เสน่ห์รักคล้องใจ

Tags: แต่งงาน,คลุมถุงชน,พ่อแง่แม่งอน

ตอน: ตอนที่ 10

สวัสดีค่ะนักอ่านเว็บเลิฟทุกท่าน^^ รีบมาส่งนิยายแต่เช้าเพราะต้องรีบไปเคลียร์งานต่อ ตอนหลัง ๆ เริ่มเขียนสดและอาจจะไม่ได้เกลาเนื้อหา หากมีอะไรจะทักท้วงและติติงก็ทักมาได้นะคะ ^__^



เสน่ห์รักคล้องใจ ตอน 10

เสียงเพลงอคูสติกดังมาจากที่ไหนสักแห่งให้ได้ยินเบาๆ ปลุกคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงใหญ่ปรือตาตื่นขึ้น พิชชาภาดึงผ้าห่มให้พ้นกายแล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง กุมศีรษะและนวดให้คลายจากอาการปวดหัวเพราะนอนหลับมากไป เธอยกแขนดูเวลาที่ข้อมือก็ต้องตาโตตกใจเมื่อเห็นว่าเธอนอนหลับเป็นตายตั้งแต่บ่ายจนตอนนี้เกือบสองทุ่มเข้าไปแล้ว

หญิงสาวรีบลุกขึ้นพับผ้าห่ม จัดหมอนจนเรียบร้อย เดินไปส่องกระจกสำรวจสภาพตัวเองที่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วปิดไฟปิดแอร์เดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ของอัศวิน

“อ้าวแพร ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ” อัศวินทักด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินตรงเข้ามาหา

“แพรขอโทษนะคะที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวจนดึกป่านนี้”

“ขอโทษทำไมกัน แค่นี้เอง นี่พี่ก็กำลังรอแพรตื่นจะได้ออกไปหาอะไรกินด้วยกัน”

“อย่าดีกว่าค่ะ แค่นี้แพรก็รบกวนพี่วินจะแย่แล้ว”

อัศวินใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากหญิงสาว “อย่าพูดอะไรเกรงใจแบบนี้อีกนะ เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วรู้ไหม” พูดเสร็จก็ก้มจูบหน้าผากมนเบา ๆ จนพิชชาภาที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับหน้าร้อนผ่าว ผิดกับอัศวินที่เขาช่างทำให้มันดูเป็นธรรมชาติไม่มีความขวยเขินใด ๆ แม้แต่น้อย

“เดี๋ยวพี่เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเดียว แล้วเดี๋ยวเราออกไปดินเนอร์กัน แพรเลือกเลยนะว่าอยากกินอะไร” ยิ้มบอกแล้วเดินตรงไปยังห้องนอน

พิชชาภาอ้าปากค้างยังไม่ทันจะพูดทักท้วง เธอจึงได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างเขาไปแล้วก็ต้องเผลอยิ้มพลางถอนหายใจอย่างเป็นสุข เธอเดินไปนั่งรอเขาที่โซฟา บีบนวดไหล่และต้นคอให้หายเมื่อย แล้วนั่งมองรอบห้องไปเรื่อยเปื่อยรอจนกว่าเขาจะแต่งตัวเสร็จ

วันนี้หลังจากที่เขาขับรถไปรับเธอที่ปั๊บน้ำมันนั่นแล้วเขาก็พาเธอมารอที่ห้องในโรงแรมของเขาพร้อมกับให้เหตุผลง่าย ๆ ว่ายังไม่อยากให้เธอกลับบ้านตอนนี้เนื่องจากเป็นห่วงสวัสดิภาพของเธอ และยังไม่ทันที่เธอจะตอบตกลง เขาก็จัดการโทรหาครอบครัวเธอบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสร็จสรรพ แถมขออนุญาติจัดการให้เธอมีคนคอยติดตามโดยหลังจากนี้ให้ชานนท์บอร์ดี้การ์ดของเขามาคอยดูแลเธอจนกว่างานแต่งงานจะจัดขึ้น

ยังไม่พอ เขายังเร่งมีการจัดงานหมั้นและงานแต่งงานให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันจะได้ดูแลกันง่ายขึ้น ที่หนักสุด คือจ้างนักสืบคอยตามดูพฤติกรรมของอนุภัทรเผื่อว่าจะหาเรื่องคอยตามรังควาญเธออีก

ทุกอย่างที่เขาคิดเขาทำ ไม่มีการปรึกษาอะไรกับเธอก่อนทั้งสิ้น แน่นอนว่าเธอไม่ชอบให้ใครมาบงการคอยจัดแจงนู่นนี่ให้ แต่พอเป็นอัศวินแล้ว ทุกอย่างที่เขาทำ เธอกลับรู้สึกเป็นสุขใจ เพราะเหมือนเธอได้รับการเอาใจใส่ ปกป้อง เหมือนเธอเป็นของสำคัญที่เขาอยากดูแลให้ดีที่สุด

พิชชาภาคลี่ยิ้ม ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนเดียวที่มีอิทธิพลต่อเธอตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก ทำให้เธอเป็นคนที่ทั้งเคยแอบรัก ทั้งเคยจงเกลียดจงชัง และตอนนี้ก็กลับมาทำให้เธอรักจนหมดหัวใจ แค่คิดถึงเขา...หัวใจเธอก็เต็มไปด้วยความสดชื่นเบิกบานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่จ๊ะ กำลังคิดถึงพี่หรือเปล่า หืมม์” อัศวินที่เพิ่งเดินออกมาในชุดลำลอง เอ่ยแซว

