โอบรัก
“ทำไมพี่ชายต้องขอหมั้นกับบัวด้วย”


“ก็เพราะพี่รักบัวนะสิ”


“ไม่จริง...พี่ชายโกหก ก็พี่ชายเคยบอกว่า ไม่ชอบเด็ก”


“ก็ตอนนี้พี่เปลี่ยนใจแล้ว พี่ไม่ใช่แค่ชอบบัวนะ แต่รักแล้วก็หวงมากๆ ด้วย ต่อไปนี้พี่ขอสั่งห้
Tags: นิยายกุ๊กกิ๊ก ดราม่า แนวกินเด็ก

ตอน: บทที่ ๑ น้องสาว

ลงต่ออีกตอนแล้วนะคะ

เรื่องนี้กำลังปั่นอยู่นะคะ อาจจะลงช้าหน่อย เเพราะว่า งานยุ่งค่ะ ค่อยๆ กระดืบไปด้วยกันนะคะ

สวัสดีวันหยุดค่ะ

บทที่ ๑ น้องสาว

หม่อมราชวงศ์กันต์ธรปัดเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจทิ้งไป เขาเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ตำแหน่งของเขาคือ ประธานกรรมการบริษัท รับผิดชอบดูแลทุกอย่างแทนหม่อมเจ้าพีรพงศ์ที่วางมือไป แรกเริ่มเดิมทีบริษัทแห่งนี้ตั้งขึ้นด้วยเงินส่วนพระองค์ ผนวกกับทุนจากเพื่อนสมัยเรียนวิศวกรรมศาสตร์อีกสามคนด้วยกัน

งานหลักของบริษัทเกี่ยวกับการก่อสร้างตึก ต่อมาพัฒนาเป็นการสร้างบ้านพักเพื่ออยู่อาศัย หลังจากผ่านไปได้หลายปีชื่อเสียงของบริษัทก็โด่งดังขึ้น หม่อมเจ้าพีรพงษ์จึงหันมาจับงานโครงการบ้านจัดสรรเชิงอนุรักษ์ที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน เขาโชคดีรู้จักกับเพื่อนที่เป็นสถาปนิกและช่วยออกแบบบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ให้ โดยเน้นเรื่องทิศของลมเพื่อระบายความร้อน ผนังบ้านและฝ้าทำจากวัสดุที่ช่วยระบายความร้อนทำให้บ้านทุกหลังประหยัดไฟ และบางห้องไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศด้วยซ้ำ นอกจากนั้นหลังคาบ้านยังมีแผงโซลาร์เพื่อที่จะมีการกักเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์นำไปปรับเป็นไฟฟ้าใช้ในบ้านเพื่อลดค่าไฟ หลังจากปล่อยแคมเปญจนี้ออกไป ยอดจองของบ้านก็ขายหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว หม่อมเจ้าพีรพงษ์ไม่รอช้าเปิดโครงการที่สองและสามตามลำดับ ยอดจองขายดีเป็นเทน้ำเทท่า


แม้กิจการจะดีแต่ยอดต้นทุนการผลิตก็สูงเช่นเดียวกัน ทำให้ยอดกำไรเมื่อเทียบกับโครงการบ้านจัดสรรอื่นๆ นั้นไม่ได้หวือหวามากนัก แต่หม่อมเจ้าพีรพงษ์ก็ถือหลักว่า ทำธุรกิจต้องการกำไรแต่ก็ต้องการชื่อเสียงด้วย พระองค์ทรงมุมานะเพื่อปรับปรุงบ้านให้ถูกใจลูกค้า แต่ผลของการโหมงานหนัก สุขภาพจึงทรุดลง เมื่อหลายปีก่อนท่านพระชวรด้วยโรคความดันพระโลหิตสูง มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง แพทย์ถวายการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และพบว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดเส้นเลือดในสมองแตก จึงแนะนำให้พักงาน


ช่วงนั้นหม่อมราชวงศ์กนต์ธรกลับจากต่างประเทศพอดีจึงได้เข้ามาสานต่อ หม่อมราชวงศ์กันต์ธร เป็นคนหัวสมัยใหม่ จึงได้ปรับระบบบริหารงานให้ทันสมัยขึ้น อีกทั้งยังมีการนำคอมพิวเตอร์และโปรแกรมอีกหลายอย่างเข้ามาช่วยในการคำนวณความคุ้มทุนให้กับลูกค้า นอกจากนั้นยังมีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการสร้างแบบห้องให้กับลูกค้าได้เลือกตามความพอใจอีกด้วย นอกจากเรื่องคอมพิวเตอร์แล้ว หม่อมราชวงศ์กนต์ธรยังมุ่งปรับปรุงเรื่องสวัสดิการของพนักงานเพื่อสร้างแรงจูงใจในการทำงานอีกด้วย


ร่างสูงก้าวออกจากลิฟต์เดินไปยังห้องทำงาน และก็พบว่า เลขานุการคู่ใจมาถึงก่อนแล้วแต่เดิมนั้น คุณพิมพ์สุดาเคยเป็นเลขาฯ ของหม่อมเจ้าพีรพงศ์มาก่อน
“คุณแตนมาแต่เช้าเลยนะครับ”


