ป่าหนาวไม่หนาวรัก
ความรักช่างเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ได้สบตากันครั้งแรก
นายหัวหนุ่มแห่งป่าหนาวพยายามบอกหัวใจตัวเองมาตลอดเวลาทุกครั้งที่ได้เจอหน้าเธอว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะรักใครได้อีกแล้วเพราะทั้งหัวใจตอนนี้มีเพียงแค่ปรายฟ้าคนเดียวเท่านั้นถึงแม้แฟนสาวได้จากเขาไปแล้ว หมอเคียวเพียงได้สบตานายหัวหนุ่มราวกับมีประกายไฟแล่นเข้าสู่ร่างกายเธอทันที ความรักทำให้เธอเข้าไปพัวพันกับการตายของปรายฟ้า และเหตุการณ์ครั้งนั้นนั่นเองผูกความสัมพันธ์ของเขากับเธอให้แน่นยิ่งกว่าเดิม เธอจะทำอย่างไรเมื่อเจอกับปัญหาใหญ่หลวง และเขาจะทำอย่างไรเลือกความรักครั้งเก่า หรือเลือกหัวใจตัวเอง
Tags: รักหวานแหวว แววตาซึ้ง ๆ

ตอน: บทที่ 14-15

บทที่ 15 คลื่นใต้น้ำ

นักวิทยาศาสตร์แห่งป่าหนาวปิดประตูรถดังปัง ก่อนจะกระแทกมือกับพวกมาลัยระบายความโกรธที่เกิดขึ้นประทุในหัวอก
“นังเคียว วันนี้แกรอดไปได้ แต่วันหน้าฉันไม่ให้แกรอดไปแน่”
นักวิทยาศาสตร์คนสวยบอกพร้อมกับใช้ฝ่ามือกระแทกพวงมาลัยรถไปอีกหลายครั้งเพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะขับออกไปจากโรงพยาบาลอย่างฉุนเฉียว เธอจะต้องวางแผนใหม่อีกครั้ง คราวนี้จะพลาดอีกไม่ได้เพราะมันอาจจะสาวมาถึงตัวเธอได้อีกอย่างน้อย ๆ ตอนนี้นังเคียวมันก็เริ่มสังสัย แต่มันคงจะไม่มีโอกาสพูดออกมาหรอก เพราะเธอจะกำจัดมันเสียก่อนหรือถ้ามีคนอื่นรู้อีก เธอก็จะกำจัดคนที่รู้คนต่อไปแน่นอน

นายหัวแห่งป่าหนาวขับรถเข้าไปในบ้านใหญ่ในตัวเมืองซึ่งเป็นที่พักของมารดาของเขาคุณภารตีนั่นเอง ชายหนุ่มปิดประตูรถคันงามก่อนจะยิ้มเมื่อเห็นว่ามีใครมารอหน้าบ้านเหมือนจะรู้ว่าเขานั่นแหล่ะ
“ว่าไงครับคนสวย มายืนรอพี่แต่เช้าเลยนะ”
พนาพรรษหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นคนที่ยืนรอเขาอยู่หน้าบ้านค้อนให้เขาเสียแล้ว
“นึกว่าจะมีแต่พวกน้องมุก จนลืมแม่เสียแล้ว ตาป่า”
คุณภารตีพูดพลางค้อนลูกชายสุดที่รักอีกที
“ใครจะกล้าลืมคุณภารตีได้หล่ะครับ ผมรักแม่นะครับ”
“ไม่ต้องปากหวานเลยเรา มีอะไรหรือเปล่าถึงมาหาแม่ได้”
แล้วเรื่องราวทั้งหมดก็ถูกถ่ายทอดให้คนเป็นมารดาฟังเพราะว่าความจริงแล้วเขาก็ไม่เคยมีอะไรปิดบังมารดาผู้นี้อยู่แล้ว เมื่อได้ฟังสิ่งที่ลูกชายเล่ามาทั้งหมดคุณภารตีถึงกับถอนหายใจอย่างหนักหน่วงมันมีอะไรเกิดขึ้นที่ป่าหนาวอีกแล้วหรือ เหตุการเลวร้ายพวกนั้นเพิ่งห่างหายไปเองนี่กลับมีเรื่องใหม่มาให้ลูกชายของเธอปวดใจอีกแล้วหรือ
“ตายแล้วยัยหนูเคียวที่เป็นสัตวแพทย์คนใหม่ของลูกหรือเปล่า แล้วเป็นอย่างไรบ้าง ตาย ตาย ทำไมมันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่ป่าหนาวอีกแล้ว”
“ป่าก็ไม่รู้เหมือนกันครับแม่ แต่ป่าเป็นห่วงเคียว ป่ากลัวว่าเคียวจะเหมือนฟ้า ถ้าเป็นอย่างนั้นป่าคงอยู่ไม่ได้อีกแล้ว เพราะป่ารักเคียวมาก รักมากครับแม่”
คุณภารตียิ้มกับคำตอบของลูกเพราะครั้งนี้เธอเพิ่งมีโอกาสฟังลูกชายสารภาพสาวให้ได้ยินเป็นครั้งแรก เพราะตอนปลายฟ้านั้นลูกชายสุดที่รักไม่เป็นเหมือนครั้งนี้เลย
“คนนี้จะเป็นลูกสะใภ้แม่หรือเปล่า”
คุณภารตีเลิกคิ้วถามพร้อมกับอมยิ้มนิด ๆ เมื่อเห็นอาการเขิน ๆ ของลูกชายตัวเอง
“ไม่ใช่จะแล้วครับ เป็นแล้วด้วย”
เสียงกระซิบเบาหวิวของพนาพรรษทำให้คุณภารตียกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ
“ตายแล้ว ตาย ตาป่า ทำไมแกไวไฟขนาดนี้ แล้วเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แม่ต้องทำอย่างไร ตาย ๆ ภารตีเธอจะโดนถอนหงอกทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีหรือเปล่านี่ ทำไมทำอะไรไม่ปรึกษาแม่ก่อนน่าตีจริง ๆ”
คุณภารตีตีแปะ ๆ ที่แขนลูกชายตัวร้ายไปสองสามที
“แล้วจะพาแม่ไปเยี่ยมลูกสะใภ้มั้ย”
“ไม่ต้องหรอกครับ เพราะว่าป่าจะพามาพักที่นี่สักสองสามวัน เพราะว่าถ้าไปที่ป่าหนาวเกิดมีอะไรฉุกเฉินจะลำบาก อยู่ที่นี่ใกล้โรงพยาบาลกว่าเยอะป่าเป็นห่วง”
คำบอกของลูกชายทำให้คุณภารตียกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประคองหน้าบุตรชายให้ยกขึ้นแล้วถามอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ
“รักเขามากหรือลูก”
“ที่สุดเลยครับ ป่าทำงานไม่ได้เลยถ้าไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหน กินข้าวไม่ลงถ้าไม่เห็นหน้า และนอนไม่หลับถ้าไม่มีเขาให้กอด แค่นี้แม่ว่าพอมั้ยครับ”
คำตอบของลูกชายทำให้คุณภารตียิ้มขึ้นมานิดนึงก่อนจะนึกกังวลแล้วบุษราลัลน์หล่ะ หญิงสาวผู้นั้นรักบุตรชายของเธอมาตั้งแต่ก่อนจะเจอกับปรายฟ้าเสียอีก แล้วถ้ามีเรื่องขวัญพรรษเข้ามาจะทำอย่างไร
“แล้วบุษหล่ะ”
“ทำไมครับ บุษทำไม ก็ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวกับบุษเลยนี่ครับ ผมกับบุษเป็นแค่เพื่อนกันแม่ก็รู้”
“แต่บุษคิดอย่างไรกับลูก ลูกก็น่าจะรู้แล้วอย่างนี้ไม่มีปัญหาหรือลูก เดี๋ยวเสียเพื่อน เสียแฟนพร้อมกันป่าตั้งตัดสินใจให้ดีนะลูก”
คุณภารตีบอกด้วยความกังวลเพราะหลายครั้งที่บุษราลัลน์มาที่นี่บางครั้งเธอขึ้นไปห้องของพนาพรรษเพราะขออนุญาตขึ้นไปจัดห้องให้ทุกครั้งที่มา และเรื่องนี้เป็นความลับเพราะพนาพรรษเองเคยบอกแล้วว่าอย่าให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามในห้องของเขา แต่เพราะความที่คุณภารตีสงสารบุษราลัลน์ที่หลงรักพนาพรรษมาหลายปีเลยอนุญาตให้เธอได้ทำตามที่เธอต้องการ และมีบางครั้งที่คุณภารตีแอบขึ้นไปเห็นบุษราลัลน์ยกรูปของปรายฟ้ามาดูแล้วพูดพึมพำอะไรบางอย่างที่คุณภารตีไม่ค่อยได้ยิน แต่ก็รู้ว่ามันไม่น่าจะดีนักเพราะเห็นจากสีหน้าที่บุษราลัลน์แสดงออกมา
“ป่าแม่ว่ามันแปลก ๆ นะ แม่ว่าพักนี้บุษเขาแปลก ๆ ไปมาที่บ้านนี้ทีไรต้องขึ้นไปห้องป่า แล้วก็หยิบรูปฟ้าแล้วพูดอะไรบางอย่างที่แม่ไม่ได้ยิน แต่สีหน้าและแววตาที่แสดงออกแม่ว่ามันไม่ใช่ความเสียใจที่เพื่อนรักตายไปหรอก”
คุณภารตีพูดแล้วขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันเมื่อนึกถึงภาพของบุษราลัลน์ที่แสดงออกในตอนนั้นราวกับมีความโกรธ แล้วโกรธอะไรหล่ะ ในเมื่ออีกคนหนึ่งตายไปแล้ว
“จริงหรือครับ ก็ผมบอกแม่แล้วว่าอย่าให้ใครขึ้นไปห้องผมกับฟ้า”
ลูกชายเริ่มเสียงขุ่นขึ้นมาอีกติด
“ก็แม่สงสาร”
“บุษเขาก็ยังเป็นเพื่อนเหมือนเดิมครับ อ้อ..ผมว่าจะให้เคียวพักห้องเดิมของผมนะครับ”
คุณภารตีมองหน้าลูกชายด้วยความแปลกใจเพราะว่าห้องนั้นนับตั้งแต่ปรายฟ้าตายไปแล้วลูกชายสุดที่รักของเธอไม่เคยให้ใครเข้าไปยุ่มยามอีกเลย
“ห้องนั้นป่ารักจะตาย ทำไมถึงให้หนูเคียวมาอยู่หล่ะ”
คุณภารตีถามออกมาเพราะเก็บอาการสงสัยไว้ไม่อยู่
“ก็เพราะรักไงครับ เลยต้องให้คนที่รักมากอยู่ไงครับ แล้วอีกอย่างผมอยากให้เคียวรู้ว่าตอนนี้เคียวเป็นคนเดียวที่อยู่ในใจผม ถึงแม้แต่ก่อนจะมีฟ้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะลืมฟ้าไปแล้ว ฟ้ายังคงอยู่ในหัวใจผมเสมอ อยู่ลึกในหัวใจ แต่เคียวคือปัจจุบัน คืออนาคตของป่าครับแม่”
คุณภารตียิ้มกับคำตอบของลูกชาย สังสัยลูกชายเธอจะตกหลุมรักครั้งใหญ่เสียแล้ว เธอได้แต่ภาวนาให้ลูกรักของเธอไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่าได้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นอีกเลย เพราะว่าถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้ง คุณอย่างพนาพรรษจะรับไม่ได้แน่นอน และคนเป็นแม่อย่างเธอจะทำอย่างไร ต้องเจ็บปวดหลายเท่ากว่าลูกชายสุดที่รักแน่นอน
“ถ้ารักมากขนาดนี้ แม่ไปขอให้เอามั้ย”
“ได้ขอแน่ครับ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เคียวเขายังไม่พร้อม ห้ามผมบอกคนอื่นในฟาร์มมุกด้วยว่าเป็นแฟนกัน ผมหล่ะไม่เข้าใจเขาจริง ๆ”
“เขาคงยังไม่ไว้ใจป่ามั้ง เขาคงกลัวว่าป่ายังไม่ลืมรักเก่ามั้ง เห็นยังเก็บห้องไว้ให้อยู่เลย มาคราวที่แล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าคราวนั้นคงเจอรูปปรายฟ้าอยู่ที่ห้อง แล้วอีกอย่างป่าเคยเล่าเรื่องฟ้าให้หนูเคียวฟังบ้างหรือเปล่า”
พนาพรรษส่ายหน้าเพราะคิดว่าไม่มีความจำเป็นเพราะมันเป็นอดีตของเขา ในเมื่อขวัญพรรษคือปัจจุบันก็น่าจะอยู่กับปัจจุบันคือเขาเท่านั้น
“ป่าคิดว่ามันไม่เกี่ยวกัน ฟ้าคือดีต แต่เคียวคือปัจจุบัน”
“ผู้หญิงเขาไม่คิดแบบนั้น ความคิดของผู้หญิงอาจจะซับซ้อนจนผู้ชายอย่างป่าไม่เข้าใจ แต่เชื่อแม่เถอะ ถ้าเราเปิดเผยเล่าเรื่องอดีตของเขาให้เขาฟัง ให้เขาช่วยแบ่งบัน หนูเคียวจะได้คิดว่าป่าเห็นเธอเป็นคนพิเศษที่สุด เพราะป่าไว้ใจ และลืมปรายฟ้าได้หมดหัวใจแล้ว”
พนาพรรษนิ่งกับคำพูดของมารดา จริงหรือ ขวัญพรรษต้องการแบบนั้นจริงหรือ นี่เขาคิดไม่ถึงขนาดนี้เชียวหรือ ที่ไม่อยากเล่าอดีตให้หญิงสาวฟังเพราะมันเป็นเรื่องหดหู่แล้วอีกอย่างเขาไม่อยากให้ขวัญพรรษกลัวกับเหตุการณ์ในวันนั้น และที่สำคัญเขาคิดว่ามันเป็นแค่อดีตของเขา มันไม่ผิดถ้าเขาจะไม่เล่าให้ฟัง

