คู่หมั้นคืนเหงาใจ
ตำนานหนุ่มหล่อเลิศล้ำแห่งค่ำคืนเหงาใจ

ความรักเหงา ๆ รานร้าวและเร้าใจ ต่างคนต่างมีกิเลสตัณหา ต้องชดใช้บุญกรรมแห่งความรัก ติดตามข้ามภพชาติศาสนา หนึ่งหญิงสองชายผูกพัน
อ่านเรื่องนี้จบ แล้วคุณจะสงสารใคร? ระหว่าง...

นักดนตรีหนุ่มรูปหล่อ พ่อรวย ราวกับในตำนาน เทพบุตรจุติลงมาเกิดอย่าง ยุติ ผู้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเปลี่ยวเหงา ทุกค่ำคืนผ่านไปจิตใจโหยหา แค่เพียงเป็นคนที่เขาเผลอใจรัก แต่เขาไม่ได้เลือก กลายเป็นเหมือนส่วนเกิน มิใช่ส่วนสำคัญ

หรือ... อภิมหาเศรษฐีหนุ่ม ใบหน้าสวยงามเลิศล้ำอย่าง ไทธรรพ์ ผู้เป็นที่รักยิ่งดั่งชีวิตจิตใจของสาวสวย ถึงแม้เขาจะเจ้าชู้ไปบ้าง แต่ทั้งชีวิตจิตใจทุ่มเทในรักจริงจัง แต่ความหวังกลับหักพังสลาย สุดท้ายต้องอยู่เดียวดายข้างกายไร้คู่ครอง

หรือ... สาวสวยแชมป์มวยไทยหญิง เพชรน้ำหนึ่ง ถึงจะมีเพียบพร้อมทุกสิ่ง แต่ต้องเกิดมาใช้เวรใช้กรรม ที่เคยกระทำไว้ในชาติก่อน แม้จะสามารถยืนหยัดขึ้นมายิ่งใหญ่ และจิตใจเข้มแข็ง ทนทานต่อความทุกข์กายทุกข์ใจได้ แต่ลึกลงไปข้างในนั้น ไร้ซึ่งความสุขแท้จริง
Tags: ไตรติมา, คู่หมั้นคืนเหงาใจ, ดราม่า, ซึ้ง, โรแมนติก,

ตอน: ตอน 30[1]




..........ย้อนหลังไปเมื่อครั้งที่ยุติยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง

พ่อของเขามาตามตัวถึงบ้านผู้หญิงซึ่งเป็นคนรักในตอนนั้น หลังจากเขาทะเลาะกับแม่แล้วออกจากบ้านมาอาศัยอยู่กับคนรัก

“ไม่คิดถึงแม่เขาบ้างเหรอลูก ออกจากบ้านมาเป็นเดือนไม่เคยติดต่อกลับบ้าน แม่เขามาร้องไห้กับพ่อ พ่อสงสารแม่เขา กลับบ้านเราเถอะลูก”

“แต่แม่เป็นคนไล่ผมให้ออกจากบ้านเองนะครับ ทำไมแม่ต้องร้องไห้เรื่องผม ผมไม่เข้าใจ”

“แม่เขาแค่โมโหมากไปหน่อย ไม่ได้ตั้งใจไล่ลูกจริงอย่างปากว่าหรอก เชื่อพ่อเถอะ แม่เขารักยุติมากรักมากเกินกว่าที่ยุติจะคาดถึง ยุติคงไม่เข้าใจแม่เขา”

“ผมขอคิดดูก่อนนะครับพ่อ ถ้าเจอหน้าแม่ผมไม่รู้จะวางหน้ายังไง”

