ป่าหนาวไม่หนาวรัก
ความรักช่างเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ได้สบตากันครั้งแรก
นายหัวหนุ่มแห่งป่าหนาวพยายามบอกหัวใจตัวเองมาตลอดเวลาทุกครั้งที่ได้เจอหน้าเธอว่าเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะรักใครได้อีกแล้วเพราะทั้งหัวใจตอนนี้มีเพียงแค่ปรายฟ้าคนเดียวเท่านั้นถึงแม้แฟนสาวได้จากเขาไปแล้ว หมอเคียวเพียงได้สบตานายหัวหนุ่มราวกับมีประกายไฟแล่นเข้าสู่ร่างกายเธอทันที ความรักทำให้เธอเข้าไปพัวพันกับการตายของปรายฟ้า และเหตุการณ์ครั้งนั้นนั่นเองผูกความสัมพันธ์ของเขากับเธอให้แน่นยิ่งกว่าเดิม เธอจะทำอย่างไรเมื่อเจอกับปัญหาใหญ่หลวง และเขาจะทำอย่างไรเลือกความรักครั้งเก่า หรือเลือกหัวใจตัวเอง
Tags: รักหวานแหวว แววตาซึ้ง ๆ

ตอน: 16-17

บทที่ 16 แผนร้ายแผนแรก

หลังจากกลับมาอยู่ที่ป่าหนาวได้หลายวันแล้ว คุณหมอขวัญพรรษต้องปรับสภาพร่างกายให้แข็งแรงก่อนเป็นลำดับแรกเพราะงานที่เธอต้องทำต่อไปนี้ต้องให้ความแข็งแรง ความพยายาม และความละเอียดรอบคอบมากที่สุด ซึ่งแผนการทุกอย่างก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากมนัญญา และวินนี่ เพื่อนเลิฟทั้งสองนั่นเอง กว่าที่เธอจะมีโอกาสเดินออกมาแบบนี้ได้ก็ต้องได้รับการอนุญาตจากนายหัวแห่งป่าหนาวซึ่งกำชับครั้งแล้วครั้งเล่าว่าอย่าออกไปไหนไกล ต้องกลับไปพักตอนกี่โมง นี่ถ้าเธอไม่มีพ่ออยู่ก่อนหน้านี้แล้วนั้น เธอต้องคิดว่าพนาพรรษต้องเป็นพ่ออีกคนของเธอแน่นอน หญิงสาวยิ้มขึ้นมาอีกนิดเมื่อนึกถึงอาการห่วงใจของคนเป็นนายหัวแห่งป่าหนาวอย่างเกินเหตุ
ร่างบางเดินเล่นไปตามชายหาดเรื่อย ๆ เธอกำลังเดินทางไปทางป่าหนาวรีสอร์ทซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของต้นน้ำ และตอนนี้นายหัวแห่งป่าหนาวก็อยู่ที่นั่นด้วยเนื่องจากไม่มาทำงานหลายวันเพราะมัวแต่ดูแลเธอ ไล่ให้มาก็ไม่ยอมมา จนเธออ่อนใจยอมตามใจเขาทุกอย่าง แล้วเป็นไง ต้องกลับมาทำงานแบบหัวปักหัวปำไม่หยุด แล้วไหนจะในฟาร์มอีก ได้ข่าวว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มที่มาใหม่จะเข้าไปเยี่ยมชมในวันพรุ่งนี้ นายหัวแห่งป่าหนาวต้องทำงานหนักอีกอย่างแน่นอนเพื่อให้กลุ่มนักท่องเที่ยวกลับออกไปด้วยความประทับใจ
ร่างบางเดินลัดเลาะเข้าไปด้านหน้าตรงพนักงานต้อนรับของป่าหนาวรีสอร์ต เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินยิ้มเข้ามาหาเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มตอบอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ
“หายแล้วหรือครับคุณเคียว”
นกพนักงานต้อนรับรีบเดินเข้ามาทัก เขาเห็นตั้งแต่คุณหมอคนนี้เดินเข้ามาเรื่อย ๆ นั่นแล้ว
“หายแล้วค่ะ นี่กำลังเดินสูดอากาศสักหน่อย”
“เหรอครับ ตามสบายเลยนะครับ ด้านโน้นครับนักท่องเที่ยวน้อย ไม่ค่อยมีคนเดิน ถ้าคุณหมอจะเดินเล่นก็น่าจะสะดวก”
ด้านโน้นคือตรงไปอีกด้านของชายหาด ซึ่งขวัญพรรษมองเห็นแล้วก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย จึงหันไปตอบขอบคุณอีกฝ่ายแล้วเดินออกไปตามคำแนะนำของนก คุณหมอเดินมาเรื่อย ๆ อย่างเหม่ลอยเธอคิดไปถึงเรื่องราวตั้งแต่เข้ามาที่นี่วันแรก ตั้งแต่เจอพนาพรรษวันแรก รอยยิ้มเกิดขึ้นที่ใบหน้าหวานครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าใครมองไปเห็นก็คงคิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังมีความสุขเรื่องอะไรกันแน่ถึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ขวัญพรรษเงยหน้าขึ้นมองอีกทีเธอก็เห็นตัวเองเดินมาไกลจนไม่เห็นผู้คนอีกเลย
“ตายแล้วไอ้เคียวแกเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว อึ๊ย...แถวนี้มันก็เปลี่ยวเหลือเกิน”
ยังไม่ทันขาดคำร่างบางกำลังหันหลังกลับแล้วถ้าบังเอิญสายตาไม่เหลือไปเห็นใครบางคนที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ที่อยู่หน้าเธอไม่ถึงสิบเมตรขณะนี้ เสียงพูดคุยกันเบา ๆ ทำให้เธอรู้ว่าเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย ร่างบางกำลังค่อย ๆ ย่างเท้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ อีกนิดเพื่อจะได้ดูให้รูไปเลยว่าเป็นใคร ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวเธอจะได้บอกว่าตรงนี้มาไกลเกินไปแล้ว แต่พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ เสียงผู้ชายที่พูดออกมาทำให้เธอชะงักกึกทันที
“ทำไมต้องให้ผมทำแบบนั้น”
เสียงห้าวแสดงอาการฉุนเฉียวออกมาอย่างชัดเจน
“ทำไมหรือ กล้าไม่อยากทำให้ฉันมีความสุขหรือ”
เอะ...เสียงผู้หญิงทำไมคุ้นจัง
“ผมอยากทำให้คุณมีความสุข แต่มันไม่ควรเป็นแบบนี้”
“ก็แค่กำจัดมันให้พ้นสายตาฉัน แล้วกล้าจะได้สิ่งที่กล้าต้องการ”
ร่างบางของผู้หญิงคนนั้นเอนตัวเข้าหาชายหนุ่มที่ยืนพิงต้นไม้เอาไว้ ถึงขนาดนี้เธอก็ยังไม่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเลย ความอยากรู้ทำให้เธอเดินเข้าไปอีกนิดเพื่อจะมองให้ชัดว่าคนที่เธอคุ้นเสียงเหลือเกินนั้นคือใครกัน
“แล้วนายหัวจะทำอย่างไร”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง แค่กล้าทำในสิ่งที่ฉันต้องการแค่นั้นเข้าใจมั้ย”
พูดเสร็จแล้วร่างบางก็แบบปากเข้ากับปากหนาที่ออกจะแห้งไปสักนิดจนหญิงสาวรู้สึกขยะแขยงแต่ก็ต้องทนเพื่องานที่เธอหวังไว้ข้างหน้า
ขวัญพรรษเบิกตากว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่พูดออกมา แต่ต้องเบิกตากว้างขึ้นกว่าอีกก็คือ ชายหนุ่มผู้นั้นผลิกร่างบางของหญิงสาวแนบไว้กับต้นไม้แทนแล้วจัดการจุมพิตริมฝีปากของหญิงสาวคนนั้นอย่างดูดดื่ม จนเธอได้ยินเสียงครางออกจากปากหญิงสาวผู้นั้น
คุณหมอคนสวยหลับตาด้วยความเขินอาย ทำไมนะต้องมาแสดงบทรักกันตอนเธอกำลังอยากรู้อยากเห็นด้วยนะ อีกนิดเดียวก็จะรู้แล้วว่าสองคนที่พูดเรื่องราวแปลกประหลาดนั่นเป็นใคร อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเป็นคนแถวนี้แหล่ะเพราะเธอได้ยินฝ่ายชายเรียกพนาพรรษว่านายหัว ยังไม่ทันจะคิดว่าจะทำอย่างไรต่อร่างบางของหญิงสาวก็ต้องถลาเมื่อถูกมือแข็งแรงของใครบางคนลากออกมากจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทันร่างบางเซถลาไปตามแรงลากของใครบางคน ถึงมันจะไม่ได้แรงแต่มันก็ทำให้ร่างบาง ๆ ของเธอเซถลุนไปได้แน่นอน
“มาทำอะไรตรงนี้”
เสียงคุ้น ๆ นั้นทำร่างบางที่กำลังจะร้องให้คนช่วยหุบปากลงฉับพลันเมื่อสบสายตาเอาเรื่องของนายหัวแห่งป่าหนาว
“โหย!!..นึกว่าใครใจหายหมดเลย เคียวแค่สงสัยว่ามีใครยืนอยู่ตรงนั้น”
