คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 25[2]



..........ในห้องครัวของบ้าน อมตนครา

“มาช่วยทำครัวค่ะน้าเพ็ญพิศ ขออนุญาตนะคะ” เพชรน้ำหนึ่งตอนนี้ใส่เสื้อผ้าของยุติ เสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสามส่วน แต่ขนาดหลวมมากเพราะคนละไซด์กัน

คุณเพ็ญพิศมองดูรู้ว่าเธอใส่เสื้อผ้าของใคร

“เชิญจ้า” คุณเพ็ญพิศตอบแค่นั้นด้วยความรู้สึกไม่อยากคุยอะไร ซึ่งไม่ใช่เพราะความโกรธหรือเข้าใจผิด

“หนึ่งขอโทษที่ถือวิสาสะเข้าไปนอนห้องพี่ยุติ โดยไม่ได้ขออนุญาตน้าเพ็ญพิศก่อน”

“แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมานอนห้องยุติล่ะ”

“...” เธอไม่มีคำตอบให้ กัดริมฝีปากตัวเองเม้มเป็นเส้นตรง

เมื่อไม่มีคำตอบ คุณเพ็ญพิศจึงพูดเดาต่อไป

“คงทะเลาะกันกับไทธรรพ์ล่ะสิ น้าไม่อยากให้หนูหนึ่งดึงยุติเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย มันจะกลายเป็นเรื่องรักสามเส้า ไปตกลงกับไทธรรพ์ให้แน่นอนจะรักหรือจะเลิก อย่าให้ผู้ชายเขาต้องผิดใจกัน น้าไม่อยากให้ยุติเดือดร้อน กลายเป็นมือที่สาม ไทธรรพ์นะดูแป๊บเดียวก็รู้เขารักเขาหวงหนูหนึ่งมาก”

“จะเลิกค่ะ” เธอตอบห้วน

ไทธรรพ์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ แอบฟังอยู่ข้างประตูห้องครัว แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ได้ยิน เดินเข้าหาเพชรน้ำหนึ่งที่ยังไม่ทันตั้งตัว เพราะกำลังหันหลังให้ทางประตูครัว

“พี่ขอโทษเรื่องเมื่อคืน ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะทำอะไรหนึ่งอีก พี่ไม่ทำแล้ว กลับบ้านกับพี่เถอะนะหนึ่ง” เขาทำเสียงอ้อนโอด

“ยังไม่กลับค่ะ” เธอพูดน้ำเสียงราบเรียบ และลังเลเพียงชั่วครู่ก่อนบอกไป

“พี่ไทธรรพ์เราคงไปด้วยกันไม่ได้ เรา... เลิกกันให้มันจบสิ้นไปดีกว่า พี่ไทธรรพ์อยากจะรักใครชอบใครจะได้เป็นอิสระตามใจปรารถนา หนึ่งจะได้ไปตามทางของหนึ่ง”

“ไม่” ไทธรรพ์ส่งเสียงดัง สีหน้าเสีย เหมือนคนกำลังจะร้องไห้

“บอกเลิกง่ายดายไม่กี่คำอย่างนี้นะเหรอ หนึ่งไม่เคยแม้แต่จะคิดทำอย่างนั้นกับพี่ หนึ่งรักพี่สุดชีวิตจิตใจ ทำไมต้องพูดจารุนแรงทำร้ายจิตใจพี่แบบนี้ พี่ทำผิดอะไร” เขาตัดพ้อ ดวงตาที่เคยหวานฉ่ำเปลี่ยนเป็นแดงก่ำชื้นรื้นขึ้นด้วยน้ำตาเริ่มเอ่อมาคลอ

“พี่ไทธรรพ์อย่าร้องไห้...” เหมือนเธอพูดปลอบเขา พร้อมกับปลอบตัวเองที่พลอยมีน้ำตาเอ่อไปด้วย ใจดวงน้อยอ่อนไหวยวบไปกับเขา

“หนึ่งเจ็บปวดมาก มากจนทนต่อไปไม่ไหว หนึ่งอยากเป็นเมียที่แท้จริงของพี่ไทธรรพ์แทบขาดใจ เฝ้ารอคอยแล้วรอคอยเล่า มันนานจนเหนื่อยหนึ่งยังพออดทนรอคอยได้ แต่กลับถูกปฏิเสธการแต่งงาน เหมือนความรักของเราสลาย ทำไมพี่ไทธรรพ์ใจร้าย หนำซ้ำยังจะเอาหนึ่งเป็นเมียเก็บ ให้มีลูกนอกสมรสนะเหรอ พี่ไทธรรพ์ต่างหากทำร้ายจิตใจหนึ่ง”

“ทำไมไม่ยอมแต่งงานกับหนึ่ง ไทธรรพ์ไม่รักหนึ่งแล้ว? หรือมีผู้หญิงอื่น” น้ำเสียงเรียบเยียบเย็นของยุติเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาในครัว

แน่นอนเป็นนิสัยปกติของยุติที่ชอบแอบฟังคนอื่นเพราะความอยากรู้

“แกกับหนึ่งคิดเหมือนกัน” ไทธรรพ์ส่ายหน้า “ฉันรักหนึ่งคนเดียว ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทให้หนึ่งเท่านั้น ไม่มีวันรักใครมากกว่าหนึ่ง”

“แล้วผู้หญิงที่รักน้อยกว่าหนึ่งแต่เขาเป็นคนสำคัญล่ะไทธรรพ์ ยังมีผู้หญิงอื่นอีกไหม” ยุติซักถามไม่ลดละ แต่กลับต้องงุนงง!