“อยากจะขอเวลาคิดดูก่อนก็ตามใจพ่อไม่ว่า อย่างนั้นพ่อฝากให้คิดอีกหน่อย ลูกยังเป็นนักศึกษาเรียนยังไม่จบ หอบผ้าหอบผ่อนมาเกาะเขากินมาอาศัยเขาอยู่ อาชีพทำมาหากินอะไรยังไม่มี แบบนี้เท่ากับได้เมียแล้วทิ้งแม่ มันดูสง่างามน่าภาคภูมิไหม ลูกชายของพ่อนี่สมเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า? คิดดู พ่อกลับล่ะ” คุณประยุทธ์พูดอย่างสุภาพเหมือนจะแอบแฝงคำด่าลึกซึ้งให้ได้เก็บไปนึกคิดไตร่ตรองดู



..........จบการเล่าเรื่องเก่าสมัยก่อนไปแล้ว ยุติมองหน้าคนที่นั่งอยู่เคียงข้างในวันนี้

“พอพี่ยุติเรียนจบ ทำไมไม่แต่งงานกันล่ะ”

“พอพี่เรียนจบปุ๊บเขาก็อยากแต่งงานปั๊บ แต่แม่พี่ไม่ยอม พี่เกรงใจแม่เลยบอกให้เขารอ พี่จะหางานทำสักปี เอาใจแม่ก่อนแล้วค่อยไปขอเขา แต่เขารอไม่ได้ ประชดพี่ ไปคบผู้ชายคนใหม่ พอผู้ชายคนนั้นขอแต่งงาน เขาเลยแต่งกับคนนั้น ...จบ”

“อย่างนั้นพี่ยุติ คงอกหักเสียใจ”

“เปล่าหรอก เพื่อนแนะนำให้รู้จักสาวญี่ปุ่นก่อนแล้ว พอดีเขามาเรียนภาษาไทย พอเรียนจบแล้วจะกลับประเทศญี่ปุ่นและพี่ก็อยากไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วย พออดีตแฟนแต่งงาน พี่เลยไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วอยู่เรียนภาษาญี่ปุ่นปีกว่าจนพูดได้คล่อง พยายามจีบสาวญี่ปุ่น แต่ไม่ยักสำเร็จ”

“แบบพี่ยุตินี่เรียกว่าชอบหอบผ้าหนีตามผู้หญิง นิสัย... มิน่าน้าเพ็ญพิศถึงเป็นห่วง” เธอวิพากษ์วิจารณ์ พลางส่ายหน้ายิ้มเล็กน้อย

“ใช่... ตอนนี้ก็หอบผ้าตามหนึ่งมา แต่คราวนี้ไม่ได้หนีเพราะแม่สนับสนุน” เขาพูดยิ้มกรุ้มกริ่ม

เธอจ้องตาเขา สะดุดกับคำพูดของเขา

“หนึ่งชอบให้ตาม มันให้ความรู้สึกว่าเขารักเรา เขาหลงเรา”

“เฮ้! จริงน่ะ? งั้นหนึ่งต้องชอบพี่แน่เลย รักพี่แล้วใช่ไหม” เขาถาม จ้องตาเป็นมัน

จนเธอต้องหลบตา หัวเราะด้วยท่าทางอายม้วน ...ไม่มีคำตอบ

“ตอนที่พี่เกิดเรื่องนี้หนึ่งคงอยู่สุขสบายอยู่ที่ญี่ปุ่น”

“ใช่... หนึ่งอยู่อย่างสุขสบายกับคนรักที่คอยเอาอกเอาใจไม่เคยห่าง หนึ่งมีรอยฟกช้ำจากการซ้อมมวยไทย พี่ไทธรรพ์จะคอยเอายามาทาให้ พาไปคลินิกดูแลผิว หนึ่งไม่เคยมีรอยแผลเป็นตามเนื้อตัวเลยแม้แต่น้อย หนึ่งเริ่มชกมวยไทยหญิงและเริ่มต้นเป็นที่รู้จักในวงการมวยไทย ป๋ากับแม่บุญธรรมเกณฑ์ลูกน้องในกลุ่มบริษัทมาดูมาเชียร์มวยทุกนัด หนึ่งได้รับความอบอุ่นจากพ่อแม่บุญธรรม ส่วนพ่อแม่แท้จริงมาเยี่ยมในวันคริสต์มาสทุกปี หนึ่งเลยไม่เคยกลับเมืองไทยนานหลายปี”

