อธิษฐานสลับรัก
ณิชารีย์ สาวอวบเกินพิกัด เธอทำงานอยู่ในบริษัทกาแฟลดน้ำหนักที่มีแต่สาวๆ หุ่นดี ผอมเพรียวด้วยกันทั้งนั้น
ขณะที่เธอกับเพื่อนซี้ เป็นจุดด้อยของบริษัท
วันหนึ่งเมื่อเพื่อนรัก ชวนกันไปที่ศาลเจ้าแม่มุ่ยเฮียง
คำอธิษฐานแบบส่งๆ ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้น เธอกลายเป็นสาวสวยหุ่นดี
พรแบบพิลึกๆ จะช่วยทำให้เธอได้พบกับเนื้อคู่ตัวจริงได้หรือไม่ มาลองลุ้นกัน
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที ๑๐ แผนจับคู่

บทที่ ๑๐ แผนจับคู่

มาลงนิยายตอนใหม่ค่ะ ต้องขอโทษที่หายไปนานมากค่ะ เพราะว่า เดือนนี้มีงานเข้ามาและกำลังเร่งนิยายอีกเรื่องหนึ่งชื่อว่า romance melody เป็นนิยายแนวท่องเที่ยวโดยมีประเทศออสเตรียเป็นฉากหลังนะคะ เป็นแนวโรมานซ์ เลยทำให้ไม่มีเวลาเลย ขออภัยนักอ่านทุกท่านด้วยค่ะที่ทำให้รอ

แจ้งข่าวเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้ว่า จะตีพิมพ์กับ สนพ กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง นะคะ ในงานหนังสือมีนาคม 2560 ที่จะถึงนี้แอบเห็นปกแล้ว แหร่มากๆ สวยกระแทกตา อยากโชว์มากแต่ขอรอให้สนพ อนุญาตก่อนนะคะ ไปอ่านนิยายกันเลยดีกว่า ว่า หนูนิดกับคุณชายโปรดจะเป็นยังไงกันบ้าง

ทันทีที่รับโทรศัพท์เสร็จชายหนุ่มก็รีบแท็กซี่ตรงมายังห้างสรรพสินค้าด้วยความเป็นห่วง แต่พอมาถึงกลับพบว่า มารดานั่งยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากจะไม่เดือดร้อนกับการที่รถยางแบนแล้ว ยังสั่งอาหารมาจนเต็มโต๊ะอีกด้วย ช้อนส้อมกับจานชามที่วางเตรียมอยู่ทำให้รู้ว่า อติกันต์ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่มาที่นี่ ทุกอย่างเป็นแผน

เขาเคยคิดว่า แผนการตื้นๆ ที่แม่หลอกลูกชายในละครหลังข่าวเพื่อมาเจอผู้หญิงที่แม่หมายตาเอาไว้ เป็นเรื่องไร้สาระ แต่พอมาเจอกับตัวเองถึงได้รู้ว่า มันไร้สาระสุดๆ ไปเลยต่างหาก มารดาคงไม่รู้ว่า เขาต้องให้ผู้ช่วยโทรไปขอโทษคนไข้ทีละคนด้วยเหตุผลที่ต้องเลื่อนนัดกะทันหัน หลายรายเดินทางมาถึงคลินิกแล้วแต่ต้องกลับไป

“ไหนแม่บอกว่า เรื่องด่วนไงล่ะครับ”
“ก็ด่วนสิจ้ะโปรด รถยางแบนจะไม่ด่วนได้ยังไง”

คุณพัชริดาโทรศัพท์มาว่า ยางรถถูกตะปูตำติดค้างอยู่กลางห้างกลับบ้านไม่ได้ ชายหนุ่มเป็นห่วงจึงรีบเลื่อนคนไข้และรุดมาดู แต่แล้วท่านกลับนัดเขาในร้านอาหารกลางห้างเสียอีก
“แล้วตอนนี้รถอยู่ที่ไหนหรือครับ”

“นายตุ่นมาเอาไปแล้วล่ะ เห็นว่า จะเอาไปปะยางหรืออะไรนี่ละ แม่ก็ไม่รู้ โปรดมาเหนื่อยๆ นั่งก่อนสิจ้ะ”

อาหารมากมายหลายอย่างที่วางอยู่จนเต็มทำให้รู้ว่า เขาไม่ได้ถูกหลอกคนเดียว แต่ใครล่ะที่อติกันต์ต้องพบ และใครกันที่ทำให้คุณพัชริดากล้าหลอกลูกชายคนเดียวให้ทิ้งคนไข้ได้ลงคอ..
“ผมไม่หิว”

“ไม่เอาน่าโปรด ทำหน้ายักษ์อย่างนี้ไม่หล่อนะลูก ประเดี๋ยวน้องก็จะมาแล้ว”