พิมพ์สุดดายิ้มหวาน ประนมมือไหว้


“ไม่ได้สิคะก็เจ้านายของพี่มาเช้าทุกวัน จะให้เลขาสูงวัยอย่างงพี่มาทีหลังได้ยังไง มีหวังโดนตำหนิกันพอดี”
“ไม่มีใครว่า พี่แตนหรอกครับ ผมแค่แวะมาอ่านเอกสารการประชุมเฉยๆ แต่เวลาเริ่มงานก็เหมือนตามปกติ”

บริษัทแห่งนี้เริ่มงานตอนแปดโมง และเลิกงานห้าโมงเย็น สมัยที่หม่อมเจ้าพีรพงศ์ยังบริหารงานอยู่มีดำรัสให้พนักงานทุกคนตรงต่อเวลา นอกเวลาจะมีพนักงานอยู่เวรคอยตอบปัญหาด่วนให้กับลูกค้า หรือไม่หม่อมเจ้าพีรพงศ์ก็จะลงมาทำหน้าที่นี้ด้วยตนเอง


“นั่นล่ะคะ ว่าแต่เช้านี้คุณชายรันรับอาหารเช้ามาหรือยังคะ สนใจโจ๊กกับปาท่องโก๋หรือเปล่า”
“อย่าดีกว่าครับพี่แตน ผมเกรงใจ ขอแค่กาแฟแก้วเดียวก็พอ”
“เกรงใจทำไมกันคะ หรือว่า รังเกียจว่า โจ๊กเจ้านี้ของพี่ว่า ขายอยู่ข้างถนน”
“ไม่เลยครับ ร้านไหนๆ ไม่ว่า จะข้างถนน หรือร้านหรู ถ้าพี่แตนบอกว่า อร่อย ผมกินได้ทั้งนั้น”


“งั้นอย่าขัดศรัทธาพี่เลยนะคะ เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อมาให้แป๊บเดียวเอง ปกติคุณชายรันต้องรับอาหารเช้า ไม่อย่างนั้นกว่าจะได้กินอีกทีก็บ่ายสองบ่ายสามโน่น รอพี่หน่อยนะคะ”
หม่อมราชวงศ์กันต์ธรพยักหน้าเป็นเชิงรับ เลขาสาวจึงเอ่ยว่า


“คุณชายรันนั่งรอประเดี๋ยวนะคะ พี่จะเอากาแฟมาเสิร์ฟก่อน หลังจากนั้นค่อยลงไปซื้อโจ๊กให้”

ชายหนุ่มพยักหน้าไม่โต้ตอบอะไรอีก เขาถือกระเป๋าเข้าไปในห้องและเริ่มต้นเปิดคอมพิวเตอร์ ภายในห้องทำงานแห่งนี้ยังคงเหมือนสมัยที่หม่อมเจ้าพีรพงศ์ยังทรงงานไม่มีผิด เขาถือหลักว่า เป็นเพียงห้องทำงานและไม่ควรสิ้นเปลือง กิจวัตรประจำวันของหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็คือ เปิดเช็คจดหมายอิเล็กโทรนิกส์ เพื่อดูว่า ลูกค้าส่งข้อความอะไรมาบ้าง เขาใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการตอบอีเมลล์ทั้งหมดด้วยตนเอง หลังจากนั้นตอนเย็นก็จะเข้าเช็คอีเมลล์ที่บ้านอีกครั้ง ส่วนเมลล์ส่วนตัวนั้นนานๆ จะมีสักครั้ง เนื่องจากทำงานหนักและไม่มีเวลาออกไปพบปะเพื่อนฝูงจึงทำให้มีเพื่อนในเฟซบุ๊คนับคนได้


เพื่อนสมัยเรียนก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวหมดแล้ว ส่วนคนที่ยังโสดก็มักจะทำงานอยู่ต่างประเทศ หลายครั้งที่มีการนัดเลี้ยงรุ่น หม่อมราชวงศ์กนต์ธรก็ไม่มีเวลาไป จึงทำให้ขาดการติดต่อกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ยิ่งเพื่อนสมัยมัธยมแล้วแทบจะเรียกได้ว่า ไม่มีโอกาสพบเจอกันเลยก็ว่าได้ หลายคนบอกว่า เขาเป็นคนจริงจังเกินไป แต่หม่อมราชวงส์กนต์ธรก็ไม่ปฏิเสธ เขาไม่เคยปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ ยามว่างก็ตั้งใจหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ขณะที่กำลังเปิดเช็คจดหมายอยู่นั้นก็มีสัญญาว่า จากกล่องข้อความกระเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ หม่อมราชวงศ์กันต์ธรเพ่งมองชื่อที่ปรากฏอยู่ พอมองรูปในโปรไฟล์ก็จำได้ทันทีและรีบคลิกอ่าน
“ยุ่งอยู่หรือเปล่าไอ้คุณชาย” อีกฝ่ายทักมาด้วยคำพูดสนิทสนม ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียน


“ว่าไง มีอะไรหรือเปล่าอภิรักษ์”
“เรียกเสียเต็มยศเลย ชักเขิน”
“อ้าวแล้วไป งั้นเรียก ไอ้รักษ์ก็แล้วกัน”
หม่อมราชวงศ์หนุ่มเย้า แทบจะนึกหน้าเพื่อนรักหัวเราะอย่างชอบใจได้ เขากับอภิรักษ์เคยสนิทกันมากเพราะทำงานกลุ่มด้วยกันบ่อย

“พรุ่งนี้กินข้าวเที่ยงด้วยกันได้ไหม”

“นึกไงถึงมาชวนฉันกินข้าวเที่ยง”

“ก็คิดถึง เราสองคนไม่ได้เจอกันนานแล้ว” เขาเว้นวรรคก่อนจะส่งข้อความเป็นตัวการ์ตูนหัวเราะแล้วต่อด้วยคำพูดว่า” ห้ามคิดลึก ชวนกินข้าวไม่ได้จีบ”
หม่อมราชวงศ์กันต์ธรส่งตัวการ์ตูนหัวเราะไปให้
“ไอ้บ้า ใครเขาจะคิดแบบนาย งั้นตกลงพรุ่งนี้กินข้าวเที่ยงกัน”
“เฮ้ย...วันนี้มาแปลก ทำไมนายตอบตกลงง่ายนักวะ” ปลายสายพิมพ์กลับมา
“ฉันเช็คดูแล้ว ไม่มีนัดลูกค้า ว่าแต่นายจะให้เจอที่ไหน”

อีกฝ่ายพิมพ์ชื่อร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ห่างจากบริษัทไปสองป้ายรถไฟฟ้า หม่อมราชวงศ์กันต์ธรจึงส่งข้อความเป็นตัวการ์ตูนพยักหน้าแล้วตอบไปว่า


“ได้เลย เที่ยงนะฉันจะไปรอที่ร้านอาหาร ห้ามมาเลท ฉันมีเวลาไม่มาก”
“ได้เลย ตกลงตามนี้...นายอยู่ที่ไหนตอนนี้”
“ฉันมาทำธุระที่นิวซีแลนด์”

หม่อมราชวงศ์กันต์ธรลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ปกติเขาไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ครั้งนี้กลับสงสัย เขาได้ยินมาว่าอภิรักษ์ช่วยงานบิดามาหลายปีแล้ว และทำไมตอนนี้ถึงได้อยู่ต่างประเทศ
“นายไปทำอะไรที่นั่นหรือ”

“ฉันมาจัดการธุระเรื่องน้องสาว พอดีมีเรื่องวุ่นๆ นิดหน่อย พรุ่งนี้ไว้เจอกันแล้วจะเล่าให้ฟัง เรื่องมันยาว”


อภิรักษ์เพิ่งวางสายด้วยรอยยิ้ม และรีบหันมาสนใจปัญหาตรงหน้า เขาเงยหน้ามองป้ายโรงเรียนอันมีชื่อเสียงของประเทศนิวซีแลนด์ ใครจะคิดบ้างว่า ตลอดหลายเดือนมานี้ เขาต้องบินมาที่ประเทศนี้หลายต่อหลายครั้งเพื่อจัดการกับปัญหาที่ใครคนหนึ่งจงใจให้เกิด ทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่เขารับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของเด็กสาวคนหนึ่ง


หล่อนกำลังอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ รวิทร์รดาอายุสิบเจ็ดปี กำลังจะฉลองครบสิบแปดปีในอีกสามเดือนข้างหน้า หล่อนเคยเป็นน้องสาวที่น่ารักและเชื่อฟังแต่เคราะห์กรรมที่เข้าจู่โจมครอบครัวทำให้รวินทร์รดาเปลี่ยนไป หล่อนทำตัวประชดชีวิตและเรียกร้องความสนใจด้วยการสร้าง’ ปัญหา’ ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่คนที่หล่อนเรียกร้องความรักกลับไม่เคยมาสนใจดูแล ทิ้งให้ผู้ปกครองกำมะลออย่างเขาต้องรับผิดชอบปัญหาอันหนักอึ้ง


หลายครั้งที่อภิรักษ์รู้สึกอับอายที่ตนเองต้องเข้ามาพบอาจารย์ใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำอีก กับปัญหาเดิมๆ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข นั่นก็เพราะน้องสาวต่างมารดาของเขาจงใจ ร่างสูงหยุดยืน เคาะประตูเพื่อขออนุญาต พอได้ยินเสียงตอบรับก็เปิดเข้าไป เขาแทบจะจำสีหน้าเคร่งเครียดของอาจารย์ท่านี้ได้ อีกทั้งยังจำคำขู่ว่า ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแต่คำภาวนาก็ไม่เคยเป็นจริงเลยสักครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งนี้ เรื่องที่หญิงสาวก่อ รุนแรงเกินจะรับไหว อภิรักษ์พยายามปลอบใจตัวเองว่า คงมีทางแก้ แต่พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอาจารย์ใหญ่ เขาก็รู้ว่า ตนเองคิดผิด.. อภิรักษ์หวังว่า น้องสาวคงได้รับโอกาสแต่บางที ทุกอย่างอาจสายเกินไปเสียแล้ว


