คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 2 [1]

ตอน 2 [1]

เวลาเช้าของบ้านอมตนครา

“แม่เห็นหนึ่งบ้างหรือเปล่า เห็นว่ากลับมาอยู่บ้านหลายวันแล้ว พอดีผมยุ่ง ๆ อยู่ที่มหาวิทยาลัย เลยยังไม่เคยเจอกันเลย” ลิลิตลูกชายคนเล็กของบ้านคุยกับแม่ของเขา

“ทำไมจะไม่เจอล่ะหนึ่งมาเข้าครัวบ้านเราตอนเย็น ๆ ทุกวัน ทำไมแกไม่รีบกลับบ้านเราล่ะจะได้เจอกัน”

“ผมติดซ้อมบาสกับเพื่อนทุกเย็น แล้วนี่พี่ยุติไปไหนล่ะแม่ หมู่นี้ผมไม่ค่อยเห็นพี่ยุติ”

“โน่น... ไปอยู่บ้านโน้น กินนอนที่โน่นซะแล้ว” แม่ตอบลูกชายไปพลางมือก็ทำงานไปพลาง “หนึ่งกลับมาคราวนี้ เป็นสาวเต็มตัว ไว้ผมยาวดัดเป็นลอนสลวย หน้าตาสวยกว่าตอนเป็นเด็ก ๆ เยอะ ถ้าลูกได้เห็นหนึ่งลูกจะต้องชอบแน่ ๆ สาวในฝันของลูกแบบนี้ไม่ใช่เหรอ อ้าว! หายไปไหนแล้วลูกคนนี้อยู่ ๆ ก็ไปไม่บอกสักคำ” มารดามัวคุยเพลิน ไม่ทันดูว่าลูกชายรีบแจ้นออกจากห้องไปตั้งแต่เมื่อไร



ศาลาริมน้ำ บ้านอนัญชนา ต้นคูนต้นใหญ่ออกดอกสีเหลืองอร่ามบานและร่วงลงเกลื่อนพื้นดินดูละลานตา

“พี่ยุติเห็นหนึ่งหรือเปล่า ผมอยากเจอ” น้องชายเอ่ยถาม เมื่อเห็นพี่ชายนั่งเล่นอยู่ที่ศาลาริมน้ำ

“อ้าวลิตมาทำไมเวลานี้ หนึ่งไม่ว่างเจอแกหรอกเพราะนอนหลับไปแล้ว ใช้ชีวิตกลางคืนเหมือนกับพี่นี่ล่ะ เดี๋ยวพี่จะนอนกลางวันเหมือนกัน”

“อ้าวเหรอ... แล้วพี่ยุติล่ะมากินมานอนที่นี่อย่างแม่ว่าเลยนะ คงตั้งแต่หนึ่งกลับมาอยู่บ้านล่ะสิ มาเฝ้าเขาหรือไง”

“เปล่าเฝ้า พี่มีธุระแต่ไม่ค่อยได้เจอหนึ่งหรอก”

“แล้วพี่ยุติจะนอนที่นี่เรอะ นอนห้องไหนล่ะแล้วหนึ่งนอนห้องไหน” น้องชายถาม สายตามองชะเง้อแลหา

“ไอ้น้องคนนี้ถามแปลก พี่นอนในห้องนั่งเล่นฝั่งกระท่อมคุณตาคุณยาย ส่วนหนึ่งนอนในห้องนอนของเขา ฝั่งตึกใหญ่บนชั้นสอง แกขึ้นไปที่ห้องหนึ่งไม่ได้หรอกเพราะประตูมันล็อคตั้งแต่บันไดทางขึ้นแล้ว”

“ว่าแต่หนึ่งสวยกว่าแต่ก่อนจริงเหรอพี่” ลิลิตถามด้วยความสนใจที่สุด เขาเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่หลงใหลในสาวงาม แน่นอนว่าอยากได้แฟนสวย

“อืม ก็...งั้น ๆ พี่เคยเจอผู้หญิงสวยมาเยอะแล้วไม่เห็นตื่นเต้น” ยุติพูดกลบเกลื่อน รู้ใจน้องชายที่ชอบสาวสวย เลยไม่อยากได้คู่แข่งเป็นน้องชายของตน

“แหม... ผมไม่ได้ตื่นเต้น แค่เห็นว่าหนึ่งมาอยู่ที่นี่หลายวันแล้วยังไม่เคยเจอกันเลย แล้วพี่ยุติรู้ได้ไงว่าห้องนอนหนึ่ง ประตูมันล็อคตั้งแต่บันไดทางขึ้น แน่ะ! รึว่า... เคยคิดจะแอบขึ้นไปหาเขาถึงห้อง” น้องชายทำหน้าทะเล้น พูดแหย่เย้าพี่ชายอีก

