อธิษฐานสลับรัก
ณิชารีย์ สาวอวบเกินพิกัด เธอทำงานอยู่ในบริษัทกาแฟลดน้ำหนักที่มีแต่สาวๆ หุ่นดี ผอมเพรียวด้วยกันทั้งนั้น
ขณะที่เธอกับเพื่อนซี้ เป็นจุดด้อยของบริษัท
วันหนึ่งเมื่อเพื่อนรัก ชวนกันไปที่ศาลเจ้าแม่มุ่ยเฮียง
คำอธิษฐานแบบส่งๆ ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้น เธอกลายเป็นสาวสวยหุ่นดี
พรแบบพิลึกๆ จะช่วยทำให้เธอได้พบกับเนื้อคู่ตัวจริงได้หรือไม่ มาลองลุ้นกัน
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ ๗ ยุบหนอพองหนอ

มาลงอีกตอนแล้วนะคะ ขออภัยที่หายไปนาน อาทิตย์นี้มีภารกิจชีวิตค่อนข้างวุ่่นวายเพราะลูกสอบค่ะ ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ความขี้เกียจเริ่มมี แต่ต้องเร่งปั่นเพราะว่า ตั้งใจจะเขียนให้จบก่อนปีใหม่นะคะ มีนิยายแนวท่องเที่ยวรออยู่

ไปอ่านกันดีกว่านะคะ

เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มในผับทำให้หญิงสาวอดรู้สึกครึกครื้นไม่ได้ นานเท่าไหร่แล้วที่หล่อนไม่เคยมาเที่ยวสถานที่แบบนี้ อดีตแห่งความรวดร้าวเข้าจู่โจมจนหัวตาร้อนผ่าว ประสบการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน
เพื่อฉลองยอดขายถล่มทลายของกาแฟสลิมเชพ พริตาจึงพาลูกน้องทุกคนมาร่วมสังสรรค์ในผับแห่งนี้ ขณะที่พนักงาน

ทุกคนต่างออกไปวาดลวดลายกลางฟลอร์ แต่คงมีเพียงหล่อนกับลำดวนเท่านั้นที่นั่งซุกตัวอยู่ในมุมในสุดของร้าน จ้องเครื่องดื่มตรงหน้าอย่างเงียบๆ มันคงเป็นความแปลกแยก ระหว่างคนสองคนที่ไม่เข้าพวกและรู้สึกเหมือนตนอยู่ผิดที่ผิดทาง

สายตาของผู้ชายทุกคนในผับจ้องไปที่ศรัญรัชต์ ยามเรือนร่างเย้ายวนตา ขยับกายส่ายสะโพกอยู่กลางฟลอร์แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเพียงแค่ณิชารีย์ในร่างใหม่เดินเข้ามา หนุ่มๆ ก็หันมองเป็นตาเดียว

ชุดเดรสสีแดงเพลิงทำให้หญิงสาวกลายเป็นจุดเด่น ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงกลางหลังนุ่มสลวยดุจขนนกกาน้ำ ร่างดูเพรียวขึ้นไปอีกเมื่ออยู่บนรองเท้าส้นสูงร่วมสามนิ้ว เมื่อก้าวเข้าไปถึงหล่อนก็รีบสอดส่ายสายตามองหาลำดวน แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวัง แต่แล้วกลับปะทะกับสายตาอีกคู่แทน เพียงแต่เห็นณิชารีย์ก็ใจเต้นรัว ที่น่าดีใจยิ่งกว่านั้นคือ ปกรณ์กำลังเดินตรงมาที่หล่อน
หัวใจที่กระเด้งกระดอนราวกับจังหวะร็อคแอนด์โรล

ยามสบตาชายในฝันทำให้ต้องรีบหันหลังกลับทันที เท้าที่แทบจะเหมือนขวิดกันทำให้เซไปแต่แล้วกลับมีอ้อมแขนใครอีกคนมารับเอาไว้ ณิชารีย์เงยหน้ามอง เมื่อเห็นว่า เป็นใครก็ตกใจสุดขีด
“ระวังหน่อยสิคุณ”

