เสน่ห์รักคล้องใจ

Tags: แต่งงาน,คลุมถุงชน,พ่อแง่แม่งอน

ตอน: ตอนที่ 13

สวัสดีค่ะนักอ่านเว็บเลิฟทุกท่าน ^^ วันนี้มาดึกกกกมากจะมีใครอ่านไหม ^^'' เพิ่งมีเวลามาลงให้ค่ะ ฝากติดตามติชมผลงานด้วยนะคะ

เสน่ห์รักคล้องใจ ตอนที่ 13

รสจูบของเขาเผาผลาญทุกความคิดในหัวเธอให้เป็นจุล มือใหญ่ที่คอยลูบไล้ตามร่างกายร้อนผ่าวสร้างความรัญจวนป่วนใจจนเธอแทบมอดไหม้กลายเป็นผุยผง จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรที่เธอและเขาคลอเคลียจุมพิตกัน พอมารู้สึกตัวอีกที เสื้อผ้าของทั้งคู่ก็ปลิวหาย เหลือแต่ร่างกายเปลือยเปล่ากอดก่ายกันอยู่บนเตียง

พิชชาภาสะดุ้งเฮือกเมื่อมืออุ่น ๆ ของอัศวินสัมผัสลูบไล้ปทุมถันอวบอิ่มที่กำลังชูชัน อารมณ์หวาบหวามหวั่นไหวที่กำลังกัดกร่อนเธอแปรเปลี่ยนเป็นความเขินอาย รีบยกสอมือขึ้นปกปิดร่างกาย หันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อหลบสายตาร้อนแรงจากเขา

อัศวินยิ้มเยือน มองอากัปกิริยาเคลื่อนไหวที่ดูราวกับแม่กวางน้อยตื่นกลัวสิงโตเจ้าป่าด้วยความพอใจล้ำลึกพลางคิดในใจว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยน่ารักเป็นธรรมชาติมากที่สุด มีเสน่ห์ดึงดูดใจมากที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมา ตลอดชีวิตที่เขาครองเป็นชายโสดจนแต่งงาน...เขาจำไม่ได้เลยว่าเคยมีความสุขเมื่อได้อยู่กับใครเท่านี้มาก่อน

“อย่าอายพี่เลย...ให้พี่ได้เชยชมแพรเถอะนะ” เขาดึงมือของเธอที่ปกปิดทรวงอกออกช้า ๆ แม้ว่าหญิงสาวจะขัดขืนในตอนแรก แต่ก็ยอมให้เขาดึงมือออกแต่โดยดี

อัศวินก้มลงจูบหน้าผากมนเคล้าคลอแก้มนวลเพื่อให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย มือของเขาก็ไม่อยู่เฉย ลูบไล้ต้นแขนไล่ลงไปตามหน้าท้องราบเรียบ เลยไปยังต้นขานวลเนียนที่กระตุกเล็กน้อย เสียงครางสุขสมจากหญิงสาวทำเอาสติสัมปชัญญะของเขาแตกกระเจิง หอบหายใจหนักหน่วง พยายามรั้งตัวเองไม่ให้พลั้งเผลอทำอะไรรุนแรงจนเธอตกใจ

พิชชาภาแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเสียงครางเว้าวอนที่ผ่านแว่บเข้ามาในความรู้สึกนั้นจะดังออกมาจากส่วนลึกในลำคอของตนเอง ในท้องน้อยของเธอเกิดอาการวูบวาบแปลก ๆ ทำให้ขนลุกไปทั่วไขสันหลัง ศีรษะของเธอส่ายไปมาเมื่อริมฝีปากของเขาลากจากลำคอลงไปยังทรวงอกของเธอ

มือเล็ก ๆ สองข้างกำผ้าห่มไว้แน่น พยายามหักห้ามใจไม่ให้ยื่นมือของตนเองออกไปสัมผัสร่างกายเขา แต่ยิ่งฝืน ความต้องการก็ยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ และเหมือนเขาจะรู้ทันความคิดเมื่อเขาคว้ามือเธอให้โอบแผ่นหลังกว้างกำยำของเขาเอาไว้ พอเธอได้สัมผัสจับต้อง ความปรารถนาที่พยายามกดมันไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมา

เธอไม่เคยประสบกับความรู้สึกที่ได้แตะต้องผู้ชายที่มีเรือนร่างกำยำสมชายชาตรีอย่างเขามาก่อน มันสร้างความเร้าใจจนต้องเผลอลูบไล้กล้ามเนื้อเป็นลอนขยับขึ้นลงด้วยอาการเพ้อละเมอ

อัศวินครางกระหึ่มเมื่อพิชชาภาตอบสนองเขาด้วยมือเล็ก ๆ ที่ปัดป่ายไปทั่วร่างกายตนเอง เลือดในกายร้อนเร่าราวกับลาวาเดือดพล่าน “พี่จะค่อยเป็นค่อยไป แพรไม่ต้องกลัวนะ” เขาบรรจงจูบริมฝีปากบางเพียงแผ่ว ก่อนจะขยับต้นขาของเธอเพียงเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ สอดแทรกตนเองเข้ากับเธออย่างช้า ๆ

ร่างบางกระตุกขณะที่เธอซึมซับเขาเข้ามาในกาย เธอกลั้นใจรับความเจ็บปวดแต่ซาบซ่านที่แล่นปราดผ่านเข้าสู่เรือนร่าง “พี่วิน...แพร...”

