เพลงซ่อนรัก Romance melody
เจอโรม นักแข่งรถฟอร์มูล่าวัน ผู้ครองตำแหน่งแชมป์หลายสมัย

อุบัติเหตุเมื่อสามเดือนก่อนทำให้เขาโคม่า อยู่โรงพยาบาล

เมื่อฟื้นขึ้นมา เจอโรมจำอะไรไม่ได้เลย

สิ่งที่คนรอบข้างบอกก็คือ เขาเลว เจ้าชู้ และสมควรตาย แม้แต่พ่อแท้ๆ ก็ยังไม่รัก

ความทรงจำของเจอโรมเปรียบเสมือนกระดาษขาว เขาจำอะไรไมได้เลย

จำไม่ได้แม้กระทั่งตัวเอง เคยชอบอะไร เคยทำอะไร

ผู้หญิงคนเดียวที่รู้สีกคุ้นเคย คือ ชาลิสา

แต่เธอเกลียดเขา จนแช่งให้เขาตาย

เพราะเขาเคยลวนลามหญิงสาวบนเครื่องบินและฟาดหน้าเธอด้วยเงินปิดปากเพื่อให้ทุกอย่างเงียบ

เจอโรมตามติดหญิงสาว เพื่อหวังว่า ไวโอลินอันไพเราะของเธอจะทำให้เขาฟื้นจากความจำเสื่อม

แต่ยิ่งใกล้กัน ความจริงก็ยิ่งเปิดเผย..

ว่า เบื้องหลังอุบัติเหตุนั้นมีบางอย่างซุกซ่อนอยู่..


Tags: เพลงโอเปร่า แบดบอย นักดนตรีสุดเซอร์และฆาตกรรม

ตอน: บทที่ ๓ ปริศนา

บทที่ ๓ ปริศนา


มาต่อแล้วนะคะ ขออภัยในความล่าช้านะคะ พอดีเมื่อช่วงก่อน มีเคสคนไข้ที่ผ่าตัดยาก ทำให้เครียด เลยพาลไม่อยากเขียนอะไร ไม่อยากจะโพสต์อะไรเลย ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดี กลับบ้านไปแล้ว อารมณ์ก็เลยคงที่ขึ้น สัญญาว่า จะพยายามลงต่อเนื่องกว่าเดิมนะคะ อ่านกันเลยแล้วกัน

My life was a mystery even as I lived it
Melissa gilbert

“คุณอย่าถือสาอัลเบิร์ตเลยนะคะ ตาแก่นั่นเป็นอย่างนี้ประจำ”
เอ็มม่าพูดขึ้นเมื่อนำกาแฟร้อนมาเสิร์ฟ ระหว่างที่เจอโรมนั่งหน้าตูมอยู่ในห้องสมุดเพราะยังหงุดหงิด หลังจากถูกดุเขาก็ดื้อเงียบด้วยการสงบปากสงบคำ แต่ลึกๆ ลงไปแล้ว เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมพ่อบ้านอาวุโสถึงต้องทำเหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตายด้วย

เขาเป็นเจ้าของบ้านก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่มีสิทธิ์หยิบจับอะไรในบ้านของตน อัลเบิร์ตอยากให้เขานอนนิ่งบนเตียง ลุกนั่ง กินอาหารตามที่สั่งอย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นเขาก็ไม่ต่างอะไรจากนักโทษ


“เขาเคยดุคนอื่นแรงๆ อย่างนี้หรือเปล่า”
“ประจำ ตาแก่นั่นมักจะขี้หงุดหงิด และก็ชอบโวยวาย หลังจากนายท่านเสีย เขาก็ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่”


นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดถึงการเสียชีวิตของบิดา มันเหมือนกับว่า เรื่องนี้เป็นหัวข้อต้องห้ามภายในบ้าน ทุกคนพากันสงบปากสงบคำทั้งที่ความจริงแล้วสำหรับคนความจำเสื่อมอย่างเจอโรมกลับอยากรู้ใจจะขาด ไม่ว่า อะไรก็ตามที่เปรียบเสมือนจิกซอว์เล็กๆ ที่จะทำให้เขาจำเรื่องทุกอย่างได้เขาก็อยากจะฟัง


เรื่องราวเกี่ยวกับบิดาช่าง อึมครึมเหลือเกิน บิดาของเขาชื่อว่า นิโคลัส เป็นชาวออสเตรียโดยกำเนิด ท่านเป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาล อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโรงแรมอีกหลายแห่ง


“พ่อผมท่านเป็นอะไรหรือ”

เจอโรมกำลังหมายถึง สาเหตุการเสียชีวิต ก่อนกลับบ้าน เขาค้นหาข้อมูลการเสียชีวิตของนิโคลัส หนังสือพิมพ์หลายฉบับลงข่าวไม่ตรงกันสักเท่าไหร่ บ้างก็ว่า เขาเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายด้วยการกินยาเกินขนาด


“ไม่มีใครรู้ พอเราเข้าไปเห็นอีกที ท่านก็นอนคว่ำหน้าอยู่ในอ่างน้ำเรียบร้อยแล้ว ข้างเตียงมียาขวดหนึ่งตกอยู่ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีหลักฐานอะไรเลย”
“ผลชันสูตรศพล่ะเป็นยังไงบ้าง”
“คนในบ้านไม่มีใครรู้ ทุกอย่างอยู่ในมือตำรวจที่ดูแลคดี อัลเบิร์ตพยายามตามคดีนี้หลายครั้งแล้ว ดูเหมือนพวกผู้ใหญ่ในกรมฯ ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่และหาทางเลี่ยงตลอด ทำให้เขาโกรธมาก”
“ผู้ใหญ่หมายถึงใครหรือ...”
“ก็ทุกคน พออัลเบิร์ตถาม ก็มักจะอ้างว่า เขาไม่ใช่ญาติสนิท ไม่มีสิทธิ์ถามข้อมูล พวกเราทุกคนเครียดกันมาก แต่ช่วงนั้นคุณเองก็โคม่าอยู่โรงพยาบาล ก็เลยทำอะไรมากไม่ได้”
“อัลเบิร์ตคงสนิทกับพ่อผมมากเลยสินะ”


“นายท่านเป็นมากกว่าเจ้านาย เขาเสียใจมากที่มาพบนายท่านช้าเกินไป”
เหตุการณ์เกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่ง นิโคลัสสั่งให้เตรียมรถไว้เพื่อจะไปเยี่ยมเจอโรม แต่พอถึงเวลาอาหารเช้า เขากลับไม่ลงมาตามนัดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นิโคลัสเป็นคนมีระเบียบ ทุกอย่างเขาจะเตรียมการไว้ก่อนตั้งแต่กลางคืน อัลเบิร์ตทนความสงสัยไม่ไหวจึงเคาะประตูแต่ไม่มีเสียงตอบจึงตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขเข้าไปแต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว


อัลเบิร์ตช่วยกู้ชีพพื้นฐาน ปั้มหัวใจและรีบนำตัวคนป่วยส่งโรงพยาบาล แต่แพทย์เจ้าของไข้แจ้งว่า เขาเสียชีวิตไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว นั่นหมายถึงว่า บิดาของเขาอาจจะตั้งใจกินยาฆ่าตัวตายตั้งแต่ก่อนที่ทุกคนในบ้านจะตื่น

อัลเบิร์ตเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมเชื่อเรื่องทั้งหมดและร้องขอให้มีการชันสูตรพลิกศพหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับฆาตกรรม เขามั่นใจว่า นิโคลัสไม่มีแรงจูงใจอะไรซึ่งทำให้ต้องฆ่าตัวตาย ทั้งเรื่องธุรกิจที่กำลังประสบความสำเร็จสุดขีด ด้านชีวิตส่วนตัวที่รักลูกชายมาก ด้วยความเป็นห่วงเจอโรมที่ยังป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล ไม่มีทางที่นิโคลัสจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวด้วยการทำอัตวินิบาตตัวเองเป็นแน่ หลังจากพ่อบ้านอาวุโสลุกขึ้นมาโวยวายผู้ใหญ่ในกรมตำรวจเลยเงียบไม่ได้ ต้องส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจแต่เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุถูกทำให้คนนอกเข้ามาเดินย่ำเต็มไปหมดทำให้หลักฐานส่วนใหญ่ถูกทำลาย แต่จนแล้วจนรอดคนในบ้านก็ยังไม่รู้ว่า แพทย์นิติเวชตรวจพบอะไร เหมือนทุกอย่างในคดีกำลังเงียบหายไป

“พ่อผมเคยมีโรคประจำตัวอะไรบ้างไหม”