รวินทร์รดาไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ แต่เขาก็รักหล่อน ครอบครัวของอภิรักษ์ไม่ได้อบอุ่นเหมือนคนอื่นๆ นั่นก็เพราะบิดาคือ คุณวุฒิชัยซึ่งเป็นนายธนาคาร ฐานะร่ำรวยล้นฟ้า แต่ข้อเสียคือ ท่านเป็นคนเจ้าชู้ มารดาของอภิรักษ์ชื่อว่า คุณสุวิภาเสียชีวิตไปนานแล้ว วุฒิชัยแต่งงานใหม่กับหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า พิราวรรณและมีบุตรสาวด้วยกันหนึ่งคน ชื่อว่า รวินทร์รดา ครอบครัวที่เคย’ ขาด’ กลับมาเติมเต็ม


วุฒิชัยรักพิราวรรณมาก เขายอมหยุดความเจ้าชู้และทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดี รักลูกรักภรรยา ตั้งใจทำงาน อภิรักษ์ก็พลอยได้รับความอบอุ่นตามไปด้วย แต่เหนือจากนั้นคือ รวินทร์รดา หล่อนเปรียบเสมือนเจ้าหญิงองค์น้อยของครอบครัว เด็กหญิงเติบโตขึ้นมาแบบเด็กที่ได้รับการตามใจ อยากได้อะไรก็ได้ เพราะบิดาประเคนให้หมด วุฒิชัยอยากมีลูกสาวมานานแล้ว พอมาเจอเด็กหญิงผมเปีย ผิวขาวผ่อง แก้มยุ้ย ช่างออดอ้อนออเซาะ เขาก็หลงรักจนหมดใจ แต่ความสุขมักจะอยู่ไม่นานเมื่อพิราวรรณเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

ก่อนเสียชีวิตหล่อนต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วย ร่างกายที่เคยงดงามดั่งดอกไม้แรกผลิ ทรุดโทรม และผ่ายผอม มะเร็งที่ลามไปกระดูกทำให้หล่อนต้องเจ็บปวดและอาศัยอยาแก้ปวดนานาชนิด วุฒิชัยทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตภรรยาเอาไว้ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจต้านทานกับมัจจุราชที่พรากหัวใจไปได้ การสูญเสียคนที่รักที่สุดในชีวิตสร้างความปวดร้าวให้เป็นอย่างมาก และได้ปลุกวิญญาณผู้ชายเจ้าชู้ให้ลุกขึ้นมาโลดแล่นอีกครั้ง


หลายคนบอกว่า วุฒิชัยแสร้งทำเป็นเจ้าชู้เพื่อให้ลืมความทุกข์ ลืมว่า เขาเคยรักผู้หญิงคนหนึ่งจนหมดหัวใจ เขาเปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า และทอดทิ้งลูกสาวให้อยู่กับพี่เลี้ยง เด็กหญิงรวินทร์รดาไม่เข้าใจว่า เกิดอะไรขึ้น จึงพยายามเข้ามาใกล้ชิดแต่สิ่งที่ได้รับมีเพียงความเย็นชาเหินห่าง วุฒิชัยไม่อาจลืมความเจ็บปวด เพราะทุกครั้งที่เห็นหน้าลูกสาว เขาจะเห็นภาพภรรยาสุดที่รักผุดขึ้นซ้อนทับกัน
เขาออกเที่ยวเตร่ ทำตัวเป็นอาเสี่ยเลี้ยงสาวน้อยวัยกำดัดหลายต่อหลายคน จนกระทั่งถึงคนสุดท้าย คนที่มีอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกับพิราวรรรณ หล่อนเข้ามาในครอบครัวด้วยการมาเป็นครูสอนพิเศษให้กับรวินทร์รดา เด็กหญิงไม่เคยรู้เลยว่า ครูสอนพิเศษ มีแผนการอันชั่วร้าย กว่าจะรู้ตัว คุณวุฒิชัยก็หลงรักครูสาวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่ที่รวินทร์รดาแค้นมากก็เพราะผู้หญิงคนนี้ยังเด็กมาก อายุมากกว่าหล่อนแค่ไม่กี่ปีด้วยซ้ำ หล่อนเริ่มทำตัวเกเรเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่ก็ไร้ผล

ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกเข้าขั้นวิกฤตเมื่อรวินทร์รดาตามไปอาละวาดที่งานเลี้ยงแห่งหนึ่งสร้างความอับอายให้กับคุณวุฒิชัยตัดสินใจส่งลูกไปเรียนที่ต่างประเทศทั้งที่ยังไม่จบชั้น สร้างความน้อยใจให้กับรวินทร์รดาเป็นอันมากจึงยิ่งทำตัวมีปัญหามากขึ้น คุณวุฒิชัยยิ่งไม่สนใจแถมผลักภาระทั้งหมดให้อภิรักษ์เป็นตัวแทนจัดการทุกอย่างแม้กระทั่งวันนี้

“ครั้งนี้ฉันคงต้องขอความช่วยเหลือจากคุณอภิรักษ์”
“หมายความว่า ยังไงหรือครับ”


