อธิษฐานสลับรัก
ณิชารีย์ สาวอวบเกินพิกัด เธอทำงานอยู่ในบริษัทกาแฟลดน้ำหนักที่มีแต่สาวๆ หุ่นดี ผอมเพรียวด้วยกันทั้งนั้น
ขณะที่เธอกับเพื่อนซี้ เป็นจุดด้อยของบริษัท
วันหนึ่งเมื่อเพื่อนรัก ชวนกันไปที่ศาลเจ้าแม่มุ่ยเฮียง
คำอธิษฐานแบบส่งๆ ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้น เธอกลายเป็นสาวสวยหุ่นดี
พรแบบพิลึกๆ จะช่วยทำให้เธอได้พบกับเนื้อคู่ตัวจริงได้หรือไม่ มาลองลุ้นกัน
Tags: ผู้แต่งยังไม่ได้กำหนด tags ของนิยายเรื่องนี้

ตอน: บทที่ 11 การกลับมาของผู้หญิงชุดแดง

บทที่ ๑๑ การกลับมาของผู้หญิงชุดแดง

เขาว่า กันว่า โชคชะตามักเล่นตลกกับคนอยู่เสมอ ณิชารีย์เชื่อหมดใจ เมื่อหล่อนสะดุ้งตื่นและพบว่า เงาที่สะท้อนในกระจกไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิม ตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่า ทั้งหมดไม่ใช่แค่ความฝัน นลินามีตัวตนจริงๆ แถมยังแอบถอนหายใจใส่กระจกเสียอีก เออแน่พอลำดวนมานอนค้างเพื่อจะค้นหาความจริง หล่อนก็นอนไม่หลับเสียอีก หญิงสาวตัดสินใจโทรหาเพื่อนสาวเป็นคนแรก

ปลายสายเรียกแต่ไม่มีคนรับ ณิชารีย์กดเบอร์เดิมซ้ำอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังเหมือนเช่นเดิม ลำดวนคงกำลังยุ่งกับอะไรสักอย่าง หล่อนจึงเปิดโปรแกรมเพื่อหาตำแหน่งของเพื่อนสาว เมื่อรู้แล้วก็รีบแต่งตัวออกไปข้างนอกด้วยเสื้อผ้าทะมัดทะแมง

ณิชารีย์ผลักประตูกระจกเข้าไปในฟิตเนสใจกลางห้าง ขณะที่สายตาก็สอดส่ายหาเพื่อนสาว ภายในเต็มไปด้วยอุปกรณ์กีฬาจำนวนมาก แม้ว่า จะมืดแล้วแต่ผู้คนที่มาใช้บริการก็ยังหนาตาอยู่ ป้ายด้านหน้าบอกว่า ฟิตเนสแห่งนี้ปิดเวลาสี่ทุ่มและเปิดบริการตั้งแต่หกโมงเช้า เมื่อเห็นคนแปลกหน้าเข้ามา พนักงานที่อยู่ด้านหน้าก็เข้ามาทัก

“คุณพี่สนใจสมัครฟิตเนสหรือคะ ทางเรามีโปรโมชั่นให้เลือกหลายอย่างนะคะ อย่างเช่น...” พนักงานสาวกำลังจะสาธยายยาวเหยียดแต่ณิชารีย์รีบโบกมือให้หยุด หล่อนไม่ได้ต้องการซื้อแพ็กเกจออกกำลังกาย

“เปล่าจ้ะ พี่มาหาเพื่อนชื่อ ลอร่าอยู่ไหม”

พนักงานสาวทำหน้าเบื่อพร้อมกับชี้นิ้วไปยังอุปกรณ์เวตที่อยู่ริมสุด ผู้หญิงผมทองกำลังใช้อุปกรณ์อยู่ ณิชารีย์กำลังจะก้าวเข้าไปแต่ถูกอีกฝ่ายยื้อไว้ก่อน

“เดี๋ยวค่ะ พี่เป็นสมาชิกฟิตเนสที่นี่หรือเปล่าคะ”
“เปล่าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปไม่ได้ ทางเรามีระบบรักษาความปลอดภัย ถ้าไงพี่โทรเรียกเพื่อนออกมาดีกว่าไหมคะหรือไม่ก็แลกบัตรแล้วหนูจะให้คนพาเข้าไป”

