จันทร์หลงเงา
สาวไฮโซสุดสวยที่มีดีกรีเป็นถึงนักเรียนนอก แต่ต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านนอกเพราะแฟนตัวดีดันนอกใจ เธอหอบหัวใจช้ำๆ หวังกลับมาพักเยียวยารักษาแผลใจที่บ้านเกิด แต่อนิจาบ้านสวยในไร่กลับตกเป็นของคนอื่นไปแล้ว
Tags: วัยรุ่น

ตอน: ตอนที่ 3

บทที่ 3
ผ่านไปหลายวัน ปลายดาวก็เอาแต่นั่งๆ นอนๆ เหมือนคนไร้จุดหมาย สิรินภากลับมาจากทำงานที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด มองเพื่อนก็นึกสงสัยว่าทำไมเพื่อนถึงไม่ยอมกลับฝรั่งเศสทั้งที่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว บางทีการที่อยู่ๆ เธอก็กลับเมืองไทยกะทันหันอาจมีเหตุผลมากกว่าที่เธอเคยบอกไว้ ว่าแค่รู้สึกเบื่อๆ เพราะตั้งแต่ปลายดาวไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสเธอก็กลับมาแค่ครั้งเดียวตอนงานศพแม่ของเธอ แล้วก็ไม่เคยกลับมาอีกเลย
“แกอยากจะเล่าอะไรที่ฝรั่งเศสมั้ยยัยนาว”
ปลายดาวแสร้งนอนกระดิกเท้าทำเป็นหูทวนลม หยิบขนมใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อยเพื่อกลบเกลื่อน เธอรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงแต่เธอก็ยังรู้สึกว่าไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่โน่น เพราะเธอไม่อยากนึกถึงมัน อยากจะลืมๆ มันไป แต่ก็ทำไม่ได้เสียที บ่อยครั้งที่เธอแอบร้องไห้คนเดียวตอนกลางคืน เธอยังลืมผู้ชายคนนั้นไม่ได้ และเธอก็เจ็บปวดที่พี่สาวคนเดียวทอดทิ้งเธอไป
สิรินภารู้ทันทีว่าเพื่อนยังไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอจึงเปลี่ยนเรื่องในทันที “ระวังจะอ้วนเป็นหมูตอน อย่าหาว่าไม่เตือนสวยก็สวยเถอะ ถ้าลองอ้วนขึ้นมาก็หมดราคาเหมือนกัน”
ปลายดาวนั่งเฉยคล้ายเอาหูทวนลมกินขนมจนหมดห่อ ก่อนจะหันไปคว้าช็อกโกแลตมากินต่ออย่างแสนสุข แต่ก็สุขได้ไม่นานจู่ๆ ฟันซี่ที่เคยผุก็สำแดงฤทธิ์ขึ้นมา เธอพยามไม่สนใจเพราะเธอเกลียดทุกกิจกรรมในการรักษามัน ไม่ว่าจะเป็นอุด ขัด และที่ร้ายที่สุดคือการถอน เธอยังจำช่วงเวลาในวัยเด็กตอนที่เธอโดนหมอสองสามคนรุมฉีดยาชาได้ นั่นล่ะช่างเป็นความทรงจำที่ร้ายกาจสำหรับเธอจริงๆ
“ทำหน้าเหมือนคนปวดฟัน” สิรินภาร้องทักเมื่อเห็นอาการของเพื่อน
“นิดๆ น่ะ” ปลายดาวซ้ำช็อกโกแลตอีกคำคราวนี้ร้องโอยน้ำตาร่วงเผาะ
“ไม่นิดแล้วมั้งแก ไปหาหมอเหอะ เดี๋ยวฉันจะนัดคิวไว้ให้จะได้ไม่ต้องไปรอคิวแต่เช้ามืด”
แต่ปลายดาวก็โยกโย้ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั้งเธอแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจรับรู้มันไม่ได้อีก เพราะตอนนี้เธอเคี้ยวอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ยามขนแปรงสีฟันหนานุ่มไปสัมผัสเข้านิดเดียว เธอก็รู้สึกเสียวจี๊ดขึ้นมา เมื่อกินอะไรไม่ได้นั่นล่ะเธอจึงเริ่มเดือดร้อน