“มีครอบครัวที่อบอุ่นดี อืม... หนึ่งนี่มีพ่อแม่เยอะกว่าชาวบ้านเขานะ มีพ่อแม่สองชุดคือพ่อแม่บุญธรรมกับพ่อแม่แท้จริง จำนวนพ่อแม่นับรวมกันแล้วเป็นสี่คน”

“นั่นสิ หึ หึ...” เธอหัวเราะเสียงเบา “พี่ยุติก็เหมือนกันนั่นล่ะ ครอบครัวอบอุ่นเพราะมีน้าเพ็ญพิศเป็นคุณแม่ที่รักลูกมากที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด หนึ่งเคยสงสัย คฤหาสน์ที่พี่ยุติอยู่หลังใหญ่โตมีคนรับใช้มีคนงานมากมายและน้าเพ็ญพิศออกจะร่ำรวย ทำไมไม่ไปเป็นนักธุรกิจมาอยู่เป็นแม่บ้านทำไม ทุกวันน้าเพ็ญพิศคอยทำกับข้าวให้ลูกชายทั้งสองกับสามี ไม่เบื่อไม่เหนื่อยบ้างเหรอ น้าเพ็ญพิศเลยบอกกับหนึ่งว่าแต่ละวันผ่านไปอย่างเป็นสุข ได้ดูแลคนในครอบครัว ให้คนอื่นทำให้คงไม่ดีเท่าเราทำให้เอง เพราะทุกคนเป็นคนที่เรารักมากและทุกคนมีค่ามากกว่าเงินทอง น้าเพ็ญพิศมีฝีมือทางทำอาหารอร่อยมากนะ เรียกได้ว่ายอดฝีมือคนหนึ่งเลยทีเดียว เป็นถึงเจ้าของภัตตาคารอาหารไทย หนึ่งนับถือน้ำใจน้าเพ็ญพิศที่สุดเรื่องรักครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง”

“แม่พี่เคยบอกว่าเวลาอยู่กับหนึ่งคุยกันเหมือนเพื่อน หนึ่งเป็นผู้รับฟังที่ดีและเข้าอกเข้าใจเสมอ แม่อยากได้ลูกสะใภ้แบบนี้ เพียบพร้อมทั้งฐานะร่ำรวยสวยและน่ารัก พี่เองเห็นจริงอย่างแม่ว่าคุยกับหนึ่งรู้สึกเหมือนเพื่อน ได้คุยด้วยแล้วสบายใจ”



..........วันหยุดว่างจากการไปเรียนแล้วได้แต่นั่งนอนเรื่อยเปื่อย ยุติให้เกิดความคิดผุดขึ้นมาว่าน่าจะหาอะไรทำ

“คิดถึงตอนเป็นนักดนตรีแฮะ อยู่ที่นี่ไม่เคยได้จับกลอง จับกีตาร์เลย”

“เออ... จริงสิ พี่ยุติน่าจะกลับไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบจะได้ไม่เหงาด้วย” เพชรน้ำหนึ่งสนับสนุน

“สงสัยต้องหาที่ฝึกซ้อมดนตรีบ้าง เดี๋ยวขึ้นสนิมหมด อยากฝึกร่างกายด้วยนั่งกินนอนกินแถมเอาแต่เรียน รู้สึกร่างกายไม่ฟิต”

“อย่างนั้นพี่ยุติจะเข้าฟิตเนสด้วยใช่ไหม”

“พี่ว่าดีนะ พี่ผอมไปหน่อย น่าจะฝึกกล้ามเนื้อ ให้ดูมีกล้ามอีกหน่อย”

“เข้าค่ายมวยไทยไหมพี่ยุติที่อเมริกานี่มีคนนิยมมวยไทยด้วยล่ะ ได้ฟิตร่างกายและเรียนรู้ไว้เพื่อป้องกันตัวด้วย”

