อมดึงมือบางของหญิงสาวมากุมไว้ พลางบีบกระชับถ่ายทอดความเป็นห่วงทั้งหมดทั้งปวงผ่านสองมืออันอบอุ่น

“คุณภพคงสมเพชตรี...” เสียงสั่นเครือจากร่างบางเป็นฝ่ายดังขึ้นมาบ้างหลังจากที่นิ่งเงียบมานาน ตาคู่สวยยังคงเหม่อมองไปไกลอย่างไร้จุดหมาย ไม่นำพาต่อสายตาเป็นห่วงเป็นใยของใครอีกคนที่สบมาไม่ลดละ

นราภพยิ้มให้คนตรงหน้ากับการคาดเดาที่ออกจะไกลเกินความจริง รอยยิ้มค่อย ๆ จางลงพร้อมกับสองมือของนราภพยกประคองดวงหน้าสวยก่อนที่ชายหนุ่มจะประทับริมฝีปากลงไปบนกลีบปากบาง

“เห้ย !”

ในมุมมืดใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลจากสองหนุ่มสาว เพชรและภัคค์ส่งเสียงอุทานขึ้นมาพร้อมกัน ด้วยไม่คิดว่าเจ้านายจะใช้วิธีนี้ปลอบใจสาว

“ของจริงใช่มั้ยวะ” เพชรเปรยขึ้นหลังจากหายตกใจ

“ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ” ภัคค์ยืนยันเสียงหนักแน่น สองหนุ่มพยักหน้าให้กัน นายหญิงคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเธอคนนี้ เพราะเจ้านายเขาชักรุกหนักเหลือเกิน

ฝั่งณหทัยนั้นตกใจแทบสิ้นสติเหมือนกันเมื่อนราภพลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด หญิงสาวพยายามดิ้นรนผลักไส แต่ก็ทำได้เพียงน้อยนิด เพราะอีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เลยแม้แต่น้อย จุมพิตแผ่วเบากลายเป็นเร่าร้อน นราภพสอดปลายลิ้นเข้ามาสัมผัสความหวานปานน้ำผึ้งจากเรียวปากอิ่ม ยิ่งณหทัยประท้วงนราภพก็ยิ่งเลาะลิ้มชิมรสอย่างดูดดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งตนเองพอใจ

“ผมไม่เคยสมเพชคุณเลยรู้ไหม ตรงกันข้าม...ผมดีใจต่างหากที่คุณหลุดพ้นจากมันมาได้” นราภพกระซิบชิดใบหูนุ่มนิ่มของณหทัยเสียงแผ่วเบา พลางเปลี่ยนจากจุมพิตริมฝีปากหวามมาคลอเคลียแถวแก้มนวล

ณหทัยดันตัวนราภพออก พลางถอยห่างไปไกล สีหน้ายังคงฉายชัดถึงอาการตระหนกตกใจ ลืมความเศร้าหมองไปชั่วขณะหนึ่ง
“อย่าขยับเข้ามานะคะ”

หญิงสาวยกมือห้ามทำเอานราภพที่กำลังจะขยับเข้ามาชะงักกึก แต่ก็ยังไม่วายส่งยิ้มทะเล้นกลับมาให้อีกฝ่าย ณหทัยมองรอยยิ้มนั้นอย่างหมันไส้ อยากจะเข้าไปประทุษร้ายแต่ก็กลัวอีกฝ่ายเอาคืน อะไรเข้าสิงพี่ชายที่แสนดีของเธอนะ

“ยืนให้ห่าง ๆ ตรีไว้เลย ตรีไม่ไว้ใจคุณภพแล้ว”

“โธ่…อย่าต้องให้ถึงขั้นนั้นเลยครับ”

ณหทัยถลึงตาใส่คนที่ยืนทำหน้าทะเล้นอยู่

“ขั้นนั้นแหละค่ะดี ต่อไปห้ามเข้าใกล้ตรีเกินสามเมตร ไม่อย่างนั้นตรีจะฟ้องคุณพ่อจริง ๆ ด้วยว่าคุณภพ เอ่อ…”

“ว่าผมจูบคุณน่ะหรอ” นราภพหัวเราะร่วน “ดีสิครับ เผื่อคุณลุงจะจับเราแต่งงานกัน ณหทัยว่าดีไหมครับ”
หญิงสาวแทบเต้นเป็นเจ้าเข้า ไม่คิดว่าคนที่สุภาพมาตลอดจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้

