ล่า | หลอน | เลือด
ในชีวิตจริงบางครั้งก็โหดร้าย พลิกผัน เปลี่ยนแปลงเกินความคาดหมาย เหตุอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกที่ กับทุกคน และหลายครั้งเป็นคนใกล้ชิดของเราเองนั่นแหละที่เป็นต้นเรื่อง "ล่า หลอน เลือด" นี้เป็นรวมเรื่องเล่าจากเค้าโครงเรื่องจริง เรื่องบางเรื่องเกิดในพื้นที่ ประเทศ เชื้อชาติ ที่แตกต่างกัน แต่กลับมีความคล้ายกันโดยน่าประหลาด หวังว่านอกจากความบันเทิงที่ได้จากการอ่าน เรื่องราวทั้งหลายต่อไปนี้ อาจใช้เป็นบทเรียนให้กับผู้อ่านได้
Tags: คดี, ฆาตกรรม, สยองขวัญ

ตอน: แฟ้มคดีที่ 2: I have to kill them #3

ฉันกับพ่อไปพบกับตำรวจตามนัดหมาย พวกเราอยากจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ และช่วยตำรวจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คดีคนหายสามคนที่เกิดขึ้นไม่กี่วันมานี้เป็นคดีดังของเมือง ตำรวจเร่งกำลังกันค้นหาผู้หญิงคนนั้นและลูกๆ อย่างเต็มที่ คริสโตเฟอร์ วัตต์ ออกทีวีเมื่อวานนี้ เขาพูดถึงครอบครัว และดูเหมือนจะอับจนหนทางที่จะหาพวกเขาเจอแล้ว

หลังจากแนะนำตัวเรียบร้อย ตำรวจสองนายที่ได้รับมอบหมายให้มาคุยกับเราก็เริ่มการสัมภาษณ์

"ช่วยเล่าเรื่องคริส หรือคริสโตเฟอร์ให้เราฟังหน่อยได้ไหมครับ พวกคุณรู้จักกันได้อย่างไร"

ฉันขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกเกร็งๆ กับการที่มีเครื่องอัดเสียงอยู่ใกล้ๆ ตัวแบบนี้ พ่อพยักหน้าและส่งแววตาให้กำลังใจมาให้ เมื่อคืนฉันโทรไปปรึกษาพ่อเรื่องของฉันกับคริส วันนี้ก็เลยขอให้ท่านมาเป็นเพื่อน

"คริสโตเฟอร์ กับฉันพบกันราวเดือนมิถุนายน หรือไม่ก็ปลายๆ เดือนพฤษภาคม ฉันก็จำไม่ได้แน่นอนนัก เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันค่ะ ฉันทำงานอยู่บริษัทน้ำมันบริษัทเดียวกับเขา เอิ่ม ตอนที่เรารู้จักกันแรกๆ ฉันคิดว่าเขาโสดนะคะ เพราะเขาไม่ได้สวมแหวนแต่งงาน แล้วเขาก็ไม่ได้บอกว่ามีลูกด้วย เราไม่ได้สนิทอะไรกันมาก เขาก็เลยไม่เล่าเรื่องพวกนั้นมั้ง ฉันเดานะคะ"

นายตำรวจจดอะไรยุกยิกลงบนสมุดโน้ตของเขา

"คุณทำงานตำแหน่ง หรือด้านไหนครับ"

"ฉันดูแลเรื่อง health and safty ค่ะ เป็นกลุ่มงานที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน มันก็เกี่ยวกับพวก แกสรั่ว น้ำมันดิบรั่ว ฉันทำงานกับระบบ ออก site บ้างเวลามีปัญหา ต้องของเช็กพวกนั้นเป็นระยะๆ เราก็เลยได้พบกันบ้าง นอกจากนั้น เราก็เจอกันในออฟฟิศ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก คุยกันแบบทั่วๆ ไป แล้ววันหนึ่งเขาก็บอกว่าเขากำลังจะแยกทางกับเมีย"

"แยกทาง?" ตำรวจทำหน้าแปลกในนิดหน่อย หรือฉันจะพูดถึงเรื่องนี้เร็วไป

"่ค่ะ...เขาบอกว่าเขากำลังอยู่ระหว่างทำเรื่องแยกกันอยู่กับเมียของเขา"

"เขาพูดแบบนั้นช่วงไหนครับ คุณพอจำได้ไหม" ตำรวจอีกนายหนึ่งถาม

"ก็..." ฉันคิด เหลือบไปมองพ่อ ซึ่งทำหน้าซีเรียสอยู่ พ่อคงคิดเหมือนกันว่าฉันไม่น่าจะเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเลย "ก็ประมาณสักเดือนมิถุนายนมั้งค่ะ"

