ปริศนาใจ (Yaoi) - จบ
จากความผิดหวังในความรักครั้งแรกของตนเอง ทำให้เกิดความสูญเสียแม่และพี่สาวที่รักไปตลอดกาล ความผิดหวังและการสูญเสียในครั้งนั้นทำให้เขาผู้นี้ ปิดกั้นตัวเองและยอมทิ้งสิ่งที่ตนมี เพื่อสิ่งที่ตนเองยังหลงเหลืออยู่
กับเขาผู้นี้ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนตนเองให้กับความรักครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของเขา
ส่วนอีกคนที่หลอกหัวใจตนเองและปฏิเสธความรักที่เพื่อนมีให้เกินกว่าคำว่าเพื่อนโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่เขาก็กลับมาเพื่อจะมาทวงและขอโอกาสกลับมาอยู่ในใจของอีกฝ่ายเหมือนเดิม
จะเป็นยังไงเมื่อทุกอย่าง วนกลับมาอีกครั้ง การตัดสินใจของหนุชายวัยกลางคนกับเด็กหนุ่มที่มีชีวิตก้าวหน้าในหน้าที่และการงานจะลงเอยอย่างไร หนุจะเลือกใครระหว่างรักครั้งแรกกับคนที่รักตนเองและพร้อมจะอยู่กับตนในทุกสถานการณ์
กับเขาผู้นี้ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนตนเองให้กับความรักครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของเขา
ส่วนอีกคนที่หลอกหัวใจตนเองและปฏิเสธความรักที่เพื่อนมีให้เกินกว่าคำว่าเพื่อนโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่เขาก็กลับมาเพื่อจะมาทวงและขอโอกาสกลับมาอยู่ในใจของอีกฝ่ายเหมือนเดิม
จะเป็นยังไงเมื่อทุกอย่าง วนกลับมาอีกครั้ง การตัดสินใจของหนุชายวัยกลางคนกับเด็กหนุ่มที่มีชีวิตก้าวหน้าในหน้าที่และการงานจะลงเอยอย่างไร หนุจะเลือกใครระหว่างรักครั้งแรกกับคนที่รักตนเองและพร้อมจะอยู่กับตนในทุกสถานการณ์
Tags: ปริศนาใจ,นิยายวาย,Yaoi
ตอน: เมื่อไหร่จะได้ออกซะที
พยาบาลและหมอเข้ามาตรวจคนที่นอนหลับบนเตียงโดยที่คนป่วยไม่รู้ตัวเองว่าหลับไปตอนไหนแต่คนที่คอยดูแลอยู่ในห้องก็รับเรื่องไป
"คนไข้บ่นปวดบ้างไหมครับ" คุณหมอหันมาถามรันที่อยู่ข้างเตียงขณะที่ตรวจร่างกายผู้ป่วยเรียบร้อย
"ไม่ครับ แต่ดูเหมือนจะเพลียมากกว่า" รันตอบตามที่ตนเองสังเกตมาตลอด
"คนไข้เพลียจากอุบัติเหตุและยาที่รับไปนะครับ แต่ไข้ลดลงมากแล้วตอนนี้ก็มีไข้ต่ำๆ อีกสักสองสามวันก็น่าจะกลับบ้านได้ครับ ตอนนี้ก็ให้น้ำเกลืออีกซะ 2 กระปุกและให้ไข้ลงน่าจะดีขึ้น" คุณหมออธิบายให้รันฟัง
"ครับ" รันตอบรับคุณหมอ
"ถ้าไงตอนเย็นผมจะเข้ามาตรวจอีกครั้งนะครับ"
"ขอบคุณครับ" รันกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ คุณหมอก็ยกมือไหว้รับพร้อมกับยิ้มแล้วเดินออกไปตามด้วยพยาบาลที่คอยติดตาม