น้ำเสียงห้วน กระด้างช่างผิดกับเมื่อเช้าราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เพื่อนร่วมคอนโดของหล่อนนี่เอง เขาก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่พอเห็นหล่อนทรงตัวได้ก็รีบคลายมือออกทันที ใบหน้าที่แทบไม่มีรอยยิ้มทำให้ความรู้สึกปลาบปลื้มหดหาย
อติกันต์เป็นคนเดียวที่ดูไม่มีท่าทีชื่นชมสาวชุดแดงสักนิด ความเย็นชาของเขาทำให้ณิชารีย์รู้สึกเหมือนเป็นคนอ้วนอีกครั้ง
“ขอโทษค่ะ”

เขาไม่ตอบแต่เดินผละไปทันที ณิชารีย์มองตามและพบว่า ชายหนุ่มสอดส่ายสายาหาเพื่อนคงเป็นชายหนุ่มที่ลงลิฟต์มาด้วยกัน อคติในใจโต้กลับทันที

‘เห็นไหมยายนิด เรดาร์เกย์ของเธอแม่นจริงๆ ไม่สนใจชะนีสวยๆ ก็แสดงว่า ต้องเป็นเก้งกวางแหงมๆ’
หล่อนแค่นในใจ สั่งตัวเองให้เลิกสนใจคนที่ไม่ใช่เป้าหมาย ร่างบางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปที่บาร์เพื่อสั่งเครื่องดื่ม พนักงานซึ่งเป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบกว่า คลี่ยิ้มหวาน

“รับอะไรดีครับคุณผู้หญิง”

“ขอน้ำส้มดีกว่าค่ะ”

บาร์เทนเดอร์หนุ่มยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะ ยักคิ้วอย่างล้อเลียน

“คุณผ้หญิงล้อผมเล่นใช่ไหมครับ มาเที่ยวผับแต่สั่งน้ำส้ม คุณกำลังทำให้ผมตกงาน”

ณิชารีย์หัวเราะแก้เก้อเมื่อโดนเกี้ยว แต่ปัญหาก็คือ หล่อนไม่ได้เที่ยวผับนานแล้วแถมทุกครั้งก็อาศัยลำดวนสั่งเครื่องดื่มให้ ของโปรดของหล่อนคือ กาแฟปั่นแก้วโตพร้อมท๊อปปิ้งด้วยวิปครีมข้นๆ ต่างหาก หรือไม่ก็ช็อกโกแล็ตปั่นโรยหน้าด้วยเกล็ดช็อกโกแลตกรุบกริบแค่ดื่มหล่อนก็รู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์

“ขอโมจิโต้ให้คุณผู้หญิงที่หนึ่งครับ ส่วนของผมขอเป็นเตกีลาร์”

เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้น ณิชารีย์กลั้นใจไม่ให้หันควับกลับไปเพราะกลัวว่าจะเสียฟอร์ม ทั้งที่จริงแล้วหล่อนจำเสียงปกรณ์ได้ ความรู้สึกของนางเอกในละครยามถูกคนจีบเป็นเช่นนี้อีก ตื่นเต้น ประหม่า มือไม้เหมือนจะพันกัน

บาร์เทนเดอร์หนุ่มรีบผสมเครื่องดื่ม เขย่าและรินใส่แก้วทรงสูง ภายในคือ ของเหลวใสสีฟ้าเขียวพร้อมกับมะนาวฝานบางๆ หญิงสาวปรายตามองกำลังจะเอื้อมไปหยิบ ก็รู้สึกถึงแรงกระแทกตรงแผ่นหลัง หล่อนหันขวับไป พอเห็นคนที่กำลังเอื้อมมือมาหยิบเครื่องดื่มก็อ้าปากค้าง

“ขอบใจนะ โดมนี่รู้ใจพี่จริง”

สาวชื่อเล่นว่า มดยืนจังก้าอยู่ด้านหลังนี่เอง ผู้หญิงที่ปกรณ์สั่งเครื่องดื่มให้ตัวโตกว่าณิชารีย์เกือบเท่า ชุดตาข่ายสีดำใส่แล้วชวนอึดอัด แถมยังท่าทางการมองแบบไม่เป็นมิตรอีก ทั้งที่คนตรงหน้าอวบกว่าและควรจะด้อยกว่า แต่กลับรู้สึกถึงความข่มอยู่ในที
“ด้วยความยินดีครับพี่มด”


