คืนค่ำร่ำพิศวาส
สองผีพี่น้อง เลวิส... แวมไพร์(ผีดูดเลือด) ลมเหนือ... ผีเฮี้ยน! อยู่ตึกผีสิง VS กาฬวาร... เด็กสาวยากจนเป็นสาวพรหมจรรย์ มีพลังจิตบริสุทธิ์ เธอช่วยพวกเขากลับเป็นมนุษย์ กลายเป็นเพื่อนบริสุทธิ์ใจต่อกัน สองพี่น้องต่างบิดาแต่รักกันมาก เวลาผ่านไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ได้เจอเธออีกหนต่างหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน...เลือกรักไม่ได้หนึ่งหญิงสองชาย (อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน)
Tags: หวานแหวว, ซึ้ง, รักแฟนตาซี, ไตรติมา, ผี, แวมไพร์, ตลก, หล่อ, โรแมนติค,

ตอน: ตอน 20

______________________...oooooOOOooooo...______________________... ตอน ๒๐

............ยูชิยะได้อยู่บ้านโองาว่าในฐานะลูกเขยอย่างเปิดเผย กาฬวารทำหน้าที่สอนภาษาไทยให้ ไม่นานยูชิยะก็พูดภาษาไทยพอได้จึงเริ่มทำกิจการสวนอาหารใช้ชื่อว่า อิงน้ำการ์เด้น โดยเช่าพื้นที่มีบริเวณติดริมคลองให้บรรยากาศริมน้ำ จ้างนักดนตรีมาเล่นในคืนวันศุกร์กับคืนวันเสาร์ ส่วนตัวเองทำหน้าที่เอ็นเตอร์เทนลูกค้าเป็นนักร้องและแดนเซอร์

ยูชิยะชอบทำตัวราวกับเป็นเพื่อน ชอบชวนกาฬวารไปเที่ยวช็อปปิ้ง เป็นธุระจัดแจงเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวด้วยใจหมายจะเปลี่ยนกาฬวารให้ค่อยกลายเป็นสาวสวยเซ็กซี่

“เวลาคุณมิลินไปออกงานชอบพากาฬไปเป็นเพื่อน ฉันเห็นรสนิยมการแต่งตัวแบบเด็ก ๆ แล้วมันดูไม่เข้ากับกาฬเลย ให้ฉันเป็นธุระจัดการพากาฬไปตัดชุดราตรีที่มันดูสมเป็นสาววัยรุ่นดีไหม เพราะคุณมิลินไม่ค่อยมีเวลาไปจัดหาเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวให้กาฬ และฉันก็มีเซ้นส์เรื่องแฟชั่นการแต่งตัวของสาว ๆ ดีนะ คุณมิลินจะอนุญาตไหม” ยูชิยะปรึกษากับคุณมิลิน

“นั่นสิ ฉันเห็นด้วยกับคุณค่ะ พากาฬไปตัดชุดราตรีกับห้องเสื้อหรูสักชุดสองชุดก็ดี”

เมื่อได้รับอนุญาต ยูชิยะจึงพากาฬวารไปยังห้องเสื้อหรูที่คุณมิลินเป็นลูกค้าประจำ ในขณะที่เธอเลือกไม่เป็นและยังไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับแฟชั่น ยูชิยะจึงช่วยเลือกดูแบบ...

“นี่ชุดราตรีสีแดงกระโปรงยาวเข้ารูป โชว์ร่องอกรำไรมีผ้าชีฟองบางบังไว้ดูเซ็กซี่ดึงดูดใจหนุ่มและไม่โป๊มากด้วย ผ่าข้างเหนือเข่าโชว์ขาอ่อนเล็กน้อยพอเหมาะกับสาววัยรุ่น ไม่ต้องโชว์เยอะ เท่านี้หนุ่ม ๆ คงพากันหันมองจนเหลียวหลัง”

“ตกลงสั่งตัดแบบนี้ก็ได้ค่ะ” กาฬวารคล้อยตาม ลอบมองยูชิยะที่นั่งใกล้ใจนึกไปต่าง ๆ นานา

‘โอ้โฮ... ขนตายาวเป็นแพงอนงามสวยมากเหมือนอย่างดวงตาของหญิงสาว จมูกโด่งคมสัน ยูชิยะคนนี้เป็นหนุ่มหล่อและดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงจนเหลือเชื่อ ยิ่งมองยิ่งดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดมิน่าคุณมิลินถึงหลงรัก แต่ว่าเขาเป็นแวมไพร์หรือเปล่านะ เมื่อก่อนเลวิสเคยเป็นแวมไพร์คุณยูชิยะรู้เรื่องนี้ไหมหนา แล้วใครกันทำให้เลวิสเป็นแวมไพร์ จริงสิ... ถ้าหากยูชิยะเป็นแวมไพร์เขาต้องรู้ความคิดเราแน่’

กาฬวารเผลอเหม่อจ้องมองใบหน้ายูชิยะจนเพลินไป...