“ไอ้บ้า... ใครจะไปทำอย่างนั้น อาชญากรรมทีเดียวนะนั่น” พี่ชายบอกน้องชาย

ทั้งสองพี่น้องยิ้มให้กัน มองดูบริเวณบ้านของเพื่อนบ้านที่พวกเขาเคยคุ้นซึ่งยังคงเป็นเหมือนแต่ก่อน ตัวบ้านแบ่งเป็นสองฝั่ง คั่นกลางด้วยคลองแคบ ๆ มีทางเดินเป็นห้องกระจกเชื่อมต่อกันจากตัวตึกสองชั้นหลังใหญ่และตัวกระท่อมไม้หลังเล็กที่อยู่อีกฝั่งคลอง ทางหลังบ้านเป็นศาลาริมน้ำซึ่งคือที่ที่พวกเขาคุยกันอยู่นี้ ด้านข้างเป็นบึงที่ถูกขุดเพิ่มให้กว้างเวิ้ง ปลูกบัวสีขาวและสีชมพู กลางบึงมีแพกลางน้ำ ใช้สะพานไม้แคบ ๆ เชื่อมต่อทั้งสองฝากฝั่ง ให้พอเดินไปได้ทั้งทางฝั่งตึกใหญ่ และฝั่งกระท่อมตายาย ถัดจากบึงบัวนี้ไป จึงเป็นร่องสวนมะพร้าวน้ำหอม และริมรั้วข้างบ้านด้านนี้ มีประตูรั้วเล็ก ๆ เผื่อเป็นทางลัด ผ่านเข้าออกระหว่างสองบ้านด้วย

“ศาลาริมน้ำนี่พี่ชอบมานั่งเล่นชมบรรยากาศแบบบ้านสวน บริเวณบ้านแบบนี้ดูแล้วโล่งโปร่งทำให้รู้สึกสบายใจดีนะ บางทีมีผลไม้สดจากสวนให้กินด้วย นั่นเห็นไหมต้นขนุนกำลังตกลูก อีกไม่นานคุณตาคงจะสอยเอาลงมากินล่ะ” ยุติชี้ให้น้องชายดู ซึ่งน้องชายพยักหน้าเห็นด้วย สองคนพี่น้องยังคงชื่นชมบรรยากาศบ้านสวนอยู่อีกพักใหญ่



บ้านยายละมัย มีต้นชบาปลูกอยู่หน้าบ้านแทนรั้วช่วยทำให้บ้านร่มครึ้ม เป็นบ้านชั้นเดียวหลังเล็กแต่สะอาดสะอ้าน พื้นบ้านปูกระเบื้องตั้งแต่ทางเดิน เข้าไปจนถึงลานบ้าน หากเดินเข้าประตูบ้านไปจะถึงห้องนั่งเล่นก่อน

“สวัสดีจ้ายายละมัย น้าเพ็ญพิศให้เอาไก่ทอดมาให้ เห็นว่าบ้านนี้มีคนชอบกิน” เพชรน้ำหนึ่งส่งชามใส่ไก่ทอดให้

“ขอบใจมากจ้า คุณหนูคงเป็นลูกหลานของคุณนายบ้านใหญ่โน้นสินะ แล้วคุณหนูชื่ออะไรล่ะ”

“ยายละมัยจำหนูหนึ่งไม่ได้เหรอ หลานตายายบ้านสวนมะพร้าวน้ำหอมอยู่บ้านตรงข้ามนี่เอง หนึ่งเข้าครัวช่วยกันทำสองคนกับน้าเพ็ญพิศ ไก่ชุบแป้งทอดรสแซ่บแบบกรอบนอกนุ่มในด้วย ลองชิมฝีมือดูสิจ๊ะยาย”

“หนูหนึ่งนั่นเอง เป็นสาวแล้วสวยขึ้นจนยายจำไม่ได้ ไม่อยู่เมืองไทยเสียนาน ...แล้วอยู่บ้านนี้ทำไมไปทำครัวบ้านโน้นได้”

“หนึ่งไปหัดทำกับข้าวที่บ้านน้าเพ็ญพิศจ้า เห็นเป็นเจ้าของภัตตาคารอาหารไทย เลยคิดว่าน่าจะเรียนทำอาหารไทยไว้บ้าง”