เมื่อประตูปิดลงรันก็หันกลับไปมองคนตัวเล็กบนเตียงที่นอนหลับหน้าซีดอยู่ เขารู้ตั้งแต่ตอนอุ้มขึ้นรถแล้วว่าคนตัวเล็กนั้นมีไข้แต่กลับดูเหมือนปกติ ทำไมกันถึงชอบเก็บความรู้สึกได้เก่งขนาดนี้ ป่วยก็น่าจะบอกว่าป่วย เจ็บก็น่าจะบอกว่าเจ็บ จะทนทำไมกันยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจและอยากจับมาตีก้นซะให้หายมันเขี้ยว
หนุเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเนื่องจากนอนไปนาน อาการป่วยก็เหมือนจะทุเลาลงเยอะแล้วพอตนหันไปมองข้างเตียงก็เจอหน้าเดิมที่นั่งอยู่
"ผมถามจริงเถอะคุณไม่มีงานทำหรอ"
"หึ ถามกวนนี่ ผมลาหยุดนะไม่ต้องห่วง" รันตอบด้วยหน้าตาที่นิ่งอย่างเคย
"ผมก็เปล่าห่วงคุณหรอนะ แค่ไม่เข้าใจว่าคุณทำงานอะไรทำไมถึงดูว่าง" หนุก็บอกไปตามที่ตนคิด
"จริงจริง คุณน่าจะเลิกเรียกผมว่าคุณซะทีฟังแล้วมันดูไม่ค่อยสนิทกันเท่าไรนัก"
"แล้วจะให้เรียกว่าอะไร"
"รัน ครับผมชื่อรัน ผมก็บอกคุณไปแล้วนี่"
"ก็ได้ๆ คุณ...เออ...รันก็เรียกผมว่าหนุละกันนะ"
"อ้าวหรอผมนึกว่าชื่อนุซะอีก"
"ไรกัน เรียกหนุก็พอใครๆ ก็เรียกชื่อผมแบบนี้"
"เรียกนุและดีแล้ว สั้นๆ เรียกง่ายดีผมชอบ"
"เฮอ ตามใจ ว่าแต่คุณรันอายุเท่าไร" หนุถามเพราะคิดว่าน่าจะอ่อนกว่าเราเยอะอยู่
"25 ปีครับ" รันตอบพร้อมกับมองหน้าหนุไป
"แบบนี้ก็เป็นน้องผมซินะ ผมอายุ 30ปี คุณรันก็ต้องเรียกผมว่าพี่หนุนะ"
"จะพยายามละกันครับ" รันตอบแบบหน้านิ่งๆ หนุหน้าเหวอไปนิดหน่อยแต่ชั่งเถอะเรียกให้หันได้ก็พอล่ะ เขาไม่ซีเรียสอยู่แล้ว อีกอย่างคงไม่ได้เจอกันแล้วแหละ
"นุ คุณนะมีไข้สูงตั้งแต่แรกแล้วคุณป่วยหรอ"รันถามออกมาเพราะรู้สึกเป็นห่วงว่าหนุเป็นอะไรหรือเปล่า
"อ๋อ พอดีก่อนหน้านี้ผมนะ ไปตากฝนเลยเป็นไข้ แล้วยาในบ้านหมดพอดี ก็กะจะออกมาซื้อยาอยู่แต่เกิดอุบัติเหตุซะก่อนนะ"หนุตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติของการไม่สบาย
"มิน่าล่ะถึงมีไข้สูงขนาดนั้น นุคุณทนได้ไง" รันอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้
"ก็ไม่นะ ผมว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เป็นอย่างนี้เป็นประจำอยู่แล้ว อีกอย่างผมไม่ค่อยมีเวลาหรอกนะที่จะพาตนเองมาหาหมอนะ"
"ผมนึกว่าคุณเป็นโรคกลัวรถยนต์และกลัวโรงพยาบาลซะอีก" รันพูดแทงใจคนตัวเล็ก
"แฮะๆ ไม่ได้กลัวไรขนาดนั้นแค่ไม่มีเวลานั่นแหละ ก็อย่างที่บอก คุณจะมาห่วงอะไรแทนผมล่ะ" หนุรีบพูดกลบเกลื่อนความเป็นจริงก็จริงอยู่สาเหตุหลักคือกลัวแต่เรื่องไม่มีเวลานั้นเป็นข้ออ้าง ทำไมเด็กคนนี้ถึงเดาอะไรได้ตรงจริงๆ หรือเป็นเพราะเราเก็บไม่มิดกันแน่
