พนาพร่ำรัก: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เมื่อ 'พนสณฑ์' ทายาทเจ้าสัวพันล้าน ถูกกลั่นแกล้งให้รับมรดกเป็นที่ดินรกร้าง พร้อมเงื่อนไขต้องสร้างเงินล้านให้ได้ภายในปีเดียว แถมยังพ่วงเมียขัดดอก ลูกสาวนักพนันมาด้วย จะไหวไหมงานนี้...


***************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "หอมดึก" และได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ซึ่งกำลังวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ค่ะ ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครชอบแนวโรแมนติก น่ารักละมุน หวานซึ้ง มิควรพลาดจ้า เพราะพ่อสณฑ์ของเราถึงแม้จะเป็นพระเอกสายโหด แต่ขยัน ‘รัก’ เมียสุดหัวใจ พ่วงด้วยความฮาแบบชาวบ้านตามท้องไร่ท้องนา บทเลิฟซีนสวย #รับประกันความสนุก!


**************

นักอ่านท่านใดสนใจ มีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

**สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 3 ช่องทาง***
-ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
-ร้านนิยายออนไลน์ ได้แก่ ร้านนิยายรัก.com และร้าน booksforfun
-สั่งซื้อกับสนพ.โดยตรงโดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์


(หนังสือพร้อมส่ง)


ราคา 329฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 40฿ (รวมเป็น 369฿)
ค่าจัดส่ง EMS 60฿ (รวมเป็น 389฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

**แบบ eBook มีวางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket**
Tags: แบดบอย ทายาทเศรษฐี ลูกสาวนักพนัน เมียขัดดอก น่ารัก ละมุน คู่ชีวิต ท้องไร่ท้องนา

ตอน: บทที่ 4 - 100%

รถกระบะคันนั้นวิ่งอย่างไร้ทิศทางวนไปมาอยู่ในตัวเมืองใหญ่พักหนึ่ง จนอารมณ์คนขับดีขึ้นเขาจึงชะลอความเร็ว หันมามองคนที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง

“หิวไหม”

“หิวค่ะ”

“อยากกินอะไร”

“ก๋วยเตี๋ยว ต้มยำ น้ำตก หมูกระทะ ได้ไหมคะ”

“โอ้โห สงสัยหิวมากจริงๆ” เขาเผลอยิ้มออกมาจนได้ ชัยชนะเป็นของหล่อน แม่ภรรยาโลกสวย

“พักที่ดีๆ นอนสบายๆ กินอะไรอร่อยๆ กันสักคืนดีไหมเรา”

“ตามใจคุณสณฑ์สิคะ” หล่อนบอกง่ายๆ ความรู้สึกนี้มันดีแท้ คนที่เคียงข้างเขา ไม่ซักไซ้ ไม่ตอแยเซ้าซี้ในยามเขาหงุดหงิด สับสน หล่อนเป็นน้ำเย็นชโลมใจ นับวันจะยิ่งบุกรุกพื้นที่หัวใจกันมากขึ้นทุกวันๆ แล้วนะลูกแก้ว

โรงแรมที่เขาเลือกเข้าพักเป็นโรงแรมคู่แข่งของประภากร แกรนด์ของเจ้าสัวประภาส ที่นั่นมีความหรูหราสวยงามไม่แพ้กัน ทันทีที่เขาเดินเข้าไปยื่นบัตรเพื่อเปิดห้อง พนักงานต้อนรับก็อ้าปากค้าง ทายาทเสถียรพงศ์ประภากร มาเข้าพักโรงแรมของคู่แข่งอย่างนั้นหรือ แถมยังใส่เสื้อผ้ามอซอ มากับผู้หญิงสาวสภาพมอมแมมอย่างกับมาจากหลังเขายังไงยังงั้น

“ทำไมไม่ไปพักโรงแรมของเจ้าสัวล่ะคะ อยู่ตรงข้ามกันนี่เอง ฉันเห็นป้ายชื่อโรงแรม”

“ไม่ล่ะที่นี่ปลอดภัยที่สุด ผมไม่อยากตายทั้งๆ หลับ”