“ไว้ใจพี่นะคนดี พี่รู้ว่านี่คือครั้งแรกของแพร พี่จะใจเย็น ค่อยเป็นค่อยไปนะจ๊ะ” อัศวินยิ้มปลอบเธอ ปัดปอยผมให้พ้นหน้าผาก ลูบผมสลวยนั้นราวกับเธอเป็นแมวน้อยของเขา “ต่อจากนี้พี่จะทำให้แพรมีความสุข แล้วแพรจะจดจำค่ำคืนวันแต่งงานของเรานี้ไปอีกนาน...” พูดเสร็จ เขาก็ค่อย ๆ ขยับกายเชื่องช้าเพื่อให้เธอปรับตัวให้เข้ากับเขา ก่อนจะนำทางเธอไปสู่ท่วงทำนองเพลงรักที่แสนหวานที่สุดที่เขาจะมอบให้เธอ

คลื่นแห่งความสุขสมโอบล้อมรอบกายคนทั้งคู่ สองร่างสะท้านสั่นไหวและหอบหายใจเคียงกันอยู่บนเตียงนอนนุ่มเมื่อทำนองเพลงรักใกล้มาถึงท่อนสุดท้าย ลำคอของอัศวินเครียดเกร็ง เสียงคำรามแผดลึกรับกับเสียงครางเรียกชื่อเขาของพิชชาภา จากนั้นศีรษะของเขาก็พับซบแนบไหล่หญิงสาว ก่อนจะพากกันหลับไหลไปในอ้อมกอดของกันและกัน



พิชชาภาขยับเปลือกตาเปิดช้า ๆ ขณะรู้สึกตัวตื่น ลำแสงที่ลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ตรงกระจกที่ผ้าม่านปิดไม่สนิทกระทบใบหน้าบอกให้เธอรับรู้ว่าเวลานี้เธอควรจะตื่นได้แล้ว

เธอลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วก็ต้องเบ้ปากเมื่ออาการปวดแปล่บแล่นสู่ท้องน้อย ความทรงจำเมื่อคืนนี้หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดเธอทันที และมันก็ทำให้ร่างทั้งร่างร้อนวูบวาบ ใบหน้าร้อนผ่าว ๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เธออมยิ้มเขินอาย ก่อนจะค่อย ๆ หันหน้าไปมองคนข้างกาย

หัวใจของเธอเต้นถี่รัวกระทบอก ความปรีดาปราโมทย์โชนประกายในดวงตากลมโต มองร่างใหญ่ของอัศวินที่กำลังนอนคว่ำหันหน้าไปอีกทางด้วยความรักที่เปี่ยมล้น

เขาเป็นของเธอ เขาเป็นของเธอทั้งตัวและหัวใจ

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม ถอนหายใจอย่างเป็นสุข ดึงผ้าห่มมาชิดคาง สายตาก็คอยสำรวจร่างกายกำยำเปลือยเปล่าที่ครึ่งท่อนล่างถูกผ้าห่มปกปิดไว้ แล้วก็สะดุดเข้ากับรอยสักเล็ก ๆ ที่ต้นคอของเขาจนเธอต้องชะเง้อไปดู ดวงตาคมกริบของหมาป่าที่กำลังแยกเขี้ยวจ้องมองกลับมาราวกับเห็นเธอเป็นผู้ถูกล่า

เธอไม่ชอบผู้ชายมีรอยสัก เพราะดูดิบเถื่อนเกินไป แต่กับเขาแล้ว...มันทำให้เขาดูเป็นผู้ชายสมชายแฝงความลึกลับน่าค้นหา มีพลังอำนาจบางอย่างที่ดึงดูดผู้คนรอบข้างให้โอนอ่อนผ่อนตาม แม้แต่เธอเอง ที่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ลืมรักเก่าและตกหลุมรักเขาอีกครั้งจนแทบถอนตัวไม่ขึ้น

เธอยิ้มอย่างสุขใจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเบ่งบานพร่างพราย

“พี่ขยับตัวได้หรือยังจ๊ะ หรือว่าแพรยังอยากจะมองพี่ต่อ...”

พิชชาภาสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าเขาจะตื่นอยู่ แก้มของเธอร้อนซู่ซ่าด้วยความอายที่ถูกเขาจับได้ว่ากำลังจ้องมองร่างกายเขา

“พะ...แพรขอโทษค่ะ” เธอก้าวขาจะลงจากเตียงแต่นึกขึ้นได้ว่าไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้นจึงรีบกระชับผ้าห่มปิดบังร่างกาย

อัศวินพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง มองภรรยามาด ๆ ของเขาที่นั่งคุดคู้แล้วก็ต้องหลุดยิ้มหัวเราะเบา ๆ “พี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือไง มานั่งใกล้ ๆ พี่นี่มา” เขาตบที่นอนเรียกเธอ จับหมอนวางพิงหัวเตียงแล้วกางแขนรอ แต่หญิงสาวยังละล้าละลัง เขาจึงขยับเข้าไปใกล้แล้วโอบเอวดึงเธอเข้ามาให้ซบลงที่อกเขา

“เช้านี้เป็นยังไงบ้าง แพรโอเคนะ” เขาพยายามเลี่ยงไม่เจาะจงถามเธอตรง ๆ เพราะรู้ว่าเธอยังเขินอายเขาอยู่

“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ แม้อยากจะตอบว่าเธอไม่ค่อยโอเคเท่าไรเพราะยังรู้สึกเจ็บแปล่บที่ต้นขาและไม่ชินกับร่างกายเปลือยเปล่าที่เปิดเผยทุกอย่างต่อหน้าเขาแบบนี้ แต่เธอก็ไม่อยากต่อความยาวให้เขากังวล

อัศวินจูบที่กระหม่อมของเธอ ลูบไล้ต้นแขนนวลเนียนอย่างรักใคร่ “เมื่อคืนนี้แพรทำให้พี่มีความสุขมากเลยรู้ไหม” กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงทุ้มกังวาน “แต่เดิมแพรก็เย้ายวนใจพี่พออยู่แล้ว แต่หลังจากเมื่อคืน...”