อภิรักษ์หน้าซีดเผือด รับรู้ได้ถึงความนัยที่แฝงมา อย่างครั้งก่อนนู้นที่น้องสาวต่างมารดาของเขาหาเรื่องแกล้งเพื่อนด้วยการนำกาวตราช้างไปทาให้กระโปรงติดกับเก้าอี้จนคู่กรณีกระโปรงขาดและต้องอับอายไปทั้งโรงเรียน หรือแม้แต่ครั้งที่หาเรื่องแกล้งเอางูเขียวไปซ่อนไว้ใต้ผ้าห่มของเพื่อนจนนักเรียนร่วมห้องกรีดร้องวิ่งหนีกระเจิงจนตกบันได หรือครั้งก่อนหน้านี้ที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันที่โรงเรียนต้องสั่งลงโทษให้ทำความสะอาดทั้งชั้นเรียน แต่รวินทร์รดาก็ยังไม่เข็ด หาเรื่องให้ปวดหัวอยู่เรื่อย


“ฉันขอให้พารวินทร์รดากลับเมืองไทยโดยด่วนที่สุด”
“อะไรนะครับ”

เรื่องราวที่ได้ยินจากปากของผู้บริหารโรงเรียนทำให้อภิรักษ์ปั้นหน้าแทบไม่ถูก ครั้งนี้น้องสาวของเขาทำเกินไปจริงๆ


“แต่ผมอยากขอโอกาสให้บัวอีกครั้ง เธอยังเด็ก อาจจะไม่ได้ตั้งใจ”
“ฉันว่า คงไม่ใช่หรอกนะคะ ทุกอย่างที่รวินทร์รดาทำ ล้วนแล้วแต่ตั้งใจ ฉันขอโทษนะคะที่พูดตรงๆ แต่ฉันคิดว่า การที่เธอทำตัวแบบนี้เพราะปัญหาครอบครัว”
อภิรักษ์เถียงไม่ออกเพราะรู้ว่า คือ ความจริง รู้ดีว่า แต่เดิมรวินทร์รดา ไม่ใช่เด็กสาวจอมเหี้ยวขนาดนี้แต่เพราะต้องสูญเสียมารดาไปตั้งแต่อายุสิบสองปี อีกทั้งยังต้องทนเห็นบิดาเปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยๆ จนถึงคนล่าสุด หญิงสาวแสดงอาการต่อต้านทุกอย่างนับตั้งแต่การย้อมผมเป็นสีชมพูหมดทั้งศีรษะ อีกทั้งยังเจาะรูที่หูเพิ่มเป็นห้ารูป ใส่ห่วงที่สะดือแถมยังจงใจแต่งกายด้วยเสื้อผ้าวาบหวิวเพื่อเรียกร้องความสนใจอีกด้วย
“บัวคงจะรับไม่ได้เรื่องคุณพ่อ เธอจึงจงใจประชด”

“ฉันทราบค่ะว่า สำหรับคนไทยเรื่องของครอบครัวสำคัญมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่รวินทร์รดาจะก่อเรื่องทะเลาะวิวาท”


การเลิกราของสามีภรรยาและต่างคนต่างไปแต่งงานใหม่ถือเป็นเรื่องปกติที่พบเจอได้บ่อยในสังคมตะวันตก แต่สำหรับรวินทร์รดานั้นไม่ใช่ หล่อนคงรู้สึกว้าเหว่เหมือนถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ยิ่งถูกส่งมาโรงเรียนประจำที่ต่างประเทศก็ยิ่งพยศมากขึ้น

“อะไรนะครับ”

“ครั้งนี้เธอตบหน้าเพื่อนร่วมชั้นเรียน แถมยังทั้งจิกและข่วน ถ้าไม่เชื่อคุณลองดูรูปถ่ายพวกนี้ได้”


อาจารย์ใหญ่ส่งรูปถ่ายของคู่กรณีที่มีสภาพยับเยิน นอกจากผมยุ่งหมดทั้งศีรษะแล้ว ยังมีรอยช้ำตรงใต้ตาและมีรอยข่วนตามใบหน้าอีกด้วย ริมฝีปากเจ่อออกมา อภิรักษ์มองรูปแล้วถอนหายใจ
“ นอกจากทำรุนแรงแล้ว รวินทร์รดายังทำให้หอพักไฟไหม้อีกด้วย ดีนะที่ยามมาดับทัน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้นักเรียนทั้งมหาวิทยาลัยเป็นอันตรายก็ได้ ฉันถึงคิดว่า เธอควรพิจารณาตัวเองแล้วลาออก พร้อมทั้งย้ายกลับประเทศไทย”
เรื่องครั้งนี้ใหญ่กว่าที่คิด อภิรักษ์ฟังถ้อยคำจากผู้บริหารของโรงเรียนอย่างเห็นใจ ไม่ใช่ว่า เขาไม่ตักเตือนหล่อน แต่รวินทร์รดาไม่เคยฟัง ทันทีที่เห็นหน้า หล่อนก็จะทำท่าทางเย็นชาใส่ ทั้งนี้ก็เพราะคนที่หล่อนอยากเจอมากที่สุดคือ พ่อ แต่วุฒิชัยก็ไม่เคยมาเหลียวแล อภิรักษ์เคยพูดเรื่องนี้กับบิดาหลายครั้งแต่ก็ถูกตอกกลับจนหน้าหงาย สุดท้ายทำได้ก็แค่ดูแลน้องสาวคนนี้ให้ดีที่สุด