"ครับ คุณนะเก็บไม่มิดหรอกมันแสดงออกมาที่ตากับหน้าทั้งหมดก็ไม่น่าแปลกที่คนรอบตัวจะรู้" รันตอบเหมือนคนอ่านใจได้
'เฮ้อ เด็กคนนี้เริ่มน่ากลัวล่ะ' หนุคิดในใจและแปลกใจกับสิ่งที่รันพูด
"แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้กลับบ้านซะที ไข้ก็ลดลงแล้วแถมกระดูกก็แค่ร้าวไม่ได้หักซะหน่อย อีกอย่างผมอยากกลับบ้านแล้ว" ใช่หนุคิดถึงหลานรักที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว แล้ววันพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์วันที่โรงเรียนเปิดซะด้วยสิทำไงดีนะ จะโทรหา แบตเตอรี่ก็ดันมาหมดซะนี่ที่ชาร์จแบตก็ไม่ได้เอามา แต่เราต้องไปทำหน้าที่ของตนเอง หลานชายพึ่งขึ้นมอปลายครั้งแรกต้องมีอะไรตระเตรียมอีกเยอะแทนที่จะได้อยู่บ้านสบายใจกับหลานต้อง มาอยู่โรงพยาบาลซะนี่คิดแล้วยิ่งเจ็บใจตัวเอง
"ใครบอกนุกัน คุณนะยังมีไข้ต่ำๆ อยู่นะกลับไม่ได้หรอกอีกอย่างต้องรอดูแขนก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง พอที่จะไปพักที่บ้านได้หรือยัง" รันตอบอย่างใจเย็นแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดเล่น
'ไอ้เด็กคนนี้จะหน้าตายไปถึงไหน ทำไงดีนะถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ทำไมฉันต้องมาฟังคนคนนี้ด้วยฟ่ะ' หนุคิดในใจและกำลังคิดวิธีออกจากโรงพยาบาลให้ได้
ตอนนี้ก็เวลาเย็นคุณหมอเจ้าของคนไข้ห้อง408 กำลังเดินมาตรวจคนไข้ของตนตรงตามเวลาในตารางนัดตรวจคนไข้
"สวัสดีครับ คุณหนุวัฒน์วันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ มีอาการปวดอยู่ไหม" คุณหมอเริ่มสักถามอาการคนไข้ตนเอง
"คือ...ไม่ครับ ผมออกจากโรงพยาบาลได้แล้วใช่ไหมครับ"หนุตอบคำถามคุณหมอและถามอย่างมีความหวัง
"ครับแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ คงต้องดูอาการพรุ่งนี้อีกที ผมขอตรวจแขนหน่อยนะครับ อืม...เหมือนจะบวมๆ นิดหน่อย เดี๋ยวผมให้พยาบาลมาทำแผลให้ใหม่และจะให้เริ่มทำกายภาพบำบัดนะครับ ยังไงตอนนี้ก็ยังกลับบ้านไม่ได้ คุณยังมีไข้อยู่นะครับ" คุณหมออธิบายและเริ่มเขียนออร์เดอร์แล้วส่งให้พยาบาล
"ขอบคุณครับ"หนุยกมือไหว้แล้วหันไปมองหน้ารันและทำหน้ายุ่งๆ
เมื่อคุณหมอออกไปหนุก็หันมามองรันอีกรอบจนรันเลิกคิ้วขึ้น
"มีอะไรครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรอหรือคุณจะเริ่มชอบผมแล้ว"รันพูดแล้วทำหน้ากวนๆ ออกมา
