พนาพร่ำรัก: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เมื่อ 'พนสณฑ์' ทายาทเจ้าสัวพันล้าน ถูกกลั่นแกล้งให้รับมรดกเป็นที่ดินรกร้าง พร้อมเงื่อนไขต้องสร้างเงินล้านให้ได้ภายในปีเดียว แถมยังพ่วงเมียขัดดอก ลูกสาวนักพนันมาด้วย จะไหวไหมงานนี้...


***************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "หอมดึก" และได้ตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" ซึ่งกำลังวางจำหน่ายอยู่ในตอนนี้ค่ะ ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ ใครชอบแนวโรแมนติก น่ารักละมุน หวานซึ้ง มิควรพลาดจ้า เพราะพ่อสณฑ์ของเราถึงแม้จะเป็นพระเอกสายโหด แต่ขยัน ‘รัก’ เมียสุดหัวใจ พ่วงด้วยความฮาแบบชาวบ้านตามท้องไร่ท้องนา บทเลิฟซีนสวย #รับประกันความสนุก!


**************

นักอ่านท่านใดสนใจ มีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

**สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 3 ช่องทาง***
-ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
-ร้านนิยายออนไลน์ ได้แก่ ร้านนิยายรัก.com และร้าน booksforfun
-สั่งซื้อกับสนพ.โดยตรงโดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์


(หนังสือพร้อมส่ง)


ราคา 329฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 40฿ (รวมเป็น 369฿)
ค่าจัดส่ง EMS 60฿ (รวมเป็น 389฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

**แบบ eBook มีวางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket**
Tags: แบดบอย ทายาทเศรษฐี ลูกสาวนักพนัน เมียขัดดอก น่ารัก ละมุน คู่ชีวิต ท้องไร่ท้องนา

ตอน: บทที่ 7 - 40%

เช้าวันใหม่ หลังจากที่แพทย์ประจำตัวเข้ามาสอบถามอาการคนป่วยและสั่งให้พยาบาลจัดยาให้ ระหว่างนั้นก็มีผู้เยี่ยมไข้รายสุดท้ายเดินเข้ามาในห้องคนป่วย ผู้ติดตามท่าทางเคร่งขรึมเป็นชายสองคนยืนรออยู่นอกห้อง ชัยเดินเข้ามาด้านในประกบนายกับนายหญิงไม่ห่าง ผู้มาเยือนจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหฤทธิ์นายตำรวจหนุ่มญาติผู้พี่ของพนสณฑ์

“ว่าไงน้องชาย ได้ข่าวว่าโดนคว่ำมารึ ไปยังไงมายังไงกันเล่า”

“ยังไม่ตายง่ายๆ หรอกครับพี่ชาย นี่ใครสั่งให้มาล่ะ”

“ทำไมหรือ พี่มาเยี่ยมน้องมันแปลกตรงไหน แต่ฉันจะไม่พูดเอาหน้าหรอกนะ พอดีลงมาราชการแถวนี้เลยแวะมาดู ตามคำสั่งคุณปู่”

“นั่นปะไรล่ะ นึกแล้วว่าต้องมีคำสั่ง” พนสณฑ์เอ่ยหยัน ทำให้ดวง ตาเรียบเฉยกระตุกวาบ เพียงแวบหนึ่ง

“นายควรหัดมองคุณปู่ให้ดีๆ บ้าง ท่านก็อายุมากแล้ว ทำดีกับท่านไว้ไม่เสียหลาย ไม่ใช่เรอะ”

“เหอะ ผมไม่จำเป็นต้องประจบเอาสมบัติหรอก”

“งั้นเหรอ แล้วที่ยอมลำบาก เสี่ยงตายอยู่นี่เพื่ออะไร” หฤทธิ์เอ่ยเสียงห้าว เหลียวมองไปรอบๆ ห้องพักผู้ป่วยเล็กๆ นั้นด้วยความสมเพช สายตาคมกวาดมาจับที่ร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ห่างเตียงคนป่วย ดวงตากลมโตมองสบ มีแววไหวระริก หวาดหวั่นแต่ไม่ยอมหลบตา

“นี่เมียนายล่ะสิ”