รวินทร์รดาคงรับไม่ได้กับพฤติกรรมของบิดา สมัยเด็กอภิรักษ์ก็เคยเจ็บปวดเมื่อบิดาแต่งงานใหม่ แต่พอเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็เข้าใจว่า ชีวิตคู่อาจจะไม่ได้จบลงด้วยความสุขเสมอไป หลายคู่แต่งงานกันและต้องเลิกรากัน และหลายคู่ต้องจากกันทั้งที่ยังรักกัน วุฒิชัยเป็นคนที่โหยหาความรักและนิสัยเดียวกันนี้เองที่ถ่ายทอดมาให้น้องสาว

“งั้นขอเวลาผมสักหน่อย ผมจะรีบหาโรงเรียนที่เมืองไทยให้บัว แล้วผมจะรีบกลับมารับเธอให้เร็วที่สุด”

“ฉันคงให้เวลาคุณได้แค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น ระหว่างนี้ฉันจะทำเรื่องลาออกเอาไว้ให้ เห็นแก่ที่พ่อคุณเคยบริจาคเงินให้กับทางโรงเรียน เราจึงไม่ส่งเอกสารว่า ไล่เด็กออก ถ้าย้ายไปที่อื่นจะได้หาโรงเรียนได้ง่ายขึ้น”

“ขอบคุณมากครับ ผมสัญญาว่า จะรีบติดต่อมาให้เร็วที่สุด ตอนนี้ผมอยากพบบัวหน่อยได้ไหมครับ”

“ได้ค่ะ นี่ค่ะที่อยู่ของเธอ”
“บัวไม่ได้อยู่หอพักของโรงเรียนแล้วหรือครับ”
“ค่ะเพื่อนๆ ในชั้นกลัวแกมาก โดยเฉพาะคนที่เป็นคู่กรณีกัน ฉันจึงจำเป็นต้องย้ายแกออกไปอยู่หอพักข้างนอก แต่เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเป็นหอพักเดียวกับที่อาจารย์ของเราอยู่หลายคน”

“ครับ ผมเข้าใจ”

“ฉันรู้นะคะว่า คุณไม่สบายใจแต่ขอให้รู้ว่า ทางโรงเรียนก็ไม่สบายใจเช่นเดียวกันแต่ทำไงได้ ในเมื่อรวินทร์รดาไม่ยอมทำตัวอยู่ในกฏระเบียบ เราก็มีความจำเป็นต้องปฏิเสธเธอ หวังว่า คุณคงเข้าใจ”

อภิรักษ์เดินออกจากโรงเรียนด้วยความรู้สึกสับสน ที่แน่ๆ เขาต้องรีบหาโรงเรียนในกรุงเทพฯ ให้กับรวินทร์รดาโดยเร็วที่สุด หญิงสาวกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ วัยของหล่อนควรจะเตรียมตัวยื่นเข้ามหาวิทยาลัยแล้วด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะมัวทำตัวเกเรอยู่อย่างนี้ ภายในสัปดาห์นี้เขาต้องรีบพาตัวหล่อนกลับเมืองไทยก่อนหญิงสาวจะเตลิดไปมากกว่านี้ ซึ่งแน่นอนว่า ปัญหาระหว่างพ่อกับลูกคงจะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ารวินทร์รดารู้ว่า บิดายังคงรักและหลงผู้หญิงที่หล่อนเกลียดแสนเกลียด และคงจะแสดงท่าทีต่อต้านมากขึ้น


ปัญหาสำคัญก็คือ เขาจะสามารถโน้มน้าวให้น้องสาวยอมเข้าใจได้หรือไม่ และหากไม่เข้าใจหล่อนจะเตลิดไปสักแค่ไหน ชายหนุ่มเริ่มต้นจากการโทรติดต่อเลขาฯ สาวที่กรุงเทพฯ เป็นอันดับแรก เขาต้องรีบหาโรงเรียนให้กับรวินทร์รดาอย่างเร่งด่วน โรงเรียนอินเตอร์ดูจะเป็นคำตอบสำหรับตอนนี้ แต่ที่ลำบากก็คือ หญิงสาวหยุดเรียนกลางคัน บางทีอาจต้องซ้ำชั้นหรือเรียนช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน อันที่จริงเรื่องความฉลาดเขาไม่เคยห่วง รวินทร์รดาเป็นเด็กเรียนดีได้ที่หนึ่งของชั้นมาตลอด ถ้าไม่เพราะประชดบิดาคงไม่ถูกภาคทัณฑ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนลงเอยด้วยการถูกไล่ออกแบบนี้


ร่างสูงเดินอย่างครุ่นคิดไปขึ้นรถบัสที่วิ่งรับส่งทั่วทั้งเมือง เขารู้จักหอพักแห่งนี้เป็นอย่างดีเพราะอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนนัก เขามองเบอร์ห้องในมือ หลังจากนั่งรถได้สิบนาทีก็มาถึงหอพัก อภิรักษ์กดลิฟต์ขึ้นไปชั้นบน ก่อนเคาะประตูห้อง หลังจากรออยู่พักใหญ่ประตูจึงเปิดออก สิ่งที่เห็นทำให้ชายหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง แม้จะทำใจมาบ้างแล้วจากรูปถ่ายของน้องสาวบนเฟสบุ๊คส่วนตัวแต่พอได้มาเห็นตัวจริง ต้องยอมรับว่า มันเกินไปจริงๆ ความเป็นพี่ที่ห่วงน้องสาวทำให้เผลอโพล่งไปว่า

