รักร้อนๆ-Horse farm (เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "กลร้ายร่ายรัก")
คุณหนึ่ง สัตวแพทย์สาวสวยจอมห้าว และเค็มจนเดดซี

เรียกพี่ และเธอมีดีกรีเป็นเจ้าของฟาร์มม้าแข่ง

ที่อุตส่าห์มีม้าสายพันธุ์ดีแสนล่ำบึ้กเหมาะแก่การเป็นพ่อ

พันธุ์...แต่..เธอกลับไร้ชายหนุ่มพันธุ์ห้าวมาแนบข้าง

ซึ่งแตกต่างกับม้าของเธอที่สุด..

..ในขณะที่ม้าเธอขายน้ำเชื้อแทบไม่ทัน

แต่ไหงเธอดันขายไม่ออกเสียนี่...
Tags: คุณหนึ่ง,ฟาร์มม้า,ภาม

ตอน: ตอนที่ 2

บทที่ 2

ชายหนุ่มขับรถออกจากฟาร์มและจุดมุ่งหมายที่เขาจะไปคือบ้านไม้สักทรงล้านนาขนาดเสาร้อยแปดสิบต้น อชิระขับรถเร็วตามอารมณ์ที่คุกรุ่นในเบื้องต้นนับตั้งแต่ออกจากฟาร์ม ก่อนจะกลายเป็นขับไปช้าๆเมื่อเข้าสู่ถนนส่วนตัว ซึ่งถูกสร้างเชื่อมต่อตั้งแต่แยกจากถนนใหญ่ เพื่อทอดยาวเข้าสู่พื้นที่อันแสนกว้างขวางของคุ้มภูคำ..

รถจอดสนิทใกล้บันไดบ้านเหมือนคนขับมีธุระเพียงไม่นานและพร้อมจะออกจากบ้านในระยะสั้น ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ที่ชานเรือนต้องเอ่ยถามเสียงใสเมื่อกับคนที่เปิดประตูพร้อมยื่นขายาวๆออกมาจากด้านคนขับ

“คุณอชิรีบมากหรือคะ”

“คุ..คุณสอง”

ร่างสูงของชายหนุ่มที่สะดุ้งเฮือกแล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอเหมือนตกใจ เรียกเสียงหัวเราะคิกพร้อมๆกับร่างสาวที่โน้มตัวชิดระเบียงแกะสลักพลางถามซ้ำทั้งรอยยิ้ม

“คุณอชิตกใจหรือคะ สองขอโทษไม่นึกว่าเรียกเท่านี้ก็ตกใจด้วย”

“เปล่าครับคุณสอง”

เขาตอบอุบอิบเพราะต้องระงับใจที่เต้นตึกของตนเองจนมันพอจะสงบลงได้ อชิระก็ตัดใจถอดรองเท้าบูธเพื่อเดินขึ้นไปตามบันไดไม้แผ่นหนา และเมื่อเขาไปยืนห่างเธอร่วมสองวาชายหนุ่มก็เอ่ยถามพร้อมสายตามองเลยเธอเข้าไปในตัวบ้าน

“ท่านอยู่บ้านหรือเปล่าครับคุณสอง”

“ออกไปธุระค่ะแต่คุณพ่อคงใกล้ถึงบ้านแล้วมังคะ เพราะเมื่อครู่ใหญ่คนขับรถโทรมาบอกเด็ก ให้เตรียมอาหารกลางวันไว้ให้น่ะค่ะ ยังไงเดี๋ยวคุณอชิก็ทานข้าวพร้อมกันคุณพ่อเลยนะคะ”

“ธุระของผมคงไม่นาน อาจอยู่ไม่ถึงได้ทานข้าว”

“ทานสักนิดเถอะค่ะสองอุตส่าห์ลงมือทำเองเลยนะ เพราะได้ยินว่าคุณพ่ออยากทานพาสต้า ไม่รู้คุณพ่อคิดอะไรขึ้นมาเลยอยากกินของนอก สองเลยต้องทำให้น่ะค่ะ คุณอชิลองทานฝีมือสองหน่อยสิจะได้ติชมกันด้วย”