“โอ๋ ๆ เอาล่ะผมไม่แกล้งแล้ว อย่างน้อยผมก็ทำให้คุณลืมเรื่องนั้น อย่าโกรธกันเลยนะครับ” รอยยิ้มจริงใจถูกส่งให้สาวเจ้าอีกครั้งหนึ่ง

“โกรธสิคะ ใครบ้างจะไม่โกรธ อยู่ ๆ ก็…เสียจูบแรก” ท้ายเสียงณหทัยพึมพำกับตัวเองเบา ๆ อดหน้าแดงไม่ได้

นราภพมองริมฝีปากแดงเจ่อที่เอื้อนเอ่ยจำนรรจาตาปรอย อยากจะครอบครองอีกสักรอบ แต่ไม่อยากหักหาญน้ำใจเธอมากกว่านี้ แค่นี้ก็เสียคะแนนไปมากโข นี่ถ้าคุณดนัยรู้ด้วยเผลอ ๆ ถูกแพ่นกระบาลเอาได้ง่าย ๆ

ทั้งสองคนตกอยู่ในภวังค์กันครู่ใหญ่ ก่อนที่ณหทัยจะเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ

“ตรีไม่เป็นไรแล้วล่ะค่ะ...คุณภพอย่าห่วงเลยนะคะ ตอนนี้ขอตรีอยู่คนเดียวสักพักหนึ่งได้ไหม”

นราภพยินยอมทำตามอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มขอตัวกลับที่พักตามความต้องการของหญิงสาว ถึงจะรู้สึกเป็นห่วงอยู่ลึก ๆ ก็ตาม
หลังจากที่นราภพเดินออกไปไม่นาน ณหทัยก็ปล่อยโฮอีกครั้งด้วยความเศร้าใจ ก่อนจะสัญญากับตัวเองว่าจะต้องลืมไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นให้ได้ และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะเสียน้ำตาให้กับผู้ชายพรรค์นั้น หญิงสาวปฏิญาณกับตัวเองในใจอย่างหนักแน่น

--------------------------------------

“วี๊ด..วิ้วว..น้องตรีนี่อนาคตนายหญิงของพวกผมแน่แล้วใช่ไหมครับ เจ้านาย”

ภัคค์เปิดฉากเป่าปากล้อเลียนผู้เป็นนายทันทีที่อีกฝ่ายเดินผ่านมา นราภพหันมองคนที่ส่งเสียงล้อเลียนตามหลังเป็นการเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินต่อไปอย่างไม่อยากสนใจ แต่สองหนุ่มคนสนิทต่างก็รู้ดีว่าอาการนั้นนั่นแหละเรียก ‘เขินเงียบ’ มีนายนราภพคนเดียวที่ทำได้ คนอื่นเองก็ยากที่จะลอกเลียนแบบ

“เขินจนพูดไม่ออกเลยหรอครับ” เพชรแซวบ้างด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ตามสไตล์

“ไอ้พวกตัวแสบ งานน้อยไปใช่ไหมถึงได้มีเวลามากวนประสาทคนอื่นเค้า” นราภพหันมาขบเคี่ยวเคี้ยวฟันใส่สองหนุ่มคนสนิท สงสัยงานจะน้อยถึงได้มีเวลาคิดอ่านล้อเลียนเขามันน่าหางานเพิ่มให้นัก

“เปล่าครับ!” สองเสียงแทบจะประสานพร้อมกัน รู้โดยทันทีว่าโดนโต้กลับเข้าให้แล้ว สองหนุ่มรีบสงบปากสงบคำ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายโดนเล่นงานแทน

“แค่นี้พวกผมก็แทบไม่มีเวลาหาเมียแล้วครับ ได้โปรดเห็นใจ” ภัคค์ส่งเสียงเว้าวอนอย่างอดไม่ได้พลางทำตาปริบ ๆ อย่างน่าสงสาร นราภพเห็นแล้วอยากจะเตะคนละป้าบสองป้าบ

“ให้มันจริงเถอะ เห็นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ซ้ำหน้า”

“มันเลยครับ ไม่ใช่ผม” เพชรชี้ไปทางภัคค์อย่างรวดเร็ว

“เอ่าเห้ย ไหงมาแทงกันเองล่ะครับคุณเพชร” ภัคค์ทำหน้าเซ็ง แต่ก็ยังคงน้ำเสียงระรื่นได้ตลอดเวลา นราภพเห็นคนสนิทอยู่กันพร้อมหน้าจึงนึกถึงงานด่วนที่ต้องทำขึ้นมาได้

“เพชรเดี๋ยวนายให้หมอกคอยตามดูแลณหทัยหน่อย”