“ว้าย! พี่หนึ่ง ไก่ทอดของโปรด หนูชอบกินที่สุด เดี๋ยวเอาชามมาใส่ก่อนจะได้คืนชามพี่หนึ่งไป” นารีหลานสาวของคุณยายเป็นเด็กสาววัยรุ่นอายุเพิ่งสิบแปด ออกมาต้อนรับแล้วรีบกุลีกุจอเข้าไปในครัว นำเอาชามใบใหญ่มาใส่ไก่ทอด แล้วส่งคืนชามเปล่า “พี่หนึ่งไม่อยู่ที่ญี่ปุ่นแล้วเหรอจ๊ะ หรือกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย”

“กลับมาเยี่ยมบ้านจ้า นารีนี่โตเป็นสาวแล้วนะ ตอนก่อนนั้นยังเป็นเด็กตัวเล็กอยู่เลย”

“พี่หนึ่งตอนนี้ก็ซ้วยสวย เป็นสาวญี่ปุ่นไปแล้ว”

“ขอบใจที่ชมจ้า แล้วคุณยายกำลังทำกับข้าวเย็นอยู่เหรอจ๊ะ ได้กลิ่นหอมเชียว เหมือน... ต้มยำ?”

เมื่อเพชรน้ำหนึ่งเอ่ยทักยายละมัยจึงนึกขึ้นได้แล้วรีบเข้าไปในครัว สาวสวยเดินตามเข้าไปดูในครัวด้วย

“ตายจริงต้มยำปลาทูไว้บนเตา เดี๋ยวไหม้กันพอดี”

หลังจากนั้นมีเสียงชายหนุ่มตะโกนเรียก

“มีใครอยู่บ้านไหมครับ นารี... คุณยายละมัย”

นารีคือคนที่ไวที่สุด วิ่งออกไปรับหน้าแขกผู้มาเยือน

“ว้าย! คุณยุตินั่นเอง” เด็กสาวส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดดีใจ เมื่อได้เจอหน้าคนที่แอบปลื้ม

“นารีไปหยิบชามใหญ่มาสักสองใบสิ ใส่แกงส้มกับขนมบัวลอย คุณยายบ้านสวนมะพร้าวฝากมาให้บ้านยายละมัย” ยุติบอก

เด็กสาวรีบไปหยิบชามมาอย่างว่องไว ถ่ายเทออกจากปิ่นโต แล้วไม่ลืมให้ของกินติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

“ฝากขอบคุณคุณตาคุณยายด้วยนะคะ เอ้อ... ยายกำลังทำกับข้าวในครัว เดี๋ยวนารีจะขอแบ่งไปให้บ้านคุณยายโน้นด้วย” นารีบอก และหยิบปิ่นโตเมื่อครู่เข้าไปในครัว

“ได้ยินเสียงแว่ว ๆ ใครเอากับข้าวมาให้เหรอนารี” ผู้เป็นยายถามหลานสาว

“คุณยุติจ้ายาย หนูบอกให้รอหน่อย ว่าจะแบ่งกับข้าวให้คุณยายบ้านสวนมะพร้าวโน้นด้วย เดี๋ยวหนูรีบตักกับข้าวก่อนนะยาย คุณยุติยืนรออยู่” ว่าแล้วจึงตักแบ่งต้มยำปลาทู รีบยกออกไปให้ หลังจากนั้นจึงกลับเข้ามาคุยต่อ

“แปลกชะมัดสลับบ้านกันได้ คุณยุติเป็นคนเอากับข้าวจากบ้านตายายมาให้ บอกจะรีบกลับไปกินข้าวกับตายาย ส่วนพี่หนึ่งมาจากบ้านใหญ่ของพี่ยุติ”

“พี่กินข้าวบ้านน้าเพ็ญพิศจ้า”

“นั่นล่ะสลับบ้าน แหม... หนูอยากเป็นพี่หนึ่งจัง อยากได้ไปกินข้าวบ้านใหญ่นั้นบ้าง บ้านนั้นมีลูกชายหล่อ ๆ ตั้งสองคนทั้งคนพี่และคนน้อง เฮ้อ... เลือกไม่ถูกไม่รู้จะเลือกใครดี แต่รู้สึกว่าคุณยุติจะหล่อกว่าน้องชายนิดหน่อย พี่หนึ่งล่ะเลือกคนไหน”

“พี่ขอไม่เลือก” เธอตอบสั้นไม่ใส่ใจนัก

แต่อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปอีกอย่างจึงกล่าวทักท้วง

“พี่หนึ่งกะจะเหมาหมดทั้งสองคนเลยเหรอ ไม่เหลือเผื่อหนูบ้าง สวย ๆ อย่างพี่หนึ่งผู้ชายคนไหนก็ชอบทั้งนั้น”