รอยยิ้มหวานที่แซมมาพร้อมน้ำเสียงคล้ายอ้อนของเธอ ก็มากพอที่อชิระแทบจะปฏิเสธไม่ลงอยู่แล้ว แต่เมื่อหญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้พร้อมจับแขนเขาไว้อย่างสนิทสนม ริมฝีปากที่เตรียมตอบรับของชายหนุ่มก็กลายเป็นเผยอนิ่งแล้วยืนทื่ออยู่ดังเดิม

“นะคะ ตกลงคุณอชิชิมฝีมือสองนิดเดียวก็ได้ ถ้าไม่อร่อยสองให้ต่อว่าได้เลยค่ะ”

เครือออนคะยั้นคะยอตามมาอีกแต่เพราะเห็นท่าทางนิ่งงันของชายหนุ่ม เธอจึงคิดว่าจะถูกอีกฝ่ายปฏิเสธ หญิงสาวจึงบีบปลายนิ้วไปบนท่อนแขนนั้น ซึ่งมันก็เป็นการกระทำที่เธอเคยปฏิบัติมากับเขาตั้งแต่เด็กแท้ๆ แต่คราวนี้ปฏิกิริยาที่สะดุ้งของชายหนุ่มพร้อมปัดมือเธอออกอย่างรวดเร็ว ทำเอาคุณหนูคนที่สองของบ้านต้องยืนนิ่งเหมือนตกใจไปบ้าง

“ทานครับ เดี๋ยวผมเข้าไปรอท่านที่ห้องรับแขกก่อนดีกว่า”

อชิระที่พูดเสียงรัวก่อนจะก้าวพรวดหนีไปเฉยๆ ทำให้หญิงสาวต้องยกมือทั้งคู่ของตัวเองขึ้นดูอย่างสงสัย..นี่เขาเป็นอะไรขึ้นมาจึงมีทีท่าไม่อยากเสวนากับเธอขนาดนั้น

‘’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’

“อ้าววันนี้วิ่งโร่มาถึงนี่ ที่ฟาร์มมีปัญหาอะไรหรือเปล่า หรือว่ายายหนึ่งสร้างเรื่องปวดหัวให้อีก”

เสียงทักจากพ่อเลี้ยงภูคำดังขึ้นเมื่อเดินขึ้นบ้านแล้วเห็นอชิระนั่งรออยู่ที่นอกชาน ชายหนุ่มต้องลุกขึ้นยืนต้อนรับอีกฝ่ายบ้างก่อนจะรีบพูดเพื่อให้จบๆ

“ผมมีธุระจะปรึกษากับพ่อเลี้ยงนะครับคือว่า..”

“เดี๋ยวค่อยพูดกันดีมั้ยอชิ ตอนนี้ลุงหิวมากอุตส่าห์อดไม่กินอะไรมาจากข้างนอกเพราะอยากกินฝีมือยายสอง”

“แล้วแต่พ่อเลี้ยงครับ”

“ยายสองไปไหนเสียหละ”

พ่อเลี้ยงภูคำถามหาลูกสาวก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อเห็นเธอยื่นหน้าออกมาจากมุมประตูห้องอาหารพร้อมเอ่ยถามอย่างต้องการความเห็น

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณพ่อ ว่าแต่คุณพ่อจะทานในห้องนี้หรือทานที่ชานเรือนดีคะ”

“เอาที่ไหนดีอชิ”

“ที่ชานเรือนน่าจะดีกว่าครับ”

เขาตอบพึมพำเพราะอยากเลี่ยงการนั่งร่วมโต๊ะกับผู้หญิงที่ทำเอาใจตัวเองเต้นถี่

“งั้นสองช่วยให้เด็กจัดไปวางที่ชานเรือนด้วยนะ สงสัยอชิเค้าคุ้นกับที่โล่งๆของฟาร์มแล้วละมั้ง”