“ครับ” คนนิ่งขรึมรับคำอย่างว่าง่าย

“ปล่อยคุณตรีเอาไว้แบบนั้นจะดีหรอครับ” ภัคค์แย้งขึ้นเป็นงานเป็นการ เมื่อมองกลับไปทางเดิมเห็นณหทัยยังคงนั่งกอดขาซบหน้าลงกับเข่าอยู่แบบเดิม บรรยากาศโดยรอบก็สลัว ๆ ขมุกขมัว ผู้คนทุกวันนี้ก็คาดเดาจิตใจได้ยาก โจรในคราบผู้ดีก็มีถมไป จึงอดห่วงใยในสวัสดิภาพของหญิงสาวไม่ได้

นราภพมองตามสายตาภัคค์ไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่ฉายชัดในแววตา

“ให้เธอได้อยู่กับตัวเองหน่อย ฉันไม่อยากรุกหนักเกินไป”

ภัคค์และเพชรทำตาโต พลางส่งเสียงกระซิบกระซาบโต้แย้งคำพูดของเจ้านาย “นี่ขนาดไม่หนักนะ จูบนั้นได้จับเวลาไว้ปะวะกี่นาที”

“ไม่ได้จับอ่ะ มัวแต่อึ้ง ทึ่ง เสียว” จบประโยคจากเพชร ทั้งคู่ก็หัวเราะกันคิกคัก

นราภพค่อย ๆ เดินมาทางด้านหลังทั้งสองคนที่กำลังนินทาตนอย่างถึงพริกถึงขิง แล้วจับศีรษะทั้งคู่โขกกันเสียงไม่เบานัก

“โอ้ย !”
“โอ้ย !”

เสียงร้องด้วยความเจ็บดังขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เพชรและภัคค์ลูบศีรษะป้อย ๆ ถอยห่างผู้เป็นนายไป หลายก้าว ด้วยกลัวว่าจะมีการจับโขกรอบสอง นราภพยิ้มอย่างสะใจที่เอาคืนสองแสบนี่ได้

“เจ้านายครับหัวคนนะครับไม่ใช่ครกกับสากถึงจะได้จับโขลกกันได้” คนเป็นนายส่งเสียงหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ

“ก็ใครใช้ให้พวกนายมากวนประสาท ยังไงก็รีบให้หมอกมาดูแลณหทัยแล้วกัน ฉันกำลังจะไปเคลียร์งานด่วน ส่วนพวกนายก็ต้องไปกับฉันด้วย”

“ครับ! เจ้านาย”

-----------------------------------------------

ภายในห้องผู้บริหาร อัศวารา กระบี่ รีสอร์ท แอนด์ สปา

นราภพนั่งพักผ่อนอิริยาบถด้วยท่าทีผ่อนคลาย หลังจากการคุยงานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพชรและภัคค์กำลังเก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมให้เข้าที่เข้าทาง

“ตอนนี้ณหทัยอยู่ไหน”

“สักครู่ครับ”

เพชรต่อสายโทรศัพท์ถึงหมอก เพียงไม่นานก็ได้ข้อมูลที่ต้องการ แต่มันเป็นข้อมูลที่เขาไม่อยากจะรายงานเลยจริง ๆ แต่ถ้าหากไม่รายงานเรื่องนี้ให้นายทราบ เขาก็อาจจะตายได้เช่นกัน

“มีอะไรเพชร” นราภพถามย้ำเสียงเข้ม เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป

“หมอกบอกว่าตอนนี้คุณตรีกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ในผับของรีสอร์ทครับ”

“หะ! อะไรนะ”

“ตั้งแต่ตอนไหน?” นราภพถามกลับทันที

“เอ่อ...ชั่วโมงนึงได้แล้วครับ” เพชรตอบเสียงอ้อมแอ้ม

“ให้ตายสิวะ !” นราภพสบถอย่างหัวเสีย ผับที่นี่เป็นโซนที่ตนไม่อยากให้เด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างณหทัยลงไปคลุกคลีมากที่สุด เพราะที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนสุดฮิตของบรรดานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเลยก็ว่าได้ เรื่องบดเบียดเคล้าคลอเคลียไม่ต้องว่ากัน เรียกได้ว่าแทบจะทุกมุม ที่รักผมใจแตกกันพอดี เกิดประชดอะไรบ้า ๆ ขึ้นมาจะทำยังไง