“ช่วยกระเถิบไปหน่อยได้ไหม ฉันกับเพื่อนจะได้นั่งคุยกัน”
ณิชารีย์หน้าม้าน นอกจากชวดเครื่องดื่มแล้วยังต้องกระเถิบไปนั่งริมสุดอีกด้วย หล่อนลอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่
“ของโดม นั่นอะไร”

“เตกีลาร์ครับ ผมชอบแบบแรงๆ”

ณิชารีย์เพิ่งรู้รสนิยมของปกรณ์ ตลอดเวลาที่คุยกัน เขามีท่าทางผ่อนคลาย เครื่องดื่มในมือเป็นของเหลวใสกลิ่นแอลกอฮอล์ที่รวยรินออกมาคงจะมีความแรงพอดูเลยทีเดียว

“แล้วนี่ไม่ออกไปเต้นรำกับสาวๆ หน่อยหรือ”

“อย่าดีกว่าครับ สู้เก็บแรงไว้ดีกว่า เผื่อใครขับรถกลับไม่ไหว ผมจะได้ไปส่ง”

“น่ารักอย่างนี้นี่เอง มิน่าสาวๆ ในออฟฟิศเราถึงได้หลงเสน่ห์โดมกันทุกคน”

“โธ่พี่มด ล้อผมเล่นอีกแล้ว”
“ไม่ต้องมาถ่อมตัวหน่อยเลย บนโต๊ะมีแต่ขนม นมเนย เต็มไปหมด ว่าแต่หนุ่มหล่ออย่างโดม มีติดใจสาวคนไหนบ้างหรือยัง”
“ไม่มีครับ ผมยังโสด”

ปกรณ์หัวเราะร่วน หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า หล่อนกระดกเครื่องดื่มทีเดียวหมดแก้ว ใบหน้าแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
“พี่ขอไปเต้นรำก่อนนะ ถ้าเสร็จแล้วรีบตามไปล่ะ”

ณิชารีย์ชำเลืองมองสาวร่างอวบที่ลงไปวาดลวดลายในฟลอร์ หล่อนเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่า ผู้หญิงไม่ได้สำคัญที่รูปลักษณ์ภายนอก แต่อยู่ที่ความมั่นใจ อย่างสาวที่ชื่อมดก็ไม่ได้หุ่นดี แต่บุคลิกทำให้ดูมาดมั่น ระหว่างที่กำลังนั่งเบื่อๆ อยู่นั้น เครื่องดื่มสีสันสวยสดก็เลื่อนมาตรงหน้า


“ผมขออนุญาต เลี้ยงเครื่องดื่มคุณนะครับ”
หญิงสาวมองของเหลวสีแดงด้านบนมีมะนาวฝานกับเชอรี่มาด้วย ความเขินทำให้เริ่มประหม่า
“ผมชื่อ โดมครับ ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเก้อ เมื่อครู่นี้ผมจะเลี้ยงเครื่องดื่มคุณนั่นล่ะ แต่พอดีพี่มดแกมาหยิบไปเสียก่อน ผมเลยสั่งแก้วใหม่ สิงคโปร์สลิงนี่ของคุณนะครับ”

“จะดีหรือคะ เราสองคนไม่รู้จักกัน”

“ถือเสียว่า เพื่อมิตรภาพครับ ผมว่า เครื่องดื่มแก้วนี้ต้องเหมาะกับคุณออก มีกลิ่นแอลกอฮอล์หน่อยๆ แต่หวานซ่อนเปรี้ยวจากเชอรี่และมะนาว ลองชิมดูสิครับ”

ณิชารีย์ยิ้มอย่างอายๆ ตั้งแต่โตเป็นสาวก็เพิ่งจะมีหนุ่มมาเลี้ยงเครื่องดื่ม ใครบ้างจะไม่ดีใจ
“ขอบคุณนะคะ”
“เพิ่งมาครั้งแรก หรือครับ ทำไมผมไม่เคยเห็น”

