คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 13 [2]


“เธอรู้ไหมจะมีการแข่งขันชิงแชมป์กับฝั่งยุโรป รางวัลเป็นล้าน ทั้งเงินทองชื่อเสียงเกียรติยศศักดิ์ศรี เธอมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์โลกมวยไทยหญิง เพราะตอนนี้เธอเป็นแชมป์มหาวิทยาลัย ถ้าเธออยากเป็นตัวแทนทีมชาติไม่ใช่เรื่องยากเลยจริงนะ”

“เธอเองก็อยากเป็นแชมป์แทนฉัน น่าจะดีใจที่ไม่มีฉันจะได้แชมป์มาอย่างง่ายดาย ผู้หญิงคนไหนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธอ”

“ไม่เอา... คู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีฉันคือเธอเท่านั้น ฉันอยากให้เธอกลับไปพิสูจน์ฝีมือกันอีกครั้ง ถ้าหากฉันแพ้อีก ฉันยังภูมิใจที่ได้สู้กับเธอ แต่ฉันต้องการชัยชนะบนสังเวียนต่างหาก ไม่ใช่เพราะเธอไม่ยอมสู้ หนีมาแบบนี้”

“สปิริตน้ำใจนักกีฬาของเธอช่างสูงส่ง คู่ควรกับการเป็นแชมป์ ฉันขอยอมแพ้น้ำใจเธอ ฉันไม่อยากชกมวยอีกแล้ว ยอมรับว่าน้ำใจนักกีฬาของฉัน หมดสิ้นแล้ว ไม่เหลือใจให้กับการชกมวย”

“ช่วงเวลาเป็นเงินเป็นทองของชีวิต ทั้งที่เธอกำลังดัง มีอนาคตยาวไกล ในวงการมวยไทยหญิง เธอกลับละทิ้งเสียนี่... แค่อกหัก ผิดหวังในความรัก แค่นั้น?”

“เพราะรักมาก เพราะทุ่มเทมากและหวังมากเกินไป พอผิดหวัง... ความเจ็บปวดทรมานอย่างร้าวลึกจึงเข้าไปเกาะกุมขั้วหัวใจจนหัวใจล้มเหลว เหมือนมันจะหยุดเต้น หมดแรงจะเดินต่อ ล้มแล้ว... ไม่มีแรงจะลุกขึ้นสู้ ฉันแพ้แล้ว แพ้ใจตัวเองที่มันไม่สู้ ทุกอย่างมันจบแล้ว ถ้ามาชวนฉันไปตายตอนนี้... ฉันคงไป” เพชรน้ำหนึ่งเริ่มพูดช้าลง น้ำเสียงบ่งบอกความอ่อนล้า ท้อแท้ และเหนื่อยหน่ายในใจเต็มทน น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ นัยน์ตาเหม่อล่องลอย

“ไร้สาระ” ยูริส่ายหน้า หงุดหงิดไม่ได้ดังใจจึงต่อว่า... “ไม่น่ามาหาเธอให้เสียเวลาเลย”

“ฉันขออวยพรให้เธอไปถึงฝั่งฝันที่ยิ่งใหญ่ เธอคือคนที่คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์โลกมวยไทยหญิง”

“เธอบ้าหรือโง่กันแน่หา? แล้วความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเธอ คืออะไรกัน ฉันอยากรู้ หรือว่า... หัวสมองของเธอมันว่างเปล่า ปราศจากมันสมองไปแล้ว” ยูริว่า ...โกรธเพชรน้ำหนึ่งมาก หุนหันพลันแล่น กลับออกไปพร้อมลูกสมุน

“พี่ยุติคงได้เห็นแล้วนะ หนึ่งไม่มีเพื่อน มีแต่ศัตรูคู่แข่ง ไม่มีทั้งคนที่หนึ่งรัก และรักหนึ่ง”