“คิดว่าอย่างนั้นครับพ่อเลี้ยง”

รอยยิ้มอบอุ่นและสดชื่นของชายหนุ่มยามพูดคุยตอบโต้คำหยอกล้อของบิดาตนเอง ทำให้หญิงสาวที่เห็นต้องถอนใจแผ่วแล้วหมุนตัวกลับเข้าไปสั่งงานคนรับใช้ด้วยท่าทางเนือยๆ..เครือออนไม่เข้าใจหรอกว่า ทำไมเธอรู้สึกคล้ายหายใจไม่เต็มปอดสักครั้งเมื่อเห็นอชิระ และไอ้เจ้าความรู้สึกประหลาดนี้มันไม่เหมือนสมัยที่เธอเป็นเด็กที่เคยวิ่งตามเขาแม้แต่น้อย

เครือออนพยายามตัดความคิดอันวุ่นวายก่อนจะคอยดูเด็กรับใช้ที่นำอาหารและเครื่องดื่มไปจัดวางจนเรียบร้อย เธอจึงเดินออกมาแล้วทรุดตัวลงนั่งพับเพียบบนเบาะนุ่มข้างๆบิดา จนพ่อเลี้ยงภูคำต้องหันมาถามเมื่อเห็นลูกสาวจัดการตักอาหารให้ตัวเองด้วย

“หืม!จะทานพร้อมกับพ่อหรือลูก พ่อนึกว่าหนูเรียบร้อยแล้วเสียอีก”

“ยังเลยค่ะสองรอคุณพ่อนี่คะ”

“อ้าวงั้นก็ดีเลยสิพ่อนึกว่าต้องเหงาเสียแล้ว แหมว่าแต่กลิ่นชีสนี่หอมมากนะอชินะ สงสัยสองต้องตักเอาไปฝากยายหนึ่งบ้างแล้วหละ ไม่อย่างนั้นถ้าเขารู้ขึ้นมาได้เอ็ดเจ้าอชิลั่นทุ่ง”

“สั่งเด็กเตรียมใส่แพ็คให้แล้วค่ะ เผื่อคุณอชิจะด้วยนะคะจะได้เอาไปทานเป็นมื้อเย็น..ถ้าคิดว่าพอจะทานได้”

เสียงของหญิงสาวอาจจะฟังนุ่มนวลแกมหยอกเย้าเขาดังเดิม แต่อชิระกลับรู้สึกถึงความประชดประชันในคำพูดเหล่านั้นของเธอ..ชายหนุ่มก้มหน้าทานพาสต้าสีสันน่ากินทั้งๆที่ลิ้นแทบไม่รับรส เพราะทุกครั้งที่เขาเงยหน้าขึ้นก็จะเห็นเธอเมินมองไปด้านอื่นราวไม่สนใจเขาอย่างนั้น

ชายหนุ่มขับรถออกมาจากบ้านหลังนั้น เมื่อพูดคุยธุระและรายงานทุกอย่างให้พ่อเลี้ยงภูคำทราบ และใบหน้าที่ยังยิ้มได้ของพ่อเลี้ยงสูงวัยเมื่อทราบเรื่อง ก็ทำให้เขาพอจะหายใจโล่ง แต่ก่อนเขาจะขึ้นไปนั่งบนรถ คุณหนูคนที่สองของบ้าน ก็ทำให้อาการดีใจของเขากลับมาห่อเหี่ยวดังเดิมและเหมือนจะมากขึ้นเสียด้วย

“สองอยากไปเรียนต่อต่างประเทศจัง”

เขาได้ยินคำนั้นขณะรับถุงซึ่งบรรจุแพ็คอาหารมาจากเธอ แต่หลังจากหายจากใจเต้นแวบแล้ว ชายหนุ่มก็ขึ้นรถและขับออกจากบริเวณบ้านหลังนั้นโดยไม่ยอมพูดจาโต้ตอบกับเธอแม้แต่น้อย