“คนเราไม่ได้ชอบกันง่าย ๆ แค่หน้าตาหรอกจ้า พี่ว่ามันไม่สำคัญหรอกใครจะหล่อหรือไม่หล่อ พี่ไม่ได้สนใจ” เพชรน้ำหนึ่งพูดไปตามใจที่ยังคงรู้สึกเฉยเมยอยู่

“โถ่... พี่หนึ่งเย็นชาจัง แต่หนูชอบมากโดยเฉพาะคุณยุตินี่หล่อบาดใจ หล่อไม่น่าให้อภัย ไม่อยากปล่อยให้ลอยนวล” นารีพูดแล้วทำท่าเคลิ้มฝัน

เห็นอย่างนั้นเพชรน้ำหนึ่งอดจะอมยิ้มไม่ได้กับสาวน้อยอ่อนวัยกว่าที่ริจะมีความรัก

“ชื่นชมได้นะนารีแต่อย่าใฝ่ฝัน คุณยุตินี่ล่ะตัวแฟนเยอะ คุณนายเคยมาบ่นว่าเป็นนักดนตรีมีแต่สาว ๆ ติดกันเกรียว คุณนายเป็นห่วงลูกชายคนโตมากกว่าใครเพื่อน ยิ่งห่วงมากก็ยิ่งหวงมากด้วย ฐานะบ้านเขาร่ำรวยขนาดนั้น อย่าฝันถึงสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้เลยนารีเอ๊ย เขาใจดีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจเพื่อนบ้านจน ๆ อย่างเราน่ะดีแล้ว”

“โธ่ยาย... แค่ความคิดฝันมันห้ามกันไม่ได้นี่ ทุกคนมีสิทธิ์จะคิดฝัน” สาวน้อยช่างฝันเถียงกับยายตน อยากฝันดีต่อไป



เวลาจวนใกล้ค่ำ ในครัวของบ้านอมตนครา

“เจอแล้วอยู่นี่เอง หนึ่ง หนึ่ง หนึ่ง...” ชายหนุ่มส่งเสียงดังรัว จนเพชรน้ำหนึ่งต้องหันมอง “หาตัวยากจังเลย พี่มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย”

“ยังไม่ว่างเลย ยุติจะคุยอะไรกับน้องเขา” คุณเพ็ญพิศเอ่ยถามขึ้นก่อนสาวสวยจะกล่าวอะไร

“หนึ่งมาทำอะไรที่บ้านพี่ พี่ไปหาหนึ่งที่บ้านโน้นไม่ค่อยเจอ” เขาไม่ได้ตอบคำถามของแม่ แต่กลับหันมาถามผู้เป็นแขกของบ้าน

“มาหัดทำกับข้าวไทยกับน้าเพ็ญพิศค่ะ” หญิงสาวตอบสั้น ๆ

“ให้ผมช่วยแม่กับหนึ่งนะ” ที่ยุติออกปากรับอาสาเพราะว่าอยากอยู่ใกล้สาวสวย สายตาไม่วายชม้ายมองเมียง

“ไม่ต้องเลย เขาช่วยกันทำเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว” มารดาบอกด้วยเห็นเป็นตัวเกะกะไปเสียอย่างนั้น

“งั้น... พี่รอที่ห้องอาหารนะหนึ่ง” ว่าดังนั้น ...ไม่นานจึงได้คุยกัน “พี่สมัครงานให้แล้วนะหนึ่ง พี่กรอกแบบฟอร์มในเว็บไซต์สมัครงานตามหลักฐานที่คุณตาคุณยายให้พี่”

“สมัครงานให้?” หญิงสาวถามทำเสียงสูงออกจะแปลกใจ เพราะจำได้ว่าไม่เคยขอร้องให้ยุติช่วยสมัครงานให้มาก่อนเลย

“ใช่... หนึ่งชื่อจริงว่า เพชรน้ำหนึ่ง นามสกุล ทาคาดะ นามสกุลนี่ของพ่อบุญธรรมชาวญี่ปุ่นใช่ไหม จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเคโอะ ประเทศญี่ปุ่น คุณตาคุณยายให้พี่ พวกถ่ายเอกสารนี่... มีสำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารส่วนตัวของเธอ ใบปริญญาบัตร พี่เลยสมัครงานให้สามที่ นี่พี่เอามาให้ดูตำแหน่งอะไรบ้าง แต่ละที่ก็มี... ประชาสัมพันธ์โรงแรมหรู ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของบริษัท ล่ามแปลภาษาอังกฤษ – ญี่ปุ่นด้วย หนึ่งคงพอทำได้ใช่ไหม”

