เทหน้าตักรักนางมารร้าย (ฉบับรีไรท์ ทำ e-book)

Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: ตอนที่ 13/3

“ใจเย็น ค่อยๆ ดูไป นางทำหน้าเชิดนมตั้งสะบัดตูดได้ไม่นานหรอก เชื่อพี่”

จบประโยคของฟารีดาไม่ทันถึงห้านาที คนที่กำลังก้าวย่างอย่างมั่นใจราวกับนางแบบบนแคตวอล์ค ไม่ใช่นักการตลาดสาวที่สวมรองเท้าส้นตึกเดินอยู่บนสนามหญ้าที่พื้นไม่ได้ราบเรียบเท่ากันหมดก็สะดุดเข้ากับถังน้ำแข็งที่ใครก็ไม่รู้ทำกลิ้งหล่นลงมาบนพื้นทางเดินทำให้หน้าที่เคยเชิดคว่ำลงไปจูบกับยอดหญ้า!

“พี่เฟย์ทำได้ไง สุดยอดเลยอะ ปุ่นว่าเปลี่ยนชื่อจากเฟย์เป็นเม… เมดูซ่าดีกว่า พูดปุ๊บนางก็ล้มคว่ำปั๊บเลย คำสาปปีศาจชัดๆ” ปุณยวีย์พูดกลั้วหัวเราะ

เจ้าของคำสาปปีศาจไหวไหล่ “พี่จะถือเป็นคำชมก็แล้วกัน ว่าแต่เราเก็บๆ อาการหน่อยเถอะ เสียมารยาท”

“สำหรับยัยมนุษย์ป้าคนนี้ จะว่าเสียมารยาทปุ่นก็ยอมค่ะพี่เฟย์” ว่าแล้วก็หัวเราะต่อก่อนจะซบหน้าลงกับหัวไหล่ของสาวห้าวรุ่นพี่กลบเสียงหัวเราะที่ทำท่าว่าจะดังมากเกินไป เดือดร้อนอีกฝ่ายที่ต้องโอบประคองกว่าจะไปถึงโต๊ะ

“โห พี่ปุ้นดูสิครับ พี่เฟย์เล่นตีหน้าครัวแบบไม่เกรงใจพี่เลย” ยังไม่ทันที่เธอทั้งสองจะหย่อนก้นลงนั่งตรัยก็แขวะ
ขึ้นมา

ฟารีดายักคิ้วไม่สะทกสะท้านพลางยกมือขึ้นโอบหมับที่ไหล่ “ก็ของเก่ามันจืดชืดไม่เร้าใจจะทนไปทำไม สู้ลองของใหม่ซาบซ่าเร้าใจกว่าเยอะ ใช่ไหมจ๊ะที่รัก”

ปุณยวีร์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธนอกจากหัวเราะคิกๆ ขณะที่ภควัตก็แค่เพียงปรายตามามองนิดเดียวแล้วแค่นเสียงหึ! ทำนองไม่นำพาว่าใครจะตีหน้าครัวหรือท้ายครัว และเมื่อเห็นว่ายั่วไม่ขึ้นฟารีดาก็ไหวไหล่แล้วหันไปให้ความสนใจกับเครื่องดื่มในแก้วที่ตรัยเพิ่งชงให้

“ตายยากตายเย็นจริงๆ เห็นล้มคว่ำเมื่อกี้คิดว่าจะร้องไห้หนีกลับบ้าน ที่ไหนได้ยังไม่ทันไรก็กลับมาหน้าระรื่นเหมือนเดิม”

ท่าทางวนิดาจะรู้สึกไม่ถูกจริตนักการตลาดสาวจอมขโมยซีนอย่างแรงอ้าปากขึ้นมาทีไรก็เป็นต้องถากถางฝ่ายนั้นทุกที “แล้วยัยปุ่น เมื่อกี้แม่พระที่ไหนลงประทับเหรอยะ ถูกยัยป้านั่นกระแทกเข้าเต็มๆ ถึงไม่รู้จักเอาคืน”