“นายท่านมีโรคหัวใจ และก็ความดันแต่ก็กินยาประจำ เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ท่านเพิ่งไปตรวจสุขภาพ หมอยังบอกว่า แข็งแรงมาก ดังนั้นพวกเราทุกคนจึงช็อกกันมาก อัลเบิร์ตบอกว่า ท่านไม่มีทางฆ่าตัวตายแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่สั่งให้เตรียมรถเอาไว้ แต่พวกตำรวจไม่เชื่อ กลับรีบสรุปว่า พ่อคุณฆ่าตัวตายเพราะกลุ้มใจเรื่องคุณ”


ข่าวการเสียชีวิตของนิโคลัสตีพิมพ์อยู่แค่อาทิตย์เดียวในฐานะที่เขาเป็นนักธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นบิดาของนักแข่งรถ เจอโรมเดาว่า ป่านนี้ทุกคนคงจะลืมไปแล้ว เขาตั้งใจว่า จะหาเวลาเข้าไปคุยกับตำรวจที่รับผิดชอบคดี บางทีเขาอาจจะใช้ฐานะบุตรชายขอดูข้อมูลเพิ่มเติมก็เป็นได้


“พวกคุณคงรักพ่อมาก”

“นายท่านเป็นเจ้านายที่ใจดีมาก พวกเราที่นี่รักนายท่านกันทุกคน เรายินดีทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนด้วยซ้ำ”

“ผิดกับผมที่เป็นเจ้าของบ้านที่แย่สุดๆ พวกคุณคงระอากับผมมาก”
เจอโรมขมในอก แย่ที่สุดก็คือ เขาสูญเสียความทรงจำจึงไม่รู้ว่า ที่ผ่านมาตนทำเรื่องเลวร้ายอะไรลงไปบ้าง แต่เขาก็มั่นใจว่า มันคงแย่มากจนทำให้อัลเบิร์ตมีท่าทีเช่นนี้


“พวกเรารักนายท่าน และยินดีดูแลคุณด้วยความเต็มใจ”

“ผมให้สัญญาว่า นับจากนี้ผมจะเป็นคนใหม่”
เอ็มม่ายิ้มออกมาเป็นครั้งแรก หล่อนพยักหน้า เจอโรมรับรู้ถึงการให้โอกาส
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวก่อน เชิญคุณพักผ่อนตามสบาย ถ้าต้องการอะไร กรุณากดกริ่งเรียก..” หล่อนกำลังจะพูดต่อด้วยประโยคเดิมๆ แต่แล้วเจอโรมกลับแทรกขึ้น
“คุณจะมาถึงในห้านาทีใช่ไหม อัลเบิร์ตก็พูดแบบนี้”

“ใช่ค่ะ”

“ผมอยากรู้อีกเรื่อง ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วผมคงไม่สบายใจ”
เอ็มม่าหยุดรอว่า เจอโรมจะถามอะไร
“ผมเคยทำอะไรให้อัลเบิร์ตโกรธมากๆ หรือเปล่า เขาถึงดูไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไหร่ เหมือนเขาจะเกลียดผมด้วยซ้ำ”

สีหน้าของแม่บ้านสูงวัยเหมือนลำบากใจและก้มหน้า
“พูดมาเถอะ ผมรับได้ ยังไงเสียผมก็แก้อดีตที่ผ่านไปแล้วของตัวเองไม่ได้”
“คุณเคยพยายามปล้ำลูกสาวของอัลเบิร์ต”
“หา!อะไรนะ”
เจอโรมยกมือกุมขมับ ความผิดของเขาร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะอย่างนี้เอง อัลเบิร์ตถึงได้เกลียดเขานัก โชคดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่เอาไม้แพ่นกบาลเขาให้แยกเป็นสองเสี่ยง


“แค่พยายามเท่านั้นค่ะ แต่สุดท้ายคุณก็ทำไม่สำเร็จ อัลเบิร์ตมาช่วยทันเวลาพอดี เขาต้องกลั้นใจที่จะไม่ซ้อมคุณให้ตายคามือ แค่ชกหน้าไปครั้งสองครั้งเท่านั้น คุณก็เลยไม่ยอมพูดกับเขา หลังจากนั้นอัลเบิร์ตก็ส่งลูกสาวไปอยู่กับญาติที่เมืองอื่นจนกระทั่งเธอแต่งงาน คุณก็ไม่วุ่นวายกับเธออีก”

“ผมมันเลวจริงๆ มิน่า..”