“ร้ายแรงอย่างนั้นเลยเหรอคะ”

“ใช่สิ เงิน อำนาจ ทำให้คนทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ประหัตประหารสายเลือดเดียวกัน”

“อูย แย่จัง ดีนะที่ลูกแก้วเกิดมาจน”

“อืม นั่นสินะ เมื่อตอนที่ไม่ได้มายุ่งกับพวกเสถียรพงศ์ประภากรชีวิตผมก็ปกติดี เตียงเดี่ยวนะคุณ กว้างพอสำหรับสองคน คุณไม่ต้องกลัวนะผมเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรคุณได้”

“ทราบค่ะ” หล่อนค้อนขวับ

“สั่งอาหารมากินกันบนห้องก็แล้วกันนะ”

“ค่ะ”

“ในกระเป๋านั่นมีเสื้อผ้าใหม่ๆ ที่ผมติดรถไว้เสมอ คุณค้นหาตัวเล็กๆ มาลองใส่ดู เลือกก่อนเลยที่เหลือผมใส่ได้ทั้งนั้น”

“ค่ะ” หล่อนเปิดดูกระเป๋าเป้ของเขา พนสณฑ์เปิดประตูระเบียงออกไปสูบบุหรี่ผ่อนคลายอารมณ์เงียบๆ เสียงน้ำฝักบัวดังมาจากในห้องน้ำ อีกครู่หนึ่งอาหารที่สั่งก็ขึ้นมาส่ง เขาสั่งอาหารหลายรายการเพื่อบำรุงทั้งตนเองและรุจิรัตน์ เขาคิดว่ามันออกจะทารุณมากไปหน่อยที่ทั้งหล่อนและเขาต้องกินอยู่อย่างอดๆ อยากๆ มาร่วมอาทิตย์ แปลกที่เขาไม่ค่อยรู้สึกลำบากอะไรนักหรอก ออกจะเพลินๆ จนลืมวันลืมคืนไปด้วยซ้ำ หากไม่เกิดเรื่องบ้าบอในวันนี้ ป่านนี้เขาก็คงนอนในมุ้งสีหวาน อกใจสะท้านไปกับร่างบางๆ ในมุ้งอีกหลังอยู่กระมัง

แล้วคืนนี้ล่ะ ไม่มีมุ้งกางกั้น ไม่มีที่นอนแข็งกระด้าง มีแต่ความสะดวกสบายอย่างที่เขาและใครก็ตามที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาควรมี มันจะเป็นอย่างไร เขาพอรู้หรอกว่าหล่อนไม่ได้รังเกียจเขาสักนิด แล้วตัวเขาเองก็ไม่เคยต้องปิดกั้นความต้องการของตนเองนานขนาดนี้ ไม่มีอะไรถูกต้องไปมากกว่านี้แล้วล่ะน่า ใบทะเบียนสมรสก็มีอยู่ทั้งใบ บ่อยไปที่เขาทำกิจกรรมรักกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนแปลกหน้า ทำไมกับหล่อนคนนี้จะต้องคิดแล้วคิดอีกไม่สมความเป็น ‘เสือผู้หญิง’ ที่พวกลูกน้องตั้งฉายาให้เอาเสียเลย

พนสณฑ์เลื่อนประตูกระจกระเบียงห้อง เดินกลับเข้ามาภายในห้องเมื่อได้ยินเสียงกดกริ่งของรูมเซอร์วิส เขาสั่งวิสกี้ยี่ห้อโปรดมาด้วยพร้อมไวน์สำหรับหล่อนแก้วหนึ่ง อารมณ์กรุ่นๆ แบบนี้คงต้องหาอะไรมาผ่อนคลายเสียหน่อย

เสียงเปิดประตูห้องน้ำดังขึ้น ตามมาด้วยร่างเล็กในเสื้อเชิ้ตแขนยาวรุ่มร่ามตัวสีฟ้าหม่นๆ ของเขา ชายเสื้อยาวเลยเข่าแต่ก็ยังเผยให้เห็นน่องเรียวงาม กลมกลึง เท้าเล็กๆ เปลือยเปล่า หล่อนพับแขนเสื้อขึ้นหลายทบ บนศีรษะโพกผ้าขนหนูผืนเล็ก ผมเปียกระแก้มขาวนวล ใบหน้าผ่องใส ปลายจมูกโด่งแดงราวกับลูกชมพู่