“ใช่ค่ะ ปกติฉันไม่ค่อยได้มาเที่ยวเท่าไหร่”

“ผมก็เหมือนกัน วันๆ ทำแต่งงาน ถ้าคุณไม่รังเกียจ ขอผมนั่งด้วยกันนะครับ คุณเอ่อ...”
“ฉันชื่อ ลลินา เรียกฉันว่า ลีน่าก็ได้ค่ะ”

ณิชารีย์จ้องมองคนตรงหน้าด้วยหัวใจพอโต หล่อนเคยฝันถึงช่วงเวลานี้มานับครั้งไม่ถ้วนวันที่ปกรณ์จะเห็นหล่อนอยู่ในสายตา ส่วนลึกในใจแอบหวาดๆ ว่า หากหล่อนยังอยู่ในคราบของหนูนิดคนเดิม เขาจะสนใจหล่อนบ้างหรือเปล่า...
‘จะใส่ใจทำไม ยายนิด ในเมื่อตอนนี้หล่อนเป็นสาวสวย ใช้ชีวิตให้คุ้มสิ’

จริงด้วย ไม่มีใครรู้ว่า เพราะอะไรหล่อนถึงได้เป็นเช่นนี้ หลายครั้งชีวิตคนเราก็ไม่มีเหตุผล สู้เดินหน้าต่อไปให้สุดเหวี่ยงจะดีกว่า
“เต้นรำกันสักเพลงไหมครับ”

ภายในผับแห่งนี้มีวงดนตรีผลัดเปลี่ยนกันมาเล่น ตอนนี้เป็นคิวของวงดนตรีวัยรุ่นที่บรรเลงเพลงจังหวะมันๆ หญิงสาวหลุบตาลงอย่างประหม่า

“แต่ฉันเต้นไม่เป็นนะคะ”
“ไม่ยากหรอกครับคุณลีน่า ผมจะสอนให้ มาสนุกกันเถอะนะครับ”

หญิงสาวมองอุ้งมือใหญ่ตรงหน้าอย่างลังเล สุดท้ายก็ตัดสินใจวางมือลงไป...


หม่อมราชวงศ์อติกันต์มองชายหญิงคู่หนึ่งที่เต้นรำอยู่กลางฟลอร์ด้วยความรู้สึกแปลกๆ พีรดนย์ยื่นเครื่องดื่มส่งให้
“เฮ้ย ไอ้คุณโปรดดูนั่นสิ ผู้หญิงชุดแดงถูกไอ้หน้าหล่อนั่นงาบไปแล้ว”

ทั้งสองมาถึงผับแห่งนี้เมื่อชั่วโมงก่อน เมื่อแฟนสาวของพีรดนย์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ อติกันต์ก็มานั่งหลบมุมอยู่ที่บาร์เครื่องดื่ม เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้ชายโรคจิตที่เอาแต่จ้องมองสาวชุดแดงตลอดเวลา อติกันต์มั่นใจว่า ตนไม่เคยชอบผู้หญิงเซ็กซี่มาก่อน แต่กับผู้หญิงคนนี้เขากลับไม่อาจละสายตา แววตาของหล่อนดูคุ้นเหลือเกิน

อติกันต์ยอมรับว่า หล่อนสวย แถมยังหุ่นดีสุด ชุดเดรสสีแดงรับกับเรือนร่างทำให้เจ้าตัวกลายเป็นจุดเด่น ชายหนุ่มแอบสังเกตเห็นว่า ผู้ชายหลายคนจ้องมองหล่อนแต่พอเห็นปกรณ์เข้าไปทักจึงล้มเลิกความตั้งใจเสีย คนอื่นอาจมองว่า หล่อนเซ็กซี่แต่ไม่รู้เพราะอะไรเขากลับรู้สึกเหมือนผู้หญิงคนนั้นไม่เป็นตัวของตัวเอง

“ก็ดีแล้วนี่”