พิชชาภาหัวเราะแก้เขิน “เปล่าสักหน่อย พี่วินขี่ตู่”

“ก็พี่เห็นหนิ มองรูปพี่แล้วยิ้มไม่หุบเลย” เขามองไปที่กรอบรูปภาพตัวเองตรงชั้นวางข้างทีวี

“เอ่อ...” พิชชาภาไปไม่เป็น เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง “รีบไปหาอะไรกินกันเถอะค่ะ แพรหิวแล้ว”

อัศวินหัวเราะชอบใจ “โอเคจ้ะ งั้นไปกัน” เขาคว้ามือเธอลุกขึ้นยืน

“อ้อ...เมื่อกี๊พี่คุยกับแม่พี่ สรุปว่าจะจัดงานหมั้นและงานแต่งพร้อมกันเลย แพรโอเคนะ”

นั่นปะไร เธอคิดในใจพลางแกล้งตีหน้าซื่อ “แล้วที่ตกลงกันไว้ว่าเราจะหมั้นกันไว้ก่อนแล้วถ้าเราสองคนเข้ากันได้ดีค่อยแต่งงานล่ะคะ” เธอแกล้งถามไปอย่างนั้นเพราะใจจริงแล้วต่อให้แต่งช้าหรือเร็วเธอก็ยอมตกลงอยู่ดี เพราะเธอเชื่อในความรู้สึกตนเอง ว่าเธอดูเขาไม่ผิด

อัศวินคว้ามือทั้งสองข้างของเธอมากุมไว้ “ขนาดนี้แล้วยังไม่ไว้ใจพี่อีกเหรอ ไม่เชื่อใจพี่ใช่ไหมว่าพี่จริงใจต่อแพร”

“แล้วที่ผ่านมา ตั้งแต่เราปรับความเข้าใจกัน เราเข้ากันไม่ได้ตรงไหน? ออกจะเข้ากันดี” น้ำเสียงมั่นใจเต็มที่

พิชชาภาอมยิ้ม “ค่ะเราเข้ากันดี แต่เวลาแค่ไม่นานมันพิสูจน์อะไรไม่ได้หรอกนะคะ”

“แล้วอย่างวันนี้ล่ะ ถ้าพี่ไม่ห่วงไม่แคร์แพรจริง พี่คงไม่โทรตามแพรเป็นบ้าเป็นหลัง แล้วก็คงไม่รีบตามไปรับแพรทันทีที่ได้ยินแพรร้องไห้ในโทรศัพท์หรอกนะ แล้วที่พี่เร่งงานแต่งให้เร็วขึ้น ก็เพื่อตัวของแพรเองทั้งนั้น เพราะยิ่งเราแต่งงานกันเร็วเท่าไร แพรก็ไม่ต้องกลัวว่าแฟนเก่าแพรจะมาตอแยอีก ระหว่างนี้พี่ก็จ้างนักสืบให้คอยจับตาดูนายภัทรอะไรนั่นเพื่อป้องกันไม่ให้มันมารังแกแพรได้ ทั้งหวงทั้งห่วงแบบนี้ แพรจะยังสงสัยอะไรในตัวพี่อีกเหรอ” เขาพูดยาวเหยียดหวังว่าหญิงสาวตรงหน้าจะใจอ่อนเสียที พอเห็นเธอจะทำท่าอ้าปากจะค้าน เขาก็รีบชิงพูดตัดหน้า

“เอาเถอะ ๆ แพรยังไม่ไว้ใจพี่ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องเร่งวันแต่งงาน ยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้แพรปฎิเสธพี่แน่” เขาสบตาของเธอมั่น พลางเชยคางบอบบางขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่เขาจะได้มองเธอถนัดถนี่

“และจนกว่าจะถึงวันแต่งงานของเรา พี่จะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจที่พี่มีต่อแพร จนแพรเลิกข้องใจและหมดข้อสงสัยในตัวพี่ จนยอมเต็มใจแต่งงานและเลิกแย้งอะไรเรื่องนี้สักที” เขาหยิกแก้มเธอเบา ๆ ด้วยความรักใคร่เอ็นดู

หัวใจพิชชาภาฟูฟ่องพองคับอก แก้มร้อนผ่าวเขินอายกับคำพูดเปิดใจของเขา ยิ่งเขามีทีท่าหยอกล้อเป็นกันเองกับเธอมากเท่าไร มันก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเผลอไผลอยากโอนอ่อนยินยอมแสดงความรักความห่วงใยกับอัศวินเหมือนที่เขาทำกับเธอมากเท่านั้น

แต่อีกใจก็ยังอยากแบ่งรับแบ่งสู้ไม่อยากให้อัศวินรู้ว่าเธอรักเขาหมดใจง่ายดายแค่ไหน เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เธอและเขาคบกันหลังจากที่เพิ่งจะเลิกกับแฟนเก่าได้ไม่นาน หากแสดงความรักความเชื่อใจให้เขาเห็นเร็วเกินไป เธออาจจะถูกเขามองว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายรักใครก็ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งนั่นมันไม่จริงเลยสักนิด เป็นเพราะเธอฝังใจรักเขามาตั้งแต่สมัยเรียนต่างหาก

เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจเธอผิด เธอจะพยายามเว้นระยะห่างไม่แสดงความใกล้ชิดเกินไปนัก เมื่อไรที่เขาแสดงทีท่าว่าเขารักเธอจริง ๆ และเวลาเหมาะสมดีแล้ว เธอจะทำให้เขารู้ว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งปักใจมั่นรักผู้ชายที่เป็นดั่งรักครั้งแรกของเธอมานานนั้น จะมีความรักมากมายมอบให้เขาได้ขนาดไหน

