คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 2 [2]


เหลือกันอยู่สองคนพี่น้อง จึงตั้งป้อมนินทา และคุยเรื่องความลับกันได้อย่างถนัดปาก

“ดูหนึ่งนะลิต พี่อุตส่าห์หวังดีช่วยหางานให้ กลับไม่สนใจ ช่างไม่เข้าใจความหวังดีของใครเขาบ้างเลย” ยุติบ่นกับน้องชาย

“นึกยังไงพี่ยุติถึงช่วยหางานให้หนึ่ง” ที่ถามไปอย่างนั้นด้วยใจไม่นึกเห็นดีเห็นชอบไปกับผู้เป็นพี่ชาย

“เพราะคุณตาคุณยายของหนึ่งนะสิอยากให้หลานมีงานทำจะได้ไม่ต้องมีเวลาไปคิดฟุ้งซ่าน กลัวว่าเดี๋ยวจะคิดไม่ดีกับตัวเอง พี่เป็นห่วงจริงเลย”

“หนึ่งดูเป็นเด็กคิดมากมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นิสัยเงียบไม่ค่อยช่างพูด นิสัยตรงกันข้ามกับพี่ยุติคนละเรื่องเลย พี่ยุติปล่อยหนึ่งไปเถอะ เขาอาจจะต้องการเวลาพักสมองบ้างอย่างที่ผมว่ามานั่นแหละ เอ่อ... ว่าแต่หนึ่งมีแฟนรึยัง พี่ยุติรู้ไหม” น้องชายกลับวกไปถามถึงเรื่องนอกเหนือจากนั้น

“เอ่อ... ก็...”

“ทำไมอ้ำอึ้งไปล่ะพี่ยุติ หรือว่าหนึ่งมีแฟนแล้ว”

“พี่จะไปรู้ได้ไง อยากรู้มากนักทำไมไม่ไปถามตัวเขาเองโดยตรงล่ะ แต่พี่ว่าลิตอย่าไปสนใจหนึ่งเลย สเป็กของลิตไม่น่าใช่แบบหนึ่งนี่หรอก” ยุติว่ากับน้องชาย มีบางอย่างที่เขารู้อยู่แล้ว แต่ยังไม่กล้าเอ่ยบอกน้องชายในตอนนี้

“แต่ผมชอบผู้หญิงนิสัยเงียบเรียบร้อย ดูลึกลับน่าสนใจ ทำให้รู้สึกว่าน่าค้นหาดี ชวนให้จินตนาการถึงดินแดนที่ยังไม่เคยมีใครไปถึงมาก่อน”

“แต่หนึ่งเคยมีความรักครั้งแรกตอนอายุสิบหก”

“มันแค่ป็อปปี้เลิฟ ยังไม่ได้มีอะไรกันไม่ใช่เหรอ หนึ่งยังไม่เสียเอกราช”

“แต่ตอนนี้อายุยี่สิบสองแล้ว ยังเหลือเอกราชรอแกอยู่หรือเปล่า? พี่ไม่รู้นะ”

“อ้าว... ไหงพี่พูดอย่างนั้นล่ะ”

“แกมันเจ้าอุดมคติ อยากมีแฟนเป็นสาวน้อยบริสุทธิ์ผุดผ่อง รักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อรอวันแต่งงานกับชายที่เธอรักนั่นเป็นความคิดที่ดี แต่มันดูกันยากนะสมัยนี้ ระวังจะถูกผู้หญิงหลอก” ยุติเตือนน้องชาย

“ผู้หญิงที่ไหนจะมาหลอกผม ถ้าผมรู้เมื่อไหร่ผมเลิกเมื่อนั้น คงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากได้ภรรยาที่เสียความบริสุทธิ์ให้กับผู้ชายอื่นมาแล้ว มันไม่น่าภาคภูมิสำหรับลูกผู้ชาย”

“เมื่อก่อนนี้พี่เคยมีความคิดแบบเดียวกับแกนี่แหละ แต่พอได้รู้จักผู้หญิงมากขึ้นถึงได้เห็นว่าผู้หญิงสมัยนี้อาจพลาดท่าเสียทีผู้ชายอย่างเราได้ง่ายมาก เลยคิดได้ว่าความสำคัญมันอยู่ที่เขารักเราคนเดียวมากกว่า”

