รัก-ที่เกิดขึ้นหลังแต่ง
เธอ คือ สาวน้อยผู้น่ารัก สดใส มีจิตใจที่อ่อนโยน แต่แอบดื้ออยู่ลึกๆ ต้องกลายมาเป็นอีกคนที่ไม่ใช่ตัวเองหลังจากที่แต่งงาน เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าเธอเข้มแข็ง ไม่ได้อ่อนแอ แต่ใครจะไปรู้ว่าลึกๆแล้วเธอไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เธอพยายามแสดงมันออกมา ให้ทุกคนเห็น โดยเฉพาะเขา คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี
ส่วนเขา คือ ชายหนุ่มผู้หล่อเหลา เย็นชา พูดน้อย และใจร้ายที่สุด เท่าที่เธอเคยรู้จักมา

ทั้งคู่ต่างใช้ชีวิต เหมือนตอนยังอยู่ตัวคนเดียว แม้บางคนจะพยายามพูดคุยด้วย ถามโน้นนี้นั้น ตามประสาคนสดใส แต่เหมือนอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือด้วยเลย ทำให้เธอหมดความพยายามในที่สุด เธอจึงกลายเป็นคนที่เงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่ร่าเริงสดใส เหมือนแต่ก่อน ทำให้เขาเริ่มแปลกใจตัวเอง ทำไมถึงต้องรู้สึกยังงี้ด้วย เมื่อเธอกลายเป็นอีกคน ที่เขาไม่คุ้นเคย
Tags: แนวแต่งก่อนจีบ ความรัก เศร้า อัรฮาม VS อัฟชีณ

ตอน: แผนการลับฉบับแม่ๆ


“อัฟ....ได้เวลาที่ลูกต้องให้คำตอบแม่แล้ว” สามวันผ่านไปคุณอาอิชก็มาทวงคำตอบกับลูกสาว อัฟชีณรับรู้ได้ทันทีว่าคุณแม่เธอ ต้องการคำตอบเรื่องอะไร และเธอก็ยังคงบอกมารดาไปเหมือนเดิม

“อัฟยังไม่พร้อมค่ะแม่” ลูกสาวพูดออกไปตามตรง ถึงแม้ว่าวันก่อนจะบอกคนเป็นแม่ไปแล้วก็ตาม

“ทำไมหนูถึงคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมละ”

“ก็........................” ยังพูดไม่ทันจบ มารดาก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“แม่ขอเหตุผลที่ดีกว่าเดิมนะลูก” มารดาพูดออกไปพร้อมๆกับจ้องหน้าลูกสาวนิ่ง โดยที่คนเป็นลูกสาวอ่านสายตามารดาไม่ออก รู้แค่ว่าสายตานั้นช่างอ่อนโยนเหมือนที่ผ่านๆมา แต่มันก็แอบแฝงไปด้วยความดีใจ จนคนเป็นลูกสงสัยว่ามารดาดีใจเรื่องอะไร

“แล้วถ้าอัฟบอกว่า อัฟยังไม่อยากแต่งงาน อัฟอยากอยู่ดูแลแม่กับน้องๆก่อน แม่จะว่าอย่างไรค่ะ”

“อัฟ ก็อย่างที่แม่บอกว่าถ้าลูกแต่งงานกับคนที่แม่เลือกให้ แม่จะได้หมดห่วง เพราะต่อไปก็จะมีคนดีๆอย่างพี่เขามาคอยดูแลหนูแทนแม่ แม่จะได้นอนตายตาหลับ” คนเป็นมารดาพูดกับบุตรสาว

“แม่มั่นใจได้อย่างไรล่ะ ว่าเขาเป็นคนดี อีกอย่างเราสองคนก็ไม่ได้รักกัน” อัฟชีณไม่รู้จะบอกมารดาอย่างไรแล้ว

“แม่ดูแปบเดียวแม่ก็รู้แล้วว่าเขาเป็นคนดี สามารถที่จะดูแลปกป้องหนูแทนแม่ได้” แต่อัฟชีณ ก็ยังเป็นอัฟชีณอยู่วันยังค่ำ บทจะดื้อก็ดื้อเกิน จนคนเป็นมารดาไม่รู้จะทำอย่างไรกับลูกสาวแล้ว ต้องโทรไปปรึกษาหารือกับเพื่อนรัก และได้คำตอบมาว่า ในเมื่อลูกๆของเธอก็ดื้อกันทั้งสองคน ก็บอกอีกทีถึงวันแต่งงานเลยล่ะกัน
เช้าวันรุ่งขึ้นคุณมาเรียมมาหาเพื่อนรักที่บ้านแต่เช้า เพื่อมาปรึกษาหารือกัน ถึงวันกำหนดการวันแต่งงานของลูกๆพวกเธอ