“ตกลงว่าพี่จะเลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้นนะ พี่คุยกับแม่ไว้เร็วสุดอยากให้เป็นอีกสองเดือนหน้า เพราะพี่จะได้พอมีเวลาเตรียมงานแต่งให้เพอร์เฟคที่สุด เอาให้อลังการที่สุดเพื่อไม่ให้แพรน้อยหน้าใคร” อัศวินบอกเอาใจเพื่อให้เธอไม่ปฎิเสธเขาอีก

พิชชาภายิ้มกลั้วหัวเราะ “พี่วินจะเลื่อนให้เร็วขึ้นหรือจะให้ช้าลงก็แล้วแต่พี่วินเถอะค่ะ แล้วก็ไม่ต้องจัดใหญ่โตมากนักหรอกนะคะ สิ้นเปลืองเปล่า ๆ” เธอหยุดพูดนิดนึง ก่อนจะแกล้งมองเขาด้วยสายตาท้าทาย

“อีกอย่าง...พี่วินแน่ใจแล้วเหรอคะว่าก่อนจะถึงวันแต่งงานพี่วินจะทำให้แพรเชื่อใจได้เต็มร้อยจริง ๆ จนยอมแต่งงานด้วย”

“อะฮ้า...นี่แพรขู่พี่เหรอ” อัศวินหรี่ตามอง กระตุกปากยิ้มเจ้าเล่ห์ ยกนิ้วชี้ส่ายไปมาตรงหน้าหญิงสาวพลางสาวเท้าเข้าไปใกล้ประชิดตัวจนพิชชาภาต้องก้าวถอยหลังหนี

“ขู่พี่แบบนี้ไม่ดีน๊า....เพราะพี่จะฮึดสู้ไม่ยอมเลิกราเอาง่าย ๆ” พูดเสร็จ เขาก็คว้าเอวเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ก้มหน้าที่มีรอยหยักยิ้มหวานบาดใจเข้าไปใกล้ใบหน้าพิชชาภาทีละนิด ๆ

เธอรีบใช้สองมือยันอกเขาเอาไว้ ถอยหน้าตนเองออกห่างแล้วร้องบอก “พี่วินหนิ ไม่เล่นอย่างนี้สิคะ”

อัศวินหัวเราะหึ “เล่นอะไรจ๊ะ คนอย่างพี่ทำอะไรทำจริง ไม่เคยเล่น ๆ นะจะบอกให้” คราวนี้เขาเอียงคอเล็กน้อยเพียงเพื่อให้ริมฝีปากได้เข้าไปใกล้กับเธออีกนิด

พิชชาภาใจเต้นแรงตึกตักเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอัศวินใกล้ ๆ มือไม้เริ่มอ่อนแรง แข้งขาเริ่มยืนไม่อยู่ เธอหลับตาปี๋เมื่อจมูกเขาชนกับจมูกเธอ “พี่วินนน ไม่เอานะ!”

เสียงท้องร้องโครกครากของอัศวินดังประท้วงหยุดการกระทำตรงหน้า ทำเอาพิชชาภาหัวเราะคิกคักจนชายหนุ่มเผลอลูบท้องตนเองอย่างอาย ๆ แต่คนถูกหัวเราะก็ต้องหลุดขำออกมาบ้างเมื่อท้องของพิชชาภาเองก็ร้องครางดังไม่แพ้เขาเหมือนกัน
“พี่ว่าเราไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ มัวแต่เถียงกันไปมาเดี๋ยวท้องจะร้องไม่หยุดกันพอดี” อัศวินชักชวน แล้วจูงมือพิชชาภาที่เดินตามเขาต้อย ๆ อย่างว่าง่ายออกจากห้องไปพร้อมกัน


“ดูตาวินกับหนูแพรสิรุ้ง สองคนนี้เขาเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกเลยเนอะเธอว่าไหม” อมลวรรณที่เดินเคียงข้างกับรุ้งรวีตามหลังพิชชาภากับอัศวินเอ่ยด้วยความปลื้มปิติ

รุ้งรวียิ้มหน้าบาน หัวเราะเบา ๆ “แน่อยู่แล้ว นี่เป็นเพราะแผนของเราสองคนเลยนะที่ทำให้สองคนนี้มาลงเอยกันได้”

“ตอนแรกฉันก็หวั่นใจอยู่ว่าตาวินจะไม่ยอมรับหนูแพร แต่ที่ไหนได้ แค่ไม่นาน กลับเร่งวันเร่งคืนให้จัดงานแต่งเร็วขึ้นเสียอีกแน่ะ” อมลวรรณหัวเราะมีความสุข

“จริง ๆ ก็ต้องขอบใจนายภัทรโรคจิตนั่นที่แสดงธาตุแท้ออกมาจนยัยแพรเกลียดขี้หน้าไปเลย เป็นจังหวะดีที่วินได้เร่งทำคะแนนจนยัยแพรของฉันใจอ่อนเปิดใจรับวินแบบนี้”

อมลวรรณคิ้วขมวดแล้วกระซิบกระซาบถาม “แล้วเธอว่าแฟนเก่าหนูแพรจะเลิกตอแยจริงหรือเปล่า ฟังจากที่เธอเล่าแล้วฉันล่ะกลัวว่าเกิดมันบ้าขึ้นมาอีกจะทำยังไง”

“คงไม่มาทำอะไรยัยแพรแล้วล่ะมั้ง เพราะวินเขาก็ให้นนท์มาคอยตามเป็นบอร์ดี้การ์ดให้ขนาดนี้นายนั่นก็คงไม่กล้าเข้าใกล้ยัยแพรหรอก”