“เป็นอะไรกาฬมองหน้าฉันมีอะไรรึ” แสร้งถาม ยิ้มเล็กน้อยพองามพร้อมทำหน้าใสซื่อ

“ขอโทษเสียมารยาทค่ะ พอดีคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนะค่ะ” ปากตอบไป ใจนึกสรุปจากสายตาที่เห็น

‘ดูท่าทางเขาไม่รู้เรื่องราวอะไร ถ้าเขาอ่านใจเราออกเขาคงต้องแสดงตัวหรือมีพิรุธให้สังเกตเห็นได้ เขาคงไม่ใช่แวมไพร์’

แต่แท้จริงยูชิยะเป็นแวมไพร์แสนเจ้าเล่ห์อย่างวายร้าย สิ่งที่เขาคิดกับกาฬวารคือ... หมายตาไว้อยากได้เป็นลูกสะใภ้ด้วยใจสั่งจอง เอาไว้เป็นคู่ครองที่เหมาะสมสำหรับลูกชายอันเป็นสุดที่รักยิ่งดังดวงใจ



............ห้องโถงชั้นล่างของตึกใหญ่ ยูชิยะเข้ามาฝึกซ้อมเต้นรำ

“จะตีสามแล้ว คุณยูชิยะยังไม่นอนเหรอคะ” กาฬวารถาม เมื่อพบเขาขณะเปิดเพลงแดนซ์และกำลังเต้นตามจังหวะเพลง

“ฉันกลับจากร้องเพลงที่อิงน้ำฯ ยังไม่ง่วงเลยมาซ้อมเต้น เวลานี้เธอตื่นนอนแล้วคงไม่รำคาญเสียงเพลงใช่ไหม” ยูชิยะแกล้งพูดดักคอ เพราะรู้ในความขี้เกรงใจของกาฬวาร เป็นความประสงค์จงใจเปิดเพลงเสียงดัง ทำให้เธอไม่เป็นอันปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน นั่นคือสวดมนต์นั่งสมาธิ

“อ๋อ... ไม่หนวกหูค่ะ เชิญคุณยูชิยะตามสบาย” กาฬวารพูดไปด้วยเห็นแก่ความดีที่เขามีให้ ทั้งคอยแนะนำสั่งสอนสิ่งต่าง ๆ มากมาย จึงทั้งเกรงใจให้ความเคารพนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่อีกคน

“ฉันมีความรู้เรื่องการเต้นรำ สอนเธอเต้นรำสำหรับเข้าสังคมได้นะ สนใจไหมล่ะ”

“สนใจค่ะ ...อยากเรียน” กาฬวารตอบอย่างกระตือรือร้นตามนิสัยที่เป็นคนสนใจใฝ่รู้

ยูชิยะสอนให้ในหลายสิ่งหลายอย่าง พาไปดินเนอร์ ดูหนังรักรอบดึก พาไปดูแฟชั่นโชว์ ดูคอนเสิร์ต ทำให้เธอสนใจมองหนุ่มหล่อ สอนเทคนิคการทำตัวเธอให้มีเสน่ห์ดึงดูดใจชาย เป็นเจตนาของเขาอยู่แล้วที่จะเพิ่มกิเลสตัณหาให้แก่จิตใจกาฬวาร พลังจิตบริสุทธิ์อันเกิดจากการทำสมาธิค่อยเสื่อมถอยลดน้อยลงทุกวัน ทุกวัน...

‘เลวิสลูกรักของพ่อ ขอได้โปรดรับรู้ด้วยจิตวิญญาณ พ่อกำลังช่วยลูก ทำให้กาฬวารพร้อมจะเป็นผู้หญิงของลูกในวันหน้า’

คำวิงวอนจากหัวใจผู้เป็นพ่อ ได้ถูกฝากผ่านไปในกระแสลมที่โหมพัดเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอน กระแสลมบอกต่อกันไป ไกลแสนไกลข้ามซีกโลก

แม้เลวิสไม่มีจิตพิเศษอีกแล้วเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แต่สายใยพันผูกพ่อลูกอันแน่นแฟ้นส่งผลเผื่อแผ่ให้หัวใจของเขาได้รับความอบอุ่นอันส่งมาจากสถานที่แสนไกลโพ้น...



