ฝนเมษา ดอกไม้พฤษภา: หอมดึก (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
'พฤษภา' สาวสวยผู้อ่อนหวาน ทายาทผู้พี่ของตระกูลมาเฟียคูเปอร์สไตน์เดินทางมาเมืองไทยเพื่อดูแลญาติผู้ใหญ่ของมารดาที่ล้มป่วย หล่อนไม่รู้เลยสักนิดว่าได้เดินเข้าสู่อุ้งมืออันหยาบกร้านของ 'เสือ' หรือ 'พยัคฆ์' วีรกาญจน์ ทายาทนายเหมืองที่เพิ่งฆ่าตัวตายไปเพราะภรรยาแอบเล่นชู้กับสามีของเศรษฐีนีผู้เป็นญาติของหล่อน พยัคฆ์ฉุดกระชากลากถูพฤษภาเข้าไปในป่าลึกด้วยความแค้น เขาคิดจะใช้หล่อนเรียกร้องความยุติธรรมให้ครอบครัว

'เมษา' น้องน้อยผู้ปราดเปรียว มือแม่นปืนที่ทั้งใจร้อนและวู่วาม รีบรุดมาตามพี่สาวที่หายตัวไปอย่างลึกลับ หล่อนจึงได้พบกับ 'ธรรศ' พ่อหม้ายเรือพ่วงสวมแว่นหนาเตอะผู้ตกกระไดพลอยโจนมาเป็นพรานนำทางให้หล่อน เมษาหัวหมุนไปหมดกับบุคลิกของเขา เปลือกนอกเขาทั้งเย็นชาและเชื่องช้า แต่ทว่าบางครั้งกลับจู่โจมฉับไวจนน่าหวาดหวั่น

หรือว่าเขาจะเป็นเสือซ่อนเล็บตัวที่สองแห่งดงสางเสือกันแน่!

***************************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "หอมดึก" (ผู้แต่ง 'พนาพร่ำรัก') และตีพิมพ์กับ "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" เช่นเคยจ้า ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ เรื่องนี้หอมดึกจะพาทุกท่านไปบุกป่าล่าเสือและล่าสาวในคราวเดียวกัน! ใครชอบแนวโรแมนติก น่ารักละมุน หวานซึ้ง มิควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากมีเสือเถื่อนและเสือขรึมให้สาวๆ หวั่นไหวเล่นแล้ว พ่วงด้วยความมันแบบซื่อๆ ฮาๆ ตามประสาชาวบ้านในป่าเขาลำเนาไพร บทเลิฟซีนสวย #รับประกันความสนุก!


***************************
นักอ่านท่านใดสนใจมีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

***สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 4 ช่องทาง***

1.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ
2.ร้านออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก.com ร้านbooksforfun ร้านbanniyayindy ร้านบาร์บี้บิวตี้บุ๊ค ร้านภาวิกา และร้านหนอนนิยาย เป็นต้น
3.สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ.โดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์
4.ซื้อผ่าน plaipakkabooks_officialshop ใน shopee

หนังสือพร้อมส่ง

คุ้มสุดด้วยจำนวน 448 หน้า (พร้อมตอนพิเศษ 3 ตอนรวด!)
สั่งซื้อออนไลน์ราคาเพียง 345฿ จากราคาปก 382฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 45฿ (รวมเป็น 390฿)
ค่าจัดส่ง EMS 70฿ (รวมเป็น 415฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***แบบ eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket***
Tags: เสือ ป่า พี่น้อง เซ็กซี่ ละมุน เถื่อน เชลย คุณหนู มาเฟีย บู๊ ครอบครัว

ตอน: บทที่5 -100%

ฟ้ามืดสนิทแล้ว อาการของคนโดนมื้อเย็นของตัวเองแว้งกัดยังไม่ดี ขึ้น หล่อนหลับๆ ตื่นๆ เหงื่อกาฬแตกจนโชกไปทั้งกาย ปากยังร้องหนาวๆ จนเขาต้องถอดเสื้อมาห่มให้ พยัคฆ์คว้าว่านสมุนไพรในกระเป๋ามาฝนกรอกใส่ปากหล่อน จนอาการทุรนทุรายลดลง เขาทุบเหง้าไพลจนละเอียดพอกปิดแผลไว้ไม่ให้อักเสบ