“คิดยังไงถึงได้ย้อมผมสีนี้”

ผมซึ่งเคยเป็นสีดำนุ่มสลวยดุจขนนกกาน้ำ บัดนี้ถูกกัดจนเป็นสีชมพูอมม่วง และไม่ใช่สีเดียวแต่แทบจะเป็นสีรุ้งเลยทีเดียว ติ่งหูซึ่งเคยเจาะรูเดียวสวมต่างหูแบบเรียบร้อยบัดนี้มีรูเรียงกันอยู่ถึงห้ารูด้วยกัน และทุกรูมีต่างหูสีสันสุดเจ็บสวมอยู่ เรียวขาเพรียวสวมกางเกงขาสั้นแค่คืบเผยให้เห็นปลีน่องงดงาม ผิวเรียบเนียน รวินทร์รดาเป็นผู้หญิงร่างเล็กแต่ก็อวบอิ่มในส่วนที่ควรจะเป็น สภาพน้องสาวตอนนี้ช่างแตกต่างจากเด็กสาวแก้มป่องถักเปียสองข้างสวมชุดนักเรียนเรียบร้อยราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเคยคิดว่า น้องสาวหน้าตาน่ารักแต่พอมาเห็นสภาพ ‘หลุดโลก’แบบนี้ก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้

“พี่มาได้ยังไง”

“ถามได้...ก็ฝีมือเรานั่นล่ะทำให้พี่ต้องลางานและรีบบินด่วนมาที่นี่”
“สรุปว่า ฉันโดนไล่ออกงั้นสิ”

ชายหนุ่มหน้าบึ้งจ้องมองน้องสาวที่ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ รวินทร์รดาไม่เคยเป็นแบบนี้ น้องสาวที่แสนน่ารักและเรียบร้อยของเขาหายไปไหน แต่กลับมีเด็กสาวก๋ากั๋นเข้ามาแทนที่ โชคยังดีที่น้องสาวยังไม่ได้สักลายตามตัวไม่อย่างนั้นอภิรักษ์คงโมโหเดือดปุดมากกว่านี้
“ใครใช้ให้เรียกตัวเองว่า ฉัน แทนตัวเองว่า บัวเหมือนเดิมสิ”

“ไม่...พี่รักษ์ไม่มีสิทธิ์มาสั่ง”

“เออ ยังดีนะที่รู้ว่า ฉันเป็นพี่ รู้บ้างไหมว่า ทำตัวแบบนี้แล้วใครจะเสียใจบ้าง ทำไมถึงต้องประชดชีวิตแบบนี้หึบัว ทำแล้วจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา”

การเปลี่ยนแปลงของรวินทร์รดาเกิดขึ้นเพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว โกรธที่คิดว่า พ่อไม่รักเหมือนเดิม โกรธที่คิดว่า พ่อไม่รักษาสัญญาว่า จะมีแม่เพียงคนเดียว โกรธที่เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า โกรธที่เอาครูสอนพิเศษมาเป็นแฟน และสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการทำตัวมีปัญหาแทบทุกอย่างหวังจะให้บิดามาตามแก้ แต่สุดท้ายท่านกลับทิ้งภาระทั้งหมดให้กับอภิรักษ์เพียงผู้เดียว เขาเองก็มองออกว่า บิดา รักและหลง หญิงสาวคราวลูกคนนั้นมากเพียงใด


“พี่รักษ์ไม่ลองมาเป็นฉันไม่เข้าใจหรอก”

“ทำไมพี่จะไม่เข้าใจบัว อย่าลืมสิว่า พี่เองก็ผ่านเรื่องนี้มาก่อน การที่พ่อพาผู้หญิงเข้ามาในบ้านแล้วถึงยังไงก็เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน แต่ทำไมต้องทำลายตัวเองแบบนี้”

มารดาของอภิรักษ์คือ ภรรยาคนแรกของวุฒิชัย ทั้งสองแต่งงานและมีชายหนุ่มหลังแต่งงานได้เพียงหนึ่งปี แต่หลังจากคลอดลูก วุฒิชัยก็เอาใจใส่ภรรยาน้อยลงจนเป็นความห่างเหิน สุดท้ายทั้งคู่ก็เลิกรากัน วุฒิชัยไม่ยอมให้ภรรยาพาลูกชายไปด้วย จึงต้องปล่อยให้เขาเลี้ยงดูเพียงลำพัง เด็กชายเติบโตขึ้นมากับพี่เลี้ยงและต้องเห็นภาพบิดาตนเอง เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้า จนกระทั่งบิดาแต่งงานกับคุณพิราวรรณ รักครั้งนี้คงจะหอมหวานเพราะวุฒิชัยรักและหลงภรรยามากจนสัญญาว่า จะไม่มีผู้หญิงคนอื่นอีก แต่โชคร้ายที่หล่อนป่วยเป็นมะเร็งทำให้วุฒิชัยเสียใจมากและกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆ สร้างความเสียใจให้กับรวินทร์รดาเป็นอันมาก