“อย่าคิดมากเลยค่ะ อัลเบิร์ตคงหายโกรธแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เตรียมทุกอย่างเพื่อรอรับคุณกลับบ้านหรอก พักผ่อนตามสบายนะคะ ห้องทำงานของนายท่านอยู่ด้านใน ถ้าคุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับ เชิญได้เลย คุณมีสิทธิ์ดูทุกๆ อย่างที่ท่านเก็บไว้ในฐานะลูกชายคนเดียว”



เจอโรมใช้เวลาตอนบ่ายของวันนั้นสำรวจห้องทำงานของนิโคลัสเพื่อฟื้นฟูความทรงจำ เขายอมรับว่า ยังจำอะไรเกี่ยวกับบิดาไม่ได้เลย แม้จะพลิกดูอัลบั้มรูปถ่ายที่เรียงรายกันอยู่บนชั้นในห้องหนังสือทั้งหมด รวมถึงภาพที่วางอยู่ทุกที่ในห้องทำงานแต่ก็ยังนึกอะไรไม่ออก โต๊ะทำงานของบิดาเป็นระเบียบมาก ข้าวของที่วางจัดแบ่งกันเป็นหมวดหมู่ ด้านหลังเป็นหนังสือ ที่ใกล้มือที่สุดส่วนใหญ่เป็นตำราและเอกสารทางวิชาการ จากประวัติบอกว่า บิดาเขาเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ และเริ่มต้นการบริหารจากสมบัติของตระกูล

ในยุคที่เศรษฐกิจออสเตรียตกต่ำ งบดุลของประเทศกำลังขาดทุนแต่บิดาของเขากลับประสบความสำเร็จอย่างสูงเพราะวิสัยทัศน์อันกว้างไกล จนก้าวสู่การเป็นเศรษฐีพันล้านในเวลาอันสั้น กิจการที่เคยจวนจะล้มมิล้มแหล่กลับพลิกฟื้นได้กำไร รูปถ่ายทางด้านซ้ายมือบ่งถึงงานอดิเรกของบิดาที่ชอบไปตกปลากับเพื่อนๆ สังเกตจากรูปถ่ายบนเรือคู่กับปลาที่ตกได้ ท่านยิ้มให้กล้อง เจอโรมพยายามเพ่งมองเผื่อว่า ตนเองจะจำอะไรขึ้นมาได้ เขานึกถึงสิ่งที่จิตแพทย์ประจำตัวบอกก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล

“คุณต้องพยายามนึกว่า ตัวเองจำอะไรได้บ้าง พอเห็นอะไรที่คุ้นๆ ก็ลองนึกดูว่า มีเหตุการณ์ที่คล้ายๆ กันอย่างนี้ไหม”


ชายหนุ่มยอมรับว่า นับตั้งแต่มาที่บ้านเขาไม่คุ้นกับอะไรเลย ราวกับว่า เขาเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก แพทย์เจ้าของไข้อธิบายว่า อาจเป็นผลจากสมองที่ถูกระทบกระเทือนทำให้ความทรงจำบางส่วนหายไปแต่อีกไม่นานทุกอย่างน่าจะคืนกลับมา แต่หากภายในหนึ่งเดือนอาการไม่ดีขึ้นก็แนะนำให้เข้าสู่ขบวนการรักษาที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเช่นการสะกดจิต

ชายหนุ่มเดินสำรวจห้องโดยรอบ อีกฝากหนึ่งของห้องทำงานเป็นชั้นหนังสือที่สูงจากพื้นจดเพดาน ส่วนใหญ่เป็นหนังสืออ่านเล่น และมีประวัติของบุคคลสำคัญหลายคนด้วยกัน ตรงกึ่งกลางระหว่างชั้นมีเครื่องเล่นซีดีวางอยู่ แผ่นเพลงบรรเลงกีตาร์ส่วนหนึ่งวางอยู่น่าจะเป็นเพลงโปรด


เจอโรมลองทรุดตัวลงนั่งบนโต๊ะทำงาน เขามองเห็นกุญแจพวงหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ จึงลองไขเปิดดู ลิ้นชักแรกเป็นพวกเอกสารและเงินสดจำนวนหนึ่ง ส่วนชั้นล่างลงมาเป็นพวกสำเนาสัญญาต่างๆ ที่บิดาเคยทำกับบริษัทอื่น ภายในมีกรอบรูปครอบครัววางอยู่
เด็กน้อยในภาพน่าจะอายุราวสิบขวบ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ น่าจะเป็นมารดาของเขา หล่อนดูผอมมากจนแทบจะเรียกได้ว่า หนังหุ้มกระดูก เจอโรมได้ยินว่า มารดาของเขาเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็ง เด็กน้อยยิ้มให้กล้องคงไม่รู้ว่า มารดากำลังเผชิญกับอะไรอยู่