งูเขียวหางไหม้ไม่ได้มีพิษร้ายแรงนัก แต่สำหรับคนร่างกายอ่อน เพลียอดๆ อยากๆ มาเป็นอาทิตย์อย่างหล่อนนั้นแทบจะเอาชีวิตไว้ไม่รอด ยามเขาเข้าประคองแนบชิดแผ่นหลังเพื่อป้อนน้ำป้อนยา หล่อนร้องครางร่ำไห้หาครอบครัว

“แม่ขา พ่อขา น้องรักไม่ต้องห่วงนะ พี่เมย์ไม่ยอมตายง่ายๆ หรอก ไม่ยอมแน่...”

หล่อนร้องครางเสียงแผ่วน่าเวทนา แล้วก็ผล็อยหลับไปอีก ลมหายใจผะแผ่วรวยรินนั่นทำให้พยัคฆ์ลังเลใจ แม้เขาจะอยากแก้แค้นมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ได้ต้องการให้คนบริสุทธิ์ต้องมาตายเพราะนายสุชาติอีกคน พยัคฆ์อยากพาหล่อนลงไปส่งโรงพยาบาล แต่เกรงว่าไปได้ไม่ถึงครึ่งทางหล่อนก็คงไม่รอด แม้กระทั่งรังเสือใหญ่ก็ยังไกลเกินไปสำหรับตอนนี้

มีเพียงเขาที่จะช่วยชีวิตหล่อนไว้ได้

พยัคฆ์กรอกยาแก้พิษงูที่เหลืออยู่เล็กน้อยให้หล่อนแล้วก็ตัดสินใจออกไปหาสมุนไพรเพิ่มในเช้าวันรุ่งขึ้น กว่าเขาจะรวบรวมตัวยาทั้งหมดมาได้ก็เกือบเที่ยง ชายหนุ่มรีบรุดกลับมา รู้ลึกโล่งใจที่หล่อนยังมีแรงปรือตาขึ้นมามองเขา

พยัคฆ์ป้อนน้ำและยาสมุนไพรบดผสมไพลใหม่ๆ ใส่ปากแห้งแตก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเหงื่อไรผมและเนื้อตัวร้อนผ่าวจนเย็นลง ไม่นานหล่อนก็หลับลงอีกครั้ง จนกระทั่งกลางดึกคืนนั้นพยัคฆ์สะดุ้งตื่นขึ้นเพราะเสียงครางจากคนที่นอนแนบอก

“หิว หิวเหลือเกิน”

“อย่าดิ้น เดี๋ยวลงไปคลุกกับกองไฟ หิวก็นิ่งๆ ไว้จะหาอะไรให้กิน” เสียงแหบห้าวดังอยู่ข้างใบหู หล่อนพยักหน้าน้อยๆ ปรือตามอง ไม่นานก็ได้กลิ่นอาหารหอมกรุ่นอยู่ปลายจมูก

“โอ๊ย งับมือฉันทำไม”

“หิว” หล่อนร้อง

“รู้แล้ว ช้าๆ สิ เดี๋ยวติดคอ ตะกละชะมัด” เสียงทุ้มดุก่อนจะดึงช้อนออกจากปากอิ่ม ลิ้นสีชมพูเลียริมฝีปากแห้งผาก

“อืม อร่อยจัง” หล่อนครางลึกล้ำ หยดน้ำใสๆ ไหลออกมาจากหางตา พยัคฆ์ใช้หลังมือเช็ดให้แล้วตักอาหารป้อนให้หล่อนอีกจนหมดกระป๋อง

“พอแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีกิน ต้องไปตีงูเงี้ยวมากินให้ยุ่งกันอีก” เขาดุแต่ก็อดยิ้มไม่ได้ หล่อนปรือตามองแม้เห็นลางๆ

เสือยิ้มหน้าตาไม่เลวนะ

หล่อนมองหน้าเขาสลับกับกระป๋องเล็กแบนที่เปิดอ้าไว้ คนเคยอดมาเป็นสัปดาห์อดห่วงปากท้องไม่ได้ “หมดแล้วเหรอคะ” หล่อนถามเสียงอ่อย ใบหน้างามเงยขึ้นมองสบตาเขา แวบหนึ่งหัวใจของเสือหนุ่มอ่อนยวบ