“อ้าว ไหงมาลงที่ปุ่นล่ะคะพี่หวาน”

“ก็มันน่าเอาคืนไหมล่ะ พี่น่ะลุ้นแทบตายคิดว่าปุ่นจะกระชากผมยัยป้านั่นมาแล้วตบให้คว่ำ ที่ไหนได้ เหอะ! เสียชื่อล่ามจอมมารหมด”

“พอเถอะหวาน จะหมั่นไส้ใครก็เชิญเป็นไปคนเดียวอย่าลากปุ่นเข้าไปเกี่ยว แล้วปุ่นก็พยายามใจเย็นๆ แบบเมื่อกี้แหละดีแล้ว ไม่ต้องไปเอาคืนใครเขาหรอก นะครับ เชื่อพี่” ปรามคนเป็นเพื่อนเสร็จภควัตก็หันมาขอร้องเธอเสียงอ่อน

“มันก็คงต้องแล้วแต่สถานการณ์นะคะพี่ปุ้น วันนี้เป็นวันสำคัญของพี่ต้นพี่อ้อย ปุ่นก็เลยไม่อยากทำให้งานกร่อย แต่อย่าให้มีคราวหน้าปุ่นไม่เอาไว้แน่ ทั้งต้นทั้งดอกจะคืนไปให้ครบเอาให้สมใจพี่หวานเลย”

วนิดายกนิ้วโป้งให้ “ต้องอย่างนี้สิถึงจะสมกับที่เป็นน้องรักของพี่” ตรงกันข้ามกับภควัตที่ส่งสายตาดุๆ มองมา แต่ ระดับล่ามจอมมารซะอย่างดุแค่นี้ไม่มีสะเทือนอยู่แล้ว

“เอาแล้วไงไอ้พี่ตั้ม เห็นเก็บหูเก็บหางมาตั้งนานคิดว่าจะทิ้งสันดานเก่า ที่ไหนได้พอเมียไม่อยู่ก็ออกลายอีกแล้ว”

“หือ คราวนี้สาวแผนกไหนตกเป็นเหยื่ออีกล่ะ อ้อ ยัยหวานเย็น… คู่หูยัยมนุษย์ป้าจอมขโมยซีนนั่นเอง ถ้าเกิดมีใครคาบข่าวไปบอกยัยวิเข้า นางจะรอดไหมนี่ โอย ฉันไม่อยากจะคิด”

“น่าเสียดาย ถ้าเปลี่ยนเป็นยัยมนุษย์ป้า น่าจะแลกกันมันเพราะดูท่าจะร้ายพอฟัดพอเหวี่ยงกับยัยวิ”

“ผีมันก็ต้องมองเห็นผีด้วยกัน ไอ้ตั้มมันคงคำนวณมาแล้วล่ะว่าถ้าเลือกแม่สาวโฟร์โมสต์รสโกโก้ก็คงไม่พ้นได้ตีกันวุ่นกับเมียมัน สู้เลือกเข้าหาแม่กวางน้อยที่ดูท่าไม่มีปากมีเสียงเคี้ยวง่ายดีกว่าเผื่อจะฟลุคได้กินฟรีเหมือนหลายๆ รายที่ผ่านมา”

ตรัย วนิดา ฟารีดา และอนุพงษ์พูดคุยกันอย่างออกรสทั้งยังกล่าวถึงบุคคลที่สาม สี่ ห้า ฯลฯ โดยไม่ได้คิดอะไรมากคงเพราะเห็นว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมงานไม่ได้รู้จักสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ต่างจากก้องภพ กีรฎา และภควัตที่ปิดปากฟังบทสนทนาเงียบๆ โดยไม่มีความเห็นใดๆ คล้ายไม่สนใจ หากจริงๆ แล้วไม่ใช่! โดยเฉพาะชายหนุ่มรายสุดท้าย ปุณยวีร์สังเกตเห็นร่องรอยเคร่งเครียดในดวงตาเรียวรีคู่นั้นและมันก็กำลังส่งผลให้มือใหญ่กำรอบแก้วแน่นจนขึ้นข้อขาว