ณิชารีย์ควานมือเข้าไปในกระเป๋าแต่แล้วก็นึกขึ้นได้ หล่อนอยู่ในคราบของนลินาซึ่งไม่มีตัวตนจริงๆ บนโลกใบนี้ จึงไม่มีเอกสารทางราชการใดๆ ขืนเอาบัตรประชาชนของตนไปแทน มีหวังคงต้องโดนข้อหาอีกขโมยอีกเป็นแน่

“น้องช่วยเข้าไปเรียกให้พี่หน่อยไม่ได้หรือ พี่โทรหาแล้วแต่เพื่อนไม่รับ คงกำลังออกกำลังกายอยู่”
“ไม่ได้หรอกค่ะ หนูกำลังยุ่ง”

พูดจบเจ้าตัวก็ปลีกไปหาลูกค้าอีกคนที่เปิดประตูเข้ามาคงต้องการหาสมาชิกใหม่ ณิชารีย์ได้แต่ถอนหายใจ พนักงานในฟิตเนสส่วนมากสนใจแค่การขายของมากกว่าต้องการบริการ เมื่อมองเข้าไปก็พบว่า ลำดวนเดินเข้าไปในห้องด้านหลังแล้ว ขณะที่กำลังหมดหวังนั้นมือคู่หนึ่งที่แตะบนบ่า

“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกผนวกกับรอยยิ้มกว้างทำเอาณิชารีย์ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ หล่อนไม่ได้บ้าคนหล่อแต่รอยยิ้มของผู้ชายคนนี้ทำให้ละเมอ ใบหน้าคมสันหล่อเหลา ผิวขาว จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงจัดขนาดผู้หญิงยังอาย ใบหน้าเรียบเนียนแทบไม่มีสิวให้รำคาญ ไรหนวดจางๆ ตรงเหนือริมฝีปากทำให้ดูเซ็กซี่อย่างที่สุด

“เอ่อ...คือว่า ฉันมาหาเพื่อนค่ะ แต่พนักงานข้างหน้าไม่ยอมให้เข้าไป ฉันมีธุระสำคัญกับลอร่า” ณิชารีย์แอบหลุบตาลงอย่างประหม่า
“อ๋อ...ผมรู้จัก เอาเป็นว่า ผมไปเรียกให้ดีไหม”
“ได้หรือคะ งั้นขอบคุณมากนะคะ รบกวนด้วยค่ะ”
หนุ่มร่างสูงปลีกตัวเข้าไป ณิชารีย์แอบมองตาม โชคชะตาเล่นตลกกับหล่อนอีกแล้ว แค่ออกมาตามหาเพื่อนแต่ได้เจอกับหนุ่มหล่อล่ำแถมยังใจดีอีกต่างหาก สายตากวาดมองช่วงไหล่กว้างภายใต้เสื้อกล้ามสีขาวบางจนทะลุเห็นเนื้อใน ท่อนแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวเป็นลอนสวย ไม่มากไปและไม่น้อยไป หน้าท้องแบนราบ

โอ้แม่เจ้า ผู้ชายคนนี้มีซิกแพก ไม่ใช่แพกธรรมดา แต่เป็นกล้ามเนื้อสมบูรณ์แบบอย่างที่เคยเห็นในคลิปออกกำลังกาย แทบไม่ได้ต้องเดาว่า เขาคงจะใช้เวลาอยู่ในยิมไม่ต่ำกว่าสี่ชั่วโมง ผมของเขาซอยสั้นรับกับท้ายทอยทุย ซึ่งพอเปียกเหงื่อก็ทำให้เกิดความเร้าใจไปอีกแบบ

ณิชารีย์มองตามหนุ่มล่ำไปจนสุดสายตา เขาหายเข้าไปในห้องด้านหลังพักใหญ่ หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นเกมฆ่าเวลา พอเงยหน้าขึ้นลำดวนก็เดินออกมาพอดี หญิงสาวยิ้มกว้าง ปราดเข้าไปทัก
“ลอร่า”