“เหรอ... ดีสิ งั้นหนึ่งช่วยดูให้พี่ด้วย ท่าทางหนึ่งจะรู้จักค่ายมวยดีกว่าพี่ ส่วนพี่ว่าจะไปหาที่ซ้อมดนตรี”

“อืม... หนึ่งจะดูให้พี่ยุติ คงเลือกที่ไม่ไกลจากที่นี่จะได้สะดวกต่อการเดินทาง”



..........ยุติเข้าสมัครเข้าค่ายมวยไทย เพชรน้ำหนึ่งไปด้วย ช่วยเป็นกองเชียร์ คอยดูการฝึกซ้อมที่มีครูฝึกคอยดูแล

“โอ้โฮพี่ยุตินี่สูงถึง 178 เซนติเมตร อีกนิดเดียวจะ 180 ถึงว่าตัวสูงจัง น้ำหนัก 56.5 กิโลกรัม เอ... ผอมไป” เพชรน้ำหนึ่งบอก เมื่อยุติต้องวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนัก

“ค่อยฝึกซ้อมร่างกายไปและหาอาหารที่บำรุงร่างกายกินด้วยจะช่วยให้บึ๊กขึ้นได้ไม่นานหรอก” โค้ชบอก สักพักจึงพาไปยืดแขนยืดขา วอร์มร่างกาย

“ยืดขาได้ 180 องศา ร่างกายมีความยืดหยุ่น เหลือเชื่อ... ปกติจะมีแต่เด็กที่ตัวอ่อน พอเป็นผู้ใหญ่แล้วเส้นสายยึด ยืดกันไม่ค่อยออกหรอก พี่ยุตินี่ยังตัวอ่อนอยู่ เชื่อเขาเลยพี่ยุติ ไหนบอกว่าร่างกายไม่ฟิตไง หนึ่งว่านี่มันฟิต สุดยอดแล้วนะ” ว่าอย่างนั้น แล้วมองดูคนอื่นที่มาฝึกซ้อมมวยด้วย

“หมายถึง... พี่ไม่ค่อยมีกล้ามอย่างผู้ชายล่ำที่เขามีกัน”

“มีนักมวยที่มาพัก อยู่กินนอนที่ค่ายด้วยนี่เขากินอยู่กันยังไง ฉันอยากรู้” เพชรน้ำหนึ่งถามโค้ช

“ในห้องครัวมีคนดูแลเรื่องอาหาร ลองเข้าไปศึกษาดูก็ได้ อยากรู้อะไรถามเขาได้” โค้ชชี้ไปทางห้องครัวของค่ายมวย เธอจึงเดินเข้าไปในครัว เพื่อขอคำปรึกษาและหาความรู้ใหม่เรื่องอาหารบำรุงร่างกายนักมวย ซึ่งในแต่ละท้องถิ่นเรื่องอาหารการกินย่อมแตกต่างกันไป



..........จากประสบการณ์ ในการเป็นนักมวยหญิง มีคนคอยดูแลอาหารการกิน ประกอบกับได้ความรู้ใหม่จากในครัวของค่ายมวย เพชรน้ำหนึ่งจึงไปเสาะหา อาหารเสริมวิตามินและจัดทำเมนูอาหารในแต่ละมื้อ ล้วนบำรุงกล้ามเนื้อให้ยุติ

“นั่นอะไรน่ะ ถือกันมาเต็มไม้เต็มมือเลย” ยุติเอ่ยทัก เมื่อเจอเธอและแม่บ้าน เข้ามาในห้องครัว

“หนึ่งซื้อพวกอาหารเสริมโปรตีนมาให้พี่ยุติ ต่อไปนี้พี่ยุติต้องกินจะได้มีกล้ามล่ำบึ้ก”

“จะได้ผลเหรอ ตั้งแต่เกิดมา พี่ไม่เคยอ้วนกับเขา”