............สี่ปีต่อมา ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

ร้านอาหารเลโฮ เป็นร้านที่เลวิสกับลมเหนือเข้าหุ้นกัน โดยใช้ชื่อนำหน้าของทั้งสองมาเป็นชื่อร้าน เปิดกิจการตอนเลวิสและลมเหนือเรียนมหาวิทยาลัยจบแล้ว กิจการเจริญรุ่งเรืองดี แต่ละวันมีลูกค้ามาอุดหนุนทั้งขาจรและขาประจำ

“อาหารอร่อยไหมครับ ผมกับพี่ชายเป็นเจ้าของร้าน มีติชมบอกผมได้ครับ” ลมเหนือกล่าวทักทาย เมื่อเห็นเป็นลูกค้ารายใหม่ตามประสาคนมีอัธยาศัยดีที่ชอบบริการลูกค้า

“อาหารอร่อยดีครับ” ลูกค้าชายหนุ่มชาวอเมริกันผมสีน้ำตาลกล่าวชื่นชม

“นายนี่หน้าตาน่ารักนะ ไม่ใช่คนอเมริกันนี่นา” ลูกค้าหน้าใหม่อีกคนท่าทางยิ้มแย้มโอภาปราศรัย ผมสีออกแดงเรือนร่างล่ำสันค่อนข้างตัวใหญ่ ทั้งสองคนดูวัยไล่เลี่ยกัน อายุน่าจะเกินยี่สิบห้าแต่ไม่เกินสามสิบ

“ผมเป็นคนญี่ปุ่นครับ ชื่อ ลมเหนือ เรียกฮคคุก็ได้”

“เห็นทีฉันต้องมาเป็นลูกค้าประจำซะแล้ว” หนุ่มผมแดงกล่าวพลางยิ้มชอบใจ

“ผม... ไรอัน เป็นน้องชาย เจ้านี่พี่ชายผม ชื่อ... เอ็ดการ์ด” ไรอันกล่าวแนะนำตัวเองและพี่ชายของเขา ยิ้มกว้างอย่างร่าเริงเป็นมิตร เลวิสเห็นจึงเข้ามาสมทบด้วย

“สวัสดีครับ” เลวิสยิ้มแย้มกล่าวทักทายเรียบง่ายในท่าทางเป็นกันเอง

“นี่พี่ชายผม... เลวิส เราสองคนเข้าหุ้นกันเป็นเจ้าของร้านนี้” ลมเหนือแนะนำพี่ชายของตนให้ลูกค้า

“ยินดีที่ได้รู้จัก” ไรอันทักทายตอบสั้น ๆ ดวงตาเป็นประกายแวววาวแสดงความพึงพอใจ

“พวกนายเหมือนพวกเราเลย เป็นพี่น้องกัน แถมหล่อทั้งคู่เลย” เอ็ดการ์ดไม่วายกล่าวชม ส่งสายตาคมวาวถูกใจ

“นั่งคุยอยู่กับพวกเราก่อนได้ไหม เผื่อจะแนะนำเมนูอาหารพิเศษ ๆ ให้เราอีก” ไรอันเรียกร้อง

“ยินดีครับ” ลมเหนือรับคำ ลงนั่งข้างไรอันคนน้อง

ส่วนเลวิสนั่งลงข้างเอ็ดการ์ดคนพี่ ลูกค้าทั้งสองพี่น้องสั่งอาหารแล้วรับประทานกันอย่างเพลิดเพลิน มีเจ้าของร้านสองพี่น้องคอยพูดคุยบริการอยู่เคียงข้าง จนกระทั่งถึงเวลาต้องขึ้นเวทีไปร้องเพลง

“ถูกใจล่ะสิเอ็ดการ์ด คนพี่ที่นั่งข้างนาย”

“อืม... หล่อน่ารัก ร่าเริง ถูกใจอยู่แล้ว นายล่ะชอบคนไหน”

“คนน้อง... หุ่นกำลังดี ไม่ผอมไม่อ้วน น่ารัก น่ากอด หึ หึ...” ไรอันแอบนินทาลับหลัง แล้วหัวเราะกับพี่ชายตัวเอง

“ฮะ ฮะ ฮะ... ฉันเห็นด้วย” เอ็ดการ์ดหัวเราะ เพราะคิดแผนการลับ ๆ ล่อ ๆ ได้ ให้นึกสนุกขึ้นมา!



............เอ็ดการ์ดและไรอันแพลนโปรแกรมเด็ดสำหรับพวกเขา แม้รู้จักกับเลวิสและลมเหนือไม่นานก็อยากชวนไปเที่ยวด้วยกัน ที่นั้นคืออุทยานแห่งชาติโยเซมิตี ซึ่งบ้านของยูชิยะและเลวิสอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียรัฐเดียวกันนี้ด้วย

หนุ่มทั้งสี่คนสนุกกับการขับรถปิกอัพออกไปนอกเมือง เปิดเพลงมัน ๆ จังหวะเร็วเร้าใจชวนให้สนุกครึกครื้นระหว่างการเดินทาง จนกระทั่งเข้าใกล้เขตป่าจึงปิดเพลงเพื่อไม่รบกวนสัตว์ป่า

พวกเขาไม่เช่าบ้านพัก ด้วยอยากได้บรรยากาศเอ้าท์ดอร์ ได้สัมผัสกับธรรมชาติเต็มที่ จึงหาสถานที่ตั้งแคมป์ และเช่าเรือเพื่อตกปลา ซึ่งได้โลเกชั่นดีมากที่สำคัญมันอยู่ใกล้แม่น้ำ แวดล้อมไปด้วยต้นสนแบบป่าโปร่ง พื้นดินสามารถเดินด้วยเท้าเปล่าได้ เรียงรายดารดาษไปด้วยโขดหินเกลี้ยงเกลาค่อนข้างเรียบ เพราะผ่านการกัดเซาะจากน้ำมานาน