“เป็นไงในที่สุดก็เลิกดื้อเสียที” สิรินภาบ่นขณะพาเพื่อนมาส่งที่หน้าห้องหมอฟัน
“แกก็รู้ฉันกลัวหมอ…ฟัน! ”
“หมอฟันย่ะ ไม่ใช่ หมออออ…ฟัน! มุกแป้กมากเท่าที่เคยได้ยินมาเลย”
“โธ่! ว่าแต่แกเข้าไปเป็นเพื่อนตอนฉันตรวจไม่ได้เหรอ” ปลายดาวทำเสียงออดอ้อน
“แกจะบ้าเหรอ โตแล้วนะไม่ใช่เด็กสามขวบเขาไม่ให้เข้าไปหรอก อีกอย่างฉันต้องเข้าเวรแล้ว”
ปลายดาวทำหน้าละห้อย “ใจร้าย”
“โยเยไม่เคยเปลี่ยน ไปอยู่ยันเมืองนอกเมืองนาไม่โตสักที ส่งแกแค่นี้แหละฉันต้องไปแล้ว” สิรินภานิ้วหน้า “จะกลับเมื่อไหร่ก็โทรหาแล้วกัน เดี๋ยวฉันให้พี่หนึ่งมารับ”
หลังจากรอคิวอยู่สองชั่วโมง เธอก็ยังต้องอ้าปากค้างให้หมออุดฟันจนกรามแทบค้าง ปลายดาวนึกบ่นในใจชีวิตทำไมมันต้องซวยซับซวยซ้อนพร้อมกันหลายๆ เรื่องนักก็ไม่รู้ สงสัยคงต้องไปทำบุญกรวดน้ำเข้าวัดบ้างเผื่ออะไรมันจะได้ดีขึ้น
ปลายดาวเดินกลับจากแผนกทันตกรรมมาหยุดอยู่ที่หน้าตึกอำนวยการ ก่อนจะหมุนๆ หาทิศทางไปห้องน้ำเพราะรู้สึกพะอืดพะอม เธอแหงนหน้าเดินมองตามป้ายลูกศรด้านบน ทำให้ชนคนที่เดินผ่านมาเข้าอย่างจัง ถุงยาของอีกฝ่ายตกกระจายตามพื้นเธอรีบกล่าวคำขอโทษ แล้วก้มลงไปช่วยเก็บซองยาใส่ถุงดังเดิม
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันไม่ทันได้มอง”
“ไม่เป็นไร” อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน คล้ายกำลังหนีใครมา
ปลายดาวเอ๊ะใจรู้สึกเหมือนคุ้นๆ เสียงนี้ที่ไหน เธอเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่กำลังก้มเก็บซองยาห่อสุดท้ายยัดใส่ถุงอย่างรีบเร่งโดยที่ไม่ทันได้มองเธอ
“คุณ!” หญิงสาวร้องทัก “เป็นโรคร้ายเหรอทำไมยาเยอะจัง”
ชายหนุ่มเงยหน้ามองเมื่อมีคนทัก แต่พอรู้ว่าเป็นปลายดาวเขาก็ได้แต่หัวเราะในใจกับคำทักทายของเธอ ที่เหมือนจะแช่งกันเสียมากกว่า
“โรคนะไม่ร้ายหรอก แต่ผมอ่ะโชคร้ายที่เจอคุณ”
“ฉันไปทำอะไรให้หนักหนาไม่ทราบ” ปลายดาวหน้าบูด ผู้ชายอะไรยิ่งเจอยิ่งปากจัด
“นี่ไง” ปรานต์ชี้ไปที่แผลตัวเอง “อักเสบ ติดเชื้อ ฝีมือใครล่ะ โชคร้ายมั้ย”
“ใครจะสน ไม่ใช่เรื่องของฉันสักหน่อย” เธอทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
“ผมก็ว่างั้น” ปรานต์เหนื่อยใจที่จะเอาเรื่องกับคนที่ไม่รู้สึกผิด แต่จริงๆ แล้วเขากลับไม่รู้ว่าที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดขอโทษเพราะเธอไม่อยากรู้สึกผิด ทั้งๆ ที่เธอก็ผิดจริงๆ นั่นล่ะ
“ฉันขอโทษก็ได้” ปลายดาวเสียงขุ่น
“คุณว่าอะไรนะ”
ปลายดาวถอนหายใจรู้สึกว่าเขากำลังยั่วประสาทเธออยู่แน่ๆ อยู่ใกล้แค่นี้จะไม่ได้ยินที่เธอพูดได้ยังไง “ฉันก็บอกว่าขอโทษไง โอเคร๊ รู้เรื่องม่ะ”