“ต่อไปหนึ่งจะทำอาหารพวกบำรุง ให้พี่ยุติด้วยตัวเอง รับรองต้องได้ผลแน่อย่างน้อยน้ำหนักต้องขึ้นบ้างล่ะ”

“โถ... หนึ่งช่างทุ่มเท เอาใจใส่พี่ถึงเพียงนี้พี่ซึ้งน้ำใจจริงแท้ขอกอดสักที” ว่าอย่างนั้น แล้วเข้ามาโอบกอดจริงจังดังปากว่าใช่เพียงแค่กอดเท่านั้น ยังแถมหอมแก้มอีกหนึ่งฟอดใหญ่

“โอ๊ย... อายเขาบ้างพี่ยุติ ต่อหน้าต่อตาคุณอาโออิ เราไม่ได้อยู่กันสองคน”

“เออจริง พี่ลืมตัวไป งั้นเราไปขึ้นห้องดีกว่าจะได้อยู่กันสองคน ไม่ต้องอายใคร” เขาแกล้งหยอกเย้า ฉุดดึงแขนเธอ

“ว้าย! ไม่เอา ไม่เล่นนะ” เธอรีบสะบัดแขนแล้ววิ่งหนีอย่างว่องไว ปล่อยให้เขาหัวเราะชอบใจ อยู่ในห้องครัวกับแม่บ้านที่พลอยหัวเราะตามไปด้วย



..........ทุกวันยุติฝึกซ้อมร่างกายที่ค่ายมวย เสาร์-อาทิตย์ซ้อมดนตรี จนกระทั่งหนึ่งเดือนผ่านไป จึงได้ชื่นชมกับเรือนร่างของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เขาเรียกเพชรน้ำหนึ่งให้เข้ามาดูด้วย ขณะอยู่ในห้องนอนของเขาและกำลังส่องกระจก สำรวจดูตัวทั่วร่างกายตนเอง

“อืม... ค่อยมีกล้ามขึ้นมาบ้าง น้ำหนักพี่ตอนนี้ขึ้นมาแล้ว วัดได้ 60.5 กิโลกรัม ร่างกายฟิตดีกว่าแต่ก่อน” ปากว่าอย่างนั้น จากนั้นจึงถอดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นออก ยังเหลือเสื้อกล้ามตัวใน แต่แล้วมันได้ถูกถอดออกตามกัน แปลว่าร่างกายท่อนบนเปล่าเปลือย!! “กล้ามเนื้อช่วงท้องแข็งแรง ไม่มีจุดอ่อน” เขาใช้มือลูบไล้บริเวณหน้าท้อง ด้วยความพึงพอใจในเรือนร่างตน เพชรน้ำหนึ่งไม่ทันเตรียมใจ เธอจึงได้แต่มองตาปริบ ๆ อึ้งไป... กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เห็นร่างกายของเขาทางด้านข้าง ในใจนั้นตื่นเต้นอยู่แล้ว แต่ยังไม่มากเท่า ...เมื่อเขาหันหน้ามา เธอไม่กล้ามอง

“หนึ่งก็ว่าอย่างนั้น”

“พี่ว่ากล้ามท้องของพี่ แข็งแรงพอตัวนะ นี่หนึ่งลองเอามือมาลูบดูสิ” ว่าแล้ว เอื้อมมาดึงให้มือเธอ ไปสัมผัสโดนผิวหน้าท้องของเขา เท่านั้นหัวใจของเธอเหมือนจะกระเด็นหลุด ออกมานอกหัวอกและหัวใจก็ตกวูบ ลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกจากมือของตัวเองที่ได้สัมผัสกับผิวเนื้อของเขาเหมือนมีอะไรแล่นแปลบปลาบ เข้ามาทั่วร่างของเธอ ราวกับโดนไฟฟ้าดูด!