มือบางชี้ทางให้ชายหนุ่มเจ้าของป่าหนาวมองตามนิ้วเรียว แต่เมื่อคุณหมอคนสวยหันกลับไปดูทุกอย่างกลับว่างเปล่าไร้เงาของคนที่เธอเห็นเมื่อสักครู่
“มีใครที่ไหนกัน..พี่บอกแล้วใช่มั้ย ว่าให้เดินบริเวณบ้าน แล้วถ้าเคียวเกิดเป็นลมไปจะทำอย่างไร มาอยู่ตรงนี้ใครจะเห็น”
เสียงเขียว ๆ ที่ดังลอดออกมานั้นมันเป็นเรื่องจริงที่เธอปฏิเสธหรือเถียงอีกฝ่ายไม่ได้เลย
“เคียวขอโทษ แล้วพี่ป่ารู้ได้งัยว่าเคียวเดินมาทางนี้”
ร่างบางเกาะแขนอีกฝ่ายแน่นเข้าเพื่อประจบ
“กนกบอก เรานี่มันเหลือเกิน จะทำให้พี่เป็นห่วงไปถึงไหน แล้วเดินมาได้งัยเปลี่ยวแบบนี้ ถึงมันจะเป็นหาดส่วนตัวของป่าหนาว แต่มันก็ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่หรอกนะ เพราะคนที่นี่ยังไม่รู้จักเคียวดีพอ แต่ถ้าเคียวอยากให้ปลอดภัยให้พี่ประกาศไปเลยว่าเคียวเป็นอะไรกับพี่ คนที่ป่าหนาวจะได้รู้ทั้งหมด”
คำบอกของเขาทำเอาปากบาง ๆ ของขวัญพรรษหุบลงอย่างฉับพลัน ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวอะไรหรอกนะ ใครจะไม่อยากแสดงความเป็นเจ้าของนายหัวแห่งป่าหนาวคนนี้บ้างออกจะหล่อเสียขนาดนี้ รูปสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ แต่เธอยังมีงานที่ต้องทำต้องสืบให้แน่ชัดก่อน
“สัญญาแล้วนะคะ แล้วอีกอย่างเคียวว่าป่านนี้คนทั้งเกาะหนาวรู้แล้วมั้ง”
เสียงกระเง้ากระงอดเหมือนมอดกัดไม้ของหญิงสาวทำให้คนที่เป็นนายหัวแห่งป่าหนาวถอนหายใจ
“ครับ ครับ นี่พี่เป็นผู้ชายนะ เคียวจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบสิ แต่ไหงกลับเป็นพี่ที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบเคียวแบบนี้”
“ก็พี่ป่ารักเคียวนี่คะ”
พูดไปแล้วก็ต้องหน้าแดงเมื่ออีกฝ่ายก้มมามองอย่างใกล้ชิดจนลมหายใจแทบสัมผัสกัน
“รู้ด้วยหรือครับ”
นายหัวแห่งป่าหนาวกระซิบเสียงแผ่วหวาน
“ไม่เอาแล้ว ไม่คุยแล้วค่ะ พี่ป่ามีอะไรหรือเปล่าคะถึงมาตามเคียวถึงนี่”
“ฮึ..ฮึ..เลี่ยงเก่งนักนะเรา เอาเถอะสักวันพี่จะทำให้เราบอกรักพี่ไม่หยุดเลย”
คำขู่ของนายหัวแห่งป่าหนาวทำให้มือบางของขวัญพรรษตีลงบนท่อนแขนแข็งแรงของเขาหลายทีในฐานะที่พูดจาสองแง่ถ้าคนอื่นมาฟังด้วยเธอคงอายกว่านี้
“บ้า พูดอะไร”
นายหัวแห่งป่าหนาวหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะจูงมือคุณหมอคนสวยกลับไปทางเดิมโดยไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียวจนเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงที่หมายที่ชายหนุ่มต้องการทำเซอร์ไพรส์ขวัญพรรษ ร่างบางก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อมือหนาของพนาพรรษยกขึ้นปิดดวงตากลมโตของเธอให้มืดมิด
“พี่ป่าเล่นอะไร แล้วทำอย่างนี้เคียวจะมองเห็นอะไรคะ จะเดินยังไง”
เสียงหวาน ๆ ของคุณหมอคนสวยแหวออกมาทันที ทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวยิ้มออกมานิด ๆ กับความใจร้อนของอีกฝ่าย
“ก็เดินตามพี่มา อย่าแอบดูนะ หลับตาด้วย พี่มีของจะให้เคียว รับรองได้ว่าถูกใจเคียวแน่”
ปากเรียวเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะกล่าวคำขู่อีกฝ่ายออกมา
“ถ้าไม่ถูกใจนะ เคียวจะจัดการพี่ป่าเป็นคนแรก”
“ครับ ลูกสาวใครเนี่ย ดุจริง ๆ สงสัยต้องไปบ้านเคียวดูแล้วหล่ะ พี่จะได้รู้ว่าพ่อจ๋า กับแม่จ๋าของเคียวดุหรือเปล่า”
คำพูดนั้นทำให้ร่างบางตัวแข็งขึ้นทันควัน พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เขาอยากไปหาพ่อแม่เธอหรือ
“ไม่ต้องนอกเรื่องเลย ถึงหรือยังคะ”
เสียงหวาน ๆ เตรียมจะหาเรื่องอีกแล้วเพื่อกลบความตื่นเต้นที่เกิดขึ้น
“เอ้า...ถึงแล้ว ทีนี้ค่อย ๆ ลืมตานะ ถ้าช็อคก็หันมาทางพี่ พี่จะได้ผายปอดให้”
มือหนาค่อย ๆ ยกออกจากใบหน้าหวาน แล้วเอามาไขว้หลังตัวเองเอาไว้ ก่อนจะก้มหน้าลงไปมองหน้าหวาน ๆ ของคุณหมอคนสวยว่าทำไมถึงยังไม่มีปฏิกิริยากับของที่เขาให้ แต่สิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้พนาพรรษหัวเราะออกมาเสียงดัง
“แล้วทำไมไม่ลืมตา ไม่อยากเห็นหรือ”
เสียงร้องบางอย่างทำให้ดวงตาที่ปิดอยู่เมื่อครู่ค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างสุดเท่าที่ดวงตากลมจะทำได้ มือบางยกขึ้นชี้เจ้าสิ่งของที่อยู่ด้านหน้า แล้วหันมาถามร่างสูงที่ยืนอยู่หลังเธออย่างตื่นเต้น
“พวกน้อง ๆ พวกนี้มาได้งัย ของเคียวหรือ พี่ป่าซื้อให้เคียวหรือ”
น้ำเสียงตื่นเต้นทำให้นายหัวแห่งป่าหนาวยิ้มออกมาอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าตื่นเต้นมากเพียงใด และชอบของที่เธอให้มากเพียงใด
“ของเคียวคนเดียว เพื่อยืนยันให้เคียวมั่นใจว่าพี่รักเคียว ถึงพี่จะรักฟ้าแต่มันก็เป็นอดีตที่เคียวไม่ต้องไปคิดมากกับมัน ถ้าตอนนี้เคียวคือปัจจุบันกับอนาคตของพี่แค่นั้นก็พอแล้ว”
สิ้นเสียงของนายหัวร่างบางก็ถลาเข้าไปกอดร่างสูงไว้จนแน่น แล้วเงยหน้าพร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นจูบปากหนา ๆ นั้นสองสามหน ก่อนจะวิ่งเข้าไปในกรงนกแก้วมาคอร์ที่เธอรักมาก
“น่ารักจังเลย หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด พี่ป่าซื้อมาเจ็ดตัวเลยหรือค่ะ ซื้อมาทำไมตั้งเยอะ ตัวนึงก็แพง”
“แค่นี้ไม่ทำให้พี่หมดตัวหรอกน่า”
“รู้แล้วว่ารวย”
ร่างบางแลบลิ้นใส่เขาน้อย ๆ เมื่อเกิดอาหารหมั่นไส้ผู้ชายอวดรวยข้างหน้า
“ฮึ..ฮึ..เคียวก็รู้ว่าพี่ซื้อทุกอย่างให้เคียวได้ ขอให้เคียวมีความสุขแค่นั้นพอ”
เมื่อโดนอีกฝ่ายจีบซึ่ง ๆ หน้า ร่างบางก็เดินหนีเข้าไปเล่นกับน้องนก อีกตัวเพื่อแก้เขิน
“พี่ป่า ตัวนี้ชื่ออะไรดี”
คุณหมอคนสวยหันไปถามคนที่เดินตามเธอเข้ามาอย่างอยากได้ความคิดเห็นจากเขา
“เคียวชอบอะไรหล่ะ ตั้งได้เลย มันเป็นของเคียวแล้ว”
“มันเป็นของพี่ป่าด้วย เราจะช่วยกันเลี้ยงมันนะคะ”
“ครับ”
ชายหนุ่มรับคำแล้วเดินเข้าไปกอดร่างบางของคุณหมอคนสวยไว้ด้านหลังใบหน้าคมเข้มก้มลงสูดความหอมจากซอกคอขาวนวลเข้าเต็มปอด
“แน๊...ปล่อยค่ะ เดียวมีคนมาเห็น”
แต่ดูเหมือนนายหัวจะทำเป็นไม่ได้ยินเพราะเขายังคงกอดเธอไว้แน่นพร้อมกับโยกร่างบางไปมาเบา ๆ ราวกับจะเต้นรำกันท่ามกลางเจ้านกน้อยพวกนี้
“ดีใจอะไรกันนักหนาคะ”
เสียงแข็งกระด้างของหญิงสาวที่ดังเข้ามาทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกอย่างเสียดายแล้วหันไปยังต้นเสียงที่ได้ยินพร้อมกับขวัญพรรษที่เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอขณะนี้ เอ..เสื้อสีนี้เหมือนเคยเห็น หรือว่า.....