เพราะปฏิกิริยาไทธรรพ์ที่หัวเราะในลำคอ

“หึ หึ... มีเยอะแยะถมเถไปมากมายจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะ รูปงามล้ำแถมร่ำรวยมหาเศรษฐีอย่างฉันนี่มันช่วยไม่ได้” ไทธรรพ์เหมือนพูดเล่นแบบที่เคยปาก ซึ่งเขามักชอบอวดร่ำอวดรวยอวดสาว

“แต่ฉันจริงจังและจริงใจเลือกหนึ่งรักหนึ่งคนเดียว ชีวิตนี้ฉันรักแต่หนึ่งหลงแต่หนึ่ง จะต้องให้ฉันพร่ำพรรณนาสักกี่พันกี่หมื่นครั้งว่ารักหนึ่งคนเดียว ในชีวิตยุติตั้งแต่เกิดมานี่เคยรักใครมากเท่าฉันรักหนึ่งหรือเปล่า เฮอะ? แกจะมาเข้าใจอะไรฉัน อย่ามายุ่งวุ่นวายกับหนึ่งของฉัน ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะเข้าใจผิดได้ว่า...” แล้วไทธรรพ์แกล้งพูดประชดยุติเสียเจ็บแสบ

“อยากแย่งเมียฉัน อยาก... มากนักรึไง? รูปหล่อ แต่ไร้น้ำยาไม่สามารถหาแฟนเป็นของตัวเองรึ?”

“หนึ่งไม่ใช่เมียของพี่ไทธรรพ์ อย่าบอกใครเลยดีกว่า เมียของพี่ไทธรรพ์คงจะเป็นคนอื่นไม่ใช่หนึ่ง หนึ่งไม่รู้จับไม่ได้ไล่ไม่ทันพี่ไทธรรพ์แล้วล่ะ ซ่อนใครไว้ที่ไหน? แต่ด้วยสัญชาตญาณผู้หญิงมันรู้สึกได้ถึงใครอีกคน บอกมาตามตรงเลยดีกว่าไม่ต้องโกหกปิดบัง หนึ่งจะไม่ไปทำร้ายทำลายผู้หญิงคนนั้นหรอก หนึ่งเหนื่อยแล้วที่เมื่อก่อนเคยตามรักตามล่ามาตลอด ถึงวันนี้หนึ่งหมดแรงยอมปล่อยวาง หมดหนทางจะรักพี่ไทธรรพ์อยู่ต่อไป” พูดอย่างนั้นแล้วน้ำตาพลันหล่นรินไหลพราก

ไทธรรพ์ทรุดเข่าลง สองอ้อมแขนรวบกอดสองขาของร่างเล็กบางอย่างแน่นมาก พรั่งพรูน้ำตาพร้อมทั้งกล่าวคำวิงวอนให้ดูน่าสงสาร จนคนที่สงสารจิตใจอ่อนล้าเสียเอง

“ไม่เอาอย่าพูดตัดเยื่อใยให้พี่ใจเสีย สงสารพี่บ้าง พี่ขอเวลา... ช่วยรอพี่อีกแค่สองปี รับรองพี่ต้องกลับมาแต่งงานกับหนึ่งแน่นอน”

“ทำไมต้องให้หนึ่งรอ ทำไมแต่งงานเดี๋ยวนี้ไม่ได้ ทำไมไม่บอกเหตุผลให้มากกว่านี้ แค่บอกว่าไปหาช่องทางทำธุรกิจในต่างประเทศ มันไม่ใช่เหตุผลที่พาหนึ่งไปด้วยไม่ได้ ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้แต่งงานกันไม่ได้”

ไทธรรพ์ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบกล่องใส่แหวนขึ้นมา เปิดออกและหยิบแหวนอย่างลุกรี้ลุกรนทั้งที่มือไม้สั่นเทา เขาจับมือข้างซ้ายของเธอแล้วสวมแหวนดันเข้าไปยังนิ้วนางข้างซ้ายนั้น

“นี่ไง... แหวนหมั้นเพชรแท้ น้ำงามแปดกะรัต พี่เตรียมไว้หมั้นหนึ่ง พี่รักหนึ่งนะพี่จะไม่ไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่นแน่นอนเชื่อพี่สิ มีหนึ่งคนเดียวที่พี่จะรักและยึดมั่นไปจนวันตาย”