“อืม ก็จริงนะ ส่วนพวกสาว ๆ ของตาวินตอนนี้ก็หายเข้ากลีบเมฆกันไปหมดแล้ว แม้แต่ตัวต้นตัวตีก็เลิกกวนใจตาวิน เงียบกริบจนฉันเองยังแปลกใจ”

“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เธอน่ะคิดมาก อีกไม่นานทั้งสองคนก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ถึงตอนนั้นพวกเราแม่ ๆ ก็คงหมดห่วงเสียที” รุ้งรวีออกความเห็น

อมลวรรณได้แต่ยิ้มและพยักรับเออออตามเพื่อนแต่ในใจยังรู้สึกไม่สงบนัก ลึก ๆ แล้วก็ยังกังวลไม่หายถึงเรื่องที่เพิ่งพูดกันไป เพราะทุกอย่างมันดูเข้าที่เข้าทางง่ายกว่าที่คาดการณ์ไว้มากทั้งที่คิดไว้ว่าคงขจัดเสี้ยนหนามของทั้งคู่ได้ยาก

“แม่ครับ เป็นยังไงบ้างครับสถานที่จัดงาน ผมว่าถ้าเป็นตอนกลางคืนพอประดับไฟแล้วก็คงจะสวยกว่านี้” อัศวินหันไปถามมารดาเมื่อเขาพาทั้งหมดมายังสวนลานกว้างสำหรับจัดงานแต่งงานที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา

อมลวรรณลืมความกังวลใจทิ้งไปแล้วยิ้มกว้างให้ลูกชาย ก่อนจะมองไปรอบ ๆ “สวยมากเลยจ้ะ อย่างกับหลุดเข้ามาในสวนที่อยู่ในนิยายฝรั่ง ว่าไหมรุ้ง”

“นั่นสิ ออกาไนซ์ที่พ่อวินจ้างนี่เก่งจริง ๆ เนรมิตสวนโล่ง ๆ ให้ออกมาอลังการได้ขนาดนี้” รุ้งรวีมองโคมไฟแชนเดอเรียสีขาวที่ใช้ผ้ามัดห้อยติดอยู่กับต้นไม้รอบสวน ตรงกลางจัดเป็นทางเดินไม้ยาวไปยังเวทีด้านหน้าที่มีพื้นหลังทำด้วยผ้าสีพาสเทลหลากสีที่ตัดเป็นเส้นๆ มุมบนทั้งสองข้างประดับด้วยดอกไม้ที่ทำด้วยกระดาษสาช่อใหญ่ติดอยู่

“ผมไม่ได้จ้างออกาไนซ์ที่ไหนหรอกครับ แต่เป็นแพรต่างหากที่คิดธีมงานแต่งเองทั้งหมด แพรของคุณแม่ต่างหากล่ะครับที่เก่ง” อัศวินหันมายิ้มให้พิชชาภาที่ยืนอยู่เขินอายอยู่ข้างกาย แล้วพูดต่อเสียงหวานว่า

“แล้วก็สวยด้วยครับ...สวยทั้งตัว...แล้วก็หัวใจ...”

“พี่วิน” พิชชาภาหน้าแดงซ่านที่เขาชมเธอต่อหน้าผู้ใหญ่ พอเธอหันไปมองรุ้งรวีและอมลวรรณก็เห็นทั้งคู่ยืนยิ้มไม่หุบ ก่อนที่มารดาของเธอจะเอ่ยแซว

“แหม พ่อวิน หวานซะไม่เกรงใจคนแก่แถวนี้เลยนะจ๊ะ ดูสิ ยัยแพรของแม่ยืนอายม้วนต้วนจนแทบจะล้มกลิ้งลงไปบนพื้นแล้ว”

“แม่!” พิชชภายิ่งเขินหนักจนต้องหันมาแขวะเอากับอัศวิน

“พี่วินหนิ ชอบทำให้แพรอายอยู่เรื่อย”

“อ้าว ก็พี่พูดเรื่องจริงหนิจ๊ะ ใช่ไหมครับแม่ ป้ารุ้ง แพรทั้งเก่งและก็สวย สวยทั้งตัวแล้วก็หัวใจ ไม่ได้เกินความจริงสักหน่อย”

“โอ๊ยย คนแก่อยากจะอ้วก เลี่ยนหูเสียเหลือเกินพ่อคู๊น” อมลวรรณบ้างที่แซวลูกชาย พลางหัวเราะขบขัน

“นี่ป้าไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าวินจะพูดจาหวาน ๆ กับเขาแบบนี้ก็เป็นด้วย แต่อย่างที่วรรณบอก ป้าว่ามันก็เลี่ยนจริง ๆ นั่นแหล่ะ” รุ้งรวียิ้มขำกับเขาบ้าง มองลูกสาวของตนที่ยืนก้มหน้างุดเขินอายอยู่ข้างกายอัศวิน ส่วนชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกเขินอายกับคำแซวของพวกเธอ แต่กลับมองพิชชาภาสายตาละห้อยราวกับหนุ่มน้อยเพ้อฝันถึงสาวที่รักก็ไม่ปาน

“วันนี้แดดร้อนจริง ๆ เลยว่าไหมรุ้ง ฉันเริ่มจะปวดหัวแล้วล่ะ เรากลับเข้าไปข้างในไปหาน้ำเย็น ๆ กินกันดีกว่า ปล่อยให้สองคนเขาจัดการดูความเรียบร้อยกันไป” อมลวรรณชักชวนเพื่อน พลางหลิ่วตาให้