ทั้งสี่หนุ่มช่วยกันตั้งแค้มป์กางเต็นท์ เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงชวนกันไปพายเรือเล่นเป็นคู่ เอ็ดการ์ดกับเลวิสลงเรือลำเดียวกัน ส่วนไรอันพายเรือลำเดียวกับลมเหนือ ทั้งไรอันและเอ็ดการ์ดนำเบ็ดมาตกปลาด้วย จอดเรือตกปลากันอยู่พักใหญ่ เอ็ดการ์ดตกปลาได้เป็นคนท้ายสุดถึงยอมกลับมายังแค้มป์ เพื่อทานอาหารค่ำแบบชาวป่าที่มีปลาเผาซึ่งพวกเขาตกมาได้

“พวกเราสนิทกันไวเนอะ” ลมเหนือเริ่มเอ่ยขึ้นก่อน

“ใช่... ผู้ชายเหมือนกันเข้าใจกันง่าย” ไรอันคุยสบาย ๆ นั่งติดกับลมเหนืออยู่ข้างกองไฟ

เป้าหมายแท้จริงของสองพี่น้องทั้งไรอันและเอ็ดการ์ดไม่ใช่การท่องเที่ยว หากแต่เป็นการได้นอนร่วมกันในเต็นท์!

“รีบนอนเถอะเลวิส พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า พายเรือไปหาที่ตกปลากันอีก” เอ็ดการ์ดกล่าวชวนเข้านอนดังใจหมาย

คืนนี้สลับกันนอนเป็นคู่ คนที่อยู่หัวค่ำก็นั่งเฝ้ายามกันไป ช่วงดึกถึงจะได้เข้านอนสลับกับคนที่นอนหัวค่ำ ตกดึกจะต้องมานั่งเฝ้ายาม คอยระวังสัตว์ร้ายที่อาจจะเข้ามาทำอันตรายในตอนกลางคืน

“โอเค พวกเราขอตัวเข้านอนก่อน ราตรีสวัสดิ์” แล้วเลวิสก็ตามเข้าไปในเต็นท์

“ทำอะไรกันดี เหลือเราอยู่กันสองคน” ไรอันพูดและยิ้มอย่างมีเลศนัย

แต่ลมเหนือไม่รู้เท่าทัน โดยธรรมดาสามัญใครจะคิดพิศวาสอะไรกับผู้ชายด้วยกัน

“นั่งดูดาวด้วยกันก่อนสิ อยู่ในเมืองมีแต่แสงไฟฟ้า ไม่ค่อยได้มองดูดาวเลย” ลมเหนือบอก วางแขนพาดไหล่ไรอัน พลางชี้ชวนให้แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า พลันในใจกลับไปคิดถึงอีกคนที่อยู่ห่างกันแสนไกล...

‘อยู่คนละฟากฟ้า ไม่เจอกันนานนับปี เธอที่ชอบแหงนมองท้องฟ้า เวลานี้ยังเป็นเหมือนก่อนเก่าไหมนะ’

“โรแมนติกจังนะนายนี่” ไรอันกล่าวยิ้มกริ่ม ไม่ค่อยสนใจมองท้องฟ้า ชอบมองใบหน้าลมเหนือหนุ่มข้างกายคนนี้มากกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น!

“อืม... พี่ชายฉันเคยบอกอย่างนั้นเหมือนกัน” ลมเหนือพูดทั้งยิ้มอ่อนโยน มักชอบเอ่ยถึงพี่ชายตนอย่างเป็นสุขใจ ความรักบริสุทธิ์ใจที่ให้ต่อกันฉันพี่น้องนั้นประทับใจอยู่เสมอไม่เสื่อมคลาย

ไรอันได้เห็นเรียวปากรูปกระจับกับเขี้ยวคู่เล็กดูเป็นเสน่ห์ดึงดูดความสนใจ ขณะลมเหนือพูดไปพลางยิ้มหัวไปพลาง หารู้ไม่ว่ากลายเป็นการกระตุ้นอารมณ์พิศวาสเพศเดียวกัน ช่างเย้ายวนชวนหลงใหล จนไรอันถึงขนาดเผลอพูดพึมพำออกมา

“น่าจูบ...”

“หือ?... อะไร” ลมเหนือได้ยินไม่ถนัด จึงถามย้ำกับไรอัน

“หึ หึ... ไม่มีอะไรหรอก” หัวเราะและพูดกลบเกลื่อน ไม่ให้อีกฝ่ายเห็นความประหม่าหวั่นไหวไปด้วยใจคิดไม่ซื่อ



............ในเต็นท์เลวิสนอนหงาย ใกล้หลับ... เนื่องจากง่วงเต็มที แต่แล้วรู้สึกตัวว่าโดนมือคนที่นอนข้าง ๆ ลูบคลำ อะไรไม่สำคัญเท่าดันมาลูบของรักของหวงของสำคัญที่สุดในร่างกาย!

