มาลีเริงไฟ: รังสี(วิรัตต์ยา) ปลายปากกาสำนักพิมพ์
‘ญานีน’ ถึงกับช็อกเมื่อรู้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเธอ
เป็นฝีมือของ ‘อัคนี’ สามีสุดที่รัก ที่ร่วมมือกับ ‘วิรัลยา’ แฟนเก่าของเขา
เพียงเพราะทั้งคู่อยากกลับไปใช้ชีวิตด้วยกัน

โชคร้ายของพวกเขาที่เธอไม่ตาย
เพราะนับจากนี้จะไม่มีญานีนผู้อ่อนแอ โง่เง่า และขี้ขลาดอีกต่อไป!

เธอวางความรักที่มีต่ออัคนีลง แล้วหยิบความแค้นมาเป็นเข็มทิศนำทาง

ญานีนจะตามล่า และตามฆ่าพวกเขาด้วยมือของเธอเอง
โดยยอมรับความช่วยเหลือจาก ‘เจิมจันทร์’ ผู้เป็นยาย
...ยายซึ่งเป็นพวกเล่นของ!...

นาทีนี้ ญานีนไม่สนถูกผิด ไม่สนว่าใครจะเจ็บ ใครจะตาย
สนเพียงว่าแค้นของเธอต้องได้รับการชำระ

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ก็เอาด้วยไสยดำ!


*******************

หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้เป็นซีรีส์ "ร้อยเล่ห์เสน่ห์จันทน์" มีทั้งหมด 4 เรื่อง แต่งโดยนักเขียน 3 ท่าน ดังนี้
-ราคีสีเพลิง แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา) ดุจดาริน (พิมาลินย์) รางนาก (สะมะเรีย)
-มาลีเริงไฟ แต่งโดย รังสี (วิรัตต์ยา)
-เลื่อมลายพรายจันทร์ แต่งโดย ดุจดาริน (พิมาลินย์)
-ม่านมนตกานต์ แต่งโดย รางนาก (สะมะเรีย)

*******************
จุดเชื่อมโยงคือ 'ยายเจิมจันทร์ เสน่ห์จันทน์' ยายของหลานๆ ทั้ง 4 ซึ่งเป็นตัวเอกของทั้ง 4 เรื่องด้านบนเลยจ้า แต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องราวของหลานๆ แต่ละคนแตกต่างกันไป (มาลีเริงไฟ เป็นเรื่องราวของหลานสาวคนเล็กสุดในบ้านเสน่ห์จันทน์ค่ะ)


ใครชอบแนวนิยายรักโรแมนติก ดราม่า สยองขวัญ มีการเล่นคุณไสยมนตร์ดำ อิจฉาริษยา ปมกลับชาติมาเกิด และเหล่าบริวารผีรับใช้ จัดไป! ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์นำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ

Tags: ผี ดราม่า แก้แค้น แต่งงาน สลับตัว เล่นของ

ตอน: บทที่ 4 -100%

บ่ายวันนั้น เจิมจันทร์ไปปรากฏตัวที่คฤหาสน์ของวิญญูอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไปในลักษณะเป็นคนปกติ มีเลือดเนื้อ โดยมีสายพิณกับสมคิดไปด้วย

“ฉันเป็นแม่ยายของเจ้านายแก ทำไมฉันจะเข้าบ้านนี้ไม่ได้!”

นางตวาดยามรักษาการณ์ที่เข้ามาห้าม

“แม่ยาย? ยายเป็นแม่ของคุณวารุณเหรอครับ” ยามถามพลางมองหน้าเจิมจันทร์อย่างพิจารณา เขาเพิ่งอยู่ที่นี่ได้สี่เดือน และมีหน้าที่แค่เฝ้าประตูบ้านเท่านั้น ไม่ได้รู้เรื่องเจ้านายละเอียดนัก

เจิมจันทร์แกล้งเงียบเป็นเชิงยอมรับ ที่จริงนางไม่ได้โกหกแต่อย่างใด นางเป็นแม่ของเมียเก่าไอ้วิญญู ก็เท่ากับว่ายังไงนางก็ยังเป็นแม่ยายของวิญญูอยู่วันยังค่ำ!