"ไม่ใช่! นายก็พูดเป็นตุเป็นตะไป ผมไม่พิศวาสผู้ชายด้วยกันหรอกนะ น่าขนลุกออก ผมแค่อยากรู้ว่าคุณหมอทำไมไม่ให้ผมออกซะที คุณรันพอรู้อะไรไหม" หนุรีบโวยออกไปด้วยกลัวเข้าใจผิด
"ก็คุณนะมีไข้แล้วไม่ลงเสียที คุณหมอเลยต้องตรวจหาเชื้อ คุณหมอสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือเปล่าก็เลยยังไม่อยากให้กลับ" รันอธิบายด้วยหน้าตาเรียบเฉย
"แบบนี้ผมก็ยังออกไม่ได้ล่ะซินะ แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกว่าตนป่วยเลยซักนิดแค่เพลียเท่านั่นเอง น่าแปลกจริงๆ " หนุบ่นกะตนเองอย่างผิดหวัง
ซะพักพยาบาลก็เข้ามาทำแผลตามด้วยอาหารและยากว่าทุกอย่างจะเสร็จก็ได้เวลานอนทุกอย่างก็ตกสู่ความเงียบส่วนรันพอทำธุระแล้วก็มาคอยดูหนุเหมือนเดิมจนตนหลับไปอย่างเคย
"คนไข้บ่นปวดบ้างไหมครับ" คุณหมอหันมาถามรันที่อยู่ข้างเตียงขณะที่ตรวจร่างกายผู้ป่วยเรียบร้อย
"ไม่ครับ แต่ดูเหมือนจะเพลียมากกว่า" รันตอบตามที่ตนเองสังเกตมาตลอด
"คนไข้เพลียจากอุบัติเหตุและยาที่รับไปนะครับ แต่ไข้ลดลงมากแล้วตอนนี้ก็มีไข้ต่ำๆ อีกสักสองสามวันก็น่าจะกลับบ้านได้ครับ ตอนนี้ก็ให้น้ำเกลืออีกซะ 2 กระปุกและให้ไข้ลงน่าจะดีขึ้น" คุณหมออธิบายให้รันฟัง
"ครับ" รันตอบรับคุณหมอ
"ถ้าไงตอนเย็นผมจะเข้ามาตรวจอีกครั้งนะครับ"
"ขอบคุณครับ" รันกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ คุณหมอก็ยกมือไหว้รับพร้อมกับยิ้มแล้วเดินออกไปตามด้วยพยาบาลที่คอยติดตาม
เมื่อประตูปิดลงรันก็หันกลับไปมองคนตัวเล็กบนเตียงที่นอนหลับหน้าซีดอยู่ เขารู้ตั้งแต่ตอนอุ้มขึ้นรถแล้วว่าคนตัวเล็กนั้นมีไข้แต่กลับดูเหมือนปกติ ทำไมกันถึงชอบเก็บความรู้สึกได้เก่งขนาดนี้ ป่วยก็น่าจะบอกว่าป่วย เจ็บก็น่าจะบอกว่าเจ็บ จะทนทำไมกันยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจและอยากจับมาตีก้นซะให้หายมันเขี้ยว
หนุเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเนื่องจากนอนไปนาน อาการป่วยก็เหมือนจะทุเลาลงเยอะแล้วพอตนหันไปมองข้างเตียงก็เจอหน้าเดิมที่นั่งอยู่
"ผมถามจริงเถอะคุณไม่มีงานทำหรอ"
"หึ ถามกวนนี่ ผมลาหยุดนะไม่ต้องห่วง" รันตอบด้วยหน้าตาที่นิ่งอย่างเคย
"ผมก็เปล่าห่วงคุณหรอนะ แค่ไม่เข้าใจว่าคุณทำงานอะไรทำไมถึงดูว่าง" หนุก็บอกไปตามที่ตนคิด
"จริงจริง คุณน่าจะเลิกเรียกผมว่าคุณซะทีฟังแล้วมันดูไม่ค่อยสนิทกันเท่าไรนัก"
"แล้วจะให้เรียกว่าอะไร"
"รัน ครับผมชื่อรัน ผมก็บอกคุณไปแล้วนี่"
"ก็ได้ๆ คุณ...เออ...รันก็เรียกผมว่าหนุละกันนะ"