“อะไรวะนี่...” เลวิสบ่น ปัดมือเอ็ดการ์ดออก และขยับตัวหนี... เห็นฝ่ายนั้นนอนหลับแล้ว

‘คงละเมอมั้ง...’

เลวิสนึก... ด้วยความง่วงจึงหลับไปอีกงีบหนึ่ง... แล้วต้องตกใจตื่น เพราะโดนคร่อมทับด้วยผู้ชายตัวโตกว่า

“อื้อ...” ปาก... ไม่อาจเอ่ยได้ หนักอึ้งเมื่อโดนจูบปิดปาก และลิ้นของผู้ชายนั้นควานเข้ามาเต็ม ๆ ข้อมือโดนจับกดด้วยมือที่แข็งแรงกว่า ขยับหนีไม่ได้ ทั้งพยายามดิ้นหนี โดนน้ำหนักเบื้องบนกดทับลงมา กางเกงนอนเอวยางยืดถูกกระชากดึงลง เลวิสต้องใช้มือข้างที่ว่างจากพันธนาการ ต่อยเข้าปลายคางฝ่ายตรงข้าม ทำให้ฝ่ายนั้นผงะออก แต่นึกไม่ถึง...

“อุ้ก...” เลวิสโดนสวน... ถูกต่อยเข้าตรงลิ้นปี่ ตามติดมาอีกสองสามหมัด ...จุกเสียดแน่นมากจนร้องไม่ออก

“ฉันจะพาไปขึ้นสวรรค์ ทำให้มีความสุขสุดยอดไปเลย” เอ็ดการ์ดกระซิบข้างใบหูของเลวิส และลิ้นลื่น ๆ นั้นแลบเลียบริเวณใบหูอีกด้วย

ทั้งทำให้สยิวจนขนแข่งกันลุกเกรียว ส่วนขาของเลวิสโดนจับแยกออก แล้วโดนคร่อมทับแทรกร่างอยู่ระหว่างกลาง แขนทั้งสองถูกจับกดตรึงไว้ ดิ้นรนไม่พ้นแล้ว ราวกับตนเองเป็นหญิงสาวที่กำลังโดนข่มขืน!

“ช่วยด้วย...” เลวิสร้อง แต่เสียงเล็ดรอดออกมาได้น้อยนิดนัก ยังไม่หายจากอาการจุกท้อง ความรู้สึกแย่... ทั้งขยะแขยง ทั้งตระหนกตกใจ!

“หุบปาก ...นี่แน่ะ” เอ็ดการ์ดตะคอก แต่พยายามไม่ให้เสียงดัง ด้วยไม่อยากให้ได้ยินไปถึงคนที่อยู่นอกเต็นท์ และต่อยซ้ำเข้าที่กะบังลมเลวิส ทำให้จุกแน่นอีก คราวนี้เลวิสร้องไม่ออกเลย ...นอนหมดแรง แต่ใจยังนึกถึงการดิ้นรนเอาตัวรอด เมื่อเอ็ดการ์ดก้มลงมาใกล้... เลวิสรีบขย้ำงับกัดใบหูของเอ็ดการ์ดอย่างแรง

“อ้าาาาก...” เสียงร้องลั่น ทำให้ทั้งลมเหนือและไรอันรีบวิ่งเข้ามาดูในเต็นท์

“เกิดอะไรขึ้น” ไรอันถามพี่ชายของเขา ...เห็นเอามือกุมใบหูอยู่

“ฉันคงนอนละเมอ อยู่ ๆ ก็โดนเลวิสกัดหู”

“ละเมอบ้าอะไร...” เลวิสเพิ่งพูดออก หลังคลายอาการจุก ลมเหนือเห็นพี่ชายมือกุมท้อง จึงถามอาการ

“นายเป็นอะไร ปวดท้องเหรอเลวิส”

“สงสัยฉันคงละเมอ ฝันถึงเรื่องชกต่อย เลยไปต่อยท้องเลวิสเข้า ฉันขอโทษนะ” เอ็ดการ์ดพูดโกหก ทำทีเข้าประคองเลวิส แต่อีกฝ่ายสะบัดผลักมือออก

“ไปให้ห่างฉัน ออกไป... ไปนอกเต็นท์เลย ...ไป” เลวิสตวาด สีหน้าขึงขัง ฝ่ายนั้นยอมเชื่อฟังโดยดี พร้อมทั้งชวนไรอันผู้เป็นน้องออกไปด้วย

“นายมานอนกอดฉัน ฮคคุ” เลวิสสั่ง ลมเหนือทำตาม เพราะเขาเริ่มง่วงนอนเหมือนกัน จึงลงนอนกับพี่ชายและกอดก่ายแนบชิดข้างกาย