“ยังเหลืออีกสองกระป๋อง กินมากๆ เดี๋ยวท้องแตกตาย” เขาตอบเสียงนุ่ม ตัดใจเก็บช้อนก่อนจะหันมาถาม “ปวดแผลไหม”

“นิดหน่อยค่ะ ไม่เป็นไร งูตัวนิดเดียว”

“เกือบตายละไม่ว่า” เขาแตะหลังมือลงที่หน้าผากเนียน หล่อนห่อปากทำตาโต “ตัวร้อน เดี๋ยวคงไข้ขึ้น กินยาแก้ไข้กันไว้ก่อนนะ”

“อื้อ! ขมค่ะ เมย์ไม่ชอบกินยา” หล่อนร้องแต่ไม่ทันเสียแล้ว เขายัดยาเข้าปากหล่อนแล้วกรอกน้ำตามจนหล่อนสำลักน้ำหูน้ำตาไหล

“ทำไมชอบแกล้งนะ” หล่อนแหวเข้าให้ พยัคฆ์ยิ้มใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำที่หกเปื้อนแก้มนวลออกให้อย่างเอาใจ          

“เชื่องช้าแบบนี้ สมัยเด็กๆ โดนน้องแกล้งบ้างไหมนี่”

“ก็ลองแกล้งสิ จะได้ฟ้องคุณแม่”

“เหอะ เป็นพี่แล้วยังขี้ฟ้องอีก”

“นายเถอะ เด็กๆ ไม่มีใครรัก ไม่มีใครเล่นด้วยหรือไง ถึงได้ชอบแกล้งคนอื่น” ดวงตาสีอำพันตวัดมองอย่างเอาเรื่อง พยัคฆ์นิ่งงันไป ก่อนจะเอ่ยช้าๆ

“ไม่มีหรอก ฉันเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่ไม่มีน้อง ว่างๆ ก็เล่นกับเสือ” เขาบอกทีเล่นทีจริง พฤษภาค้อนขวับ

“หลับซะ” เขาเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วถ้าไฟมอดล่ะ ฟืนคงไม่พอ” คนเคยทำหน้าที่รักษากองไฟทุกคืนยังกังวล หล่อนจำได้ว่าคืนหนึ่งหล่อนเผลอหลับไป ปล่อยให้ไฟมอดเขาตื่นมาเจอเข้าก็โวยวาย สั่งให้หล่อนถือไฟฉายเล็กๆ อันเดียวส่องหาฟืนในป่าทั้งกลางดึก แถมบังคับให้หล่อนก่อไฟจนติดอีกด้วย

“นอนเถอะน่า ฉันอยู่ทั้งคน” น้ำเสียงเขาเข้มขึ้นพร้อมตาวาววับ เขากดหัวสวยๆ ของหล่อนลงแนบอก พฤษภาใช้แรงน้อยนิดฝืนไว้ ใบหน้าร้อนผ่าว ใจเต้นรัวจนหล่อนกลัวเขาจะได้ยินเข้า แผ่นอกกว้างๆ นั่นร้อนราวแผ่นเหล็กลนไฟที่ทำให้หล่อนดิ้นหยุกหยิกๆ อยู่พักใหญ่จนฤทธิ์ยาแก้ไข้เข้าควบคุมร่างกายทำให้ไม่อาจฝืนเปลือกตาต่อไปได้อีก

เฮ้อ! กว่าจะหลับได้

พยัคฆ์ทอดถอนใจ ยามหล่อนหลับเป็นตุ๊กตาเมื่อคืนก่อน เขาจะจับนั่งจับนอนอย่างไรก็ไม่มีงอแง พอฟื้นขึ้นมาได้หน่อยก็ทำท่าขึงขังขึ้นมาอีก พนันได้เลยว่าพรุ่งนี้หล่อนคงลุกเดินคอแข็ง ลากสังขารออกไปล่าไอ้ตัวประหลาดๆ อะไรมากินอีกเป็นแน่เพียงเพราะไม่อยากพึ่งพาเขา