“เอ่อ...แพรหิวข้าวแล้วค่ะ แพรว่าเราไปหาข้าวเช้ากินกันดีกว่านะคะ” พิชชาภาตัดบท ไม่อยากให้เขาพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้อีก เพราะตอนนี้เธอก็เขินจนหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้ว

รอยยิ้มตราตรึงผุดพราย ความน่ารักจากอาการเชินอายของเธอทำให้เขายิ้มสุขใจได้ไม่มีเบื่อ “โอเคจ้ะ เดี๋ยวพี่จะโทรสั่งให้พนักงานเอาขึ้นมาให้ พอเรากินข้าวเช้าเสร็จแล้ว พี่จะแพรไปเปิดตัวกับพนักงานในโรงแรมนะ” เขาเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ทุกคนจะได้รู้จักแพรว่าเป็นเมียพี่ เวลาแพรมาที่นี่พวกพนักงานจะได้เกรงใจ”

พิชชาภาขยับกาย เงยหน้ามองเขา “แพรว่าไม่ต้องก็ได้มั้งคะ”

อัศวินยิ้มตอบ “ต้องสิ เวลาแพรมาที่นี่ ทุกคนก็ต้องทักทายให้ความเคารพแพรด้วย แล้วก็ไม่ต้องคัดค้านพี่นะ” เขาชูนิ้วชี้ตรงหน้าเธอที่กำลังจะพูด “เรื่องนี้พี่ตั้งใจไว้แล้ว”

เธอจึงต้องจำใจพยักหน้ารับ พึมพำตอบ “ค่ะ”

“เสร็จแล้วเราก็จะไปบ้านพี่กัน พี่จะได้ให้เด็กช่วยแพรเก็บของที่ขนมาให้เรียบร้อย แล้วจากนั้นเราก็จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบเสียที”

พิชชาภายิ้มอาย ๆ ก้มหน้าหลบสายตาเขา ยังไม่ชินกับคำเรียกสามีภรรยาสักเท่าไร “ค่ะ”

อัศวินเชยคางเธอขึ้น “ค่ะอย่างเดียวเลย พูดคำอื่นบ้างก็ได้ พี่อยากได้ยินเสียงหวาน ๆ ของแพร” เขามองดวงหน้าของเธออย่าเผลอไผล ไม่อาจถอนสายตาจากเธอได้

“แพร...” คำพูดติดค้างอยู่ที่ปาก เพราะถูกสายตาของเขาตรึงเอาไว้

“ไม่เป็นไร งั้นพี่ขอเป็นจูบอรุณสวัสดิ์แทนก็แล้วกัน” เขาไม่รอให้เธอตอบ ก้มหน้าชิดติดเธอ แล้วเคลื่อนริมฝีปากประทับจูบแผ่วเบาเข้ากับเธอ อ้อยอิงอยู่อย่างนั้นนานสองนาน ก่อนจะตัดใจผละออกห่างด้วยความเสียดาย

“พี่ไปโทรสั่งอาหารเช้าให้แพรดีกว่า ขืนอยู่บนเตียงกับแพรทั้งที่ยังเปลือยเปล่าแบบนี้พี่คงได้ใจแตกจนไม่ได้ไปไหนกันพอดี” ลมหายใจยังคงหอบแรงขณะพูด เขาจูบที่หน้าผากของเธอเร็ว ๆ ทีหนึ่ง จากนั้นก็เลิกผ้าห่มขึ้น ได้ยินเสียงร้องตกใจของพิชชาภา เห็นเธอดึงผ้าห่มมาปิดหน้าหันไปอีกทางก็หัวเราะขำ

อัศวินก้าวขาลงจากเตียง เดินตัวเปล่าไปหยิบผ้าขนหนูที่แขวนอยู่บนราวแขวนเสื้อมาพันรอบเอว “แพรทำธุระส่วนตัวได้ตามสบายเลยนะจ๊ะ พี่จะรออยู่ข้างนอก เสร็จเมื่อไรค่อยไปเรียกพี่”

พิชชาภาค่อย ๆ แง้มผ้าห่มลงมาแล้วมองไปที่ประตู เธอสะดุ้งที่เห็นเขานุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว กำลังยืนยิ้มเผล่มองมาที่เธอ

“อย่าช้านักนะ พี่ไม่อยากห่างจากแพรนาน ๆ” อัศวินทิ้งท้ายพลางขยิบตาให้ ก่อนจะปิดประตูออกจากห้องไป ปล่อยให้พิชชาภาผ่อนลมหายใจโล่งอก พยายามทำให้หัวใจที่เต้นระส่ำกลับมาเต้นเป็นปกติหลังจากเห็นภาพหวาดเสียวของอัศวินเมื่อครู่