“แก้มนายยังหอมกว่าไอ้เจ้านั่นเยอะ มันทั้งเหม็นเหล้า เหม็นบุหรี่” เลวิสบอก หลังจากเขาหอมแก้มน้องของเขาแล้ว เพื่อแก้อาการขยะแขยงเอ็ดการ์ด ลมเหนือทั้งไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่และใช้โฟมล้างหน้าจึงมีกลิ่นดีกว่าผู้ชายอื่น

“คืนนี้นายแปลก ๆ ” ลมเหนือบอก แต่ไม่ติดใจสงสัยนักเพราะความคุ้นชิน เคยกอด เคยหอม แม้กระทั่งจูบกันแบบครอบครัวก็เคยมาแล้ว

และเลวิสเองก็ไม่เล่าเรื่องที่เขาโดนกระทำ... ใครจะอยากบอกเล่าเหมือนยิ่งย้ำให้นึกขยะแขยงอย่างไม่เลือนหาย

‘อยากลบรอยที่โดนมาให้หายขยะแขยง ไม่อยากนึกจนนอนไม่หลับ อยู่ใกล้กับฮคคุนี่ดีที่สุด’



............ร้านอาหารเลโฮ

“ไปเที่ยวคราวที่แล้วกับสองคนพี่น้องนั่น สนุกจังเลยนะ” ลมเหนือกล่าวอย่างชอบใจ

แต่เลวิสรู้เช่นเห็นชาติทั้งสองพี่น้องนั้นจึงกล่าวเตือน...

“ฮคคุ นายคบใครดูให้มันดี อย่าไว้ใจคนง่าย เห็นเขาดีกับเรา เราก็ดีกับเขานั่นมันไม่ดีเสมอไปหรอก ไม่รู้ว่าใจข้างในเขาคิดอะไรกับเรา ทางที่ดีนายควรเลิกคบดีกว่า”

“อ้าว... ทำไมล่ะ”

“ฉันไม่ค่อยชอบพวกนั้น บางทีอาจจะเป็นพวกชอบความรุนแรง เป็นเกย์ ...ทำนองนั้น”

“แต่ฉันดูพวกเขาไม่น่าใช่เกย์ นายรังเกียจเกย์เหรอ” ลมเหนือถามอย่างคนไม่รู้เรื่องราว

“ไม่ใช่อย่างนั้น... ถ้าฉันเตือนนายไม่เชื่อ อย่ามาเสียใจทีหลังละกัน” เลวิสพูดตัดบท เขาอาย.. หรือไม่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องที่เกิดกับตัวเอง ลมเหนือจึงไม่ได้รับรู้เรื่องเลย

ร้านอาหารเลโฮปิดหลังเที่ยงคืน...

“ฮคคุไปไหน? เห็นไหม” เลวิสเอ่ยถามพนักงานชายภายในร้าน

“เห็นไรอันกับเอ็ดการ์ดชวนไปเที่ยวเล่นที่พักของเขา คุณฮคคุยังฝากผมบอกคุณเลวิสให้ตามไปที่นั่นด้วย”

“หือ?...อย่างนั้นฉันต้องตามไปเอาเรื่องแน่ พวกนายจะไปกับฉันได้กี่คน” เลวิสถาม สีหน้าเคร่งเครียด...

“หมายความว่าจะไปมีเรื่องกันเหรอครับ” ลูกน้องของเขาซึ่งเป็นพนักงานชายในร้านถามหน้าตาตื่น

“อืม... อาจจะ...”

“แต่ท่าทางคุณฮคคุไม่ได้มีเรื่องกับพวกเขานะครับ”

“ฉันนี่ล่ะมีเรื่อง พวกนายไม่รู้อะไร ไรอันกับเอ็ดการ์ดเป็นพวกซาดิสม์ ชอบใช้ความรุนแรงและคงชอบน้องชายฉันมากด้วย แบบนี้นายคิดว่าน้องฉันจะปลอดภัยหรือ?”

“อย่างนี้น่าเป็นห่วงคุณฮคคุ”

“ถ้าใครกลัวหรือไม่มีฝีมือไม่ต้องไปเกะกะเป็นภาระ” เลวิสสรุปตัดบท ใจอยากไปช่วยน้องชายโดยเร็ว

“ผมไม่กลัวครับ”

“ผมไปด้วย” เลวิสได้พาพนักงานชายในร้านไปด้วยรวมตัวเขาเองเป็นสามคน มุ่งหน้าไปยังที่พักของไรอันและเอ็ดการ์ด



............สองพี่น้องเอ็ดการ์ดและไรอัน พาลมเหนือมายังที่พักของพวกเขา

“เรามาเล่นเกมกันดีกว่า คนแพ้ต้องยอมทุกอย่าง” เอ็ดการ์ดเริ่มกล่าวเกริ่นเรื่องก่อน

“ดีสิ เกมนี้ฉันชอบ เพราะฉันไม่เคยแพ้” ไรอันสนับสนุนพี่ชาย สายตามองโลมเลียเรือนร่างสมส่วนของลมเหนือ