“ใครว่าเมียไอ้ตั้มไม่อยู่วะ โน่นไงยัยวิยืนหัวโด่เปล่งรังสีอำมหิตอยู่ตรงนั้น”

“อ้าว! มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้ามาด้วยกันตั้งแต่แรกไอ้พี่ตั้มจะกล้าหลีคุณอ้อนเหรอครับ”

“สงสัยงานนี้จะมีผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายส่งข่าวไปบอกยัยวิแหงๆ หวังก็แต่ว่านางจะไม่หึงหน้ามืดจนพังงานพี่ต้อพี่อ้อยเข้านะ”
“ช่วยกันภาวนาเข้าเถอะแก ยัยวิออกจากฐานที่มั่นพร้อมรบเต็มที่แล้ว แต่ยัยหวานเย็นนั่นดูท่าจะยังไม่รู้ตัวเลย อีมนุษย์ป้านั่นก็อีกมัวแต่เฟลิร์ตผู้ชายไม่สนใจเพื่อน เฮ้อ แล้วแต่บุญแต่กรรมทำมาเถอะงานนี้”

ไม่ใช่แค่เพียงสมาชิกร่วมโต๊ะของปุณยวีร์เท่านั้นแต่ยังมีสายตาอีกหลายสิบคู่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท HANO ที่พุ่งตรงไปยังอรพินท์กับบรรจบทำให้ทั้งสองรู้ตัวเริ่มมองหาสิ่งผิดปกติ นักการตลาดสาวทำหน้าเหลอหลาด้วยยังไม่เข้าใจกับสถานการณ์ ผิดจากชายหนุ่มแผนกซ่อมบำรุงที่นอกจากจะขี้หลีแล้วยังรักตัวกลัวตายเผ่นแน่บไปทันทีเมื่อเห็นว่าอะไรเป็นอะไร

หากคราวนี้ภาวิณีไม่ได้พุ่งเข้าใส่เหยื่อแบบโฉ่งฉ่างเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เจ้าหล่อนอาศัยชั้นเชิงของนังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ทำทีเป็นเสียหลักสะดุดไปชนแม่กวางน้อยเข้าอย่างแรงทำให้อาหารในจานที่ถือติดมือมาด้วยหกรดคนที่ล้มไม่เป็นท่าอยู่กับพื้น!

“จะไปไหนคะ” ปุณยวีร์ยักคิ้วถามคนข้างกายที่พรวดพราดลุกขึ้นจากเก้าอี้จังหวะเดียวกับที่นักการตลาดสาวถูกกระแทกล้มลง

“คือ พี่…” ภควัตอึกอักพูดไม่ออก

ผ่านไปอึดใจตรัยก็ผิวปากหวือ “งานนี้มีอัศวินขี่ม้าขาวครับพี่น้องครับ” คำกล่าวจากปากหนุ่มตี๋ทำให้ล่ามสาวละความสนใจจากชายหนุ่มรุ่นพี่หันไปมองเหตุการณ์ชิงรักหักสวาทที่ถูกจัดฉากให้เหมือนอุบัติเหตุอีกครั้ง

เธอบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกับภาพที่เห็น เพราะอัศวินขี่ม้าขาวที่ตรัยว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชินพัตต์! เป็นไปได้ยังไง? หมอนั่นเคยสนใจใครที่ไหน เธอเคยเห็นแต่ทำหน้าเรียบนิ่งอยู่แบบเดียวไม่สนใจใคร หากตอนนี้เขากำลังกุลีกุจอก้มลงไปให้ความช่วยเหลือผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นทั้งยังมีน้ำใจถอดเสื้อตัวนอกออกมาคลุมแม็กซี่เดรสที่ยับเยินดูไม่ได้ให้เจ้าของร่างเล็กนั่นอีก!

