คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 8 [2]


..........จังหวัดอ่างทอง สำนักแม่ชี วันธรรมดาผู้คนมีไม่มากนัก แม่ชีจันทร์ตอนนี้อายุประมาณหกสิบกว่า ทั้งคุณอัมรินทร์ คุณอังคณาและเพชรน้ำหนึ่งลูกสาว กับอีกครอบครัว คุณเพ็ญพิศ คุณประยุทธ์ และยุติลูกชาย ต่างพากันเข้าไปไหว้แม่ชีจันทร์ผู้เป็นหัวหน้าแม่ชี พร้อมถวายของกินของใช้เครื่องสังฆทาน

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออังคณากับเพื่อนชื่อคุณเพ็ญพิศ เมื่อสิบสองปีก่อนเคยพาลูกสาวคนเดียวมาไหว้แม่ชี แล้วแม่ชีแนะนำฉันให้ตกลงซื้อที่ดินที่ไปดูมา เดี๋ยวนี้ที่ดินนั้นคือที่อยู่ปัจจุบันอยู่ข้างบ้านคุณเพ็ญพิศ แม่ชีพอจะนึกออกไหมคะ”

“แม่ชีจำได้หมดไม่มีลืมหรอก ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ ลูกสาวตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างล่ะ”

“หนึ่งเองค่ะ เพชรน้ำหนึ่ง” เธอบอกเขยิบตัวเข้าใกล้แม่ชี

“ฉันมีลูกชายคนโตชื่อยุติ เคยพามาไหว้แม่ชีแล้ว ตอนนั้นเขาอายุสิบสองขวบย่างสิบสาม”

“สวัสดีครับแม่ชีจันทร์ ผมยุติครับ” เขาบอก เขยิบเข้าไปนั่งเคียงข้างเพชรน้ำหนึ่ง

“ฉันมีเรื่องกลุ้มใจมากค่ะ อยากให้แม่ชีจันทร์ช่วยดูให้หน่อยเกี่ยวกับลูกชายคนนี้” คุณเพ็ญพิศเริ่มเรื่องของตัวเองก่อนด้วยความร้อนใจ “มีลูกเป็นหนุ่มแล้วมันน่ากลุ้มใจที่สุดเรื่องผู้หญิงที่มีมากมาย นี่ค่ะ... ฉันจดมาให้แล้วทั้งวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟาก” คุณเพ็ญพิศส่งให้แม่ชีรับไป สักครู่หนึ่งแม่ชีจันทร์อมยิ้มเจือจาง

“วาสนาดีไม่มีตกต่ำ ความจริงแล้วเขาเป็นลูกกตัญญูรักครอบครัวและเขารักแม่ แถมมีนิสัยคล้ายแม่เขานั่นเอง เป็นคนพูดจริงทำจริงตรงไปตรงมา แต่มีบ้างที่ปากไม่ตรงกับใจเรื่องความรัก”

“วาสนาจะไม่ตกต่ำจริงหรือคะ กลัวไปได้ผู้หญิงที่ไม่คู่ควรมาเป็นสะใภ้ให้แม่เหลือเกินค่ะ”

“ดูแล้วเขาได้คู่ครองที่รักกันมาก แต่มีอุปสรรคเพราะผู้หญิงอาจไม่ใช่สาวโสด”

“เนื้อคู่ยุติเป็นแม่หม้ายหรือคะ แก่มากไหม” คุณเพ็ญพิศน้ำเสียงเป็นกังวล

“อ่อนวัยกว่านิดหน่อย ไม่ได้เป็นแม่หม้าย แต่อาจจะมีคนรักอยู่ และเป็นผู้หญิงที่รวยกว่าด้วย”

“เจ้าประคุณขอให้เป็นจริงในเร็ววันนี้ด้วยเถิด แม่จะอกแตกตายเพราะความกลุ้มใจอยู่แล้ว” คุณเพ็ญพิศยมมือไหว้ท่วมหัว

“โธ่แม่... เว่อร์ไปหรือเปล่า อะไรจะเป็นห่วงผมถึงขนาดนั้น” ยุติหันไปว่าแม่ของเขา

“เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์ ผู้หญิงเห็นผู้หญิงรัก ปีนี้อายุเข้าเบญจเพส ทางที่ดีน่าจะให้บวชสักพรรษาหรือสองพรรษา ถ้าสึกออกมาจะดีแน่จะเจอเนื้อคู่ทันทีเลย แต่ถ้าไม่บวชจะเจอเคราะห์กรรมบ้างนะ”