สงสัยนักว่าครอบครัวของหล่อนเลี้ยงมาแบบไหนกัน ทีแรกเขาก็นึกว่าได้ฉุดคุณหนูเหยาะแหยะมาเสียอีก ที่ไหนได้ หล่อนทั้งอึด ทั้งดื้อเงียบ วันๆ เอาแต่ยกเหตุผลล้านแปดมาเกลี้ยกล่อมเขา ทำตัวเป็นนักเจรจาปล่อยตัวประกันเสียเอง วุ่นวายเสียจนเขาอยากเอาไปคืนเสียวันละร้อยรอบ

ได้ตัวไอ้สุชาติเมื่อไหร่ จะรีบเอาไปประเคนคืนให้พ่อแม่ถึงประตูบ้านเลยเชียว!



**************



รุ่งเช้าความเหนื่อยล้าทั้งกายใจทำให้ทั้งสองยังนอนหลับสนิท ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเงียบกริบสองคู่ที่ย่องเข้ามายืนมองอยู่หน้ากระโจมที่พัก

“อุบ๊ะ! ไม่เลวเลยโว้ย ไอ้เสือ กกเมียจนตะวันสายโด่งไม่อายผีสางเทวดาเสียมั่งเลย” เสียงดังลั่นนั่นทำให้พยัคฆ์ผวาตื่น มือคว้าปืนมาประทับมั่นตามสัญชาตญาณเสือ พอเห็นว่าใครมาก็ลดอาวุธประจำกายลงหากยังไม่คลายความระวังภัย

“พี่โด่ง พี่ขาว มาได้ยังไง”

พยัคฆ์ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้คนในอ้อมกอดตกใจตื่น พอหล่อนเหลือบไปเห็นชายฉกรรจ์หน้าตาเหี้ยมเกรียมสองคนที่นอกกระโจมก็ใจหายวาบ ขดตัวหลบหลังคนที่เผื่อแผ่ไออุ่นให้ทั้งคืน

“มีตีนก็เดินมา พี่ใหญ่ให้มาดูว่ามึงตายหรือยัง เห็นหายหน้าไปหลายวัน” เสือขาวเดินเข้ามานั่งข้างกองไฟ สายตาอยากรู้อยากเห็นสอดส่อง

พยัคฆ์กระชากเสื้อเชิ้ตที่ผึ่งไว้มาสวมทับอกเปลือยเปล่า พยักพเยิดให้พฤษภาลุกขึ้นนั่ง

“เมียมึงเป็นอะไรวะ หน้าซีดๆ หรือมึงลงมือกับน้องเขาหนักไป”

“โดนงูเขียวหางไหม้กัดเมื่อสามวันก่อน”

“งั้นเรอะ เป็นยังไงบ้างล่ะครับคุณหนู” เสือขาวดัดเสียงเล็กเสียงน้อยแกล้งถามนัยน์ตาวาววับ

“หายดีแล้วค่ะ” พฤษภาตอบ หล่อนขยับตัวลุก กระชับคอเสื้อให้มิดชิดจากดวงตาหิวกระหายของผู้มาเยือนทั้งสอง

“นี่ยากับอาหาร เอาให้เมียมึงกินเสียสิ พี่ใหญ่เขาสั่งให้พวกกูเอามาให้พอดีเลย จริงๆ จะมาส่งข่าวสำคัญกับมึงด้วย” เสือโด่งโยนห่อนั้นให้

“ข่าวอะไร”

“มีคนไปตามหามึงกับคุณหนูคนนี้ที่เหมืองวีรกาญจน์” เสือโด่งโยนรูปถ่ายใบหนึ่งให้พยัคฆ์ พฤษภาเหลือบไปมองแล้วก็เบิกตากว้าง ใจเต้นระรัว

“นั่น! น้องสาวฉัน กับคุณธรรศ”

“งั้นเรอะคุณหนู สวยไม่แพ้กันเลยนะ”

“แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร” พยัคฆ์ถามเสียงห้วน

“เพื่อนบ้านไอ้สุชาติ ชื่อธรรศ พ่อหม้าย ไม่น่ามีพิษสงอะไร”

“แล้วมายุ่งอะไรด้วย”