“สระผมด้วยหรือ”

“ค่ะ ไม่ไหว เหนียวเหลือเกิน คุณสณฑ์จะอาบน้ำก่อนไหมคะ เดี๋ยวฉันจะจัดอาหารไว้รอ”

“ก็ดี เอ่อ ผมไม่รู้ว่าคุณจะดื่มอะไรเลยสั่งไวน์มาให้ แต่ถ้าไม่ชอบโทร.สั่งอย่างอื่นก็ได้นะ”

“อ้อ ค่ะ” หล่อนปรายตามองแก้วไวน์ทรงสวย และขวดวิสกี้หน้าตาประหลาดดูมีราคา

ให้เขาดื่มไปเถอะ เราไม่ดื่มหรอก เขาคงมีน้ำให้ดื่มฟรีได้ หล่อนนึก เดินไปเปิดตู้เย็นในบาร์ที่มีไว้บริการในห้องพักระดับวีไอพีเท่านั้น หล่อนหยิบขวดน้ำเปล่าออกมารินใส่แก้วสองใบ เลื่อนโต๊ะเขียนหนังสือออกมาบริเวณติดระเบียง เปิดม่าน และจัดวางมื้อค่ำมื้อหรูอย่างสวยงาม

ระหว่างนั่งรอ รุจิรัตน์มองออกไปนอกห้อง จากชั้นสิบเห็นตัวเมืองในแสงไฟระยิบระยับ เสียงรถราดังแว่วขึ้นมา ความวุ่นวายมากมายอยู่ข้างนอกนั่น ช่างต่างจากกระท่อมกลางไร่ของหล่อนลิบลับ คิดๆ แล้วก็ให้เป็นห่วงเจ้าสุนัขแม่ลูกทั้งสาม ป่านนี้ช่างชัยจะให้อาหารพวกมันหรือยังหนอ

“หิวมากไหม”

เสียงทุ้มที่หล่อนชักคุ้นหูมากขึ้นทุกวันถามขึ้น พนสณฑ์ออกมาจากห้องน้ำแล้ว

“นิดหน่อยค่ะ” หล่อนบอกเขา

พนสณฑ์สวมเสื้อคลุมสีขาวตัวใหญ่ของโรงแรมตัวเดียว คาดด้วยเชือกเข้าชุดแบบเดียวกัน สวมใส่รองเท้าสำหรับเดินในห้อง ใบหน้าคมคร้ามเกลี้ยงเกลา หนวดเคราที่สะสมไว้ที่ไร่ถูกโกนทิ้งหมดแล้ว ทำให้เห็นเครื่องหน้าคมเข้มได้ชัดขึ้น ดวงตารีใหญ่วาววามมีชีวิตชีวา จมูกเป็นสันคม ปากหนาหากได้รูปชัด คางบึกบึน ยามขยับพูดจาเผยฟันขาวสะอาดเรียงสวย

เขาเป็นชายไทยเจ้าเสน่ห์ของแท้ และผู้ชายแบบนี้เป็นอันตรายสำหรับสาวโลกสวยไม่ประสาอย่างหล่อน รุจิรัตน์เตือนตัวเองไว้เสมอ

“งั้นลงมือกันเลยนะ ผมสั่งมาเสียเยอะเลย อยู่ที่ไร่เราลำบากกันมากทีเดียว สบายสักมื้อจะเป็นไรไป”

“ค่ะ” หล่อนพยักหน้า ตักอาหารใส่ปากเคี้ยวเงียบๆ ไม่ได้เงยหน้ามองสบตาเขาอีกเลยเป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มองสำรวจตรวจตราภรรยาขัดดอกของตนชัดๆ