“บอกหมอกให้เฝ้าไว้อย่าให้คลาดสายตาเลย ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ไปถึงโต๊ะเห็นใครมาเกาะแกะ ไอ้หมอกมีตาย !”
สั่งการเสร็จนราภพก็รีบแจ้นออกมาจากห้องทำงานทันที จุดมุ่งหมายคือผับชั้นใต้ดินของอัศวารากระบี่นั่นเอง เพชรและภัคค์หันมามองหน้ากัน ก่อนที่ภัคค์จะเป็นฝ่ายกระตุ้น

“ไปดิ รอไร”

“เออ ไป”

เพชรวิ่งนำเพื่อนสนิทไปก่อน วิ่งไปคุยโทรศัพท์สั่งการไปด้วย กลัวลูกน้องฝีมือดีต้องตายเพราะพิษรักแรงหึง

โซนผับชั้นใต้ดินของรีสอร์ทแน่นขนัดไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หลายคนอาจจะเคยเดินสวนกันที่งานปาร์ตี้ด้านบน แต่พองานปาร์ตี้ข้างบนเสร็จสิ้นลงทั้งหมดก็พากันย้ายมาแฝงตัวหาความสนุกสนานกันต่อที่โซนขึ้นชื่อแห่งนี้ เสียงดนตรีจังหวะเร้าใจเชิญชวนให้ขาแดนซ์ทั้งไทยและเทศออกมาโชว์ลีลาอวดกันอย่างสนุกสนาน ร่างสูงใหญ่กับใบหน้าคมเข้มที่เริ่มครึ้มไปด้วยหนวดเครากำลังสอดส่ายสายตามองหาเป้าหมายอย่างร้อนรน

หมอกแจ้นเข้ามาหาเจ้านายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

“นายครับคุณณหทัยอยู่นั่นครับนาย” หมอกชี้บอกเจ้านายอย่างหวาด ๆ ดูจากสีหน้าแล้ว นายเหมือนไม่สบอารมณ์อย่างแรง สายตาดุกร้าวของนราภพมองไปตามมือของลูกน้องทันที แล้วก็ไม่รอช้านราภพก้าวอาด ๆ ไปหาร่างบางทันที

“พี่เพชรพี่ภัคค์ทำไมตานายดุขนาดนั้นล่ะครับ” หมอกมองตาม เสียวสันหลังวาบ เมื่อเจ้านายเดินผ่าน

“คนนี้แหละของจริงเว้ย” ภัคค์เผยไต๋ให้รุ่นน้องมือดีฟัง ก่อนจะลากเพชรเดินไปนั่งโต๊ะที่ไม่ห่างจากโต๊ะเจ้านายและนายหญิงเท่าไหร่ เพื่อคอยดูอยู่ห่าง ๆ หมอกส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของลูกพี่ ก่อนจะเดินตามไปนั่งโต๊ะเดียวกัน

ดวงตาคมกริบของนราภพพินิจมองร่างบอบบางของสาวน้อยที่ฟุบอยู่ตรงหน้าอย่างอ่อนใจ ‘ความรักจอมปลอมของผู้ชายคนนั้นทำให้ที่รักของเขาเมาหัวราน้ำอย่างหมดสภาพได้ถึงเพียงนี้ โล่งใจหน่อยที่แอลกอฮอล์ไม่ทำให้เธอลุกขึ้นมาประชดประชันด้วยวิธีผิด ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงคลั่งตาย เพราะส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่าคือเขาเอง เขาและแผนการบ้าบอที่วางขึ้นมาด้วยความเห็นแก่ตัว

เธอคงจะรักไอ้นั่นมาก คิดมาถึงตรงนี้นราภพก็ต้องขบกรามแน่น ชายหนุ่มสลัดศีรษะกับความคิดฟุ้งซ่านของตน พลางขยับเข้าไปทักทายหญิงสาว

“ผมนั่งด้วยคนนะครับ” นราภพบอก พลางทิ้งตัวลงนั่งทันที

เสียงนุ่มทุ้มที่ดังขึ้นข้างหู เรียกความสนใจจากคนที่ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะ ให้ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาได้ทันที

“อ้อ...นึกว่าใคร...คูณภพน่านเอง” ณหทัยทักตอบเสียงอ้อแอ้

“เอ๋ หน้าตาแบบนี้ ตรีนึกออกแล้วว่าเคยเจอคุณภพที่หนายยย เอิ้ก”

“ที่ไหนครับ เล่าให้ฟังหน่อย” นราภพชวนคุย

“งานเปิดตัวห้างดังน่านไง ตรีทำเครื่องดื่มหกส่ายคูณ น่ะ ใช่ มะ บรื้ออ”