“ซื้อมาทำไมอีกคะป่า บุษว่าเดี๋ยวมันก็ตายอีก”
“ไม่เป็นไรหรอกบุษ เรา ผมหมายถึง ผมกับเคียวจะช่วยกันดูแลพวกมันให้ดีที่สุด”
เสียงราบเรียบที่บอกทำให้บุษราลัลน์แอบกำมือแน่นด้วยความแค้น
“จะมีใครทำคะ ในเมื่อคนที่น่าสงสัยน่าจะเป็นหมอขวัญพรรษที่สุด แต่ไม่เป็นไร รอดูไอ้นกพวกนี้อีกแล้วกัน บุษว่าไม่นานมันก็คงเป็นแบบเดียวกับไอ้พวกนกที่ตายไปก่อนหน้านั้นนั่นแหล่ะ”
“แต่ถ้าเจ้านกพวกนี้ตายตอนนี้ เคียวว่าคุณบุษเป็นคนแรกที่เข้าข่าย เพราะคุณบุษแช่งนกพวกนี้เหลือเกินว่ามันจะตาย”
“ป่าคะ บุษไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คุณเคียวพูดแบบนั้นมันก็ไม่ถูกนะคะ”
บุษราลัลน์เมื่อเห็นว่าเรื่องจวนตัวเข้าแล้วเลยเปลี่ยนเรื่องพูดหันไปออดอ้อนพนาพรรษแทน
“บุษ ผมว่าเราไม่คุยเรื่องนี้กันอีกแล้วนะ อีกอย่างผมจะซื้อของหรือทำอะไรให้ใครมันก็เป็นเรื่องของผม ในฐานะเพื่อนคุณน่าจะยินดีด้วยที่ผมมีความรักใหม่เสียที”
ริมฝีปากบางของบุษราลัลน์เม้มกันแน่นมือทั้งสองข้างกำแน่นด้วยความข่มใจ ข่มความรู้สึก ข่มอารมณ์ทั้งหลายเพื่อไม่ให้แสดงออกมา
“ป่าคิดจะเอาแม่หมอคนนี้มาแทนฟ้าหรือ”
“ป่าไม่ได้คิดเอามาแทน ฟ้าก็คือฟ้า เคียวก็คือเคียว ทั้งสองคนแทนกันไม่ได้ แต่อีกคนหนึ่งไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว เหลืออีกแค่คนเดียว ป่าก็อยากรัก อยากดูแลคนคนนั้นให้ถึงที่สุด”
บุษราลัลน์น้ำตาเริ่มคลอหน่วยเมื่อได้ยินถ้อยคำที่บาดหัวใจเธอตอนนี้ ริมฝีปากขบเม้มปากล่างอย่างแรงจนได้รสเลือดติดปลายลิ้น
“แล้วบุษหล่ะ ครั้งหนึ่งป่าเคยรักบุษ”
“ป่าไม่เคยรักบุษ จะให้ป่าพูดกี่ครั้งป่าไม่เคยรักบุษแบบนั้น เราเป็นเพื่อนกัน ป่ารักบุษแบบเพื่อน”
ขวัญพรรษมองหน้าบุษราลัลน์อย่างเห็นใจ
“ไม่ต้องมามาฉันแบบนั้น สาแก่ใจเธอแล้ว รักษาความรักของเธอไว้ให้ดีหล่ะ สักวันนึง..สักวัน...”
พูดเสร็จแล้วบุษราลัลน์ก็หันหลังวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้พ้นจากสิ่งที่ทำให้เธอปวดใจ ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อวิ่งออกมาไกลพอที่จะทำให้เธอแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ได้โดยที่ไม่มีใครเห็น มือบางสั่นเล็กน้อยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดก่อนจะพูดขึ้นมา
“รีบจัดการมันได้แล้ว ครั้งนี้อย่าให้พลาดอีก”
แล้วก็วางสายน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลออกมาโดนปาดทิ้งไปยังไม่ใยดี ในเมื่อเขาไม่ใยดีต่อความรู้สึกของเธอ ต่อไปนี้เธอก็จะไม่ใยดีต่อความรู้สึกของเขาบ้าง เธอจะต้องทำให้เขาเสียใจเหมือนที่เขาทำให้เธอเสียใจอยู่ขณะนี้
“บุษพยายามแล้ว บุษพยายามแล้ว แต่เป็นป่าเองที่ทำให้บุษต้องทำแบบนี้”
ร่างบางทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ทันทีที่พูดจบ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาไม่ขาดสาย เธอจะร้องไห้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วต่อไปนี้เธอจะไม่ร้องให้ผู้ชายคนนี้อีกพอกันสักทีเมื่อความรักที่เธอมีให้เขามันไม่สามารถเข้าไปในหัวใจของเขาได้ต่อไปนี้มีแต่ความเกลียด ความแค้นแล้วกัน..............
“เคียวเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณบุษถึงไม่ค่อยชอบหน้าเคียวตั้งแต่มาทำงานที่นี่ คงหวงคนบางคนแถวนี้แน่ ๆ เลย”
น้ำเสียงถึงแม้จะฟังดูเศร้าสร้อยเมื่อเจอปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ แต่หญิงสาวก็พยายามทำให้ทุกอย่างปกติที่สุด
“ไม่โกรธใช่มั้ย”
เสียงของนายหัวแห่งป่าหนาวถามอย่างหวั่นใจกลัวเหลือเกินว่าความเข้าใจที่เพิ่งได้รับมาจะแปรเปลี่ยนไปเพราะความเข้าใจของคุณหมอคนสวยคนนี้
“ไม่ค่ะ....เพียงแต่แค่สงสาร คุณบุษคงรักพี่ป่ามาก ถ้าเป็นเคียว เคียงคงเสียใจน่าดูที่โดนคนที่ตัวเองรักปฏิเสธแบบนี้”
“แต่พี่ไม่อยากให้เคียวเข้าใจพี่ผิด ถ้าให้เลือกระหว่างเคียวกับบุษพี่เลือกเคียว พี่ไม่ยอมแลกเคียวกับอะไรทั้งนั้น แม้คนคนนั้นจะเป็นเพื่อนก็เถอะ”
น้ำเสียงจริงจังของนายหัวแห่งป่าหนาวทำให้คุณหมอคนสวยถึงกับอายด้วยถ้อยคำที่ชายหนุ่มบอกไปเมื่อสักครู่ คนอะไรชอบพูดให้เธอทำหน้าไม่ถูกอีกแล้ว
“ร้อนตัว ว่างั้นเถอะ”
“ใครว่า...ร้อนใจต่างหาก กลัวเคียวไม่เชื่อ”
มือหนาเอื้อมไปจับสองมือบางมากุมไว้แล้วใช้นิ้วโป้งลูบไล้ไปมาอย่างปลอบโยนและถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองส่งถึงหญิงสาวผู้นี้
“เข้าบ้านกันเถอะค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ป่าก็ไปดูคุณบุษหน่อยนะคะ อย่างไรก็ลูกผู้หญิงด้วยกันน่าสงสารออก”
“ครับ ได้ครับ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
ดวงตาคมเข้มแวววาวด้วยความเจ้าเล่ห์
“อะไรอีกคะ”
คุณหมอคนสวยพยายามส่งสายตาดุสุด ๆ เท่าที่เธอจะทำได้ในตอนนี้ส่งให้ชายหนุ่มพร้อมกับพยายามดึงมือออก แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดไว้เลย มือหนากลับกระชับไว้แน่นกว่าเดิม
“นี่...”
นี่ของชายหนุ่มก็คือ ใบหน้าคมเข้มนั้นยื่นเข้าไปแทบจะใกล้ปากของเธออยู่แล้ว แถมยังทำแก้มป่องให้เธออีกต่างหาก
“เอาเปรียบ”
ใบหน้าคมเข้มยังไม่ถอยออกไปง่าย ๆ จนหญิงสาวจนใจ เหลือบมองซ้ายขวาเมื่อไม่เห็นใครจึงจรดริมฝีปากเข้าที่แก้มสาก ๆ เพราะหนวดเริ่มขึ้นของอีกฝ่าย เมื่อได้ดั่งใจแล้ว นายหัวแห่งป่าหนาวถึงกับผิวปากพร้อมกับเดินจูงมือคุณหมอคนสวยกลับที่พักของหญิงสาวอย่างสบายอารมณ์

บรรยากาศรอบข้างมืดมิด มีเพียงแสงของพระจันทร์ดวงโตที่กำลังส่องแสงนำทางเพียงราง ๆ และดวงดาวนับล้านดวงล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าแต่มันก็มืดมิดพอให้ใครบางคนเล็ดลอดเข้าไปได้ ร่างในชุดสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้าพยายามจรดปลายเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เดินเข้าไปหน้ากรงนกกรงใหญ่อันเป็นเป้าหมายสำคัญ ใบหน้าที่ปกปิดไว้ทั่วหน้าเหลือเพียงลูกตาเท่านั้นกำลังสอดส่ายไปรอบ ๆ ด้าน เมื่อไม่เห็นว่ามีใครมันก็เริ่มดึงกลอนประตูกรงนกออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะย่องเข้ากรงไปในความมืด
แคว๊ก แคว๊ก!!!!!