“ที่หนึ่งพูดมา ไม่เป็นความจริงเลย ศัตรูคู่แข่งนั่น เป็นเลสเบี้ยนแอบหลงใหลได้ปลื้มหนึ่ง ถ้าเขาไม่ชอบจริงคงไม่บินลัดฟ้าด้นดั้นมาหาถึงบ้านหนึ่งที่เมืองไทยนี่หรอก ส่วนที่หนึ่งว่าไม่มีคนที่รักหนึ่งอันหลังนี่ยิ่งไม่เป็นความจริงเข้าไปใหญ่ ความจริงยังมีคนที่รักหนึ่งอยู่และรักมากด้วยอย่างน้อยคือพ่อแม่ รวมทั้งคุณตาคุณยายของหนึ่ง และยังมีคนอื่นอีกที่คอยเป็นห่วงเป็นใยเสมอ ยกตัวอย่างเช่นพี่... เป็นอีกคนหนึ่งที่หนึ่งพึ่งได้” ยุติพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง

“ขอบคุณพี่ยุติที่มีน้ำใจให้หนึ่งเสมอ แต่จิตใจของหนึ่งมันเจ็บปวดเกินจะทำใจได้ ความรักของพ่อแม่และตายายแม้ท่วมท้นมากมายแค่ไหนยังไม่อาจเยียวยาให้หายเจ็บปวดได้ในทันที บางทีหนึ่งต้องการเวลารักษาใจ จนกว่าจะทำใจได้ ซึ่งยังไม่รู้เมื่อไหร่ถึงจะหายเสียที พี่ยุติไม่เคยอกหักไม่เข้าใจหรอกว่าหัวใจของหนุ่มสาวต้องการอะไรมากกว่าความรักของพ่อแม่”



..........ทางเดินห้องกระจก ยุติใส่เชิ้ตสีครีมเข้ากับผิวพรรณที่ค่อนข้างขาวนวลของเขา แต่งกายได้เรียบร้อยราวกับคุณชาย เมื่อเขาติดกระดุมครบทุกเม็ด จนถึงเม็ดบนสุด ปิดคอระหงของเขา แล้วมายืนมองดูฝูงปลาในคลอง ถึงเวลาให้อาหารปลาประจำทุกเย็น เพชรน้ำหนึ่งเดินมาพร้อมกับชามข้าวใบใหญ่

“อ้าวพี่ยุติ ไม่นึกว่าจะมาอยู่ที่นี่ ปกติไม่ค่อยเห็นเข้ามาในนี้”

“อยากมาดูตอนให้อาหารปลาอย่างใกล้ชิดเลยเข้ามา... ที่นี่เป็นเขตหวงห้ามหรือเปล่าล่ะ”

“เปล่าหรอก” เธอตอบพร้อมกับนั่งลงและวางชามใบใหญ่ลงบนพื้น ทำเป็นไม่สนใจเขา กำลังตักข้าวสุกโปรยลงให้ปลา

“อึดอัดจัง หนึ่งช่วยแกะกระดุมให้พี่หน่อยสิ”

“แกะกระดุม? แล้วทำไมไม่ทำเอง ตอนติดกระดุม น่าจะรู้ว่าอึดอัด แล้วติดเข้าไปทำไมล่ะ แปลกนะพี่ยุตินี่”

“มันมองไม่เห็นตัวเองนี่... แกะกระดุมให้ทีเร็ว เดี๋ยวหายใจไม่ออกตายนะ” เขาพูด พลางยิ้มยั่วเย้าเล่น...

“เว่อร์เกินไปละ” เธอจึงยิ้มออกมาเห็นเป็นเรื่องขำขัน ลุกขึ้นมายืนตรงหน้าเขา เมื่อได้ยืนเทียบเคียงกันอย่างนี้ ทำให้เห็นได้ชัดว่า รูปร่างของเขานั้นสูงใหญ่กว่าตัวเธอมาก ระดับกระดุมเม็ดบนสุดที่ติดกับคอเสื้อเขา เท่ากับระดับสายตาเธอพอดี “ได้... เอ้า... แกะเสร็จแล้ว” เธอแกะกระดุมให้เพียงเม็ดเดียว

“ยังไม่พอ แกะออกอีกเม็ดสิ”