นราภพยิ้มขำท่าทางเป่าลมจากปากของเจ้าหล่อนน่ารักไม่หยอก คนอะไรมาความจำดีเอาตอนเมา

“จะตามมาเก็บค่าเสื้อที่ตรีทำเปื้อน...หรอออ...ค้า..เอิ๊ก...ตรีไม่มีให้หรอกนะ ซื้อเหล้าหมดแล้ว” หญิงสาวพูดจบก็กระดกเหล้าในแก้วเข้าปาก แล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวอย่างขำ ๆ ครู่ใหญ่ ณหทัยก็เงยหน้าขึ้นมา

“วันนี้ฉันมาเลี้ยงส่งผู้ชายเฮงงงงงซวย...และความบัดซบบบบ...ให้ออกไปจากชีวิตฉาน” พูดไปมือก็รินเหล้าลงแก้ว กระดกเข้าปากราวกับน้ำเปล่า นราภพชักจะยิ้มไม่ออก แม่คุณเล่นกินราวกับดื่มนมแสนอร่อย

“คุณมาก็ดีแล้ว กินเป็นเพื่อนฉันนะ ฉันเลี้ยง!!!” ว่าแล้วณหทัยก็ลุกขึ้นโงนเงน ตะโกนเรียกบ๋อยเสียงยานคาง “น้องงง...ขอแก้วให้พี่สาว 1 ใบ”

“อะ...คูณ” นราภพรับแก้วมาแต่โดยดี เอามาวางไว้ตรงหน้าแล้วนั่งจ้องหญิงสาวต่อ ดูเหมือนเธอจะพูดอะไร
“คบกานมาสี่ปีกว่า ตั้งแต่ชั้นอยู่..ปี หนึ่ง...ส่วนเค้าเป็นพนักงานอยู่เครือดัง...คุณ...เอิ๊ก.!...เชื่อไหมตอนนี้ฉานเป็นบัณฑิตจบใหม่แล้วน้าคู้ณ” ชายหนุ่มนั่งฟังเงียบ ๆ สีหน้าเรียบเฉย

“เค้าเป็นคนดีมา ตา...หลอด ถึง แม้ ว่า จะห่างฉานไปบ้างงง บางที แต่!!! วันนี้เค้ามาบอกเลิกชั้น” มือน้อยจิ้มย้ำไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเองหลาย ๆ ที แล้วพูดต่อ

“อย่าง...ที่คนดีทำม่ายด้าย.....เอิ๊กกกก !”

“ชั้นม่ายรุ...หรอกว่า...ชั้นผิดอาราย....ช้านจนกว่า....ช้านไม่ดี...ไม่รวยยย ช้านม่ายด้ายเกิดมาเป็นผู้ดี....ผิดช่ายมั้ย…ห๊า....เอิ๊ก ! ” หญิงสาวไม่ได้คำตอบจากสิ่งที่ตัวเองถามสักนิด นราภพยังคงนั่งฟังต่อไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางความแปลกใจของลูกน้อง ที่เจ้านายมานั่งดูผู้หญิงกินเหล้า

“ชั้นมันโง่เองแหละ..ที่ไปหลงเชื่อมาน...อ้ายคนคบม่ายด้าย” หญิงสาวยังพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ

“คุณว่ามั้ย...ผู้ชายมันคบม่ายด้าย..คนหนาย ๆ ก็คบม่ายด้ายหรอก เพื่อนที่มหาลัย เคยบอกฉัน..แต่ฉันม่ายเชื่อเค้าเอง..ฉันมันโง่ ๆ ๆ ๆ ฮือๆๆๆๆ” ณหทัยปล่อยโฮเสียงดัง มือน้อย ๆ ลงมือทุบตีตัวเอง

นราภพขยับเข้าไปหยุดมือหญิงสาวที่กำลังทำร้ายตัวเอง ดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนกอดปลอบประโลมหญิงสาวเอาไว้อย่างอ่อนโยน ณหทัยสะอึกสะอื้นอยู่กับอกของชายหนุ่มอย่างต้องการที่พักใจ

“คุณภพคะ ตรีเสียใจ” น้ำเสียงเว้าวอนอ่อนหวานเจือจานด้วยเสียงสั่นเครือทำเอานราภพใจสั่น อยากจะจูบระงับความเสียใจให้เธอยิ่งนัก แต่ชายหนุ่มก็ทำเพียงปลอบขวัญเธอด้วยคำพูด