พนสณฑ์ไม่ตอบ ท่าทีเหยียดหยันนั้นทำให้เขาอยากทำอย่างอื่นมากกว่าพูดคุย เขาหยัดกายลงจากเตียงมายืนมั่นที่พื้นด้วยความสูงไล่เลี่ยกันกับนายตำรวจผู้มีศักดิ์เป็นพี่

“ถ้ามาเยี่ยมไข้ก็กลับไปเสียสิ เห็นแล้วนี่ว่าผมยังไม่ตาย คราวหน้า วางแผนให้มันดีกว่านี้หน่อย”

“นายคิดว่าฉันจะต้องมาเปลืองสมองคิดกำจัดนายเหรอ หลงตัวเองไปหน่อยแล้วพนสณฑ์ นายมีอะไรที่ฉันไม่มีหรือไง”

“ความซื่อสัตย์กระมัง”

“เหอะ ขอให้ผยองไปให้ตลอดก็แล้วกัน” ร่างสูงกดเสียงต่ำ พูดจบก็หันขวับออกประตูห้องไป

“ไอ้พวกอาศัยเครื่องแบบหากิน” พนสณฑ์กัดฟันกรอด แม้เขากับ หฤทธิ์จะไม่ได้พบเจอกันซึ่งๆ หน้าแต่บ่อยครั้งที่อิทธิพลความใหญ่ของอีกฝ่าย พาดทับเส้นทางของเขา เช่นเรื่องนำเข้ารถสปอร์ตที่อีกฝ่ายต้องการเรียกส่วยจากอู่ของเขา ทั้งๆ ที่เอกสารต่างๆ ถูกกฎหมายทุกประการ

‘หฤทธิ์ไม่ใช่คนมีสีคนเดียวที่ซื้อได้หรอกลูก ป๋าเองก็ซื้อไว้หลายคนเหมือนกัน ถึงเวลาค่อยเรียกใช้บริการ’ ป๋าประพจน์เคยบอกไว้เสียงเรียบเย็นเมื่อเขาเอาเรื่องพวกนั้นไปปรึกษา

คณะของดงไม้หอมขนกันกลับมาที่ไร่ในเวลาถัดมาราวๆ สิบโมงเช้า ช่างสามารถ สมบัติ และช่างชดต้องงมกับการซ่อมเจ้าแก่ที่ค่อนข้างเสียหายมากอยู่ เที่ยงๆ ก็มีสิบล้อคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดพร้อมคนขับท่าทางเรียบร้อย

“ของขวัญจากป๋าครับนาย”

ชัยบอกผู้เป็นนายอย่างพนสณฑ์ที่กำลังนั่งเอนกายอยู่บนม้านั่งที่ระเบียง

“แหม ป๋านี่รู้ใจดีแท้ แล้วนี่เอ็งมาเสนอหน้าอะไรอยู่บนบ้านข้า โน่นไปอยู่ที่สำนักงานโน่น เร่งๆ มือเข้า สร้างเสร็จจะได้อยู่สบาย”

“โธ่นาย มันใกล้เที่ยงแล้ว”

“แล้วไง”

“ก็นายหญิงกำลังทำกับข้าวหม้อใหญ่เชียว มีแกงเผ็ดปลาดุก ของโปรดชัยด้วยนะ”

“อย่าบอกนะว่าเอ็งคิดจะเชิญตัวเองมากินข้าวเที่ยงกับข้าบนเรือน”

“ก็รอนายเชิญอยู่นี่ไงครับ”

“สมชัย ไปเลยไป ยกแกงของเอ็งไปกินกับพวกนั้นเลย วันนี้ข้าไม่รับแขก ไม่สบายรู้ไว้ด้วย”

“สำออยนะนาย หัวแตกนิดเดียวเอง”

“เออ หัวข้าแตกนิดเดียว ของเอ็งอาจจะแบะก็ได้นะ ขืนพูดมาก”