เป็นเวลาบ่ายจัดแล้วเมื่อประตูห้องพักคนไข้ถูกเปิดออก ขวัญพรรษที่กำลังตื่นอยู่พอดียิ้มรับทันทีเพราะคิดว่าเป็นคนที่เธอกำลังตั้งหน้าตั้งตารอ แล้วรอยยิ้มนั้นก็หุบนิดนึงเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามา
“แหม...แหม... หุบยิ้มเลยนะ รอใครอยู่ วินนี่กับโมอุตาห์ส่าคิดถึงมันน่าน้อยใจจริง ๆ”
วิทวัสเดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงคนป่วยในขณะที่มนัญญานั่งลงบนเตียงนอนข้างคนป่วย
“ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย”
มนัญญาชะโงกหน้ามองขวัญพรรษพร้อมกับสำรวจอาการของเพื่อนใหม่อย่างห่วงใย
“อืม ขอบใจนะโม”
“แล้วแกออกไปนั่นทำไมทั้งที่รู้ว่ามีพายุเข้ามา ไม่กลัวตายหรือ”
วิทวัสถามเพื่อนสาวทันที
“ฉันก็แค่อยากขอโทษคุณฟ้าที่มีส่วนทำให้นกที่เขารักตาย ถึงฉันจะไม่ได้เป็นคนทำก็เถอะ”
“แล้วทำไมไม่ถามคนงานว่าเอาเรือออกไปได้หรือเปล่า”
วินนี่ถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย
“แต่ฉันฝากให้คุณบุษบอกนายหัวแล้วนะ แล้วอีกอย่างฉันคิดว่าเรือทุกลำตรงนั้นเช็คหมดแล้ว”
เสียงถอนหายใจของวินนี่ทำให้ขวัญพรรษพูดต่อไปอีก
“มันเป็นความซวยของฉันเอง เกือบตายก่อนที่จะขอโทษคุณฟ้าเสียอีก”
แล้ววินนี่ก็ตาลุกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อปรายฟ้าจากปากของขวัญพรรษ แล้วล้วงเข้าไปหยิบต่างหูที่เพื่อนรักแอบยัดใส่มือตอนเกิดเหตุ
“แล้วนี่ของใคร”
“แกจำที่เราเก็บได้ที่กรงนกหรือเปล่า มันคู่เดียวกันเลย และที่สำคัญ ฉันเห็นคุณบุษเคยใส่ต่างหูคู่นี้เป็นประจำแต่ก่อนหน้าที่ฉันจะขับเรือไปเกาะฉันเห็นเขาไม่ใส่ฉันเลยทักเขา เขาบอกว่าอีกข้างหล่นหายไปเขาเลยเก็บอีกข้างไว้ที่ห้อง”
วินนี่พยักหน้าอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น
“ฉันสงสัย ว่าเจ้าของน่าจะเป็นคุณบุษ เพราะน้ำหอมที่ติดอยู่ที่ชุดดำในถ้ำนั้นกลิ่นเหมือนกับน้ำหอมที่คุณบุษใช้อยู่ปัจจุบัน และอีกอย่างต่างหูคู่นั้นมันก็เป็นของคุณบุษแน่นอน แต่เรื่องนี้แกยังบอกใครไม่ได้ เราต้องสืบกันสองคนก่อน”
ขวัญพรรษกำชับเพื่อนที่มองอย่างตกใจ
“ฮะแอ้ม...ลืมใครหรือเปล่า”
เสียงของมนัญญาดังขึ้นพร้อมกับกอดอกมองสองคนที่ทำเหมือนว่าไม่มีเธออยู่ด้วยในห้องแห่งนี้
“อะ...เอ่อ..ลืมไปจริง ๆ ด้วย”
วินนี่พูดเสียงเบาเมื่อเห็นดาราสาวมองเธอกับขวัญพรรษอย่างเคือง ๆ ก่อนวินนี่จะหันไปถามขวัญพรรษอีกครั้ง
“นี่แกอย่าบอกนะว่า แกจะสืบเรื่องนี้ แกอย่าหาเรื่องดีกว่าเคียว อันตราย”
“แต่ถ้าเราไม่สืบเรื่องนี้ จะปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านเลยไปงั้นหรือ”
“งั้นบอกนายหัว ให้นายหัวสืบ”
“เขาเป็นเพื่อนกัน และครั้งหนึ่งก็เคยเป็นแฟนกัน”
คำตอบนั้นทำให้วินนี่มองหน้าเพื่อนอย่างสงสัยเมื่อเสียงที่ตอบกลับมาเบาเหลือเกิน
“แกไม่ไว้ใจนายหัวว่างั้นเหอะ”
“ไม่ใช่ แต่ฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ แค่นี้เขาก็มีเรื่องต้องคิดมากมายแล้ว และถ้าเรื่องที่เราสืบกันมันไม่จริงก็เท่ากับว่าเราสองคนใส่ร้ายเพื่อนเขา แล้วเขาจะมองเราอย่างไร”
แววตาวิบวับของวิทวัสเปล่งประกายขึ้นมาทันทีก่อนจะเอ่ยแซวเพื่อนสาว
“เป็นห่วงเขาหล่ะสิ”
“บ้า”
แล้ววิทวัสก็หัวเราะเสียงดังเพราะนาน ๆ ทีจะมีโอกาสได้เห็นหน้าเพื่อนสาวแดงเป็นปื่นขนาดนี้
“แล้วเราจะเริ่มกันเมื่อไหร่ดี”
“รอฉันหายก่อน กลับไปที่ป่าหนาวฉันจะเริ่มสืบเรื่องนี้ทันที”
คำตอบของหญิงสาวบอกออกไปอย่างมาดมั่นโดยไม่รู้เลยว่าเมื่อเธอกลับถึงป่าหนาวนั้นเหตุการณ์เลวร้ายต่าง ๆ จะเข้ามาโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัวเลย และมันสามารถทำให้คนที่เธอรักเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง

ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วคุณหมอคนสวยชะเง้อหน้ารออีกคนอย่างใจจดใจจ่อ ทำไมยังไม่มาอีก หรือว่าเขาจะกลับไปป่าหนาวแล้ว แต่ก็น่าจะโทรบอกเธอก่อนนี่ หญิงสาวล้มตัวลงนอนอย่างหงุดหงิดก่อนจะยกผ้าห่มคลุมปิดศีรษะตัวเองเสียมิด
“อะไรกันเนี่ย ไม่รู้หรือไงว่ามีคนเขารออยู่”
เสียงบ่นที่ลอดผ่านผ้าห่มผืนหนานั้นทำให้คนที่กำลังเดินเข้ามาถึงกับอมยิ้มกับความน่ารักของอีกฝ่าย เฮ้อ...นายหัวแห่งป่าหนาวนี่ถ้าเป็นหนักเสียแล้ว แค่เสียงบ่นของหญิงสาวตรงหน้าเขายังคิดว่าน่ารักเลย
“พี่ป่าลืมเคียวแล้วหรือ เคียวไม่สบายอยู่นะ”
“พี่ป่าใจร้าย ใจร้าย”
เสียงบ่นนั้นยังไม่เลิกอีกจนชายหนุ่มที่ยืนอย่ข้างเตียงเกือบกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหว นิ้วเรียวค่อย ๆ ดึงผ้าห่มที่คลุมศีรษะดวงใจของเขาไว้ออกอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตของคุณหมอเปิดออกกว้างขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีใครกำลังดึงผ้าห่มเธอลงมา แล้วก็ไวเท่าความคิดหญิงสาวหันขวับไปทางต้นเหตุทันที โดยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะก้มเข้ามาติดขนาดที่ว่าพอเธอหันไปมองปากเธอกับปากของเขาคนนั้นก็แนบกันพอดี
“อะไรกันคิดถึงพี่ขนาดนี้เชียวหรือ เป็นการต้อนรับที่อบอุ่นมาก”
นายหัวแห่งป่าหนาพูดยิ้ม ๆ ขณะที่ริมฝีปากยังไม่ขยับออกห่างจากปากบางนั้นเลย มันหอมหวลเสียจนน่าเสียดายถ้าเขาจะห่างออกตอนนี้ แก้มขาว ๆ ของคุณหมอคนสวยแดงวาบขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าริมฝีปากบางของตัวเองสัมผัสกับอะไร
“แต๊ะอั๋งเขาอีกแล้วนะ”
“ใครบอกว่าแต๊ะอั๋ง อย่างนี้เขาเรียกว่ารักต่างหาก”
ตายแล้ว...เขินจังเลย ไหนนายหัวแห่งป่าหนาวตอนแรกที่เธอได้พบเห็นหายไปไหนแล้ว คนที่เคร่งขรึม พูดน้อย ปากจัดคนนั้นไปไหน ทำไมเหลือแต่ผู้ชายหวาน ๆ คนนี้เอาไว้ เล่นเอาเธอทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียวเมื่อเจอดวงตาวับ วับ กรุ่มกริ่มของนายหัวแห่งป่าหนาว
“อึ๊ย...ขนลุก พี่ป่าคนเก่าหายไปไหนคะ เถื่อน ๆ คนนั้น เคียวยังรับได้ดีกว่าคนนี้เสียอีก”
มือบางทุบอกกว้างของเขาเล่นแก้เขิน พร้อมกับหลบสายตามองแค่มือที่เธอทุบอกเขาเล่นเบา ๆ แค่นั้น
“แล้วไม่ชอบเหรอ แต่เคียวต้องเจอแบบนี้ตลอดชีวิตเพราะนี่คือนิสัยของพี่”
“งั้นเคียวเปลี่ยนใจได้มั้ย”
“ไม่ได้”
เสียงที่ตอบกลับมารวดเร็ว ออกจะกร้าวหน่อย ๆ เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดอะไรแบบนั้น
“อะไรกันแค่นี้ต้องดุด้วยเคียวพูดเล่น”
คุณหมอคนสวยบอกเสียออด แล้วยกฝ่ามือทั้งสองข้างจับแก้มสาก ๆ ของเขาให้หันมามองหน้าเธอเมื่อเห็นแววตาดุ ๆ ในใบหน้าหล่อเหลานั้น
“พูดเล่นก็ไม่ได้ เพราะเคียวคือหัวใจของพี่ ถ้าขาดเคียวไปพี่จะอยู่ยังไง พี่ก็คงตาย”
ขวัญพรรษยกมือขึ้นปิดปากอีกฝ่ายทันทีเมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวถึงความตายซึ่งเธอก็ไม่ชอบเสียด้วย
“อย่าพูดแบบนี้ เคียวไม่ชอบ”
“ถ้าไม่อยากให้พี่ตาย เคียวก็ต้องอยู่กับพี่ตลอดเข้าใจมั้ย”
นายหัวแห่งป่าหนาวบอกด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นเมื่อคิดว่าหญิงสาวก็คงอยู่ไม่ได้เหมือนกันถ้าไม่มีเขา
“อีกหน่อยก็เบื่อ อยากเอาเคียวไปลอยทะเล พี่ป่าเคยได้ยินเพลงนี้หรือเปล่า ลอย จะเอาเธอนั้นไปลอยทะเล แต่กลัวเธอนั้นจะจมทะเล”
ขวัญพรรษยิ้มออกมาอีกนิดเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังอมยิ้มอยู่แสดงว่า นายหัวแห่งป่าหนาวอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว
“ไม่เคยได้ยิน เพลงอะไรของเรากันฮะ”
“ว๊าย...ว๊าย....ว๊าย.. แสดงว่าแก่แล้วไม่เคยฟัง”
คำว่าแก่ของหญิงสาวทำให้ใบหน้าคมเข้มของนายหัวแห่งป่าหนาวก้มลงมาชิดกับใบหน้าหวาน ๆ ที่ตอนนี้แนบกับหมอนจนแทบทะลุถึงเตียงอยู่แล้ว
“แก่แล้วรักมั้ย”
นั่นไง นายหัวคนใหม่มาอีกแล้ว เล่นถามแบบนี้แล้วเธอจะทำอย่างไรดวงตากลมโตจ้องดวงตาคมเข้มของอีกฝ่ายที่จ้องเธอไม่ห่างหายไปไหน ดวงใจดวงน้อย ๆ เต้นไม่เป็นส่ำเมื่อสบสายตาหวานของชายหนุ่มที่เปิดเผยความรู้สึกแบบไม่ปิดบัง
“เอ่อ...ขอโทษนะครับนายหัว ผมต้องขอตรวจคนไข้ก่อนนะครับ คิดว่าพรุ่งนี้คงออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่อย่างไรขอตรวจให้มั่นใจอีกทีแล้วกัน”
เป๊ง!!!!! ระฆังมาช่วยเธอได้ทันเวลาแล้ว ขวัญพรรษผลักร่างสูงของนายหัวหนุ่มออกทันทีก่อนจะนอนนิ่งให้คุณหมอที่เป็นผู้ช่วยเหลือเธอเมื่อสักครู่ตรวจร่างกาย ซึ่งนายหัวเองก็เดินออกมาอย่างว่าง่าย แต่ก็ไม่วายทิ้งสายตาฝากไว้ก่อนไว้กับคนไข้จอมเกเรที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

ณ รีสอร์ตป่าหนาวขณะนี้พลุกพล่านไปด้วยเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวที่กำลังเช็คอินเข้ามา และเช็คเอาท์ออกไปในเวลาเที่ยงวัน บางกลุ่มก็เตรียมตัวไปชมฟาร์มมุกซึ่งอยู่ติดกันนั่นเอง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกวนสมาธิของต้นน้ำซึ่งกำลังตรวจสอบดูพนักงานปฏิบัติหน้าที่อย่างขมักเขม้น
“ว่าไงว๊ะไอ้ป่า คุณเคียวเป็นยังไงบ้าง วันนี้ฉันกะจะเข้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลสักหน่อย อะไรนะ ไม่ได้ยิน เดี๋ยวแกถือสายรอก่อนนะฉันเดินหาที่เงียบ ๆ ก่อนที่นี่มันเสียงดังไม่ค่อยได้ยิน”