ลางสังหรณ์บอกว่า อีกคนที่มารดานัดเอาไว้เป็นผู้หญิง แต่อติกันต์ภาวนาขอให้ไม่ใช่คนที่เขาคิด สกุลสุวกุลมีสัญญาใจกับสกุลพรหมจันทร์มานานแล้ว ชายหนุ่มเคยเจอหญิงสาวที่มารดาหมายตาครั้งหนึ่งสมัยที่หล่อนอายุได้ห้าขวบ ส่วนเขาอายุมากกว่าหล่อนห้าปี ดูเหมือนคำขอของเขาจะไม่สำฤทธิ์ผลเพราะพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงสาวเดินเข้ามา

“นั่นไงน้องชมพู่มาแล้ว”

ชายหนุ่มนั่งนิ่ง ราชนิกุลอย่างเขาทำอะไรออกนอกหน้าไม่ได้แม้จะรู้ว่า โซ่ตรวนแห่งคำสัญญากำลังเริ่มต้นขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณแม่ รอชมพู่นานหรือเปล่าคะ”
หม่อมหลวงชมาพันธ์โตขึ้นมากจากครั้งสุดท้ายที่เจอกัน แต่สำหรับอติกันต์แล้วกลับรู้สึกว่า ผู้หญิงตรงหน้าเหมือนตุ๊กตา ชุดกระโปรงยาวเลยเข่าสีหวานจับจีบรอบตัว กับผมที่ใช้โรลไฟฟ้าดัดหยิกเป็นลอนๆ ทำให้หล่อนดูราวกับนักบัลเล่ต์หรือไม่ก็ตุ๊กตาไขลาน

ไม่ใช่ว่า หญิงสาวไม่สวย แต่ตรงกันข้ามหล่อนสวยมากจนหาที่ติไม่ได้ แต่เพราะอะไรชายหนุ่มถึงรู้สึกว่า หล่อนดูไร้ชีวิตชีวา เส้นผมของหล่อนสวย ดกดำเหมือนขนนกกาน้ำ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ดูไม่มากไปและไม่น้อยไป คิ้วโก่งสวยตามธรรมชาติ จมูกโด่งและริมฝีปากสีชมพูระเรื่อทำให้ทุกอย่างลงตัว

“ไม่หรอกจ้ะ หนูชมพู่โตเป็นสาวแล้วนะ เราไม่ได้เจอกันนานกี่ปีแล้วนะ”
“สิบห้าปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ชมพู่ไปต่างประเทศ”
สกุลพรหมจันทร์ส่งบุตรสาวไปอยู่โรงเรียนประจำที่อังกฤษ หลังจากนั้นก็เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย หม่อมราชวงศ์สุรพันธ์บินไปลูกสาวที่ต่างประเทศทุกสองเดือน

“มานั่งสิจ้ะ ป้าสั่งอาหารไว้รอแล้ว โปรดช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้น้องหน่อยสิจ้ะ”

อติกันต์ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวตามมารยาท หล่อนยิ้มอย่างเอียงหาย ส่วนมารดาก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างถูกใจ

“ขอบคุณค่ะ ชมพู่รบกวนพี่ชายโปรดกับคุณแม่หรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ เพราะพี่ว่า จะกลับแล้ว แม่กับน้องชมพู่จะได้คุยกันตามสบาย”
“ไม่เอาน่าโปรด ไหนๆ ก็มาแล้ว อยู่กินข้าวกลางวันด้วยกันเถอะนะ แม่อุตส่าห์สั่งของชอบของลูกทั้งนั้น”
ใจหนึ่งก็อยากจะหักหาญน้ำใจ แต่พอเห็นสีหน้าของมารดาอติกันต์ก็ทำไม่ลง เขารู้ว่า ทั้งหมดนี้มารดาทำไปเพราะความรักลูก

“ใช่ค่ะพี่ชายโปรดอย่าเพิ่งกลับเลยนะคะ อยู่คุยกันก่อน เราสองคนไม่ได้เจอกันนานแล้ว”
“เห็นไหมลูก น้องชมพู่ก็คิดถึงลูก ไหนๆ ก็เลื่อนคนไข้แล้วไม่ใช่หรือ”

พอถูกมารดาดักคออย่างนี้อติกันต์จึงไม่กล้าปฏิเสธอีก เขาปั้นหน้านิ่ง ขณะที่หม่อมหลวงชมาพันธ์เป็นฝ่ายชวนคุยและตักอาหารใส่จานให้

“ช่วงนี้พี่ชายคนไข้เยอะหรือเปล่าคะ”

“ก็เรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นคนไข้นัด”
“คงเหนื่อยแย่เลยนะคะ”
“ไม่หรอก พี่ชินเสียแล้ว งานของทันตแพทย์ไม่มีเรื่องด่วน ไม่เหมือนหมอที่งานหนักว่า แล้วนี่ชมพู่กลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่”
หญิงสาวยิ้มอายๆ หล่อนก้มหน้าไม่กล้าสบตา