เขารีบละสายตากลับมาเพราะรู้ว่า ตนเผลอมองหญิงสาวอีกแล้ว ท่าทางยามแย้มยิ้มหัวเราะกับหนุ่มหล่อข้างๆ บ่งว่า สัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังคืบหน้า
“นี่นายไม่เสียดายเลยหรือไงวะ ผู้หญิงสวยอยู่ห้องติดกัน แต่กลับถูกหมาคาบไปแด..ก” พีรดนย์ซึ่งพูดจาคะนองปากอยู่แล้วเอ่ยขึ้น
“พอเลย ไอ้พีเห็นผู้หญิงสวยๆ เป็นไม่ได้ ปัดเดี๋ยวฉันฟ้องน้องฝนเสียเลย”

“เฮ้ย....อย่าเล่นบ้าๆ นะโว้ย ฉันแค่มองเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรสักนิด”

“ไม่คิด แต่ถ้าผู้หญิงเขายอมไปต่อ เอ็งก็ไม่พลาดใช่ไหม”

พีรดนย์ชกไหล่เพื่อนเบาๆ โทษฐานที่รู้ทัน ทั้งสองต่างเห็นว่า สาวชุดแดงที่เคยนั่งหงิมๆ อยู่บัดนี้กำลังวาดลวดลายเท้าไฟกับผู้ชายอีกคนอย่างเมามัน
เขาจำผู้ชายคนนั้นได้เพราะพักอยู่ที่เดียวกันแถมชั้นเดียวกันอีกต่างหาก ทุกเช้ามักจะออกไปทำงานเวลาไล่เลี่ยกัน อติกันต์เคยเห็นณิชารีย์แอบมองชายหนุ่มอยู่บ่อยๆ

“แกว่า มันแปลกไหม ฉันแวะไปหาแกที่คอนโดหลายครั้งแต่ไม่ยักเจอผู้หญิงคนนี้”

ชายหนุ่มเองก็ประหลาดใจ เขามั่นใจว่า ณิชารีย์พักอยู่คนเดียว แม้ว่า บางครั้งในวันหยุดจะมีสาวผิวคล้ำมานั่งเล่นที่ห้อง แต่ทำไมจู่ๆ ถึงได้มีผู้หญิงอีกคนมาอยู่ด้วย
“เห็นไมค์ บอกว่า เป็นเพื่อนคุณนิด เพิ่งมาจากต่างจังหวัด”

“ใช่ผู้หญิงคนอ้วนๆ ที่อยู่ข้างห้องนายใช่ไหม”

“คุณนิด ไม่ได้อ้วนสักหน่อย” อติกันต์ชักน้ำเสียงดุ เขารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่มีคนว่าหญิงสาว

“เฮ้ย แค่นี้ต้องขึ้นเสียงด้วย นายดูยังไงวะว่า ไม่อ้วน ขาโตอย่างกับโต๊ะสนุกเกอร์เนี่ยนะ”
“ถึงยังไง...นายก็ไม่ควรพูดลับหลังผู้หญิงแบบนี้”

“เออๆ ไม่พูดก็ได้ ไอ้พ่อพระ เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่ชอบคนอ้วนอยู่แล้ว ฉันสนใจแต่คุณแซลลี่และก็คุณผู้หญิงชุดแดงคนนี้ต่างหาก ช่วยถามให้หน่อยสิว่า ชั้นเดียวกับนายยังมีห้องว่างให้เช่าบ้างไหม ฉันจะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้าง”

“ไม่มีโว้ย” ชายหนุ่มสะบัดเสียงอย่างหงุดหงิด แล้วที่นายแกล้งเล่นมุกเกย์ตอนอยู่ในลิฟต์นี่เพราะอะไร”