ร่างสูงของต้นน้ำเดินเข้าสวยหย่อมซึ่งลัดเข้าไปในฟาร์มมุกป่าหนาว ลมทะเลโชยพัดจนเส้นผมสลวยของต้นน้ำพลิ้วไหวไปตามสายลม
“ว่าไง...อืม...ได้..แต่วันต้องใช้เวลา...อะไรวะทีตอนนี้ทำใจเร็ว ได้...ได้..เดี๋ยวฉันจัดให้”
เสียงตอบของต้นน้ำทำให้หญิงสาวอีกคนที่กำลังเดินมาหยุดชะงักอยู่กับที่เมื่อเห็นว่าเป็นใครร่างบางก็รีบหลบหลังต้นยางต้นใหญ่ที่สามารถปิดร่างเธอได้อย่างดี
“เออ...ฉันรู้แล้ว นกพวกนั้นมันจะมาอยู่ที่ฟาร์มก่อนคุณเคียวกลับมาแน่ อ้อ..งั้นเย็นนี้เจอกันที่บ้านแม่นายแล้วกันนะ”
“อืม..มันเป็นความลับนะน้ำ อย่าให้เคียวรู้ ฉันอยากให้เคียวแปลกใจ”
พนาพรรษย้ำกับเพื่อนรักอีกที ชายหนุ่มมองเข้าไปในห้องพักแล้วต้องยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อคิดว่าผู้หญิงคนนี้ต้องดีใจแค่ไหนที่เขาหาของสำคัญกลับคืนมาให้เธอ คราวนี้มันเป็นของเธอคนเดียว คนเดียวจริง ๆ
“เออ..ย้ำกันจริง แค่นี้ละกัน”
พนาพรรษวางหูจากเพื่อนรักแล้วมองไปยังร่างบางที่กำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างขมักเขม้น วันนี้คุณหมออนุญาตให้ขวัญพรรษกลับบ้านได้ คุณหมอคนสวยมองออกไปหน้าเทอเรสของโรงพยาบาลที่มีร่างสูงของนายหัวแห่งป่าหนาวยืนยิ้มมองตาหวานเข้ามาหลังจากเขาขอไปคุยโทรศัพท์ส่วนตัวด้านนอก
“เคียวจัดของเสร็จแล้ว ไปกันเถอะค่ะ”
“ครับ นายหญิง”
เสียงตอบกลับมากลั้วหัวเราะทันทีเมื่อนึกว่ามันคงดีถ้าคนในป่าหนาวเรียกหญิงสาวคนนี้ว่านายหญิง
“เซี้ยวใหญ่แล้วพี่ป่า เรียกเคียวว่าอะไร เคียวยังไม่ได้เป็นนายหญิงสักหน่อย”
“ก็เป็นนายหญิงของพี่งัย”
“ขี้ตู่”
แล้วนายหัวแห่งป่าหนาวก็ยื่นมือไปหยิบกระเป๋ามาถือไว้เอง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ไม่ให้ว่างจับจูงมือน้อยของคุณหมอคนสวยไว้มั่นราวกับสัญญาว่าเขาจะไม่ปล่อยมือนี้ให้ห่างกายเขาอีกแล้ว กว่าหนุ่มสาวจะขับรถมาถึงบ้านในเมืองของนายหัวหนุ่มก็เล่นเอาคนเพิ่งหายป่วยเพลียหลับสนิทไปแล้ว พนาพรรษค่อย ๆ จอดรถแล้วหันมามองร่างบางที่หลับสนิทข้างตัว ก่อนจะเปิดประตูอีกด้านแล้วส่งของให้กับสาวใช้ที่วิ่งออกมารับทันที
“คุณแม่หล่ะน้อย”
“อยู่ห้องรับแขกค่ะ”
สาวใช้ตอบด้วยสำเนียงพื้นเมืองของภูมิภาคตัวเองก่อนจะยกข้าวของทั้งหมดขึ้นไปปล่อยให้นายหัวของตัวเองอุ้มสาวน้อยที่หลับอยู่ในรถออกมา น้อยไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนั้นมีความสำคัญขนาดไหนกับนายหัวของเธอ เธอรู้เพียงแต่ว่านายหัวของเธอควบคุมการจัดห้องนอนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน เครื่องใช้ส่วนตัวทุกอย่างนายหัวเป็นคนจัดการเองทั้งหมด แม้กระทั่งดอกไม้กุหลาบสีเหลืองช่อใหญ่ที่ใส่แจกันไว้ในห้องนอน และที่สำคัญอีกอย่างห้องที่นายหัวจัดให้นั้นยังเป็นห้องเก่าของคุณปรายฟ้าซึ่งนายหัวหวงนักหวงหนามิเคยให้ใครมาพักตั้งแต่คุณปรายฟ้าจากไป ไม่ต้องบอกเธอก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องสำคัญมากนั่นเอง
พนาพรรษอุ้มร่างบางที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้ามาในบ้านใบหน้าของนายหัวหนุ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลายครั้งที่สายตาเหลือบมามองร่างบางในอ้อมแขนด้วยความเอ็นดูรักใคร่
“มาแล้วหรือตาป่า งัยน้องหลับหล่ะสิ ไม่สบายก็อย่างนี้แหล่ะ พาน้องขึ้นไปนอนพักก่อนก็ได้ แล้วรีบลงมานะอย่าเกเรน้องข้างบนเด็ดขาด”
เสียงเตือนของมารดาทำให้ชายหนุ่มหัวเราะฮึ..ฮึในลำคอ แหม..แม่เรานี่ฉลาดจริง ๆ รู้ได้งัยว่าเราจะเกเร นายหัวแห่งป่าหนาวเดินเข้าไปในห้องที่เปิดประตูอ้าค้างไว้ แล้วค่อย ๆ วางร่างบางของคุณหมอคนสวยบนเตียงสีชมพูหวานอย่างเบามือ นิ้วเรียวได้รูปค่อย ๆ จับเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าออกไปเพราะกลัวอีกฝ่ายจะรำคาญและนอนไม่สบาย ก่อนจะค่อย ๆ จรดริมฝีปากบนหน้าผากสวยได้รูปของขวัญพรรษ พอจะก้มลงมาต่ำกว่านั้น เสียงหวาน ๆ ของมารดาก็ดังเข้ามาในความคิด ห้ามเกเรน้องเด็ดขาด นายหัวแห่งป่าหนาวค่อย ๆ ถอนหายใจพร้อมกับถอนใบหน้าตัวเองออกจากหน้าหวาน ๆ ที่เขาอยากทำมากกว่าจูบหน้าผากเสียอีก
“เคียวติดพี่ไว้อีกอย่างนึงแล้วนะ ถ้าแม่ไม่บอกไว้มีหวังพี่ลักหลับเคียวแน่”
“ฮื้อ”
เสียงครางเบา ๆ เหมือนกับรำคาญเสียงอะไรที่ดังแว่ว ๆ ข้างหูทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวฉีกยิ้มกว้างอย่างอดไม่ไหวกับความน่ารักของอีกฝ่าย มือหนาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้หญิงสาวจนถึงหัวไหล่ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูห้องเพื่อให้คุณหมอคนสวยพักผ่อนอย่างเต็มที่
ร่างบางของหญิงสาวที่แอบอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ค่อย ๆ เดินออกมาเมื่อเห็นต้นน้ำเดินออกไปจากตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น จากที่ฟังเมื่อสักครู่มันต้นน้ำจะเอานกอะไรมาไว้ที่ฟาร์ม แล้วเอามาให้ใคร แล้วดวงตากลมโตก็ต้องเบิกกว้างขึ้นแต่ไม่ใช่ด้วยความตกใจมันเป็นความอิจฉาปะปนด้วยความแค้น อย่าบอกนะว่าสิ่งที่เธอได้ยินนั้นมันคือสิ่งที่พนาพรรษกำลังคิดจะทำให้ขวัญพรรษ นี่รักมันมากขนาดนี้เลยหรือ สองมือกำแน่นจนแขนทั้งสองข้างสั่นสะท้าน เธอคิดว่าเธอปล่อยให้มันลอยนวลนานไปแล้ว ต้องรีบกำจัดมันก่อนที่ทุกอย่างจะยากยิ่งกว่านี้ ขนาดนังฟ้าเธอยังกำจัดมันได้เลยนับประสาอะไรกับนังสัตวแพทย์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวคนนั้น