ระหว่างที่ฟาร์มภูคำรอเทรนเนอร์คนใหม่ อชิระและเก็ตถวาก็ดูจะพูดคุยกันได้ดีกว่าเดิม แต่ในขณะที่คุณหนึ่งรื่นเริงด้วยความสุข อชิระกลับต้องเตรียมหาทางหนีทีไล่ซึ่งก็เริ่มตั้งแต่ เขานำเงินที่ได้มาจากพ่อเลี้ยงภูคำแล้วโอนผ่านไปทางเพื่อนเพื่อเข้าบัญชีของเทรนเนอร์ซึ่งต้องลงทุนจ้างมา ก่อนจะสังเกตท่าทีของบ๊อบแทบทุกระยะ

เขาไม่ได้บอกใครๆว่าที่นี่จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ถึงแม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็เถอะ แต่เขาก็ยังไม่ต้องการให้ใครรู้ และในช่วงที่อชิระทำใจเย็นรอคนจากต่างประเทศอย่างเงียบๆนั้น ชายหนุ่มกลับร้อนใจจนแทบจะนับเวลาทุกนาทีก็ว่าได้..เขากลัวว่ายิ่งปล่อยเวลาให้นานไปมากเท่าไหร่ และข่าวการได้เทรนเนอร์กระจายออกวงกว้างขนาดไหน ปัญหาต่างๆในฟาร์มภูคำจะยิ่งเพิ่มตามไปด้วย

สัปดาห์ต่อมาความกังวลของอชิระก็หมดไป เมื่อเพื่อนหนุ่มติดต่อมาว่าให้เขาเตรียมไปรอรับเทรนเนอร์ซึ่งน่าจะเดินทางถึงประเทศไทยในตอนบ่ายของวันนี้ อชิระค่อยยิ้มออกมาได้บ้าง ขณะเขาขับรถไปรับชายหนุ่มคนนั้นถึงสนามบินเชียงราย และถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าตาจริงๆ แต่ชายหนุ่มต่างชาติคนหนึ่งซึ่งเดินสะพายกระเป๋าใบใหญ่ออกมา เขาช่างเตะตาจนอชิระคิดว่าน่าจะใช่

“สวัสดีครับมีสเตอร์แมทธิว”

คิ้วเข้มข้างหนึ่งที่เลิกขึ้นสูงพร้อมๆกับร่างที่หยุดเดินทำให้อชิระต้องพูดอีกครั้ง

“ผมคิดว่าทักคนไม่ผิด ผมมาจากฟาร์มภูคำครับ”

“อ้อ..รถอยู่ที่ไหนหละ”

คนที่ตอบรับง่ายๆและทำท่าเหมือนพร้อมจะเดินตามเขา ทำให้อชิระต้องออกเดินเคียงกัน ก่อนจะเอ่ยถามไปด้วย

“เดินทางสะดวกดีนะครับ ไม่พบปัญหาอะไรใช่หรือเปล่าคุณแมทธิว”

“ไม่รู้ว่าสะดวกหรือเปล่า เพราะผมหลับมาเกือบตลอดทางเลยหละ”

“หลับได้ก็ดีนะครับ ปกติผมไม่ค่อยเห็นคนที่นอนได้สนิทบนเครื่อง”

“เอาแรงไว้น่ะคุณ ได้ข่าวว่าฟาร์มคุณกำลังมีปัญหาผมจำเป็นต้องทำตัวให้พร้อม”

แม้แมทธิวจะพูดด้วยน้ำเสียงเนิบช้า แต่อชิระก็ต้องทำความเข้าใจอยู่บ้าง ก็แน่หละในเมื่อภาษาอังกฤษของเขามันแค่พอฟังและพูดได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

“ถ้าคุณแมทธิวได้ทราบมาจากโทนี่บ้าง คุณคงพอรู้รายละเอียด”