“ครับๆ นายหญิงครับขอแกงสักถ้วย ข้าวสักหม้อ น้ำพริกสักครก ชัยจะไปแบกับดินกินกับเพื่อนๆ โน่น นายท่านไม่ยอมให้กินบนเรือน สงสัยจะกลัวชัยขี้รดบนหลังคาครับ” สมชัยช่างใหญ่เจื้อยแจ้วเข้าไปในครัว เสียงนายหญิงหัวเราะคิกคัก ไม่นานก็ตักอาหารการกินใส่ถาดใบโตให้ชัยยกไปเลี้ยงพรรคพวกตามสบาย

“วันนี้ฉันทำอาหารรสจัด เห็นคุณบ่นว่าอาหารโรงพยาบาลจืดไป”

“เหลือให้ผัวเหมือนกันเรอะ นึกว่าตักให้เจ้านั่นหมดแล้ว”

“โธ่ ใครจะไปทำอย่างนั้นล่ะคะ เหลือแกงตั้งชามโต ผัดผัก น้ำพริก ผักลวกอีก เท่านี้เราก็ทานกันไม่หมดหรอกค่ะ” หล่อนจัดเรียงอาหารบนโต๊ะทานข้าวซึ่งทำจากไม้ฝีมือสามีและช่าง ลมชายป่าพัดมาเย็นสบาย หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกล้ำ มองจากเรือนลงไปในอาณาเขตไร่ด้วยความภาคภูมิใจ

“ดีใช่ไหมล่ะที่ได้กลับมาอยู่บ้านเรา”

“ค่ะ ดีจริงๆ”

“ชื่นใจ” เขาพูดหน้าตาเฉย รุจิรัตน์นึกแปลกใจที่ไม่รู้สึกกับคำพูดของเขาสักที ฟังกี่ทีๆ มันก็ใจเต้นระรัวทุกครั้งไป

“เผ็ดมากไหมคะ” หล่อนเลื่อนน้ำเย็นให้

“เผ็ด แต่ไม่เผ็ดก็ไม่อร่อย” เขาว่าพลางตักน้ำแกงเข้าปากติดๆ กัน

เหมือนบิดาไม่มีผิด หล่อนนึกสะท้อนใจ บิดาของหล่อนถึงจะเป็นนักพนันก็ยังรักฝีมือการทำอาหารของลูกของภรรยา พยายามกลับมาทานข้าวที่บ้านเสมอ และถ้าวันไหนบิดาเล่นได้วันนั้นบ้านก็กลายเป็นสวรรค์ แต่ถ้าวันไหนเล่นเสีย บิดาจะนั่งที่ระเบียงมืดๆ คนเดียว สูบบุหรี่อัดๆ จมอยู่กับทุกข์ราวกับเป็นการลงโทษตัวเอง

บิดาไม่รู้หรอกว่าลูกแก้วทุกข์กว่าบิดาเสียอีก

“เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ฮึ” พนสณฑ์วางซ้อน ดึงมือภรรยามาเกาะกุมไว้แน่น ติดที่ยังขยับกายยากนัก ไม่งั้นเขาคงกอดหล่อนไว้ทั้งตัว

“คิดถึงพ่อค่ะ”

“โถ เด็กขี้แย”

“ขอโทษค่ะ คุณสณฑ์อย่าเพิ่งอิ่มสิคะ ทานต่อนะคะ”

“อย่าร้องไห้นะ ผมทนไม่ได้ ถ้าคิดถึงพ่อผมจะพาไปเยี่ยมเอาไหม”

“อย่าเลยค่ะ พ่อมีเมียใหม่แล้ว มีคนดูแล คงสบายดี”

“อืม อย่าคิดมาก เราไปกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตคนอื่นไม่ได้หรอกจริงไหม เราต่างก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเองเหมือนกัน”

“ค่ะ” หล่อนยิ้มบางๆ คำพูดปลอบโยนของเขาช่างเรียบง่าย แต่เป็นดังน้ำเย็นชโลมใจที่ปวดร้าวของหล่อนได้เป็นอย่างดี

“เดี๋ยวผมจะลงไปดูที่ลานมันหน่อย อยากเห็นสภาพไอ้แก่”

“ไม่พักก่อนหรือคะ” หล่อนมีสีหน้าอาทร

“เล็กน้อยมาก ผมเป็นนักแข่งรถนะ เจ็บกว่านี้ยังทำงานสบาย อยากไปดูเขาชำแหละไอ้แก่อีกรอบ”