“พี่ปุ้นจะไปเข้าห้องน้ำใช่ไหมครับ ดีเลย ผมก็ปวดพอดี รีบไปกันเถอะพี่ชักจะไม่ไหวแล้ว” เสียงของหนุ่มตี๋เรียกสติของปุณยวีร์คืนมาอีกครั้ง

“ถ้าจะเข้าห้องน้ำก็รีบไปสิคะ” เธอบอกเสียงเยียบเย็น






“เหมือนเดิมอ้ายน้อง ห้ายวาย อย่าห้ายเพ่โมโห”

“เอาไงดีพี่ปืน” ตรัยถามวิศวกรผิวเข้มเสียงเจื่อนหลังจากรับแก้วมาจากล่ามสาวที่ตอนนี้กลายร่างเป็นเมรีขี้เมาเรียบร้อยแล้ว

ก้องภพถลึงตา “เอ็งเกิดปีชงหรือไงวะถึงชงได้ชงดี แล้วดูดิแบล็คของข้าอุตส่าห์รีเควสขอพี่ต้อเป็นพิเศษคิดว่าจะเหลือกลับไปเป๊กที่บ้าน หมดกันไม่มีเหลือแม้แต่หยดเดียว” ท้ายประโยคบอกเสียงละเหี่ย

“แล้วมันใช่เวลามาโอดครวญเรื่องเหลือไม่เหลือไหมคะพี่ปืน” กีรฎาแหวขึ้นมา “เต้ก็อีกคน ปล่อยให้ดื่มจนเมาเละอย่างนี้ได้ไง พี่เฟย์ก็ด้วยทำไมไม่ช่วยห้ามคะ” โดนกันถ้วนหน้าทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่

ระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมงหลังจากอนุพงษ์กับวนิดาขอตัวกลับไปก่อนเพราะมีธุระ ส่วนเธอกับคนรักก็แยกตัวออกไปทักทายคนรู้จักที่บังเอิญได้รับเชิญมางานเดียวกัน ครั้นพอกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งก็ต้องยกมือกุมขมับกับสภาพที่เห็น ถ้า เปรียบตรัยเป็นมือชง (เหล้า) ฟารีดาก็เป็นมือชน (แก้ว) แล้วผลที่ได้ก็คือ ปุณยวีร์เมาเละ!

“เหล้าหมดคนก็เมาเรียบร้อย งั้นก็ได้เวลากลับ แล้วไอ้ปุ้นมันหายไปไหนวะปืนเรียกมันมาเก็บศพยัยปุ่นกลับดิ” ‘มือชน’ พูดขึ้นบ้าง

ก้องภพถอนหายใจ “แล้วแกจะให้ฉันไปเรียกมันที่ไหน ชี้พิกัดมาด้วยดิ๊”

“อ้าว!” ฟารีดาอุทาน “เอ็งรู้ไหมวะ ไปเข้าห้องน้ำด้วยกันมา” หันไปถามชายหนุ่มรุ่นน้อง

“ไม่เห็นตั้งแต่ตอนนั้นแล้วครับ ไม่รู้แถวห้องน้ำมีรูหนอนทะลุมิติหรือไงถึงหายไปแบบไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้เลย”

“แล้วทีนี้จะทำไงกับยัยขี้เมาดี” ฟารีดาถอนหายใจละเหี่ยขณะหันไปมอง ‘ยัยขี้เมา’ ที่ยังบ่นบ้าไม่เลิกเพราะไม่มีใครชงเหล้าแก้วใหม่ให้เสียที

“พี่ปืนกับเต้ลองเดินหารอบๆ งานดีไหมคะ เผื่อว่าจะเจอ ส่วนแก้วกับพี่เฟย์จะพาคุณปุ่นไปที่รถก่อน ไม่แน่บางทีพี่ปุ้นอาจจะคอยอยู่ที่รถแล้วก็ได้ ถ้าได้เรื่องยังไงแล้วค่อยโทร.หากันอีกที” กีรฎาเสนอแนวทางขึ้นมาซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยกับความคิดของเธอ







“เกิดอะไรขึ้นน่ะแก้ว พี่เฟย์!” น้อยยิ่งกว่าน้อยที่ชินพัตต์จะแสดงอาการร้อนรนออกมาให้ใครได้เห็นสักครั้ง หากสภาพของล่ามสาวซึ่งดูเหมือนจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จนฟารีดากับกีรฎาต้องช่วยกันประคองมาที่รถที่ประจักษ์ชัดในสายตาก็ทำให้เขาซึ่งยืนพิงรถของตัวเองรอสมาชิกร่วมบ้านเพื่อจะกลับพร้อมกันต้องสูญเสียการควบคุมแสดงความรู้สึกที่เคยเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกออกมา โชคยังดีที่สุดท้ายเขาสามารถระงับอกระงับใจเอาไว้ได้ไม่ถึงกับโผออกไปรับร่างเล็กปวกเปียกที่ทำท่าจะล้มแหล่มิล้มแหล่มาไว้กับตัวเอง

“เมา!” ฟารีดาตอบสั้นๆ ซึ่งแค่นั้นก็ได้ใจความชัดเจน ไม่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม

“แล้วแฟนเค้าหายไปไหนล่ะครับ ทำไมถึงไม่ดูแล”

“หายหัวไปไหนไม่รู้ ปืนกับเจ้าเต้กำลังไปตามหาอยู่ อ้าว พูดถึงก็มาพอดี” ท้ายประโยคฟารีดาอุทานขึ้นมาเพราะเหลือบไปเห็นก้องภพกำลังเดินตรงมายังทิศทางที่พวกเธอปักหลักอยู่

“เจอตัวไหมคะพี่ปืน” กีรฎาเอ่ยถามคนที่เพิ่งมาถึง

ก้องภพส่ายศีรษะแทนการให้คำตอบ ใบหน้าคร้ามคมแลดูเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด “เฟย์ แกมีธุระอะไรหรือเปล่า พาปุ่นไปส่งที่อพาร์ตเมนท์ได้ไหมวะ ฉันกับแก้วมีธุระต้องไปจัดการ”

ฟารีดาพยักหน้า “ได้ ฉันไม่มีธุระอะไร แล้วไอ้เจ้าเต้ล่ะไม่กลับด้วยกันเหรอ”

“ช่างหัวมันเถอะไอ้หมอนั่น มันก็ไปแหลสาวตามประสานั่นแหละ” บอกท่าทางไม่ใส่ใจ

“เอ่อ แล้วแก้วจะต้องไปธุระอะไรกับพี่ปืนล่ะคะ” กีรฎาอดถามขึ้นมาไม่ได้เพราะนึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าวันนี้เธอและเขามีธุระอะไร

“ไปตามไอ้ปุ้นกับพี่หน่อย” คนที่ทึกทักธุระขึ้นมากะทันหันถอนหายใจ “ที่บ้านอ้อนกับโย”

คำบอกเล่าดังกล่าวสร้างภาวะสุญญากาศขึ้นชั่วอึดใจ แม้แต่ฟารีดาที่ดูจะสบายๆ เหมือนไม่สนใจอะไรเลยก็ยังทำท่าเหมือนจะเข้าใจอะไร… ได้รางๆ

“งั้นก็ไปกันเถอะ” สาวห้าวบอกสมาชิกหลังจากเข้าใจสถานการณ์กันหมดทุกคนแล้ว “อ้าว แล้วยัยปุ่นหายไปไหน” ถามน้ำเสียงแปลกใจเมื่อหันไปมองข้างตัวแล้วไม่พบคนเมาที่เธอกับวิศวกรสาวรุ่นน้องช่วยกันประคองมาก่อนจะปล่อยมือออกให้พิงกับรถชั่วคราวเพราะเมื่อย

“อ้าว!” กีรฎาก็อุทานน้ำเสียงแปลกใจไม่แพ้กัน “เอ๊ะ! นั่น!” ชี้นิ้วไปที่รถยุโรปคันหรูของคนเป็นเพื่อนที่ประตูด้านหลังถูกเปิดแง้มไว้มีเท้าข้างหนึ่งซึ่งสวมรองเท้าส้นเตี้ยโผล่ออกมาให้เห็น