“เดียวฉันจะเป็นคนจัดการเรื่องอาหารให้ล่ะกัน” คุณมาเรียมเป็นคนเสนอ
“เรื่องแขกฉันว่าจะเชิญเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น เพราะฉันก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหน” คุณอาอิชบอก เพราะทางฝ่ายเธอเอง หลังจากที่สามีเสียชีวิต ก็มีญาติๆแค่ไม่กี่คนที่ยังแวะเวียนมาหาสู่กันบ้าง แต่ก็นานๆที เพราะพวกเขาอยู่ทางใต้ จะขึ้นมาทีก็ลำบากและอีกอย่างเธอก็ไม่อยากรบกวนเวลาพวกเขาด้วย แต่ก็คงต้องบอกข่าวคราวให้ทราบ

ผู้ใหญ่ทั้งสองคุยกันไปถึงเรื่องต่างๆไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องชุดของเจ้าบ่าวเจ้าสาว สถานที่จัดงาน แขกเรื่อที่จะมาร่วมงาน คุณอาอิชอยากจัดขึ้นที่บ้านตัวเอง จะได้ไม่ต้องเปลืองงบประมาณมากมาย เป็นงานแต่งเล็กๆที่มีแต่คนในครอบครัวมาร่วมงาน เป็นไปได้อยากทำแค่พิธีตามศาสนาให้ถูกต้องก็เป็นอันเสร็จ แต่คุณมาเรียมอยากจัดงานให้ใหญ่โตสมกับฐานะ และที่สำคัญจะได้เปิดตัวลูกสะใภ้ให้คนอื่นรู้จักด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องทำตามความต้องการของเพื่อนรัก กว่าจะตกลงเรื่องงานแต่งกันได้ทำเอาซะเกือบลืมตั้งวันเลยทีเดียว

“ส่วนเรื่องงานแต่งแล้วสะดวกเลยเหนอะ เพราะอีกไม่กี่วันตาอัรก็ต้องกลับไปฝรั่งเศสแล้ว” คุณมาเรียมอยากให้งานแต่งจัดขึ้นๆเร็ว เพราะใกล้ถึงกำหนดที่ลูกเธอต้องกลับไปฝรั่งเศสแล้ว

“เธอคิดว่าวันไหนดีล่ะ”

“เอิ่ม....เป็นไปได้อยากให้พรุ่งนี้เลย” คุณมาเรียมเสนอ

“แต่เราจะเตรียมกันไม่ทันนะ แค่วันเดียว” คุณอาอิชเสนอเพื่อนรัก

“เออ นั่นดิ งั้นอีกสองวันล่ะกัน เตรียมตัวให้พร้อม” คุณมาเรียมตั้งวันเรียบร้อย พร้อมกับขอพาสปอร์ตของอัฟชีณ เพื่อที่จะได้เอาไปทำวีซ่าร์ก่อน จะได้ไม่เสียเวลาหลังจากนี้

“แล้วนี้ฉันจะบอกลูกยังไงดี” คุณอาอิชกลุ้มแสนกลุ้มกับการบอกลูกสาว

“ฉันว่าลูกเธอคุยไม่ยากเท่าลูกชายฉันหรอก ในเมื่อทั้งสองคนนี้ต่างก็ดื้อ เราก็ต้องใช้ไม้แข็งอย่างนี้แหละ” พูดกันไปเรื่อยๆก็ขอตัวกลับเพื่อไปเตรียมงานในส่วนของตัวเอง

เช้าวันที่สดใส แสงแดดส่องฟ้า สายลมหลั่งไหล แต่หัวใจดวงเล็กๆกลับอยู่ไม่เป็นสุข เพราะรู้สึกว่าวันนี้ที่บ้านของเธอดูครึกครื้นไม่ชอบมาพากลยังไงก็ไม่รู้

แขกเรื่อที่มาร่วมงานเริ่มทยอยเข้ามาในบ้าน แต่คนที่กำลังจะได้เป็นเจ้าสาวกลับยังไม่รู้ตัวเลย และเมื่อใกล้เวลาอาอิชก็ขึ้นมาตามลูกสาว เคาะประตูอยู่สองสามที ลูกสาวก็เดินมาเปิดประตูให้

