มาตามี
ซวย T T เขาบอกว่าตอนเบญจเพสระวังดวงซวย
มันคือเรื่องจริง แถมเจอคนบ้าอำนาจอย่างเฟรากัส
โอ๊ยปวดกบาล
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: อวาหะ

"ปล่อยฉันนะ" ร่างท้วมสะดุ้งตื่นขึ้น จากนั้นสายตาจึงเริ่มสำรวจไปรอบๆกายจนพบว่าตนเอง
อยู่ในกระโจมสีเทาตุ่น

ต้นคอที่ถูกฟาดกลับไม่รู้สึกปวดแม้แต่น้อย

(จำได้ติดตาไอ้คนโหดมันฟาดมาไม่ยั้งแรงเลย ไอ้คนใจร้าย)

ฟึบ !!! เสียงผ้าหน้ากระโจมถูกเปิดออกไม่เบานัก

"ข้าลาคามารับใช้นายหญิงเจ้าค่ะ"

"ข้ามาพาท่านไปอาบน้ำเจ้าค่ะ"

หญิงสาวจำต้องเดินตามพี่เลี้ยงคนใหม่ไปจนถึงลำธาร

(เอาน๊าจา สถานที่แปลกใหม่เข้าเมืองตาหลิ่ว เข้าให้หลิ่วตาตาม)


"เชิญ"หญิงท้วมไม่รอช้ารีบอาบน้ำให้เร็วที่สุด


น้ำในลำธารเย็นจัดเลยทีเดียวแต่ต้องยอมกัดฝันอาบเพราะไม่รู้ว่าจะได้อาบอีกเมื่อไหร่

ซูซ่า!!! เสียงน้ำสาดกระทบพื้นดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้หันไปเหลียวมอง

“อยู่เฉยๆสิ ใบไม้ เจ้าต้องอาบน้ำให้สะอาดๆ จะได้มีคนยอมขี่เจ้าเสียทีไงเล่า”
“ฝันต้องเงาวับจะได้เตะตาคนอื่นเขา รู้ไหมฮึ ข้าเสียอัฐกับเจ้าไปมากแล้วหนอ ใบไม้ลูกพ่อ”

“!!!”

(มันใบไม้ตรงไหนกัน นั่นมัน นั่นมันๆๆๆๆ จระเข้ชัดๆเลย ตัวใหญ่เท่าช้างเลยครับพี่น้อง)

สัตว์เลื้อยคลานพันธุ์ดุนอนหลับตาพริ้มให้เจ้าของอาบน้ำอย่างสบายอกสบายใจ คงเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่เพราะไม่มีใครแตกตื่นกันเลยสักคน

“ลาคา กลับกันเถอะ”

ฟันกระทบกันกึกๆพร้อมขนลุกชันทั่วร่าง ไม่ได้เกิดจากความหนาวแต่มาจากความระแวงเพราะน้องใบไม้นอนอยู่ถัดไปประมาณสองสามเมตรเท้านั้นเอง

“อาบพอแล้วรึเจ้าค่ะ”

“จ๊ะ พอแล้วจ๊ะ กลับกับเถอะ”
คนท้วมรีบลากมือของพี่เลี้ยงกลับกระโจมอย่างไม้เหลียวหลังเลยสักนิด

คนดูแลจับหญิงสาวใส่ชุดกร่อมเท้าสีเทาจากนั้นมัดผมขึ้นสูงแล้วใช้ปิ่นยึดมวยผมไว้ทำให้ดวงหน้าของคนอวบลอยเด่นขึ้นทันตา แม้จะไม่ฉูดฉาดบาดตาแต่น่ามองไม่น้อยเลยทีเดียวและ จุดเด่นของใบหน้าอวบๆคงจะเป็นแก้มสองข้างที่มีสีชมพูอ้มแดงพาดผ่านเป็นริ้วๆอยู่ตลอดเวลาดูราวกับผลท้อลูกน้อยๆที่ยังไม่ถูกปลิดออกจากขั่วต้น