"อ้าวหรอผมนึกว่าชื่อนุซะอีก"
"ไรกัน เรียกหนุก็พอใครๆ ก็เรียกชื่อผมแบบนี้"
"เรียกนุและดีแล้ว สั้นๆ เรียกง่ายดีผมชอบ"
"เฮอ ตามใจ ว่าแต่คุณรันอายุเท่าไร" หนุถามเพราะคิดว่าน่าจะอ่อนกว่าเราเยอะอยู่
"25 ปีครับ" รันตอบพร้อมกับมองหน้าหนุไป
"แบบนี้ก็เป็นน้องผมซินะ ผมอายุ 30ปี คุณรันก็ต้องเรียกผมว่าพี่หนุนะ"
"จะพยายามละกันครับ" รันตอบแบบหน้านิ่งๆ หนุหน้าเหวอไปนิดหน่อยแต่ชั่งเถอะเรียกให้หันได้ก็พอล่ะ เขาไม่ซีเรียสอยู่แล้ว อีกอย่างคงไม่ได้เจอกันแล้วแหละ
"นุ คุณนะมีไข้สูงตั้งแต่แรกแล้วคุณป่วยหรอ"รันถามออกมาเพราะรู้สึกเป็นห่วงว่าหนุเป็นอะไรหรือเปล่า
"อ๋อ พอดีก่อนหน้านี้ผมนะ ไปตากฝนเลยเป็นไข้ แล้วยาในบ้านหมดพอดี ก็กะจะออกมาซื้อยาอยู่แต่เกิดอุบัติเหตุซะก่อนนะ"หนุตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติของการไม่สบาย
"มิน่าล่ะถึงมีไข้สูงขนาดนั้น นุคุณทนได้ไง" รันอยากรู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้
"ก็ไม่นะ ผมว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เป็นอย่างนี้เป็นประจำอยู่แล้ว อีกอย่างผมไม่ค่อยมีเวลาหรอกนะที่จะพาตนเองมาหาหมอนะ"
"ผมนึกว่าคุณเป็นโรคกลัวรถยนต์และกลัวโรงพยาบาลซะอีก" รันพูดแทงใจคนตัวเล็ก
"แฮะๆ ไม่ได้กลัวไรขนาดนั้นแค่ไม่มีเวลานั่นแหละ ก็อย่างที่บอก คุณจะมาห่วงอะไรแทนผมล่ะ" หนุรีบพูดกลบเกลื่อนความเป็นจริงก็จริงอยู่สาเหตุหลักคือกลัวแต่เรื่องไม่มีเวลานั้นเป็นข้ออ้าง ทำไมเด็กคนนี้ถึงเดาอะไรได้ตรงจริงๆ หรือเป็นเพราะเราเก็บไม่มิดกันแน่
"ครับ คุณนะเก็บไม่มิดหรอกมันแสดงออกมาที่ตากับหน้าทั้งหมดก็ไม่น่าแปลกที่คนรอบตัวจะรู้" รันตอบเหมือนคนอ่านใจได้
'เฮ้อ เด็กคนนี้เริ่มน่ากลัวล่ะ' หนุคิดในใจและแปลกใจกับสิ่งที่รันพูด
"แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้กลับบ้านซะที ไข้ก็ลดลงแล้วแถมกระดูกก็แค่ร้าวไม่ได้หักซะหน่อย อีกอย่างผมอยากกลับบ้านแล้ว" ใช่หนุคิดถึงหลานรักที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว แล้ววันพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์วันที่โรงเรียนเปิดซะด้วยสิทำไงดีนะ จะโทรหา แบตเตอรี่ก็ดันมาหมดซะนี่ที่ชาร์จแบตก็ไม่ได้เอามา แต่เราต้องไปทำหน้าที่ของตนเอง หลานชายพึ่งขึ้นมอปลายครั้งแรกต้องมีอะไรตระเตรียมอีกเยอะแทนที่จะได้อยู่บ้านสบายใจกับหลานต้อง มาอยู่โรงพยาบาลซะนี่คิดแล้วยิ่งเจ็บใจตัวเอง