“เพิ่งมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองค่ะ ชมพู่เรียนจบแล้ว คุณพ่อก็เลยเรียกตัวกลับมา”
“ดีแล้วล่ะ จะได้เริ่มต้นทำงาน”

“ค่ะ ชมพู่ว่า จะเริ่มไปสมัครงานอาทิตย์หน้า แต่ท่านพ่อไม่อนุญาต ท่านอยากให้ชมพู่อยู่บ้านสักพัก”
สกุลพรหมจันทร์มีฐานะค่อนข้างร่ำรวย แค่ทรัพย์สินดั้งเดิมของตระกูลก็มากถึงร้อยล้านเข้าไปแล้วยังไม่นับธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ทำกำไรต่อปีเป็นจำนวนมหาศาล

“ป้าก็เห็นด้วยนะจ้ะ เห็นต้องรีบทำงานเลย คุณชายสุรพันธ์ก็มีทรัพย์สมบัติมากมาย แถมยังมีลูกสาวคนเดียวอีก”
“แต่ชมพู่ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ “
“งั้นก็ให้ชายโปรดพาไปเที่ยวบ้างสิจ้ะ”


“แต่แม่ครับ ผมไม่แน่ใจว่า จะมีเวลาพอ”
อติกันต์รีบปฏิเสธ เขารู้สึกได้ถึงแผนการจับคู่ที่มารดาจงใจ แม้จะไม่ได้รังเกียจหม่อมหลวงชมาพันธ์ แต่เรื่องความรัก เขาอยากเป็นผู้เลือกเองเสียมากกว่า
“โปรดก็ แค่พาน้องเที่ยวในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้ๆ แค่นี้ ลูกเป็นพี่ชายน่าจะช่วยน้องได้นะจ้ะ เห็นแก่คุณชายสุรพันธ์ อย่าปฏิเสธเลยนะ”

“แต่ชมพู่เกรงใจพี่ชาย อย่าลำบากเลยนะคะ”

“ลำบากอะไรกันจ้ะ ชายโปรดเต็มใจต่างหาก ป้าว่า หนูชมพู่กับโปรดแลกไลน์กับแลกเบอร์กันไว้ดีกว่า เผื่อจะได้โทรหากันได้”

หม่อมหลวงชมาพันธ์ยิ้มอายๆ อติกันต์ไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตามที่มารดาสั่ง เขาลอบมองสีหน้าทีเปี่ยมด้วยรอยยิ้มของท่านเมื่อแผนการสำฤทธิ์ผล ชายหนุ่มยังไม่รู้จะทำยังไงเพื่อปฏิเสธดี ยิ่งเห็นสีหน้าของหญิงสาวตรงหน้าก็ยิ่งพูดไม่ออก ถ้าหากหม่อมหลวงสาวจะร้ายกาจเหมือนตัวร้ายในนิยายเขาคงจะตัดสัมพันธ์ได้ง่ายกว่านี้ แต่นี่หล่อนดูอ่อนหวาน น่ารัก สมเป็นกุลสตรีที่ผ่านการอบรมมาอย่างดี เขาจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากเงียบเสีย
หลังจากรับประทานอาหารไปได้เพียงน้อยนิด หญิงสาวก็รวบช้อนส้อม
“อ้าวหนูชมพู่อิ่มแล้วหรือจ้ะ”
อาหารยังเหลือเต็มโต๊ะ เพราะคุณพัชริดาสั่งมาเผื่อลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้
“ค่ะ ชมพู่กินอะไรไม่ค่อยลงค่ะ ตั้งแต่กลับมาจากต่างประเทศรู้สึกเหมือนอาหารไม่ย่อย”
อติกันต์มองอาหาตรงหน้าแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ ขณะที่หม่อมหลวงชมาพันธ์กินอาหารเหมือนแมวดมแต่ณิชารีย์กลับตรงกันข้าม หล่อนทำให้เขารู้สึกว่า อาหารทุกอย่างชวนอร่อย ไม่เว้นแม้แต่ปาท่องโก๋ข้างถนนกับน้ำเต้าหู้ข้างทาง

“ป้าคิดว่า หนูกลัวอ้วนเสียอีก”