“ พอจะรู้ เดี๋ยวเราไปคุยกันที่ฟาร์มดีกว่า อ้อคุณชื่ออะไรนะ”

“อชิระครับ”

“เรียกยากมีง่ายกว่านี้หรือเปล่า”

“เรียกผมว่าอชิก็ได้ครับ”

“ถ้าผมเรียกคุณว่าอชิ คุณก็ช่วยเรียกผมว่าแมทน่าจะดูสนิทกันมากขึ้น”

“ยินดีครับ”

อชิระถอนใจเฮือกเมื่อรู้สึกโล่งใจกับการวางตัวง่ายๆของเทรนเนอร์คนนี้ เขาพอจะรู้หรอกว่าเทรนเนอร์ฝีมือดีๆและต้องจ้างด้วยราคาสูงๆนั้น หลายๆคนมักจะเอาแต่ใจและถือตัวกันเกือบทั้งหมด แต่แมทธิวชายหนุ่มที่หน้าตาไม่น่าจะมีอาชีพแบบนี้สักนิด เพราะในสายตาของอชิระแล้ว มิสเตอร์แมทธิวน่าจะไปเป็นนายแบบเสื้อผ้าเสียมากกว่า เขากลับทำตัวได้กลมกลืนและเข้ากับคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว

…………………………………………………………..

“ฟาร์มสวย”

คำชมดังขึ้นเมื่อแมทธิวก้าวลงมาจากรถและกวาดสายตารอบเดียวเป็นวงกว้าง...ฟาร์มภูคำช่างผิดกับที่เขาคาดไว้อย่างลิบลับ เพราะถึงชายหนุ่มจะเห็นภาพจากเวบของฟาร์มมาบ้างแล้ว แต่เขาก็ไม่เชื่อว่าทุกอย่างในเวบจะเป็นของจริงทั้งหมด

ปกติการถ่ายภาพเพื่อลงโฆษณาจำเป็นต้องหามุมสวยๆหรือบางครั้งต้องช่วยด้วยการตกแต่งภาพให้ดูดีขึ้นเพื่อชักจูงให้คนสนใจ เขาเองก็เคยเห็นมาเยอะ...แต่ที่นี่เมื่อยืนมองอยู่บนเนินจนเห็นคอกม้าอันเชียวชอุ่มและมีเจ้าสัตว์แสนสวยเดินกระจัดกระจายอยู่นั่น ชายหนุ่มก็พูดได้อย่างเต็มปากว่าฟาร์มภูคำสวยและน่าจะสมบูรณ์แบบฟาร์มหนึ่ง

“คุณแมทไปพบคุณหนึ่งเลยนะครับเพราะเธอใจร้อนมาก”

“คนที่ยืนอยู่ข้างสนามนั่นใช่หรือเปล่า”

เขาถามและสายตาจับนิ่งที่ด้านหลังของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเห็นอยู่

“ครับ วันๆเธอก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น หรือไม่อีกทีก็อยู่ในคอกพักของม้า”

“พบเลยดีกว่า ไหนๆก็ต้องเจอกันอยู่แล้วนี่”

แมทธิวพูดง่ายๆแล้วเดินลิ่วลงไปตามพื้นที่ลาดเทต่ำๆ จนเขาสามารถเข้าไปยืนข้างๆเธอ...ใบหน้าที่หันมาและดวงตาโตๆที่มองสบเขา ก่อนจะกวาดสำรวจช้าๆไปตามร่างราวหาจุดตำหนิเกิดขึ้นอยู่นานจนชายหนุ่มต้องยิ้มกว้างกับท่าทางประหลาดของหญิงสาวคนนั้น

“ผมเป็นเทรนเนอร์ที่ฟาร์มนี้ติดต่อไป”