พีรดนย์หัวเราะจนตาหยี ตบบ่าเพื่อนรัก

“จะได้ตัดคู่แข่งยังไงล่ะโว้ย ไหน ๆ นายก็ไม่สนหล่อนแล้ว ฉันก็เลยว่า จะจีบเล่นๆ ตอนแวะไปหานายที่คอนโด“
เพื่อนที่เคยบอกว่า รักน้องฝนสุดหัวใจเริ่มวางแผนการในใจ อติกันต์ส่ายหน้าอย่างระอา ตั้งแต่เรียนพีรดนย์ก็เป็นอย่างนี้ เจ้าชู้ ไวไฟ เปลี่ยนแฟนบ่อยราวกับเปลี่ยนรองเท้า
“ระวังน้องฝนกับพวกมาหักคอเอานะ ฉันขี้เกียจพาส่งโรงพยาบาล”
“เอาน่าฉันสับรางเก่ง” พีรดนย์ยื้อไหล่เพื่อนรักเข้าหาตัว กระดกเครื่องดื่มเข้าปากและหรี่ตามองอติกันต์
“ฉันถามจริงๆ นะโปรด นี่นายไม่สนใจผู้หญิงคนไหนบ้างเลยหรือ ตั้งแต่เที่ยวด้วยกันนายไม่เคยหลีใครเลย”
ชายหนุ่มควรตอบว่า ไม่แต่ทำไมวันนี้เขาถึงรู้สึกว่า ตนควรเปลี่ยนแปลง เขาไม่ควรทรมานตัวเองด้วยการเฝ้ามองใครสักคนแล้วปล่อยให้หลุดลอยไป

“ก็มีบ้าง”

“เฮ้ย...จริงดิ ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน สวยหรือเปล่า ฉันรู้จักไหม”

“นายไม่รู้จักหรอก”

อติกันต์ไม่ได้โกหก พีรดนย์คงไม่เคยคุยกับณิชารีย์หรอกและคนที่ไม่คุยกันก็หมายความว่า ไม่รู้จักกัน

“งั้นนายไปปิ๊งเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงขั้นไหนกันแล้ว”

ชายหนุ่มชกไหล่เพื่อนรักอย่างแรง ยักคิ้วยั่ว

“ความลับ”

“อะไรกันว้า ฉันเป็นเพื่อนซี้นายนะโว้ย นายสัญญาแล้วว่า มีอะไรจะบอกฉันคนแรก”

ชายหนุ่มมองเพื่อนที่มีใบหน้าบูดบึ้งเพราะโดนขัดใจ

“ก็เพราะมันยังไม่มีอะไรน่ะสิ เลยยังไม่ได้บอก ฉันแค่คิด ยังไม่ได้จีบโว้ย”

“โธ่...” พีรดนย์พ่นลมออกปาก บ่นพึมพำ” ไอ้คุณชายท่ามาก ขืนนายยังมัวแต่เล่นตัวแบบนี้ มีหวังถูกจับคลุมถุงชนแน่”
ครอบครัวของหม่อมราชวงศ์อติกันต์ก็เหมือนครอบครัวอื่น คือ อยากให้ลูกชายแต่งงาน ยิ่งปีนี้เขาอายุสามสิบปีพอดี ส่วนคนที่ทางบ้านหมายตาเอาไว้ก็อายุครบเบญจเพสปีนี้พอดี สัญญาใจของผู้ใหญ่กำลังจะเป็นจริง หากอติกันต์ยังไม่ยอมมีแฟนเป็นตัวเป็นตน

“เออน่า ฉันรู้แล้ว นายไม่ต้องมาบ่น เพราะฉันกำลังจะเริ่มจีบเธอเร็วๆ นี้”


สิ่งก่อสร้างโบราณสีเหลืองอ่อนบนถนนสาธรอายุเกือบร้อยปีดูเด่นเป็นสง่า สำหรับคนในสกุลสุวกุลนั้นเรียกว่า บ้าน แต่คนภายนอกที่สัญจรผ่านไปมามักจะเรียกว่า วัง เจ้าของคือ หม่อมเจ้าพชร สุวกุล ผู้มีศักดิ์เป็นพระโอรสองค์โตของพระองค์เจ้า เกริกไกร สุวกุล คนนอกมองมาอาจอิจฉาในความหรูหราและคลาสิคของตัวบ้าน แต่สำหรับผู้พักอาศัยแล้ว สิ่งที่พันผูกทุกคนเอาไว้ก็คือ ความรักอันแน่นแฟ้นของคนในครอบครัวต่างหาก

ภายในพื้นที่หนึ่งไร่ร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้ยืนต้น มีไม้ล้มลุก ดอกไม้ผลิดอกออกผลเต็มสวนเพราะเจ้าของบำรุงรักษาเป็นอย่างดี ดึกมากแล้วไฟในบ้านปิดหมดยกเว้นแต่เพียงห้องบรรทมของหม่อมเจ้าพชรเท่านั้นที่ยังคงมีแสงเรื่อเรืองออกมา