ตำรวจก้มลงไปจดข้อมูลอีก

"ช่วงนั้นคุณกับคริสเดทกันหรือยัง"

"โอ...ไม่ๆๆๆ"

"แค่เพื่อนร่วมงานหรือครับ"

ฉันพยักหน้า 

"แล้วคุณคิดว่าทำไมเขาถึงบอกคุณว่าเขากำลังแยกกับเมีย ทั้งๆ ที่เป็นเพื่อนร่วมงาน"

"เอิ่ม ฉันคิดว่า...บางทีเขาอาจเริ่มสนใจฉันนะคะ หลังจากคุยเรื่องราวทั่วๆ ไป เขาก็ชวนฉันออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ เราสนใจเรื่องคล้ายๆ กันค่ะ ไปสวนสาธารณะ ไปพิพิธภัณฑ์ อะไรพวกนั้นค่ะ"

"ช่วงไหนครับ เดือนมิถุนายน? สวนนี้อยู่ที่ไหนครับ"

"เอิ่มค่ะ" ฉันตอบ "มันเป็นสวนที่อยู่ใกล้ๆ บ้านของฉัน แล้วก็... เราก็คุยกันเรื่องทั่วไป ไป เรา..."

"ขอโทษนะครับ เรามาเรื่องคดี ผมเข้าใจครับว่าคุณอยากจะบอกเราว่า เขาเข้ามาในชีวิตของคุณก่อน คุณไม่เกี่ยวข้อง...แต่ ตอนนี้ตำรวจกำลังร้อนใจเรื่องที่เมียกับลูกของเขาหายไป คุณช่วยเล่าอะไรที่พอจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เขาพูดถึงเมียกับลูกได้ไหมครับ" ตำรวจพูดอะไรอีกยาว ประมาณว่าเขาร้อนรนกับเวลาที่หมดไปสองวันแต่พวกเขายังไม่พบอะไรมากเกี่ยวกับคนหาย

"คือว่าฉัน...ฉันอยากช่วยนะคะ ก็เลยอยากจะปูเรื่องให้พวกคุณเข้าใจก่อน"

"เอาเป็นว่า ช่วยเล่ารายละเอียดที่คุณคิดว่าเกี่ยวกับการหายตัวของสามคนนั่นได้ไหมครับ เอาสักไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ได้ สรุปพวกคุณเดทกันนี่นานแค่ไหนแล้ว แล้วอาทิตย์หลังๆ เขาเป็นยังไงบ้าง"

"เอิ่ม เราเพิ่งออกเดทกันก็ราวๆ หกอาทิตย์เท่านั้นเองค่ะ เขาเป็นคนสบายๆ เราคุยกันได้หลายเรื่อง เราชอบอะไรๆ เหมือนๆ กัน เช่น เขาไปฟิตเนส ฉันก็ชอบเหมือนกัน แต่เราไม่ได้ไปที่เดียวกันนะคะ"

"ระหว่างที่คบกัน พวกคุณทะเลาะกันบ้างไหม มีอะไรที่แสดงว่าคริสโตเฟอร์เขาเป็นคนอารมณ์ร้ายไหม"

ฉันส่ายหน้า "ไม่ค่ะ เขาเป็นคนเรียบๆ ง่ายๆ ค่อนข้างเป็นพวกเก็บตัว (introvert) ด้วยนะคะ ไม่ค่อยขัดใจค่ะ เขาไม่ค่อยเล่าเรื่องครอบครัวนะคะ"

"ช่วงเดือน มิถุนา ถึง กรกฎา เขาไม่ได้เล่าเรื่องครอบครัว เด็กๆ หรือปัญหาอะไรระหว่างเขากับชาแนนเลยหรือครับ เขาเคยคิดจะพาเด็กๆ มารู้จักคุณ หรือพาคุณไปรู้จักครอบครัวของเขาไหม"

"ไม่นะคะ ไม่เคย"

"แล้วคุณเคยไปบ้านของเขาไหม"

ฉันทำเป็นคิด บอกตัวเองว่าต้องระมัดระวังในการตอบคำถามหน่อยแล้ว

"เคยไปค่ะ สองครั้ง พอดีเขาต้องไปเอาของบางอย่างที่บ้าน ช่วงนั้นเมียและลูกเขาไม่อยู่ค่ะ เหมือนจะไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างเมืองอะไรแบบนั้น เขาบอกฉันว่าตอนนี้เขานอนที่ชั้นใต้ดิน และเมียลูกๆ ของเขานอนข้างบน มันเป็นช่วงที่พวกเขาเตรียมการจะแยกกัน เขายังหาที่พักไม่ได้ และการตกลงอะไรๆ ยังไม่เรียบร้อย เขาก็เลยยังไม่ย้ายออก บอกแล้วไงคะ ว่าเราเจอกันที่ทำงาน แชตคุยกัน แล้วก็เดทกันบ้างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น"

"พวกเราต้องขอข้อมูลการติดต่อของคุณกับเขาทางโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์ด้วยนะครับ เพื่อยืนยันเรื่องราวทั้งหมด"

"อะ...อะไรนะคะ" ฉันคิดเหมือนกันว่าตำรวจต้องการพวกนี้แน่ๆ "ฉันแค่จะช่วยพวกคุณนะ ทำไมพวกคุณทำเหมือน..."