“ทีนี้จะให้ฉันเข้าไปเยี่ยมหลานสาวฉันได้หรือยัง”

ยามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็เดินไปโทรศัพท์สายในหาพยาบาล

“คุณพยาบาลครับ คุณยายของคุณวิรัลยามาครับ...อ้าว เดี๋ยว คุณยาย รอก่อนสิ อย่าเพิ่งเข้าไป” ตอนท้ายยามร้องเสียงหลงเมื่อเห็นยายแก่เดินจ้ำพรวดๆ ผ่านเข้าไปเสียแล้ว เดือดร้อนยามรีบวางสาย ตั้งท่าจะวิ่งตาม แต่สมคิดเรียกรั้งไว้

“เดี๋ยวสิพี่ เปิดประตูรั้วให้ผมก่อน ผมจะเอารถเข้า”

เป็นอันว่า เจิมจันทร์สามารถเข้าไปถึงตัวบ้านของวิญญูได้สมใจ นางเตรียมแผนการทุกอย่างไว้หมดแล้ว อย่างไรเสียวันนี้ก็ต้องพาตัวญานีน ออกไปให้ได้

“ให้เข้าไม่ได้หรอกค่ะคุณยาย หนูต้องขออนุญาตจากคุณทั้งสองก่อน” พยาบาลสาวยืนกราน

“ก็โทร.ไปถามเขาสิ” เจิมจันทร์ดุ ทำเอาพยาบาลสาวตัวงอลงโดยอัตโนมัติสัมผัสได้ถึงรังสีความมีอำนาจที่แผ่กระจายจากร่างนั้น จำยอมหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาเพื่อโทร.หาเจ้าของคฤหาสน์

ระหว่างนั้นเจิมจันทร์จ้องโทรศัพท์ของนางพยาบาลตาเขม็ง ทำปากขมุบขมิบพึมพำอะไรบางอย่าง

“ค่ะ คุณวิญญู คือ...”

“ฉันรู้แล้ว ให้คุณแม่เข้าไปได้” ปลายสายตอบกลับมาทั้งที่พยาบาลสาวยังไม่ได้รายงานสักคำ พยาบาลสาวเลยถึงกับเงยหน้ามองเจิมจันทร์ในทันใด สีหน้าสำนึกผิดที่บังอาจห้ามคนสำคัญขนาดนี้

“เชิญค่ะ”

พยาบาลสาวเปิดประตูให้หลังจากที่วางสายจากวิญญูแล้ว

เจิมจันทร์ยิ้มมุมปาก แล้วจึงสาวเท้าเข้าไปในห้องที่ญานีนนอนอยู่

สายพิณทำท่าจะตามเจิมจันทร์เข้าไปในห้องด้วยอีกคน เพราะตามมาตั้งแต่หน้าประตูรั้วแล้ว แต่กลับถูกพยาบาลสาวห้ามไว้ อนุญาตให้แค่เจิมจันทร์เข้าเยี่ยมได้คนเดียวเท่านั้น

“ไปรอที่รถกับสมคิดเถอะ” เจิมจันทร์หันไปสั่งสายพิณ นางเองก็ยังไม่อยากให้แม่บ้านของนางเข้าไปเห็นคนในห้องเหมือนกัน เดี๋ยวจะยิ่งไปกันใหญ่

สายพิณยังคงชะเง้อมองในห้องอย่างเสียดาย นางพยาบาลเลยรีบปิดประตู แล้วเดินตามเจิมจันทร์เข้าไปในห้อง รายงานว่า

“เมื่อคืนนี้คุณหนึ่งมีอาการประหลาดๆ นิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้เป็นปกติแล้ว”

“คุณหนึ่ง?” เจิมจันทร์ทวนชื่อนั้นในลำคอ

หมายความว่าวิญญูกับวารุณบอกพยาบาลว่านี่คือวิรัลยาอย่างนั้นหรือ...