เสียงเจ้าพวกน้องนกหลายร้องเสียงดังอย่างตกใจเหมือนกับรับรู้ว่าภัยกำลังมาถึงตัว จนร่างในชุดดำถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความคิดไม่ถึง ก่อนจะหันรีหันขวางมองดูอีกรอบ แล้วมันก็เหลือกตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของคนสักสองสามคนกำลังวิ่งมาทางกรงนกแห่งนี้
ไอ้บ้าเอ๊ย!!! ทำไมไอ้นกเวรพวกนี้มันต้องมาร้องตอนนี้ด้วย แล้วไอ้พวกบ้านั่นอีกทำไมถึงต้องมาได้ยินตอนนี้ คราวที่แล้วไม่เห็นมันยุ่งยากอย่างคราวนี้เลย ไหนบอกว่าไม่มีใครสงสัย ทางสะดวก
“เฮ้ย!!...ใครวะ...”
เสียงไม้ตะโกนดังลั่น เมื่อเห็นว่ามีใครอยู่ในกรงน้องนกพวกนั้น แต่คนที่ไวที่สุดน่าจะเป็นลุงเข้มที่เดินถือท่อนไม้ใหญ่ถนัดมือเข้ามาด้วย
“แกเป็นใคร...อย่าหนีนะเว่ย”
ลุงเข้มตะโกนเสียงดัง แล้วก็ต้องถอยหลังเมื่อร่างในชุดดำนั้นพุ่งเข้ามาพร้อมกับพุ่งหมัดใส่ลุงเข้มเข้าอย่างจัง
“โอ้ย...”
ลุงเข้มเซถอยหลังเสียหลักเพียงครู่เดียวก็ฟาดท่อนไม้ใส่หลังไอ้ชุดดำนั่นเต็มที่ ก่อนที่มันจะหลบทัน ไม้ก็พุ่งเข้าไปชกหน้าที่ถูกคลุมไว้จนมองเห็นแต่ลูกตาแค่นั้นอย่างสุดแรง
“เฮ้ย....ใครอยู่แถวนี้มาช่วยกันจับขโมยหน่อยเร็ว”
เสียงไม้ และลุงเข้มตะโกนร้องพร้อม ๆ กับร่างของเข้มเซถลาก้นจ้ำเบ้าเพราะแรงถีบของไอ้ชุดดำนั้นเต็มเปา ลุงเข้มเห็นไม้เสียเปรียบจึงยกท่อนไม้ฟาดไปที่หลังของไอ้ชุดดำนั้นเต็มเบาหลาย ๆ ที ทั้งไม้ ทั้งมือ ทั้งเท้า จนมันสลบเหมือดไม่รู้สติ
เสียงคนงานหลายคนวิ่งเข้ามาที่กรงนกด้วยหน้าตาตกตะลึงเมื่อเห็นว่าอะไรเป็นอะไร
“ไม้ ลุงเข้มเกิดอะไรขึ้น”
“ขโมย ข้าว่ามันต้องเป็นพวกเดียวกับที่ฆ่านกตายคราวที่แล้วแน่นอน”
เสียงอื้ออึงดังขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าอะไรเป็นอะไร แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่า พนาพรรษ ขวัญพรรษ ต้นน้ำ มนัญญา และวิทวัสวิ่งมาอย่างรวดเร็วเหมือนกัน
“เกิดอะไรขึ้นไม้”
ต้นน้ำถามอย่างตกใจกับภาพที่เห็น
“นี่ครับ ผมเห็นมันเข้าไปในกรงนก”
นายหัวแห่งป่าหนาว มองคนในชุดดำที่กำลังสลืมสลือปรือตานิด ๆ มองไปรอบด้าน หมวกที่คลุมหน้าตอนเข้ามาได้หลุดหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ นายหัวแห่งป่าหนาวเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
“สัก เป็นแกเองหรือ”
สักก้มลงหลบตาผู้เป็นเจ้านายอย่างรู้สึกผิด ถ้าไม่เป็นเพราะความรัก ความหลงไหลในตัวหญิงสาวอีกคน เขาไม่ลงทุนทำแบบนี้หรอก
“นะ..นายหัว..ผะ...ผมไม่ได้ทำอะไร”
เสียงตะกุกตะกักสารภาพผิดพร้อมกับยกมือไหว้ผู้เป็นนาย
“แกมาทำอะไรที่นี่”
เสียงเข้มเค้นเสียงถามออกมาอย่างโกรธจัด โกรธที่มันกำลังทำสิ่งสุดรักของคนที่เขารักตาย โกรธที่สักคนงานคนนี้อยู่กับเขามานาน ไม่น่าทรยศเขาเลย
“ผะ...ผมได้ยินเสียงผิดปกติเลยวิ่งมาดูครับ แล้วไอ้พวกนี้มันก็วิ่งมาตีผมนี่แหล่ะครับ”
สักสารภาพแล้วหลบตาผู้เป็นนายทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาแล้วอีกฝ่ายจ้องกลับมาอย่างจับผิด
“แกฆ่านกพวกนั้นหรือสัก”
นายหัวหนุ่มตะคอกถามออกไป
“ไม่ใช่ครับ..ไม่ใช่ผม”
“งั้นไอ้ชุดดำพวกนี้ที่อยู่ในถ้ำ เป็นของคุณงั้นสิ”
มนัญญาถามอย่างสงสัยเพราะเธอเพิ่งนึกออกว่าขวัญพรรษเคยบอกว่ามีชุดดำอยู่ในถ้ำนั้นอีกหนึ่งชุด
“ไม่ใช่ครับ...นายหัวไม่ให้ใครไปที่เกาะหนาวนั่นเลย ผมไม่กล้าไปหรอก นายหัว อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ผมกลัวแล้ว ปล่อยผมไปนะครับ”
สักยกมือไหว้คนเป็นนายปรก ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เพราะรู้ว่าถ้ายเงยหน้าขึ้นมองมันคงจะต้องเห็นดวงตาพิฆาตรของอีกฝ่ายแน่นอน
“ฉันไม่เอาความก็ได้ แต่เรื่องนี้ต้องให้ตำรวจเขาจัดการเอง”
นายหัวแห่งป่าหนาวตัดสินอย่างเด็ดขาด
“นาย..นายครับ อย่าให้เรื่องถึงตำรวจนะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ ผมกลัวแล้ว...ไหนจะแม่ผมอีกใครจะดู”
นายสักเหลือบไปมองคนที่เดินมาเป็นคนสุดท้ายไม่ใช่ใครที่ไหน บุษราลัลน์นั่นเอง
“เกิดอะไรขึ้นคะ”
เสียงบุษราลัลน์ถามออกไปอย่างสั่น ๆ ถ้ามีคนสังเกตนะ
“ไอ้นี่มันเข้ามาในกรงนก มันกะจะฆ่านกพวกนี้ แต่ฉันว่า...มันคงต้องมีใครสั่งให้มันทำแน่นอนแต่มันไม่ยอมบอก”
มนัญญาเอ่ยออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอก สายตาจับผิดที่บุษราลัลน์ แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวจริง ๆ เธอไม่แสดงอาการอะไรเลย
“แต่วินนี่ก็ว่าไม่น่าจะใช่คนเดียวกับที่ลืมชุดไว้ให้ถ้ำหรอกนะ ชุดนั้นเป็นชุดผู้หญิงรูปร่างอย่างนายสักไม่น่าจะใส่ได้ อีกอย่าง คนที่ยืนข้างบ้านคุณบุษวันนั้นก็หุ่นบางกว่านี้ และที่สำคัญนายสักคงใส่ต่างหูข้างนี้ไม่ได้”
วินนี่ยกมือแล้วแบมือออกให้เห็นว่าเธอซ่อนอะไรไว้ในมือ บุษราลัลน์เหลือบสายตาไปเห็นแล้วก็ต้องตัวแข็งเมื่อเห็นว่าของที่อยู่ในมือวินนี่คืออะไร และเป็นของใคร เธอรู้อยู่เต็มอก
“ผมแค่ได้ยินเสียงผิดปกตินะครับคุณบุษผมเลยเข้ามาดู ผมไม่ได้เข้ามาฆ่าพวกนกนั่น”
“ป่าคะ บุษว่าเราอย่าให้เรื่องถึงตำรวจเลยค่ะ เรื่องเล็กแค่นี้เอง อีกอย่างถ้าเรื่องถึงตำรวจ รีสอร์ตและฟาร์มของเขาจะเสียชื่อตอนนี้ยิ่งเป็นไฮซีซั่นด้วย อีกอย่างนกพวกนั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
บุษราลัลน์พูดพร้อมกับส่งสายตากำชับอะไรสักอย่างซึ่งมีแต่นายสักเท่านั้นที่รู้ว่ามันคืออะไรให้ และอีกฝ่ายก็ก้มหน้าหลบสายตานั้นฉับพลัน
“เอ่อ...เคียวว่ามันก็จริงอย่างคุณบุษบอกนะคะ เราไม่ต้องให้เรื่องถึงตำรวจหรอกค่ะ เพราะเคียวมั่นใจว่านายสักทำตามความต้องการของใครบางคน ซึ่งเป็นเจ้าของชุดดำชุดนั้น และเจ้าของต่างหูข้างนี้”
ขวัญพรรษพูดและจ้องมองหน้าของบุษราลัลน์ เธออยากจะบอกว่าต่างหูยังอยู่ที่เธออีกข้าง แต่ยังก่อน เธอจะต้อนให้บุษราลัลน์จนมุมสารภาพเองในวันหลัง
“แต่พี่ว่า...”