“หา!” เธออุทาน แต่ทำตามใจเขา “อืม... ได้กลิ่นหอมอ่อนอีกแล้ว พี่ยุติเพิ่งอาบน้ำมาหรือ”

“อืม... ใช่... พี่เพิ่งอาบน้ำมา หอมเหรอตัวพี่นี่?” เขาถาม สายตาที่มองจ้องเธอเปลี่ยนไปเป็นหวานปานจะกลืนกินได้ในระยะกระชั้นชิด ยามเมื่อได้มองตาเขา... ทำให้ต้องเลี่ยงหลบสายตาแทบทุกครั้ง แล้วก้มหน้าก้มตา แกะกระดุมให้ด้วยความเขินประหนึ่งว่าถ้าแปลงร่างเป็นแมลงตัวเล็กได้คงรีบทำทันที แล้วรีบบินหนีหายวับไปกับตา

“อ้าว! เผลอแกะกระดุมออกหมดทุกเม็ดเลย”

“ขอบใจมากหนึ่งจะได้เปิดให้เห็นหัวใจพี่นี่ไง” ยุติพูดไปยิ้มไปว่าอย่างนั้น แล้วเปิดให้เห็นเสื้อกล้ามตัวในสีขาว ตรงกลางมีสกรีนรูปหัวใจสีชมพูอ่อน ในรูปหัวใจมีตัวหนังสือตัวโต ‘รัก’ เพียงเท่านั้น... เพชรน้ำหนึ่งรู้ตัวได้ทันทีว่าโดนหลอกล้อเล่นให้แกะกระดุมเสื้อให้นั่นเอง แต่อดจะอมยิ้มออกมาไม่ได้

“พี่ยุตินี่... เจ้าเล่ห์นักนะ หนึ่งไม่ใช่พวกมีอารมณ์ขัน ไม่ต้องมาทำตลกเลย”

“แน่ะ! ไม่ชอบเหรอ... แต่ทำไมยิ้มแป้นขนาดนั้น ทำให้หนึ่งยิ้มได้นี่พี่มีความสุขจริงเลย”

“อย่ามาเสียเวลากับหนึ่งเลย แฟนพี่ยุติมีตั้งมากมายไปสนใจเขาเถิด หนึ่งไม่อยากอยู่ใกล้พี่ยุติ”

“ทำไมล่ะ” เขาสงสัยหันมาถาม แล้วอมยิ้ม ทึกทักเข้าข้างตัวเองเฉยเลย “กลัวจะเผลอใจรักพี่เข้าให้ล่ะสิ”

“พี่ยุตินี่...” เธอว่าทำเสียงเหมือนจะดุเขา แต่พอมองตากันเพียงแวบเดียวต้องเลี่ยงหลบสายตาเขาอีก

“ไม่โรแมนติคเลยหนึ่ง อุตส่าห์เปิดเผยให้เห็นความในใจของพี่แล้ว อยากรู้ใจเธอ อยากให้เธอรู้ใจ อยากให้ในใจเธอนั้นคิดเหมือนกันได้รึเปล่า” ประโยคหลังที่เขาพูดเหมือนฮัมเป็นเพลง...

แต่เธอทำเป็นไม่สนใจ แล้วลงนั่งให้อาหารปลา ใช้ช้อนตักข้าวสุกที่ปนด้วยกับข้าวโปรยให้ปลาในคลอง

ส่วนเขาลงมานั่งกับพื้นตามเธอ แต่ยังไม่วายยุ่งอีก

“ยังไม่เสร็จเลย พับแขนเสื้อให้ทีสิ”

“เรื่องเยอะจริงพี่ยุตินี่” ว่าแล้วเธอต้องวางมือ จากการให้อาหารปลา แล้วมาพับแขนเสื้อให้ทั้งสองข้าง

“เสร็จแล้วพี่ยุติ หนึ่งจะให้อาหารปลาต่อ พวกปลาว่ายมารอกันเยอะแล้ว”