“ไม่หรอกค่ะ ตรงข้ามชมพู่อยากเพิ่มน้ำหนัก แต่กินทีไรท้องไส้ก็ปั่นป่วนทุกที”
“งั้นวันหลังป้าจะให้แม่บ้านทำของโปรดหนูนะเผื่อจะกินได้เยอะขึ้น ถ้าว่างต้องชวนคุณชาย กับคุณศจีไปเที่ยวที่วังเราบ้างนะ”
“ได้เลยค่ะ ชมพู่จะเรียนคุณพ่อคุณแม่ให้นะคะ”
คุณพัชริดาพาลกินอะไรไม่ลง รวบช้อนส้อมตาม อติกันต์มองอาหารบนโต๊ะอย่างเสียดาย แม้เขาจะฐานะร่ำรวยแต่ก็ถูกเลี้ยงดูมาให้รู้ค่าของเงิน อีกทั้งพอได้เป็นทันตแพทย์ ทำงานหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงตนก็ยิ่งรู้ว่า เงินทองนั้นหายาก

“ป้ากินไม่ไหวแล้ว ขืนกินมากกว่านี้คงอ้วนแย่”
“คุณป้าไม่เห็นอ้วนเลยนี่คะ”

“ตัวดูเหมือนไม่อ้วน แต่พุงออก ป้าไม่อยากเป็นแบบผู้หญิงคนนั้น”

ปลายสายตาชี้ไปยังหญิงสาวร่างอวบที่เพิ่งเดินเข้าร้านมาพร้อมกับผู้หญิงอีกคน ใครบอกว่า โลกกลมเขาไม่เคยเชื่อแต่มาเจอกับตัววันนี้ชายหนุ่มยิ่งกว่าเห็นด้วย เขาไม่เคยรู้สึกว่า ณิชารีย์อ้วนแต่มารดากลับคิดตรงกันข้าม ในสังคมที่นิยมความผอมทำให้ทุกคนพากันมาลดน้ำหนัก หลายคนมุมานะลดอย่างเอาเป็นเอาตาย แถมบางครั้งวิธีที่ใช้อาจก่อให้เกิดอันตรายกับชีวิตก็ได้ แต่สำหรับเขาแล้ว ผู้หญิงจะรูปร่างยังไงก็ได้แต่ขอเพียงแต่มั่นใจเท่านั้น

“แต่ผมว่า ผู้หญิงคนนั้นน่ารักดีออกนะครับ ผิวพรรณก็เปล่งปลั่ง”
คุณพัชริดาเบิกตากว้าง มองลูกชายด้วยความประหลาดใจ

“โปรดพูดเล่นใช่ไหมจ้ะ”

“พูดจริงครับ ผมว่า ผู้หญิงอวบหน่อยดูมีน้ำมีนวลกว่า”
หม่อมหลวงชมาพันธ์หน้าเจื่อนสนิท คุณพัชริดาจึงเอื้อมมือไปแตะหลังมือเพื่อปลอบ
“อย่าไปฟังชายโปรดเลยนะจ้ะหนูชมพู่ ลูกชายป้าชอบพูดอะไรขวางโลกแบบนี้ล่ะ ความจริงเขาชอบคนหุ่นดี ยิ่งน่ารักเรียบร้อยแบบหนูแล้วละก็ สเปคของชายโปรดเลย”

อติกันต์มองมารดาแล้วอ้าปากค้าง แต่เมื่อเขาขยับจะเถียงก็เจอกับสายตาขึงขังที่มองมา ป่วยการที่จะเถียงเพราะในที่สุดแล้วมารดาก็คงไม่แคล้วหาเรื่องพูดให้เข้าทางจนได้ ชายหนุ่มได้แต่มองไปรอบๆ อย่างเบื่อหน่าย สมาธิเขาไม่ได้อยู่บนโต๊ะนี้ด้วยซ้ำ ตอนนี้สิ่งที่อยากรู้ คือ บทสนทนาโต๊ะอื่นต่างหาก ณิชารีย์คุยอะไรกับผู้หญิงคนนั้นเพราะเหตุใดสีหน้าหล่อนถึงได้เป็นเช่นนั้น...


ณิชารีย์ประนมมือไหว้พริตาอย่างอ่อนน้อมเพื่อเป็นการขอโทษสำหรับความผิดที่หล่อนก่อขึ้นในวันประชุมของบริษัท
“นิดต้องขอโทษคุณแพมด้วยนะคะ นิดไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาเรื่องไปปรึกษากับทีมอาร์ดี โดยไม่ปรึกษาคุณแพมก่อน แต่เพราะนิดอยากเสนองานก็เลยต้องศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ”
“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ พี่เองก็ต้องขอโทษนิดด้วยที่วันนั้นไม่ได้ฟังนิด”
“คุณแพมอย่าขอโทษเลยค่ะ ยิ่งทำให้นิดรู้สึกผิด”

