ล่า | หลอน | เลือด
ในชีวิตจริงบางครั้งก็โหดร้าย พลิกผัน เปลี่ยนแปลงเกินความคาดหมาย เหตุอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกที่ กับทุกคน และหลายครั้งเป็นคนใกล้ชิดของเราเองนั่นแหละที่เป็นต้นเรื่อง "ล่า หลอน เลือด" นี้เป็นรวมเรื่องเล่าจากเค้าโครงเรื่องจริง เรื่องบางเรื่องเกิดในพื้นที่ ประเทศ เชื้อชาติ ที่แตกต่างกัน แต่กลับมีความคล้ายกันโดยน่าประหลาด หวังว่านอกจากความบันเทิงที่ได้จากการอ่าน เรื่องราวทั้งหลายต่อไปนี้ อาจใช้เป็นบทเรียนให้กับผู้อ่านได้
Tags: คดี, ฆาตกรรม, สยองขวัญ

ตอน: แฟ้มคดีที่ 2: I have to kill them #1

นิกกี้เป็นสาวร่างท้วมนิดๆ เช่นเดียวกับผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มีลูกแล้ว ร่างกายของเธอเปลี่ยนแปลงและไม่มีส่วนโค้งเว้าเช่นสาววัยรุ่น  แต่หากเทียบเธอกับแม่บ้านชาวอเมริกันทั่วไป รูปร่างแบบนี้ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐาน เธอมีความสูงแค่ร้อยหกสิบกว่าๆ นั่นทำให้เธออาจถูกมองว่าอวบไปนิด...ที่สำคัญ

หากเทียบกับชาแนน แม่บ้านลูกสามที่หุ่นยังฟิตเปรี้ย รูปร่างสูงโปร่งดูบอบบางน่าทะนุถนอม แถมเป็นคนช่างแต่งตัว ก็เลยทำให้ทั้งคู่ดูต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

นิกกี้รู้จักกับชาแนนมาไม่ต่ำกว่าสองปี หญิงสาวทั้งสองสนิทกันมากกว่าเพื่อนร่วมงาน เธอทั้งคู่ทำธุรกิจขายตรงสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ การทำงานของพวกเธอหลักๆ คือการอยู่บ้าน post ข้อความทางเฟชบุ๊กบรรยายสรรพคุณสินค้า โทรคุยกับลูกค้า - -  จริงๆ แล้วพวกเธอทำงานแทบจะเป็นอิสระต่อกัน แต่การอยู่บริษัทเดียวกัน ขายสินค้าแบรนด์เดียวกัน ทำให้มีโอกาสเจอกันบ่อยๆ หลายครั้งบริษัทพาเจ้าหน้าที่ไปอบรม หรือทำ workshop นอกสถานที่ นิกกี้และแชนนอนจึงได้พบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และในที่สุด ก็กลายเป็นเพื่อน เม้าท์มอยในเรื่องต่างๆ ที่แม่บ้านทั่วไปทำกัน

ชาแนน เป็นคนมีหน้าตา รูปร่าง ท่าทาง "ดูดี" เธอมีบุคลิกที่ดูเป็นมิตรกับทุกคน อาจจะด้วยลักษณะแบบนี้จึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้ไม่ยากนัก จริงๆ แล้วในวงการขายตรงสินค้าเดียวกัน ชาแนนก็มีเพื่อนสนิทที่ไปมาหาสู่กันอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็น เคซี ซินดี อแมนดา ฯลฯ

เพราะความเป็นคนที่ค่อนข้างเปิด ชอบพูด ชอบคุย ทุกวันตื่นเช้าขึ้นมา ชาแนนจึงมีกิจวัตรประจำวันเป็นการ chat หาเพื่อนๆ เล่าเรื่องราวในชีวิต ถามสารทุกข์สุขกดิบของอีกฝ่าย หรือไม่ก็ชักชวนไปทำกิจกรรมสำหรับลูกๆ 

เช้าวันที่ 13 สิงหาคม 2561 นิกกี้รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเพื่อนของเธอคนนี้ หลังจากเธอส่งข้อความหาเพื่อนพูดคุยกันตามปกติ ถามว่าเป็นอย่างไรบ้างเช้านี้ ที่ถามแบบน้้น เพราะคืนก่อน ทั้งคู่เพิ่งเดินทางกลับจากทริปไปทำงานที่ต่างรัฐ ชาแนนซึ่งท้องได้ประมาณสิบห้าสัปดาห์ขอให้เพื่อนพาเธอไปหาหมอเพราะไม่อยากขับรถเอง

แต่ไม่ว่าจะส่งข้อความ โทรหา ก็ไม่มีการตอบกลับ ถึงเวลานัดหมาย นิกกี้กับลูกชายขับรถไปบ้านเพื่อน เธอพบว่าประตูบ้านปิดสนิท ภายในบ้านเงียบกริบ แต่เมื่อเดินไปรอบๆ บ้าน มองไปด้านในเห็นรองเท้าแตะของเพื่อนยังวางอยู่ที่เดิม รถที่เพื่อนใช้ขับประจำก็ยังอยู่ แต่ทำไมดูเหมือนบ้านไม่มีคนอยู่ เธอเรียกเพื่อนหลายครั้ง เดินรอบๆ บ้าน แต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดอยู่ดี