หม่อมเจ้าพชรสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวกับกางเกงแพรสีน้ำเงิน สวมแว่นสายตายาวสำหรับอ่านหนังสือ ไฟโคมตรงหัวเตียงเปิดอยู่ ส่วนคุณพัชริดาผู้เป็นภรรยากลับผุดลุกผุดนั่งอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

“เป็นอะไรหรือคุณ นอนไม่หลับหรือ”

ผู้เป็นสามีทอดสายตามองภรรยาสุดที่รักด้วยความเป็นห้วง ทั้งคู่แต่งงานกันมาเกือบสี่สิบปีแล้วความรักความผูกพัน ทำให้รู้ว่า ภรรยากลุ้มใจ
“หม่อมฉันเป็นห่วงคุณโปรด”

พัชริดาพูดกับสามี ยามอยู่กันตามลำพัง หล่อนไม่ได้ใช้ราชาศัพท์

“ทำไมล่ะ นี่ยังไม่เลิกคิดว่า ลูกชายเราเป็นเกย์อีกหรือ”

คนเป็นพ่อพูดด้วยสีหน้าแต้มยิ้ม หม่อมราชวงศ์อติกันต์เป็นลูกชายคนเดียว หลังเรียนจบทำงานมาหลายปีแต่ไม่เคยพาผู้หญิงมาบ้านเลยสักครั้ง สร้างความกังวลให้กับคุณพัชริดาเป็นอันมากจนต้องพึ่งหมอดู แต่ไม่ว่า จะดูมาสักกี่หมอทุกแห้งล้วนแต่ฟันธงตรงกันว่า เขาจะแต่งงานในปีนี้ ผู้เป็นแม่เฝ้ารอแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นวี่แววของลูกสะใภ้จึงร้อนใจ อย่างล่าสุดคุณพัชริดาให้ลูกชายพาไปไหว้เจ้าแม่มุ่ยเฮง หวังจะขอเนื้อคู่ เสี่ยมซีที่ออกมาก็บอกว่า มีเกณฑ์พบคู่ครอง แต่รอมาสองวันแล้วก็ยังไม่คืบหน้า
“เรื่องนั้นหม่อมฉันไม่เครียดแล้ว โปรดไม่ได้ชอบผู้ชายแน่ๆ หม่อมฉันเปิดอกคุยกับลูกแล้ว แต่หมอดูไหน ๆก็บอกว่า จะแต่งงาน แต่โปรดยังไม่มีแฟน”

“คุณรู้ได้ยังไงว่า ลูกยังไม่มีแฟน”

แม้จะมีวังที่ใหญ่โตโอ่อ่า แต่หม่อมราชวงศ์อติกันต์กลับขอมารดาออกไปพักข้างนอกด้วยเหตุผลที่ว่า สะดวกในการเดินทาง พอถึงวันหยุดก็มักจะกลับมานอนค้างที่วัง แต่พอวันอาทิตย์ก็กลับไปค้างที่คอนโดอีกครั้ง

“รู้สิเพคะ ก็หม่อมฉันจ้างคนคอยเช็คตลอด”

“นี่คุณจ้างนักสืบ ติดตามลูกเราหรือ”

หม่อมเจ้าพชร ดึงแว่นออก จ้องภรรยาสีหน้าตกใจ

“เปล่านะคะเพคะ หม่อมฉันก็แค่ ไหว้วานยามที่คอนโดให้ช่วยสอดส่องพฤติกรรมของโปรดให้ต่างหาก”

“แล้วไป...คิดว่า คุณดูละครหลังข่าวมากเกินไปจนจ้างนักสืบมาตามดูเจ้าโปรด มีหวังถ้ารู้เข้าโมโหแน่”
“ไม่ใช่นะเพคะ หม่อมฉันเป็นห่วงลูก ถ้าเกิดโปรดไปคว้าผู้หญิงที่ไม่เหมาะสมมา สกุลของเราจะไม่ป่นปี้หรอกหรือ”
สีหน้าหม่นเศร้าทำให้เขาต้องดึงภรรยามากอด