“แบบนั้นเขาเรียกว่าผู้หญิงใจง่าย ผมไม่คิดจริงจังด้วยหรอก ถ้าได้มาง่ายย่อมหน่ายเร็ว ได้แล้วผมก็ทิ้งเป็นผู้หญิงไร้ค่า ผมไม่แคร์หรอกแค่หลอกจีบเล่น ผมชอบผู้หญิงฉลาดจีบยากมันดูท้าทายดี แบบหนึ่งนี่แหละดีแล้ว” น้องชายยังคงยืนยันอย่างมั่นใจ

ในขณะที่พี่ชายส่ายหน้า คร้านจะเจรจาต่อปากต่อคำด้วย

“แล้วแฟนพี่ยุติคนที่ชื่อ ‘กลอยใจ’ นั่นไม่ใช่สาวบริสุทธิ์เหรอ หรือว่าเสร็จเรียบร้อยพี่ยุติไปแล้ว?” น้องชายถามกึ่งแกล้งแซวเล่น อมยิ้มหยอกเย้าเล็กน้อย

“พี่ไม่ได้ทำอะไรเขา ยังไม่เคยล่วงเกิน เราต้องให้เกียรติ์ผู้หญิงที่เราคิดจริงจังด้วย จะไปทำเขาอย่างที่แกพูดมานั่นมันดูไม่มีความรับผิดชอบ พี่ไม่ทำหรอก” แม้เห็นเป็นหนุ่มหล่อสาวติดกรอแบบนี้ เขายังมีคุณธรรมประจำใจ จะไม่หลอกลวงใครให้หลงรักแล้วหักอกแบบฟันแล้วทิ้งเป็นแน่ มีแต่จะดูแลและรักเรื่อยไป



ในผับชานเมืองแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานบันเทิงที่ยุติเล่นดนตรี ในช่วงคืนวันศุกร์ติดต่อกับวันเสาร์บรรยากาศจะคึกคัก นักเที่ยวกลางคืนทยอยกันมาเนืองแน่นเมื่อเวลาหลังสี่ทุ่มไปแล้ว ยุติเริ่มกระหน่ำกลองของเขาเป็นจังหวะรัวเร็ว เพื่อเรียกความสนุกมีชีวิตชีวา

บรรดาสาวทั้งหลายที่เป็นแฟนคลับพากันส่งเสียงกรี๊ด โดนใจกับหัวหน้าวงและมือกลองรูปหล่ออย่างเขา เป็นที่ดึงดูดความสนใจไม่แพ้นักร้องนำและมือกีตาร์เพื่อนร่วมวง

“อ๊าย! หล่อ... ฉันแพ้ความหล่อของนักร้องนำซะแล้วล่ะ” สาวคนหนึ่งพูดนำขึ้นก่อน เธอเป็นคนหนึ่งในบรรดาแฟนคลับของวงดนตรีที่ยุติเล่น

“แต่ฉันชอบมือกลองมากกว่า รู้สึกว่าจะหล่อสุดแถมเป็นหัวหน้าวงด้วยนะ นี่แหละแฟนฉัน”

“นั่นสามีฉันเอง” อีกหนึ่งสาวขโมยซีนไปได้พูดหน้าตาเฉย

บรรดาสาวที่เป็นแฟนคลับกำลังต่อล้อต่อเถียงเกี่ยงแย่งกัน

“สามีเธอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่ตอนไหน” เพื่อนสาวถามด้วยความสงสัยกันใหญ่

“อ๋อ... ในฝันนั่นแหละ แฮะ แฮะ แฮะ...” สาวคนดังกล่าวพูดล้อเล่น หัวร่อต่อกระซิกกัน

“ฉันรู้มาว่าพี่ยุติมีแฟนแล้วนะ ใช่ที่เป็นแคชเชียร์คนสวยคนนั้นหรือเปล่าไม่รู้”

“เออ... ฉันเคยเห็นพี่ยุติคอยขับรถไปส่งบ้าน หลังผับเลิกประจำเลย”

“เอ๋... จริงเหรอ อย่างนี้พวกเราก็... อกหักนะสิ”

“นี่อย่าเพิ่งทำท่าห่อเหี่ยวสิ้นหวังอย่างนั้นสิยะหล่อน ถ้าอยากรู้ความจริงลองถามพี่ยุติโดยตรงเลยดีกว่า เดี๋ยวหลังเลิกเล่นดนตรีเรียกพี่ยุติมาถามเลยสิ” แฟนเพลงคนหนึ่งเสนอความคิดเห็น แล้วนั่งรอกันจนถึงเวลา...