หญิงสาวตัดสินใจโทรหาคริส สามีของชาแนน คริส ทำงานอยู่บริษัทผลิตน้ำมันแห่งหนึ่ง เธอรู้จักเขาเพราะเขาเคยไปร่วมกิจกรรมของบริษัทที่เธอเป็นตัวแทนขายอยู่หลายครั้ง คริสถือว่าเป็นพ่อบ้านตัวอย่าง ง่าย ใจดี เขามักไปทำงานแต่เช้าและกลับดึก นิกกี้โทรไปหาเขาเพราะอยากแน่ใจจริงๆ ว่าทุกอย่างโอเคดี สามีตอบว่าเขายังเห็นภรรยาก่อนออกจากบ้าน เธอบอกว่าจะไปบ้านเพื่อน แต่ไม่ได้บอกว่าเพื่อนคนไหน เธอคงไปบ้านเพื่อนแล้ว

นิกกี้บอกวว่าไม่น่าจะใช่ รถก็ยังอยู่ รองเท้าก็ยังอยู่ เธอกลัวว่าชาแนนจะไม่สบาย เช่น เป็นลมหมดสติ อยู่ในบ้าน นิกกี้ถามถึงรหัสทีเ่ปิดประตูทางเข้า เพื่อเธอจะได้เปิดเข้าไปดูก่อน คริสบอกว่ามันเสีย และการเข้าบ้านต้องใช้กุญแจเท่านั้น

เพื่อนของชาแนนกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณ หรือเป็นเพราะเหตุบังเอิญ เธอยังรู้สึกว่า ไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ไว้เฉยๆ เธอบอกคริสว่าจะโทรหาตำรวจ แต่อีกฝ่ายบอกว่าอย่าเพิ่งเลยมันดูเร็วเกินไปที่จะเรียกตำรวจ เดี๋ยวเขาจะกลับไปดูบ้านเอง ระหว่างนั้นคริสโทรไปหาเคซี เพื่อนสนิทอีกคนให้มาช่วยนิกกี้ว่าพอทำอะไรได้บ้าง

คริสบอกเคซีว่าอย่าเพิ่งตกใจหรือบอกใครไป เพราะเขากำลังกลับบ้าน...บอกตำรวจตอนนี้มันยังไวไป ชาแนนแค่อาจไปหาเพื่อนเท่านั้น

นิกกี้ไม่คิดแบบนั้น เธอลองโทรหาเพื่อนอีกรอบ ลูกชายของนิกกี้ได้ยินเสียงโทรศัพท์ เขาบอกว่ามันอยู่ข้างใน ผู้เป็นแม่ยิ่งกังวล ชาแนนไม่เคยไปไหนโดยไม่มีโทรศัพท์มือถือ เธอถ่ายรูป เธออัดวิดีโอ เธอส่งข้อความ ผ่านมือถือเครื่องนั้นทั้งสิ้น

หรือเธอจะหมดสติ ช่วยตัวเองไม่ได้ แล้วลูกอีกสองคนของเธอล่ะ ถ้าแม่เป็นลมหมดสติอยู่ เด็กๆ จะเป็นอย่างไร  พวกเธออยู่ในอันตรายหรือเปล่านะ

ด้วยความร้อนใจ นิกกี้ทนรอให้สามีของเพื่อนกลับมาบ้านไม่ไหว ที่ทำงานของคริสอยู่ไกลเกินไป กว่าจะกลับมาถึงก็เกินสี่สิบนาที หญิงสาวตัดสินใจโทรหาตำรวจ เผื่อว่าตำรวจจะหาทางเข้าบ้านหลังนี้ได้ก่อนที่คริสจะมาถึง ซึ่งจะช่วยเพื่อนของเธอที่อาจจะกำลังหายใจรวยริน หรือหมดสติอยู่ได้ทันเวลา

"911 คุณมีเหตุด่วน เหตุร้ายอะไรคะ"

"ฉันชื่อนิกกี้ค่ะ ฉันกำลังกังวลว่าเพื่อนของฉันจะกำลังอยู่ในอันตราย เธอนัดกับฉันวันนี้ตอนสิบโมง ฉันส่งข้อความ โทรหา เธอไม่ตอบ บ้านเธอก็ปิด แต่สิ่งของประจำที่เธอใช่ รถ ก็ยังอยู่ที่เ่ดิมค่ะ ชาแนนท้องได้สิบห้าอาทิตย์ด้วย เธอมีโรคประจำตัว จะอันตรายมากค่ะ หากช่วยไม่ทัน" นิกกี้บรรยาย

ตำรวจสอบถามถึงสถานที่เกิดเหตุการณ์ นิกกี้บอกรายละเอียดทั้งหมดอย่างรวดเร็วและร้อนรน

อาจจะเพราะเธอกำลังท้องอ่อนๆ เธอมีโรคประจำตัว หรืออาจเป็นเพราะคำพูดของนิกกี้ที่ดูซีเรียสจริงจัง ทำให้ตำรวจรีบส่งสายตรวจมาดูที่บ้านหลังนั้นในเวลาอันรวดเร็ว

....



สิรินดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 ม.ค. 2563, 16:28:48 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 ม.ค. 2563, 16:28:52 น.

จำนวนการเข้าชม : 21





<< แฟ้มคดีที่ 1: คดีวันวาเลนไทน์ #ปิดแฟ้ม    แฟ้มคดีที่ 2: I have to kill them #2 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account