นี่แค่คืนแรกของวันแต่งงานยังทำเอาเธอใจหายใจคว่ำปนซาบซ่านรัญจวนใจได้ขนาดนี้ แล้วถ้าเธอได้อยู่กับเขาทุกวันทุกคืน สงสัยว่าเธอคงจะหัวใจวายตายเข้าสักวัน



บ่ายวันถัดมา อัศวินกำลังนั่งฟังอรนิชาบรรยายถึงสถานที่ฮันนีมูนที่น่าสนใจทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เขาจะจัดทริปไปกับพิชชาภาในเดือนหน้า แววตาเขาทอประกายมีความสุขเมื่อนึกถึงว่าจะพาภรรยาสุดที่รักไปเที่ยวที่ไหนบ้างระหว่างทริปฮันนีมูนนี้

“ที่อรดูมาแล้วตรงกับความต้องการของคุณวินที่สุดก็มีเท่านี้ค่ะ” เธอกดปุ่มปิดหน้าจอแท็บเล็ต “แต่ถ้าคุณวินชอบแบบบรรยากาศสงบ ๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โลกนี้มีเพียงสองเรา อรขอแนะนำหมายเลขสอง เมืองตากอากาศล้อมรอบด้วยภูเขาหิมะที่นิวซีแลนด์ค่ะ กลางวันคุณวินก็พาคุณแพรเดินเล่นตากแดดอุ่น ๆ ดูวิวทิวทัศน์ ขึ้นกระเช้า ตอนเย็นดูพระอาทิตย์ตก กลางคืนอากาศหนาวก็ผิงไฟนั่งกอดกันให้ความอบอุ่น อุ๊ย โรแมนติกอย่าบอกใครเชียวค่ะ” อรนิชาทำหน้าเคลิ้มฝันราวกับว่ากำลังพูดถึงทริปของตนเอง

อัศวินหัวเราะกับท่าทางของเลขาสาว “เดี๋ยวผมถามแพรดูก่อนแล้วกัน เหมือนรายนั้นเขาอยากจะเที่ยวเมืองไทยมากกว่า” เขาขยับนั่งตัวตรง “ส่วนข้อมูลที่คุณหามา ส่งเข้าอีเมล์ผมด้วยนะ ขอบคุณมาก”

“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วอย่าลืมที่อรแนะนำนะคะ” อรนิชายิ้มพราย ตื่นเต้นไปกับเจ้านายด้วย

“ไม่ลืมหรอกน่า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าแพรเขาจะเลือกที่ไหนนะ เพราะยังไงผมก็ตามใจเมียอยู่แล้ว”

อรนิชาได้ฟังถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ไม่คิดว่าคนที่ไม่ชอบผูกมัดและรักอิสระอย่างอัศวินจะยอมเชื่อฟังใครโดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ก็อย่างว่า...ภรรยาเจ้านายเธอสวยน่ารักนิสัยดีออกอย่างนั้น ผู้ชายคนไหนก็ต้องยอมศิโรราบให้เป็นธรรมดา

“ถ้าอย่างนั้นอรขอตัวก่อนนะคะ อ้อ อีกครึ่งชั่วโมงคุณวินมีนัดกับคุณดาเรียเรื่องที่เธอจะขอให้ทางรีสอร์ทที่กระบี่เป็นสปอนเซอร์ให้นะคะ”

อัศวินนิ่วหน้า “ผมกำลังจะถามอยู่เลยว่าทำไมไม่ให้เธอติดต่อกับผู้บริหารทางนั้นโดยตรงไปเลยล่ะ”

“ก็คุณวินเป็นคนให้อรนัดเธอมาคุยเองนะคะ” พูดเสร็จเธอก็หรี่ตาทำเสียงฮึดฮัด “งานนี้คุณวินนัดกับคุณดาเรียไว้ตั้งหลายเดือนก่อนที่จะหมั้นกับคุณแพร อาจจะก่อนหน้าที่คุณวินพบกับคุณแพรด้วยซ้ำ คุณวินเป็นคนบอกเองเลยนะคะว่าเรื่องนี้ต้องคุยกับคุณวินเท่านั้น ทั้งที่อรก็บอกแล้วว่าให้ทางรีสอร์ทที่กระบี่เป็นคนตัดสินใจก็ได้”

อัศวินร้องอ๋อ จำได้ทันทีว่าตอนนั้นเขาเป็นคนสั่งให้เลขานัดดาเรีย ลูกครึ่งสาวไทย รัสเซีย คุยงานกับเขาโดยตรง แต่หลังจากนั้นเขาก็มัวแต่สนใจพิชชาภาและจัดการเรื่องงานแต่งงานจนลืมสาวลูกครึ่งที่เขาเคยติดอกติดใจไปเสียสนิท

“คุณวินเลื่อนนัดเธอมาหลายครั้งจนอรยังแปลกใจเลยค่ะว่าทำไมเธอไม่เปลี่ยนสปอนเซอร์ไปเสียเลย งานก็จะจัดไม่กี่เดือนนี้อยู่แล้ว” อรนิชาอดแขว่ะดาเรียไม่ได้ ถึงแม้สาวลูกครึ่งคนนี้จะดูมีมารยาทและพูดจาดีมีภาษีกว่าสาวลูกครึ่งคนอื่น ๆ ที่เจ้านายเธอเคยรู้จัก แต่ตอนนี้เขาแต่งงานมีครอบครัวแล้วเธอก็อดที่จะหวงเจ้านายหนุ่มแทนภรรยาเขาไม่ได้