“ร้องไห้ให้พอนะครับ เพราะตั้งแต่พรุ่งนี้ไปผมจะทำให้คุณไม่มีเวลาคิดถึงผู้ชายคนไหน นอกจากผมเพียงคนเดียว” นราภพก้มลงกระซิบข้างใบหูหญิงสาวเบา ๆ ภาพการกระทำของนายหนุ่มสร้างความตกตะลึงให้หมอกอย่างมหาศาล แต่ก็กลับเป็นภาพที่เสริมสร้างความมั่นใจให้กับเพชรและภัคค์ได้เป็นอย่างดีทีเดียว

หลังจากสงบอยู่ในอ้อมกอดของนราภพอยู่พักใหญ่ณหทัยก็ดันตัวออกจากอกของชายหนุ่ม มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราอยู่ครู่หนึ่ง

“ขอบคุณ...คุณภพ...มากกกกก...นะ” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยสติที่ไม่ค่อยอยู่กับตัวเพราะความเมามาย

“มาๆๆ...กินเหล้า ๆ เป็นเพื่อนตรี หน่อยยยยน้า” ณหทัยรินเหล้าให้นราภพอีก

“อุ๊ย...คุณ ฉันขอโทษ ขอโทษ ๆ ๆ ๆ” หญิงสาวเอ่ยขอโทษเป็นพัลวันหลังจากทำเหล้าหกใส่ชายหนุ่มอีกแล้ว

“ไม่เป็นไรครับณหทัย.”

“มาค่ะ ตรีเช็ดให้ นะ คะ” ณหทัยบอกด้วยความหวังดี มือบางหยิบทิชชู่ออกมาอย่างยากลำบากด้วยความที่เมาจัด ดึงออกมาก็ลากระไปครึ่งโต๊ะกว่าจะมาถึงเสื้อชายหนุ่ม นราภพขำจนไม่รู้จะขำยังไง ต้องหยุดมือบางไว้ก่อนที่เสื้อจะเลอะไปมากกว่านี้

“ไม่เป็นไรครับ ๆ เดี๋ยวผมจัดการเอง ณหทัยรอผมตรงนี้นะครับ อย่าเพิ่งลุกไปไหนนะ เดี๋ยวผมมา ไปล้างเสื้อก่อน” นราภพเอ่ยบอกสาวน้อยเสียงนุ่ม พลางส่งสายตาไปยังเหล่าผู้ติดตาม เชิงว่า ดูแลเธอให้ดี

อีกมุมหนึ่งของผับดัง

‘นั่นมัน ยัยตรี นี่’ วัชพลบอกกับตัวเองเมื่อเห็นอดีตแฟนไม่ถึงวันของตน นอนฟุบอยู่กับโต๊ะข้างหน้า ดูก็รู้ว่าร่างบางตรงหน้าเมามายแทบไม่ได้สติ ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวทันที ‘ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว สวรรค์เป็นใจขนาดนี้ หิ้วไปนอนกอดสักคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยเอาเงินปิดปากมัน’ วัชพลคิดกับตัวเองอย่างย่ามใจ เขาเอายานอนหลับผสมให้นิดากินไปแล้ว รับรองคืนนี้นางตื่นขึ้นมากวนไม่ได้แน่นอน ทุกอย่างเป็นใจไม่จัดให้สักหน่อยก็ไม่ไว้ลายวัชพลนะสิ มือขาวซีดยกขึ้นลูบปาก

“หวานล่ะ เสร็จกู” วัชพลตรงเข้าไปพยุงตัวหญิงสาวให้ลุกขึ้น

แต่ก่อนที่วัชพลจะได้พาร่างไม่ได้สติออกไป ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดขวางการกระทำของวัชพล

“ปล่อยณหทัยเดี๋ยวนี้” มือหนาดึงร่างบางมาประคองไว้ในอ้อมแขน เพลิงโทสะลุกลามไปทั่วดวงตาของนราภพเพชรและหมอกเคลื่อนตัวมายืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังเจ้านายหนุ่มของตนทันที ส่วนภัคค์ยืนมองอยู่ห่าง ๆ เพราะเกรงว่าวัชพลจะเห็นและจำตนได้

“อ้อ ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้หนุ่มชาวสวน” วัชพลทักทายนราภพด้วยน้ำเสียงหยามหยัน

“น้ำหน้าอย่างนี้มีปัญญามาถึงนี่เลยหรอวะ” ความรู้สึกไม่ชอบหน้าฉายชัดในดวงตาเรียวเล็ก เขาเขม่นมันตั้งแต่มันมาส่งน้องตรีที่ห้างวันนั้น เพราะมันไม่ใช่แค่มาส่ง มันยังมาเป็นมารคอหอยเค้าอยู่พักใหญ่ด้วย