“เสียดายจังเลยนะคะ อุตส่าห์ชุบชีวิตขึ้นมาแท้ๆ”

“ไม่เป็นไร ผมจะซ่อมใหม่ เอาให้วิ่งฉิวกว่าเดิม”

“ได้เหรอคะ คุณเก่งจัง” หล่อนเบิกตาโต ทำให้หัวใจเจ้าของไร่หนุ่มมือใหม่พองคับอก แบบนี้กระมังที่เขาว่า แม้ดาวเดือนจะสอยมาให้เจ้า

“ได้สิ เออ ช่วงนี้คุณอย่าเพิ่งไปไหนมาไหนนอกไร่จะได้ไหม จนกว่าเราจะรู้แน่ๆ ว่าคนที่จ้องจะทำร้ายเราเป็นใครกันแน่”

“อย่างนั้นเราไม่เสียลูกค้าแย่เหรอคะ ลูกแก้วกับป้านวลกำลังสร้างฐานลูกค้าได้เยอะเลยเชียว”

“มันไม่ปลอดภัย คนของเรามีไม่มากพอที่จะแบ่งออกไปดูแลคุณ เจ้าสัวไม่อยากให้ใครมาช่วยผมมากนัก คงคิดว่าเรายังไม่ลำบากมากพอ ก็ลองดูสักตั้ง คนอย่างผมถ้าได้ลงเล่นเกมอะไร ไม่มีการยกเลิกกลางคัน จนกว่าจะรู้แพ้รู้ชนะ ว่าแต่คุณกลัวไหม”

“ก็ กลัวค่ะ แต่ไม่เป็นไร ยังไหว”

หล่อนยิ้มแหยๆ ดวงตากลมโตหยีลงจนแพขนตาไหววับ...น่าเอ็นดู

“ถ้ากลัว ก็ไปอยู่กับนายแม่สักพักดีไหม”

“มะ...ไม่คะ ลูกแก้วจะอยู่กับคุณ ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ”

“แหม ชื่นใจผัวอีกแล้ว แต่ถึงคุณอยากไปผมก็ไม่ให้ไปหรอก คิดถึงแย่” เขาทำท่าเจ้าชู้ยักษ์เข้าใจ หล่อนเบี่ยงกายหลบ ค้อนขวับ รีบยกสำรับอาหารเข้าไปเก็บในครัว



****************

คุณสณฑ์เริ่มหวานแล้วค่ะ อิอิ

นักอ่านท่านใดสนใจ เนื่องจากหมดเขตสั่งจองในราคาพิเศษแล้ว ตอนนี้สำนักพิมพ์เปิดให้สั่งซื้อได้แล้วนะคะ ตามราคาปก 329 บาท (มีค่าส่งลงทะเบียน 40 บาท รวมเป็น 369 บาท หรือค่าส่ง ems 60 บาท รวมเป็น 389 บาท)

ช่องทางสั่งซื้อ ดังนี้

1.inbox หาแอดมินเพจ “ปลายปากกา สำนักพิมพ์”

2.เมล์ของปลายปากกาสำนักพิมพ์>>> plaipakkabooks@gmail.com

3.ร้านนิยายออนไลน์ 2 ร้าน ได้แก่ นิยายรัก.com และ booksforfun


**หนังสือพร้อมส่งหลังสงกรานต์**



ส่วนแฟน e-ฺBook มีวางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket แล้วเช่นกันจ้า ค้นหาคำว่า "พนาพร่ำรัก" แล้วโหลดได้เลย!

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTU4MjAxOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjczMDIyIjt9


****************

ส่วนทางนี้ทีมงานยังคงมาลงให้อ่านเป็นตัวอย่างเรื่อยๆ แต่ขอจบแค่บทที่ 12 นะคะ ฝากอุดหนุนเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนและทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์ด้วยนะคะ^^ #รับประกันความสนุก



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 10 เม.ย. 2561, 10:52:55 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 10 เม.ย. 2561, 10:56:48 น.

จำนวนการเข้าชม : 256





<< บทที่ 6 - 100%   บทที่ 7 - 70% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account