เมื่อณิชารีย์เข้าไปขอพบกับพริตาในห้องทำงานเพื่อพูดคุยเรื่องนี้แต่อีกฝ่ายกลับนัดออกมาที่ห้างสรรพสินค้าแทน สีหน้าของพริตาเต็มไปด้วยความกังวลคงเป็นเพราะความวุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังจากพริ้มเพราขึ้นเป็นหัวหน้า งานที่เคยเรียบร้อยกลับปั่นป่วนไปหมด ลูกค้าโทรมาต่อว่าเป็นจำนวนมาก พริตาจึงต้องลงไปเคลียร์เรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเฉพาะตัวแทนลูกค้าภาคตะวันออกที่โกรธจัด
" พี่ไม่น่าเลื่อนพริ้มเป็นหัวหน้าเซลล์มาร์เกตติ้งเลย”

ความกลุ้มใจที่เกิดขึ้นและอึดอัดจนไม่รู้จะระบายกับใครทำให้พริตาตัดสินใจปรับทุกข์ให้ลูกน้องฟัง พริ้มเพราแม้จะเป็นหัวหน้าแต่ทำงานแทบไม่เป็นเลย ทุกอย่างมั่วไปหมดอย่างเช่นลูกค้าภาคตะวันออกที่สั่งสินค้าเพื่อไปออกอีเว้นแต่ความสับเพร่าทำให้สินค้าไปถึงผิดวันสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล
“มีอะไรที่นิดพอช่วยได้ไหมคะ”

“อย่าเลย ถ้านิดช่วย ก็ต้องช่วยไปตลอด ไหนๆ พริ้มก็เป็นหัวหน้าแล้ว ก็ต้องหัดเรียนรู้งาน ไม่ใช่เอะอะก็ใช้ลูกน้องท่าเดียว”

“แต่มันจะส่งผลเสียหายต่อบริษัทหรือเปล่าคะ นิดเต็มใจช่วยนะคะ ถือเสียว่า ทำเพื่อส่วนรวม”
“ไม่เป็นไรจริงๆ จ้ะ พี่ต้องการดัดนิสัยพริ้ม สงสารน้องคนอื่นที่ต้องถูกพริ้มชิงเอาผลงานมาเสนอพี่”
ในที่สุดพริตาได้รู้ความจริงเสียที ณิชารีย์อดดีใจไม่ได้ ที่ความจริงเปิดเผย อย่างน้อยหล่อนไม่ได้เป็นหัวหน้าแต่ได้รู้ว่า พริตารู้ก็ดีใจมากแล้ว

“คุณแพมจะทำยังไงต่อไปคะ เรื่องแผนการตลาดของไตรมาสต่อไปมีใครเสนออะไรใหม่ๆ บ้างหรือยัง”
“ที่พี่เรียกนิดมาก็เพราะเรื่องนี้ พี่ปรึกษานอกรอบกับกรรมการคนอื่นๆ แล้วเกี่ยวกับกาแฟตัวใหม่”
ณิชารีย์หูผึ่ง หล่อนเคยคิดว่า พริตาไม่สนใจและปฏิเสธแต่แท้ที่จริงไม่ใช่
“กรรมการคนอื่นว่า ยังไงบ้างคะ”
“ทุกคนเห็นด้วยนะ หลังจากปรึกษากันแล้ว คิดว่า การเปิดตลาดกาแฟตัวใหม่คงจะช่วยให้ยอดขายดีขึ้น”

“นิดดีใจจริงเลยค่ะ นิดมั่นใจว่า ยอดขายเราจะต้องกระเตื้องขึ้นอย่างแน่นอน”
“อันที่จริงพี่มีโปรเจกต์หนึ่งที่อยากจะให้นิดช่วยเพื่อเป็นการปูทางสำหรับกาแฟตัวใหม่ของเรา ตอนนี้ทางอาร์ดีกำลังดูเรื่องสูตรกับกาแฟอยู่ ถ้าเป็นไปได้เราจะเปิดตัวกาแฟใหม่ในเดือนหน้า”
“เร็วอย่างนั้นเลยหรือคะ”

“ใช่จ้ะ แต่เรื่องนี้ยังเป็นความลับนะ พี่ไม่อยากให้คนที่บริษัทรู้ แม้แต่แซลลี่”
“อ้าวทำไมละคะ”

แต่ไหนแต่ไรพริตาชื่นชมศรัญรัชต์มาก เพราะตั้งแต่ได้หญิงสาวมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ยอดขายกาแฟก็ดีวันดีคืน หล่อนเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ และเป็นผู้นำกระแสยอดฟอลโล่ในอินสตราแกรมสูงมากส่งผลต่อภาพลักษณ์ของกาแฟ การออกอีเว้นต์แต่ละครั้งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงทำให้ได้ลูกค้ามากขึ้น แต่พักหลังกระแสกาแฟแผ่วลงเนื่องจากทางเนเจอร์สลิมไปทาบทามดาราสาวที่รับบทนางร้ายมาแข่ง อาศัยการนุ่งสั้นเต้นรำด้วยท่าทางยั่วยวนทำให้คนพากันสนใจ ยิ่งเห็นว่า นางร้ายคนนั้นดื่มกาแฟเพื่อลดน้ำหนัก คนก็พากันหันไปอุดหนุนเนเจอร์สลิมเป็นการใหญ่