“มีอะไรเหรอค่ะ คุณแม่” ลูกสาวถามเมื่อเห็นมารดามาเคาะประตู

“นี่ยังไม่อาบน้ำแต่งตัวอีกเหรอลูก”

“แต่งตัวไปไหนค่ะแม่” ถามมารดาด้วยความไม่เข้าใจว่าจะให้แต่งตัวไปไหน แถมในมือยังถือเสื้อผ้าสวยอีกด้วย

“เหอะน่าลูก รีบไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนเถอะ แล้วรีบลงไปข้างล่าง”

“อ้อ......อัฟใส่เสื้อที่แม่เตรียมมาให้นะลูก” มารดาพูดจบก็ลงไปรอข้างล่าง เพื่อต้อนรับแขกไปก่อนพลางๆ
หญิงสาวก็ไปแต่งตัวตามคำสั่งของมารดา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าจะโดนจับแต่งงาน
บ้านปริญากรโสภณ

“ตาอัรแต่งตัวเสร็จยังลูก เร็วๆหน่อย” คุณผู้หญิงของบ้านเร่งลูกชาย

“ทำไมผมต้องใส่เสื้อที่แม่เตรียมให้ด้วยละ” ชายหนุ่มบ่น เพราะไม่อยากใส่เสื้อที่มารดาเตรียมไว้ให้

“แม่บอกให้ใส่ก็ใส่ไปเหอะ อย่าถามมาก แม่ลงไปรอข้างล่างนะ” พูดจบก็ยิ้มกับตัวเอง ‘ดื้อนักนะเจ้าลูกชาย ต้องโดนแบบนี้ นี้แหละถึงจะเหมาะสมกับแกตาอัร’

“ฉันมีความสุขจังเลยค่ะคุณ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง” พูดกับสามีอย่างมีความสุข ไม่ต้องบอกคนทั้งบ้านก็รู้ว่าคุณเธอมีความสุขมากแค่ไหน
“นี่คุณคิดว่าทำแบบนี้ลูกมันจะยอมเหรอ” คุณเดวิดเอ่ยถามภรรยาเบาๆ

“ยอมไม่ยอมไม่รู้ งานมาถึงขั้นนี้แล้ว” พูดจบก็พอดีกับที่ลูกชายเดินลงมาข้างล่าง

“อ้าว......ตาอัรลงมาพอดีเลย”

“งั้นเรารีบไปกับเถอะ”

“เดี่ยว......นี่พวกเรากำลังจะไปไหนกันครับ” เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ

“เดี่ยวไปถึงแกก็รู้เองแหละ อย่ามัวแต่พูดมากเลย เรารีบไปกันก่อนเถอะ เดียวจะไม่ทัน” พูดไปพร้อมๆกับรีบเดินไปที่รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดี

แขกเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ทางฝ่ายเจ้าสาวมีแค่แม่ น้องๆ คุณอา แล้วก็เพื่อนข้างบ้านแค่ไม่กี่คน แต่ฝั่งเจ้าบ่าวนี้สิเยอะมาก ขนกันมาทั้งตระกูลเลยล่ะมั๊ง


“แม่ แม่ ทางฝ่ายนั้นมาถึงแล้วครับ” อัฟฟาน ลูกชายเพียงคนเดียวของอาอิชรีบวิ่งมาบอกมารดาด้วยความตื่นเต้น
“เหรอจ๊ะลูก อัฟนานหนูขึ้นไปตามพี่อัฟลงมาข้างล่างนะ” พูดกับลูกชายจบ ก็หันไปพูดกับลูกสาวอีกคนให้ขึ้นไปตามพี่สาว

“เดียวแม่ออกไปรับแขกก่อน”

“ค่ะ แม่” พูดจบก็รีบขึ้นไปตามพี่สาวให้ลงมาข้างล่างทันที “พี่อัฟ พี่อัฟ เปิดประตูให้นันหน่อย” เคาะประตูเรียกพี่สาวอยู่นาน กว่าพี่สาวจะเปิดประตูให้

“ว่าไงนัน มีอะไรกับพี่รึเปล่า” ดูน้องสาวตื่นๆ ก็เลยถามดู

“นันนะไม่มีหรอก แต่คนอื่นนะสิมี” น้องสาวพูดไปด้วยความไร้เดียงสา

“อ้อ คุณแม่ให้นันขึ้นมาตามพี่ลงข้างล่างนะ” พูดตามที่มารดาบอก

“แล้วข้างล่างนะ เขามีอะไรกันเหรอ ทำไมพี่เห็นคนเยอะจัง” พูดไปตามที่เห็น เพราะวันนี้คนที่บ้านเธอเยอะเป็นพิเศษ