“เออ... แม่ว่ายุติน่าจะบวช ยังไม่เคยบวชมาก่อนเลย” คุณเพ็ญพิศกล่าวในฐานะมารดาย่อมอยากเห็นชายผ้าเหลืองของลูก อยากให้ลูกผู้ชายได้บวชเรียนสักครั้งหนึ่งในชีวิต

“ผมยังไม่พร้อมนะแม่ อยากเรียนต่อปริญญาโทให้จบก่อน” เขาบอกกับแม่ และหันมาถามแม่ชี “เคราะห์กรรมที่จะเจอคงไม่ร้ายแรงถึงชีวิตใช่ไหมครับ”

“ไม่ถึงกับชีวิตหรอก” แม่ชีจันทร์กล่าวตอบอย่างสงบสำรวม

“พอมีหนทางผ่อนผันให้เคราะห์เบาที่สุดได้ไหมครับอย่างทำบุญทำทาน หรือถือศีลกินเจอะไรพวกนี้ได้ไหมครับ”

“นั่งสมาธิ และสวดมนต์เจริญสติด้วย เพื่อให้จิตใจมีสติรู้เท่าทันตัวเอง อารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงทั้งหลายจะระงับได้ เพียงเท่านี้จะพอผ่อนผันเคราะห์กรรมลง ให้รู้ไว้ว่าทุกอย่างเริ่มที่จิตของเราโดยเฉพาะอารมณ์ชั่ววูบ แม่ชีจะเตือนไว้ขอให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะต้องพลอยมารับกรรมที่เราทำ มันจะกลายเป็นเรื่องน่าเศร้า”

“ถ้าอย่างนั้นผมขออยู่ปฏิบัติธรรม รักษาศีลแปดที่นี่สักสามวันสามคืนได้ไหมครับแม่ชี”

“ดีสิที่นี่มีเรือนพักสำหรับอุบาสกผู้ชาย แยกอยู่ต่างหากจากเรือนพักของอุบาสิกาผู้หญิง ไม่ต้องห่วงกังวลอะไร”

“หนึ่งอยากปฏิบัติธรรมและรักษาศีลแปดด้วยค่ะแม่ชี มีคนเขาบอกว่าการรักษาศีลแปด มีอานิสงส์ช่วยให้ได้เกิดเป็นคนรูปร่างหน้าตาสวยงามจริงไหมคะ”

“ถูกแล้ว หากไม่พูดถึงชาติหน้า แค่ในชาตินี้การรักษาศีลให้ครบบริบูรณ์ สงบสำรวมทั้งทางกายวาจาและใจ แล้วแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทั้งหลายก็ทำให้เรามีกิริยามารยาทงดงามเป็นศรีสง่าน่ามองแก่ผู้พบเห็น”

“แม่ชีคะ คือลูกสาวฉันมีเรื่องเดือดร้อนทางจิตใจ แกฝันร้ายบ่อยจนเกิดช็อกไปพักหนึ่งจะมีผลยังไงบ้างหรือเปล่าคะ ถามก็ไม่ยอมเล่าว่าฝันอะไรด้วยค่ะ ฉันจดวันเดือนปีเกิดของลูกสาวมาให้ ขอให้แม่ชีช่วยตรวจดูให้ที ว่าต่อไปจะดีหรือไม่ดียังไงคะ” คุณอังคณาส่งกระดาษที่จดวันเดือนปีเกิดเพชรน้ำหนึ่งส่งให้แม่ชีดู

“ตอนเป็นเด็กเคยฝันว่าถูกไฟไหม้ นั่นเป็นความตายเมื่อชาติก่อน ต้องทุกข์ทรมานถูกเผาทั้งเป็น ในฝันนั้นเห็นคนฝรั่งมากมายใช่ไหม ยังจำความฝันสมัยเด็กได้อยู่หรือเปล่า”

“ยังจำได้แม่นยำไม่เคยลืมเลยค่ะ”