“นะคะ”
สิ้นเสียงขอร้องของคุณหมอคนสายนายหัวแห่งป่าหนาวถึงกับถอนหายใจหนักเข้าไปอีก ทำแบบนั้นก็เท่ากับเป็นการปล่อยเสือเข้าป่าชัด ๆ มันจะมาแว้งกัดอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่เขาก็ไม่อยากขัดใจ อีกอย่างถ้ามันเป็นอย่างที่นายสักบอก มันก็ไม่ยุติธรรมกับนายสักสักนิด แต่คิดในทางที่ดี เขาอาจจะสืบอะไรบางอย่างได้จากเรื่องนี้แน่นอน
“ก็ได้...แต่ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีก คราวหน้าจะไม่มีการให้อภัยแบบนี้อีกแล้ว อ้าว...ทุกคนกลับบ้านได้ดึกแล้ว”
ไม่มีใครสังเกตการผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกของผู้หญิงอีกคนกับผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่กับพื้น สักค่อย ๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะมองหน้าบุษราลัลน์อีกครั้ง เมื่อเห็นดวงตาที่พยักเพยิดนัดให้ไปเจอกันมันก็พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินนำออกไปก่อนโดยที่ไม่มีใครสงสัย
“แกทำอะไรสัก ฉันบอกให้แกรอบคอบ”
“ผมก็ทำตามที่คุณบุษสั่งไงครับ ฆ่านกพวกนั้น แต่ไอ้ไม้กับลุงเข้มดันเข้ามาก่อนดีนะที่ผมยังไม่เอายาออกมาถือไว้ไม่งั้นตายแน่ ๆ เลย”
คำพูดของสักทำให้บุษราลัลน์ถอนใจออกมาอย่างขัดใจ
“เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ เรื่องต่อไปฉันจะไว้ใจให้ทำได้อย่างไร”
“เรื่องนี้ผมพลาด และครั้งหน้าผมจะไม่ให้พลาดเด็ดขาด ผมรับรอง ว่าแต่ค่าจ้างได้เท่าไหร่ครับวันนี้”
น้ำเสียงกรุ่มกริ้มพร้อมกับดวงตากรุ่มกริ่มนั้น ทำให้บุษราลัลน์ถึงกับเบะปากด้วยความขยะแขยง
“ถ้างานต่อไปไม่สำเร็จก็อย่าหวัง”
บุษราลัลน์พูดเสร็จแล้วก็เดินกลับบ้านไปทันทีก่อนที่จะมีคนอื่นมาเห็นเธอคุยอยู่กับนายสัก แล้วเรื่องทั้งหมดจะพาดพิงถึงเธอ สักมองนายหญิงของตัวเองอย่างจงรักภักดี เขารักผู้หญิงคนนี้มานาน นานมาก และมันก็เป็นจุดอ่อนของเขาที่บุษราลัลน์จะหลอกใช้ไม่ใช่เขาไม่รู้ แต่เขากลับทำทุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก แม้มันจะนำเขาไปสู่ความหายนะก็ตาม
.......................................................................

บทที่ 17 มารร้ายตัวใหม่

ต้นน้ำเดินจับมือมนัญญาเดินเล่นเลียบชายหาด เกลียวคลื้นพาน้ำซัดเข้าฝั่งโดนเท้าทั้งสองข้าง เจ้าของป่าหนาวรีสอร์ทรั้งมือดึงร่างบางให้หนีเพราะกลัวเปียก แต่อีกคนเหม่อลอยราวกับใช้ความคิดไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย เหมือนเธอกำลังใจความคิดจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
“มีอะไรครับ”
ต้นน้ำถามเสียงนุ่ม
“อะไรนะคะ”
“พี่ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมโมถึงเหม่อราวกับคิดอะไรอยู่ เรื่องนายสักหรือ”
คำถามกล่าวตรงประเด็นในความคิดของมนัญญาทำให้ดาราสาวเงยหน้าขึ้นมองคล้ายกำลังคิดว่าจะถามหรือบอกเขาดีหรือเปล่า
“เอ่อ...คือว่า พี่น้ำเห็นต่างหูที่วินนี่เอามาให้ดูได้มั้ยคะ มันอยู่กับชุดดำที่อยู่ในถ้ำตอนที่คุณเคียวหลงขึ้นไปอยู่ที่เกาะหนาว คุณเคียวบอกว่า น้ำหอมที่ติดเสื้อนั้นกลิ่นเหมือนของคุณบุษ แล้วต่างหูอันนี้อีก ก่อนวันที่คุณเคียวจะขึ้นเรือไป เธอเคยทักคุณบุษว่าต่างหูหายไปไหนข้างหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นคุณบุษทำถ้าตกใจแล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุย คุณเคียวก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าไม่เกี่ยวกับตนเอง แต่เรื่องชุดดำ กับต่างหูที่อยู่ในถ้ำนั่นหล่ะคะมันคืออะไรกัน”
เรื่องราวที่มนัญญาเล่าให้ฟังถึงกับทำให้ต้นน้ำคิ้วขมวดย่นเข้าหากัน นี่หญิงสาวรู้เรื่องนี้มากน้อยเท่าไหร่แล้วทำไมถึงปิดบังไม่เล่าให้เขาหรือพนาพรรษฟัง
“โมรู้เรื่องนี้นานหรือยัง”
“รู้พร้อมกับเคียว แล้วก็วินนี่ค่ะ พวกเราคิดว่าจะลองสืบดู อาจจะลองเข้าไปในห้องคุณบุษเพื่อดูว่าตุ้มหูข้างที่เหลือมันอยู่ในห้องของคุณบุษหรือเปล่า ถ้าใช้คุณบุษคือคนที่น่าสงสัยที่สุด”
“แต่บุษเป็นเพื่อนพี่ เพื่อนป่า แล้วก็รักป่าด้วยนะ”
ต้นน้ำแก้ตัวแทนเพื่อนอย่างไม่ยอมรับว่าบุษราลัลน์จะทำอะไรแบบนั้นได้
“แต่ความรักที่ไม่ได้รักกลับคืนมันเจ็บปวดนะคะ คุณบุษอาจทำอะไรก็ได้เพื่อให้ได้รักของเธอคืนมา แล้วอีกอย่างวินนี่บอกว่าเคยเห็นคนใส่ชุดดำยืนอยู่ข้างบ้านพักคุณบุษ ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่นายสัก เพราะวินนี่บอกว่าคนที่เห็นตัวเล็กกว่านี้มาก”
“มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้วนะ ทำอะไรกันสามคนแบบนี้ ถ้าเป็นอันตรายขึ้นมาจะทำอย่างไร โมบอกเองไม่ใช่หรือว่ารักที่ไม่ได้รักกลับคืนมามันเจ็บปวด และความเจ็บปวดนั้นมันสามารถทำให้บุษทำอะไรที่ขาดความยั้งคิดก็เป็นได้ พี่ต้องคุยเรื่องนี้กับไอ้ป่ามันแล้ว คุณเคียวอีกคน บอกไอ้ป่ามันหน่อยก็ไม่ได้”
เสียงบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อคิดถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสองสาวและอีกหนุ่มหัวใจสาวผู้นั้น
“ไม่ได้นะคะ ขอให้เคียว โมแล้วก็วินนี่พิสูจน์อะไรบางอย่างก่อนนะคะ”
ดาราสาวสวยออดอ้อนอีกฝ่ายพร้อมกับดึงมือไม่ให้ต้นน้ำเดินต่อไปได้
“โมขอมากไปมันอันตราย”
“จะช่วยเพื่อนหรือไงคะ อ๋อ...หรือว่าเคยรักกันมาก่อน”
น้ำเสียงขึ้นจมูกดังขึ้นทันที เธอต้องใช้แผนงอนที่แหล่ะได้ผลนัก ไม่งั้นไม่มีทางที่ผู้ชายคนนี้จะยอมเธอแน่นอน
“เปล่าครับ ไม่ใช่ โมก็รู้ว่าพี่รักใคร”
“งั้นก็ตามใจโมก่อนแล้วกันนะคะ ถ้ามันอันตราย หรือร้ายแรงเกินกว่าที่พวกโมรับได้ โมจะรีบบอกพี่น้ำนะคะ”
รอยยิ้มปรากฏมากขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ
“ถ้ามีอันตรายต้องบอกพี่ สัญญา”
“ค่ะสัญญา”
แล้วทั้งสองก็เดินกลับบ้านไปอย่างมีความสุข เขาจะต้องลองปรึกษาพนาพรรษเสียบ้างแล้ว ขืนปล่อยให้พวกนี้ทำอะไรเองมีหวังเขาต้องหัวใจวายแน่นอน มัวแต่ระแวงว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า จะโกรธพี่ก็ยอมนะโม แต่เป็นเพราะว่าพี่เป็นห่วงโม ห่วงเพื่อนของโมมากกว่า เข้าใจพี่ด้วยนะ ถ้อยคำเหล่านั้นออกมาจากในหัวใจทั้งสิ้น ดวงตาคมเข้มมองหญิงสาวที่จูงมืออยู่นี้อย่างหนักใจ ถ้าเธอรู้เธอจะโกรธเขามั้ยหนอ..