“คอยอีกเดี๋ยวซี่ ใส่สร้อยข้อมือให้พี่ก่อน” เขายื่นให้ เป็นสายหนังเส้นเล็กประดับด้วยหมุดขนาดเล็กสีเงินแวววาวเรียงรายเป็นแนวสวยงาม

“อีกละพี่ยุตินี่ยังแต่งตัวไม่เสร็จอีก จะแต่งตัวให้หล่อไปไหนเนี่ย”

“หนึ่งเคยบอก... ใครมีแฟนหล่อต้องทำใจ ...แต่งตัวนาน” เขาพูดไปยิ้มไป เผยฟันเขี้ยวเสน่ห์ซี่เล็กสองข้าง ความจริงสิ่งนั้นดึงดูดสายตาน่ามองไม่ใช่น้อย ขนาดผู้หญิงหลายคนยังอยากมีเขี้ยวเล็กน่ารักแบบนี้

“เห็นนิ่งไปเป็นไรรึเปล่า อ๋อ... เผลอใจหลงใหลความหล่อของพี่นั่นเอง ฮะ ฮะ ฮะ... ” เขาพูดเองเออเอง แล้วหัวเราะชอบใจ

“แบละ! หมั่นไส้” เธอแบลิ้นเล็กแลบออกจากริมฝีปากให้เขาเห็น แต่อีกฝ่ายยังยิ้มชอบใจ “แล้วสร้อยข้อมือนี่มันใส่ยังไงจะได้ใส่ให้มันแล้วไป” เธอหันมาสนใจใส่สร้อยข้อมือให้

“พันสามรอบ มันยืดได้นิดหน่อย ใส่ให้พี่ข้อมือขวานี่นะ” เขาบอกและยื่นมือให้ เธอทำให้ตามที่เขาต้องการ แต่อีกมือเขาอยู่ไม่สุข ใช้มือซ้ายลูบไล้หลังมือเธอในขณะที่กำลังใส่สร้อยข้อมือให้เขา “มือผู้หญิงนี่เล็กเนอะ ...น่ารักจัง” เมื่อเธอรู้ตัวว่าถูกฉวยโอกาสจึงรีบเร่งมือใส่ให้เสร็จอย่างเร็วและดึงมือกลับทันที

“พอละหนึ่งจะให้อาหารปลา ถ้าพี่ยุติยังแต่งตัวไม่เสร็จก็ไปทำเองเถอะ หนึ่งไม่อยากยุ่งด้วยละ” ว่าแล้วจึงให้อาหารปลาต่อ

ในขณะที่เขาเงียบไป มองดูเธอให้อาหารปลาอยู่พักใหญ่...

...จนกระทั่งเธอให้อาหารปลาเกือบหมดชาม จึงหันมาสนใจมองเขาอีกครั้ง เห็นเขานั่งชันเข่าท้าวคาง สายตาเหล่มองตรงหน้าอกของเธอในช่วงเผลอลืมตัว... ถึงเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้ระวังตัวตอนก้มและเงย ซึ่งเธออยู่ในชุดนอนค่อนข้างโปร่งบาง ถึงจะมีชุดชั้นในแต่มันสามารถเห็นอะไรว้อบแว้บวอมแวม!

“เพี้ยะ!” เสียงดังเมื่อฝ่ามือเธอตบแขนเขา พอทำให้ทั้งเจ็บทั้งคัน

เขาใช้มือเกาแขนตัวเอง ออกจะตกใจเล็กน้อยปนสงสัย…

“ตีทำไมพี่ผิดอะไร จู่ ๆ มาตีเขา”

“พี่ยุติมองหน้าอกหนึ่ง... แบบนั้นมันลามก”

“อ้าว... เคยบอกไม่ชอบให้มองหน้าไม่ใช่รึ? พี่เลยมองอย่างอื่นแทนแล้วไง พี่ผิดด้วยหรือ”

“ยังมาทำไขสือ มองหน้าอกกันนี่ผู้หญิงเขาไม่ชอบหรอก”

“แหม... แต่ผู้หญิงบางคนเขาชอบให้มองนะ แสดงว่าตัวเองมีของดี ดึงดูดใจให้ผู้ชายมอง”