คำแนะนำตัวง่ายๆ ของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่และเป็นคนที่เก็ตถวาต้องแหงนหน้ามองอยู่นี่ ทำให้หญิงสาวต้องกระพริบตาปริบๆแล้วพึมพำอย่างงงๆ

“ฉันนึกว่าคุณจะมาขอใช้สถานที่ถ่ายแบบ”

“ผมเป็นเทรนเนอร์”

เก็ตถวาได้ยินคำพูดย้ำของเขาแล้วหละ แต่เธอมัวแต่สนใจรูปร่างหน้าตาของผู้ชายคนนี้ต่างหาก...สูงและไหล่กว้างแผงอกหนาจนเห็นชัดผ่านเสื้อผ้าได้ปานนี้ เขาน่าจะมีกล้ามเนื้อพอๆกับม้าของเธอเลยหละ และนั่นเอวสอบก่อนจะต่ำลงเป็นขายาวและรองเท้าบูทสูง..ถ้าเขาคนนี้ต้องไปขี่ม้าธรรมดาที่ไม่ใช่ม้าเทศละก็ เก็ตถวาก็คิดว่าคงน่าเกลียดพิลึก

รูปร่างเขาที่เธอคิดว่าดีเกินคาดแล้ว ยังน่าจะน้อยกว่าหน้าตาอันหล่อจัดจนเธออยากจะกรี๊ด..หล่อมากและเขาน่าจะหล่อพอๆกับเจ้าสกายของเธอ

“คุณพอจะยื่นมือให้ผมจับ เพื่อแสดงว่าเรารู้จักกันได้หรือยังครับ”

“ได้ค่ะ..เอ่อ คุณชื่ออะไรกันแน่คะคุณหนึ่งจะได้เรียกถูก”

เธอตอบพร้อมยื่นมือขวามือหาเขา ทั้งๆที่ใบหน้าขาวๆก็กำลังก้มมองแผ่นกระดาษในมือซ้ายของตนเองที่ยกขึ้นดูเก็ตถวาค่อนข้างสงสัยไม่น้อย เมื่อเห็นชื่อของชายหนุ่มในกระดาษประวัติคร่าวๆแผ่นเดียวที่เขาส่งมาให้..แปลกที่มิสเตอร์แมทธิว กลับมีวงเล็บไว้ด้านหลังอีกชื่อว่า “ภาม”

“แล้วแต่ความสะดวกของคุณ จะเรียกผมว่าภามหรือแมทธิวก็ได้แล้วแต่คุณจะชอบ”

“ถ้าคุณหนึ่งไม่ชอบทั้งสองชื่อนี้ละคะ”

“คุณคงต้องตั้งให้ผมใหม่”

คำตอบแบบไม่ยี่หระของเขาอาจจะสร้างอารมณ์ปรี๊ดให้กับหญิงสาว แต่เก็ตถวาก็ต้องทนทำเสียงนิ่งเพราะไม่ต้องการเสียเทรนเนอร์ที่ได้มาฟรีๆ

“สมมติว่าคุณหนึ่งตั้งชื่อให้คุณใหม่แล้วมันน่าเกลียดละคะ คุณยินดีจะให้คุณหนึ่งเรียกคุณอย่างนั้นเหรอ”

“ตามสบายเลยครับคุณ พอดีผมเป็นคนอารมณ์เย็นและไม่ค่อยถือสาเรื่องแบบนี้ ผมผ่านงานและรับมือกับนายจ้างเจ้าอารมณ์มาเยอะ เชื่อเถอะว่าผมรับคุณได้ทุกสถานการณ์”

“ฉันเก็ตถวาค่ะ เอาเป็นว่าต่อไปคุณช่วยเรียกฉันว่าคุณหนึ่งนะคะ ส่วนฉันจะเรียกคุณว่าคุณภาม”

“ยินดีครับคุณหนึ่ง”

“ค่อยยังชั่วเราน่าจะเข้ากันได้ไม่ยาก..อ้อคุณภามมีเวลาอยู่ที่นี่สามอาทิตย์นะคะ คุณหนึ่งจะได้เตรียมจัดตารางการทำงานให้”