“พี่รักษ์ก็พูดได้สิ พี่ไม่ลองมาเป็นฉัน ฉันเกลียดผู้หญิงคนนั้น”

รวินทร์รดากำลังหมายถึง พัสวี ซึ่งเป็นคู่แค้นกับหล่อน ในบรรดาผู้หญิงของพ่อทั้งหมดหล่อนเกลียดคนนี้ที่สุดเพราะพัสวีเจ้าเล่ห์ ใช้มารยาล่อหลอกให้วุฒิชัยมอบทุกอย่างให้ ทั้งรถ ทั้งบ้าน แหวนเพชร และข้าวของราคาแพงแต่ที่รวินทร์รดายิ่งแค้นเพราะอีกฝ่ายเคยเป็นครูสอนพิเศษของหล่อนมาก่อน พัสวีใช้หล่อนเป็นข้ออ้างใกล้ชิดบิดาทั้งนี้เพื่อหวังสมบัติ
“ถึงเกลียดแต่บัวก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงยังไงท่านก็เป็นพ่อของเรานะ”

“แล้วพ่อมีสิทธิ์จะทำร้ายจิตใจลูกยังไงก็ได้งั้นหรือ”

“แล้วไอ้การที่บัวเรียกร้องความสนใจ โดยการทำตัวเกเรแบบนี้ มันถูกต้องแล้วหรือ เคยคิดบ้างไหมว่า พ่อเขาจะหันมาสนใจหรือเปล่า”

คำพูดที่หลุดปากสะดุดหญิงสาวทันที น้ำตาเม็ดเป้งๆ หยดแมะลงข้างแก้มและหยดต่อๆ มาที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย อภิรักษ์รู้ดีว่า น้องสาวกำลังเจ็บปวด แต่เจ้าตัวก็ปกปิดด้วยการเบือนหน้าหนีและปาดน้ำตาออกไป
“ถึงไม่สน แต่ฉันก็จะทำให้เขาต้องอับอาย และรู้สึกผิด”

อภิรักษ์ปราดเข้าไปบีบไหล่น้องสาวและพยายามดึงเข้ามากอดแต่รวินทร์รดาเบี่ยงตัวหนีอย่างดื้อดึง หล่อนเม้มปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้น

“เชื่อพี่เถอะนะบัว ลืมเรื่องนี้เสีย แล้วก็ตั้งใจเรียน คิดถึงอนาคตของตัวเองจะดีกว่า”
“ไม่”

ชายหนุ่มดึงหล่อนเข้ามากอด ทั้งคู่ยื้อยุดกันครู่หนึ่ง

“ฟังพี่นะ พี่ไม่อยากเห็นบัวเป็นแบบนี้ เราจะกลับเมืองไทยกัน”

“ฉันไม่กลับ ถ้าพี่อยากกลับก็เชิญกลับไปคนเดียวเถอะ” หญิงสาวเถียงอย่างดื้อดึง
“บัวจะอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง ในเมื่อบัวถูกให้ออกจากโรงเรียนแล้ว”
รวินทร์รดาไหวไหล่ เชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อดึง

“ฉันอยู่ได้ ฉันจะหางานทำ พี่รักษ์ไม่ต้องมายุ่ง”

“แต่พี่ไม่ยอมให้เราอยู่ที่นี่คนเดียว เราพี่น้องต้องอยู่ด้วยกันได้ยินไหม”
อภิรักษ์ตะคอกพยายามกอดน้องสาวเอาไว้ ขณะที่หล่อนสะบัดตัวหนี เขาจึงทำได้แค่กอดหล่อนไว้จากด้านหลัง

“ฉันไม่กลับ พี่จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาสนใจ” รวินทร์รดาสะอื้นทั้งน้ำตา
“อย่าดื้อกับพี่ได้ไหมบัว พี่อุตส่าห์ลางานมาหาเราถึงที่นี่นะ”
“ก็บอกแล้วไงว่า ไม่ต้องมายุ่งไม่ต้องมาสนใจ ปล่อยให้ฉันตายอย่างโดดเดี่ยวอยู่ที่นี่นั่นล่ะ ไหนกๆ ก็ไม่มีใครรักแล้ว”
“พี่ไม่ยุ่งไม่ได้ เพราะบัวคือ น้องสาวของพี่ พี่รักบัวและจะไม่ยอมให้บัวเผชิญชีวิตคนเดียวเด็ดขาด เราเตรียมตัวเก็บข้าวของเอาไว้ อีกหนึ่งอาทิตย์พี่จะส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ และอย่าคิดหนีไปที่ไหนเด็ดขาด เพราะถ้าเราไม่ยอมกลับเมืองไทยละก็ พี่จะมาจับเรามัดและโยนขึ้นเครื่องบินด้วยตัวเองเลยคอยดู”





tangtangmeow
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 14 ม.ค. 2561, 07:15:55 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 ก.พ. 2561, 21:23:16 น.

จำนวนการเข้าชม : 796





<< บทนำ    บทที่ ๒ แรกพบ >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account