เพื่อนสาวไม่ยิ้มแต่กลับชักหน้าบึ้งใส่ สายตาที่กวาดมองณิชารีย์อย่างสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าทำเอาหล่อนเริ่มฉุน

“คุณเป็นใคร นี่เราสองคนรู้จักกันหรือคะ”

หญิงสาวเพิ่งนึกได้ว่า หล่อนไม่ได้อยู่ในร่างของณิชารีย์แต่เป็นผู้หญิงอีกคน หน้าตาที่ดูโดดเด่นแถมหุ่นยังเพรียวกระชับไปทุกสัดส่วนอีกด้วย
“นี่จำฉันไม่ได้จริงๆ หรือ”

ลำดวนกวาดมองซ้ำอีกครั้ง ก่อนส่ายหน้า

“นี่คุณกำลังถ่ายรายการทีวีอยู่หรือเปล่าคะ ถึงได้แกล้งอำฉัน”
ณิชารีย์หลุดหัวเราะออกมา หล่อนมองเพื่อนรักที่สวมเสื้อผ้ารัดรูปสำหรับออกกำลังกาย ลำดวนดูแปลกตาไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ที่แต่งหน้าโฉบเฉี่ยว

“เธอซื้อเครื่องสำอางใหม่หรือ สีสวยดี”

เพื่อนสาวทำหน้าบึ้งมองณิชารีย์ที่ป้องปากหัวเราะ ก่อนเท้าสะเอวโต้เสียงแข็ง
“นี่คุณ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณนะ ฉันจะซื้อเครื่องสำอางใหม่หรือเปล่า มันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันกลับไปออกกำลังกายก่อนนะ สงสัยต้องเฉ่งเจ้าพอลหน่อยแล้ว มีอย่างที่ไหนบอกว่า มีเพื่อนมารอพบ แต่กลับเป็นใครก็ไม่รู้”

ลำดวนหันหลังเดินกลับไปแต่ณิชารีย์รีบคว้ามือเพื่อนรักเอาไว้ ร้องห้ามเสียงหลง
“เดี๋ยวสิลอร่า นี่เธอจำฉันไม่ได้จริงๆ หรือ ฉันไง”

ลำดวนสะบัดแขนออก จ้องหน้าหญิงสาวอย่างหาเรื่อง ปลายเสียงห้วนโต้กลับมาว่า
“ฉันไม่รู้จักคุณหรอกนะแม่คนสวย ถ้าคิดจะอำคนอื่นละก็ เชิญไปเล่นที่อื่น ฉันไม่ว่าง”
ณิชารีย์แตะตรงหัวไหล่พร้อมกับหมุนตัวเพื่อนรักกลับมา หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“ฉันเองไงณิชารีย์ หรือว่า ต้องให้ฉันเรียกว่า อิหล่าน้อย ถึงจะเข้าใจชัด”


ณิชารีย์มองลำดวนที่ตกตะลึงอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าปาก หล่อนเป็นคนเดียวที่รู้ชื่อเล่นสมัยเด็กซึ่งพ่อแม่ตั้งให้
“อิหล่าน้อย”
หลังจากโพล่งออกไปเพื่อนสาวก็ยืนทำปากพะงาบๆ นานเกือบนาทีกว่าจะหลุดคำพูดออกมา

“นี่เธอจริงๆ หรือ”
“ก็ใช่สิ ฉันเอง...นิด”
“ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเป็นไปได้ หรือว่า ฉันออกกำลังกายมากจนสมองเบลอ ใครก็ได้ช่วยตบหน้าฉันทีสิ จะได้ตื่นจากฝัน”

ฝ่ามือหนาฟาดเพียะตรงข้างแก้มจนหน้าสะบัด ลำดวนลูบแก้มที่เกิดรอยแดงพร้อมตวาดใส่เพื่อนสาว

“โอ๊ย ยายนิดตบมาได้”

“อ้าว ก็เธออยากให้ฉันทดสอบไม่ใช่หรือว่า ความฝันหรือเปล่า ตบแรงหน่อยจะได้ตื่น”
ลำดวนลูบแก้มตนป้อยๆ