เสียงคนพูดคุยกันด้านล่างทำให้ร่างบางที่หลับอยู่เมื่อครู่รู้สึกตัวขึ้นมาก่อนจะค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้างสีชมพูอ่อนหวาน ดวงตากลมโตค่อย ๆ พิจารณารอบ ๆ ห้องอย่างช้า ๆ เหมือนเธอเคยเห็นห้องนี้มาก่อน อ๋อ...ในวันนั้นวันที่คุณภารตีโดนล้วงกระเป๋านั่นเอง ทำไมพนาพรรษถึงได้ให้เธออยู่ห้องนี้ ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยถามพี่ป่าก็ได้ แต่ตอนนี้เธอต้องไปจัดการกับหน้าตาตัวเองก่อน
ร่างบางค่อย ๆ เดินลงมาตามขั้นบันไดเสียงที่เธอได้ยินในตอนนี้ทำให้หญิงสาวยิ้มขึ้นมาเพราะเป็นเสียงใครไม่ได้นอกจากวินนี่เพื่อนรักของเธอแล้วก็มนัญญานั่นเอง เสียงพูดคุยหยุดเงียบทันทีเมื่อเห็นว่าใครเดินลงมา
“อ้าวตื่นแล้วเหรอ พี่ว่าเดี๋ยวจะขึ้นไปปลุกเคียวอยู่แล้ว มานี่มาพี่จะแนะนำให้รู้จัก”
นายหัวแห่งป่าหนาวเดินเข้าไปจูงมือสาวน้อยที่ยืนเขินอยู่หน้าบันไดให้เข้ามาใกล้ ๆ กับที่มารดาของเขานั่งอยู่
“นี่คุณนายภารตี แม่ของพี่เอง”
“สวัสดีค่ะ เคียวต้องขอโทษนะคะ พี่ป่าน่าจะปลุกเคียวก่อนเสียมารยาทกับคุณป้าจังเลย”
ขวัญพรรษยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอโทษที่เธอเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้ทักทายผู้ใหญ่ของบ้านก่อน ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพ่อตัวดีที่นั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ เธอนี่แหล่ะ ที่ปล่อยให้เธอหลับจนไม่รู้เรื่อง
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ก็หนูเคียวไม่สบาย ต้องพักเยอะ ๆ แม่ยินดีต้อนรับนะ”
คำเรียกแทนตัวเองของคุณภารตีทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวแอบยกมือขึ้นมากำเล็กน้อยราวกับเขาได้กำชัยชนะเอาไว้แล้วในมือของเขาแล้วส่งสายตาขอบคุณให้คุณภารตีที่แอบมองลูกชายสุดรักของตัวเองอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“หนูเคียวหิวหรือยังลูก ไปกินข้าวกันดีกว่าเดี๋ยวแม่มีเรื่องจะเล่าให้ป่าฟัง ว่าจริง ๆ แล้วแม่กับวินนี่ แล้วก็หนูเคียวเคยรู้จักกันมาก่อนแล้วใช่มั้ยหนูโม”
มนัญญารีบพยักหน้ายิ้ม ๆ จนต้นน้ำที่นั่งข้าง ๆ มองอย่างสงสัย เคยเจอกันได้งัย ถ้ากับมนัญญาเขาจะไม่แปลกใจเลย แต่กับสองคนนี่ เคยเจอกันที่ไหน
หลังจากรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วเรื่องราวต่าง ๆ ก็ถูกถ่ายทอดออกมาให้สองหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวได้ฟังแต่แทนที่นายหัวแห่งป่าหนาวจะดีใจที่ขวัญพรรษเคยช่วยมารดาตัวเองเอาไว้ ทุกอย่างผิดคาดไปหมดเมื่อเสียงห้าว ๆ หันมาพูดเสียงดังกับขวัญพรรษจนคนเป็นแม่ เป็นเพื่อนแปลกใจเพราะไม่เคยเจอกิริยาแบบนี้มาก่อน
“เคียวทำแบบนั้นได้งัย”
ขวัญพรรษอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอคิดไม่ออกว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร
“มันอันตราย ตัวเป็นผู้หญิง ถ้าเกิดมันย้อนกลับมาแล้วจะสู้ไหวหรือเปล่า ถ้ามันอยากได้อะไรก็ให้มันเอาไป อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนั้นอีก ข้าวของแค่ไม่กี่บาท เคียวยอมเอาหัวใจของพี่ไปเสี่ยงแบบนั้นเลยหรือ”
เสียงเข้มนั้นเริ่มเข้มขึ้นกว่าเก่าอีกเมื่อคิดว่าถ้าวันนั้นไม่โชคดี ขวัญพรรษคงมีอันตรายมากกว่านี้ และเขาจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปไม่ได้ แล้วยัยตัวแสบของเขานี่ก็ใช่ย่อย ทำไมขวัญหาเรื่องให้เขาปวดหัวเสียจริง
“ป่าก็..มันผ่านมาแล้ว ตอนนั้นพวกเราก็มีกันตั้งสามคน พวกมันแค่คนเดียว”
เสียงแผ่ว ๆ ของมนัญญาพยายามช่วยแก้ตัวแทนเพื่อนใหม่ทันที
“แต่มันก็เสี่ยง”
“ไม่เป็นไรหรอกลูก เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าดุน้องนักเลย ดีนะที่ได้น้องแม่ถึงปลอดภัยไง”
คำพูดว่าแม่ปลอดภัยทำให้พนาพรรษถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวที่นั่งหงอย ๆ อยู่ข้าง ๆ
“เคียวรู้ใช่มั้ยว่าพี่ดุเคียวเพราะว่าอะไร”
คุณหมอคนสวยพยักหน้าเบา ๆ แล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง
“เงยหน้าขึ้นได้แล้ว แล้วก็หยุดทำแก้มป่องแบบนั้นได้แล้ว ถ้าไม่พอใจพี่หล่ะก็เงยหน้าขึ้นมาด่าพี่เลยก็ได้”
ดวงหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมาทันที แต่ถ้าไม่เหลือบไปเห็นสายตาปราม ๆ ของคุณภารตีที่ห้ามเอาไว้ก่อนมีหวังคนตรงหน้าเธอเละแน่นอน คนอะไร เขาช่วยแม่ตัวเองแทนทีจะขอบใจกลับมาว่าเธอเสียนี่ รู้แล้วน่าว่าห่วงแต่จะพูดให้มันดีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง ดุ ดุ ดุ อยู่อย่างเดียว นี่เธอมีพ่อเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรือไงกันนะ
“แต่ก็ขอบใจมากที่ช่วยแม่พี่เอาไว้”
คำขอบคุณนั้นทำให้ดวงตาเอาเรื่องของหญิงสาวที่ลุกวาวเมื่อสักครู่อ่อนแสงลงฉับพลัน ใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วขึ้นมาจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อสบสายตาขึ้นมองดวงตาหวานฉ่ำที่มองเธออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะ”
คำตอบเขิน ๆ นั้นทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อยากก้มลงจูบปากหวาน ๆ นั้นสักที ถ้าไม่ติดบรรดาสายตาหลายคู่ที่มองอยู่
เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนขอตัวกลับ ถ้าก็ยังช้ากว่าขวัญพรรษที่ลุกขึ้นขอตัวแล้วฉกมือเพื่อนสาวกับเพื่อนหนุ่มหัวใจสาวออกไปสนามหญ้าหน้าบ้านที่มีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่หลายต้น พร้อมกับชิงช้าที่ผูกเอาไว้กับกิ่งของต้นไม้ใหญ่อีกต้นหนึ่ง
“พวกแกกลับไปต้องจัดการเลยนะ เราต้องดูว่าต่างหูอีกข้างที่หายไปนั้นเป็นของคุณบุษหรือเปล่า พวกแกต้องเข้าห้องคุณบุษแล้วหยิบออกมาให้ได้ก่อนที่ฉันจะกลับไป เข้าใจมั้ย”
เสียงขวัญพรรษกระซิบบอกวินนี่กับมนัญญาเบา ๆ เพราะกลัวอีกหลายคนจะได้ยิน
“ฉันรู้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะจัดการให้เรียบร้อย แล้วพอแกกลับไปเราจะสืบเรื่องนี้อีกทีโอเคมั้ย”
สองสาวหนึ่งหนุ่มหยุดพูดทันทีเปลี่ยนเป็นคุยกันเรื่องอื่นเมื่อเห็นต้นน้ำและพนาพรรษเดินเข้ามาสมทบ
“กลับได้แล้วสาว ๆ เดี๋ยวจะดึกกว่านี้ อีกอย่างคุณเคียวจะได้พักผ่อนเสียที หายไว ๆ นะครับ ป่าหนาวคิดถึง”
ต้นน้ำกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงใจก่อนจะกล่าวลาเพื่อนหนุ่มกับคุณหมอคนสวยอีกที ขวัญพรรษเดินไปนั่งที่ชิงช้าไม้อันเล็กแต่แข็งแรงแล้วมองชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของหัวใจเดินเข้าไปหา เธอจะถามเขาได้หรือเปล่านะ ว่าทำไมเขาถึงจัดห้องนอนของปรายฟ้าให้เป็นห้องพักของเธอ แล้วถ้าเขารู้ว่าบุษราลัลน์เพื่อนของเขาทรยศความไว้วางใจของเขาเขาจะเสียใจมากแค่ไหน
“ง่วงหรือยังครับ”
“ยังค่ะ”
“เหนื่อยหรือ”
ดวงหน้าสวยส่ายหวือไปมาปฏิเสธคำถามที่เขาถามเมื่อสักครู่
“แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น”
“ก็...แค่คิดอะไรนิดหน่อย”
“อะไรครับ บอกพี่ได้มั้ย”
“ก็.....แค่คิดว่า ทำไมพี่ป่าถึงให้เคียวนอนห้องนั้น เห็นหวงออก”
ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงออกจะขึ้นจมูกเล็กน้อย พร้อมกับยกขาขึ้นแกว่งชิงช้าให้ไหวไปในอากาศ
“ไม่ได้หวง แค่อยากเก็บความทรงจำของฟ้าเอาไว้บ้าง พี่แค่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับฟ้า แต่ที่ให้เคียวนอนห้องนั้นเพราะว่าตอนนี้เคียวสำคัญสำหรับพี่ที่สุด แล้วอีกอย่างห้องนั้นพี่แต่งไว้ให้ฟ้าเฉย ๆ ฟ้ายังไม่เคยมานอนห้องนี้สักครั้งส่วนมากถ้าจะนอนก็นอนห้องรับแขก เพราะฉะนั้นเลิกงอนได้แล้ว”
คำอธิบายสั้น ๆ แต่ได้ใจความนั้นสร้างความตื้นตันให้คุณหมอคนสวยเพิ่มขึ้นมาอีก
“ขอบคุณนะคะ ที่ไม่ปิดบังเคียว”
“พี่ก็ขอบคุณเหมือนกันที่รักคนอย่างพี่”
ร่างสูงเดินเข้าไปจับเชือกให้ชิงช้าหยุดอยู่กับที่แล้วยกร่างบางขึ้นยืนก่อนที่ตัวเองจะหย่อนสะโพกลงไปนั่นแทนที่หญิงสาวแล้วเอามือกอดเอวบางของขวัญพรรษดึงร่างบางให้นั่งบนตักของเขา พร้อมกับดันขาขึ้นไกวชิงช้าเบา ๆ ใบหน้าคมเข้มซบกับซอกคอหอม ๆ ของหญิงสาวในขณะที่ขายังทำหน้าที่แกว่งชิงช้าไปมาอย่างเบา ๆ ขวัญพรรษมองดวงจันทร์กลมโตสีเหลืองที่เกือบจะเต็มดวง ต่างคนต่างไม่พูดพาใจให้ล่องลอยไปกับบรรยากาศอันแสนหวานแสนโรแมนติกที่หอมอบอวลไปด้วยความรักความเข้าใจของคนสองคนอย่างแท้จริง
......................................................................................