“ถ้าพี่อยากรู้ ก็รีบลงไปข้างล่างพร้อมกับนันเถอะ”

“พี่ขอเวลาแป๊บ” พูดกับน้องเสร็จก็เดินไปที่หน้ากระจกเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเอง วันนี้เธอต้องแต่งตัวรัดกุมเป็นพิเศษ เพราะเธอเชื่อว่าข้างล่างมีผู้ชายอยู่ด้วยแน่ๆ‘ขอบคุณนะค่ะแม่’ เอ่ยขอบคุณมารดาในใจที่จัดเตรียมชุดที่รัดกุมแบบนี้ให้ ถึงมันจะคล้ายกับชุดเจ้าสาวก็เถอะ

“โฮ่ว.....พี่อัฟสวยมากๆๆเลยค่ะ” น้องสาวชมพี่สาวจากใจจริง ปกติก็ว่าสวยอยู่แล้ว วันนี้ก็สวยไปอีกแบบ เพราะปกติพี่สาวเธอจะไม่แต่งตัวแบบนี้ ‘แล้วปกติใครเขาแต่งแบบนี้กันบ้างเล่ายัยนัน’ พูดเองเออเองเสร็จก็ชวนพี่สาวลงไปข้างล่าง

“เดียวยัยนัน มีความลับอะไรกับพี่รึเปล่า”

“ลงไปข้างล่างพี่ก็รู้เองแหละ” อัฟนานเองก็ไม่รู้จะบอกพี่สาวยังไงดีเหมือนกัน

“ตกลงมันคืออะไรกันแน่ยัยนัน บอกพี่มาเดียวนี้” เธอต้องรู้ให้ได้ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ ทุกคนกำลังปิดบังอะไรเธออยู่
“อ้าว.....สองคนนี้นี้ทำไมไม่รีบลงไปข้างล่าง แขกเขารอนานแล้วนะ ยัยนันนี้ก็อีกคนแม่บอกให้ขึ้นมาตามพี่เขานะ ทำไมไม่รีบพาพี่เขาลงไป” มารดาบ่นอย่างไม่จริงจังนัก

“ก็พี่อัฟเขานะสิแม่” น้องสาวกำลังจะบอกมารดาถึงเหตุผลที่ชักช้า แต่ก็ถูกมารดาห้ามไว้ซะก่อน แล้วชวนกันลงข้างล่าง
ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่แต่งตัวเรียบร้อย ปกปิดอย่างมิดชิดแม้กระทั่งใบหน้า แต่ยกเว้นแค่ดวงตาที่เปิดเผยให้เห็น ก่อนที่จะละสายตาจากหญิงสาวตามเสียงเรียกของมารดา

“เป็นไง ตะลึงเลยล่ะสิตาอัร” เอ่ยแซวลูกชายยิ้มๆ ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีเลยว่าติดกับของมารดาเข้าให้แล้ว ได้แต่คิดอยู่ในใจ
‘แผนสูงนักนะแม่ ยัยนี่มีอะไรดีนักหนา ถึงอยากให้เราแต่งงานด้วย’

“แม่นี่มันอะไรกันค่ะ” อัฟชีณกระซิบถามมารดา ถึงจะรู้แล้วว่านี้คืองานแต่งของตัวเอง แต่ก็ถามเพื่อความมั่นใจ

“ก็งานแต่งหนูไงยัยอัฟ ถ้าแม่กับป้าเรียมไม่ทำแบบนี้หนูก็คงไม่แต่ง” อาอิชตอบลูกสาวเสร็จก็หันไปคุยกับเพื่อนรัก โดยปล่อยให้เธออยู่กับความคิดของตัวเอง เธอไม่เงยหน้าหรือทักทายใครเลยสักคน อยู่ๆน้ำตาเธอก็ไหลลงมา และเธอก็เช็ดมันออกอย่างลวกๆ ทุกๆอิริยาบถของเธอตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่มตลอดตั้งแต่เธอเดินลงบันไดมาจนถึงตอนที่เธอเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆนั้น เธอรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นมามองก็สบเข้ากับดวงตาคมกริบ เย็นชาเย็น คู่หนึ่งเข้า พร้อมกับคิดในใจว่า ‘ผู้ชายคนนี้คือใคร’ เธอมองสบตาชายหนุ่มแค่แป๊บเดียวก็ต้องก้มลงไปตามเดิม แต่แล้วความสงสัยของเธอก็หมดไปเมื่อได้รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้คือเจ้าบ่าวของเธอ