ในขณะอีกคู่หนึ่งเดินมาหยุดหน้าห้องของคุณหมอคนสวย ชายหนุ่มจึงเอ่ยสิ่งที่ค้างคาใจและระแวง เพราะคิดถึงคำที่มารดาเคยบอกให้เขาฟังว่าบุษราลัลน์มักขึ้นไปบนห้องที่เขาจัดให้ปรายฟ้า และทุกครั้งที่บุษราลัลน์ขึ้นไปมักจะหยิบรูปปรายฟ้ามาแล้วพูดอะไรบางอย่าง ซึ่งดูแล้วมันน่าจะเป็นการต่อว่า มากกว่าการกล่าวคำคิดถึงถึงเพื่อนรัก
“คิดอะไรอยู่คะ”
คุณหมอคนสวยถามทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบมาตลอดทางที่เดินมาด้วยกัน
“มันแปลก ๆ เมื่อมีอะไรบางอย่างที่เรามองไม่เห็นคอยมองจับจ้อง จ้องทำร้ายเราอยู่”
ขวัญพรรษกุมมาหนาแน่นเข้าเพื่อให้เขารู้ว่าเธอมีกำลังใจให้เขาเต็มเปี่ยมแค่เพียงชายหนุ่มหันมาแค่นั้น
“พี่ป่าคิดมากไปหรือเปล่าคะ”
“พี่ก็อยากคิดแบบนั้น แต่มันมีหลายเรื่องให้สงสัย”
คำปรารภของนายหัวหนุ่มทำให้คุณหมอคนสวยยกนิ้วชี้ขึ้นมาคลายรอยขมวดที่เกิดขึ้นระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง
“นอนได้แล้วค่ะ อย่าคิดมาก เรื่องมันผ่านมาแล้ว”
“พี่นอนด้วยคนได้มั้ย”
“บ้า...กลับไปนอนบ้านตัวเลย”
ขวัญพรรษผลักร่างหนาออกแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็วจนทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูหัวเราะเบา ๆ แล้วเขาก็ต้องหยุดหัวเราะเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างจนเขาต้องหันขวับไปมอง นายหัวแห่งป่าหนาวเดินไปยังที่ที่เขาเห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นทันทีแต่แล้ว...
ว่างเปล่า.............แต่เขาว่าเขาเห็นจริง ๆ นะ
เห็นทีต้องระวังให้มากกว่านี้แล้ว มันมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่สามารถมองเห็นได้ แล้วชายหนุ่มก็ตัดสินใจเดินกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ของตัวเอง หรือว่าเขาคิดมากไปนะ
ร่างบางที่เดินหลบไปเมื่อสักครู่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่นานหรอก ฉันจะจัดการกับแกแน่นังขวัญพรรษ ถ้าไม่มีแกสักคน คนที่ป่าจะต้องสนใจคือฉัน ฉันอย่างแน่นอน มันถึงเวลาแล้ว มันถึงแล้ว

ร่างสูงของนายหัวหนุ่มที่ใส่ชุดว่ายน้ำเป็นกางเกงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย ลายของมันเป็นรูปใบไม้ต่าง ๆด้านบนเปล่าเปลืย ไร้ไขมันส่วนเกินใด ๆ ทั้งสิ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เคียวครับ เคียวตื่นได้แล้ว”
พนาพรรษเคาะอีกรอบ แล้วหยุดเมื่อเขาได้ยินเสียงเดินมาที่ประตูและหญิงสาวกำลังเป็นมันให้เขา
“อะไรอีกคะ เคียวกำลังง่วง นี่ยังไม่สว่างเลย”
“ไปว่ายน้ำกัน เคียวต้องเรียนว่ายน้ำวันละ สองชั่วโมง เริ่มวันนี้วันแรก”
คำบอกของชายหนุ่มทำให้คุณหมอคนสวยตาสว่างขึ้นมาทันที
“ว่ายน้ำ เรียนกันตอนเช้ามืดนี่หรือคะ”
“ใช่ เปลี่ยนชุดได้แล้ว ถ้าช้าพี่จะเข้ามาเปลี่ยนให้เอง”
ขวัญพรรษทำปากยื่นนิดหน่อยก่อนจะปิดประตูเสียงดัง พนาพรรษส่ายหน้าหัวเราะกับความดื้อของหญิงสาว แต่เขาก็รักความดื้อของขวัญพรรษเหลือเกิน เพราะถ้าไม่มีนิสัยแบบนี้ชีวิตเขาต้องเงียบเหงาแน่นอน จนเวลาผ่านไปพอควร หญิงสาวที่เขารอคอยก็เปิดประตูออกมาด้วยชุดว่ายน้ำที่ทำให้ชายหนุ่มตลึง ทูพิช สีชมพูลายดอกไม้ อวดหน้าท้องแบนเรียบและผิวเนียนขาว ๆ แล้วยังกางเกงว่ายน้ำนั่นอีกทำไมเมื่อเลือกชนิดที่ปิดตั้งแต่โคนขาขึ้นไป ไม่ใช่เว้าโคนขาจนเห็นความขาวเนียนบริเวณนั้นอย่างชัดเจน ขวัญพรรษเองถึงกับอายนิดหน่อยเมื่อเห็นสายตาจ้องไม่วางตาของชายหนุ่ม แต่ความอยากเอาชนะมีมากกว่าแล้วอีกอย่างบวกกับความมั่นใจว่าตัวเองไม่มีส่วนไหนบกพร่องและไม่อายที่โชว์ความสวยให้กับชายหนุ่มที่ตัวเองรัก หรือเรียกอีกอย่างว่าสามีก็ว่าได้
“เคียวใส่อะไรมาเนี่ย..ไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ เอาชุดที่มันรัดกุมกว่านี้หน่อย เราว่าที่สระน้ำ มันไม่เป็นส่วนตัวและอาจจะมีคนอื่นว่ายรวมกับเราด้วย พี่ไม่อยากให้คนอื่นมองเคียว”
นายหัวบอกเสียงหงุดหงิด แค่คิดว่าจะมีใครมามองของสวย ๆ งาม ๆ ของเขาแค่นี้ก็อารมณ์จะขึ้นอีกแล้ว
“พี่ป่าอายคนอื่นหรือคะ”
ขวัญพรรษเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจ
“ไม่ใช่ เคียวสวยมาก ข้างบนยิ่งสวยใหญ่”
คำว่าข้างบนขวัญพรรษอาจจะไม่เข้าใจ ต้องมีภาพประกอบมือใหญ่ของนายหัวจึงยื่นไปลูบไล้อกอวบ ๆ นั้นเล่นอย่างเพลิดเพลินจนตาเริ่มปรอยด้วยเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาแทนที่
“งั้นก็ไปซิคะ เคียวอยากเรียนว่ายน้ำเต็มที่แล้ว”
ร่างบางจับมือของนายหัวแล้วดึงไปยังสระน้ำของโรงแรมทันที เมื่อไปถึงอย่างแรกที่นายหัวอยากทำคือลากหญิงสาวผู้นี้กลับทันที เพราะในสระตอนนี้มีหนุ่มต่างชาติอยู่คนหนึ่ง และคนนั้นก็กำลังมองมาที่ขวัญพรรษของเขา นายหัวหนุ่มรีบเดินเข้าไปโอบไหล่มนของหญิงสาวเอาไว้แน่น
“เป็นอะไรคะ”
“ห้ามมองผู้ชายอื่นนอกจากพี่คนเดียวเข้าใจมั้ย”
“วันนี้พี่ป่าเกเรมากรู้ตัวหรือเปล่า”
ขวัญพรรษบอกพร้อมกับใช้นิ้วชี้เคาะปากของชายหนุ่มเบา ๆ อย่างล้อเลียน ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ให้หญิงสาวจับขอบสระน้ำแล้วฝึกตีขา เมื่อตีขาชำนาญแล้วก็ให้เกาะลูกยางลอยตัวบนน้ำแล้วตีขาไปมาเรื่อย ๆ แต่ทุกอย่างอยู่ในความดูแลของพนาพรรษไม่ให้คลาดสายตา ก็จะให้คลาดได้อย่างไร ในเมื่อไอ้ฝรั่งนั่นยังมองไม่เลิก
“ทีนี่จับมือพี่แล้วตีขาตามมาเลยนะ”
ขวัญพรรษพยักหน้าแล้วปฏิบัติตาม ทุกอย่างเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเพียงไม่นานร่างบางก็สามารถว่ายน้ำเองได้แล้ว ลอยตัวในน้ำเองก็ได้ เหลือแต่เพียงอย่างเดียวที่ยังทำไม่ได้คือดำน้ำ แต่นั่นมันยังอีกไกล ถึงว่ายเป็นก็ใช่ว่าเธอจะว่ายแข็งเสียเมื่อไหร่กัน
“เก่งจังเลย นักเรียนคนนี้ของครูหัวไวมาก ต้องมีรางวัลให้ครูหน่อยแล้วที่สอนดี”
“รางวัลอะไรคะ”
ขวัญพรรษถามยิ้ม ๆ ทำไมเธอจะไม่รู้มีไม่กี่อย่างหรอกที่พนาพรรษอยากได้จากเธอ
“จูบหวาน ๆ”
“คนเยอะ”