“สองสัปดาห์ต่างหาก”เขาท้วง

“อ้าว สองสัปดาห์หรือคะ คุณหนึ่งคิดว่าทางโน้นจะเพิ่มเวลามาในสัญญานี้เสียอีก เอ..หรือว่าคุณหนึ่งอ่านไม่ชัดกันเนี่ย”

ชายหนุ่มตาพราววับเพราะกลั้นหัวเราะ เมื่อได้ยินคำพูดรวบรัดแบบฉวยโอกาสของเธอ..ข่าวจากคนที่บอกก่อนเขาจะมาที่นี่ ว่าให้ระวังผู้หญิงคนนี้ให้มากเพราะเก็ตถวาคือนักฉวยโอกาสตัวจริง และเขาก็คิดว่าเป็นจริงเสียด้วยเพราะเธอเพิ่งแสดงให้เขาเห็นชนิดจะจะ

“ตกลงสองสัปดาห์จริงๆนั่นแหละค่ะ แต่ว่าคุณภามคะถ้าสมมติว่า...คุณชอบที่นี่ รักม้าและบรรยากาศของฟาร์มภูคำ แล้วคุณติดใจจนอยากจะอยู่ช่วยสอนฟรีๆต่อ ทางโน้นจะห้ามคุณหรือเปล่าคะ”

ยายตัวแสบเอ๊ย อย่าคิดว่าคนอย่างแมทธิวจะยอมเดินทางมาค่อนโลก เพื่อให้ผู้หญิงหน้าสวยๆคนนี้หลอกต้ม ถ้าเขาไม่เต็มใจให้เธอหลอก

“ผมเป็นเทรนเนอร์อิสระสามารถตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตนเอง”

“แหมถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยค่ะ คุณหนึ่งจะให้คนดูแลคุณอย่างดีเลยนะคะเผื่อคุณภามจะชอบที่นี่ขึ้นมาบ้าง ฟาร์มภูคำกำลังเจริญเพราะคุณหนึ่งมีฝีมือ..เอ่อไม่ได้อวดนะคะ แต่คนเขาพูดกัน แล้วก็พอภูคำเจริญเพราะคุณหนึ่งๆก็อยากได้เทรนเนอร์เก่งๆแบบคุณภามน่ะค่ะ”

เขาทั้งขำและหมั่นไส้คำโอ่จนเหมือนอวดตัวของเก็ตถวา..แต่ก็อย่างว่าในเมื่อเขาพอจะรู้ว่าเธอเป็นอย่างไร ภามซึ่งทำใจไว้บ้างแล้วจึงเอ่ยย้อนถามด้วยเสียงทุ้มๆของตนเอง

“รู้ได้อย่างไรว่าผมเก่ง”

เก็ตถวาต้องเป็นฝ่ายยืนอึ้งเมื่อเห็นดวงตาสีเขียวราวทุ่งหญ้าขจีของชายหนุ่มตวัดแวบ ก่อนร่างสูงนั้นจะหมุนตัวเดินช้าๆ แล้วตวัดตัวข้ามรั้วเข้าไปอยู่ในคอกม้าฝึกหัดราวไม่ต้องการคำตอบของเธอ..หญิงสาวยังยืนเงียบเพราะต้องขมวดคิ้วมุ่นขณะนึกหาความหมายจากสายตาคู่นั้น


..............................................








bigger
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 17 ส.ค. 2554, 14:20:13 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 17 ส.ค. 2554, 14:20:13 น.

จำนวนการเข้าชม : 1984





<< ตอนที่ 1ภูคำฟาร์มม้าแข่ง   ตอนที่ 3 >>
แว่นใส 17 ส.ค. 2554, 17:02:48 น.
เปิดศึกแล้วนะ


windy2000 18 ส.ค. 2554, 19:26:20 น.
ชอบอ่ะ


เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account