“เขาว่ามันแอบชอบว่าที่แม่ยายแก” เสือโด่งเล่ายิ้มๆ “ไอ้สุชาติก็จ้องจะเทครัวตาเป็นมัน หรือไม่จริงคุณหนู”

“มะ...ไม่ทราบค่ะ คุณได้พบน้องสาวของฉันไหมคะ ฉันบอกกับเอ่อ คุณเสือแล้วว่าทางบ้านยินดีที่จะจ่ายเงินให้เพื่อแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพของฉัน” คำพูดของหล่อนทำให้เสือโด่งตาวาววับ ดวงตารีขี้เล่นแลสบตาสีเข้มลึกของเสือหนุ่มรุ่นน้องหยอกเย้า เสือขาวเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนอกสนใจ

“ฉันขอคุยกับหัวหน้าของพวกคุณได้ไหม”

“ไม่ได้! เธอจะคุยกับใครไม่ได้ทั้งนั้นนอกจากฉัน ไม่อยากตายก็หุบปากเถอะน่า พูดมากจริง รู้อย่างนี้ปล่อยให้ตายไปเสียก็ดี”

“จุ๊ๆๆ ไอ้เสือ สวยๆ แบบนี้ฆ่าทิ้งก็เสียดายแย่ เบื่อเมื่อไหร่บอกพี่สองคนนะน้อง เอาอย่างนี้ไหม พี่จะไปอุ้มคนน้องมาแลก น้องเอาคนพี่มาให้พี่ แล้วเอาคนน้องไปลองชิมดูเป็นไร”

“ยะ...อย่า อย่าแตะต้องน้องสาวฉันนะ เอาเงินไปสิ พวกนายจะซื้อหาอะไรก็ได้ ต้องการเท่าไร”

“หุบปากเดี๋ยวนี้พฤษภา!” พยัคฆ์ตะคอกเสียงดังลั่น จนร่างบางที่เพิ่งฟื้นไข้ทรุดลงกับพื้นสั่นระริก ไหล่บางสะท้อนสะท้าน สองเสือสบตากัน

“อย่าหนักมือนักเลยน่าไอ้น้อง พวกพี่ไปละ จะเอาข้อเสนอของน้องสะใภ้ไปฝากพี่เสือใหญ่” พูดจบก็เหลือบมองร่างบางที่นอนซุกตัวงออยู่ที่พื้นด้วยสายตาวาววับ ก่อนจะผิวปากเป็นทำนองเพลงยั่วประสาทแล้วเดินจากไป พยัคฆ์ยืนนิ่งงัน

แม่คนนี้จะรู้บ้างไหมว่าได้เอาคอไปวางไว้บนเขียงของไอ้เสือสองตัวนี้เสียแล้ว แม้พยัคฆ์จะเคารพนับถือเสือใหญ่ราวกับเป็นบิดาแท้ๆ แต่สองคนนี้เขาไม่อาจไว้ใจได้สนิทนัก

ขึ้นชื่อว่าเสือ ปล้นกิน ขโมยกิน ลองได้กลิ่นเงินก้อนโต มีหรือจะยอมปล่อยให้หลุดปากไปได้ง่ายๆ

ต่อจากนี้ไม่เพียงแต่จะต้องหนีหลบซ่อนจากคนของไอ้สุชาติ เขายังต้องคอยระวังหลังคนของรังโจรเสือใหญ่พวกเดียวกันอีกด้วย!

“ขยันหาเรื่องจริงๆ นะคุณหนู” เขากระแทกเสียงประชดประชัน “ลุกขึ้นได้แล้ว เก็บข้าวเก็บของ เราต้องหนี”

“หนะ...หนีใครคะ หนีไปไหน ฉันไม่ไปนะ ฉันจะรอน้องมารับกลับบ้าน” พฤษภาถอยหลังไปจนชนผนังถ้ำ หล่อนส่ายหน้าไปมา น้ำตาคลอ 

“รู้ตัวไหมว่าตอนนี้เธอกลายเป็นตัวเงินตัวทองของรังโจรไปแล้วแม่คุณหนูเนื้อหอม อยู่ดีๆ เกิดอยากอวดร่ำอวดรวยกับพวกเสือกระหายเงินขึ้นมา เหอะ” เขาย่างเท้าเข้ามาใกล้ มือแกร่งรวบร่างบางไว้แน่น อีกมือบีบปลายคางบางเบาๆ บังคับให้หล่อนมองหน้าเขา