“โหคุณ นี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์สำนึกผิดช้าไปหรือเปล่าครับ”
“เยอะ! ขอโทษแล้วก็จบดิ” เธอเริ่มฮึดฮัดจริงๆ
“โคตรจริงใจเลยคุณ”
“ปรานต์ อยู่นั่นเอง” ปรานต์ทำท่าตกใจ หันไปมองต้นเสียงที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดิน เหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหายไปอีก
“ผมมีเรื่องให้คุณช่วยหน่อย”
จู่ๆ ปรานต์ก็โอบไหล่ปลายดาวหน้าตาเฉย
“ทำอะไรของคุณเนี่ย” ปลายดาวหันไปมองคนตัวสูงเลิกลั่ก
“เงียบน่า แค่ยืนนิ่งๆ ปั้นหน้าสวยๆ ก็พอ” ปรานต์กระชับโอบไหล่แน่นขึ้นเมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาไกล “นี่มันอะไรกันคะปรานต์ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมต้องโอบไหล่กันด้วย”
“คนนี้น่ะเหรอ…” ปรานต์ย้อนถามเหมือนพยายามจะนึกให้ออกว่าฉันสมควรจะเป็นอะไรกับเขาดี “อ๋อ! ก็ผู้หญิงที่ผมกำลังจะแต่งงานด้วยในเร็วๆ นี้ไง”
“แต่งงาน! ”
“ใช่! ” ปรานต์ย้ำชัดพลางกระพริบตาข้างเดียวให้ปลายดาวเป็นเชิงให้อยู่เฉยไว้ก่อนอย่าเพิ่งกระโตกกระตากไป ก่อนจะหันกลับไปยังหญิงสาวอีกคน“และเรื่องระหว่างเราควรจบลงสักที…แก้วใส”
คำปฏิเสธแทบจะนับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ทำให้แก้วใสหน้าชาทุกครั้งที่ได้ยิน
“แก้วใสไม่เชื่อว่าปรานต์จะแต่งงานจริงๆ จนกว่าแก้วใสจะเห็นปรานต์สวมชุดเจ้าบ่าว แล้วมีผู้หญิงคนนี้สวมชุดเจ้าสาวเคียงข้าง”
“ครั้งนี้คุณได้เห็นแน่แก้วใส”
ปลายดาวแอบนึกสงสารแก้วใสในใจหมอนี่ก็ใจดำปากร้ายหน้าตายเหมือนกันนะเนี่ย คิดกะชิ่งผู้หญิงอีกคน โดยใช้เธอเป็นข้ออ้างงั้นเหรอ มุกเก่ามากเธอนึกอยากจะแก้เผ็ดแต่ก็คิดขึ้นได้ว่าทำเขาเย็บไปหลายเข็ม แถมผ่านไปเป็นอาทิตย์แผลเขากลับติดเชื้อไม่ยอมหายอีก ก็เลยต้องจำยอมนึกเสียว่าเป็นการไถ่โทษ
“ไม่ว่าปรานต์จะพูดยังไงหรือจะทำอะไร แก้วใสขอ
บอกปรานต์ไว้ตรงนี้ ปรานต์อาจเสียสละทุกอย่างให้ปริณจนเคยชินจนไม่รู้สึกอะไร แต่แก้วใสเป็นคนมีหัวใจไม่ใช่สิ่งของที่ปรานต์จะคอยยกให้น้องชายตามใจแม่อยู่ร่ำไป”
“ผมไม่ได้ปฏิเสธคุณเพราะคิดหลีกทางให้ปริณ แต่เป็นเพราะผมไม่ได้รักคุณแล้วตากหากแก้วใส คุณฟังผมชัดๆ นะ ว่าผมกำลังจะแต่งงาน และเรื่องระหว่างเราควรจบลงสักที นี่คือความจริงที่ผมพยายามบอกคุณมานานแต่คุณไม่เคยรับฟังมันแม้แต่ครั้งเดียว”
จริงอยู่ที่หลายต่อหลายครั้งปรานต์จะคอยเฝ้าบอกเธอว่าเขาไม่รักเธอแล้ว เหตุผลเพราะเขาเจอผู้หญิงคนใหม่ เธอไม่เคยเชื่อคำที่ปรานต์พูดสักครั้ง เธอคิดมาตลอดว่าการที่ปรานต์ปฏิเสธเธอเป็นเพราะปริณน้องชายต่างบิดา