ปกติในแสงเทียน แสงตะเกียงสลัวๆ หล่อนก็น่ารักดีไม่หยอก แต่พอนั่งในแสงไฟในห้องสว่างโร่ ผิวนวลเนียนใสราวกับผิวเด็กยิ่งเห็นได้ชัด เจ้าหล่อนคงไม่รู้หรอกว่า ถึงจะดึงชายเสื้อไปด้านหลังขนาดไหน ไอ้เสื้อเชิ้ตตัวเท่ากระสอบก็เผยทรวดทรงองค์เอวให้เขาเห็นจนได้ ยิ่งยามหล่อนก้มหน้าก้มตาจัดการมื้อค่ำราวกับว่ามันเป็นภารกิจสำคัญระดับชาติอย่างนี้ คอเสื้อที่แหลมลึกยิ่งแบะกว้าง

รูปที่ซ่อนไว้จึงเผยออกมา นวลเนื้อสาวขาวผ่อง อวบอิ่มยวนตาน่ากินเสียยิ่งกว่ามื้อเย็นของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ พนสณฑ์รู้สึกลำคอแห้งผากจนต้องกระดกแก้ววิสกี้ถี่ๆ อาหารแทบไม่ได้แตะจนอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นถาม

“คุณสณฑ์ไม่หิวเหรอคะ”

“หิว”

“อ้าว แล้วทำไมไม่ทานข้าวล่ะคะ เอาแต่ดื่มเหล้า รู้ไหมคะดื่มเหล้าเวลาท้องว่างมันไม่ดี”

“งั้นหรือ คงดื่มเก่งล่ะสินะ รู้ดีจริง”

“ลูกแก้วไม่ดื่มเหล้าหรอกค่ะ ของไม่ดีต่อสุขภาพ ดื่มกันทำไมไม่รู้”หล่อนสะบัดเสียงใส่ ลืมไปว่าเขาไม่ใช่บิดาของหล่อนที่จะต้องมานั่งฟังหล่อนบ่นทุกวันๆ

“ไม่เคยดื่มแล้วรู้ได้ยังไงว่าไม่ดี หรือกลัวเมา อ้อ ที่ไม่ดื่มไวน์เพราะกลัวโดนมอมเหล้าใช่ไหมล่ะ คุณภรรยา” เสียงเขาเริ่มรัวเร็ว นัยน์ตาคมกลับหวานฉ่ำ ทำให้หล่อนขยับตัวด้วยความอึดอัด

“ไวน์ผลไม้แก้วเดียว ไม่เป็นไร ผมดื่มให้เองก็ได้ ไหนๆ ก็จะเมาอยู่แล้ว ให้ผมเมาหนักไปเลยดีกว่าจริงไหม”

“ไม่ดีค่ะ ทำไมต้องดื่มจนเมาด้วยล่ะคะ เดี๋ยวก็นอนไม่สบายตัวพอดี ไวน์แก้วนั้นเดี๋ยวฉันดื่มเองก็ได้ค่ะ คุณสณฑ์ทานข้าวเถอะนะคะ” หล่อนคว้าแก้วไวน์สีสวยมาจรดริมฝีปาก รสชาติมันขมนิดๆ หวานหน่อยๆ ซ่านซ่าหอมกรุ่นราวกลิ่นกุหลาบ

พนสณฑ์แกล้งทำเป็นไม่มอง ก้มหน้าก้มตาตักอาหารใส่ปากอย่างว่าง่าย จนหางตาเห็นแก้วไวน์พร่องไปจนเหลือก้นแก้ว ภรรยาสาวของเขาเอียงคอมองแก้วที มองหน้าเขาที ยิ้มหวานใส กลายเป็นยิ้มยวนใจ ดวงตาโตปรือๆ แฝงแววขี้เล่น

“อร่อยจังค่ะ ยังกับน้ำกุหลาบ หอมติดปากติดลิ้นด้วยนะ” หล่อนใช้ปลายนิ้วไล้ริมฝีปากฉ่ำไวน์ไปมาด้วยความติดใจ เท่านั้นเองตบะของพ่อเงาะป่าถอดรูปก็ขาดผึง เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะมาหาหล่อน มือแกร่งรวบท้ายทอยมนประชิด ประกบริมฝีปากหนาหยักสวยกับเรียวปากอิ่มชุ่มฉ่ำ บดเม้มเคล้าคลึงลิ้มรสหวานละมุนเนิ่นนานจนหล่อนแทบขาดใจ เขาจึงผละออก สองตายังจับจ้องอากัปกิริยาของอีกฝ่ายนิ่ง