บทที่ 16 แผนร้ายแผนแรก

หลังจากกลับมาอยู่ที่ป่าหนาวได้หลายวันแล้ว คุณหมอขวัญพรรษต้องปรับสภาพร่างกายให้แข็งแรงก่อนเป็นลำดับแรกเพราะงานที่เธอต้องทำต่อไปนี้ต้องให้ความแข็งแรง ความพยายาม และความละเอียดรอบคอบมากที่สุด ซึ่งแผนการทุกอย่างก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากมนัญญา และวินนี่ เพื่อนเลิฟทั้งสองนั่นเอง กว่าที่เธอจะมีโอกาสเดินออกมาแบบนี้ได้ก็ต้องได้รับการอนุญาตจากนายหัวแห่งป่าหนาวซึ่งกำชับครั้งแล้วครั้งเล่าว่าอย่าออกไปไหนไกล ต้องกลับไปพักตอนกี่โมง นี่ถ้าเธอไม่มีพ่ออยู่ก่อนหน้านี้แล้วนั้น เธอต้องคิดว่าพนาพรรษต้องเป็นพ่ออีกคนของเธอแน่นอน หญิงสาวยิ้มขึ้นมาอีกนิดเมื่อนึกถึงอาการห่วงใจของคนเป็นนายหัวแห่งป่าหนาวอย่างเกินเหตุ
ร่างบางเดินเล่นไปตามชายหาดเรื่อย ๆ เธอกำลังเดินทางไปทางป่าหนาวรีสอร์ทซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของต้นน้ำ และตอนนี้นายหัวแห่งป่าหนาวก็อยู่ที่นั่นด้วยเนื่องจากไม่มาทำงานหลายวันเพราะมัวแต่ดูแลเธอ ไล่ให้มาก็ไม่ยอมมา จนเธออ่อนใจยอมตามใจเขาทุกอย่าง แล้วเป็นไง ต้องกลับมาทำงานแบบหัวปักหัวปำไม่หยุด แล้วไหนจะในฟาร์มอีก ได้ข่าวว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มที่มาใหม่จะเข้าไปเยี่ยมชมในวันพรุ่งนี้ นายหัวแห่งป่าหนาวต้องทำงานหนักอีกอย่างแน่นอนเพื่อให้กลุ่มนักท่องเที่ยวกลับออกไปด้วยความประทับใจ
ร่างบางเดินลัดเลาะเข้าไปด้านหน้าตรงพนักงานต้อนรับของป่าหนาวรีสอร์ต เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินยิ้มเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มตอบอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ
“หายแล้วหรือครับคุณเคียว”
นกพนักงานต้อนรับรีบเดินเข้ามาทัก เขาเห็นตั้งแต่คุณหมอคนนี้เดินเข้ามาเรื่อย ๆ นั่นแล้ว
“หายแล้วค่ะ นี่กำลังเดินสูดอากาศสักหน่อย”
“เหรอครับ ตามสบายเลยนะครับ ด้านโน้นครับนักท่องเที่ยวน้อย ไม่ค่อยมีคนเดิน ถ้าคุณหมอจะเดินเล่นก็น่าจะสะดวก”
ด้านโน้นคือตรงไปอีกด้านของชายหาด ซึ่งขวัญพรรษมองเห็นแล้วก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย จึงหันไปตอบขอบคุณอีกฝ่ายแล้วเดินออกไปตามคำแนะนำของนก คุณหมอเดินมาเรื่อย ๆ อย่างเหม่ลอยเธอคิดไปถึงเรื่องราวตั้งแต่เข้ามาที่นี่วันแรก ตั้งแต่เจอพนาพรรษวันแรก รอยยิ้มเกิดขึ้นที่ใบหน้าหวานครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าใครมองไปเห็นก็คงคิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังมีความสุขเรื่องอะไรกันแน่ถึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ขวัญพรรษเงยหน้าขึ้นมองอีกทีเธอก็เห็นตัวเองเดินมาไกลจนไม่เห็นผู้คนอีกเลย
“ตายแล้วไอ้เคียวแกเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว อึ๊ย...แถวนี้มันก็เปลี่ยวเหลือเกิน”
ยังไม่ทันขาดคำร่างบางกำลังหันหลังกลับแล้วถ้าบังเอิญสายตาไม่เหลือไปเห็นใครบางคนที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ที่อยู่หน้าเธอไม่ถึงสิบเมตรขณะนี้ เสียงพูดคุยกันเบา ๆ ทำให้เธอรู้ว่าเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย ร่างบางกำลังค่อย ๆ ย่างเท้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ อีกนิดเพื่อจะได้ดูให้รูไปเลยว่าเป็นใคร ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวเธอจะได้บอกว่าตรงนี้มาไกลเกินไปแล้ว แต่พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ เสียงผู้ชายที่พูดออกมาทำให้เธอชะงักกึกทันที
“ทำไมต้องให้ผมทำแบบนั้น”
เสียงห้าวแสดงอาการฉุนเฉียวออกมาอย่างชัดเจน
“ทำไมหรือ กล้าไม่อยากทำให้ฉันมีความสุขหรือ”
เอะ...เสียงผู้หญิงทำไมคุ้นจัง
“ผมอยากทำให้คุณมีความสุข แต่มันไม่ควรเป็นแบบนี้”
“ก็แค่กำจัดมันให้พ้นสายตาฉัน แล้วกล้าจะได้สิ่งที่กล้าต้องการ”
ร่างบางของผู้หญิงคนนั้นเอนตัวเข้าหาชายหนุ่มที่ยืนพิงต้นไม้เอาไว้ ถึงขนาดนี้เธอก็ยังไม่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเลย ความอยากรู้ทำให้เธอเดินเข้าไปอีกนิดเพื่อจะมองให้ชัดว่าคนที่เธอคุ้นเสียงเหลือเกินนั้นคือใครกัน
“แล้วนายหัวจะทำอย่างไร”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง แค่กล้าทำในสิ่งที่ฉันต้องการแค่นั้นเข้าใจมั้ย”
พูดเสร็จแล้วร่างบางก็แบบปากเข้ากับปากหนาที่ออกจะแห้งไปสักนิดจนหญิงสาวรู้สึกขยะแขยงแต่ก็ต้องทนเพื่องานที่เธอหวังไว้ข้างหน้า
ขวัญพรรษเบิกตากว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่พูดออกมา แต่ต้องเบิกตากว้างขึ้นกว่าอีกก็คือ ชายหนุ่มผู้นั้นผลิกร่างบางของหญิงสาวแนบไว้กับต้นไม้แทนแล้วจัดการจุมพิตริมฝีปากของหญิงสาวคนนั้นอย่างดูดดื่ม จนเธอได้ยินเสียงครางออกจากปากหญิงสาวผู้นั้น
คุณหมอคนสวยหลับตาด้วยความเขินอาย ทำไมนะต้องมาแสดงบทรักกันตอนเธอกำลังอยากรู้อยากเห็นด้วยนะ อีกนิดเดียวก็จะรู้แล้วว่าสองคนที่พูดเรื่องราวแปลกประหลาดนั่นเป็นใคร อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเป็นคนแถวนี้แหล่ะเพราะเธอได้ยินฝ่ายชายเรียกพนาพรรษว่านายหัว ยังไม่ทันจะคิดว่าจะทำอย่างไรต่อร่างบางของหญิงสาวก็ต้องถลาเมื่อถูกมือแข็งแรงของใครบางคนลากออกมากจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทันร่างบางเซถลาไปตามแรงลากของใครบางคน ถึงมันจะไม่ได้แรงแต่มันก็ทำให้ร่างบาง ๆ ของเธอเซถลุนไปได้แน่นอน
“มาทำอะไรตรงนี้”
เสียงคุ้น ๆ นั้นทำร่างบางที่กำลังจะร้องให้คนช่วยหุบปากลงฉับพลันเมื่อสบสายตาเอาเรื่องของนายหัวแห่งป่าหนาว
“โหย!!..นึกว่าใครใจหายหมดเลย เคียวแค่สงสัยว่ามีใครยืนอยู่ตรงนั้น”
มือบางชี้ทางให้ชายหนุ่มเจ้าของป่าหนาวมองตามนิ้วเรียว แต่เมื่อคุณหมอคนสวยหันกลับไปดูทุกอย่างกลับว่างเปล่าไร้เงาของคนที่เธอเห็นเมื่อสักครู่
“มีใครที่ไหนกัน..พี่บอกแล้วใช่มั้ย ว่าให้เดินบริเวณบ้าน แล้วถ้าเคียวเกิดเป็นลมไปจะทำอย่างไร มาอยู่ตรงนี้ใครจะเห็น”
เสียงเขียว ๆ ที่ดังลอดออกมานั้นมันเป็นเรื่องจริงที่เธอปฏิเสธหรือเถียงอีกฝ่ายไม่ได้เลย
“เคียวขอโทษ แล้วพี่ป่ารู้ได้งัยว่าเคียวเดินมาทางนี้”
ร่างบางเกาะแขนอีกฝ่ายแน่นเข้าเพื่อประจบ
“กนกบอก เรานี่มันเหลือเกิน จะทำให้พี่เป็นห่วงไปถึงไหน แล้วเดินมาได้งัยเปลี่ยวแบบนี้ ถึงมันจะเป็นหาดส่วนตัวของป่าหนาว แต่มันก็ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่หรอกนะ เพราะคนที่นี่ยังไม่รู้จักเคียวดีพอ แต่ถ้าเคียวอยากให้ปลอดภัยให้พี่ประกาศไปเลยว่าเคียวเป็นอะไรกับพี่ คนที่ป่าหนาวจะได้รู้ทั้งหมด”
คำบอกของเขาทำเอาปากบาง ๆ ของขวัญพรรษหุบลงอย่างฉับพลัน ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวอะไรหรอกนะ ใครจะไม่อยากแสดงความเป็นเจ้าของนายหัวแห่งป่าหนาวคนนี้บ้างออกจะหล่อเสียขนาดนี้ รูปสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ แต่เธอยังมีงานที่ต้องทำต้องสืบให้แน่ชัดก่อน
“สัญญาแล้วนะคะ แล้วอีกอย่างเคียวว่าป่านนี้คนทั้งเกาะหนาวรู้แล้วมั้ง”
เสียงกระเง้ากระงอดเหมือนมอดกัดไม้ของหญิงสาวทำให้คนที่เป็นนายหัวแห่งป่าหนาวถอนหายใจ
“ครับ ครับ นี่พี่เป็นผู้ชายนะ เคียวจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบสิ แต่ไหงกลับเป็นพี่ที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบเคียวแบบนี้”
“ก็พี่ป่ารักเคียวนี่คะ”
พูดไปแล้วก็ต้องหน้าแดงเมื่ออีกฝ่ายก้มมามองอย่างใกล้ชิดจนลมหายใจแทบสัมผัสกัน
“รู้ด้วยหรือครับ”
นายหัวแห่งป่าหนาวกระซิบเสียงแผ่วหวาน
“ไม่เอาแล้ว ไม่คุยแล้วค่ะ พี่ป่ามีอะไรหรือเปล่าคะถึงมาตามเคียวถึงนี่”
“ฮึ..ฮึ..เลี่ยงเก่งนักนะเรา เอาเถอะสักวันพี่จะทำให้เราบอกรักพี่ไม่หยุดเลย”
คำขู่ของนายหัวแห่งป่าหนาวทำให้มือบางของขวัญพรรษตีลงบนท่อนแขนแข็งแรงของเขาหลายทีในฐานะที่พูดจาสองแง่ถ้าคนอื่นมาฟังด้วยเธอคงอายกว่านี้
“บ้า พูดอะไร”
นายหัวแห่งป่าหนาวหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะจูงมือคุณหมอคนสวยกลับไปทางเดิมโดยไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียวจนเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงที่หมายที่ชายหนุ่มต้องการทำเซอร์ไพรส์ขวัญพรรษ ร่างบางก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาของพนาพรรษยกขึ้นปิดดวงตากลมโตของเธอให้มืดมิด
“พี่ป่าเล่นอะไร แล้วทำอย่างนี้เคียวจะมองเห็นอะไรคะ จะเดินยังไง”
เสียงหวาน ๆ ของคุณหมอคนสวยแหวออกมาทันที ทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวยิ้มออกมานิด ๆ กับความใจร้อนของอีกฝ่าย
“ก็เดินตามพี่มา อย่าแอบดูนะ หลับตาด้วย พี่มีของจะให้เคียว รับรองได้ว่าถูกใจเคียวแน่”
ปากเรียวเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะกล่าวคำขู่อีกฝ่ายออกมา