“หล่อนเป็นพยาบาลอยู่ที่ไหน”

“เอ่อ...อยู่ที่คลินิก...คุณหมอท่านหนึ่งค่ะ อยู่หน้าปากซอยนี่เอง” หญิงสาวตอบไม่เต็มเสียง สีหน้าไม่สบายใจ

“หน้าปากซอย? นั่นมันคลินิกสัตว์ไม่ใช่รึ”

“แต่หนูเคยเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลมาก่อนจริงๆ นะคะ เคยดู แลคนไข้มาก่อนจริงๆ และแม่หนูก่อนแกตายก็เป็นเจ้าหญิงนิทราเหมือนกัน หนูไม่ได้หลอกนะคะ” พยาบาลสาวละล่ำละลัก

เจิมจันทร์ถึงกับส่ายหน้า แต่ลับหลังนางแสยะยิ้ม

สองผัวเมียใจคอโหดร้ายใช้ได้ โดยเฉพาะวิญญู นอกจากเอาตัวลูกสาวมาหมกให้เป็นผักแล้ว ยังจ้างพยาบาลสัตว์มาเป็นคนดูแลอีก ผีเน่ากับโลงผุจริงๆ!

“แสดงว่าหล่อนไม่เคยรู้จักลูกสาวบ้านนี้มาก่อนสินะ”

“รู้จักวันแรกก็ตอนเข้ามาทำงานที่นี่แหละค่ะ” พยาบาลสาวก้มหน้าตอบเสียงอ่อย

“ท่านบอกว่าติดต่อมาดูแลลูกสาว หนูก็คิดว่าเป็นน้องหมาน้องแมว ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคน หนูไม่ผิดนะคะ ก็ท่านติดต่อเอง”

“แล้วฉันว่าอะไรหล่อนสักคำหรือยัง” เจิมจันทร์ตวาดอย่างรำคาญทำเอาพยาบาลสาวสะดุ้งเฮือก

“ไป หล่อนออกไปข้างนอกก่อน ฉันจะอยู่กับหลานฉันสักหน่อย”

“ค่ะๆ” พยาบาลสาวรีบรับคำ ก่อนจะออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อบานประตูปิดลง เหลือแค่นางกับหลานสาวบนเตียง

เจิมจันทร์ก้มลงเรียกชื่อญานีนเบาๆ

“ยิหวา ตื่น ยายมารับแกกลับบ้านแล้ว” พูดจบก็เอาไข่ใบเมื่อเช้าไล้ไปตามตัวหญิงสาว พร้อมท่องบทสวด จากนั้นก็เอาไข่ออกและรอเวลา แต่รอเกือบห้านาที ก็ไม่มีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าญานีนจะรู้สึกตัว

“ทำไมไม่ฟื้น...ทั้งที่วิญญาณที่กดยายยิหวาอยู่ก็เป็นแค่สัมภเวสีชั้นต่ำ”

หญิงชราพึมพำแปลกใจ กำลังจะตัดสินใจเปลี่ยนแผน ให้สมคิดเข้ามาพาตัวญานีนออกไป ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงเรียกของพรายเด็กหนุ่มรับใช้ดังมาจากนอกตัวบ้าน

‘คุณท่านขอรับ คุณท่าน...’

‘มีอะไร’ นางถามกลับในใจ

‘ผมพิจารณาดูแล้ว นายอาจต้องใช้จี้ของคุณยิหวามาร่วมปลุกเธอด้วย เธอสวมมันมานานจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณเธอ’

‘แต่จี้นั่นหายไปแล้ว’

‘ยังไม่หายขอรับ ผมเห็นคุณหนึ่งทิ้งไว้ในลิ้นชักหัวเตียง บ้านคุณอัคนี’

‘งั้นก็ไปเอามาให้ข้าสิ!’ เจิมจันทร์สั่ง

แต่พรายนพส่ายหน้าหวือ ‘ต้องให้คนในบ้านถือออกมาให้ขอรับ ผมเข้าไม่ได้ ถึงเข้าได้ ก็ไม่มีสิทธิ์หยิบอยู่ดี’

‘ถ้างั้นเอ็งจะไปไหนก็ไป เรื่องนี้ข้าจัดการเอง!’

เจิมจันทร์ไล่ น้ำเสียงขัดใจปนรำคาญ

เมื่อกลับมาอยู่ตามลำพังอีกครั้ง เจิมจันทร์ต้องใช้สมองขบคิดอย่างหนัก นางยังไม่อยากแสดงวิชาของนางออกไปให้ ‘ใครคนนั้น’ รู้ เพราะถ้ามันรู้ วิรัลยา วิญญู และวารุณก็ต้องรู้ และอาจทำอะไรรุนแรงกับญานีนในช่วงเวลาที่นางยังช่วยไม่ได้

ฉะนั้นสิ่งที่นางทำได้ในตอนนี้คือ ลบเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้เสียจากความทรงจำของทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ จากนั้นนางจึงค่อยพาคนของนางกลับเรือนเสน่ห์จันทน์ ทำราวกับว่าไม่เคยเหยียบย่างเข้ามาในคฤหาสน์ของวิญญูมาก่อน...