งานแต่งงานผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยที่ฝ่ายเจ้าสาวมีน้องชายของพ่อมาเป็นผู้ปกครอง แทนผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวก็มีบิดาของตัวเอง แขกต่างแสดงความยินดีกับทั้งคู่ ตลอดช่วงงานแต่งไม่มีเสียงสนทนาระหว่างกันเลย ต่างคนก็ต่างเงียบ ชายหนุ่มแอบชำเลืองมองมาทางเจ้าสาวอยู่บ่อยครั้ง ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง จนกระทั่งงานเลิกแขกเรื่อพากันทยอยกลับ สองคนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแม้กระทั่งเสียงพูดคุยระหว่างกันก็ยังไม่มี จนคุณมาเรียมทนไม่ไหวกับความเงียบของคู่นี้

“นี่ไม่มีคิดจะชวนน้องคุยหน่อยเหรอตาอัร” มารดาเอ็ดลูกชายพอให้ได้ยิน

“เตรียมตัวให้พร้อมล่ะกัน อีกสองวันฉันต้องกลับไปฝรั่งเศสแล้ว” นี่คือคำแรกที่ชายหนุ่มพูดกับเธอตั้งแต่เจอหน้ากัน ก่อนจะเดินออกจากบ้านและขับรถออกไปทันที

“ตาอัร ตาอัร หยุดเดียวนี้นะ แกจะไปไหน กลับมาก่อน” ไม่ทันซะแล้ว เพราะลูกชายขับรถบึงออกไปโดยที่ไม่สนอะไรทั้งนั้น

“โอ๊ย ตายแล้วลูกชายฉัน”

“ใจเย็นก่อนเถอะคุณ” คุณเดวิดเป็นคนบอกกับภรรยา

“ฉันต้องขอโทษแทนตาอัรด้วยนะอาอิช แม่ต้องขอโทษแทนพี่เขาด้วยนะหนูอัฟ” พูดกับเพื่อนรักเสร็จก็หันไปพูดกับลูกสะใภ้ต่อ

“ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า”

“คุณป้าอะไรกันล่ะ เรียกแม่ซิจ้ะ” คุณมาเรียมเอ็ดลูกสะใภ้อย่างไม่จริงจังนัก

“เออ ค่ะ”

“วันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว หนูอัฟขึ้นไปพักเถอะ เรื่องวีซ่าไม่ต้องห่วงนะ แม่จัดการเรียบร้อยแล้ว หนูแค่เตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับดินทางก็พอแล้วจ้ะ” แม่สะใภ้พูดซะยาว ‘นี่คือเราต้องไปฝรั่งเศสด้วยเหรอเนี้ยะ’

“แต่ว่าหนู..............” อัฟชีณยังไม่ทันได้ปฏิเสธ มารดาก็พูดขึ้น

“หนูไปอยู่ดูแลพี่เขาทางโน้นเถอะ ไม่ต้องห่วงแม่กับน้องๆหรอก”

“แล้วเรื่องเรียนหนูล่ะค่ะแม่” ลูกสาวถามมารดาถึงเรื่องที่จะเรียนต่อ

“แม่ว่าหนูไปพูดกับพี่เขาดีกว่านะ” มารดาคิดอย่างนั้น เพราะถึงยังไงอัฟชีณก็อยู่ในความดูแลของชายหนุ่มแล้ว พูดคุยกันไปเรื่อยๆถึงเรื่องต่างๆ ครอบครัวปริญากรโสภณก็ขอตัวกลับ

“เฮ้อ ทำไมมันเหมือนฝันอย่างนี้ อยู่ๆก็แต่งงาน แล้วยังต้องเปลี่ยนนามสกุลอีก แล้วนี่ยังต้องไปอยู่ฝรั่งเศสกับใครก็ไม่รู้นี้นะ” เมื่อหญิงสาวขึ้นมาบนห้อง ก็ได้แต่พูดกับตัวเองคนเดียว ‘เขาคือใคร ฉันยังไม่รู้จักเลยนะ’








Fidavs
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 26 เม.ย. 2558, 22:15:49 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 26 เม.ย. 2558, 22:15:49 น.

จำนวนการเข้าชม : 969





<< สู่ขอ   สู่โลกกว้าง >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account