ปรางค์นภาแม่ของปรานต์ เธอเคยทำงานเป็นเลขาส่วนตัวให้กับเกริกภูมิ สิลานนท์ เจ้าของบริษัท เอส.จี.คาร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้ารถยนต์อิสระจากต่างประเทศ โดยเน้นจำหน่ายรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศระดับหรู และ รถยนต์สปอร์ตในระดับซูเปอร์คาร์ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งสามีเก่า และหอบลูกชายวัยสองขวบเพื่อมาใช้ชีวิตเป็นคุณนายของบ้านสิลานนท์ ปรางค์นภามีลูกใหม่กับเกริกภูมิ สองคนคือ ปริณ และปริณดา เธอรักและเถิดทูลสามีและลูกใหม่ของเธอมาก ไม่ว่าจะเรื่องอะไรที่ปริณ และปริณดา ต้องการปรางค์นภาจะคอยบังคับให้ปรานต์ที่เป็นเหมือนพี่คนโตต้องคอยเสียสละให้ทั้งคู่อยู่เสมอ แม้แต่เรื่องของหัวใจปรานต์ยังต้องยอมตัดใจจากผู้หญิงที่เขาเคยชอบ และทิ้งทุกอย่างเพื่อหลีกทางให้ปริณด้วยการย้ายมาอยู่ต่างจังหวัด
แต่วันนี้มันย้ำว่าแท้ที่จริงแล้วปรานต์มีผู้หญิงคนอื่นจริงๆ ถึงขั้นจะแต่งงานด้วย วันนี้ร้องไห้เสียใจจะโทษใครคงต้องโทษตัวเองที่มองปรานต์ดีเกินไป แต่ถึงอย่างไรแก้วใสก็รักปรานต์มากกว่าจะเสียเขาให้ใครถ้าการหลอกตัวเองต่อไปจะช่วยให้เธอยังมีเขาอยู่เธอก็ยินดีทำ ตราบใดที่พิธีสมรสยังไม่เกิด เธอก็มีสิทธิ์จะเชื่อว่าปรานต์ยังรักเธอแต่เขาต้องการหลีกทางให้ปริณน้องชายต่างบิดา
“ถ้าปรานต์กล้าแต่งานกับผู้หญิงคนนี้จริง แก้วใสก็จะยอมเชื่อว่าปรานต์หมดรักแก้วใสแล้ว”
“ปล่อยเถอะ จะกอดไปถึงไหนไม่ทราบ แม่แก้วใสอะไรนั่นเดินน้ำตาคลอไปโน่นแล้ว” ปลายดาวปัดมืออีกฝ่ายออกจากการเกาะกุม “เล่นแต่งเรื่องซะรัดตัวขนาดนั้นที่นี้จะทำยังไง”
“ผมก็ไม่ทันคิด แต่ตอนนี้คงต้องคิดจริงๆ ” ปรานต์พูดเสียงเรียบพยายามเก็บความรู้สึกไว้ข้างใน
“เชิญคุณคิดคนเดียวตามสบายฉันจะไปแล้ว เอาเป็นว่าวันนี้การที่ฉันยืนเงียบๆ ให้คุณเตะอั๋งฟรี แถมยังใช้ฉันเป็นเครื่องมือทำร้ายจิตใจผู้หญิงอีกคนจะด้วยเหตุผลร้อยแปดอะไรก็ตาม ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่ฉันทำคุณเจ็บตัวแล้วก็แผลติดเชื้อเพราะใช้คุณเป็นเหยื่อล่อเจ้าถังเบียร์ เพราะฉะนั้นจบนะ ไปแหละ บ๊ายบาย…”
ปลายดาวโบกมือลาก่อนจะเดินจากไปแต่ต้องชะงักเมื่อปรานต์พูดบางอย่างลอยลมตามหลังเธอมา
“คุณอยากได้บ้านหลังนั้นคืนมั้ย”
ปลายดาวยังคงไม่หันกลับเธอได้แต่นึกยิ้มในใจ พลอตน้ำเน่าเดิมๆ ก่อนจะก้าวเดินต่อไป
“ถ้าคุณยอมแต่งงานหลอกๆ ผมจะยกบ้านหลังนั้นให้คุณ” คราวนี้ปรานต์พูดพร้อมๆ กับเดินไปดักหน้าปลายดาวไว้
“นี่มันชีวิตจริงนะคุณ ไม่ใช่ในนิยายที่เจอกันไม่กี่วันก็ตกลงแต่งงานเพื่อผลประโยชน์โดยปราศจากความรักอย่างง่ายดาย แล้วอยู่ๆ กันไปก็รักกันแทบจะกลืนกิน ฉันจะบอกอะไรให้นะถ้าคุณคิดจะแต่งงานหลอกๆ เพื่อปฏิเสธผู้หญิงอีกคนฉันแนะนำให้ไปหาคนอื่น…โอเคร๊!”