“เกมอะไร” ลมเหนือถามอย่างซื่อ ยังไม่นึกเฉลียวว่าตัวเองจะต้องเจอกับอะไร

“เกมต่อสู้ บู๊ดุเดือดถึงเลือดเลยล่ะ” ไรอันตอบ ปลายลิ้นเลียริมปากอย่างอยากหม่ำถ้าทำอย่างนั้นได้กับหนุ่มที่ผิวเนื้อนุ่มนิ่มน่ากอด หนำซ้ำกลิ่นตัวยังหอมยวนใจกว่าชายธรรมดาโดยทั่วไปอีกด้วย

“ฮะ ฮะ ฮะ... นายกลัวไหม ฮคคุ” เอ็ดการ์ดถามกลั้วหัวเราะ เพราะนึกลามกในสมองอยากจะถอดเสื้อถอดกางเกง และอยากจะทำอะไรต่อมิอะไรกับร่างกายชายหนุ่มที่เรือนร่างเล็กกว่าตน ถ้าหากขัดขืนนัก ก็จะซ้อมให้น่วมแล้วข่มขืนเสียเลย!

“เดี๋ยวสิ... ฮคคุนี่น่ารัก... พูดกันดี ๆ ก่อน เผื่อจะได้ไม่ต้องบอบช้ำ” ไรอันกล่าวอย่างอ่อนโยน เขาตัวสูงกว่าเล็กน้อย เข้ามาซ้อนด้านหลังลมเหนือ มือลูบเอวอีกมือลูบสีข้างขึ้นมาถึงหน้าอกและลูบคลำเปะปะไปทั่ว ทำให้วูบไหว เลือดในกายฉีดซ่านขึ้นมา ลมเหนือเผยอเรียวปากถอนหายใจขึ้นมา... เพื่อผ่อนคลายความรู้สึกที่เกิดขึ้น ขณะที่เอ็ดการ์ดเดินเข้ามาใกล้

“อืม... นั่นสิ น่ารักจริงอย่างนายว่า” เอ็ดการ์ดเห็นด้วย มือเขาลูบจากต้นแขนขึ้นไปบีบคลึงถึงหัวไหล่ ลมเหนือหัวเราะกลบเกลื่อนความตื่นเต้น

“หึ หึ... พวกนายนี่ท่าจะเป็นเกย์”

“เปล่า... แต่พวกเราชอบความตื่นเต้น แสวงหาความแปลกใหม่ น่าลิ้มลอง... กับหญิงหรือชายก็ได้ ขอให้สนุกเป็นพอ” ไรอันปลดกระดุมเชิ้ตของลมเหนือ เอ็ดการ์ดเข้ามาเชยคางลมเหนือเชิดขึ้น แล้วจูบทันที...

“ปล่อย... ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ขอโทษนะ” ลมเหนือรีบผลักออกและวิ่งหนี แต่เอ็ดการ์ดปราดดักสกัดด้านหน้า

“เปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ทันซะแล้ว” เอ็ดการ์ดกางแขนหวังตะล่อม

ลมเหนือลุกรี้ลุกรนไม่รู้จะหลบทางไหน จึงถีบไปหนึ่งที โดนเข้าที่หน้าขาของเอ็ดการ์ด แต่ฝ่ายนั้นไม่กระเทือน ด้วยร่างกายใหญ่โตอย่างกับยักษ์ปักหลั่น

“ถีบเบาจัง ไม่เจ็บสักนิด” เอ็ดการ์ดพุ่งตัวเข้าหา ลมเหนือเตะสวน แต่อีกฝ่ายหลบทัน พร้อมปล่อยหมัดตรงเข้าที่ท้อง ไรอันเข้ามาจับร่างลมเหนือทุ่มกระแทกฟาดผนังห้อง ยิ่งเพิ่มความจุกเสียดแน่นขึ้นไปใหญ่ และจับยันดันให้ติดผนังห้องอยู่อย่างนั้น ลมเหนือยังพอมีแรงฮึด กระแทกศอกลงที่บ่าของไรอัน ฝ่ายนั้นจึงผงะออกห่าง

...แต่แล้วกลับโดนเอ็ดการ์ดต่อยซ้ำ กระหน่ำหมัดตรงเข้าบริเวณท้องแบบไม่ยั้ง ทำให้ลมเหนือทั้งเจ็บและจุก จนสู้พวกเขาไม่ได้ สุดท้าย... ถูกจับกดนอนหงายบนเตียง

“ทำให้สงบลงแล้ว ทีนี้พาไปขึ้นสวรรค์ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”

“เอากันคนละกี่ทีดี” เอ็ดการ์ดพูดกับไรอัน ทั้งคู่หัวเราะอย่างหื่นกาม ตอนนี้พวกเขาน่าขยะแขยงยิ่งในความรู้สึกของลมเหนือ

“ปัง! ปัง! ปัง...” เสียงทุบประตูหน้าห้องดังรัว ขัดจังหวะสองพี่น้องทำให้หยุดชะงัก...