“เพราะว่า พี่อยากได้นางแบบคนใหม่มาเป็นพรีเซนเตอร์กาแฟตัวใหม่ด้วยนะสิจ้ะ”
“นางแบบใหม่” ณิชารีย์ เลิกคิ้ว ทวนคำ

“ใช่...แต่ปัญหาก็คือ พี่อยากได้คนที่สวย หุ่นดี แต่ยังไม่มีชื่อเสียง เรียกง่ายๆ ก็คือ หน้ายังไม่ช้ำนั่นล่ะ”
ดาราสมัยนี้ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงมาก่อนจะมารับงานโฆษณา หลายคนหุ่นดี หน้าตาสวยแต่เรื่องมาก อีกทั้งยังคิดค่าตัวแพงอีกด้วย

“นิดคิดว่า พอช่วยพี่ได้ พอดีมีรุ่นน้องทำงานอยู่เอเจนซี่ นิดจะรีบติดต่อให้ด่วนที่สุดเลยนะคะ”
“พี่นึกแล้วว่า นิดต้องมีทางออกดีๆ ให้พี่ อย่างนี้ค่อยหายกลุ้มหน่อย”
“นิดยินดีเสมอค่ะ ถ้ามีอะไรที่ทำเพื่อบริษัทได้นิดยินดี”

“อีกอย่างหนึ่งคือ พี่อยากให้นิดรับผิดชอบโปรเจกต์หนึ่งด้วย มันสำคัญกับบริษัทมาก”
“โปรเจกต์อะไรหรือคะ”

พริตาเอียงหน้ามากระซิบ ณิชารีย์ฟังไปแล้วก็ยิ้ม สิ่งที่หัวหน้าพูดนั้นเป็นโครงการที่ดีมากเลยทีเดียว งานนี้นอกจากจะได้ฐานตลาดเพิ่มแล้วยังอาจจะเพิ่มยอดขายอีกด้วยที่สำคัญคือ พื้นที่ซึ่งบริษัทต้องการลงตลาดคือ ละแวกบ้านของหล่อนเอง

“นิดรับงานนี้ค่ะ ถ้าคุณแพมวางใจ นิดสัญญาว่า จะทำให้สำเร็จ”
“งั้นดีเลยจ้ะ พี่มอบให้นิดเป็นหัวหน้าโปรเจกต์นี้นะ จะเอาลำดวนไปด้วยก็ได้ ขอให้งานออกมาดีเท่านั้น บริษัททุ่มงบไม่อั้นเลย”

“เราจะเริ่มเมื่อไหร่ดีคะ”

“อีกสองอาทิตย์ พี่จะอนุญาตให้นิดกับลำดวนเดินทางไปด้วย ถ้าขาดเหลืออะไรโทรหาพี่ได้เลยนะ”

การกลับมาได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าอีกครั้งทำให้ณิชารีย์มีกำลังใจในการทำงาน มากขึ้น ดังนั้นบรรยากาศงานในช่วงบ่ายจึงเต็มไปด้วยความคึกครื้น หล่อนนำเรื่องหาพรีเซนเตอร์คนใหม่ไปปรึกษาลำดวน รวมถึงงานที่ได้รับมอบหมายที่จังหวัดจันทบุรีด้วย เพื่อนสาวเสนอความคิดเห็นมาหลายอย่าง ทั้งสองนั่งวางแผนงานอยู่จนเย็น

พอกลับถึงที่พักหญิงสาวรีบติดต่อหารุ่นน้องที่ทำงานอยู่บริษัทเอเจนซี่เพื่อให้ส่งรูปนางแบบน้องใหม่มาให้ดู พริตาต้องการผู้หญิงที่สวยและหุ่นดีอีกทั้งยังไม่เคยมีประสบการณ์โฆษณามาก่อนเพื่อจะเป็นพรีเซนเตอร์กาแฟลดน้ำหนัก แต่พอรุ่นน้องส่งแคตตาล็อกรูปถ่ายมาให้ดูหญิงสาวก็ไม่ถูกใจเลยสักคน

นางแบบส่วนใหญ่ผอมแห้งแรงน้อย เพราะค่านิยมในสังคมสมัยนี้ที่ชอบคนผอม หลายรายผอมจนเห็นกระดูก แต่สิ่งที่สลิมเชพต้องการคือ ผู้หญิงสวย หุ่นดี และต้องสุขภาพดีเพื่อตอบโจทย์คนเมือง แต่นางแบบที่ส่งมาล้วนแล้วแต่หุ่นไม่เข้าสเปค หลายรายชอบเล่นกีฬาจนมีกล้ามเกินงาม จนดูไม่สมส่วนเหมือนนักเพาะกายมากกว่านางแบบ