"เปล่าครับ เรากันคุณไว้เป็นพยาน แต่เราต้องเข้าไปตรวจสอบมือถือ คอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์เน็ต ในบ้านของคริสโตเฟอร์อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องการข้อมูลแวดล้อมเพื่อยืนยันข้อมูลต่างๆ ด้วย พยานแวดล้อมพวกนี้สำคัญเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของพวกคุณครับ"

ฉันได้ยินเสียงพ่อถอนหายใจ

"ฉันจะให้ก็...ได้ค่ะ"

"ผมอยากให้คุณอ่านเอกสารเงื่อนไขพวกนี้ก่อน โอเคไหมครับ แล้วก็ช่วยเซ็นยินยอมให้เราค้นข้อมูลทั้งหมดที่เป็นของคุณด้วย เพื่อความบริสุทธิ์ใจ และความสะดวกของเจ้าหน้าที่ในการตามสืบคดีนี้ครับ"

ข้อความยาวเหยียดที่ตำรวจยื่นมาให้อ่าน มันคือ consent form หรือหนังสือยินยอมให้ตรวจข้อมูลต่างๆ ทั้งทางดิจิทัล และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับฉัน 

พ่อเตือนมาแล้วเหมือนกันว่าตำรวจคงจะค้นมือถือ แต่ฉันไม่ได้คิดถึงอีเมล และอื่นๆ ด้วย...

"ฉันเคยบอกคริสเหมือนกัน ฉันยังบอกคริสเลยว่าทั้งเมียและลูกของเขาน่ารักมาก เมียของเขาก็ยังท้องอยู่ เป็นไปได้ไหมที่เขาจะไม่หย่า ฉันรู้สึกสงสารเธอมาก ฉันอยากทำอะไรสักอย่าง จึงได้นัดพวกคุณมาที่นี่"

"เมื่อไหร่ครับที่คุณบอกเขาแบบนั้น"

"ก็ช่วงเดือนที่แล้วแหละค่ะ"

"อ้าว ไหนคุณบอกว่าไม่รู้ว่าเธอท้อง"

"ก็...ค่ะ ฉันไม่รู้ ฉันหมายถึง เขาก็มีลูกเล็กๆ ตั้งสองคน จะหย่าทำไม เมียก็สวย เด็กๆ คงจะแย่หากขาดพ่อ เขาเองบอกว่าอยากรับเด็กๆ มาดูและเหมือนกัน เขาก็เลยให้ฉันช่วยหาห้องพักให้ เอาแบบมีห้องลูกๆ ของเขาด้วย เขาบอกว่าหากตกลงกับเมียเรียบร้อยก็จะประกาศขายบ้านค่ะ ค่าใช้จ่ายมันสูงไป"

ตำรวจพยักหน้า จดข้อมูลลงไปอีก ส่วนอีกนาย หยิบโทรศัพท์มือถือของฉันขึ้นมาดู เขากดไปที่ข้อความ เบอร์มือถือที่ติดต่อ

"ไม่มีข้อความค้าง" ตำรวจนายนั้นเงยหน้าขึ้น มองฉันด้วยความฉงน

"ก็..เขาโกหกฉัน ทุกเรื่อง ฉันเสียใจ ตอนนี้แทบไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขาอีก ก็เลยลบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาออกหมดค่ะ ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้แล้ว ฉันไม่แน่ใจแล้วว่าอะไรคือเรื่องจริงเรื่องเล่น ฉันไม่อยากมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาอยู่ใกล้ๆ ตัวอีกแล้ว"

ให้ตายเถอะ ตำรวจทำท่าเหมือนไม่ค่อยเชื่อที่ฉันพูด

......

อ้างอิงข้อมูล: https://www.truecrimechat.org/2019/03/25/chris-watts-mistress-nicholes-interviews-and-transcripts/



สิรินดา
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 4 ม.ค. 2563, 16:30:55 น.
แก้ไขครั้งล่าสุด : 4 ม.ค. 2563, 16:31:00 น.

จำนวนการเข้าชม : 145





<< แฟ้มคดีที่ 2: I have to kill them #2   แฟ้มคดีที่ 2: I have to kill them #4 >>
เข้าระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นด้วย weblove account