“แล้วทำไม หนึ่งต้องทำงานด้วย” หญิงสาวพูดเหมือนจะบ่น

“เรียนจบแล้ว ต้องหางานทำสิ ทำตัวให้เป็นประโยชน์จะมานั่ง ๆ นอน ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ ไร้สาระได้ไง ใคร ๆ เขาทำงานกันทั้งนั้น มีแต่คนอยากหางานทำ อยากได้งานดี ๆ เงินดี ๆ อีกอย่างจะได้มีประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อต่อยอดไปสมัครงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นจะก้าวหน้าต่อไปได้อีก” ยุติอธิบายยืดยาว เขาเป็นคนช่างพูดช่างคุยในขณะที่เพชรน้ำหนึ่งได้แต่เป็นผู้ฟัง ไม่ค่อยโต้ตอบนัก

“พี่ยุติแม่ทำกับข้าวเสร็จแล้วยัง ผมจะได้ช่วยยกไปห้องอาหาร” ชายหนุ่มรูปหล่อพอตัวเอ่ยถามพี่ชาย เมื่อเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร

“กลับบ้านแต่วันเลยนะเจ้าลิลิต” ยุติทักทายน้องชายของเขา รู้นัยยะสำคัญไม่พ้นเห็นแก่สาวสวยหน้าแฉล้มคนนี้ทำให้น้องชายของเขาต้องรีบกลับบ้านมาดักเจอ

“อื้ม... วันนี้รีบกลับ ยังไม่ได้กินอะไรรองท้องมาเลย หิวชะมัด”

“แม่ทำกับข้าวเสร็จแล้ว ถ้าหิวก็ไปยกออกมากินก่อนได้”

“อ้อ... หนึ่ง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เป็นไงสบายดีไหม ได้ข่าวพี่ยุติกำลังหางานให้ทำ?” ลิลิตเอ่ยทักหญิงสาวที่คุ้นเคยกันเมื่อนานมา

“ใช่...” เพชรน้ำหนึ่งตอบสั้นมาก

“ท่องเที่ยวพักผ่อนสมองเสียก่อนก็ได้ เรียนหนักมาเป็นปี ๆ กว่าจะจบ ไม่เห็นต้องรีบร้อนหางานทำเลย”

“จริงด้วย ลิตพูดถูก” หญิงสาวพูดเออออกับลิลิต

“ทำไมล่ะไม่อยากทำงานเหรอ พ่อแม่อุตส่าห์ให้ของขวัญที่หนึ่งจบการศึกษาเป็นรถหรูรุ่นใหม่ป้ายแดงยี่ห้อบีเอ็มดับบลิวราคาหลายล้านเชียวนะ หนึ่งจะได้ขับรถไปทำงาน โก้ดีออก”

“หนึ่งไม่ได้ขับรถเองจะจ้างคนขับรถ”

“ขับรถไม่เป็น? ไม่ลองหัดขับเองล่ะ เดี๋ยวนี้สอบใบขับขี่ไม่ยากหรอกจะได้ไม่ต้องจ้างคนขับรถ”

“ไม่ละ” หญิงสาวพูดสั้น ๆ เตรียมตัวจะกลับ “น้าเพ็ญพิศคะ หนึ่งกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” เธอลุกเดินไปบอกที่หน้าห้องครัวเหมือนรีบหนีจากยุติ

“เดี๋ยวอย่าเพิ่งไปสิ ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย อยู่คุยกันอีกเดี๋ยวซี่” ยุติรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังหาทางหนี แต่เขาไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ จึงทักท้วงไว้

“อ้าว... หนึ่งจะรีบไปไหน อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน” ลิลิตช่วยเหนี่ยวรั้งไว้ด้วยอีกคน

“กลับละค่ะพี่ยุติ... ลิต...” หญิงสาวไม่ฟังเสียงใคร

“ที่พี่อุตส่าห์หางานให้หนึ่งจะเอายังไง ต่อไปถ้ามีบริษัทตอบกลับมา แล้วเขาเรียกสัมภาษณ์งานล่ะ” ยุติยังติดใจถามไถ่อยู่อีก

“ไว้จะคิดดู” เธอบอก พร้อมกับก้าวเดินกลับออกไป

__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__



ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 พ.ย. 2559, 15:13:46 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 14 พ.ย. 2559, 15:13:46 น.

จำนวนการเข้าชม : 474





<< ตอน 1 [2]   ตอน 2 [2] >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account