"ใครบอกนุกัน คุณนะยังมีไข้ต่ำๆ อยู่นะกลับไม่ได้หรอกอีกอย่างต้องรอดูแขนก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง พอที่จะไปพักที่บ้านได้หรือยัง" รันตอบอย่างใจเย็นแล้วก็หยิบโทรศัพท์มากดเล่น
'ไอ้เด็กคนนี้จะหน้าตายไปถึงไหน ทำไงดีนะถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ทำไมฉันต้องมาฟังคนคนนี้ด้วยฟ่ะ' หนุคิดในใจและกำลังคิดวิธีออกจากโรงพยาบาลให้ได้
ตอนนี้ก็เวลาเย็นคุณหมอเจ้าของคนไข้ห้อง408 กำลังเดินมาตรวจคนไข้ของตนตรงตามเวลาในตารางนัดตรวจคนไข้
"สวัสดีครับ คุณหนุวัฒน์วันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ มีอาการปวดอยู่ไหม" คุณหมอเริ่มสักถามอาการคนไข้ตนเอง
"คือ...ไม่ครับ ผมออกจากโรงพยาบาลได้แล้วใช่ไหมครับ"หนุตอบคำถามคุณหมอและถามอย่างมีความหวัง
"ครับแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ คงต้องดูอาการพรุ่งนี้อีกที ผมขอตรวจแขนหน่อยนะครับ อืม...เหมือนจะบวมๆ นิดหน่อย เดี๋ยวผมให้พยาบาลมาทำแผลให้ใหม่และจะให้เริ่มทำกายภาพบำบัดนะครับ ยังไงตอนนี้ก็ยังกลับบ้านไม่ได้ คุณยังมีไข้อยู่นะครับ" คุณหมออธิบายและเริ่มเขียนออร์เดอร์แล้วส่งให้พยาบาล
"ขอบคุณครับ"หนุยกมือไหว้แล้วหันไปมองหน้ารันและทำหน้ายุ่งๆ
เมื่อคุณหมอออกไปหนุก็หันมามองรันอีกรอบจนรันเลิกคิ้วขึ้น
"มีอะไรครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรอหรือคุณจะเริ่มชอบผมแล้ว"รันพูดแล้วทำหน้ากวนๆ ออกมา
"ไม่ใช่! นายก็พูดเป็นตุเป็นตะไป ผมไม่พิศวาสผู้ชายด้วยกันหรอกนะ น่าขนลุกออก ผมแค่อยากรู้ว่าคุณหมอทำไมไม่ให้ผมออกซะที คุณรันพอรู้อะไรไหม" หนุรีบโวยออกไปด้วยกลัวเข้าใจผิด
"ก็คุณนะมีไข้แล้วไม่ลงเสียที คุณหมอเลยต้องตรวจหาเชื้อ คุณหมอสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือเปล่าก็เลยยังไม่อยากให้กลับ" รันอธิบายด้วยหน้าตาเรียบเฉย
"แบบนี้ผมก็ยังออกไม่ได้ล่ะซินะ แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกว่าตนป่วยเลยซักนิดแค่เพลียเท่านั่นเอง น่าแปลกจริงๆ " หนุบ่นกะตนเองอย่างผิดหวัง
ซะพักพยาบาลก็เข้ามาทำแผลตามด้วยอาหารและยากว่าทุกอย่างจะเสร็จก็ได้เวลานอนทุกอย่างก็ตกสู่ความเงียบส่วนรันพอทำธุระแล้วก็มาคอยดูหนุเหมือนเดิมจนตนหลับไปอย่างเคย

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 ก.ค. 2560, 15:16:34 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 24 ส.ค. 2560, 19:20:57 น.
จำนวนการเข้าชม : 663
<< ณ โรงพยาบาล | หนีโรงพยาบาล >> |