ระหว่างที่กำลังจะเอากรอบรูปเก็บเข้าไปที่เดิมนั่นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งสอดอยู่ ตรงช่องว่างระหว่างลิ้นชักสองอัน เจอโรมสอดมือเข้าไปเพื่อดูสมุดออก มันค่อนข้างยากเพราะช่องค่อนข้างแคบ ถ้าหากไม่สังเกตอาจจะมองไม่เห็นแต่สุดท้ายเขาก็นำสมุดออกมาได้ในที่สุด ตัวอักษรทั้งหมดที่อยู่ในนั้นเป็นลายมือของคนๆ เดียวกัน เจอโรมเดาว่า น่าจะเป็นของบิดา ส่วนใหญ่เกี่ยวกับรายรับรายจ่าย มีข้อมูลเตือนความทรงจำหลายอย่าง อีกทั้งยังมีหมายเลขบัญชีธนาคารต่างๆ จดไว้อีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มอดแปลกใจไม่ได้คือ หน้าสุดท้ายของสมุดถูกฉีกออกไป เขาลูบมือไปตามแผ่นกระดาษและพบว่า มีตัวอักษรที่ถูกกดจากการเขียนกระดาษแผ่นหน้า คงเป็นผลจากน้ำหนักมือของผู้เขียน


ชายหนุ่มใช้ดินสอที่วางอยู่บนโต๊ะมาระบายลงไปจนแผ่นเป็นวงกว้าง ตัวอักษรที่เคยเขียนอยู่ในกระดาษที่ถูกฉีกไปเป็นตัวยึกยือ เจอโรมเพ่งมองอีกครั้งเพื่อไม่ให้แน่ใจว่า ไม่ได้อ่านผิด
“ทุจริต ฟอกเงิน”
ใครกันที่ทุจริต ใครกันที่ฟอกเงิน คำพูดนี้นิโคลัสเขียนถึงใครกันแน่ และการที่เกิดข้อสงสัยเช่นนี้เป็นสาเหตุให้บิดาของเขาเสียชีวิตหรือไม่ เจอโรมตั้งใจว่า จะหาคำตอบให้ได้โดยเร็วที่สุด....



แพทริเซียเข้ามาที่บ้านในเวลาที่ชายหนุ่มกำลังรู้สึกเบื่อสุดขีด เขาโทรติดต่อตำรวจที่รับผิดชอบคดีเพื่อจะขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตของบิดา แต่แทนที่จะได้รับคำตอบ กลับถูกโอนไปมาจนสายหลุดไปหลายครั้ง เขาใช้เวลาโทรศัพท์ซ้ำอยู่เกือบชั่วโมง แต่สุดท้ายก็พบการตอบรับเช่นเดิม ดูเหมือนมีคนไม่อยากตอบคำถามหรือบางทีอาจคิดว่า เป็นเรื่องไร้สาระก็เป็นได้ เจอโรมยกมือกุมขมับ รู้สึกเหมือนมาถึงทางตัน


ข้อแรกคือ เขายังจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ แต่ฟังจากที่เอ็มม่าเล่า พ่อของเขาเป็นคนดีจึงทำให้ทุกคนรัก แล้วใครกันที่เกลียดท่านจนต้องการเอาชีวิต ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมาถึงทางตัน เจอโรมกำลังสับสนแต่แล้วกลับได้ยินเสียงฝีเท้าพร้อมน้ำหอมกลิ่นฟุ้งเข้ามาในห้องสมุด เมื่อเห็นว่า เจอโรมเงยหน้าขึ้นหล่อนก็ฉีกยิ้ม

“ทำอะไรอยู่คะที่รัก หน้าเครียดเชียว”

