กระซิบรักฝากหัวใจที่ปลายฟ้า: พิมมาศ (ปลายปากกาสำนักพิมพ์)
เพราะเสียงกระซิบจากชายในฝัน
ทำให้ 'เอริน' จดจำฝังใจและรอวันที่จะได้พบเจอ
จนเวลาผันผ่านนานนับยี่สิบปี...
เสียงนั้นกลับเข้ามาย้ำเตือนความทรงจำของเธออีกครั้ง
ซีอีโอหนุ่มใหญ่ที่แก่กว่าเธอร่วมสิบกว่าปีได้ ทั้งแววตาและน้ำเสียงอบอุ่นของเขา
ยิ่งใกล้ชิดยิ่งติดพัน ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหว เธอจะทำอย่างไรกับใจของตัวเอง

Love go on, until the end of the world…

เพราะความน่ารัก สดใส เยาว์วัยของเธอ
ทำให้ 'ชานนท์' กลับมายิ้มได้อีกครั้งพร้อมความรู้สึกดีๆ
ผ่านไปอีกหนึ่งปี...
เขากลับมาหาเธอพร้อมคำสัญญาที่เคยให้ไว้
รอยยิ้มของยายกุหลาบชมพูแก้มกลมผู้สดใส อ่อนโยน
กำลังหลอมละลายความแค้นในใจของเขาให้กลายกลับมาเป็นความรักอีกครั้ง


***************************

นิยายเรื่องนี้เขียนโดย "พิมมาศ" และตีพิมพ์โดย "ปลายปากกาสำนักพิมพ์ (Plaipakka Publishing)" เปิดจองเร็วๆ นี้ค่ะ ทีมงานปลายปากกาสำนักพิมพ์จึงนำมาลงให้ได้อ่านกัน ประมาณ 60-70% ของเรื่องนะคะ เรื่องนี้โรแมนติก น่ารักน่าหยิกมากๆ ใครชอบพระเอกหนุ่มใหญ่สายเปย์ รุกจีบเด็ก ส่วนเด็กมีความใสซื่อแต่แก่นแก้วนิดๆ และแอบตามตื๊อ มิควรพลาดจ้าาาาา นอกจากนี้ยังได้ไปเที่ยวยุโรปกันด้วย มีความดราม่าของเรื่องราวในวัยเด็กระหว่างกันแฝงอยู่ด้วยค่ะ #รับประกันความสนุก!


***************************

นักอ่านท่านใดสนใจมีทั้งแบบ eBook และแบบรูปเล่มนะคะ

***สำหรับแบบรูปเล่มวางจำหน่าย 4 ช่องทาง***

1.ศูนย์หนังสือจุฬาฯ

2.ร้านออนไลน์ เช่น ร้านนิยายรัก.com ร้านbooksforfun ร้านbanniyayindy ร้านภาวิกา ร้านbestbooksmile เป็นต้น

3.สั่งซื้อโดยตรงกับสนพ.โดย inbox หาแอดมินเพจปลายปากกาสำนักพิมพ์ หรือผ่าน Line: plaipakkabooks

4.ซื้อผ่าน plaipakkabooks_officialshop ใน shopee

หนังสือพร้อมส่ง

คุ้มสุดด้วยจำนวน 624 หน้า

สั่งซื้อออนไลน์ราคาเพียง 385฿ จากราคาปก 445฿
ค่าจัดส่งลงทะเบียน 45฿ (รวมเป็น 430฿)
ค่าจัดส่ง EMS 70฿ (รวมเป็น 455฿)

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ "ปลายปากกา สำนักพิมพ์"

***แบบ eBook วางจำหน่ายที่เว็บ Mebmarket***

Tags: สายเปย์ รุกจีบ น่ารัก ดราม่า แก้แค้น ลอนดอน ฟลอเรนซ์

ตอน: บทที่ 2 -50%

โรงแรมพาร์ค พลาซ่า สูงตระหง่านกว่าสิบชั้น ป้ายด้านหน้าเป็นแผงยาวตัวหนังสือสีน้ำเงินเข้มขนาดใหญ่เบ้อเริ่ม เอรินถึงกับตาโตกับความโอ่อ่าภายนอกโรงแรมก่อนจะลากกระเป๋าเข้าไปในล็อบบี้ พนักงานสาวสวยผมบลอนด์เอ่ยต้อนรับ หล่อนจึงถามออกไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีค่ะ ฉันมาขอพบมิสวินซ์ เจย์ ห้องสองศูนย์สี่ค่ะ ไม่ทราบเธอกลับมารึยังคะ”