รุ้งรวีกระตุกยิ้มรู้ทัน “เอาสิ ฉันก็หิวน้ำแล้วเหมือนกัน งั้นพวกแม่เข้าไปข้างในกันก่อนนะลูก เสร็จธุระแล้วก็โทรเรียกพวกเราแล้วกัน”

“ครับป้ารุ้ง เดี๋ยวผมกับแพรจะตามเข้าไปครับ”

ยังไม่ทันที่ผู้ใหญ่ทั้งสองคนจะเดินกลับเข้าไปในโรงแรม เพียงแค่หันหลังให้ อัศวินก็โอบเอวพิชชาภาแล้วก้มลงจูบขมับของเธอแผ่วเบาทันที

พิชชาภาสะดุ้ง ดันตัวออกห่าง “พี่วินหนิอีกแล้วนะคะ” ปากบ่นแต่แก้มนวลแดงระเรื่อ

อัศวินยักไหล่ “ก็พี่อดใจไม่ไหวนี่นา”

“แต่แพรอายคนอื่นเขาหนิคะ”

อัศวินมองซ้ายมองขวา “คนอื่นที่ไหน ไม่เห็นมีสักคน”

พิชชาภาอ้าปากจะท้วง แต่ก็ได้แต่ทำสีหน้าขัดใจ เพราะรู้ว่าเถียงกับคนอย่างเขาไม่มีวันชนะ “ไม่เอาแล้วค่ะ เรากลับเข้าไปข้างในกันบ้างดีกว่า”

“อ้าว แต่พวกเราเพิ่งจะมาถึงเองนะ แพรจะไม่เดินดูสักหน่อยเหรอ”

“ไม่ล่ะค่ะ เดี๋ยวไว้แพรมาอีกทีก่อนวันแต่งเลยแล้วกัน อยู่กับพี่วินสองต่อสองนาน ๆ เดี๋ยวเนื้อตัวแพรช้ำหมดพอดี” พูดแล้วเดินหนีชายหนุ่ม

อัศวินยิ้มกว้างแล้วเดินตามมาคว้าเอวเธอไว้ “อีกไม่กี่วันพอเราแต่งงานกันแพรก็ต้องได้อยู่สองต่อสองกับพี่ทั้งวันทั้งคืนอยู่แล้ว แพรหนีจูบพี่ไม่พ้นหรอก” เขาทำหน้าราวกับหมาจิ้งจอกรอคอยตะครุบเหยื่อ

“พี่วินบ้า ยังจะมาพูดทะเล้นอีก” พิชชาภาหน้าแดงซ่าน

เขาหัวเราะและโอบเอวหล่อนแน่นขึ้น “เอาเป็นว่ากว่าจะถึงวันแต่งงาน พี่จะพยายามเก็บมือเก็บปากให้ห่างจากแพรแล้วกันนะ แต่ก็คงจะยากหน่อย เพราะพี่เห็นหน้าแพรที่ไรต้องอดใจไม่ไหวทุกที”

“จะว่าเป็นความผิดของแพรอย่างนั้นล่ะสิ” เธอมองค้อน

“ก็แพรอยากน่ารักเองทำไมล่ะจ๊ะ” เขายิ้มยียวน น้ำเสียงนุ่มละมุน จนคนถูกพาดพิงเผลอยิ้มออกมา

“คุณวินครับ” ขานนท์เดินแกมวิ่งมาหาอัศวิน

“ว่าไง”

ชานนท์ชำเลืองมองพิชชาภา ก่อนจะตอบอัศวิน “คุณอรเลขาคุณวินให้ผมมาตามครับ บอกว่ามีเอกสารด่วนเกี่ยวกับที่ต้องให้เซ็นครับ”

อัศวินนิ่วหน้า ปกติอรนิชาไม่เคยมีเอกสารด่วนที่ต้องมาตามให้เขาเซ็นแบบนี้ พอมองหน้าชานนท์ที่ดูเคร่งเครียดเขาก็พอเดาออกว่าคงไม่ใช่เรื่องเอกสารอย่างที่ว่า

“ขอบใจมาก เดี๋ยวฉันตามไป”

ชานนท์พงกศีรษะรับแล้วเดินกลับออกไป

“แพรไปรอที่ห้องเพนท์เฮาส์พี่นะ เอกสารคงมีไม่มาก เสร็จแล้วเดี๋ยวพี่โทรหา เราจะได้ไปดูชุดแต่งงานที่ตัดไว้กัน”

“แพรไปอยู่กับแม่กับป้าวรรณดีกว่าค่ะ อยู่ที่ห้องพี่วินไม่รู้จะทำอะไร”

อัศวินยิ้ม แล้วลูบผมเป็นลอนสวยของเธอ “งั้นก็ตามใจ พี่ไปแป๊บเดียวไม่นานหรอก”

ทั้งคู่เดินกลับเข้าไปในโรงแรม พิชชาภาแยกกับอัศวินที่โถงล็อบบี้ จากนั้นชายหนุ่มก็เดินตรงไปที่ลิฟท์ กลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง



“คุณวิน!” อรนิชาร้องเรียกสีหน้ากระวนกระวายเมื่อเห็นอัศวินเดินเข้ามา

“เห็นนนท์ไปตามผม มีอะไรหรือเปล่า” อัศวินมีสีหน้าเครียดตามเลขา

อรนิชาบีบมือกันแน่น “คุณจีน่าค่ะ เธอมาหาคุณ ตอนนี้เธอรออยู่ในห้อง ฉันสั่งพนักงานต้อนรับไว้แล้วว่าห้ามไม่ให้เธอขึ้นมา แต่เธอก็โวยวายจะมาหาคุณให้ได้ ฉันเองก็ลงไปห้ามด้วยตัวเองแล้วแต่ตอนนั้นฉันเห็นคุณแม่คุณวินกับคุณรุ้งรวีเดินเข้ามาพอดีเลยให้เธอขึ้นมาที่นี่ก่อนค่ะ ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะที่ห้ามเธอไว้ไม่ได้” หญิงสาวหน้าเสียก้มหน้ารับผิด

“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ คุณทำถูกแล้วล่ะ แล้วนี่เธอมานานหรือยัง”

“ก็สักพักได้แล้วค่ะ”

“คุณอยู่ตรงนี้ก่อนจนกว่าผมจะเสร็จธุระกับจีน่านะ เพื่อมีอะไรผมจะได้เรียกทัน”

อรนิรชารีบพยักหน้ารับคำสั่ง “ได้ค่ะคุณวิน”

อัศวินสูดหายใจยาวลึกเพื่อข่มความเดือดดาล เดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานตัวเอง ใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ว่าจะเริ่มจัดการเธอยังไงดี พอมือผลักประตูห้องทำงานจนเปิดกว้าง จีน่าในชุดเดรสกระโปรงสีชมพูนีออนก็วิ่งโผเข้าหาเขาจนแทบตั้งรับไม่ทัน

“วิน! ในที่สุดจีน่าก็ได้เจอคุณเสียที” เธอกดริมฝีปากหอมแก้มเขาเต็มแรงทั้งสองข้าง ก่อนจะจูบเขาพร้อมรำพึงรำพันแนบชิดริมฝีปาก “วินใจร้าย ไม่ไปหาจีน่าบ้างเลย จีน่าเหงามากรู้ไหมคะ โทรหาคุณเท่าไรก็ไม่รับสาย จนต้องมาหาคุณที่นี่ถึงจะได้เจอตัว” เธอเอามือโอบรอบคอเข้าไว้แน่นหนา พรมจูบเขาไปทั่วใบหน้าไม่หยุด

“นี่จีน่า หยุดนะ ที่นี่มันห้องทำงาน ไม่ใช่ม่านรูดที่คุณจะทำประเจิดประเจออะไรก็ได้” เขาทำเสียงแข็ง พยายามแกะมือกาวออกจากคอตนเอง

นางแบบสาวลูกครึ่งทำหน้าง้ำแล้วปล่อยมือ “ก็จีน่าคิดถึงวินนี่ค้า...”

อัศวินเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินไปหยุดอยู่หลังโต๊ะทำงาน จัดเสื้อผ้าที่ยับเยินให้เข้าที่ “คุณมาที่นี่ทำไม ผมสั่งหรือเปล่าว่าห้ามคุณมาหาผมที่นี่” บอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“ก็แหม จีน่าติดต่อคุณไม่ได้เลยนี่คะ เลยต้องมาหาคุณถึงนี่ จีน่าขอโทษน้า..” เธอเดินนวยนาดไปหาเขา

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ” เขาชี้นิ้วสั่ง

“ทำไมล่ะค้า วินไม่คิดถึงจีน่าบ้างเหรอ” ออดอ้อนเต็มที่

“คิดถึง? คุณก็รู้ใช่ไหมว่าผมกำลังจะแต่งงาน ครั้งสุดท้ายที่เราคุยกันผมก็บอกคุณไปแล้วว่าขอให้เราจบกัน ไม่เข้าใจหรือไง”

จีน่าตีสีหน้าเศร้า แต่ในใจเดือดพล่านที่ถูกเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี เธออุตส่าห์หมายมั่นไว้แล้วว่าเขาคือคนที่จะช่วยสร้างฐานะและให้เธอได้มีหน้ามีตาอยู่ในสังคม ไม่ใช่เป็นได้แค่นางแบบลูกครึ่งงานอีเว้นท์ที่แทบไม่เด่นดังอะไรเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้

แต่งานแต่งงานที่กำลังจะจัดขึ้นตอกย้ำว่าเธอหมดสิทธิ์ที่จะได้เขามาครอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอพยายามคิดหาวิธีที่จะทำให้งานหมั้นถูกยกเลิก แต่จู่ ๆ ก็มีข่าวออกมาว่าทั้งคู่เลื่อนงานแต่งให้เร็วขึ้นทำเอาเธอหมดหนทางที่จะดึงเขาไว้กับเธออีกต่อไป

ยิ่งท่าทางรังเกียจที่เขาแสดงต่อเธออยู่ตอนนี้ทำให้เธอมั่นใจได้ว่าเขาตั้งใจจะเขี่ยเธอทิ้งแล้วจริง ๆ ซึ่งถ้าเขาคิดจะทิ้งเธอ อย่างน้อย เธอก็ต้องได้อะไรสมน้ำสมเนื้อตอบแทนกลับมาเช่นกัน หลังจากนั้น ก็อาจจะมีแก้แค้นสักเล็กน้อย พอให้เขาได้เจ็บ ๆ คัน ๆ เอาให้เธอได้สะใจที่ต้องเห็นเขาอยู่ไม่เป็นสุข ทุกข์ทรมานกับสิ่งที่เธอจะสั่งสอนเขาว่าการเฉดหัวคนอย่างเธอออกไปจากชีวิตนั้นมันไม่ง่ายอย่างคิด!