“เธอก็คงจะชอบบรรยากาศรีสอร์ทของเรามั้ง เอาเถอะ ถ้าเธอมาถึงแล้วก็ให้เธอเข้ามาพบผมได้เลย”

พออัศวินพูดเสร็จ เสียงโทรศัพท์มือถือของอรนิชาก็ดังขึ้น “คุณดาเรียแน่ ๆ เลยค่ะ พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บเลย” เธอกดรับโทรศัพท์ พอปลายสายแจ้งว่าเป็นใคร เธอก็หันไปหาเจ้านายแล้วพยักหน้าว่าใช่ แล้วสั่งให้พนักงานพาแขกขึ้นมาข้างบน

“เอกสารเกี่ยวกับกิจกรรมที่คุณดาเรียส่งมาให้อรวางไว้อยู่บนโต๊ะแล้วนะคะ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเรียกอรได้ตลอดเลยค่ะ”

หลังจากอรนิชาออกจากห้องไปแล้ว เขาก็หยิบแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ เปิดอ่านคร่าว ๆ เกี่ยวกับกิจกรรรมที่จะใช้รีสอร์ทของเขาเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างเด็กไทยด้อยโอกาสที่มีผลการเรียนดีคัดเลือกจากทั่วประเทศกับอาสาสมัครนักศึกษาต่างชาติจากทั่วโลกให้มาทำกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติร่วมกัน

จะเรียกว่าหญิงสาวเป็นผู้สนับสนุนทางด้านจิตอาสาก็ว่าได้ เพราะมารดาของเธอก็เป็นประธานมูลนิธิอยู่หลายแห่ง ส่วนบิดาชาวรัสเซียของเธอเป็นพนักงานบริษัทที่เกษียณตัวเองมาอยู่เมืองไทยกับภรรยา อายุอานามเธอก็คงรุ่นเดียวกับพิชชาภา กิริยามารยาทที่เขาพอได้ยินมาก็ถือว่าเข้าขั้นดีทีเดียว นี่ถ้าก่อนหน้านั้นเขาได้เจอดาเรียก่อนพิชชาภา มารดาของเขาก็อาจจะได้สะใภ้เป็นลูกครึ่งก็ได้

อัศวินส่ายหัวกับความคิดไร้สาระของตนเอง ต่อให้สาวลูกครึ่งเป็นสเปคของเขา อาจจะมีชื่นชมตามประสาของคนที่ชอบของสวย ๆ งาม ๆ ไปบ้าง แต่ตอนนี้หัวใจของเขาไม่เหลือที่ว่างให้กับสาวคนไหนนอกจากพิชชาภาคนเดียว

เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเข้ามา อรนิชาเดินนำดาเรียที่อยู่ในชุดสูทกางเกงสีดำทะมัดทะแมงเข้ามาในห้อง ผมสีน้ำตาลอ่อนของเธอถูกรวบตึงเป็นหางม้า ช่วงขายาวก้าวเดินด้วยท่าทางมั่นใจ เธอถอดแว่นกันแดดออกแล้วยิ้มหวาน เอ่ยทักทายอัศวินที่เดินยิ้มเข้ามาต้อนรับ

“สวัสดีค่ะคุณอัศวิน ในที่สุดก็ได้เจอกันสักทีนะคะ” เธอยื่นมือออกไปจับมือทักทายกับเขา

อัศวินยิ้มตอบ จับมือกับหญิงสาวเบา ๆ “สวัสดีครับคุณดาเรีย ผมต้องขอโทษด้วยที่ต้องเลื่อนนัดคุณหลายครั้ง ผมมัวแต่ติดเรื่องงานแต่งงานจนไม่มีเวลาเลยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันพอทราบมาบ้าง” พูดเสร็จเธอก็หันไปขอถุงของขวัญที่ฝากอรนิชาถือไว้ “วันนี้ฉันก็เลยเอาของขวัญวันแต่งงานมาให้คุณอัศวินกับภรรยาค่ะ หวังว่าจะถูกใจนะคะ แล้วก็ขอแสดงความยินดีกับคุณทั้งสองคนด้วย” เธอยื่นของให้เขา

อัศวินรับของมาด้วยสีหน้าเกรงใจ “ขอบคุณมากเลยครับ จริง ๆ คุณดาเรียไม่น่าต้องลำบากซื้อมาเลย” เขาส่งของนั้นให้อรนิชาและสั่งเธอให้เอาไปเก็บไว้ในรถของเขาพร้อมกับสั่งเครื่องดื่มให้แม่บ้านยกมาต้อนรับแขก

“เชิญคุณดาเรียนั่งตามสบายเลยนะครับ” เขาผายมือไปที่โซฟาตัวใหญ่ แล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง หยิบแฟ้มเอกสารมานั่งที่โซฟากับเธอ

“คุณอัศวินตัวจริงไม่เหมือนกับรูปในนิตสารเลยนะคะ ตัวจริงดูดีแล้วก็ดูเด็กกว่าในรูปเยอะเลย” ดาเรียเอ่ยชม ขณะกวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าคมคายของเขาจนคนถูกชมถึงกับต้องหัวเราะแก้เขิน

“แหม ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ หน้าตาผมก็แค่มาตราฐานชายไทยทั่วไป ไม่ได้ดูดีอะไรเลย”