"เรียบร้อยเจ้าค่ะ" ลาคายิ้ม


"ที่นี่ที่ไหนค่ะ คุณน้า" ต้องรีบหาข้อมูลของที่นี่ก่อนเพื่อหาทางหนีเป็นลำดับถัดไป


"มาตามี"ลาคาตอบทันควัน


สาวเจ้าเนื้อรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้แต่นึกไม่ออกว่าได้ยินมาจากไหน


"มาตามีเป็นชื่อของประเทศ จังหวัดหรืออำเภอเหรอจ๊ะ"


"ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ” หลังลาคาว่าจบสาวเจ้าจึงเปลี่ยนคำถามใหม่


"เธอรู้จักประเทศไทยไหมจ๊ะ" ลาคาสั่นหัวทำให้หญิงสาวรู้สึกมืดแปดด้าน


"นายหญิงรีบไปเถอะ"


"ไปไหน"

"ตามข้ามาเถิดเจ้าค่ะ" คนเจ้าเนื้อจึงจำใจเดินตามไป


ลาคาพาหญิงสาวเดินตรงมาที่กระโจมหลังใหญ่สีทองสุก หากวัดขนาดโดยคร่าวๆคง
เปรียบได้กับบ้านแฝดตามบ้านจัดสรรเลยทีเดียว


"มาแล้วเจ้าค่ะ"ลาคากล่าวอย่างนอบน้อม


"เจ้าไปได้" เสียงเข้มเอ่ยขึ้น

“จะไปไหน!!!”

สาวเจ้าเนื้อที่กำลังจะเดินตามหลังพี่เลี้ยงออกไปแอบตกใจสะดุ้งกับเสียงตวาด ที่ตวาดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย


"บ้านกินนกหวีดเหรอ จะเรียกคนอื่น เรียกดีๆก็ได้"
(เมื่อวานตาสีดำนะฉันจำได้ ทำไมวันนี้สีเหลือง แปลกจริงๆ)

หญิงสาวมองขึ้นไปตามเสียงตวาด จนพบกับไอ้คนโหดที่นั่งอยู่บนพื้นพรมสีฉูดฉาด

เมื่อเห็นหน้าปั๊ปความแค้นมันครุกรุ่นปุ๊ปเลยจัดออกไปแล้วหนึ่งดอก

“นังหมูอ้วน” อีกฝ่ายโต้กลับเร็วพอกัน

“อ้วนแล้วไง ไม่ได้ไปอ้วนบนหัวแกนี่”
(โอ๊ย เคืองๆๆๆ ความอ้วนมันเป็นปมชีวิตของผู้หญิงทุกคนเลยนะขอบอก รู้ตัวว่าอ้วนแต่อย่ามาย้ำได้ไหม ฟังแล้วมันแสลงใจอ่ะ)

(เอาน้ำหนักของฉันมาล้อเล่น มีตายกันไปข้างแหละบอกเลย)

“เจ้า ปากดีนักนะ” ชายหนุ่มลุกออกจากที่นั่ง แววตาท่าทางเอาเรื่อง

“ไฟ ใจเย็นก่อนท่าน เดี๋ยวข้าจัดการนางเอง”

"สวัสดี"เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นทำให้คนข้างๆมองด้วยความสงสัย

"ค๊ะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้น หน้าหวานจัง เสียงหนุมนุ่ม
(โห ตากลมโต ขนตาย๊าวยาว สวยอ่ะน่ารักอ่ะ สวยจนฉันอายเลยนะ แม่จ๊าหนูอยากได้คนนี้กลับบ้านจัง)

“ไปสิเจ้า เลี้ยงข้าดีๆนะ ข้ากินน้อยไม่เปลืองหรอกเจ้า”

(คนหน้าหวานเขาพูดเหมือนได้ยินเราคิดเลยอ่ะ คงไม่หรอก ไม่ใช่แน่ๆ)

"เจ้ารู้จักนางรึเมตารัส"

(ไอ้คนโหด ฉันไม่กลัวแกหรอก)

คิ้วเข้มของคนโหดชักเริ่มกระตุก

“ถอย เมฆ อย่ามาขว้างข้า ขอเลาะปากนังหมูตอนออกมาดูเล่นหน่อยเถิด”