นราภพกำหมัดแน่นพยายามระงับอารมณ์โกรธเต็มที่ เมื่อครู่เขาใช้เวลาล้างคราบที่ติดเสื้อไม่นานเท่าไหร่เพราะรู้สึกเป็นห่วงหญิงสาว แต่ขนาดว่ารีบ ไอ้นี่ก็ยังมาเกาะแกะกับณหทัยของเขาจนได้ พอออกมาแล้วเห็นผู้ชายกำลังประคองเธอ แตะเนื้อต้องตัวเธอ อารมณ์โกรธของเขาก็ปะทุขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งเห็นคนประคองเป็นไอ้เลวนี่ด้วยแล้ว ความโกรธก็ยิ่งทบทวี ‘สำหรับเขาแล้ว ตั้งแต่เธอได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา ผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเธอทั้งนั้น รวมถึงไอ้หน้าจืดนี่ด้วย’ นราภพไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายถล่มตนฝ่ายเดียว ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบนิ่ง

“จะมีปัญญาหรือไม่มีปัญญา ผมก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วล่ะครับ”

“ถุ้ย ทำเป็นพูดดี” วัชพลถ่มน้ำลายลงพื้น หมอกขยับเข้าไปจะเล่นงานวัชพลที่ทำมารยาททรามใส่ผู้เป็นนาย ดีที่นราภพส่งสัญญาณมือห้ามไว้ก่อน

“เย็นไว้ไอน้อง” เพชรส่งเสียงปรามหมอกเบา ๆ

“ส่งน้องตรีมานี่ดีกว่า มึงอย่าแส่ยุ่งไม่เข้าเรื่องเลยเดี๋ยวเจ็บตัว”

นราภพไม่ใส่ใจท่าทางกร่าง ๆ ที่อีกฝ่ายส่งมาเท่าใดนัก ชายหนุ่มค่อย ๆ กอดประคองร่างไร้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวพิงลงกับโต๊ะตามเดิม ก่อนจะหันมามองผู้ชายที่ทำตัวเป็นหมาบ้าอยู่ตรงหน้า

“ผมว่าคุณเมาแล้วก็กลับไปเถอะครับ อย่าทำตัวเป็นภาระของสังคมเลย”

“มึงก็แค่คนสวน อย่าทำมาเป็นรู้ดีหน่อยเลย กูบอกให้ส่งน้องตรีมา คนรักเค้าจะปรับความเข้าใจกัน” วัชพลตะโกนแข่งกับเสียงเพลงลักษณะวางอำนาจเต็มที่ พลางจะเดินเข้าหาร่างไม่ได้สติของอดีตคนรัก

นราภพถึงกับส่ายหน้า มองอีกฝ่ายด้วยความเอือมระอา เมื่อหัวค่ำยังว่าเขาสาดเสียเทเสียอยู่เลย ตอนนี้เกิดรักปานจะกลืนขึ้นมาอีกแล้ว ตกลงมันเป็นคนยังไงของมัน นราภพขยับร่างเข้าขวางอีกฝ่ายไว้

“ไหนพูดอีกทีซิ ณหทัยเป็นอะไรกับคุณ” รังสีอำมหิตแผ่ขยายเป็นวงกว้าง จนเพชรและหมอกเย็นยะเยือก มีเพียงวัชพลคนเดียวที่ยังไม่รู้สึก

“เมียกูครับ จบปะ ทีนี้ไม่ต้องถามต่อแล้วนะ กูจะได้พากันไปปรับความเข้าใจ” วัชพลสวนกลับด้วยความคึกคะนอง มือขาวซีดผลักร่างนราภพที่ขวางทางอยู่ให้พ้นทาง แล้วสาวเท้าเข้าไปหาณหทัยที่อิงอยู่กับโต๊ะ จะพาเดินออกไปให้ได้ แต่ยังไม่ทันได้ถูกเนื้อต้องตัวหญิงสาว ร่างของวัชพลก็ถลาไปไกลพร้อมกับเสียง ๆ หนึ่งที่ดังขึ้น

โครมมมม...