“ถ้าไม่ถูกใจนะ เคียวจะจัดการพี่ป่าเป็นคนแรก”
“ครับ ลูกสาวใครเนี่ย ดุจริง ๆ สงสัยต้องไปบ้านเคียวดูแล้วหล่ะ พี่จะได้รู้ว่าพ่อจ๋า กับแม่จ๋าของเคียวดุหรือเปล่า”
คำพูดนั้นทำให้ร่างบางตัวแข็งขึ้นทันควัน พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เขาอยากไปหาพ่อแม่เธอหรือ
“ไม่ต้องนอกเรื่องเลย ถึงหรือยังคะ”
เสียงหวาน ๆ เตรียมจะหาเรื่องอีกแล้วเพื่อกลบความตื่นเต้นที่เกิดขึ้น
“เอ้า...ถึงแล้ว ทีนี้ค่อย ๆ ลืมตานะ ถ้าช็อคก็หันมาทางพี่ พี่จะได้ผายปอดให้”
มือหนาค่อย ๆ ยกออกจากใบหน้าหวาน แล้วเอามาไขว้หลังตัวเองเอาไว้ ก่อนจะก้มหน้าลงไปมองหน้าหวาน ๆ ของคุณหมอคนสวยว่าทำไมถึงยังไม่มีปฏิกิริยากับของที่เขาให้ แต่สิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้พนาพรรษหัวเราะออกมาเสียงดัง
“แล้วทำไมไม่ลืมตา ไม่อยากเห็นหรือ”
เสียงร้องบางอย่างทำให้ดวงตาที่ปิดอยู่เมื่อครู่ค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างสุดเท่าที่ดวงตากลมจะทำได้ มือบางยกขึ้นชี้เจ้าสิ่งของที่อยู่ด้านหน้า แล้วหันมาถามร่างสูงที่ยืนอยู่หลังเธออย่างตื่นเต้น
“พวกน้อง ๆ พวกนี้มาได้งัย ของเคียวหรือ พี่ป่าซื้อให้เคียวหรือ”
น้ำเสียงตื่นเต้นทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวยิ้มออกมาอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าตื่นเต้นมากเพียงใด และชอบของที่เธอให้มากเพียงใด
“ของเคียวคนเดียว เพื่อยืนยันให้เคียวมั่นใจว่าพี่รักเคียว ถึงพี่จะรักฟ้าแต่มันก็เป็นอดีตที่เคียวไม่ต้องไปคิดมากกับมัน ถ้าตอนนี้เคียวคือปัจจุบันกับอนาคตของพี่แค่นั้นก็พอแล้ว”
สิ้นเสียงของนายหัวร่างบางก็ถลาเข้าไปกอดร่างสูงไว้จนแน่น แล้วเงยหน้าพร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบปากหนา ๆ นั้นสองสามหน ก่อนจะวิ่งเข้าไปในกรงนกแก้วมาคอร์ที่เธอรักมาก
“น่ารักจังเลย หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด พี่ป่าซื้อมาเจ็ดตัวเลยหรือค่ะ ซื้อมาทำไมตั้งเยอะ ตัวนึงก็แพง”
“แค่นี้ไม่ทำให้พี่หมดตัวหรอกน่า”
“รู้แล้วว่ารวย”
ร่างบางแลบลิ้นใส่เขาน้อย ๆ เมื่อเกิดอาหารหมั่นไส้ผู้ชายอวดรวยข้างหน้า
“ฮึ..ฮึ..เคียวก็รู้ว่าพี่ซื้อทุกอย่างให้เคียวได้ ขอให้เคียวมีความสุขแค่นั้นพอ”
เมื่อโดนอีกฝ่ายจีบซึ่ง ๆ หน้า ร่างบางก็เดินหนีเข้าไปเล่นกับน้องนก อีกตัวเพื่อแก้เขิน
“พี่ป่า ตัวนี้ชื่ออะไรดี”
คุณหมอคนสวยหันไปถามคนที่เดินตามเธอเข้ามาอย่างอยากได้ความคิดเห็นจากเขา
“เคียวชอบอะไรหล่ะ ตั้งได้เลย มันเป็นของเคียวแล้ว”
“มันเป็นของพี่ป่าด้วย เราจะช่วยกันเลี้ยงมันนะคะ”
“ครับ”
ชายหนุ่มรับคำแล้วเดินเข้าไปกอดร่างบางของคุณหมอคนสวยไว้ด้านหลังใบหน้าคมเข้มก้มลงสูดความหอมจากซอกคอขาวนวลเข้าเต็มปอด
“แน๊...ปล่อยค่ะ เดียวมีคนมาเห็น”
แต่ดูเหมือนนายหัวจะทำเป็นไม่ได้ยินเพราะเขายังคงกอดเธอไว้แน่นพร้อมกับโยกร่างบางไปมาเบา ๆ ราวกับจะเต้นรำกันท่ามกลางเจ้านกน้อยพวกนี้
“ดีใจอะไรกันนักหนาคะ”
เสียงแข็งกระด้างของหญิงสาวที่ดังเข้ามาทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกอย่างเสียดายแล้วหันไปยังต้นเสียงที่ได้ยินพร้อมกับขวัญพรรษที่เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอขณะนี้ เอ..เสื้อสีนี้เหมือนเคยเห็น หรือว่า.....
“ซื้อมาทำไมอีกคะป่า บุษว่าเดี๋ยวมันก็ตายอีก”
“ไม่เป็นไรหรอกบุษ เรา ผมหมายถึง ผมกับเคียวจะช่วยกันดูแลพวกมันให้ดีที่สุด”
เสียงราบเรียบที่บอกทำให้บุษราลัลน์แอบกำมือแน่นด้วยความแค้น
“จะมีใครทำคะ ในเมื่อคนที่น่าสงสัยน่าจะเป็นหมอขวัญพรรษที่สุด แต่ไม่เป็นไร รอดูไอ้นกพวกนี้อีกแล้วกัน บุษว่าไม่นานมันก็คงเป็นแบบเดียวกับไอ้พวกนกที่ตายไปก่อนหน้านั้นนั่นแหล่ะ”
“แต่ถ้าเจ้านกพวกนี้ตายตอนนี้ เคียวว่าคุณบุษเป็นคนแรกที่เข้าข่าย เพราะคุณบุษแช่งนกพวกนี้เหลือเกินว่ามันจะตาย”
“ป่าคะ บุษไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คุณเคียวพูดแบบนั้นมันก็ไม่ถูกนะคะ”
บุษราลัลน์เมื่อเห็นว่าเรื่องจวนตัวเข้าแล้วเลยเปลี่ยนเรื่องพูดหันไปออดอ้อนพนาพรรษแทน
“บุษ ผมว่าเราไม่คุยเรื่องนี้กันอีกแล้วนะ อีกอย่างผมจะซื้อของหรือทำอะไรให้ใครมันก็เป็นเรื่องของผม ในฐานะเพื่อนคุณน่าจะยินดีด้วยที่ผมมีความรักใหม่เสียที”
ริมฝีปากบางของบุษราลัลน์เม้มกันแน่นมือทั้งสองข้างกำแน่นด้วยความข่มใจ ข่มความรู้สึก ข่มอารมณ์ทั้งหลายเพื่อไม่ให้แสดงออกมา
“ป่าคิดจะเอาแม่หมอคนนี้มาแทนฟ้าหรือ”
“ป่าไม่ได้คิดเอามาแทน ฟ้าก็คือฟ้า เคียวก็คือเคียว ทั้งสองคนแทนกันไม่ได้ แต่อีกคนหนึ่งไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว เหลืออีกแค่คนเดียว ป่าก็อยากรัก อยากดูแลคนคนนั้นให้ถึงที่สุด”
บุษราลัลน์น้ำตาเริ่มคลอหน่วยเมื่อได้ยินถ้อยคำที่บาดหัวใจเธอตอนนี้ ริมฝีปากขบเม้มปากล่างอย่างแรงจนได้รสเลือดติดปลายลิ้น
“แล้วบุษหล่ะ ครั้งหนึ่งป่าเคยรักบุษ”
“ป่าไม่เคยรักบุษ จะให้ป่าพูดกี่ครั้งป่าไม่เคยรักบุษแบบนั้น เราเป็นเพื่อนกัน ป่ารักบุษแบบเพื่อน”
ขวัญพรรษมองหน้าบุษราลัลน์อย่างเห็นใจ
“ไม่ต้องมามาฉันแบบนั้น สาแก่ใจเธอแล้ว รักษาความรักของเธอไว้ให้ดีหล่ะ สักวันนึง..สักวัน...”
พูดเสร็จแล้วบุษราลัลน์ก็หันหลังวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้พ้นจากสิ่งที่ทำให้เธอปวดใจ ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อวิ่งออกมาไกลพอที่จะทำให้เธอแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ได้โดยที่ไม่มีใครเห็น มือบางสั่นเล็กน้อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดก่อนจะพูดขึ้นมา
“รีบจัดการมันได้แล้ว ครั้งนี้อย่าให้พลาดอีก”
แล้วก็วางสายน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลออกมาโดนปาดทิ้งไปยังไม่ใยดี ในเมื่อเขาไม่ใยดีต่อความรู้สึกของเธอ ต่อไปนี้เธอก็จะไม่ใยดีต่อความรู้สึกของเขาบ้าง เธอจะต้องทำให้เขาเสียใจเหมือนที่เขาทำให้เธอเสียใจอยู่ขณะนี้
“บุษพยายามแล้ว บุษพยายามแล้ว แต่เป็นป่าเองที่ทำให้บุษต้องทำแบบนี้”
ร่างบางทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ทันทีที่พูดจบ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาไม่ขาดสาย เธอจะร้องไห้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วต่อไปนี้เธอจะไม่ร้องให้ผู้ชายคนนี้อีกพอกันสักทีเมื่อความรักที่เธอมีให้เขามันไม่สามารถเข้าไปในหัวใจของเขาได้ต่อไปนี้มีแต่ความเกลียด ความแค้นแล้วกัน..............
“เคียวเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณบุษถึงไม่ค่อยชอบหน้าเคียวตั้งแต่มาทำงานที่นี่ คงหวงคนบางคนแถวนี้แน่ ๆ เลย”
น้ำเสียงถึงแม้จะฟังดูเศร้าสร้อยเมื่อเจอปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ แต่หญิงสาวก็พยายามทำให้ทุกอย่างปกติที่สุด
“ไม่โกรธใช่มั้ย”
เสียงของนายหัวแห่งป่าหนาวถามอย่างหวั่นใจกลัวเหลือเกินว่าความเข้าใจที่เพิ่งได้รับมาจะแปรเปลี่ยนไปเพราะความเข้าใจของคุณหมอคนสวยคนนี้
“ไม่ค่ะ....เพียงแต่แค่สงสาร คุณบุษคงรักพี่ป่ามาก ถ้าเป็นเคียว เคียงคงเสียใจน่าดูที่โดนคนที่ตัวเองรักปฏิเสธแบบนี้”
“แต่พี่ไม่อยากให้เคียวเข้าใจพี่ผิด ถ้าให้เลือกระหว่างเคียวกับบุษพี่เลือกเคียว พี่ไม่ยอมแลกเคียวกับอะไรทั้งนั้น แม้คนคนนั้นจะเป็นเพื่อนก็เถอะ”
น้ำเสียงจริงจังของนายหัวแห่งป่าหนาวทำให้คุณหมอคนสวยถึงกับอายด้วยถ้อยคำที่ชายหนุ่มบอกไปเมื่อสักครู่ คนอะไรชอบพูดให้เธอทำหน้าไม่ถูกอีกแล้ว
“ร้อนตัว ว่างั้นเถอะ”
“ใครว่า...ร้อนใจต่างหาก กลัวเคียวไม่เชื่อ”
มือหนาเอื้อมไปจับสองมือบางมากุมไว้แล้วใช้นิ้วโป้งลูบไล้ไปมาอย่างปลอบโยนและถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองส่งถึงหญิงสาวผู้นี้
“เข้าบ้านกันเถอะค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ป่าก็ไปดูคุณบุษหน่อยนะคะ อย่างไรก็ลูกผู้หญิงด้วยกันน่าสงสารออก”
“ครับ ได้ครับ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
ดวงตาคมเข้มแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์
“อะไรอีกคะ”
คุณหมอคนสวยพยายามส่งสายตาดุสุด ๆ เท่าที่เธอจะทำได้ในตอนนี้ส่งให้ชายหนุ่มพร้อมกับพยายามดึงมือออก แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดไว้เลย มือหนากลับกระชับไว้แน่นกว่าเดิม
“นี่...”
นี่ของชายหนุ่มก็คือ ใบหน้าคมเข้มนั้นยื่นเข้าไปแทบจะใกล้ปากของเธออยู่แล้ว แถมยังทำแก้มป่องให้เธออีกต่างหาก
“เอาเปรียบ”
ใบหน้าคมเข้มยังไม่ถอยออกไปง่าย ๆ จนหญิงสาวจนใจ เหลือบมองซ้ายขวาเมื่อไม่เห็นใครจึงจรดริมฝีปากเข้าที่แก้มสาก ๆ เพราะหนวดเริ่มขึ้นของอีกฝ่าย เมื่อได้ดั่งใจแล้ว นายหัวแห่งป่าหนาวถึงกับผิวปากพร้อมกับเดินจูงมือคุณหมอคนสวยกลับที่พักของหญิงสาวอย่างสบายอารมณ์