“แต่ผมบอกแก้วใสไปแล้วว่าจะแต่งงานกับคุณ”
ปลายดาวถอนใจ พูดขนาดนี้เขาก็ยังไม่เปลี่ยนใจ…
“นั่นมันปัญหาของคุณ ฉันต้องกลับแล้ว”
“ทางเดียวกันไปด้วยกันมั้ย”
“ไม่! ขอบคุณ ฉันกลับเองได้” ปลายดาวว่าจบพลางจะเดินหนี แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
“โอเคไม่แต่งก็ไม่แต่งผมไม่มีสิทธิ์บังคับคุณอยู่แล้ว แต่ยังไงวันนี้ขอตอบแทนที่อุตสาห์ยืนนิ่งๆ ไม่ฟาดหน้าให้ผมเย็บเพิ่มอีกแผลตอนที่ผมโอบไหล่คุณ ด้วยการไปส่งที่บ้านเพื่อนคุณนะ เพราะยังไงผมก็ต้องผ่านอยู่แล้ว”
“จะไปส่งเนี่ยมีรถเหรอ ครั้งแรกที่เจอยังเห็นห้อยโหนเป็นสไปเดอร์แมนอยู่บนหลังคารถสองแถวอยู่เลย”
“คุณจำได้! ” ปรานต์นึกแปลกใจ
“ทำเสียงเป็นวาระแห่งชาติไปได้ ฉันจำได้แล้วมันแปลกตรงไหน”
“ก็คุณไม่เคยพูดถึง”
“วันนี้ก็พูดแล้วนี่” ปลายดาวย้อนตาใส
“โอเคๆ ยอม คุณนี่ใช้ได้จริงๆ วันนั้นพอดีรุ่นน้องที่ทำงานขอยืมรถพาสาวไปออกเดท ผมก็เลยต้องนั่งรถเมล์กลับบ้านก็ไม่คิดจะเป็นต้นเหตุให้ได้เจอกัน ในเมื่อมีบุพเพอาราวาดแล้วก็ให้ผมไปส่งนะ”
ปลายดาวเหนื่อยใจที่จะปฏิเสธ เพราะดูท่าแล้วผู้ชายคนนี้ถ้าตั้งใจจะทำอะไรก็จะทำให้ได้เสียด้วยสิ...





หมูโกโก้
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 25 ต.ค. 2558, 20:25:39 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 19 ก.ค. 2559, 14:25:43 น.

จำนวนการเข้าชม : 861





<< ตอนที่ 2   ตอนที่ 4 >>
ปลาวาฬสีน้ำเงิน 25 ต.ค. 2558, 21:54:11 น.
การเดินเรื่องน่าสนใจ แต่คำสะกดผิด เยอะมากเลยค่ะ อ่านแล้วขัดใจ ไม่ค่อยได้อรรถรส .. แต่เป็นกำลังใจให้นะคะ


หมูโกโก้ 26 ต.ค. 2558, 12:06:52 น.
ขอโทษจริงๆ เข้าใจเลยเวลาที่ต้องพยายามทำความเข้าใจกับคำสะกดผิด แฮๆ สงสัยจะรีบไปหน่อย ครั้งหน้าจะวานให้น้องตรวจทานก่อนลงเว็บนะคะ...ขอบคุณค่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account