****************



“สัมภเวสี จุตินัง...ทองดี มึงจงมาหากูบัดเดี๋ยวนี้!”

ทันทีที่เข้ามาในห้องพระบนเรือนเสน่ห์จันทน์ เจิมจันทร์ไม่รอช้าเข้าสมาธิ สวดเรียกวิญญาณที่อยู่ในจี้ของญานีนให้ออกมา ใช่ เครื่องประดับที่นางให้หลานทุกคนใส่ติดตัวไว้ นางสะกดพวกผีพรายทาสรับใช้ของนางเอาไว้ในนั้นด้วย และนางก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าจี้เพชรที่ให้ญานีนไปยังอยู่! น้ำเสียงของนางจึงกระแทกกระทั้นรุนแรง เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ!

แต่ทว่าจากการสวดเรียกของนาง สิ่งที่ได้รับคือความว่างเปล่า

‘เป็นไปได้ไหมขอรับว่าทางฝั่งนั้นทำ...’

“เป็นไปไม่ได้! ถ้าพวกมันทำ ข้าต้องรู้!” เจิมจันทร์สวนกลับพรายนพ ที่ปรากฏตัวขึ้นในห้องพระด้วยอาการร้อนรนไม่แพ้กัน

จากนั้นเจิมจันทร์ก็หันไปกวาดตามองไปรอบๆ ห้องพระด้วยแววตาที่ชวนให้พรายนพถึงกับขนลุกซู่

“จะออกมาดีๆ หรือจะต้องให้ข้าใช้ความรุนแรงกับเอ็ง หะ ไอ้ทองดี!”

เท่านั้นกลุ่มควันสีดำสายหนึ่งก็ลอยเข้ามารวมกันเป็นร่างเด็กชายวัยราวเก้าขวบอยู่ในชุดโจงกระเบน ไม่ใส่เสื้อ ปรากฏขึ้นตรงหน้าเจิมจันทร์ในเวลาอันรวดเร็ว

“มึงยังอยู่จริงๆ ด้วยไอ้ทองดี!” หญิงชราตวาดเสียงเกรี้ยว

‘หลานผิดไปแล้ว’ เด็กชายรีบทรุดกายลงหมอบกับพื้นและร้องไห้สะอึกสะอื้น

“มึงไม่ต้องมาบีบน้ำตา! หน็อย หายหัวไปแล้วยังจะกล้าดื้อด้านไม่ยอมมาหากู ทำไมมึงไม่เคยมารายงานความเคลื่อนไหวของยายยิหวาแก่กู! ตั้งแต่ตอนที่ยิหวามันนอนอยู่โรงพยาบาลแล้ว มึงเห็นกูไม่ใส่ใจยิหวามัน เลยกล้าปล่อยให้เรื่องมันมาถึงขนาดนี้ใช่ไหม!”

‘หลานผิดไปแล้ว หลานไม่ได้ตั้งใจ’

“มึงคิดทรยศกูใช่ไหม!”

นางคว้าไม้เรียวอาบอาคมที่อยู่ข้างตัว ฟาดขวับเข้าให้ที่หลังของพรายทองดี ปรากฏรอยสีแดงเข้มที่แผ่นหลังเล็กๆ นั่น

‘โอ๊ย ยายจ๋า หลานเจ็บ อย่าตีหลานเลย’

เด็กชายร้องด้วยความเจ็บปวด

‘หลานไม่เคยคิดทรยศยายเลยจ้ะ แต่ช่วงที่คุณหนูยิหวาอยู่โรงพยาบาล คนเขาถอดหลานออกจากตัวคุณหนู พอออกจากโรงพยาบาล หลานก็เห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ยายเองก็ใช้ให้พี่นพรายงานยายอยู่แล้ว...’

“นี่มึงยังจะตอแหล โทษว่าเป็นความผิดกูอีกเรอะ! มึงต้องรู้สิว่าคนที่อยู่บ้านไอ้เดี่ยวไม่ใช่ยิหวา!”