“คำว่า ไม่เหมาะสมคือ อะไรล่ะ”

“ก็ผู้หญิงที่ไม่มีชาติตระกูลและก็ไม่ดีพอสำหรับลูกเรานะสิเพคะ”

“อย่าคิดมากเลย โปรดไม่ใช่คนไร้หัวคิด เขาฉลาดทันคน ผู้หญิงที่ลูกเลือกต้องเป็นคนดีแน่นอน เรื่องชาติกำเนิดเราเลือกได้เสียที่ไหน”
“แต่หม่อมฉันก็ยังไม่วางใจอยู่ดี สมัยนี้ผู้หญิงดีๆ หายากจะตาย เสือสิงห์ กระทิงแรดเยอะ คอยจ้อลูกชายเรา”

คนเป็นแม่พ้อ หม่อมเจ้าพชรหัวเราะเบาๆ กับคำศัพท์ที่ศรีภรรยาใช้

“เคยได้ยินไหมว่า ปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ถ้าโปรดแต่งงานก็ต้องให้เขาเลือกเอง”

“แล้วสัญญาของสกุลเรากับหนูชมพู่ล่ะเพคะ...พระองค์ไม่ถือเป็นจริงจังหรือ”
หม่อมหลวงชมาพันธ์คือ คู่ที่คุณพัชริดาหมายตามเอาไว้ให้ลูกชาย ปีนี้หล่อนเพิ่งเรียนจบและกลับมาจากต่างประเทศ สองครอบครัวอยากให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสพบกัน

“โปรดคงไม่ยอมหรอก”

“แต่ฉันอยากให้ทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้ง ถ้าได้เห็นความน่ารักสดใสของหนูชมพู่ บางทีโปรดอาจจะเปลี่ยนใจ”
“พูดแบบนี้แสดงว่าคุณมีแผนการแล้ว”

“แผนเผินอะไรกันเพคะ หม่อมฉันก็แค่จะหาโอกาสทั้งสองคนได้เจอกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นสิบปี อย่างน้อยสุวกุลของเรากับพรหมจันทร์ก็คุ้นเคยกันมานาน”


“ตามใจคุณเถอะ”
หม่อมเจ้าพชรถอดแว่นใส่กล่องวางไว้ตรงหัวเตียง เอนกายลง ดับไฟสำหรับอ่านหนังสือและเปิดโคมไฟดวงเล็กๆ ตรงหน้าห้องน้ำแทน

“น้ำเสียงพระองค์เหมือนไม่เห็นด้วย”

“ก็ไม่เชิง ผมแค่รู้สึกว่า ชะตาชีวิตของทุกคนถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ถ้าเขาเป็นเนื้อคู่กันจริงต่อให้อยู่ไกลกันแค่ไหนก็ต้องหากันจนเจอ แต่ถ้าไม่ใช่แล้วละก็ ต่อให้เราพยายามจับคู่แค่ไหนก็คงล้มเหลว สู้ปล่อยให้เป็นไปตามพรหมลิขิตจะดีกว่า”


ขอให้มีความสุขกับวันหยุดที่ใกล้จะมาถึงนะคะ ปีเก่าใกล้จะผ่านไป ขอให้พบกับสิ่งดีๆ ในปีหน้าค่ะ



tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ธ.ค. 2559, 21:05:08 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 6 ม.ค. 2560, 21:39:08 น.

จำนวนการเข้าชม : 1020





<< บทที่ ๖ ผู้หญิงชุดแดง    บทที่ ๘ >>
แว่นใส 24 ธ.ค. 2559, 00:16:50 น.
จะหลุดจากแผนจับคู่ได้ไหมคะ


Zephyr 24 ธ.ค. 2559, 18:59:03 น.
เห็นด้วยกับหม่อมพ่อค่า
ถือป้ายเชียร์ข้าง
ระวังเจ็บหนักนะ หม่อมแม่ ชิ


tangtangmeow 6 ม.ค. 2560, 21:40:20 น.
กลับมาแล้วนะคะ ขออภัยหายไปนาน ตามกันต่อเน้อ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account