“จีน่ารู้ค่ะว่าคุณกำลังจะแต่งงาน” เธอเดินช้า ๆ เข้าไปหาเขา เห็นเขาเดินถอยหนีแต่เธอก็ไม่หยุด “แต่วินก็ยังเก็บจีน่าไว้เป็นเพื่อนรู้ใจยามเหงาก็ได้นี่คะ จีน่าไม่คิดมากเรื่องเล็กน้อยพวกนี้หรอกค่ะ”

“แต่ผมคิด” เขาถอนหายใจ เดินหนีเธอที่ยื่นมือจะมาคว้าแขนเขา “เพราะผมรักแพร และผมก็จะไม่ทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด”

จีน่าขบกรามแน่น ในเวลาไม่กี่เดือนเขากลับพูดคำว่า ‘รัก’ ให้นังลูกคุณหนูนั่น แต่กับเธอที่คบมาเป็นปีกลับถีบหัวส่งเพียงข้ามคืน! “วินเนี่ยเหรอคะมีความรักกับเขาด้วย ก็ไหนเคยบอกว่าไม่อยากแต่งงานไง คุณหัวเสียหงุดหงิดจะเป็นจะตายตอนที่รู้ว่ากำลังถูกจับให้แต่งงาน อย่ามาหลอกจีน่าเลยค่ะ”

“ก็ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้ว” เขายักไหล่บอก “แพรทั้งสวยน่ารักแล้วก็นิสัยดี เป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบและเพรียบพร้อม ผู้ชายคนไหนไม่เลือกเธอก็โง่เต็มที่”

คำกัดเจ็บแสบนั้นทำเอาควันออกหู มือกำหมัดแน่นเพื่อข่มอารมณ์ที่จะไม่กรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปทำร้ายเขาให้สาสมใจ “สรุปแล้ววินจะทิ้งจีน่าจริง ๆ ใช่ไหมคะ จะอ้อนวอนยังไงคุณก็ไม่สนใจจีน่าแล้วใช่ไหม” เธอแกล้งทำน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาตัดพ้อต่อว่า

อัศวินมองหญิงสาวด้วยความหนักใจ รู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเธอที่เขาทิ้งไปถึงแม้ทั้งสองคนจะตกลงกันแล้วว่าไม่มีการผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้น

“เอาอย่างนี้แล้วกัน” เขาเท้าเอว มองหญิงสาวสีหน้าเคร่งเครียด “มันอาจเป็นการดูถูกกันไปหน่อย แต่เพื่อให้คุณยอมขาดจากผมโดยสิ้นเชิง เลิกมายุ่งกับผม เลิกมาหาผมที่นี่อีก ผมเต็มใจจะเสนอเงินให้คุณได้ใช้อย่างสบายไปเป็นปี คุณจะยอมตกลงไหม” อัศวินลองยื่นข้อเสนอ

จีน่ากระตุกยิ้มมุมปาก ในที่สุดเธอก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ...เธอทำเป็นเบือนหน้าไปทางอื่น เงยหน้าขึ้นราวกับว่าต้องการจะกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ก่อนจะพึมพำถามเสียงพร่า “จีน่าไม่มีทางเลือกอื่นที่จะรั้งให้วินอยู่กับจีน่าได้เลยหรอคะ”

เขาผ่อนลมหายใจหนัก ๆ “ผมขอโทษ...ผมทำได้ดีที่สุดแค่นี้แหล่ะ” ว่าแล้วเขาก็เดินไปที่โต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักหยิบสมุดเช็คออกมา ไม่ถึงนาทีเขาก็เซ็นเช็คยื่นให้หญิงสาว

“ผมหวังว่าคุณจะพอใจนะ”

เธอใช้หลังมือปาดน้ำตา ยังไม่ยอมหยิบเช็คนั้นมาแต่มองตัวเลขบนกระดาษด้วยปลายหางตา เงินแค่นี้เนี่ยนะที่เขาใช้ฟาดหัวเธอ!

“ทำไม สามแสนนี่ผมว่าไม่น้อยนะกับระดับอย่างคุณ” เขาตอบอย่างรู้ทันความคิดเธอ “หรือถ้าหากคุณอยากได้มากกว่านี้ ผมก็ให้ได้อีกแค่เท่าหนึ่ง ไม่มากกว่านั้นอีกแล้ว คุณจะเอาไม่เอา” เขาตัดบท พลางมองนาฬิกาที่ข้อมือ ไม่อยากจะเสียเวลาคุยกับเธออีกต่อไป

ก็ยังดีวะ...จีน่าคิดในใจ “แล้วแต่วินเถอะค่ะ จีน่าจะไปต่อรองอะไรได้ล่ะคะ” ทำทีเล่นบทเป็นหญิงสาวผู้แสนดี แต่ในใจก็ลุ้นว่าเขาจะแก้ตัวเลขให้เธอไหม

“ผมจะให้คุณหกแสน เพื่อแลกกับการที่คุณจะออกไปจากชีวิตผม อย่าติดต่อผมอีกเด็ดขาด เจอกันที่ไหนก็ไม่ต้องมาทักผม หรือพยายามทำอะไรก็ตามที่จะทำให้ผมกับแพรผิดใจกัน ดีล?”