“แล้วเงินไม่ใช่สิ่งที่นายกับโจรพวกนั้นต้องการหรอกหรือ ในเมื่ออยากได้ฉันก็จะให้แล้วจะเอายังไงอีก หา!” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเชื่อมวาววับ คลอด้วยน้ำตาใสๆ ทำให้มันเปล่งประกายสวยราวกับอำพันเนื้อดี

แต่พยัคฆ์กัดฟันกรอด ขัดหูกับเสียงห้วนๆ นั้น

“ฉันไม่ต้องการเงินของเธอ ฉันต้องการแค่ของของฉันคืนจากไอ้สุชาติเท่านั้น บอกแล้วไงว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้วจะปล่อยไป แต่เธอกลับหาเรื่องใส่ตัว รนหาที่ตาย” เขาเน้นเสียงเน้นคำเยือกเย็นจนหล่อนสะท้านไปทั้งตัว

“ถ้าพวกมันแห่มาทั้งรัง ฉันคงไม่มีปัญญาช่วย หาทางออกเองก็แล้วกัน เก่งนักนี่” เขาสะบัดตัวหล่อนออกด้วยความโมโหสุดขีด

พยัคฆ์รู้ว่าเสือใหญ่คงไม่คิดหักหลังเขา แต่เสือเฒ่ากับไอ้พวกหมาจิ้งจอกห่มหนังเสือเป็นฝูง ใครมันจะเหนือกว่าใครกันเขาเองก็ยังไม่มั่นใจ และหากเสือใหญ่รั้งพวกมันไว้ไม่ได้ เหยื่อรายต่อไปก็คงหนีไม่พ้นเขากับแม่เนื้อทรายน้อยตาใสคนนี้เป็นแน่

“เอาปืนมาสิ” เสียงสั่นร้องบอกมาจากด้านหลัง พยัคฆ์ชะงัก หันขวับมามองหล่อนนัยน์ตาวาววับ

“อะไรอีกวะ” เขาโพล่งออกมา พฤษภาหน้าแดง

“ถ้านายคิดว่าฉันก่อเรื่องก็เอาปืนมาสิ ฉันจะช่วยนายเอง”

“ช่วย? นี่อย่าบอกนะว่าจะเอาปืนนี่ไปสู้กับพวกมัน หรือจะเอาไว้ยิงตัวตายหนีการโดนรุมโทรม เออเข้าท่า”

“นายพยัคฆ์! มันจะมากไปแล้วนะ พูดจาอะไรให้เกียรติผู้หญิงบ้างสิ ฉันยิงปืนเป็น ยิงได้ดีเสียด้วย” หล่อนก้าวเข้ามาหาเขาเป็นครั้งแรก พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะคำรามใส่หล่อน

“อย่ามาลูกไม้กับฉันเสียให้ยาก ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น ไปเก็บของ!”

“ไม่!”

“พฤษภา!”

เขาก้าวเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว หล่อนหลบวูบ หากไม่ได้กินอาหารจนอิ่มหล่อนคงล้มคว่ำไปกับพื้นแล้วเพราะความรวดเร็วของเขา

“เอะอะก็ขู่” หล่อนบ่นงึมงำ มือบางเก็บรวบข้าวของน้อยชิ้น รวบรวมมัดเข้าด้วยกันด้วยเชือกกล้วยป่าที่ทำไว้ใช้หลายเส้น รวบผมยาวสลวยให้พ้นจากใบหน้างาม สาดน้ำเข้ากองไฟ คว้ามีดและหม้อน้ำได้ก็รีบวิ่งตามแผ่นหลังกว้างหายเข้าไปในป่าลึกมากขึ้นทุกทีๆ


*****************

วันนี้ลงให้อ่านจุใจกันไปเลยค่ะ อิอิ ใครเดินทางกลับวันนี้ เดินทางปลอดภัยนะคะ^^


หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 15 เม.ย. 2562, 10:43:13 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 15 เม.ย. 2562, 10:45:02 น.

จำนวนการเข้าชม : 95





<< บทที่5 -40%   บทที่6 -60% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account