เจิมจันทร์ยังคงหวดไม้เรียวไม่ยั้งมือ เรียกเสียงร้องโอดโอยจากพรายทองดีซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางจะสั่งสอนมันให้หลาบจำ! และไม่ใช่แค่ไอ้ทองดีเท่านั้น ใครหน้าไหนหรือผีห่าตนใดที่คิดจะลองดีกับนาง มันต้องทรมานถึงที่สุด!



****************



อัคนีมีสีหน้าแปลกใจ เมื่อเห็นชื่อเรียกเข้าบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นชื่อ...เจิมจันทร์

ร้อยวันพันปียายของญานีนจะโทร.หาเขาสักครั้ง เพราะนางแสดง ออกชัดเจนแต่ไหนแต่ไรว่าเกลียดและรังเกียจเขามาก

“ครับ คุณยาย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”

“หึ ฉันจะกล้าใช้อะไรผู้บริหารวายอีเอส” ปลายสายเหน็บ

“ที่โทร.หาเพราะฉันมีเรื่องจะขอร้องแกหน่อย...เกี่ยวกับยิหวา แกคงรู้ว่าตระกูลฉันเป็นโหรหลวงเก่า และฉันก็ดูดวงให้ยายยิหวาแล้ว มันยังไม่หมดเคราะห์”

ได้ยินสิ่งที่หญิงชราว่ามา อัคนีก็เงียบ รอฟังประโยคต่อไป

ที่จริงตัวเขาไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอก แต่ก็ไม่อยากขัดให้เคืองขุ่นกันไปมากกว่านี้ ตอนที่เขาแต่งงานกับญานีน นางก็อ้างเรื่องดวงเรื่องฤกษ์ยื้อเวลาอยู่นาน จนยื้อไม่ได้แล้วนั่นละ ถึงยอมให้จัดพิธี

“ฉันอยากได้จี้ที่ยายยิหวาใส่ติดตัวประจำ จะเอามาปลุกเสกเพิ่มพลังให้”

“จี้เหรอครับคุณยาย” อัคนีนิ่วหน้า

“ใช่อันเดียวกับที่ยิหวาบอกว่าหายตอนอุบัติเหตุหรือเปล่าครับ”

“ฉันดูแล้ว มันไม่ได้หายไปไหน แกให้คนของแกเข้าไปค้นในห้อง นอนให้หน่อย”

“เอ่อ...คุณยายครับ มันหายไปแล้วจริงๆ ในห้องนอนไม่มีแน่นอนครับ”

“มันต้องมีสิ! ทำไม? แกกลัวว่าพอหลานฉันมีของคุ้มครองป้องกันแล้วแกจะหลอกมันไม่ได้ใช่ไหม แกถึงได้ขัดขวางฉันนัก”

อัคนีลอบถอนใจ เอาอีกแล้ว วกกลับมาที่เรื่องกลัวเขาจะหลอก ญานีนอีกแล้ว

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณยาย แต่ยิหวาบอกว่าจี้หาย และผมก็ไม่เคยเห็นมันอีกเลยจริงๆ ครับ”

“ถ้าไม่เชื่อ แกก็ลองโทร.สั่งให้คนของแกเข้าไปหาดู ลองหาในที่   ที่มีแสงสว่างน้อย อย่างตู้เสื้อผ้าหรือลิ้นชักต่างๆ น่ะ เผื่อยิหวามันเก็บไว้เองแล้วลืม”

“งั้นก็ได้ครับ เพื่อความสบายใจของคุณยายว่า ผมไม่ได้คิดจะปอกลอกหลานสาวของคุณยาย”

“ก็แค่นี้แหละ กระบิดกระบวนอยู่ได้” นางบ่นแล้วก็ตัดสายทิ้ง

อัคนีถึงกับถอนใจยาว ในเมื่อรับปากแล้วจึงโทรศัพท์เข้าบ้านตัวเองเพื่อสั่งแม่บ้านตามที่เจิมจันทร์ขอ

บ่ายแก่ๆ ของวันนั้น จี้เพชรอันเล็กก็ตกมาอยู่ในมือของเจิมจันทร์...



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 28 พ.ย. 2561, 11:22:36 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 28 พ.ย. 2561, 11:22:36 น.

จำนวนการเข้าชม : 62





<< บทที่ 4 -40% + เปิดจอง   บทที่ 5 -40% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account