“แต่ฉันพูดจริงนะคะ ภรรยาคุณนี่โชคดีจังเลยที่ได้คนอย่างคุณอัศวินไปเป็นสามี ทั้งหล่อแล้วก็เก่งขนาดนี้” ดาเรียยิ้มจริงใจ สายตาที่ทอดมองเขามีแววเสียดาย

อัศวินกระแอมเล็กน้อย รู้สึกประดักประเดิดที่ถูกสาวสวยเอ่ยชมไม่ขาดปาก ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงได้สานสัมพันธ์ต่อกับเธอหลังจบงานแน่ ๆ แต่ตอนนี้ เขาไม่ได้ตัวเปล่าเล่าเปลือยที่จะทำตามใจตัวเองอีกแล้ว

แม่บ้านที่เปิดประตูเอาเครื่องดื่มเข้ามาให้ ทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดลงได้ อัศวินช่วยเสิร์ฟ จากนั้นก็เปิดประเด็นคุยเรื่องงานทันที

“ผมอ่านรายละเอียดงานเรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วผมก็อนุญาตให้ทีมงานของคุณใช้สถานที่ได้ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการเข้าพักผมก็จะสปอนเซอร์ให้ด้วย”

ดาเรียเบิกตากว้าง ยิ้มดีใจ “จริงเหรอคะ แต่ว่ากิจกรรมนี้ใช้เวลาถึงสองอาทิตย์เลยนะคะ เด็ก ๆ ที่มาก็น่าจะประมาณสามสิบกว่าคนได้”

“จริงสิครับ ผมว่ากิจกรรม ๆ ดี ๆ แบบนี้เราควรสนับสนุน อีกอย่าง รีสอร์ทที่กระบี่ก็มีห้องพักหลายห้อง แล้วก็แบ่งเป็นโซน ๆ แล้วส่วนใหญ่กิจกรรมหลักก็จัดกันนอกสถานที่ คงไม่รบกวนแขกคนอื่นที่มาพักเท่าไร”

“ขอบคุณคุณอัศวินมากเลยนะคะที่ช่วยสนับสนุนให้เยอะขนาดนี้ จริง ๆ ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าเรื่องที่พักกับอาหารการกินทางเราจะเป็นคนรับผิดชอบเอง เพราะแค่ใช้สถานที่ก็รบกวนจะแย่แล้ว”

อัศวินโบกมือ “ไม่เป็นไรครับ นาน ๆ ผมจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาสักครั้งก็ถือว่าได้ทำบุญไปด้วย ถ้าเกิดคุณดาเรียขาดเหลืออะไรก็เสนอผมมาได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

หญิงสาวยกมือไหว้ “ขอบคุณคุณอัศวินมากนะคะ ถ้าเป็นไปได้ วันเปิดงานฉันก็อยากให้คุณไปเป็นประธานขึ้นกล่าวอะไรสักหน่อยในฐานะผู้สนับสนุน คุณอัศวินจะสะดวกไหมคะ”

“เอ่อ...ผมไม่ค่อยถนัดขึ้นพูดอะไรแบบนั้นสักเท่าไรน่ะครับ ผมว่าให้ผู้บริหารทางนั้นเป็นตัวแทนผมขึ้นพูดจะดีกว่า”

เธอทำหน้าขอร้อง “แต่ตอนเปิดงานเราจะมีมอบรางวัลให้กับเด็ก ๆ คนไทยที่ได้รับการคัดเลือกเข้ามาด้วยนะคะ ถ้าคุณอัศวินเป็นคนมอบให้ก็น่าจะดีกว่า”

“อืมม...ถ้าอย่างนั้นผมขอคิดดูอีกทีนะครับ ไม่แน่ใจด้วยว่าช่วงนั้นผมจะว่างไปหรือเปล่า ถ้ายังไงใกล้ ๆ วันผมจะให้อรเลขาผมติดต่อคุณไปอีกที” อัศวินยิ้มขอโทษกลาย ๆ

เธอเม้มปาก ท่าทางเสียดาย แต่ก็พยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ “โอเคค่ะ ยังไงฉันจะรอข่าวดีจากคุณนะคะ ฉันอยากให้คุณไปด้วยจริง ๆ แค่ตอนเปิดงานก็ยังดี”

“ขอบคุณมากนะครับที่เชิญผม”

“ฉันต่างหากล่ะคะที่ต้องขอบคุณคุณ” ดวงตาประกายเรืองรอง มองเขาด้วยความชื่นชมเปิดเผย “ถ้าคุณไม่อนุมัติกิจกรรมครั้งนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปหารีสอร์ทที่ไหนในกระบี่ดีเท่ากับที่นี่อีกแล้ว”

“ด้วยความเต็มใจครับ” เขายิ้มตอบ

“ถ้าฉันอยากจะขอเลี้ยงข้าวขอบคุณคุณสักมื๊อ คุณอัศวินจะพอมีเวลาว่างไหมคะ” เธอหยั่งเชิงถาม ในใจก็อยากให้เขาตอบตกลง

“โธ่ แค่เอาของขวัญมาให้นี่ก็พอแล้วครับ ไม่ต้องเลี้ยงขอบคุณอะไรผมหรอก”

“ไม่ได้สิคะ ของขวัญนั่นสำหรับคุณกับภรรยา แต่เลี้ยงขอบคุณนี้สำหรับความใจดีที่คุณมีให้กับทีมจิตอาสาของเรา อย่าปฎิเสธฉันเลยนะคะ” หญิงสาวคะยั้นคะยอ