“ดีแล้วล่ะพี่ยุติ ไม่ต้องให้ลูบ หนึ่งก็ดูรู้ว่าร่างกายพี่ยุติฟิตมากแล้ว” เพชรน้ำหนึ่งก้มหน้าพูด รีบดึงมือกลับ เขาหรี่ตามองเธอและรู้เท่าทัน ใจเธอเป็นอย่างไรในตอนนี้

“เป็นอะไรไปเหรอ ก้มหน้าก้มตา ไม่ยอมมอง” ทั้งที่รู้ ยังแกล้งพูด เพื่อให้เธอหันมอง ดูเรือนร่างของเขาอีก

“ถ้าพี่ยุติไม่มีธุระอะไร ...ใส่เสื้อดีกว่านะ หนึ่ง หนึ่ง...” เพชรน้ำหนึ่งจู่ ๆ อ้ำอึ้งติดอ่างเพราะความคิดหลุดหายกะทันหัน ลืมว่าตัวเองตั้งใจจะพูดอะไรออกไป

“ขอบคุณนะหนึ่งที่คอยดูแลพี่ ทำกับข้าวกับปลาอาหารอย่างดีให้พี่กินทุกมื้อ คอยเอาใจใส่ให้พี่กินอิ่มนอนหลับ สนับสนุนให้พี่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก” ยุติเข้ามากุมมือเธอและบอกอย่างนั้น พร้อมยิ้มให้ด้วย

เป็นรอยยิ้มแบบที่ทำให้เธอเขินอายได้ จนต้องหลบสายตาหวานหยดมดจะขึ้นอย่างนั้น แล้วเผลอมองแผ่นอกเปล่าเปลือยของเขาอีกเลยตื่นเต้น ใจคอแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งเขินอาย จนทนอยู่ต่อไปไม่ไหว ซึ่งยุติสังเกตเห็นได้ นั่นทำให้เขาชอบใจยิ่งนัก ยิ่งจ้องมองเธอไม่วางตา

“คือว่าหนึ่งรู้สึกไม่ค่อยสบาย สงสัยจะต้องรีบกลับห้อง หนึ่งไปล่ะ”



..........เพชรน้ำหนึ่งปรึกษากับยุติ

ที่จริงเธออยากมีเพื่อนหญิงไว้สักคน เพื่อปกป้องจิตใจของตัวเองที่นับวันเริ่มจะหวั่นไหวไปกับคู่หมั้นหนุ่มหล่อ จนไม่น่าวางใจในตัวเอง

“พี่ยุติมาอยู่ที่นี่ ติดต่อกับกลอยใจบ้างหรือเปล่า”

“ไม่ค่อยได้ติดต่อกันหรอก อยู่ไกลกันคนละประเทศ”

“ห่างกับกลอยใจมานานแล้ว พี่ยุติคงจะคิดถึงเขา หนึ่งว่าจะชวนมาอยู่ด้วยกันที่นี่เลย อีกไม่นานหนึ่งจะไปเมืองไทย ไปรับกลอยใจมา พี่ยุติไปชวนกลอยใจด้วยกันนะ”

“พี่ยังสบายตัวอยู่ ถ้าให้กลอยใจมาอยู่ด้วยกลัวว่าจะดูแลเขาได้ไม่ดี พี่จะไม่ค่อยสบายใจ หนึ่งนึกอย่างไรถึงจะไปชวนกลอยใจมาอยู่ด้วย”

“คนรักกันชอบกัน หนึ่งว่ากลอยใจคงอยากดูแลพี่ยุติบ้าง อีกอย่างหนึ่งเอง อยากมีเพื่อน ดูไปแล้วกลอยใจนิสัยดี น่าจะเป็นเพื่อนหนึ่งได้”

“หนึ่งมีพี่เป็นเพื่อนคนเดียวไม่พอหรือไง”

“พี่ยุติเราอยู่กันสองคน มันเหงาไป น่าจะมีเพื่อนเพิ่มอีกสิถึงจะสนุก กลอยใจเป็นคนรักเป็นแฟนของพี่ยุตินะ พี่ยุติน่าจะให้เขามาอยู่ด้วย”