“ไม่มีคนอื่นแล้วหรือจุ๋ม ที่ส่งมาให้เลือกยังไม่ถูกใจเลย”
“มีเท่าที่ให้น่ะค่ะ เอาไว้จุ๋มจะลองดูให้ใหม่นะ ที่มีก็แต่หน้าเก่าๆ ผ่านงานมาโชกโชนแล้ว ว่าแต่พี่นิดหานางแบบไปทำไมหรือ”
“มันเป็นความลับพี่บอกไม่ได้ แต่ถ้าจุ๋มเจอใครเข้าตาแล้วรีบส่งรูปมาให้พี่ดูด่วนเลย”
“ก็ได้ค่ะ รอนิดนะพี่ จุ๋มจะรีบหาให้เร็วที่สุด”

หลังจากกำชับกับรุ่นน้องอีกชุดใหญ่ หล่อนก็กดวางโทรศัพท์ลง บนโต๊ะกลางห้องตอนนี้มีมันฝรั่งที่เปิดค้างไว้ครึ่งถุง น้ำอัดลมพร่องไปมากกว่าครึ่ง แต่จนแล้วจนรอดณิชารีย์ก็ยังกลุ้ม พริตาต้องการผู้หญิงที่สวยและหุ่นดีอย่างเร็วที่สุด ถ้าเป็นไปได้ควรจะเป็นในสัปดาห์นี้ แต่นางแบบหน้าใหม่ที่สวยตรงคอนเซ็ปต์ช่างหายากเหลือเกิน ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม หากหล่อนหาได้ไม่ทันคงต้องถูกพริตาตำหนิเป็นแน่

ร่างอวบนอนเอนกายดูรายการโทรทัศน์ เปิดช่องรายการอาหารเอาไว้ ช่วงพักคั่นโฆษณากลับมีรายการแข่งลดน้ำหนักของต่างประเทศเข้ามาแทรก ผู้เข้าแข่งขันเป็นคนอวบสาหัส น้ำหนักไม่ต่ำกว่าร้อยกิโล ในรายการจะมีคนช่วยจัดตารางอาหารพร้อมทั้งตารางออกกำลังกายในแต่ละวัน บางรายตั้งใจแน่วแน่ แต่บางรายก็พ่ายแพ้ต่อความหิวเหมือน ๆ กับหล่อน

หญิงสาวเปลี่ยนช่องอื่นเพราะรู้สึกหดหู่ การลดน้ำหนักกับหล่อนเปรียบเสมือนไม่เบื่อไม้เมาต่อกัน ระหว่างที่ตาดูโทรทัศน์ มือก็ส่งมันฝรั่งรสโปรดเข้าปาก แต่พอควานมือลงไปก้นถุงก็พบว่า ก้นถุงว่างเปล่า ณิชารีย์ลุกขึ้นจากโซฟา เดินตรงไปยังตู้ที่เก็บเสบียงซึ่งอยู่ในครัว เปิดตู้ออก ภายในมีมันฝรั่งทอดแทบทุกรส ทั้งขนมขบเคี้ยว คุกกี้ ป๊อปคอร์น เวเฟอร์ช็อกโกแลตยี่ห้อต่างๆ อัดกันอยู่เต็ม แต่วันนี้ทุกอย่างกลับดูน่าเบื่อหญิงสาวจึงเปลี่ยนใจเดินไปที่ตู้เย็นและเปิดช่องฟรีสแทน

ไอศกรีมหลากหลายรสแช่อยู่เต็มตู้เย็น หญิงสาวมองของกินทั้งหมดอย่างหงอยๆ หล่อนได้แต่ถามตัวเองว่า คอนโดของหล่อนเป็นแหล่งเก็บอาหารสารพัดชนิดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน สมัยเรียนมหาวิทยาลัยหญิงสาวยังไม่ได้กินเก่งขนาดนี้ หล่อนมักจะกินเมื่อใกล้สอบโดยมีเพื่อนซี้อย่างลำดวนตามไปด้วยทุกที่ แต่เมื่อเรียนจบออกมาทำงาน พบกับการแข่งขันที่สูงลิบ หล่อนจึงใช้การกินเพื่อระบายความเครียด

ทุกครั้งที่คิดงานไม่ออกเป็นต้องเปิดตู้เย็น ไม่ว่า จะของหวานของคาว โชคร้ายที่คอนโดของหล่อนตั้งอยู่ใจกลางเมืองจึงมีของกินสารพัดมาล่อตาล่อใจ หล่อนเลือกเปิดตู้เย็นชั้นล่างตั้งใจจะกินผลไม้แทน แต่แล้วสายตากลับไปปะทะกับช็อกโกแลตสีทองในห่อที่ยังไม่ถูกแกะ ปกติแล้วณิชารีย์มักจะจัดการเจ้าลูกกลมๆ สีทองภายในเสี้ยววินาทีตั้งแต่ซื้อมาด้วยซ้ำ แค่คิดถึงคนให้ หัวใจก็ปวดปลาบ...