“ไม่มีใครเขามองหรอก”
“ไม่เอา เคียวอาย เคียวติดไว้ก่อนแล้วกัน”
“ก็ได้ แต่ขอมัดจำก่อน”
พอจบคำว่ามัดจำเสร็จใบหน้าของชายหนุ่มก็ฉกเข้ากับแก้มขาว ๆ แต่หอมมาก ๆ ในความคิดของพนาพรรษ จนแก้มขาวกลายเป็นแก้มแดงไปแล้วในตอนนี้
“อ๊ะ...อ๊....จะสวีสกันไปถึงไหน แอบหนีมาว่ายน้ำกันสองคน ไม่บอกกันบ้างเลยนะ ไม่รู้หรือไงว่าอยากมีคนมาว่ายน้ำด้วย”
เสียงของต้นน้ำดังขึ้นมาพอดีกับที่ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอนหน้าออก เขาไม่มีอะไรที่ต้องปกปิดนี่
“ใช่ โมก็อยากว่ายน้ำด้วย เคียวไม่เห็นชวนบ้างเลย ใช่มั้ยวินนี่”
“ใช่ จะแอบหวีตกันสองคนหรืองัยยะหล่อน”
วินนี่กระโดดลงสระจนน้ำกระจายเรียกเสียงหัวเราะจากขวัญพรรษและพนาพรรษจนดังลั่น แล้วควาโกลาหลก็เกิดขึ้นยิ่งกว่าเด็กเล่นน้ำกันอีก จนสายตาของฝรั่งร่างสูงอีกคนที่นั่งมองหญิงสาวกับชายหนุ่มฝึกว่ายน้ำอยู่นานแล้วลุกขึ้นมานั่นจึงมองเห็นว่าคนที่กำลังเล่นน้ำด้วยกันอีกคนเป็นเพื่อนที่เขารู้รักดี และที่มาพักโรงแรมนี้ก็เพราะมันนี่แหล่ะ
“ไฮ...น้ำ”
ถึงหน้าจะฝรั่งแต่เขาก็ได้เลือดไทยมาจากแม่เต็มร้อย แม่ที่คอยฝึกพูดภาษาไทยกับเขาเพราะต้องย้ายไปอยู่อเมริกาแม่ของเขาเลยกลัวลูกพูดภาษาบ้านเกิดของแม่ไม่ได้ ถ้าวันไหนเขาเผลอไม่พูดไทยกับแม่ แม่ก็จะไม่พูดกับเขาทั้งวัน แม็กซิอุส วรรธิษณุ โอคาดินี่ หรือที่พ่อแม่ และเพื่อน ๆ เรียกกันว่า มาร์ค
“อ้าวมาร์ค มาเล่นน้ำเหมือนกันหรือ ลงมาซิ ฉันไม่ได้ว่ายแข่งกับแกนานแล้วลองสักตั้ง”
ร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งหลายเชื้อชาติ ทั้งสเปน แม็กซิโก อังกฤษ แล้วก็ไทย ซึ่งสามสายพันธุ์นั้นเป็นของพ่อและปู่เขาจึงมือชื่อตามปู่ แล้วก็ของแม่ สุดท้ายนามสกุลของพ่อ มาร์คกระโดดลงสระน้ำด้วยท่าที่สวยเรียกเสียงกรีดจากสาว ๆ สามคนที่กำลังมองอยู่จนคนที่เป็นนายหัวแห่งป่าหนาวต้องยกมือขึ้นมาปิดตาคุณหมอคนสวยทันทีด้วยความหมั่นไส้ที่อีกว่ามองไอ้ฝรั่งนั่นตาไม่กระพริบ
“อะไรกันพี่ป่า คุณมาร์คเขากระโดดน้ำสวยมาก หุ่นก็ดี มาปิดตาเคียวไม่ให้ดูของดีได้ไง”
หญิงสาวแหวออกไปเบา ๆ ใส่ชายหนุ่มจนนายหัวหน้างอบึ้งตึงขึ้นมาทันที
“อ้าวเดี๋ยวฉันจะแนะนำให้รู้จักทีละคน นี่โม หรือมนัญญา แฟนฉัน แล้วนี่ก็วิทวัส หรือวินนี่ สัตวแพทย์ที่นี่ยังไม่มีแฟนหรือถ้าแกสนติดต่อฉันได้ ส่วนคนสวย ๆ ที่แกมองตาไม่กระพริบนั่นชื่อ ขวัญพรรษ เหรือว่าเคียว ส่วนอีกคนชื่อพนาพรรษ หรือป่าเป็นเจ้าของรีสอร์ตที่นี่ครึ่งหนึ่ง แล้วก็เจ้าของฟาร์มมุก และที่สำคัญเขาปะ.....”
ต้นน้ำยังอธิบายไม่เสร็จนายหัวหนุ่มก็รีบพูดออกมาเสียก่อนให้อีกฝ่ายได้รับรู้
“เป็นแฟน และกำลังจะเป็นคู่หมั้นด้วย”
ขวัญพรรษถึงกับอ้าปากค้างกับคำตอบของอีกฝ่ายเพราะเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยเรื่องหมั้น
“พี่ป่า”
“อะไร ก็มันจริง”
“แต่เคียวไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
คำตอบนั้นทำให้ มาร์คถึงกับยิ้ม ความจริงเขาก็เสียดาหรอกนะ เห็นตั้งแต่ตอนเดินมาแล้วคนอะไรสวยชะมัด คิดแล้วก็ยังเสียดาย แค่แฟน แค่คู่หมั่น ไม่ใช่เมียสักหน่อย แต่มโนธรรมส่วนดีที่แม่คอยสอนไว้ก็ยังมีติดหัวอยู่บ้าง
“สวัสดีครับทุกคน ผม แม็กซิอุส มาร์ค โอคาดีนี่ หรือเรียกมาร์คอย่างที่ไอ้น้ำเรียกก็ได้ครับ”
“ว้าวคุณมาร์ดพูดไทยชัดมากเลยค่ะ”
ขวัญพรรษกล่าวชมอีกฝ่ายทันที
“คุณเคียวก็สวยมากครับ”
คุณหมอคนสวยถึงกับยิ้มเขิน ๆ เมื่อเจอคนชมแบบจัง ๆ แบบนี้
“อ้าวแล้วโมไม่สวยหรือคะ”
“สวยครับ แต่ไม่กล้าชม เดี๋ยวโดนไอ้น้ำมันชกเอา ดูมันมองหน้าผมสิ”
คำตอบของมาร์คเรียกเสียงหัวเราะของขวัญพรรษ วิทวัส มนัญญา และต้นน้ำได้เป็นอย่างดี มีเพียงคนเดียวที่ทำหน้าเหมือนไปกินรังแตน ก็ดูมันซิ มันว่าไม่กล้าชมโมเพราะกลัวไอ้น้ำชก แล้วเขาหล่ะมันไม่กลัวหรือไง ถึงได้กล้าชมเมียเขาว่าสวยต่อหน้าต่อตาผัวที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ มือบางของขวัญพรรษแอบจับมือของชายหนุ่มไว้ใต้น้ำแล้วหันมายิ้มให้เขา แค่นี้ความโกรธก็หายลงไปกว่าครึ่งแล้ว
“มาว่ายน้ำแข่งกันเถอะ ป่า มาออกกำลังกายกันสักหน่อย”
“ว่ายอย่างเดียวเหรอ ไม่มีของรางวัลหรือไง”
“คุณมารค์อยากได้อะไรคะ วินนี่หรือเปล่า ถ้าใช่ก็โอเคค่ะ ไม่ต้องแข่งก็โอเค”
มาร์คหัวเราะกับกิริยาน่ารัก ของอีกฝ่ายแล้วหันไปถามขวัญพรรษที่ลอยตัวเล่นน้ำอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น
“คุณเคียวว่าไงครับ”
“อาหารหนึ่งมื้อสำหรับคนแพ้ แต่ไม่เอาในโรงแรมนี้นะคะ ไปที่อื่น”
“ผมขอเพิ่มอีกอย่างได้หรือเปล่า คุณเคียวต้องนั่งรถไปกับผมถ้าผมชนะ”
ทุกคนอ้าปากค้าง ต้นน้ำถึงกับพูดไม่ออก ไอ้มาร์คมันบ้าหรือไง มันไม่รู้หรือว่าไอ้ป่าหวงคุณเคียวยิ่งกว่าอะไร ดูแค่ตอนนี้มันทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าไอ้มาร์คให้ตาย
“เอ่อ...อันนั้นต้องขึ้นอยู่กับพี่ป่าแล้วหล่ะค่ะ ว่าจะยอมแพ้หรือเปล่า”
หญิงสาวหันไปส่งกำลังใจพร้อมกับสายตาหวาน ๆ ให้ชายหนุ่มที่ยืนเครียดตะลึงกับข้อต่อรองของอีกฝ่าย
“แล้วถ้าผมชนะ คุณเลิกมองแฟนผมด้วยสายตาแบบนั้นด้วย เพราะผมหวง”
คำขาดของพนาพรรษเล่นเอาต้นน้ำหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ มีอย่างที่ไหนให้เลิกมองแฟนตัวเองแบบนั้น ไอ้ป่ามันเข้าขั้นหวงคุณเคียวมากจริง ๆ ด้วย
“โอเคครับ เริ่มเลย”
แล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้นด้วยความลุ้นระทึกของขวัญพรรษ ทำไมมาร์คต้องเอาเธอไปเป็นข้อต่อรองแบบนั้นด้วยนะ แล้วอีกคนนึงก็ยุขึ้นเสียด้วย การแข่งขันเริ่มกดดันขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมาร์คเริ่มนำในรอบที่สามเพราะแข่งกันทั้งหมดสี่รอบ ต้นน้ำกับพนาพรรษว่ายตามกันมาติด ๆ แต่แล้วพอรอบที่สี่ ขวัญพรรษแทบจะกระโดดตัวเมื่อคนที่เข้าเส้นชัยไปได้ไม่ใช่ใครก็พนาพรรษนั่นเอง เพราะเธอก็ไม่อยากนั่งรถไปกับคนอื่นหรอก
“ตายแล้วพี่น้ำมาท้ายสุดเลย โมเปลี่ยนใจไปชอบมาร์คดีกว่ามั้ยเนี่ย ขายหน้าจริง ๆ”