ร่างสูงโปร่งของวัชพลถูกกนราภพถีบกระเด็นไปกระแทกกับบาร์เครื่องดื่มที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าใดนัก เสียงเพลงหยุดชะงัก คนทั้งผับหันมามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ

“เฮ้ย ! มึงถีบกูทำไมวะ”

วัชพลลุกขึ้นได้ก็ถลันเข้าหาชายหนุ่ม เหวี่ยงหมัดเข้าหาตั้งใจจะเอาคืนอย่างเต็มที่ ด้วยเห็นว่านราภพกำลังหันไปให้ความสนใจกับร่างบาง

“ง่ายไปหน่อยมั้งคุณ” เพชรคว้าหมัดวัชพลไว้แน่น “ขืนคุณแตะนายผมแม้แต่ปลายก้อย สภาพคุณจะดูไม่จืด”

“ไม่เป็นไรเพชร ปล่อยให้มันเข้ามา” นราภพสั่งเสียงเฉียบ ก้าวไปเผชิญหน้ากับวัชพล วัชพลไม่รอช้าเห็นนราภพพึ่งก้าวเข้ามายังไม่ทันตั้งตัวแน่นอนจึงเหวี่ยงหมัดเข้าใส่นราภพอีกครั้ง นราภพเอี้ยวตัวหลบแต่ก็ยังทันโดนปลายหมัดนิด ๆ โทสะแล่นขึ้นมาเป็นริ้ว ๆ แล้วหมัดลุ่น ๆ ของนราภพก็ลอยเข้าไปกระทบใบหน้าสำอางของวัชพลสามทีซ้อน ชนิดที่อีกฝ่ายไม่มีเวลาได้ปัดป้อง เพราะการเคลื่อนไหวของนราภพนั้นเร็วมากอย่างคนที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ๆ

นราภพย่างสามขุมเข้าหาร่างสูงที่นอนเคเก้อยู่กับพื้น รังสีอำมหิตยังไม่คลายไปจากตัว

“ผู้ชายอย่างมึง ไม่ควรค่าให้ใครต้องมาร้องไห้เสียน้ำตาให้ กูเห็นกับตาว่ามึงบอกเลิกเขาอย่างไม่ถนอมน้ำใจ ไม่ทันข้ามวันมึงเสือกมาโกหกได้อย่างหน้าด้าน ๆ ว่าเขาเป็นเมียมึง มึงนี่สมควรเรียกว่าไรดี” นราภพกล่าวอย่างไม่ไว้หน้า

“ต่อไปนี้ อย่าให้กูเห็นมึงที่บ้านสวนหรือมายุ่งวุ่นวายกับณหทัยอีกนะ ไม่งั้นมึงจะได้รู้ฤทธิ์คนสวนอย่างกูแน่ !” พูดจบนราภพก็ลุกขึ้นเดินไปหาร่างบอบบางที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่กับโต๊ะ วัชพลหยัดตัวลุกขึ้น มือขาวปาดเลือดออกจากริมฝีปาก

“มึงไม่ต้องมาขู่กู กูไม่กลัวมึงหรอก ไอ้พวกคนเถื่อนไม่มีหัวนอนปลายตีน” หมอกขยับตัวจะพุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย แต่ติดที่มือแข็งปานคีมเหล็กของเพชรรั้งไว้

นราภพยืนมองวัชพลตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะมองผ่านเลยไปเหมือนอีกฝ่ายเป็นเพียงต้นไม้ใบหญ้า ชายหนุ่มตรงเข้าช้อนอุ้มร่างบางที่คอพับคออ่อนขึ้นสู่อ้อมแขน แล้วเดินนำหน้าคนสนิทออกไป

“พี่เพชร ไม่จัดการไอ้หมาบ้านี่หน่อยหรอครับ” หมอกกระซิบถามกับลูกพี่ ใจอยากจะอัดคนเต็มที่

“นายไม่สั่ง อย่าทำ เข้าใจไหม”

“เข้าใจครับ” หมอกหน้าสลด เมื่อเจอสายตานิ่ง ๆ ของลูกพี่

กลุ่มของนราภพเดินออกไปแล้ว เหลือเพียงวัชพลที่ได้แต่ตีอกชกลม มองตามหลังนราภพไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง วันนี้ชวดทั้งผู้หญิงแถมต้องมาเจ็บตัวอีก วัชพลเตะเก้าอี้อย่างเจ็บใจ

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง อย่าให้ถึงทีกูบ้างแล้วกัน”

------------------------------------------------------------------


มาแล้วจ้าาาาาา อ่านต่อกันให้สนุกนะคะ

ขอบพระคุณสำหรับการติดตามนะคะ :)



ปีบเพชร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 พ.ย. 2557, 16:35:20 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 พ.ย. 2557, 16:35:20 น.

จำนวนการเข้าชม : 1338





<< ตอนที่ 6 มีเรื่อง   ตอนที่ 8 เหตุแห่งเรื่อง >>
โอชิน 4 พ.ย. 2557, 20:55:25 น.
ตามอ่านอยู่ค่าาา


ปลาวาฬสีน้ำเงิน 5 พ.ย. 2557, 01:36:51 น.


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account