เขาไม่ได้โทรหาแพทริเซียมาหลายวันแล้ว ทั้งที่หล่อนบันทึกเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ นั่นก็เพราะยังทำตัวไม่ถูก เจอโรมไม่รู้ว่า ตัวเองควรจะจัดระดับความสัมพันธ์กับหล่อนไว้เช่นไร จะทำตัวคุ้นเคยทั้งที่ยังจำไม่ได้ เขาก็รู้สึกว่า มันไม่ค่อยยุติธรรมสักเท่าไหร่ หากแพทริเซียเป็นแฟนของเขาจริง เจอโรมก็อยากให้ตัวเองจำได้ก่อนแล้วค่อยพัฒนาไปถึงจุดอื่นเช่นความสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้ง แต่ดูเหมือนหญิงสาวไม่ได้คิดเช่นนั้น หล่อนถึงพยายามยั่วยวนเขาด้วยวิธีต่างๆ
“กำลังอ่านเอกสารของพ่อ”


“เอกสารอะไรหรือคะ ไหนขอฉันดูหน่อย”

หล่อนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนหน้าอกคัพดีร่อนอยู่ตรงหน้า แพทริเซียเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่มาก หล่อนแต่งกายด้วยชุดเดรสสีดำคอแหลมผ่าลึกจนเห็นเนินทรวงล้นทะลักออกมา เจอโรมไม่ได้โง่จนมองไม่ออกว่า หญิงสาวกำลังทอดสะพานคอนกรีตเสริมใยเหล็กมาให้ ต่อมเพศของเขาทำงานได้อย่างดีเยี่ยมจนท่อนล่างรู้สึกคึกคัก แต่สมองด้านเหตุผลกลับคิดว่า มันเร็วเกินไป สุดท้ายคุณธรรมก็ชนะ
“แค่สัญญาอะไรก็ไม่รู้ ผมลองพลิกดูเล่นๆ ไม่ได้อ่านจริงจังหรอก ยังปวดหัว”
เขาไม่ได้โกหกแพทริเซีย แค่ตอบเลี่ยงๆ เพราะแท้จริงแล้ว เขาอ่านเอกสารทั้งหมดที่วางอยู่บนโต๊ะเพื่อหาเงื่อนงำการตายของนิโคลัส ตอนนี้เจอโรมค่อนข้างให้น้ำหนักว่า การเสียชีวิตของบิดาอาจเป็นฆาตกรรมแต่พอหญิงสาวถามเขากลับไม่ได้นำสมุดเล่มนั้นมาให้ดู

“ไม่สบาย แล้วมานั่งหลังขดหลังแข็งอย่างนี้ทำไมคะ มาค่ะให้แพทนวดให้นะคะ”


หล่อนดึงแฟ้มเอกสารไปจากมือ และเดินอ้อมไปด้านหลังชายหนุ่มพร้อมกับใช้มือนวดเฟ้นตรงบ่า เจอโรมควรจะสนใจมือที่นวดแต่กลับรู้สึกถึงอกนุ่มหยุ่นที่เบียดชิดแผ่นหลังแทน นิ้วที่ไต่ไปตามคอและนวดเส้นคอทำเอาเจ้าตัวขนลุกซู่ ชายหนุ่มรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่า หล่อนจงใจ


“ผมไม่ค่อยเมื่อยเท่าไหร่ คุณนั่งให้สบายเถอะ”

“คุณหัดทำตัวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจจะนวดให้ นั่งเฉยๆ ค่ะ”
แพทริเซียไม่ยอม ดึงมือที่พยายามจะขัดขืนออกและกดมันลงข้างตัว เจอโรมจำต้องนั่งนิ่งๆ ปล่อยให้หญิงสาวนวดต่อ

“ที่ผ่านมาคุณทำอะไรอยู่หรือคะ ไม่เห็นโทรหาแพทบ้างเลย ปล่อยให้รอแล้วรออีก หรือวา คุณหมดรักแพทแล้ว”

เจอโรมนิ่ง เหตุผลที่เขาไม่โทรหาแพทริเซียก็เพราะยังทำตัวไม่ถูกมากกว่า แต่กิริยาตอนนี้ที่หล่อนทำยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนยิ่งกว่าเดิม
“ผมก็นั่งเล่น นอนเล่น พอถึงเวลาก็กินอาหาร ว่างก็นอนฟังเพลง”
“คุณเนี่ยนะคะฟังเพลง”
แพทริเซียชะงัก ลดมือลง หันมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ใช่..ทำไมหรือ”
“ฉันว่า คุณน่าจะกลับไปพบ



tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 28 ก.ย. 2560, 20:20:25 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 28 ก.ย. 2560, 20:20:25 น.

จำนวนการเข้าชม : 706





<< บทที่ ๒   บทที่ ๔ ผู้หญิงที่คุ้นเคย >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account