คำพูดล้อเลียนแบบนั้นทำให้ต้นน้ำตีน้ำใส่หน้ามนัญญาทันที
“ว๊าย...พี่น้ำขี้แพ้ชวนตีจริง ๆ เลย”
“ก็เรามันน่าให้ตีมั้ย ชมคนอื่นมากกว่าแฟนได้ไง เกิดพี่น้อยใจขึ้นมาจะทำไง”
“น้อยใจโมก็ง้อสิคะ มา..มา..ขึ้นมาค่ะ โมจะรอรับข้างบนนี้”
ร่างสูงของต้นน้ำว่ายไปหามนัญญาที่อยู่บนสระเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มส่งมือให้หญิงสาวดึงขึ้นจากน้ำ พอเดินมาได้ก็ก้มหน้าลงจูบปากบางช่างพูดนั้นเบา ๆ จนอีกฝ่ายร้องเสียงหลงเบา ๆ
“เรานี่มันเหลือเกินจริง ๆ ถ้ารางวัลเป็นโมนะ พี่ไม่ยอมแพ้แบบนี้หรอก”
“จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่แน่อาจยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่แข่งก็ได้”
ร่างของวินนี่ขึ้นมายืนรอมาร์คที่กำลังขึ้นน้ำมาพอดี
“มาร์คให้วินนี่ช่วยมั้ยค่ะ มามะ ไม่ต้องเสียใจนะคะเดี๋ยววินนี่ช่วยเอง”
มาร์คอมยิ้มกับกิริยาน่ารักของอีกฝ่าย ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นคนที่เขาปิ๊งเป็นคนแรกนะ ที่สำคัญดันมีเจ้าของเสียด้วย ดุอีกต่างหาก ไม่ยอมแพ้เขาง่าย ๆ เลย
“ไม่เป็นไรครับผมขึ้นได้”
วินนี่ถอนใจแล้วเดินงอนไปยืนอยู่ข้างมนัญญาที่ยิ้มกับท่าทีของเพื่อนหนุ่มหัวใจสาว
“อ้าวแล้วคู่นั่นจะแช่ เป็นกุ้งแช่น้ำปลาอีกนานแค่ไหนกันไม่ขึ้นเหรอ”
ต้นน้ำถามพนาพรรษทันที
“ฉันขอเล่นกับเคียวอีกพักนึงแล้วกัน พวกแกไปกันก่อน เจอกันสัก หกโมงที่หน้ารีสอร์ตแกแล้วกันนะ”
ชายหนุ่มบอกต้นน้ำพร้อมกับปรายตาไปมองไอ้ฝรั่งซึ่งตอนนี้มันก็ยังมองเมียเขาอยู่ไม่ว่างตา
“คุณมาร์ค อย่าลืมทำตามสัญญาด้วย”
มาร์คยิ้ม ๆ แล้วก็เดินกลับห้องพักไปพร้อมกับมนัญา ต้นน้ำ และวินนี่ สระน้ำในตอนนี้เหลือเพียงสองคนเท่านั้นเอง
“ทำไมไปพูดกับมาร์คแบบนั้นหล่ะคะ”
“แบบไหน ก็มันมองเมียพี่แบบนั้นจริง ๆ แล้วอีกอย่างเคียวยังมีโทษอยู่ ไปชมคนอื่นว่าหล่อต่อหน้าผัวตัวเองได้ไงพี่ไม่ชอบนะ”
น้ำเสียงหงุดหงิดของอีกฝ่ายทำให้ขวัญพรรษหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อเจออาการงอน หึง ในเวลาเดียวกัน เพราะไม่คิดว่าพนาพรรษจะอาการหนักขนาดนี้
“หัวเราะเข้าไปเดี๋ยวก็จุกอกตายกันพอดี”
“พี่ป่าหึงหรือค่ะ”
นายหัวหนุ่มก้มหน้าซ่อนสีหน้าที่เริ่มแดงขึ้นมาเล็กน้อยเพราะความเขินที่อีกฝ่ายจับได้ว่าเขามีอาการหึงหญิงสาวตรงหน้าจริง ๆ
“ใช่ หึงมาก หวงมากด้วย เคียวจะทนกับอาการแบบนี้ของพี่ได้หรือเปล่า”
“ไม่เห็นต้องทนเลย เพราะเคียวชอบ ถ้าพี่ป่ายังหึง ยังหวง แสดงว่าพี่ป่ารักเคียวมากใช่มั้ยคะ”
หญิงสาวช้อนมือขึ้นแนบแก้มนุ่มแต่สากนิด ๆ ของนายหัวหนุ่มพร้อมกับใล้หัวแม่มือไล้เบา ๆ บริเวณขอบปากล่างของอีกฝ่าย ดวงตาที่มองสบตากันอย่างลึกซึ้ง
“ที่สุดเลย”
แล้วริมฝีปากหนา ๆ ของชายหนุ่มก็แนบปิดปากของคุณหมอคนสวยทันทีอย่างนุ่มนวล อ่อนหวานสั่นสะท้านไปทั้งกาย จนขวัญพรรษยืนไม่ไหวมือหนา ๆ ของนายหัวก็ยกสะโพกเธอขึ้นมาพร้อมกับให้หญิงสาวเอาขาเกี่ยวเอวของเขาไว้แน่น
“พี่ป่าชักเกเรใหญ่แล้วนะคะ เดี๋ยวคนเห็น”
แต่ดูเหมือนคำร้องขอของขวัญพรรษจะไม่เป็นผลเสียแล้วเพราะใบหน้าคมเข้มไม่หยุดแค่นั้นกลับซุกลงซอกคอหอมละมุลของเธออย่างหลงไหล มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนเรียบที่ปราศจากเครื่องกีดขวางใด ๆ มีเพียงเชือกที่ผูกชุดว่ายน้ำไว้เพียงแค่นั้น มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพนาพรรษอีกต่อไปเมื่อมือนั้นแกะเชือกด้านหลังจนหลุดแล้วโยนไว้บนสระน้ำใกล้ ๆ นั่นเอง ปากหนาทำหน้าที่เรียกร้องตามความต้องการของร่างกาย ดื่มด่ำหาความหวานกับอกอวบนุ่มมือทันที ปลายลิ้นดูดดันยอดอกจนเป็นตุ่มไตชูช่อในอุ้งปากของเขา ขวัญพรราถึงกับผวาเฮือกใหญ่เมื่อมืออีกข้างบีบเคล้นไล้ตุ่มไตนั้นอย่างเพลิดเพลิน หญิงสาวกลั้นอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของชายหนุ่มอย่างสุดความสามารถ อารมณ์แบบนี้มันยังใหม่สำหรับเธอ ลำขาของคุณหมอคนสวยรัดเอวหนาแน่นยิ่งขึ้นเมื่อความหวาบหวามตีตื้นขึ้นมาจนไม่สามารถทัดทานได้
“เคียวจ๋า นี่คือบทลงโทษ วันหลังอย่ายิ้มหวาน ๆ แบบนั้นกับใครอีกยกเว้นพี่คนเดียว”
“พี่ป่าอ่ะ แกล้งเคียวแบบนี้ได้ไง เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นพี่ป่าจะเสียชื่อ ไม่ใช่เคียวหรอก”
“ไม่เป็นไร เพราะพี่ก็อยากให้คนอื่นรู้เหมือนกัน อย่างไอ้ฝรั่งนั่นเป็นต้น”
น้ำเสียงขึ้นจมูกนิด ๆ แสดงถึงความไม่พอใจหน่อย ๆ เมื่อต้องเอ่ยถึงไอ้ฝรั่งคนนั้น
“มาร์คเขาน่ารักออก”
“อยากโดนอีกชุดใช่มั้ยพูดแบบนี้”
“แต่ไม่มีใครน่ารักกว่าพี่ป่าของเคียวเด็ดขาด”
จบประโยคหวาน ๆ ของขวัญพรรษแล้วชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงไปเรียกร้องหาความหวานจากปากบางนั้นอีกรอบ แล้วรีบสวมชุดว่ายน้ำกลับให้หญิงสาวอย่างรวดเร็ว
“พูดแบบนี้ เราไปต่อกันให้ห้องเคียวแล้วกันนะ”
“บ้า พี่ป่าบ้า”
คุณหมอคนสวยทุบไหล่หนา ๆ นั้นหลายทีเพราะชายหนุ่มรีบอุ้มเธอขึ้นสระอย่างเร็ดเร็ว แล้วก็ต้องหน้าแดงเมื่อคิดว่านายหัวจะรีบไปไหน
.............................................................................



เอรินี
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 16 ก.ค. 2554, 00:19:06 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 16 ก.ค. 2554, 00:19:06 น.

จำนวนการเข้าชม : 1821





<< บทที่ 14-15   บทที่ 18 ของ ของใคร ใครก็ต้องหวง >>
ปลาวาฬสีน้ำเงิน 16 ก.ค. 2554, 01:22:29 น.
แหม... ตอนนี้หวาน จนมดมาเลย


anOO 18 ก.ค. 2554, 17:05:37 น.
สระว่ายน้ำ กลายเป็นน้ำเชื่อมเลยทีเีดียว


Auuuu 18 ก.ค. 2554, 18:21:19 น.
วี้ดวิ้ว กรี๊ดๆๆ เขินแทนเลย >////<


zeen 18 ก.ค. 2554, 19:12:50 น.
เขินแทนด้วยคนค่าาาาา


ปูสีน้ำเงิน 20 ก.ค. 2554, 00:43:17 น.
กลัวว่าตอนหน้าจะหวานไม่ออกอ่ะดิ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account