ภาษาอังกฤษของเอรินค่อนข้างกระท่อนกระแท่น แต่ก็พอเข้าใจอยู่ นาทีนี้นอกจากคำพูดสื่อสารแล้วที่สำคัญที่สุดคือภาษามือ ซึ่งพนักงานต้อนรับเองก็รับฟังเอรินอย่างใจเย็น และตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษชนิดรัวเร็วจนตามแทบไม่ทัน จากนั้นก็ต่อสายตรงขึ้นไปยังห้องพักสองศูนย์สี่ให้เอริน

“ขอโทษด้วยค่ะ ห้องสองศูนย์สี่ไม่มีคนรับสาย”

“หรือคะ?” เอรินถึงกับหน้าเสีย พรูลมหายใจออกมายืดยาวอย่างอัดอั้น

เรื่องนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของหล่อน!

“แล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย ยายวีเอ๊ย ติดต่อก็ไม่ได้ จะไปไหนก็ไม่ได้อีก” เอรินบ่น นึกโมโหตัวเองที่อวดเก่งไม่ถามรายละเอียดห้องพักที่เพื่อนเตรียมไว้ให้ แม้แต่สำเนาการเข้าพักหล่อนก็ไม่ได้ขอเอาไว้ ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีทีท่าว่าวินซ์จะมา ท้องหล่อนเริ่มร้องประท้วงเพราะยังไม่ได้ทานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่เช้า

ร่างสูงเพรียวทรุดนั่งบนโซฟาเนื้อนิ่มอย่างอ่อนแรง นึกจะไปหาของรองท้องที่ร้านสะดวกซื้อก็กลัวจะคลาดกับเพื่อนเลยได้แต่นั่งจ้องประตูโรง แรมอย่างใจจดใจจ่อ เผลอสัปหงกเป็นพักๆ แล้วต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นไม่ไกล

เสียงนั้น...เหมือนเสียงที่คุ้นเคยในความฝัน! 

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้วฉัน”

เอรินส่ายหน้าหวือไล่ความง่วงงุนปนความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่ออกไปจากหัวสมอง หล่อนต้องเมาเครื่องแน่ๆ ถึงได้ยินเสียงใครก็ไม่รู้เป็นเจ้าชายในฝันไปได้

“ฉันบ้าไปแล้วเพราะเธอเลย...ยายวี!” ไม่แค่คิด แต่หล่อนเผลอพูดออกมาเสียงดังจนตัวเองยังตกใจ รีบปิดปาก มองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก พลันสาย ตาสะดุดกับชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับ หญิงสาวคนนั้นมองมาทางเอรินอยู่ก่อนแล้วด้วยความสนใจ ตรงเข้ามาทัก

“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อมินนี่เป็นเลขาท่านประธาน ได้ยินว่าคุณยังไม่ได้ห้องพัก กรุณารอสักครู่นะคะ ดิฉันจะติดต่อคุณวิลเลียมแล้วจะจัดการให้โดย เร็วที่สุดค่ะ”

เสียงหวานนุ่มพูดจาภาษาเดียวกันของสาวสวยผู้นั้น เอรินกำลังนั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาดีใจอย่างบอกไม่ถูก ผุดลุกขึ้นจับมืออีกฝ่าย

“ดีใจจังเลยค่ะ! ฉันนึกว่าจะแย่เสียแล้ว คืองี้ค่ะ คือ ฉัน”

“มีอะไรหรือเปล่ามิน เราต้องรีบเข้าประชุมนะ”

ชายหนุ่มอีกคนตามเข้ามาสมทบพลางมองนาฬิกาข้อมือสีหน้าเคร่ง เครียด

“ขอโทษทีค่ะพี่นนท์ เดี๋ยวมินตามไปนะคะ พอดีเธอมีปัญหาค่ะ เราคงต้องช่วยติดต่อเพื่อนให้เธอก่อน พี่นนท์จะขึ้นไปก่อนเลยก็ได้ค่ะ”