“ตอนเด็กแม่ชีไม่ได้บอก เพราะหนูยังเป็นเด็กเล็กมากยังไม่เข้าใจอะไร ชาติก่อนหนูกับพี่ชายทำเวรกรรมร่วมกันมา ชาตินี้ต้องมาร่วมกันชดใช้คืนให้เจ้ากรรมนายเวร เมื่อถึงเวลาที่จะต้องรับบาปกรรมนั้นมันยากจะหลีกเลี่ยง แต่หนูยังโชคดีที่มีคนรักเก่าเมื่อชาติก่อนคอยช่วยเหลือ เขาจะเป็นเนื้อคู่ที่แท้จริงของหนู”



..........หลังจากนั้นแม่ชีบอกเพชรน้ำหนึ่งให้หลับตาและสูดลมหายเข้าปอดสักครู่ แล้วทำใจให้สงบเป็นสมาธิ นึกย้อนไปถึงความฝันเมื่อตอนเด็กอีกครั้ง

“ในเปลวไฟมีอะไรถูกเผาบ้าง แมวสีดำ ตุ๊กตาหน้าผีลงเวทย์มนต์ พวกคนที่สุมไฟเผาหนู เขาตะโกนสาปแช่งว่าอะไร”

“นังแม่มดต้องตาย ขอให้เปลวไฟกำจัดความชั่วร้ายเหล่านี้ไปด้วยเถิด ...หนูเป็นแม่มดเหรอนี่” เธอยังคงหลับตา แต่มีน้ำตาไหลรินลงอาบแก้มทั้งสองข้าง

“เห็นผู้ชายฝรั่งคนหนึ่งไหมที่ถูกจับแขนทั้งสองข้างไว้ เขาตะโกนร้องเรียกหนู”

“เห็นค่ะ ผู้ชายคนนั้นท่าทางเจ็บปวดเสียใจมาก เขาตะโกนบอกว่า อย่าทำน้องสาวของผม ได้โปรดเถอะ เผาผมให้ตายไปด้วยสิ ผมจะอยู่ได้ยังไง เราเหลือกันอยู่สองคนพี่น้อง ไอ้พวกคนใจร้าย! น้องสาวฉันไม่เคยฆ่าใครตาย พวกแกทำไมต้องเผาน้องสาวฉัน โธ่น้องของพี่ คงร้อนทรมานมาก พี่จะเข้ากองไฟตามน้องไป เราจะตายด้วยกัน”

“มีผู้หญิงอีกหลายคนมองดูอย่างสะใจ นั่นล่ะพวกเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวร ชาติก่อนพี่ชายของหนูเจ้าชู้มาก ได้ผู้หญิงเป็นเมียหลายคน เพราะหนูช่วยพี่ชายตลอด แม้ทำเรื่องผิดศีลธรรม ทั้งใช้ยาสลบกับหญิงสาว ช่วยให้พี่ชายได้เขาเป็นเมีย พี่ชายของหนูเคยข่มขืนผู้หญิง ทั้งที่เขามีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว แต่พี่ชายของหนูยังอยากได้เขา หนูรู้ใช่ไหมมันเป็นการทารุณกรรมผู้หญิง ทำให้ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ผู้หญิงบางคนหนูใช้มนต์สะกดทำให้เขาขัดขืนไม่ได้ ส่วนผู้หญิงบางคนหนูใช้ยาเสน่ห์ทำให้ผู้หญิงคนนั้นมาหลงรักพี่ชาย ถึงแม้จะไม่เคยฆ่าใครตาย แต่สิ่งที่ทำมามันเป็นบาปกรรมติดตามตัว มีหญิงสาวที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบพี่ชายของหนู แต่เขาต้องตกเป็นเหยื่อหลายคน”

“แต่ว่าหนูต้องตายทรมานไปแล้ว เวรกรรมชาตินั้นยังไม่หมดสิ้นยังตามข้ามภพชาติมาได้อีกหรือคะ”

“ถ้ามีเจ้ากรรมนายเวร เขาไม่ยอมให้อภัยก็ไม่สิ้นเวรต่อกันไม่ว่าจะกี่ภพชาติ ตราบใดที่ยังไม่ได้ชดใช้ กรรมย่อมตามติดไปเหมือนเงา เมื่อถึงเวลากรรมตามทันมันจึงหนียาก เรื่องชะตากรรมหนีไม่พ้นหรอกหนู สิ่งที่ทำได้คือต้องทำใจ อดทนให้ได้ เคยทำกรรมกับเขาไว้อย่างไร ชาตินี้คงต้องรับผลกรรมอย่างนั้น”