“ก็ใครใช้ให้ตบแรงอย่างนี้ ใช้มือหรือขาหน้าตบ”
ณิชารีย์เงื้อกำปั้น ถลึงตาขู่

“หยุดพูดเลยนะ ไม่อย่างนั้น โดนหลังมือแน่”

ลำดวนมองหญิงสาวอีกครั้งเพื่อเก็บรายละเอียดจากหัวจรดเท้า ก่อนจะเอามือลูบไปตามใบหน้า และไล่ลงไปตามเอวและสะโพก หล่อนชี้นิ้วเพื่อให้ณิชารีย์หมุนตัวให้ดู
“ฉันเชื่อแล้ว เธอคือ ยายนิดจริงๆ”

“คิดว่า ยังสงสัยอีก ฉันจะได้ขุดชื่อว่า ที่แฟนคนที่ หนึ่งถึงสิบสอง มาไล่เลียงให้ฟัง”
เพื่อนสาวไม่เคยมีแฟนจริงๆ แต่ทุกครั้งที่เริ่มคบใครก็มักจะมโนเอาว่า อีกฝ่ายเป็นแฟนของตน ลำดวนโบกมือให้หยุด

“พอเลย ไม่ต้องพูดแล้ว มันแสลงใจ ว่าแต่เธอกลายเป็นยายไม้เสียบผีตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ไม่รู้สิ ฉันเผลอหลับไปพอตื่นขึ้นมาก็เป็นอย่างนี้ โทรหาเธอ แต่ไม่มีคนรับ จำได้ว่า วันนี้คิวออกกำลังกายก็เลยมา”

“ขอโทษที สงสัยฉันคงปิดเสียงมือถือเลยไม่ได้ยิน”

ณิชารีย์เหลียวมองหาหนุ่มหล่อที่เข้าไปตามลำดวน เขาหายไปนานแล้วและยังไม่กลับออกมา เมื่อไม่เห็นจึงเอียงหน้าไปกระซิบ
“คนหล่อๆ เมื่อกี้ใครหรือ”
“เธอว่า ใครหล่อ”

หญิงสาวตีเผียะที่แขนลำดวนเพื่อแก้เขิน
“ก็ผู้ชายคนที่ใส่เสื้อกล้ามสีขาวนั่นไง คนที่ไปตามเธอออกมาหาฉัน” ณิชารีย์ยิ้มหวาน แค่คิดถึงเขาหล่อนก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

“อ๋อ...นังพอลลี่”

ลำดวนลากเสียงยาว พูดจบหนุ่มหล่อคนเดิมก็เดินออกมา เขาอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเรียบร้อยแล้ว ยามอยู่ในชุดกีฬาก็ดูเท่ห์เร้าใจ แต่พออยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นก็ดูหล่อเหลาไปอีกแบบ เขาฉีกยิ้มเมื่อเห็นสองสาวยืนคุยกัน

“นั่นไงมาพอดีเลย เดี๋ยวฉันแนะนำให้รู้จักนะ นี่ภคพล หรือพอล เทรนเนอร์ส่วนตัวของฉัน และเป็นที่ปรึกษาด้านความงามของฉันด้วย”

ณิชารีย์อ้าปากค้าง หล่อนเพิ่งสังเกตเห็นว่า ด้านหลังภคพลมีชายหนุมหน้าตี๋เดินตามมาด้วย ทั้งคู่ดูกะหนุงกะหนิงกัน...หรือว่า...
ท่าทางที่สุดแสนแมนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นกรีดกรายทันที ความจริงบางอย่างกระแทกใจอย่างจัง
“สวัสดีครับ คุณคนสวย ยินดีที่ได้รู้จัก”
ลำดวนฟาดผลัวะอย่างแรงที่หัวไหล่ชายหนุ่ม
“พอเลย เลิกเก๊กแมนได้แล้ว ทำให้เพื่อนฉันสับสน เรียกว่า พอลลี่ดีแล้วคนจะได้ไม่เข้าใจผิด”