หล่อนมั่นใจว่า เห็นอติกันต์ในห้างสรรพสินค้าวันนี้...
เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่เดินมากับผู้หญิงอีกสองคน คนแรกอายุประมาณห้าสิบ น่าจะเป็นมารดาของชายหนุ่ม แต่ผู้หญิงอีกคนที่สวมกระโปรงบานนั้นดูยังไงๆ ก็ไม่ใช่น้องสาวแน่ๆ ใบหน้าที่ไม่มีความคล้ายคลึงกัน แต่ท่าทางสนิทสนมนั้นต่างหากที่ทำให้ณิชารีย์หดหู่

หล่อนไม่เคยรู้สึกเศร้าเพราะผู้ชายมาก่อน แม้แต่ตอนอกหักครั้งแรก อย่างมากสุดก็แค่หงุดหงิดจนต้องออกไปกินมื้อดึก รวมถึงครั้งที่อกหักจากรุ่นพี่ที่ทำงานหล่อนก็แค่ออกไปกินไอติมแก้เซ็ง หญิงสาวไม่เคยฟูมฟายอย่างที่เพื่อนคนอื่นๆ ทำกันเวลาอกหัก หรือบางทีหล่อนอาจจะยังไม่รู้จักความรักที่แท้จริงก็เป็นได้ แต่ทำไมวันนี้ถึงรู้สึกว่า เจ็บ คงเป็นเพราะอติกันต์เป็นคนเดียวที่พูดถ้อยคำหวานหูเหล่านั้นต่างหาก

เขาชอบผู้หญิงหรือชายกันแน่ ณิชารีย์ยังไม่แน่ใจ

แต่ไม่ว่า จะชายแท้ ชายเทียม ชายครึ่งๆ ล้วนแต่มีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น อติกันต์อาจจะเป็นคนสุภาพเรียบร้อยก็จริง แต่ลึกๆ ลงไปแล้วเขาไม่ได้จริงใจถึงได้พูดจาหวานกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ป่วยการที่จะสนใจ เพราะไม่ว่า เขาจะเป็นยังไง เส้นทางชีวิตของเขากับหล่อนก็คงไม่เวียนมาบรรจบกัน คิ้วบางขมวดเข้าหากัน ณิชารีย์มองช็อกโกแลตในมืออย่างชั่งใจ ในเมื่อเครียด หล่อนก็ต้องหาอะไรคลายเครียด
...เจ้าลูกกลมๆ สีทองคือ คำตอบ...

หญิงสาวแกะห่อช็อกโกแลตสีทองก้อนแรกใส่ปาก ความหวานผนวกกับความกรุบกรอบของแอลมอนด์ที่ฉาบอยู่ด้านนอกทำให้อารมณ์ดีขึ้นทันตา เมื่อเปลือกนอกละลายช็อกโกแลตเหลวที่อยู่ด้านในก็ไหลเข้าปาก ทุกส่วนผสมลงตัวช่างหอมหวานนุ่มละมุนอยู่ภายใน

ณิชารีย์หลับตาพริ้มเมื่อระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้น ฮอร์โมนแห่งความสุขที่เรียกว่า เอนโดรฟิน จากต่อมใต้สมองก็หลั่งออกมาอย่างทะลักทะลาย นี่ล่ะความสุขของหล่อน หญิงสาวสั่งตัวเองให้ลืมผู้ชายปากหวานคนนั้น นับจากนี้หล่อนจะไม่สนใจว่า เขาจะไปกับใครหรือจะชอบใคร ณิชารีย์แกะช็อกโกแลตก้อนที่สองส่งเข้าปากพร้อมกับเก็บความคิดเรื่องชายหนุ่มข้างห้องลงไปอยู่ส่วนลึกที่สุด...





tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 23 ก.พ. 2560, 21:16:43 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 ก.พ. 2560, 05:53:38 น.

จำนวนการเข้าชม : 1175





<< บทที่ ๙ บทพิสูจน์   บทที่ 11 การกลับมาของผู้หญิงชุดแดง >>
แว่นใส 24 ก.พ. 2560, 07:27:04 น.
สาวเข้าใจผิดไปไกลเลยคุณชาย


tangtangmeow 12 มี.ค. 2560, 20:18:48 น.
ลงตอนต่อไปแล้วนะคะ


Zephyr 26 มี.ค. 2560, 14:37:56 น.
จะกินอะไรเยอะขนาดนี้น้า


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account