“หมายความว่าฝันร้ายนั่นมันอาจจะเกิดขึ้นกับหนูจริง หลีกเลี่ยงไม่ได้เหรอคะ”

“ยากจะหลีกเลี่ยง หนูต้องทำใจให้เย็นลง อย่าเอาแต่ใจตัวเองและอย่าประมาท ยิ่งเอาแต่ใจยิ่งเกิดเรื่องร้ายแรง และอย่าทำอย่างชาติที่แล้วเป็นการเพิ่มบาปกรรมอีก ถ้าไม่ทำบาปกรรมเพิ่มเมื่อได้ชดใช้กรรมแล้ว เคราะห์กรรมจะหมดไปได้”

“แล้วพี่ชายหนูเมื่อชาติก่อน ชาตินี้มาเกิดหรือยังคะ แล้วเกิดเป็นใคร”

“แม่ชีบอกไม่ได้ ถึงบอกไปจะเป็นการฝืนกฎแห่งกรรม ทั้งคนรักเก่าและพี่ชายเมื่อชาติก่อนของหนูต่างเกี่ยวพันกับหนู รวมทั้งเจ้ากรรมนายเวรด้วย ชาตินี้เมื่อเขามาเกิดจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับหนูนั่นล่ะ” แม่ชีจันทร์บอกเหมือนเป็นนัยบ่งชี้ให้ไปตีความหมายกันเอาเอง

“หนูอยากรู้ใครคือพี่ชายของหนู และใครคือคนรักเก่าเมื่อชาติก่อน พอจะมีวิธีทำให้ล่วงรู้ได้ไหมคะ”

“คนเราต่างเวียนว่ายตายเกิดเปลี่ยนรูปร่างหน้าตากันไป มีเพียงดวงจิตภายในเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าใครเป็นใคร อีกอย่างหนูระลึกชาติไม่ได้อย่าไปอยากรู้เลย แม่ชีว่ามันยาก ชาตินี้เรายังสามารถทำความดี และยังสามารถแก้ไขสิ่งถูกผิดดีชั่วป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องบางเรื่องได้ น่าจะทำ เริ่มที่ทำใจให้สงบระงับ ลดความเอาแต่ใจตัวเองลงบ้าง จงเป็นคนมีเหตุผลไม่เอาแต่ใช้อารมณ์ และพยายามไม่ทำบาปกรรมอย่างชาติก่อนอีกเท่านั้น”

“หนูกลัวเหลือเกิน ไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายแรงอย่างในฝันร้ายเลย”

“พี่จะไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องร้ายแรงกับหนึ่ง พี่จะเป็นคนปกป้องคุ้มครอง คอยอยู่ดูแลหนึ่งอย่างใกล้ชิดเอง” ยุติพูด มือแตะที่ไหล่ของเธออย่างปลอบโยน

“พี่ยุตินี่ล่ะตัวอันตราย น่าขยะแขยง... อย่ามาถูกตัวหนึ่ง” เธอว่า พร้อมกันนั้นได้ผลักเขาออกห่าง

ผู้ใหญ่ในที่นั้นมองหน้ากันด้วยสีหน้างุนงงกับการกระทำของเพชรน้ำหนึ่ง

ยกเว้นแม่ชีจันทร์ที่มองดูอย่างสงบนิ่ง เห็นชะตากรรมของทั้งสองคน แต่พูดบอกมากไม่ได้ ต้องปล่อยเป็นไปตามกรรม

“พี่เขาพูดดีกับหนึ่งนี่นาทำไมไปผลักพี่เขาอย่างนั้น นี่มันต่อหน้าแม่ชีนะไม่สมควรทำเลย” มารดาตำหนิบุตรสาว





ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ธ.ค. 2559, 16:08:17 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 11 ธ.ค. 2559, 16:08:17 น.

จำนวนการเข้าชม : 362





<< ตอน 8 [1]   ตอน 9 [1] >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account