“เจ้ก็ หมดสนุกเลย ผมชอบนะเวลาที่เพื่อนเจ้มองผมน้ำลายหก”

ณิชารีย์เป็นฝ่ายอ้าปากค้างเมื่อเห็นกริยาเกินชายของอีกฝ่าย หล่อนได้ยินเสียงหน้าตัวเองแตกดังเพล้ง ใครใช้ให้หล่อนตาถั่วไปแอบปิ๊งเทรนเนอร์เกย์เข้า ภาพความฝันสลายไปในพริบตา สงสัยหล่อนคงห่างผู้ชายนานเกินไปแล้ว ถึงได้มองเรื่องง่ายๆ แค่นี้ไม่ออก หัวใจที่เคยพองฟูกลับฟีบแบนราวกับลูกโป่งไร้ลม

“ยะ...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ตกลงเจ๊สองคนเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า เมื่อกี้นี้เห็นตบกัน”

ได้ทีภคพลก็แซว ณิชารีย์ยิ้มเขินๆ หล่อนยังปั้นหน้าไม่ถูก ขืนให้เขารู้ว่า หล่อนแอบปิ๊งเพื่อนสาวมีหวังต้องมุดดินแหง๋มๆ

“เขาเรียกหยอกกันเล่นต่างหาก แล้วนี่จะกลับแล้วใช่ไหม”

“ใช่เจ๊ ไว้เจอกันใหม่นะ วันนี้ปิแอร์มารับแล้ว ไม่อยากให้เขารอ”

ภคพลหันไปส่งยิ้มให้แฟนหนุ่มหน้าตี๋ที่เดินตามมาข้างหลัง ทั้งสองมองกันและกันราวกับว่า ในโลกนี้มีแค่สองคน

“รีบไปเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะโทรหา อย่าลืมเปิดมือถือด้วยล่ะ”
ร่างสูงล่ำสันเดินสะบัดก้นออกไป ทิ้งให้ณิชารีย์ในคราบคนสวยมองตาละห้อย
“พอเลยยายนิด เลิกมองได้แล้ว ยังไงเขาก็ไม่แลเธอหรอก”
“ฉันนี่โก๊ะจริงๆ เลย”

“ไม่ต้องเครียดหรอก มันธรรมดา ฉันก็เคยพลาดอย่างเธอเหมือนกัน แต่พอลลี่นิสัยดีนะ นอกจากจะไม่โกรธแล้ว ยังช่วยสอนฉันอีกด้วย ฉันเลยจ้างเขาเป็นเทรนเนอร์”

“ฉันไม่ยักรู้ว่า เธอออกกำลังกายด้วย”

“ใครว่า ฉันจ้างเขามาปรับปรุงบุคลิกภาพต่างหาก”

ณิชารีย์เป็นฝ่ายตะลึงแทน หล่อนมองลำดวนด้วยความประหลาดใจ
“อะไรนะ”

“เบาๆ สิ ก็มีแต่พอลลี่เท่านั้นที่ยอมพูดความจริงกับฉัน เขาบอกว่า ฉันแต่งตัวเสร่อแถมยังแต่งหน้าไม่ได้เรื่อง กิริยาก็ดูล้นๆ ทำให้ผู้ชายกลัว ฉันก็เลยจ้างเขาช่วยสอนทุกๆ อย่าง ตั้งแต่การเลือกเครื่องสำอาง การแต่งหน้า ทารองพื้น ดูอย่างวันนี้สิ สวยเช้งไปเลยเห็นไหม”

หญิงสาวอึ้ง มองเพื่อนสาว ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปมาก ไม่นึกเลยว่า จะมาถึงจุดที่ผู้หญิงแท้จะต้องให้ผู้ชายรูปหล่อมาสอนใช้เครื่องสำอางหรือว่า เพราะสาวๆ สมัยนี้ทำแต่งงานมากไปจนลืมดูแลตัวเอง ขณะที่หนุ่มๆ กลับคิดว่า การเรียนรู้เรื่องความสวยความงามเพื่อปรับปรุงตัวเอง