บรรยากาศรอบข้างมืดมิด มีเพียงแสงของพระจันทร์ดวงโตที่กำลังส่องแสงนำทางเพียงราง ๆ และดวงดาวนับล้านดวงล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าแต่มันก็มืดมิดพอให้ใครบางคนเล็ดลอดเข้าไปได้ ร่างในชุดสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้าพยายามจรดปลายเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เดินเข้าไปหน้ากรงนกกรงใหญ่อันเป็นเป้าหมายสำคัญ ใบหน้าที่ปกปิดไว้ทั่วหน้าเหลือเพียงลูกตาเท่านั้นกำลังสอดส่ายไปรอบ ๆ ด้าน เมื่อไม่เห็นว่ามีใครมันก็เริ่มดึงกลอนประตูกรงนกออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะย่องเข้ากรงไปในความมืด
แคว๊ก แคว๊ก!!!!!
เสียงเจ้าพวกน้องนกหลายร้องเสียงดังอย่างตกใจเหมือนกับรับรู้ว่าภัยกำลังมาถึงตัว จนร่างในชุดดำถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความคิดไม่ถึง ก่อนจะหันรีหันขวางมองดูอีกรอบ แล้วมันก็เหลือกตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสักสองสามคนกำลังวิ่งมาทางกรงนกแห่งนี้
ไอ้บ้าเอ๊ย!!! ทำไมไอ้นกเวรพวกนี้มันต้องมาร้องตอนนี้ด้วย แล้วไอ้พวกบ้านั่นอีกทำไมถึงต้องมาได้ยินตอนนี้ คราวที่แล้วไม่เห็นมันยุ่งยากอย่างคราวนี้เลย ไหนบอกว่าไม่มีใครสงสัย ทางสะดวก
“เฮ้ย!!...ใครวะ...”
เสียงไม้ตะโกนดังลั่น เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในกรงน้องนกพวกนั้น แต่คนที่ไวที่สุดน่าจะเป็นลุงเข้มที่เดินถือท่อนไม้ใหญ่ถนัดมือเข้ามาด้วย
“แกเป็นใคร...อย่าหนีนะเว่ย”
ลุงเข้มตะโกนเสียงดัง แล้วก็ต้องถอยหลังเมื่อร่างในชุดดำนั้นพุ่งเข้ามาพร้อมกับพุ่งหมัดใส่ลุงเข้มเข้าอย่างจัง
“โอ้ย...”
ลุงเข้มเซถอยหลังเสียหลักเพียงครู่เดียวก็ฟาดท่อนไม้ใส่หลังไอ้ชุดดำนั่นเต็มที่ ก่อนที่มันจะหลบทัน ไม้ก็พุ่งเข้าไปชกหน้าที่ถูกคลุมไว้จนมองเห็นแต่ลูกตาแค่นั้นอย่างสุดแรง
“เฮ้ย....ใครอยู่แถวนี้มาช่วยกันจับขโมยหน่อยเร็ว”
เสียงไม้ และลุงเข้มตะโกนร้องพร้อม ๆ กับร่างของเข้มเซถลาก้นจ้ำเบ้าเพราะแรงถีบของไอ้ชุดดำนั้นเต็มเปา ลุงเข้มเห็นไม้เสียเปรียบจึงยกท่อนไม้ฟาดไปที่หลังของไอ้ชุดดำนั้นเต็มเบาหลาย ๆ ที ทั้งไม้ ทั้งมือ ทั้งเท้า จนมันสลบเหมือดไม่รู้สติ
เสียงคนงานหลายคนวิ่งเข้ามาที่กรงนกด้วยหน้าตาตกตะลึงเมื่อเห็นว่าอะไรเป็นอะไร
“ไม้ ลุงเข้มเกิดอะไรขึ้น”
“ขโมย ข้าว่ามันต้องเป็นพวกเดียวกับที่ฆ่านกตายคราวที่แล้วแน่นอน”
เสียงอื้ออึงดังขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าอะไรเป็นอะไร แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่า พนาพรรษ ขวัญพรรษ ต้นน้ำ มนัญญา และวิทวัสวิ่งมาอย่างรวดเร็วเหมือนกัน
“เกิดอะไรขึ้นไม้”
ต้นน้ำถามอย่างตกใจกับภาพที่เห็น
“นี่ครับ ผมเห็นมันเข้าไปในกรงนก”
นายหัวแห่งป่าหนาว มองคนในชุดดำที่กำลังสลืมสลือปรือตานิด ๆ มองไปรอบด้าน หมวกที่คลุมหน้าตอนเข้ามาได้หลุดหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ นายหัวแห่งป่าหนาวเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
“สัก เป็นแกเองหรือ”
สักก้มลงหลบตาผู้เป็นเจ้านายอย่างรู้สึกผิด ถ้าไม่เป็นเพราะความรัก ความหลงไหลในตัวหญิงสาวอีกคน เขาไม่ลงทุนทำแบบนี้หรอก
“นะ..นายหัว..ผะ...ผมไม่ได้ทำอะไร”
เสียงตะกุกตะกักสารภาพผิดพร้อมกับยกมือไหว้ผู้เป็นนาย
“แกมาทำอะไรที่นี่”
เสียงเข้มเค้นเสียงถามออกมาอย่างโกรธจัด โกรธที่มันกำลังทำสิ่งสุดรักของคนที่เขารักตาย โกรธที่สักคนงานคนนี้อยู่กับเขามานาน ไม่น่าทรยศเขาเลย
“ผะ...ผมได้ยินเสียงผิดปกติเลยวิ่งมาดูครับ แล้วไอ้พวกนี้มันก็วิ่งมาตีผมนี่แหล่ะครับ”
สักสารภาพแล้วหลบตาผู้เป็นนายทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วอีกฝ่ายจ้องกลับมาอย่างจับผิด
“แกฆ่านกพวกนั้นหรือสัก”
นายหัวหนุ่มตะคอกถามออกไป
“ไม่ใช่ครับ..ไม่ใช่ผม”
“งั้นไอ้ชุดดำพวกนี้ที่อยู่ในถ้ำ เป็นของคุณงั้นสิ”
มนัญญาถามอย่างสงสัยเพราะเธอเพิ่งนึกออกว่าขวัญพรรษเคยบอกว่ามีชุดดำอยู่ในถ้ำนั้นอีกหนึ่งชุด
“ไม่ใช่ครับ...นายหัวไม่ให้ใครไปที่เกาะหนาวนั่นเลย ผมไม่กล้าไปหรอก นายหัว อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ผมกลัวแล้ว ปล่อยผมไปนะครับ”
สักยกมือไหว้คนเป็นนายปรก ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เพราะรู้ว่าถ้ายเงยหน้าขึ้นมองมันคงจะต้องเห็นดวงตาพิฆาตรของอีกฝ่ายแน่นอน
“ฉันไม่เอาความก็ได้ แต่เรื่องนี้ต้องให้ตำรวจเขาจัดการเอง”
นายหัวแห่งป่าหนาวตัดสินอย่างเด็ดขาด
“นาย..นายครับ อย่าให้เรื่องถึงตำรวจนะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ ผมกลัวแล้ว...ไหนจะแม่ผมอีกใครจะดู”
นายสักเหลือบไปมองคนที่เดินมาเป็นคนสุดท้ายไม่ใช่ใครที่ไหน บุษราลัลน์นั่นเอง
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
เสียงบุษราลัลน์ถามออกไปอย่างสั่น ๆ ถ้ามีคนสังเกตนะ
“ไอ้นี่มันเข้ามาในกรงนก มันกะจะฆ่านกพวกนี้ แต่ฉันว่า...มันคงต้องมีใครสั่งให้มันทำแน่นอนแต่มันไม่ยอมบอก”
มนัญญาเอ่ยออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอก สายตาจับผิดที่บุษราลัลน์ แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวจริง ๆ เธอไม่แสดงอาการอะไรเลย
“แต่วินนี่ก็ว่าไม่น่าจะใช่คนเดียวกับที่ลืมชุดไว้ให้ถ้ำหรอกนะ ชุดนั้นเป็นชุดผู้หญิงรูปร่างอย่างนายสักไม่น่าจะใส่ได้ อีกอย่าง คนที่ยืนข้างบ้านคุณบุษวันนั้นก็หุ่นบางกว่านี้ และที่สำคัญนายสักคงใส่ต่างหูข้างนี้ไม่ได้”
วินนี่ยกมือแล้วแบมือออกให้เห็นว่าเธอซ่อนอะไรไว้ในมือ บุษราลัลน์เหลือบสายตาไปเห็นแล้วก็ต้องตัวแข็งเมื่อเห็นว่าของที่อยู่ในมือวินนี่คืออะไร และเป็นของใคร เธอรู้อยู่เต็มอก
“ผมแค่ได้ยินเสียงผิดปกตินะครับคุณบุษผมเลยเข้ามาดู ผมไม่ได้เข้ามาฆ่าพวกนกนั่น”
“ป่าคะ บุษว่าเราอย่าให้เรื่องถึงตำรวจเลยค่ะ เรื่องเล็กแค่นี้เอง อีกอย่างถ้าเรื่องถึงตำรวจ รีสอร์ตและฟาร์มของเขาจะเสียชื่อตอนนี้ยิ่งเป็นไฮซีซั่นด้วย อีกอย่างนกพวกนั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
บุษราลัลน์พูดพร้อมกับส่งสายตากำชับอะไรสักอย่างซึ่งมีแต่นายสักเท่านั้นที่รู้ว่ามันคืออะไรให้ และอีกฝ่ายก็ก้มหน้าหลบสายตานั้นฉับพลัน
“เอ่อ...เคียวว่ามันก็จริงอย่างคุณบุษบอกนะคะ เราไม่ต้องให้เรื่องถึงตำรวจหรอกค่ะ เพราะเคียวมั่นใจว่านายสักทำตามความต้องการของใครบางคน ซึ่งเป็นเจ้าของชุดดำชุดนั้น และเจ้าของต่างหูข้างนี้”
ขวัญพรรษพูดและจ้องมองหน้าของบุษราลัลน์ เธออยากจะบอกว่าต่างหูยังอยู่ที่เธออีกข้าง แต่ยังก่อน เธอจะต้อนให้บุษราลัลน์จนมุมสารภาพเองในวันหลัง
“แต่พี่ว่า...”
“นะคะ”
สิ้นเสียงขอร้องของคุณหมอคนสายนายหัวแห่งป่าหนาวถึงกับถอนหายใจหนักเข้าไปอีก ทำแบบนั้นก็เท่ากับเป็นการปล่อยเสือเข้าป่าชัด ๆ มันจะมาแว้งกัดอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่เขาก็ไม่อยากขัดใจ อีกอย่างถ้ามันเป็นอย่างที่นายสักบอก มันก็ไม่ยุติธรรมกับนายสักสักนิด แต่คิดในทางที่ดี เขาอาจจะสืบอะไรบางอย่างได้จากเรื่องนี้แน่นอน
“ก็ได้...แต่ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีก คราวหน้าจะไม่มีการให้อภัยแบบนี้อีกแล้ว อ้าว...ทุกคนกลับบ้านได้ดึกแล้ว”
ไม่มีใครสังเกตการผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกของผู้หญิงอีกคนกับผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่กับพื้น สักค่อย ๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะมองหน้าบุษราลัลน์อีกครั้ง เมื่อเห็นดวงตาที่พยักเพยิดนัดให้ไปเจอกันมันก็พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินนำออกไปก่อนโดยที่ไม่มีใครสงสัย
“แกทำอะไรสัก ฉันบอกให้แกรอบคอบ”
“ผมก็ทำตามที่คุณบุษสั่งไงครับ ฆ่านกพวกนั้น แต่ไอ้ไม้กับลุงเข้มดันเข้ามาก่อนดีนะที่ผมยังไม่เอายาออกมาถือไว้ไม่งั้นตายแน่ ๆ เลย”
คำพูดของสักทำให้บุษราลัลน์ถอนใจออกมาอย่างขัดใจ
“เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ เรื่องต่อไปฉันจะไว้ใจให้ทำได้อย่างไร”
“เรื่องนี้ผมพลาด และครั้งหน้าผมจะไม่ให้พลาดเด็ดขาด ผมรับรอง ว่าแต่ค่าจ้างได้เท่าไหร่ครับวันนี้”
น้ำเสียงกรุ่มกริ้มพร้อมกับดวงตากรุ่มกริ่มนั้น ทำให้บุษราลัลน์ถึงกับเบะปากด้วยความขยะแขยง
“ถ้างานต่อไปไม่สำเร็จก็อย่าหวัง”
บุษราลัลน์พูดเสร็จแล้วก็เดินกลับบ้านไปทันทีก่อนที่จะมีคนอื่นมาเห็นเธอคุยอยู่กับนายสัก แล้วเรื่องทั้งหมดจะพาดพิงถึงเธอ สักมองนายหญิงของตัวเองอย่างจงรักภักดี เขารักผู้หญิงคนนี้มานาน นานมาก และมันก็เป็นจุดอ่อนของเขาที่บุษราลัลน์จะหลอกใช้ไม่ใช่เขาไม่รู้ แต่เขากลับทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก แม้มันจะนำเขาไปสู่ความหายนะก็ตาม
.......................................................................



เอรินี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 ก.ค. 2554, 21:03:23 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 14 ก.ค. 2554, 21:03:23 น.

จำนวนการเข้าชม : 1692





<< บทที่ 13-14   16-17 >>
noojee 15 ก.ค. 2554, 10:20:57 น.
เจ๊บุษแกโหดไม่แบ่งใครเลยนะเนี่ย


ปูสีน้ำเงิน 15 ก.ค. 2554, 12:12:00 น.
ยัยบุษโรคจิต


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account