“ใครวะ... มาทุบประตูทำไม” ทั้งเอ็ดการ์ดและไรอันบ่นอุบ

“ฉัน... เลวิส เปิดประตูเดี๋ยวนี้”

“หึ หึ... มาเป็นเหยื่ออีกราย” ไรอันหัวเราะเบา ๆ กับพี่ชาย

เพราะคิดว่าเลวิสมาคนเดียว เอ็ดการ์ดจึงไปเปิดประตูให้

“นี่พวกนายทำอะไรน้องฉัน” เลวิสผลุนผันเข้าห้อง เจอลมเหนือในสภาพนอนหงายเปลือยกายท่อนบน ไร้เสียงพูด เพราะความจุก ...หมดแรง

“พวกเราแค่เล่นสนุกกัน ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอกน่า” เอ็ดการ์ดบอก ไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตนกระทำลงไป

“พวกนายสองคนไม่เกี่ยวข้อง กลับออกไป” ไรอันบอกกับลูกน้องของเลวิสทั้งสองคนที่เข้ามาพร้อมกัน

“พวกเรามาพาฮคคุกลับ เชิญพวกนายไปเล่นกับคนอื่น พวกเราไม่เล่นด้วย” เลวิสว่า และมัวมองดูน้องของตน จึงไม่ทันได้สนใจฝ่ายตรงข้าม เอ็ดการ์ดเข้ามาต่อยท้องของเลวิส

“อุ้ก...” ทำให้เขาจุกแน่น โค้งตัวงอลง มือกุมท้องอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

ลูกน้องของเลวิสสองคนจึงเข้ามาช่วย ...เกิดการต่อสู้ ทั้งเตะและต่อยกันชุลมุน เลวิสพอค่อยยังชั่วจากอาการจุก จึงทั้งเตะและถีบ สองพี่น้องนั้นตัวใหญ่กว่าและเก่งการต่อสู้ เลวิสแม้จะมีฝีมือไม่แพ้ใคร แต่เขาเสียเปรียบเรื่องรูปร่างเล็กน้อย แต่ไปได้เปรียบจำนวนคนฝ่ายเลวิสมีมากกว่า สู้กันแบบสามต่อสอง

“ย้าก...” ไรอันส่งเสียงระหว่างระดมชกลูกน้องของเลวิส ขณะนั่งคร่อมทับหน้าขาฝ่ายที่ลงไปนอนเสียท่า

เลวิสต้องช่วยลูกน้องให้ทันท่วงที ก่อนจะน่วมไปอย่างไร้ทางสู้ กะเป้าหมายที่ปลายคางคู่ต่อสู้ผู้กำลังอยู่ในท่านั่ง ก้มหน้าก้มตาชกคู่ต่อสู้ ไม่ทันระวังทางด้านข้าง เลวิสรวบรวมกำลังเต็มที่ กระโดดเตะสุดแรงเกิด

“อ้าก...” โดนเข้าที่เป้าหมายปลายคางพอดี ฝ่ายนั้นกระเด็นหงายหลัง ล้มกลิ้งลงกับพื้น หลุดจากลูกน้องของเลวิส มีอันต้องลงไปนอนหงาย โดยไม่ปล่อยให้ลอยหน้าลอยตาลุกขึ้นมาแผลงฤทธิ์ได้อีก เลวิสกระโดดกระทืบท้องไรอันซ้ำ

“เอ๊ย...” ลูกน้องอีกคนของเลวิสโดนเอ็ดการ์ดล็อคคอ พยายามใช้มือแกะท่อนแขนคู่ต่อสู้ที่ร่างกายใหญ่โตกว่า ...แต่ยากจะสำเร็จ และทำท่าว่ากำลังหายใจไม่ออก

เลวิสต้องรวบรวมพลังอีกครั้ง เล็งเป้าหมายที่ศีรษะคู่ต่อสู้ และต้องไม่พลาดไปโดนลูกน้องของเขา คราวนี้เป็นการกระโดดหมุนตัวเตะสูง เปรียบเทียบได้กับจระเข้ฟาดหาง ท่าเตะแบบแม่ไม้มวยไทย ใช้ส้นร้องเท้าหนังฟาดไปโดนกกหู ...อย่างถนัดเต็มแรง อีกฝ่ายแทบปลิวไปตามทิศทางแรงที่ปะทะ กระเด็นล้มลงฟาดพื้นทันที... ไม่ต้องรอให้กรรมการที่ไหนมานับสิบ คู่ต่อสู้ตัวโตนั้นนอนแน่นิ่ง ทิ้งร่างของตัวเองบนพื้นไว้ ...ราวกับไร้วิญญาณ

______________________...oooooOOOooooo...______________________



ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 20 เม.ย. 2559, 16:23:45 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 20 เม.ย. 2559, 16:23:45 น.

จำนวนการเข้าชม : 502





<< ตอน 19   ตอน 21 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account