“เฮ้ย...เป็นอะไรไป ทำไมเงียบไปเลย”
“ฉันกำลังกลุ้ม”
“กลุ้มทำไม ตอนนี้เธอกลายเป็นสาวสวยแล้ว ดีเสียอีกต่อไปนี้จะได้มีแฟนกับเขาเสียที”
“จะบ้าหรือ”
“ไม่บ้าหรอก เธอสวยจริงๆ นะนิด สวยกว่ายายแซลลี่ด้วยซ้ำ”

สองสาวอ้าปากค้างโดยเฉพาะลำดวนที่ลืมตากว้างเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

“ฉันคิดอะไรดีๆ ได้แล้ว ทำไมเธอไม่เป็นพรีเซนเตอร์กาแฟตัวใหม่เสียเองเลย ในเมื่อคุณแพมอยากได้นางแบบหน้าใหม่ ก็แกนี่ไง”

“เฮ้ย..จะบ้าหรือ”

“ไม่บ้าหรอก เธอก็รู้ว่า ฉันไม่ได้อยู่ตลอด แล้วณิชารีย์จะทำยังไง”

“เธอก็ทำงานเฉพาะกลางคืนสิ การเป็นพรีเซนเตอร์กาแฟไม่เห็นต้องอยู่ทั้งวันเลยนี่น่า แต่เธอต้องคุยกับคุณแพมให้เข้าใจเสียก่อนว่า จะตกลงไหม”

“เธอหมายถึง...”

“เราสองคนต้องหาวิธีให้นลินาอยู่ให้นานที่สุดเพื่อจะได้รับงานนี้ ส่วนเธอก็อ้างตัวเป็นผู้จัดการหล่อนเสียเลย ไม่เห็นจะยาก”

“แต่ฉันยังไม่แน่ใจ เกิดมีใครรู้ความลับขึ้นมาละก็...เรื่องจะยุ่ง”
“ก็อย่าให้คนรู้สิ ฉันจะช่วยเธอปกปิดเรื่องนี้เอง จะไม่มีใครรู้ว่า นลินาเป็นใคร ทุกอย่างจะเป็นความลับสุดยอด”


ณิชารีย์ยังไม่มีโอกาสได้พิจารณาข้อเสนอของเพื่อนสาวนั่นก็เพราะงานยุ่ง วันทำงานปลายสัปดาห์มีงานอีกมากต้องสะสาง คืนวันเสาร์เป็นวันงานแต่งงานของญาติ ปกติณิชารีย์มักจะกลับระยองในวันศุกร์และขึ้นมาอีกครั้งเย็นวันอาทิตย์ แต่ครั้งนี้หล่อนขอลางานเพิ่มอีกวันคือ วันจันทร์

หลังจากนั่งรถตู้มาสี่ชั่วโมงกว่าบวกเวลารถติดเนื่องจากเป็นเย็นวันศุกร์ รถแล่นเข้าไปจอดที่ท่าเมื่อหญิงสาวหิ้วกระเป๋าก้าวลงมาก็พบกับคนที่รออยู่ พอเห็นคนที่มารับณิชารีย์ก็โผเข้าไปกอดและหอมแก้มฟอดใหญ่

“นิดคิดถึงแม่จังเลย”

มารดาแตะตรงข้างแก้ม ดึงหล่อนเข้าไปกอดและหอมหลายครั้ง ขอบตารื้นไปด้วยน้ำตา
“แม่ก็คิดถึงนิดมากรู้ไหม...เอ๊ะ นี่หนูผอมไปหรือเปล่า สงสัยอยู่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีอะไรกินละสิ รีบกลับบ้านดีกว่า แม่เตรียมของโปรดหนูไว้เยอะเลย”

หญิงสาวหันไปประนมมือไหว้บิดาซึ่งสวมเสื้อยืดสีตุ่น กางเกงเลพร้อมกับคาดผ้าขาวม้าที่เอว ใบหน้าประแป้งขาววอกเหมือนเช่นเคย

“หอมแต่แม่ ไม่เห็นหอมพ่อบ้างเลย”

บิดายิ้มแก้มตุ่ย เอียงหน้าข้างหนึ่งเข้ามาหา ณิชารีย์กราบแทบอกและยื่นหน้าเข้าไปหอม บิดาจึงโอบไหล่และพาหล่อนไปขึ้นรถ