อีกฝ่ายพูดมาขนาดนี้ เขาก็ไม่รู้จะปฎิเสธอย่างไร ทั้งที่เขาเองก็ตั้งใจอยากช่วยเหลือโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทนอยู่แล้ว “ถ้างั้นก็ได้ครับ”

ดาเรียยิ้มพราย ดีใจที่เขาตอบรับคำเชิญเธอ “ดินเนอร์เย็นนี้เลยดีไหมคะ ฉันมีร้านอาหารไทยฟิวชั่นอร่อย ๆ แนะนำเยอะเลยค่ะ หรือว่าคุณชอบอาหารญี่ปุ่น ฝรั่งเศส นานาชาติ เลือกได้ตามใจชอบเลยนะคะ”

“เย็นนี้ผมไม่สะดวกน่ะครับ แต่ถ้าเป็นอาทิตย์หน้าผมพอจะว่างอยู่” อัศวินยิ้มฝืด ๆ เย็นนี้เขามีนัดกับพิชชาภาไว้แล้วว่าเธอจะทำอาหารรอเขากลับไปทานด้วยกัน

“ว้า เสียดายจัง” เธอยิ้มเศร้า ๆ สีหน้าผิดหวัง “แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไว้อาทิตย์หน้าเราค่อยนัดกันใหม่ก็ได้ คุณอัศวินอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”

“ผมอะไรก็ได้ครับ เชิญคุณดาเรียเลือกร้านได้ตามสบายเลย”

หญิงสาวส่งยิ้มหวานให้เขา “ตกลงค่ะ ฉันจะเลือกร้านที่ดีที่สุดไว้ให้คุณเลย ยังไงวันนี้ต้องขอบคุณคุณอัศวินมาก ๆ เลยนะคะ ที่อนุมัติเป็นผู้สนับสนุนให้กับทีมเรา เด็ก ๆ จะต้องดีใจมากค่ะที่ได้ไปพักที่รีสอร์ทสวย ๆ ของคุณ”

อัศวินยิ้มรับ “ไม่เป็นไรครับ ถ้าเด็ก ๆ ชอบ ผมก็ยินดี”

ดาเรียลุกขึ้นยืน แล้วยื่นมือไปให้ชายหนุ่ม อัศวินลุกขึ้นตามแล้วจับมือเธอเขย่าเบา ๆ “ฉันขอบคุณคุณอัศวินอีกครั้งนะคะ ในวันงาน ฉันหวังว่าคุณคงตัดสินใจไปเป็นประธานเปิดงานให้กับพวกเรา”

“ครับ ผมจะพยายามหาเวลาไปก็แล้วกัน”

“ขอบคุณค่ะ เจอกันอีกทีดินเนอร์อาทิตย์หน้านะคะ...” เธออ้อยอิงจับมือเขาไม่ปล่อย สายตาหวานเยิ้มจดจ้องมองเขาไม่วางตา ทำเอาอัศวินถึงกับยืนนิ่งค้าง ทำอะไรไม่ถูก

เสียงโทรศัพท์มือถือของอัศวินดังขึ้นช่วยชีวิตเขาไว้ เขากระแอมติด ๆ กันสองสามครั้งจนดาเรียยอมปล่อยมือแต่สายตายังไม่ละไปจากใบหน้าคมเข้มของเขา ริมฝีปากบางเคลือบรอยยิ้มเยือน

“ขอโทษนะครับ” เขาหันไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา พอเห็นเป็นชื่อพิชชาภาโทรเข้ามาเขาก็ยิ้มดีใจ ก่อนจะกดปุ่มปิดเสียง แล้วรอโทรกลับไปทีหลัง

“ภรรยาโทรมาเหรอคะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว” ดาเรียเอ่ยแซว

อัศวินไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้มเป็นคำตอบ เพราะคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องบอกเธอ “เอาเป็นว่าอาทิตย์หน้าผมให้เลขาโทรไปแจ้งอีกทีนะครับว่าเป็นวันไหน” พูดพลางผายมือไปที่ประตู

ดาเรียรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยที่เหมือนถูกไล่กลาย ๆ แต่เธอก็ไม่สนใจเพราะวันนี้เธอได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เธอยิ้มหวานก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย “ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” เธอเดินไปที่ประตู มีอัศวินคอยผลักประตูให้

“แล้วเจอกันค่ะ” ดาเรียกระตุกยิ้ม เล่นหูเล่นตาเล็กน้อย

อัศวินขนลุกซู่ กลืนน้ำลายลงคอ “เอ่อ...ครับ” เขายิ้มแห้ง ๆ ส่งเธอ พอหญิงสาวออกจากห้องไปแล้ว เขาก็ถอนหายใจพรืดยาวด้วยความโล่งอก เขาไม่คิดว่าดาเรียจะแสดงท่าทางสนใจเขาออกนอกหน้าขนาดนั้นทั้งที่เธอก็รู้ว่าเขาเพิ่งจะแต่งงานไปเมื่อวันก่อน

ชายหนุ่มใช้นิ้วมือนวดขมับ ถึงแม้ว่าเขาจะรักภรรยา แต่เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเมื่อมีสาวสวยถูกเสปคมายืนส่งสายตาหวานฉ่ำ ให้ท่าอยู่ตรงหน้าแล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลย

หลังจากดินเนอร์กับดาเรียอาทิตย์หน้า เขาคงต้องพยายามหลีกเลี่ยงเธอและหาทางปฎิเสธคำชวนใด ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมา

อัศวินส่ายศีรษะ เลิกคิดเรื่องผู้หญิงคนอื่น แล้วหยิบโทรศัพท์กดหาพิชชาภา ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงหวาน ๆ จากปลายสายเอ่ยทักทาย

“นี่พี่วินยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ แพรโทรไปรบกวนหรือเปล่า”

“ไม่เลยจ้ะ ตอนแพรโทรมาพี่กำลังจะส่งลูกค้าอยู่พอดี ก็เลยไม่ได้รับ ว่าแต่แพรมีอะไรหรือเปล่า เอ...หรือว่าคิดถึงพี่” น้ำเสียงหยอกล้อ พลางเดินกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน

“เปล่าสักหน่อย แพรแค่จะโทรมาถามว่าพี่วินจะกลับถึงบ้านกี่โมงคะ”

ปากบอกเปล่าแต่เขานึกถึงภาพเธอตอนนี้ว่าคงกำลังอมยิ้มเขินอายอยู่แน่ ๆ “นี่ไง ถ้าไม่คิดถึงกันแล้วแพรจะอยากรู้เหรอว่าพี่จะกลับกี่โมง ทนห่างพี่ไม่ไหวใช่ไหมล่ะ” เขายิ้มทะเล้นใส่โทรศัพท์

“หลงตัวเองจังเลยนะคะ” เธอค่อนแขวะไม่จริงจัง “ที่แพรถามแพรจะได้เตรียมทำอาหารถูก ถ้าพี่วินกลับเร็ว แพรจะได้เลิกงานกลับบ้านไปเตรียมก่อนก็แค่นั้น”

“หืมม...จริงเหรอ...” เขาลากเสียงยาวคล้ายไม่เชื่อ

“ถ้าพี่วินจะเอาแต่พูดเล่นแบบนี้ แพรไม่คุยกับพี่วินแล้วดีกว่า แค่นี้นะคะ”

“อ้าว เดี๋ยวก่อนสิแพร” อัศวินเด้งตัวจากพนักเก้าอี้ ร้องห้ามแทบไม่ทัน “พี่ขอโทษน้า แค่ล้อเล่นแค่นี้ไม่เห็นต้องงอนพี่เลย”

“แพรไม่ได้งอนค่ะ” แต่น้ำเสียงตรงกันข้าม

“โอเคจ้ะ ไม่งอนก็ไม่งอน” เขายิ้ม แล้วรีบบอกเอาใจภรรยา “วันนี้พี่คงจะถึงบ้านประมาณทุ่มกว่า ๆ แพรเตรียมอาหารไว้รอพี่ได้เลยนะ พี่คิดถึงฝีมือแพรจะแย่แล้ว”

“พี่วินอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ แพรจะได้ทำเอาไว้ให้” น้ำเสียงร่าเริงขึ้นมาทันที

“อะไรก็ได้จ้ะ ถ้าเป็นแพรทำพี่ทานได้หมด แต่ไม่ต้องทำเยอะนะ เพราะพี่ยังมีมื้อดึกไว้รออีกมื๊อ....” พูดกระซิบแปร่งพร่าสื่อความหมายไปอีกทางจนหญิงสาวเงียบไปพักใหญ่ ก่อนที่เธอจะร้องเสียงหลง

“พี่วินบ้า ทะลึ่ง แพรไม่คุยด้วยแล้ว แค่นี้แหล่ะค่ะ” พูดเสร็จเธอก็ตัดสายไปทันที

“อ้าว แพร เดี๋ยวสิ” แทนที่เขาจะสำนึก กลับหัวเราะสนุกสนาน คิดถึงว่าตอนนี้เธอจะมีสีหน้ายังไงก็ทำให้เขายิ้มไม่หุบ ถอนหายใจเป็นสุข เปิดสมุดเซ็นเอกสารที่เหลือ รีบทำงานให้เสร็จจะได้รีบกลับบ้านเพราะเขาแทบจะทนนั่งทำงานทั้งที่ในหัวมีแต่หน้าเธอเต็มไปหมดไม่ไหวอีกต่อไป
<><><><><><><><>><<<><><><<<><><><><><><><>
คุณ Zephyr ความเจ้าชู้สายหื่นยังอยู่ในสายเลือดค่ะ คิกๆ ^^

คุณ lamyong พี่วินรอมานาน แกเลยจะจัดเต็มตั้งแต่คืนวันแต่งงานซะเลย อิอิ



เปลวหอม
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 22 พ.ย. 2558, 01:37:43 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 22 พ.ย. 2558, 01:43:51 น.

จำนวนการเข้าชม : 1148





<< ตอนที่ 12   ตอนที่ 14 >>
Zephyr 22 พ.ย. 2558, 10:13:03 น.
อย่าเพิ่งหมดโปรนะพี่วิน
หวานนานๆนะ
ยายดาเรียต้องเป็นปัญหาระดับเตียงแน่ๆ
รอยสักเกริ่นมาแล้วจะมีความหมายแฝงอะไรรึป่าวน้าาาาาาาาาาา


lamyong 22 พ.ย. 2558, 15:29:02 น.
โจทก์เก่ายังกัดไม่ยอมปล่อย มีโจทก์ใหม่มาอีกแล้วเหรอ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account