“เอางั้นเหรอ” ชายหนุ่มผู้นั้นถามน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก แล้วปรายตามามอง ‘เธอ’ ครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเลยผ่านไปราวกับเป็นอากาศธาตุ

ทว่าผิดกับคนที่ถูกมองเป็นอากาศธาตุอย่าง ‘เธอ’ ที่พอได้เห็นหน้าชายหนุ่มเจ้าของเสียงชัดๆ  ถึงกับอ้าปากค้าง นิ่งงันอยู่นานทีเดียว กระทั่งได้ยินเสียงเขากระแอมในคอ

“เพื่อนที่คุณรอใช่มิสเตอร์วิลเลียม เจ้าของบ่อน้ำมัน กับมิสวินซ์รึเปล่าครับ...คุณ?”

“เอรินค่ะ เอริน อสิราภักดิ์” หล่อนตอบตะกุกตะกัก หัวใจแทบวายเพราะมัวแต่ตะลึงมองใบหน้าคมเข้มแต่แสนคุ้นตา น้ำเสียงนั้นช่างคุ้นหูอย่างประหลาด เสียงของเขากระตุกหัวใจหล่อนจนสะเทือนด้วยถ้อยคำและรอย ยิ้มบาดใจ

“อสิราภักดิ์?” เขาทวนนามสกุลของหล่อน

“ใช่ค่ะ...คุณเคยได้ยินนามสกุลฉันหรือคะ” เอรินถามออกไปเพราะเห็นเขาชะงักไปครู่หนึ่ง

“เปล่า ผมแค่คุ้นๆ ว่าแต่คุณยังไม่ตอบคำถามผม”

“คะ อ๋อ” หล่อนลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้เขาถามถึงการมาที่โรงแรมของหล่อนเลยหน้าเจื่อนเล็กน้อย เลือกพยักหน้าให้แทนคำตอบ

“ก็แค่นั้น” เขาบอกห้วนๆ แล้วหันไปสั่งพนักงานว่า

“เปิดห้องที่วิลเลียมจองไว้ให้คุณเอรินได้เลย เขากลับมาค่อยติดต่อเธอที่ห้อง”

“เชิญคุณไปพักก่อนนะคะ พวกเขากลับมาเมื่อไร ฉันจะให้พนักงานโทร.บอก คุณอยากให้ทางเราจัดการเรื่องซิมมือถือให้ระหว่างอยู่ที่นี่ไหมคะ เผื่อจะได้ติดต่อกันได้ง่าย”

สาวสวยที่ชื่อมินนี่เอ่ยอย่างมีน้ำใจ แต่เอรินไม่ทันฟังเพราะมัวแต่มองตามหลังชายหนุ่มร่างสูงที่ผละออกไปดื้อๆ สายตาคู่นั้นสาวสวยตรงหน้าเห็นก็ยิ้มๆ เอ่ยแนะนำตัวอีกครั้ง และชายหนุ่มที่เพิ่งเดินผละออกไปให้เอรินทราบด้วย

“ฉันชื่อสิมิลันนะคะคุณเอริน หรือจะเรียกมินนี่ หรือเรียกมินก็ได้ค่ะ ส่วนคุณผู้ชายเมื่อครู่เป็นซีอีโอของโรงแรมเรา ชื่อคุณชานนท์ คิม หรือเรียกคุณอเล็กซ์ก็ได้ เขาเป็นตัวแทนของท่านประธานค่ะ”

“ชานนท์ คิม...อ๋อ” เอรินทวนคำสีหน้าครุ่นคิดแล้วหัวเราะเบาๆ

“เป็นลูกครึ่งเกาหลีนี่เอง ถึงว่าสิคะ ดูโอปป้ามากเลย”

“คุณพ่อของคุณชานนท์เป็นคนเกาหลี ส่วนคุณแม่เป็นคนไทยค่ะ”

“ก็เลยเย็นชาเหมือนพระเอกเกาหลีด้วยสินะคะ”

คำพูดของเอรินชวนให้สิมิลันยิ้มขันแกมเอ็นดู ถ้าไม่ติดว่ามีประชุมหล่อนคงได้คุยเล่นกับสาวไทยตรงหน้าด้วยกันมากกว่านี้ เลยจำเป็นต้องตัดบทด้วยการผายมือเชื้อเชิญให้เอรินเดินตามไปขึ้นลิฟต์ด้วยกัน