“นี่พ่อกับแม่มารอนานหรือยังคะ”

“ไม่นานหรอกลูก แต่วนรถอยู่พักหนึ่งเพราะมีรถใหญ่เข้ามาจอด สงสัยเป็นพวกหมอๆ ที่มาอออกหน่วยพรุ่งนี้”

“บ้านเรามีหมอมาออกหน่วยด้วยหรือคะ”
“ก็ใช่นะสิ พวกหมออาสาของสมเด็จย่าน่ะลูก พ่อเองก็ว่า จะแว๊บไปช่วยงานและเตรียมของไปแจกพวกชาวบ้านด้วย”

“ไม่ยักรู้ว่า พ่อของหนูใจบุญ” ณิชารีย์แซว

“ก็ต้องมีบ้างล่ะ ตอนนี้ฐานะทางบ้านเราก็ไม่ได้ลำบากแล้ว มีก็แบ่งๆ กันไปบ้าง พ่อซื้อพวกของใช้ สบู่ยาสีฟัน แปรงสีฟัน และผ้าเช็ดตัวจัดเป็นชุดๆ กะว่า จะเอาไปแจก ส่วนแม่เขาก็จะทำแกงไก่กับขนมจีนไปฝากพวกหมอๆ ให้ได้กินกัน ผลไม้บ้านเราก็เอาไปแจกด้วย”

“งั้นนิดไปช่วยบ้างนะคะพ่อ”
“ได้สิลูก ด้วยความยินดี ทำบุญเยอะๆ เกิดชาติหน้าจะได้ไม่ลำบาก”
“ลูกมาเหนื่อยๆ ชวนทำงานทำไมล่ะคุณ รีบพาลูกกลับไปพักดีกว่า จะได้อาบน้ำอาบท่า กินข้าวพักผ่อนให้สบาย”

หญิงสาวก้าวขึ้นนั่งรถกระบะทางด้านหลัง ระหว่างนั้นก็มองทิวทัศน์รอบๆ ตลาดแห่งนี้เปลี่ยนไปมากจากครั้งสุดท้ายที่หล่อนกลับมา จากเดิมที่เคยมีแค่อาคารไม้เพียงไม่กี่หลัง บัดนี้กลายเป็นตลาดเทพื้นปูน มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาขายเป็นจำนวนมาก ตลาดโต้รุ่งซึ่งเคยเป็นแค่หลังคาสังกะสี บัดนี้ต่อเติมขยายใหญ่จนมีร้านค้าเกินกว่ายี่สิบร้าน ไฟกลางถนนเป็นไฟสีเหลืองนวลแบบประหยัดไฟ แต่ความคึกครื้นไม่เคยเปลี่ยน

รถเคลื่อนตัวออกไป เช่นเดียวกับณิชารีย์ที่มองไปรอบๆ หล่อนชอบที่นี่เพราะมันคือ บ้านเกิด ที่ซึ่งคนเต็มไปด้วยน้ำใจและไมตรีแม้แต่กับคนแปลกหน้า ช่างต่างกับเมืองกรุงที่มีแต่คนแก่งแย่งชิงดี ทุกครั้งที่หล่อนกลับมาบ้านก็เหมือนกับเป็นการเติมพลัง แม้ครั้งนี้หล่อนจะมีเรื่องกลุ้มใจคิดไม่ตก แต่พอความเย็นปะทะใบหน้า ความขุ่นมัวที่มีมาตลอดอาทิตย์ก็หายวับไปกับสายลม...




tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 มี.ค. 2560, 20:18:09 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 12 มี.ค. 2560, 20:18:09 น.

จำนวนการเข้าชม : 1037





<< บทที ๑๐ แผนจับคู่    บทที่ ๑๒ หมอฟันรูปหล่อ >>
แว่นใส 12 มี.ค. 2560, 20:46:08 น.
จะเจอกกันแล้ว


Zephyr 26 มี.ค. 2560, 14:55:28 น.
เจอตอนทำงานอาสานี่ละ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account