“เอาไงดีวะ” ฟารีดาเงยหน้าขึ้นถามสมาชิกทุกคนหลังจากเห็นชัดแล้วว่ายัยล่ามขี้เมาปีนขึ้นไปซุกตัวอยู่บนเบาะหลังรถของ
ชินพัตต์ “แกช่วยอุ้มไปไว้ที่รถฉันทีดิวะปืน เออ แล้ว…” ทำท่าลังเลขึ้นมา “ถ้าไม่ตื่นทำไงวะ ฉันแบกขึ้นชั้นสามคนเดียวไม่ไหวนะ”

“เดี๋ยวผมไปส่งเค้าเอง” ชินพัตต์บอกเสียงรัวเร็วราวกับกลัวว่าถ้าช้ากว่านี้ก้องภพจะช้อนอุ้มร่างเล็กออกไปจากรถของเขา

“เอ่อ ก็…” ยกมือลูบท้ายพูดติดๆ ขัดๆ หลังจากรู้ตัวแล้วว่าได้พูดอะไรออกไปสมาชิกแต่ละคนถึงได้ส่งสายตาอึ้งทึ่งมองกลับมา “อย่างที่พี่เฟย์บอก เกิดเค้าไม่ตื่นขึ้นมาพี่เฟย์ก็แบกไม่ไหว ไหนๆ เขาก็ขึ้นมาอยู่ในรถผมแล้ว ให้ผมไปส่งเค้าแทน
ก็… ได้”

ฟารีดาพยักหน้าเห็นด้วยทันที “เอาอย่างที่ชินว่าก็ดีนะ”

“ไม่ดีหรอกค่ะ ชินเป็นผู้ชาย แล้วตอนนี้คุณปุ่นก็เมา ถึงเราจะบริสุทธิ์ใจแต่คนอื่นล่ะคะจะคิดยังไง”

“เออ จริง” คนที่ไม่ค่อยคิดอะไรลึกซึ้งสักเท่าไรพยักหน้าอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ “แล้ว จะเอาไงล่ะ”

ก้องภพถอนหายใจ “งั้นก็ให้นั่งรถไปกับชิน แต่แกต้องขับรถตามไปด้วยนะเฟย์ พอถึงอพาร์ตเมนท์แกกับชินก็ช่วยกันประคองไปส่งที่ห้อง แบบนี้น่าจะไม่มีใครว่าอะไรได้” เขาพูดขึ้นมาเป็นคำตอบสุดท้าย

TBC...

สวัสดีค่ะ คุณ sai คุณตามหาฝัน คุณ Zephyr และคุณผู้อ่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน บทนี้ค่อนข้างยาวหน่อยนะคะ เพราะจะมีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นมากมาย ช่วยติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ จุ๊บๆ ค่ะทุกคน ^^



พนาศิลป์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 21 ม.ค. 2558, 12:26:44 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 21 ม.ค. 2558, 12:26:44 น.

จำนวนการเข้าชม : 1042





<< ตอน 13/2   ตอนที่ 13 จบ >>
sai 21 ม.ค. 2558, 15:59:08 น.
รีไรท์เยอะเหมือนกันนะเนี่ยย แต่ก็ยังสนุกเหมือนเดิม

ตามอ่านเหมือนเดิมคร้าาา


ตามหาฝัน 21 ม.ค. 2558, 16:04:34 น.
อย่าหายไปนานนะคะ ลุ้นอยู่นะ


Zephyr 21 ม.ค. 2558, 23:55:10 น.
ตามๆๆๆ อ่านๆๆๆ รู้สึกว่า เราเหมือนเคยอ่านฉบับก่อนรีไรท์รึป่าว
ฉบับนู้นไม่ค่อยรู้สึกอยากอัดพี่ปุ้นเท่าไร
แต่เวอร์นี้นี่ อยากตื้บเลยละค่ะ


ปลาวาฬสีน้ำเงิน 22 ม.ค. 2558, 00:44:39 น.


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account