จีน่าลังเล เธออยากต่อรองขออีกสักสองแสน แต่กลัวจะโลภมากจนไม่เหลืออะไรเลย เพราะแค่นี้เธอก็เหลือกินเหลือใช้ได้เป็นปี ๆ จึงพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทันทีที่เธอตกลง อัศวินก็ขีดฆ่าตัวเลขเดิมแล้วเขียนใหม่พร้อมเซ็นกำกับ ยื่นให้หญิงสาว จีน่าทำทีอิดออดยื่นมือไปรับ แต่อัศวินชักมือกลับ “เราตกลงกันแล้วนะ ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับผม คุณรู้ใช่ไหมว่าต้องเจออะไร”

“แหม วินก็ จีน่าไม่ใช่คนดื้อรั้นอะไรอย่างนั้นเสียหน่อย รับรองว่าจีน่าจะหายวับไปจากชีวิตวินตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี” เขายื่นเช็คให้เธอ คราวนี้จีน่ารีบดึงเช็คมาดูว่าตัวเลขถูกต้องแล้วเก็บใส่กระเป๋าทันที

“ขอบคุณมากนะคะสำหรับค่าขนม” เธอยิ้มหวานและเดินไปหาเขา “ก่อนไป จีน่าขอกอดคุณเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ” เธอส่งสายตาอ้อนวอน วางมือข้างหนึ่งบนแผงอกเขา

“อย่าเลย คุณรีบกลับไปดีกว่า ตอนนี้แพรก็อยู่ที่นี่ด้วย ผมไม่อยากทำให้เธอเข้าใจผิด”

จีน่าตาวาววาบ มุมปากกระตุกยิ้ม ก่อนจะใช้สองมือโอบรอบลำคอเขา อัศวินถอยหลังหนีแต่หญิงสาวรั้งเขาไว้ “แค่ครั้งสุดท้ายเท่านั้นนะคะ ขอให้จีน่าได้เก็บอ้อมกอดของวินไว้ในความทรงจำ จีน่าสัญญาว่าต่อจากนี้จะไม่มากวนคุณอีกเลย” พูดเสร็จก็กระชับโอบรอบคอเขาแน่น โดยที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้อนุญาต เธอก็ซบลงแนบอกเขาแล้วประทับจูบตามลงไป

อัศวินถอนใจอย่างหงุดหงิด เขากางมือออกราวกับไม่อยากให้ร่างกายสัมผัสแตะต้องโดนตัวเธอไปมากกว่านี้ “เสร็จธุระคุณแล้วก็ออกไปเสียที อย่าให้ผมต้องเรียกให้ใครมาพาคุณออกไป”

หญิงสาวดันตัวออกห่าง ปัดผมไปด้านหลัง “ไม่ต้องหรอกค่ะ จีน่ากำลังจะไปพอดี” เธอกระชับกระเป๋าสะพาย แล้วส่งยิ้มหวานบาดใจให้เขา “ลาก่อนค่ะวิน ขอให้มีความสุขกับเจ้าสาวคนสวยนะคะ บาย” พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินไปเปิดประตู เป็นจังหวะเดียวกับที่อรนิชากำลังเคาะประตู เธอมองจีน่าด้วยสายตารังเกียจ ก่อนจะหลีกทางให้เธอเดินออกไป

“เฮ้อ...หมดเวรหมดกรรมเสียที” ชายหนุ่มพึมพำ กระแทกตัวนั่งบนโซฟา

“คุณวินคะ...นี่ใกล้เวลานัดกับคุณแพรแล้วนะคะ” อรนิชาเตือนเจ้านาย

“จริงสิ ป่านนี้แพรรอแย่แล้ว” เขาลุกขึ้นยืน ล้วงหามือถือในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะโทรหาหญิงสาว ขณะกำลังจะเดินออกจากห้องทำงาน

“เดี๋ยวค่ะคุณวิน!” อรนิชาร้องตะโกน

อัศวินแทบจะสะดุดขาตัวเอง “ตกใจหมดคุณอร เรียกเบา ๆ ก็ได้”

เลขาสาวหัวเราะแห้ง ๆ “ขอโทษค่ะ คือ...อรจะบอกว่า...เอ่อ...” พลางทำไม้ทำมือชี้ไปที่หน้าเจ้านายหนุ่ม

อัศวินทำเสียงคำรามในลำคอหงุดหงิด “มีอะไรไว้ค่อยคุยทีหลังนะ ผมรีบ อ้อ ผมฝากคุณยกเลิกโอนเงินเข้าบัญชีจีน่าด้วยนะ”
“เดี๋ยวค่ะ!...” อรนิชาคำพูดค้างติดอยู่ที่ปาก เมื่อเจ้านายหนุ่มออกจากห้องไปเรียบร้อยแล้ว

“ซวยแน่ ๆ เจ้านายฉัน ทำไงดี ๆ” อรนิชาเดินไปมากระวนกระวาย ก่อนจะร้องดีใจเมื่อเธอนึกขึ้นได้ จากนั้นก็รีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
<><><><><><><><><><><><><><><><><><><><>
คุณ กาซะลองพลัดถิ่น จัดบอร์ดี้การ์ดมาดูแลแพรเรียบร้อยแล้วนะคะ ^_^

คุณ lamyong อีกไม่นานพอแพรแต่งงานกับวินแล้วอนุภัทรก็อาจจะไม่กล้ามายุ่งเลยก็ได้ (มั้งคะ) อิอิ

คุณ Zephyr อนุภัทรจะรอดหรือเปล่าน้าาา ^^



เปลวหอม
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 10 พ.ย. 2558, 09:39:29 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 พ.ย. 2558, 11:27:47 น.

จำนวนการเข้าชม : 1107





<< ตอนที่ 9   ตอนที่ 11-1 >>
lamyong 10 พ.ย. 2558, 14:45:53 น.
ภัทรเพิ่งไปยัยจีน่านี่มาอีกแล้ว


Zephyr 11 พ.ย. 2558, 19:43:14 น.
รอยลอปสติกสินะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account