“พี่ไทธรรพ์...” น้ำเสียงขาดเป็นห้วง... เจือปนกับการกลั้นน้ำตา ก้มมองลงมาที่นิ้วนางข้างซ้ายของตน

“หนึ่งก็รักพี่ไทธรรพ์มาก เหมือนจะขาดใจตายให้ได้ถ้าเราต้องเลิกกันไปจริง” สุดท้ายเธอคุกเข่าลง กอดคอเขาไว้แน่น หลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเป็นทางผ่านแก้มเนียน



..........ภาพไทธรรพ์คุกเข่าขอร้องเพชรน้ำหนึ่ง แล้วสวมแหวนหมั้นให้ สักครู่ได้ช้อนอุ้มร่างบอบบางของเธอขึ้น ทำราวกับเธอกลายเป็นเจ้าสาวและตัวเขาเป็นเจ้าบ่าวอุ้มพาเจ้าสาวเข้าเรือนหอ

ยุติได้แต่จำใจทนมองดูทั้งที่ไม่อยากจะมอง ไม่อยากเห็นความรักอันมากมายของพวกเขา

“หลีก” ไทธรรพ์ออกคำสั่งกับยุติ ในขณะมีเพชรน้ำหนึ่งอยู่ในสองอ้อมแขนโอบอุ้ม

ยุติที่ยืนทื่อขวางประตูครัวอยู่ค่อยหลีกทางให้ แต่แผ่นหลังของเขาไปพิงกับประตู บอกไม่ถูก... จู่ ๆ เหมือนจะยืนไม่อยู่ มือเท้าเปลี้ยล้าอย่างกับคนป่วยสิ้นเรี่ยวแรง

“ช่างรักกันเหลือกล้ำเหลือเกิน ดูแล้วน่าใจหาย รักกันมากมายอย่างที่แม่ไม่เคยเห็น คู่ของใครเขารักกันมากเท่านี้มาก่อนอย่างกับในหนังรักโรแมนติค ซาบซึ้งประทับใจ เฮ้อ... หมดสิทธิ์จะคิดฝัน คงไม่ได้หนึ่งมาเป็นลูกสะใภ้แน่แล้ว” คุณเพ็ญพิศพูดอย่างปลง...

“มันเป็นความรักที่ต่างทุ่มเทให้กันอย่างลุ่มหลงมัวเมาที่สุด ผมไม่ชอบอะไรแบบนั้นที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงมารุมรักผม ไม่เคยเลยที่คนอย่างผมจะต้องไปทุ่มเทให้ผู้หญิงคนไหน ผมว่ามันเป็นเรื่องงี่เง่า ผมไม่ชอบพวกเขา ไม่ชอบอย่างมาก มากจนรู้สึกอยากจะทำลาย”

“แม่ว่าลูกอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย แม่ไม่เห็นว่าจะได้ดีอะไรขึ้นมา”

“ผมอาจจะไม่ได้อะไร แต่พวกเขาก็จะไม่ได้อะไรเหมือนกันนั่นแหละดีแล้ว เคยเห็นเขารักกันจะเป็นจะตายมาตั้งนาน รักที่แสนหวานรักลึกซึ้งประทับใจอะไรนั่น ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงอยากแยกพวกเขาออกจากกัน มันหมั่นไส้ยังไงบอกไม่ถูก”

“นั่นแหละความรู้สึกริษยา” มารดาบอก และเอื้อมมือบีบไหล่ให้ความเข้าอกเข้าใจในบุตรชายตน

“เมื่อก่อนแม่อาจสนับสนุนให้ยุติจีบหนึ่ง แต่นั่นเพราะแม่ไม่รู้ลึกซึ้งอะไร แต่เมื่อรู้ว่าเขาสองคนเป็นผัวเมียกันและรักกันมากอย่างนี้แล้ว แม่ว่ามันไม่เหมาะไม่ควรที่ยุติจะเข้าไปเป็นมือที่สามแทรกระหว่างพวกเขา ลูกเห็นอยู่กับตาว่าคนเขารักกัน รักมากอย่างไม่มีใครเข้าไปแทรกกลาง ระหว่างเขาสองคนได้”

“ผมนี่ล่ะจะเข้าไปแทรก และแยกเขาสองคนให้ได้ เพราะหนึ่งเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาในชีวิตผม ถ้าหนึ่งไม่กลับมาเมืองไทยเลย เราไม่เคยมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกัน ผมคงรักคนอื่นไปแล้ว”

“หมายความว่า... ลูกรักหนูหนึ่ง?”

“เกือบจะ... อาจเป็นพรหมลิขิตดลบันดาลชีวิตมาเจอกันอีกหนให้ได้มีเวลารู้ใจกัน ผมไม่อยากให้จากกันอีกครับ”




ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 27 ส.ค. 2560, 11:40:38 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 27 ส.ค. 2560, 11:40:38 น.

จำนวนการเข้าชม : 451





<< ตอน 25[1]   ตอน 26[1] >>


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account