“มาเลย คิดว่ากลัวรึไง มาดิๆ แม่ไม้มวยไทยฉันก็มีนะเฟ้ย มาเลยๆ” คนร่างอวบยืนท้าเหย่งๆ กำหมัดเตรียมชก สู้ตายงานนี้

"ใจเย็นนะท่าน นางคือวสาของท่าน ท่านต้องใช้งานนางอีกมากนัก อย่าให้เสียการเลยท่าน" แรงโทสะของสหายทำเอาคนกลางต้องเริ่มชักแม่น้ำทั้งห้าลากเข้ามาสงบศึก

"นังตัวไร้มารยาท คือวสาของข้า" ปลายนิ้วชี้ไปยังร่างอวบพร้อมแววตาสาสมใจ

"ใช่ ฤกษ์งามยามดีอีกสามวันเราจัดงานตามประเพณีเลยดีไหมท่าน"

(คุยอะไรกัน ตูไม่รู้เรื่องเลย)

"ช่วยพาฉันกลับบ้านที" หญิงสาวโพล่งขึ้นแววตาอ้อนวอนคนหน้าหวาน

“ตายไปก็ไม่ได้กลับ เจ้าต้องตายอยู่ที่มาตามีแห่งนี้ ข้าจักไม่มีวันให้เจ้าหลุดรอดออกไปแม้แต่ก้าวเดียว” คำสั่งราวคำสัตย์

(ไม่สน อยากพูดไรพูดไป)


"มิได้หรอก" คนหน้าหวานแต่คำตอบใจร้ายตอบกลับเสียงเข้ม

"เจ้าต้องอวาหะกับเฟรากัส”

"อวาหะคืออะไร"

หญิงสาวไม่สนใจคนใจโหดเลยสักนิด เมินเฉยราวกับชายหนุ่มตรงหน้าเป็นอากาศธาตุเสียอย่างนั้น กิริยาท่าทางของคนอวบทำให้ชายหนุ่มร่างสูงแววตาเริ่มเรียบเย็นลงเรื่อย!!!


"อืม" เมตารัสหลับตาก่อนบอกความหมายทำให้หญิงสาวตกตะลึง


“อวาหะในภาษาของเจ้าคือการแต่งงาน”


"แต่งกับไอ้โหด ฝันไปเถอะ ฉันจะกลับบ้าน"

เสียงโวยขึ้นทันทีไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับคนที่ฟาดต้นคอผู้หญิงได้อย่างไม่สะทกสะท้าน


"ทำใจให้สบายเถิด" เสียงนุ่มๆเอ่ยปลอบ


"ข้าจักแต่ง" คนโหดรับปากแต่งงานด้วยรอยยิ้มหมายมาด

“แกแต่ง แต่ฉันไม่แต่ง ไม่แต่งนะโว๊ย ฉันไม่มีวันแต่งกับแกเด็ดขาด”

“ฮึฮึฮึ แต่ข้าจักแต่ง”

“ลาคา พานางไป”

สิ้นเสียงเรียกเพียงหนึ่งครั้ง

พี่เลี้ยงอย่างลาคารีบลากหญิงสาวเดินกลับกระโจมในทันที

(มันเวรกรรมอะไรของฉันเนี้ย ปากพาซวยจริงๆเลยขอสามี เลยได้สามีมาจริงๆเลย โว๊ย ซวยๆ)
...............................................................


"เจ้าเล่นอะไร เมตารัส เกมเดิมพันใหม่งั้นรึ"


"อ้วนเหมือนหมู หน้าตาหาดูได้ไม่ ปากดีดื้อด้านน่าจับฟาดก้นนัก"


"นางเพียงเจ้าเนื้อและสมบูรณ์หาเป็นหมูอย่างที่ท่านว่าไม่”


“ปากน่าเลาะออกมาดูเล่นนัก”


“หากท่านไม่สนใจนาง ใยยืนเล่นละครกับข้าอย่างไม่อิดออดเลยเล่าท่าน"


“อย่ามาเล่นลิ้น” แววตาคมกล้ามองสหายข้างกายอย่างกดดัน


“ข้าลากนางมาเป็นเดิมพันธ์นั่นส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งข้าลากนางมาช่วยท่าน”