“คุณสณฑ์จูบลูกแก้ว” หล่อนครางราวคนละเมอ

“อืม” เขาว่าแล้วก็ประกบปากลงควานหาความหวานละมุนชวนลิ้มลองนั้นอีกครั้ง คราวนั้นเขาเอี้ยวกายมาประชิด ช้อนร่างบางไว้ในอ้อมกอดไปวางลงบนที่นอนนุ่มนิ่มอ่อนยวบ แสนสบาย

เมื่อไล้ปลายนิ้วไปบนเรือนร่างน่าถนอมเบาๆ หัวอกหัวใจเขาก็เต้น

โครมคราม ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าของเขา หล่อนเปลือยเปล่าราวกับไข่ปอก ผิวเนื้อเนียนนุ่มมือร้อนผะผ่าว เสียงครางเรียกชื่อเขายิ่งเร้าให้พนสณฑ์เตลิดไปไกล

“คุณสณฑ์ ดะ...เดี๋ยวค่ะ ปล่อยลูกแก้วก่อน”

“หืม หอมจัง” เขาครางงึมงำอยู่กับซอกคอนุ่มๆ น่ามันเขี้ยวชะมัด

“คุณสณฑ์เมาเหรอคะ” หล่อนยันอกเขา พยายามมองหน้าค้นหาคำตอบ

“แก้วสองแก้ว ผมไม่เมาหรอก และไม่คิดจะเอามาเป็นข้ออ้างในการรังแกผู้หญิงด้วย” เขายิ้มกริ่ม

“งั้น หยุดได้ใช่ไหมคะ คุณจะ เอ่อ เป็นอะไรไหม”

“อยากให้หยุด จริงๆ หรือ” เขาถามเสียงกระเส่าอยู่ข้างหู แถมยังเม้มติ่งหูเล็กๆ เล่น เท่านั้นใจหล่อนก็เตลิดเปิดเปิง

ถ้าการแต่งงานนี้มันจะมีที่มาที่ไปปกติกว่านี้สักหน่อย หล่อนคงไม่ลังเลที่จะเป็นของเขา

“หยุดเถอะนะคะ ลูกแก้วไม่อยากเสียใจภายหลัง คุณมีทางเลือกมากมายที่ลูกแก้วไม่มี กรุณาลูกแก้วได้ไหมคะ” หล่อนประนมมือกับอกเขา น้ำตาคลอๆ ถ้าเขากับหล่อนจะเริ่มต้นกันดีกว่านี้ หล่อนก็คงไม่เสียดายตัว

“ร้องไห้ทำไม ผมไม่ขืนใจคุณหรอกน่า”

เขาดุ กลิ้งตัวลงจากกายหอมกรุ่น ใบหน้าคมเข้มขรึมขึ้นทันตา

“ผมนึกว่าเราเป็นสามีภรรยากันเสียอีก”

“ค่ะ แต่เราไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ แค่หนึ่งปีคุณสณฑ์ก็จะเป็นอิสระ อาจจะได้รับมรดกก้อนโตจากคุณปู่ กลับไปมีชีวิตที่สุขสบายอย่างเดิม ส่วนฉัน ฉันยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง ถ้าหากโชคดี ฉันอาจจะออกจากชีวิตคุณไปและได้พบคนดีๆ สักคนหนึ่ง ฉันอยากให้เขาเป็นคนแรกของฉันค่ะ ฉันไม่มีอะไรเลย มีแต่ตัวแท้ๆ” แล้วเขื่อนน้ำตาของหล่อนก็ทลายลงมา หล่อนร้องไห้ฮือๆ ราวกับเด็กๆ พนสณฑ์กลอกตาไปมาทำหน้ายุ่ง หล่อนเมาแน่ๆ ล่ะ ปกติจะไม่ฟูมฟายอย่างนี้หรอก