“เดี๋ยวฉันไปส่งคุณที่ห้องพักนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณมีประชุมน่าจะรีบ ฉันขอนั่งต่ออีกสักพักแล้วค่อยขึ้นไปดีกว่าค่ะ ของไม่เยอะมากเท่าไหร่”

เอรินตอบไปแบบนั้น เพราะหันไปเห็นชานนท์เมียงๆ มองๆ มาทางสิมิลันกับหล่อนอยู่นั่นเอง เขายังคงยืนรออยู่หน้าลิฟต์ลักษณะเร่งกรายๆ สิมิลันจึงรีบขอตัว

“งั้นตามสบายนะคะคุณเอริน เราคงได้มีโอกาสเจอกันอีกแน่ค่ะ”

“ขอบคุณคุณมินนี่มากๆ เลยนะคะ” เอรินขอบคุณสาวสวยแสนมีน้ำใจจากใจจริง

คล้อยหลังสิมิลันหายขึ้นลิฟต์ไปกับชานนท์แล้ว เอรินยังคงยืนอยู่ที่เดิมบริเวณล็อบบี้ เผลอลอบถอนใจออกมา

“ผู้ชายอะไร ดุจัง” หล่อนบ่นพึมพำ

วูบหนึ่งเสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนของเจ้าชายในฝันก็หวนกลับมาให้นึกถึง...

ทำไม...หล่อนถึงรู้สึกว่าเสียงของนายชานนท์ อเล็กซ์ คิมอะไรนี่คล้ายเสียงเจ้าชายในฝันของหล่อนจัง



**************



กว่าที่วิลเลียม โอ ไบรอันและวินซ์เพื่อนรักของเอรินจะกลับมาถึงโรงแรมได้ เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว เพราะคู่บ่าวสาวติดธุระเรื่องงานของวิลเลียมที่ต้องเจรจากับคู่ค้านักธุรกิจสัมปทานน้ำมันที่เพิ่งเดินทางมาอังกฤษและขอนัดพบเป็นพิเศษ ทำให้วิลเลียมต้องลัดคิวตารางงานทั้ง หมดของวันนี้เพื่อไปให้การรับรอง และวินซ์ในฐานะเลขาส่วนตัวของเขาด้วยก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะไปได้ ทำให้ต้องผิดนัดกับเอรินอย่างช่วยไม่ได้ แต่ดีที่ยังทันสำหรับงานเลี้ยงสละโสดของบ่าวสาวในคืนนี้

เกือบสามทุ่ม เอรินจึงขอตัวออกมาจากร้านอาหารซึ่งอยู่หน้าโรง แรมพาร์ค พลาซ่า เนื่องจากในร้านเวลานี้ว่าทีบ่าวสาวอย่างมิสเตอร์วิลเลียมและมิสวินซ์ กำลังเลี้ยงอำลาความโสดกับเหล่าบรรดาเพื่อนฝูงอยู่ในนั้น คงอีกนานนับชั่วโมงได้ เอรินยังรู้สึกเพลียจากการเดินทาง เลยสบโอกาสที่คนทั้งคู่ยังสนุกเพลินกับเพื่อนคนอื่นๆ แยกออกมาเดินเล่นข้างนอกตามลำพัง

สะพานฮันเกอร์ฟอร์ดยามค่ำคืน สวยงามด้วยแสงไฟสีนวลตาส่องสว่างตลอดแนวทางเดิน ผู้คนยังคงข้ามผ่านไปมาเป็นระยะ หญิงสาวดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบกาย หยุดยืนช่วงกลางสะพานแหงนมองลอนดอนอายที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม ยามนี้ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ยักษ์เบื้องหน้าแตกต่างจากยามแรกที่ได้เห็นไม่น้อย เพราะมีสีสันหลากสีสลับไปมา สวยงามชวนให้หญิงสาวเพลินตาเพลินใจจนเวลาล่วงเลยผ่านไปนานพอสมควร กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็แทบไร้ผู้คน

ร่างบอบบางกระชับเสื้อคลุมกำมะหยี่ตัวหนาเข้าหาตัว ชักเริ่มรู้สึกเหมือนมีเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินตามหลังมาได้สักระยะแล้ว

เอรินก้าวเท้าเร็วขึ้นตามสัญชาตญาณนั้น ยังผลให้ใครบางคนด้าน หลังเร่งฝีเท้าเร็วๆ ตามมาเช่นกัน!