“แต่หนึ่งเป็นคู่หมั้นของพี่ พี่อยากอยู่ตามลำพังกับหนึ่งมากกว่าพี่ไม่เหงาเลย ถ้ามีหนึ่งอยู่กับพี่”

“หนึ่งว่าป่านนี้กลอยใจคงคิดถึงพี่ยุติมาก น่าเห็นใจเขาออก น่าให้เขามาอยู่ด้วยที่จริงพี่ยุติอยากแต่งงานกับกลอยใจไม่ใช่เหรอมาแอบแต่งงานกันที่นี่ แม่พี่ยุติจะได้ไม่รู้ ไม่มาขัดขวาง ความรักจะได้ไม่มีอุปสรรคอีกต่อไป หนึ่งสนับสนุนความรักของพี่ยุติกับกลอยใจ เหมาะสมกันดี ผู้หญิงก็สวย ผู้ชายก็หล่อ”

“แต่คนที่เหมาะสมจะแต่งงานกันมากที่สุดคือพี่กับหนึ่งเพราะตอนนี้เป็นคู่หมั้นกันอยู่แล้ว เรียนจบต้องแต่งงาน ตามสูตรที่ลงตัว หนึ่งพูดอย่างนี้ คงคิดจะผลักไสพี่ให้ผู้หญิงอื่น” ยุติพูด ทั้งน้ำเสียงไม่พอใจนัก ในขณะที่มองหน้าเธอ ด้วยรู้เท่าทันกัน

“พี่ยุติเป็นโสด ยังไม่ได้แต่งงาน ยังมีสิทธิ์เลือกคู่ครองคู่ชีวิต หนึ่งไม่คิดปิดกั้นโอกาสของพี่ยุติและหนึ่งก็ไม่ได้ปิดกั้นโอกาสของตัวเองด้วย หนึ่งหมายถึง... พี่ยุติยังมีสิทธิ์เปลี่ยนใจจากหนึ่งได้”

“จะบอกว่าหนึ่งมีสิทธิ์เปลี่ยนใจจากพี่ด้วยอย่างนั้นสิ?”

“ให้โอกาสหนึ่งบ้างเถอะนะพี่ยุติ หนึ่งต้องการเวลาทำใจให้ลืมพี่ไทธรรพ์ อีกอย่าง... ไม่แน่ใจ”

“ไม่แน่ใจอะไร”

“เรื่องเนื้อคู่ หนึ่งอาจเจอเนื้อคู่ในอนาคตข้างหน้า หนึ่งเลยลังเล ยังไม่อยากแต่งงานก่อน หนึ่งอยากจะเจอเขาคนนั้น...”

“นั่นเป็นเพียงความเชื่อแล้วหนึ่งจะรู้ได้ไง ใครเป็นเนื้อคู่แล้วรู้ได้ยังไงว่าพี่ไม่ใช่เนื้อคู่ของหนึ่ง”

“อืม?... ไม่รู้หรอก แค่พูดเผื่อไว้เท่านั้น แต่เรื่องกลอยใจ หนึ่งอยากให้มาอยู่เป็นเพื่อนหนึ่งนะ พี่ยุติเราไปรับกลอยใจมาอยู่ด้วยกันเถอะ” เพชรน้ำหนึ่งกล่าววิงวอน

“ถ้าหนึ่งอยากให้กลอยใจมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย พี่คงต้องตามใจแล้วแต่หนึ่ง แต่ว่าไม่ต้องรีบร้อนไปรับกัน วันพรุ่งนี้มะรืนนี้หรอก” ยุติจำใจยอมรับในเหตุผลของเธอ อยากตามใจเธอบ้าง แม้ตนเองจะไม่เต็มใจนัก





ไตรติมา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 12 ก.ย. 2560, 20:36:57 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 12 ก.ย. 2560, 20:36:57 น.

จำนวนการเข้าชม : 541





<< ตอน 29[2]   ตอน 30 [2] >>


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account