แถมยังกล้าบอกสามีปาวๆ ว่าจะถนอมตัวไว้ให้ชายอื่น มันน่านัก

“นี่แน่ะ”

“โอ๊ย คุณตีก้นฉันทำไมคะ”

“ทำโทษน่ะสิ อยู่กับผัวยังกล้าคิดมีคนอื่น ตีอีกสักทีดีไหม”

“อย่า อย่าค่ะ ไม่คิดแล้ว ไม่เอานะคะฉันไม่ใช่เด็ก คุณสณฑ์อย่าโกรธเลยนะคะ ข้างนอกยังมีสวยๆ สาวๆ น่า เอ่อ รักด้วยตั้งมากมาย ฉันจะไม่ว่าถ้าหากคุณสณฑ์ต้องการพวกเธอ” ปากว่าไม่ แต่น้ำตาหยดแหมะแล้ว แค่คิดว่าเขาจะไปกอด ไปจูบคนอื่นหวานๆ อย่างที่ทำกับหล่อนเมื่อครู่นี้ใจก็แทบจะขาด แย่จริงลูกแก้วเอ๋ย

“เรื่องอะไรจะไป อยู่มอมเหล้าเมียตัวเองดีกว่า อย่าเผลอก็แล้วกัน โดนกินตับแน่” เขานอนแผ่อยู่บนเตียงกว้างที่คับแคบไปถนัดตาเพราะร่างสูงใหญ่ที่ครอบครองไว้จนแทบไม่เหลือที่ให้หล่อน รุจิรัตน์ยืนเก้ๆ กังๆอยู่ปลายเตียง ทำอะไรไม่ค่อยถูก

“โธ่ คุณสณฑ์คะ อย่าล้อนักเลยค่ะ”

“จะมานอนให้กอดเสียดีๆ หรือจะให้ทำอย่างอื่นครับคุณภรรยา” เขาเลิกคิ้วถาม รุจิรัตน์รวบสาบเสื้อเข้า เขย่งปลายเท้าขึ้นมาช้าๆ เบียดตัวไปนอนชิดเตียงฟากหนึ่ง ก็ไม่วายโดนรวบตัวไว้ในอ้อมอกกว้าง อายแสนอาย หล่อนจึงมุดหน้าอยู่กับอกเปลือยเปล่าของเขา

“ไม่ต้องกลัวนะ บอกแล้วไงว่าวันนี้หมดแรง ขอชื่นใจนิดๆ หน่อยๆ พอ แต่พรุ่งนี้ที่กระท่อมล่ะไม่แน่ เตรียมรวบมุ้งเหลือหลังเดียวได้เลย”

ดูเถอะเขาช่างไม่เห็นใจหล่อนบ้างเลย นี่ก็อายม้วนจนจะเป็นลูกนกไปกับอกเขาอยู่แล้ว ยังล้อเล่นอยู่ได้ เอ…หรือว่าเขาจะไม่ได้พูดเล่น


******************

แจ้งข่าวจ้า ^O^

ตอนนี้ทีมงานส่งพนาพร่ำรักเข้าโรงพิมพ์แล้วนะคะ นักอ่านท่านใดสนใจยังคงสั่งจองในราคาพิเศษได้จนถึงวันที่ 9 เมษายน 2561

ช่องทางการสั่งจอง
1.ร้านนิยายรัก.com และร้าน booksforfun
2.เมล์ plaipakkabooks@gmail.com
3.inbox หาแอดมินเพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***วิธีการสั่งจอง***
แจ้งชื่อนิยาย+จำนวน+ชื่อผู้สั่งจอง

>>>ราคาหนังสือ ดูได้ใน 'เรื่องย่อ' นะคะ

หลังปิดจองแล้ว ยังสามารถสั่งซื้อได้ค่ะแต่ตามราคาปก หรือรูปแบบ e-Book ก็มีวางจำหน่ายเช่นกัน

หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บเลิฟ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 29 มี.ค. 2561, 12:00:41 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 29 มี.ค. 2561, 12:03:24 น.

จำนวนการเข้าชม : 272





<< บทที่ 4 - 50%   บทที่ 5 - 60% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account