พลันสัมผัสได้ว่ามีมือมาแตะที่ไหล่ เอรินรีบสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมนั้นทันที ไม่แม้แต่จะหันไปเผชิญหน้า ออกวิ่งหน้าตั้ง แต่อีกฝ่ายไวกว่ามากก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ดักหน้าหล่อนไว้ได้!

“ไปให้พ้นนะ! หลีกไป! ช่วยด้วย! พ่อจ๋า แม่จ๋า ใครก็ได้ช่วยด้วย”

เอรินตกใจสุดขีด หลับหูหลับตาตะโกนเรียกให้คนมาช่วย อีกฝ่ายเล่นยืนเป็นยักษ์ปักหลั่นเอามือกันราวสะพานไว้ไม่ให้หล่อนวิ่งหนี หล่อนเลยทั้งทุบทั้งถองใส่ไม่ยั้ง คนโดนทุบเดือดร้อนต้องรวบข้อมือบางของหญิงสาวไว้แน่น ตวาดเสียงกร้าว

“จะบ้ารึไงคุณ ผมไม่ใช่คนร้าย”

“ไม่ใช่คนร้ายแล้วทำแบบนี้ทำไม!”

หล่อนยังคงปัดป้องจนชายหนุ่มตะคอกใส่ “ใจเย็น! นี่ผมเอง”

“คุณ! คุณอเล็กซ์!?” หล่อนลืมตามองในที่สุดแล้วถึงกับผงะเมื่อเห็นคนที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า

แต่แทนที่หล่อนจะสงบลงกลับก้าวถอย

“ขะ...คุณจะทำอะไรฉัน อย่าบอกว่ากลางวันคุณเป็นนักธุรกิจ กลาง คืนเป็นเสือผู้หญิง”

“ฮะ!”

“ไม่ฮะอะไรทั้งนั้น ถ้าคุณไม่ปล่อยมือฉัน ฉันจะเรียกตำรวจ!”

หล่อนขู่เขากลับแว้ดๆ เพราะชานนท์ยังจับมือหล่อนไว้แน่นไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย

“เอ๊ะคุณนี่! ฉันบอกให้ปล่อยไง ปล่อย ว๊าย!” ขู่เขาฟ่อๆ ก็ร้องเสียงหลง ชานนท์ไม่กลัวหล่อนสักนิด กลับกระชับข้อมือบางแน่นขึ้นดึงเข้าหาไม่ต่างจากกระชาก!

“หุบปากเดี๋ยวนี้ คุณจะตะโกนให้ได้ยินกันทั้งถนนเลยรึไง” ชานนท์เอ่ยเสียงเข้มต่ำลอดไรฟัน บ่งบอกให้รู้ว่าความอดทนของเขากำลังจะขาดผึง

“คุณก็ปล่อยฉันก่อนสิ!”

“ก็แล้วคุณจะใจเย็น ฟังผมก่อนไม่ได้เหรอ”

“ไม่ฟัง!” เอรินสวนกลับทันควัน

“คุณเห็นฉันเดินคนเดียวเลยคิดจะลวนลามฉันใช่ไหมล่ะ”

“ไปกันใหญ่แล้ว ผมเนี่ยนะจะลวนลามคุณ!?” ชานนท์มองหน้าสาวน้อยตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อ

เอรินยังคงบิดข้อมือไปมาหวังให้เขาปล่อยอยู่นั่นเอง หารู้ไม่ว่ายิ่งทำให้ชายหนุ่มนึกสนุก แต่ก็กลัวสาวน้อยจะยิ่งเตลิดไปกันใหญ่เลยยอมปล่อยเป็นอิสระ เท่านั้นเอรินก็ทำท่าจะวิ่งหนีตะโกนเรียกให้คนมาช่วยอีกตามเคย ชานนท์เลยรีบตะครุบสาวน้อยตรงหน้าเข้าหาอีกรอบ แต่คราวนี้รวบไว้ทั้งตัวจนแผ่นหลังของหล่อนชนกับแผงอกกว้างของเขา แล้วเอามือปิดปากหญิงสาวไว้ กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู

“ถ้าคุณยังไม่ยอมมีสติฟังผม ผมจะจูบคุณนะ...สาวน้อย”

เอรินถึงกับชะงัก เบิกตาโตตกใจกับคำพูดนั้นของเขา หยุดยืนตัวแข็งทื่อในพริบตา

ชานนท์ยอมคลายวงแขน เมื่อนั้นเอรินก็ยอมหันกลับมาเผชิญหน้า แต่ทว่าไม่มีคำพูดใดออกจากปากหญิงสาวอีก นอกจากสีหน้าเหยเกคล้ายจะร้องไห้ จนชานนท์ต้องโบกมือไปมาเรียกสติ

“เป็นอะไรไปคุณ ผมพูดเล่น ไม่คิดจะทำอย่างนั้นจริงหรอกน่า แค่เห็นคุณเดินคนเดียวเปลี่ยวใจกลัวใครจะมาลากไปซะก่อน...นี่ก็ดึกแล้วด้วย”

“ฉะ...ฉันก็แค่เดินเล่นคิดอะไรเพลินๆ” หล่อนเสียงสั่น ยังอึนๆ กับคำพูดของเขา

คำพูดนั้น...เหมือนในฝันราวกับไม่ได้ฝัน...

“แล้วไป ก็นึกว่าอยากเล่นเอ็มวีก็เลยทำตัวเป็นพระเอกให้นี่ไง” เขาตอบหน้าตาเฉย กลิ่นเหล้าคลุ้งจนเอรินหน้ามุ่ย

“โผล่มาแบบนี้เขาเรียกผู้ร้ายบ้ากามมากกว่าค่ะ นี่ถ้าฉันไม่โวยวายคุณอาจจะทำมิดีมิร้ายฉันจริงๆ ก็ได้”

“คุณคิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ”

ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมา ไม่โมโหเหมือนเดิมแล้วแต่หรี่ตามองร่างเพรียวบางตรงหน้าแทนแล้วถอนใจ “ไม่มีใครอยากทำอะไรเด็กแบบคุณหรอก ผมก็แค่พูดเล่นสนุกๆ ไปงั้นเอง ไป...กลับโรงแรมได้แล้ว”

พูดจบชานนท์ก็ถูมือไปมาไล่ความหนาวก่อนจะออกเดินนำกลับไปทางโรงแรมพาร์ค พลาซ่า

เอรินมองตามหลังชายหนุ่มไปแล้วพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทว่าไม่ได้ออกเดินตามเขาไปในทันทีเพราะยังเคืองเขาอยู่ แผ่นหลังสูงใหญ่กับไหล่กว้างของเขาที่ห่อลู่ลง สองมือล้วงกระเป๋าเดินท่าทางโงนเงนไปตามทางเบื้องหน้า เอรินเห็นแล้วก็แววตาอ่อนลง

สงสัยคงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์... 

หญิงสาวนึกสรุปเช่นนั้นเพราะได้กลิ่นจากตัวเขาเมื่อครู่ กอปรกับการกระทำประหลาดๆ ของเขาที่ผิดกับมาดซีอีโอผู้แสนเย็นชาคนเดิม ทำให้หล่อนแทบอยากถอนคำพูดที่เคยว่าไว้

“คุณไม่มีทางเป็นเจ้าชายในฝันของฉันแน่ๆ”

หล่อนส่ายหน้าไปมาจนผมปลิว แล้วรีบเดินตามหลังชายหนุ่มไปติดๆ


*************


วันนี้มาต่อยาวเลยค่ะ อ่านอิ่มเลย>///<
เปิดจองวันที่ 7 สิงหาคมนี้นะคะ มีทั้งหมด 624 หน้าค่ะ หนามาก ใครสนใจสั่งจองเก็บเงินด่วนนนนนนน



หมายเหตุ: เนื่องจากมีการจัดหน้าไว้ในรูปแบบหนังสือเล่มขนาด A5 อาจมีคำฉีกหรือเว้นวรรคมากกว่าปกติเมื่อนำลงเว็บ



ปลายปากกาสำนักพิมพ์
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 1 ส.ค. 2562, 08:45:36 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 1 ส.ค. 2562, 08:45:36 น.

จำนวนการเข้าชม : 86





<< บทที่ 1 -100%   บทที่ 2 -100% >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account