ยุติเก็บไม้กลองเรียบร้อยแล้ว จึงลงจากเวทีมาทักทายแขกที่มานั่งฟังเพลงแต่ละโต๊ะ

“พี่ยุติ... มานั่งโต๊ะทางนี้สิ” สาวแฟนคลับตะโกนเรียกพร้อมกวักไม้กวักมือกันใหญ่

“นั่งเลยพี่ยุติ เหนื่อยไหมเหงื่อออกเพียบ ...นี่ผ้าเย็นจ้า” แฟนคลับยื่นผ้าเย็นให้ยุติเพื่อซับเหงื่อ เมื่อเขาได้หย่อนก้นลงนั่งในกลุ่มพวกเธอ

“ขอบคุณครับ เป็นธรรมดาเหนื่อยนิดหน่อยแต่สนุกดี แล้วเป็นไงมาฟังเพลงวันนี้ดีไหม เพลงเพราะถูกใจกันบ้างหรือเปล่า” ยุติเอ่ยถามยิ้มแย้ม

“เพราะค่ะ ถูกใจทุกเพลงเลย ที่เรามาด้วยกันนี่เพราะชอบดูพี่ยุติตีกลอง ท่าทางเท่ห์มาก”

“ใช่... และพวกเรามีอะไรอยากถามพี่ยุติล่ะ”

“หือ? ถามอะไรหรือ” ยุติสงสัย

“พี่ยุติมีแฟนหรือยัง”

“ยังไม่แน่หรอก” ยุติตอบไม่ตรงคำถาม

“ไม่แน่? แปลว่ามีแฟนแล้วหรือยังล่ะ”

“นั่นสิ พวกเราอยากรู้” แฟนคลับเอ่ยถามย้ำ คงเพราะอยากรู้ว่าจะมีความหวังหรือไม่

“แล้วผู้หญิงสวยคนนั้นที่พี่ยุติเคยขับรถไปส่งบ้าน ฉันเคยเห็นคนนั้นชื่ออะไรเหรอ”

“อ๋อ... ชื่อกลอยใจ เป็นแคชเชียร์ ทำงานที่นี่มาปีกว่า”

“พี่ยุติสนิทกับเขาเหรอ หรือว่าเขาคือแฟนพี่ยุติ”

“ไม่ใช่ครับ พอดีบ้านอยู่ทางเดียวกันพี่เลยแวะไปส่ง เห็นเขาต้องกลับแท็กซี่คนเดียว เป็นผู้หญิงกลับบ้านตีหนึ่งตีสองมันจะไม่ปลอดภัย เท่านั้นเองไม่มีอะไรมากหรอก ใครแอบชอบพี่อยู่ยังมีความหวัง” เขาพูด พลางโปรยยิ้มด้วยเขี้ยวเสน่ห์แพรวพราวให้สาวแฟนคลับยิ้มออกกันได้

“ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นแฟนพี่ยุติแน่เหรอ” แฟนเพลงยังคงถามย้ำอีก

“ไม่ใช่แฟนครับ” ตอบสั้นมาก ตอนนี้เขากลับกลายเป็นคนพูดน้อยขึ้นมาทันทีเมื่อถูกถามเรื่องแฟน เนื่องจากเกิดความไม่แน่ใจในตัวเอง จึงยังไม่อยากพูดยอมรับออกไป

__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__...__



ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 16 พ.ย. 2559, 17:57:33 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 16 พ.ย. 2559, 17:57:33 น.

จำนวนการเข้าชม : 475





<< ตอน 2 [1]   ตอน 3 [1] >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account