"ช่วย อะไร"

"เจ้าเผ่าต้องการให้ท่านอวาหะมานานแล้ว เมื่อมีนางแล้วท่านเจ้าจะไม่หาคู่มาให้ท่านอีก"





"ท่านอยู่กับนางสักพัก ท่านก็ยกนางให้ข้า "

“ฝันเถอะเมตารัส”

"นางจักต้องอยู่กับข้าจนกว่าตายจากกัน" แววตาของชายหนุ่มฉายแสงแวววามขึ้นวูบหนึ่ง

“…” รอยยิ้มละมุนบนริมฝีปากของคนหน้าหวานเริ่มจืดชืดลง

“หากนางเลือกข้า ท่านไม่มีสิทธิ์มาขัดขวาง” แววตาสีม่วงเข้มสบประสานแววตาดำสนิทด้วยความนัยที่รับรู้กันเพียงสองคน

“และเมื่อครู่นางเลือกข้า ท่านได้ยินไม่ใช่รึ ฮาๆๆๆๆ” ชายหนุ่มหนุ่มหน้าหวานตอกย้ำถึงความจริงเพราะเมื่อครู่หญิงสาวเรียกหาตนจริงๆ



หลังตอกย้ำความจริงเสร็จสิ้นชายหนุ่มหน้าหวานจึงหายลับไปพร้อมกับเปลวแสงสีม่วงเข้มทิ้งเพียงเสียงหัวเราะที่เป็นฉนวนชั้นดีซึ่งทำให้แววตาเหลืองอำพันของชายหนุ่มร่างสูงเริ่มเข้มขึ้นจนน่าอึดอัด!!!


ประตูกระโจมของหญิงสาวถูกเปิดออกจากมือขาวสะอาดของชายหนุ่มหน้าหวานและ

ตาหวานเห็นกี่ทีก็รู้สึกอิจฉาความหวานละมุนของใบหน้าจริงๆ

(น่ารักจัง)


"นายหญิงท่านเมตารัสมารอพบค่ะ"


"ฉันไม่แต่ง"หญิงสาวโวยขึ้นทันทีที่เห็นหน้า


"ฟังข้า การแต่งเป็นแค่งานชิ้นหนึ่งเมื่องานเสร็จเจ้าจะได้กลับบ้าน"


"งานอะไร" แววตาของสาวร่างท้วมยังไม่วางใจนัก


ยิ่งอยู่ต่างบ้านต่างเมืองยิ่งน่าระแวงสุดๆ


เมตารัสยิ้ม


" แต่งกับเฟรากัสอย่าง"ชายหนุ่มหลับตาลงครู่นึง


"อย่างหลอกๆข้าใช่ภาษาของเจ้าเจ้าคงเข้าใจ"


"ค่ะ แล้วเมื่อไรงานจะเสร็จ"


"หกช่วง"เสียงนุ่มเอยทันควัน


"ช่วงคือ"เมตารัส หลับตาอีกครั้ง


"ประมาณหนึ่งปี"


"นานมาก" คนไม่มีทางเลือกมากนักเริ่มบ่น


"เหลือเพียงทางนี้ทางเดียวที่เจ้าจะได้กลับบ้าน"

(ทางนี้ทางเดียวเชอะพูดมาได้อย่างนี้บังคับกันนี่ ไม่มีทางเลือกเลยสิทำก็ทำแล้วค่อยหาทางชิ่งทีหลัง)

หญิงสาวคิดอย่างดุเดือดและวางแผนอย่างเงียบๆแต่คนฉลาดกลับไม่รู้เลยสักนิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าสามารถอ่านใจได้
………………………………………………..2
ปี 59 นี้กลับมาแล้วนะ แต่งตอนนี้มีสองตอนเท่านี้แหละจ๊า
จะมีใครจำลายหมึกได้ไหมหนอ



ลายหมึก
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 20 ม.ค. 2559, 00:45:58 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 20 ม.ค. 2559, 00:47:46 น.

จำนวนการเข้าชม : 444





<< เบญจเพส   พลัง >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account