“แต่หนึ่งไม่ชอบให้ใครมามอง”

“ไม่มองก็ได้ไม่เห็นอยากมองเลย คงไม่ใช่ของแท้ถึงไม่อยากให้มอง สงสัยข้างในคงยัดฟองน้ำให้ดูอึ๋ม”

“ของหนึ่งของจริงย่ะ พี่ยุตินี่พูดกวนโมโห” เธอเงื้อมมือจะตีเขาอีก

“พอแล้วตีพี่ทีเดียวก็เจ็บแล้ว แค่พูดหยอกเล่น ขอโทษที่พูดให้โกรธ” เขาจับมือเธอยึดยื้อไว้ไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยมือหนึ่งได้แล้ว” เธอทำเสียงเข้มแบบออกคำสั่ง

“ปล่อยก็ได้ แต่พี่ขอโทษแล้วต้องหายโกรธพี่ด้วย”

“หายโกรธก็ได้ ปล่อยมือหนึ่งซะทีซี่” เธอเสียงอ่อนลง พยายามยื้อดึงมือให้หลุดจากมือเขาที่จับยึดถือไว้

“อาบน้ำรึยังนะหนึ่ง”

“หือ? เกี่ยวอะไรด้วย” เธอถาม ออกจะแปลกใจ

และเขายังไม่ยอมปล่อยมือเธอ แล้วยังแถมจับไหล่เธออีกด้วย

“ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย” เขาทำจมูกฟุตฟิด ขณะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เกือบชิดข้างแก้มเธอ

“อย่านะพี่ยุติ” เธอร้องห้ามเสียงดัง

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

“พี่ยุติอย่ามาหอมแก้มหนึ่งนะ”

“เปล่า ยังไม่โดนแก้มซะหน่อย แค่ดมพิสูจน์กลิ่นว่าอาบน้ำหรือยัง อ้อ! หนึ่งเข้าใจว่าจะหอมแก้มเหรอ ถ้าไม่ชอบ... ผลักออกก็ได้นี่แต่นี่ไม่ผลัก คงคิดอะไรกับพี่ใช่ไหมล่ะ รึอยากให้หอมแก้มจริง” ได้ผลทันทีที่พูดจบ เขาโดนผลักออก แล้วเธอรีบวิ่งหนีอย่างไม่เหลียวหลังกลับมามอง มีแต่เสียงหัวเราะของเขาไล่ตามหลังไป

“ฮะ ฮะ ฮะ... สนุกจริงได้แกล้งหนึ่งนี่...” ยุติหัวเราะได้เต็มเสียง

...ฝ่ายสองตายายนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำในระยะไม่ห่างจากทางเดินห้องกระจกนัก ได้เห็นเหตุการณ์โดยตลอด

“ดูยุติกับหนึ่งแบบนี้แล้วอดจะคิดไม่ได้นะยาย” ตาพยักพเยิดให้ยายมองตาม “เห็นไหมยาย... ตาว่าสองคนนี้เริ่มจะมีอะไรกันชักไม่ธรรมดาแล้วนะ ยายว่าอย่างนั้นไหม?”

“ดูแล้ว... น่าคิดอยู่นะตา สงสัยจะเริ่มมีใจให้กัน เนอะตาเนอะ”

“อืม... สองคนนี้อาจจะชอบกันแล้ว ไม่แน่นะ”




ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 1 ม.ค. 2560, 16:48:25 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 ม.ค. 2560, 16:48:25 น.

จำนวนการเข้าชม : 473





<< ตอน 13 [1]   ตอน 14 [1] >>
ไตรติมา 1 ม.ค. 2560, 16:50:52 น.
เรื่องยาวตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ ไปโหลดอีบุ๊กกันค่ะ
https://www.mebmarket.com/ebook-50709-คู่หมั้นคืนเหงาใจ-ปกดำ
ติดตามอัพเดท-กดไลค์เพจ >>
https://www.facebook.com/oranamarinlove


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account